เช็ก 5 อาการจิตป่วย ทดสอบอารมณ์ส่อโรค วิตกกังวล

วิตกกังวล
วิตกกังวล

เช็ก 5 อาการจิตป่วย ทดสอบอารมณ์ส่อโรค วิตกกังวล

วิตกกังวล เป็นเรื่องธรรมชาติอย่างหนึ่งที่พบได้เป็นปกติในมนุษย์ เพื่อเตรียม พร้อมในการเผชิญปัญหาหรือสถานการณ์ความเครียดต่างๆ ซึ่งแสดงออกทั้งในทาง ความคิดและความรู้สึกทางกาย ผลักดันให้คนเราแก้ปัญหาและคิดพัฒนาสิ่งต่างๆ แต่ถ้าความคิดวิตกกังวลนั้นมากเกิน ควบคุมไม่ได้ หรือไม่เหมาะสมต่อสถานการณ์ ก็จัดเป็นความผิดปกติแบบหนึ่งที่ควรได้รับการดูแลรักษา

ว่าด้วย “โรคกลุ่มวิตกกังวล”

นายแพทย์อภิชาติ  จริยาวิลาศ  จิตแพทย์ประจำกรมสุขภาพจิต  โรงพยาบาลศรีธัญญา อธิบายไว้ว่า  “ความกังวลเล็กน้อยนั้นเป็นผลดี  เพราะทำให้รู้จักเตรียมตัวต่อเหตุการณ์ที่จะเกิดในอนาคต  แต่ถ้ามากเกินไปจนเป็นผลกระทบต่อการทำงานหรือชีวิตประจำวัน ก็ถือได้ว่าเป็นอาการของโรคกลุ่มวิตกกังวล” ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็น 5 ประเภท

  1. โรควิตกกังวล…ความกลัวเกินเหตุ

การวิตกกังวลในเรื่องใดเรื่องหนึ่งมากเกินไป  ซึ่งมักเกิดความวิตกในเรื่องที่ทำให้ไม่สบายใจมาก่อน บางเรื่องผ่านไปสักพักอาจลืม  แต่บางเรื่องอาจยังฝังอยู่ในจิตใต้สำนึก จนเกิดความอึดอัดหรือหวาดกลัวอันตรายมากเกินไป  คืออาการของโรควิตกกังวลทั่วไป (Generalized Anxiety Disorder)

หวาดกลัว

  1. หวาดกลัวรุนแรง

จากหนังสือจิตเวชศาสตร์รามาธิบดี  ภาควิชาจิตเวชศาสตร์  คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี  ให้ความรู้ไว้ว่า  ความกลัวจะเกิดขึ้นได้ต้องมีปัจจัย 2 อย่างควบคู่กัน

  • อย่างแรกคือ  ตัวกระตุ้นที่ชัดเจน ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นวัตถุ
  • อย่างที่สองคือ  ระบบประสาทอัตโนมัติที่ทำงานรวดเร็ว  ซึ่งเราสามารถสังเกตได้จากการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย  เช่น  เหงื่อแตก  ใจสั่น  ความดันโลหิตเพิ่มขึ้น โดยผู้ป่วยจะมีความกลัวรุนแรงเกินกว่าเหตุหรือไม่สมเหตุสมผลเกิดขึ้นซ้ำๆ  และไม่สามารถระงับความกลัวนั้นได้  อาการหวาดกลัวจะเกิดขึ้นได้ทุกขณะและรวดเร็วกว่าคนปกติ เมื่อตกอยู่ในเหตุารณ์หรือสัมผัสกับสิ่งที่ทำให้เกิดความกลัว

3.ย้ำคิดย้ำทำ

ข้อมูลจากหนังสือการพยาบาลสุขภาพจิตและจิตเวช 1 สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม อธิบายโรคย้ำคิดย้ำทำ (Obsessive Compulsive Disorder) ไว้ว่า โรคนี้มักพบในคนที่มีภาวะเศรษฐกิจและสังคมระดับกลางและสูง  มีเชาว์ปัญญาดี  มีการศึกษาดี  เป็นคนที่ชอบคิดชอบทำงานและรับผิดชอบงานที่ทำ  