สังเกตฉี่ สังเกตโรค by กูรูต้นตำรับชีวจิต อาจารย์สาทิส อินทรกำแหง

สังเกตฉี่
สังเกตฉี่

สังเกตฉี่ สังเกตโรค

สังเกตฉี่ เรากำลังคุยกันถึงเรื่อง ปัสสาวะ หรือ ฉี่” อยู่นะครับ

การฉี่มากเกินปกติ นั้นให้สังเกตว่า เกินประมาณวันละ 2 ลิตร ก็เรียกว่าปริมาณของฉี่เริ่มผิดปกติแล้ว และอาการฉี่เกินจะเกี่ยวกับการป่วยเป็นเบาหวานด้วย

ไม่ใช่เกี่ยวกับเบาหวานอย่างเดียว แต่ให้สังเกตด้วยว่าอาจจะเกี่ยวไปถึงเรื่องของไตวาย ถ้ามีอาการตัวบวม ขาบวมและเกี่ยวไปถึงโรคหัวใจด้วยก็ได้ เมื่อพูดถึงฉี่เกินก็ต้องคุยต่อถึงเรื่องตรงกันข้ามคือฉี่น้อยด้วย

อาการของฉี่น้อย เรียกกัน 2 อย่าง อย่างหนึ่งคือ OLIGURIA (อ่านว่า โอลิกูเรีย) หมายความว่า วันหนึ่งๆ ฉี่ของคุณน้อยกว่า 500 มิลลิลิตรหรือน้อยกว่าครึ่งลิตร

อีกอย่างหนึ่งจะเรียกว่าฉี่น้อยมากก็พอจะได้ นั่นคือ ANURIA (อ่านว่า เอินยูเรีย) ฉี่น้อยมากแบบนี้อันตรายมากๆ เลยนะครับ นั่นคือวันหนึ่งอย่างเก่งก็ฉี่ได้ไม่เกิน 125 มิลลิลิตร

125 มิลลิลิตรนี่จะประมาณ 8 – ½ ช้อนโต๊ะ ขนาดนี้ต้องถือว่าอันตรายมากนะครับ ถ้าเป็นอย่างนี้คือฉี่น้อยหรือฉี่ไม่ออกติดต่อกันถึงสัก 2 สัปดาห์ มีหวังเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

ตอนนี้ขอแนะนำ

วิธีสังเกตปัสสาวะหรือฉี่ผิดปกติว่ามีลักษณะอย่างไรบ้าง

ปกตินั้นสีของปัสสาวะน่าจะเป็นสีใสอมเหลืองนิดๆ

ถ้าใสจนเกือบเหมือนน้ำบริสุทธิ์ก็ลองดูตัวเองว่าตอนนั้นคุณดื่มเบียร์หรือเหล้าเติมโซดามากไปหรือเปล่า

แต่ถ้าเป็นสีแดงหรือสีแดงอ่อนๆ ก็คงจะเป็นเพราะฉี่ของคุณมีเลือดปนออกมา อันนี้ไม่ค่อยดีนะครับ

หรือถ้าเหลืองน้อยๆ จนกระทั่งเหลืองจัด ก็ให้สังเกตว่าคุณกินวิตามินชนิดเม็ดเข้าไปมากหรือเปล่า โดยเฉพาะปนวิตามินบี เหลืองแบบวิตามินปนออกมา อย่างนี้ไม่มีอันตรายครับแต่ก็ควรตรวจตราดูให้ดีว่าคุณกินมากเกินอัตราที่แพทย์เขาแนะนำไว้หรือเปล่า กินวิตามินมากเกินไปนอกจากจะฉี่สีไม่สวยแล้ว ยังเปลืองสตางค์ค่าวิตามินแพงๆ อีกด้วย

เรื่องสีของฉี่นี้ ความจริงมีเรื่องยาวๆ จะต้องคุยกันเยอะเลยนะครับ โดยเฉพาะคุณบางคนที่ชอบกินยาหรือแพทย์สั่งยาประจำตัวให้คุณ คุณต้องสังเกตเอาเองว่า ยาประจำตัวของคุณนั้นจะมีสีแปลกๆ หรือบางทีไม่ต้องสังเกตก็ได้ เพราะแพทย์ของคุณเขาน่าจะบอกคุณว่า เมื่อกินยานั้นๆ เข้าไปแล้ว ฉี่ของคุณอาจจะมีสีผิดปกติอย่างไรบ้าง เป็นต้นว่า

ยากลุ่มโคลร์โปรมาซีน (CHLORPROMAZINE) ปัสสาวะจะมีสีคล้ำกลุ่มโคลร์โซซาโซน (CHLORZORXAZONE) จะมีสีส้มหรือม่วงแดง ฟลูโอเรสซีน (FLUORESCEIN) (ฉีดเข้าทางเส้นเลือด) ฉี่จะมีสีเหลืองหรือส้ม เมไทลีนบลู (METHYLENE BLUE) จะมีสีน้ำเงินเขียว ฯลฯ

สังเกตฉี่

ฉะนั้น ถ้าปัสสาวะของคุณมีสีแปลกๆ อย่าเพิ่งตกใจ ให้นึกย้อนไปว่าคุณกินยาอะไรหรือฉีดยาอะไรเข้าไปบ้าง

นอกไปจากนั้น คุณหมอประจำตัวของคุณท่านก็คงจะบอกล่วงหน้านะครับ ฉะนั้นไม่ควรตกใจจนเกินเหตุ

เมื่อพูดถึงปริมาณ พูดถึงสีของปัสสาวะแล้ว ก็ต้องพูดถึงกลิ่นด้วย

กลิ่นของปัสสาวะยังเกี่ยวกับยาเสียเป็นส่วนมากอีกนั่นแหละ

กลิ่นของยาในปัสสาวะนั้นตัวซึ่งมักจะได้กลิ่นกันแทบทุกคนที่นำหน้ามาก่อนก็คือ ยาประเภทปฏิชีวนะหรือ ANTIBIOTICS

ยาประเภทปฏิชีวนะนี้ในปัจจุบันมีหลายร้อยตัว บริษัทยาท่านคิดยาตัวใหม่ๆ ในกลุ่มนี้ออกมาเรื่อยๆ ยายิ่งแรงกลิ่นฉี่ก็แรงตามไปด้วยครับ

ที่มีกลิ่นแรงอีกอย่างหนึ่งก็คือยาประเภทที่เรียกว่า PARALDEHYDE (อ่านว่า พาราลดีไฮด์) ซึ่งเป็นยาประเภทกล่อมประสาทและช่วยให้นอนหลับด้วย

นอกไปจากนั้นคือพวกวิตามิน โดยเฉพาะกลุ่มวิตามินบีดังที่กล่าวมาแล้ว วิตามินกลุ่มนี้นอกจากจะทำให้ปัสสาวะมีสีเหลืองแล้ว บางครั้งยังทำให้มีกลิ่นแรงด้วย

นี่คือพวกยาซึ่งจะทำให้ปัสสาวะมีกลิ่นแปลกๆ แต่มีอีกกลิ่นหนึ่งซึ่งไม่ใช่กลิ่นยา ซึ่งผมอยากจะขอเตือนผู้อ่านเป็นพิเศษ

กลิ่นนั้นก็คือ กลิ่นฉี่ ซึ่งออกมาเป็นกลิ่นหวานๆ เหมือนกลิ่นละมุดสุก และโดยเฉพาะที่กลิ่นจะเหมือนมากที่สุด คือเหมือนกลิ่นน้ำยาล้างเล็บ

กลิ่นนี้คุณผู้หญิงคงจะรู้จักดีนะครับ (เอหรือคุณผู้ชายบางคนก็อาจจะรู้จักดีบ้างก็ได้ เห็นว่าคุณผู้ชายหลายคนก็ทาเล็บเหมือนกัน ไม่ใช่เหรอ)

กลิ่นเหมือนละมุดสุกหรือกลิ่นน้ำยาล้างเล็บอย่างนี้ไม่ค่อยดีครับ เพราะคงหมายความว่าโรคเบาหวานอาจจะหนักแล้วหรือบางทีอาจจะเกี่ยวกับโรคไตหลายอย่างก็เป็นได้

นอกไปจากนั้นก็ยังมีลักษณะอาการผิดปกติของตัวปัสสาวะอีกหลายอย่าง ซึ่งต้องอาศัยการตรวจปัสสาวะจากห้องแล็บจะเป็นห้องแล็บโดยตรงหรือห้องแล็บของโรงพยาบาลก็ได้

การตรวจแบบนี้เขาจะตรวจในหลักใหญ่ๆ คือ

- ยาซึ่งเปลี่ยนความถ่วงจำเพาะ (SPECIFIC GRAVITY)

- ยาซึ่งลด pH (ความเป็นกรดและด่าง)

- ยาซึ่งเพิ่ม pH (ความเป็นกรดและด่าง)

- ยาซึ่งทำให้โปรตีนออกมาในปัสสาวะ

- ยาซึ่งทำให้น้ำตาลในปัสสาวะเปลี่ยน

- ยาซึ่งทำให้ปริมาณเม็ดเลือดขาวเพิ่ม

- ยาซึ่งทำให้ระบบเลือดผิดปกติ

- ยาซึ่งทำให้ปัสสาวะเกิดเป็นพิษ

- ยาซึ่งทำให้ปัสสาวะมีเกล็ดเล็กๆ ฯลฯ

ทั้งหมดนี้ผมรวบรวมเรื่องย่อยๆ เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจ

สิ่งสำคัญคือ อยากให้คุณๆ สนใจของในกายตัวคุณเอง (ซึ่งก็คือตัวคุณเองนั่นแหละ) ให้มากขึ้น

ถ้าคุณเห็นว่าอะไรผิดสังเกต คุณก็จะได้ระวังตัว และง่ายๆก็คือ คอยสืบหาให้ได้ว่าต้นเหตุคืออะไร และน่าจะมาจากอะไร

อย่างนี้ก็จะทำให้คุณดูแลสุขภาพของคุณได้ดียิ่งขึ้น

เรียบเรียงจากคอลัมน์ปั้นชีวิตใหม่ด้วยชีวจิต

ตีพิมพ์ครั้งแรกในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐฉบับวันที่11เมษายน2553

จาก คอลัมน์ปัญจกิจสุขภาพ นิตยสารชีวจิต ฉบับ 368 (1 กุมภาพันธ์ 2557)


บทความน่าสนใจอื่นๆ

9 EASY WAYS หยุดปัญหาปัสสาวะเล็ดอยู่หมัด

ซัลซ่ากระเจี๊ยบแดง และสับปะรด ช่วยขับปัสสาวะ

ปัสสาวะ-อุจจาระ เพื่อนซี้ ชี้สุขภาพ

ติดตามคำแนะนำจาก กูรูสุขภาพ ทำตามง่าย เห็นผลจริง คลิกเลย!
keyboard_arrow_up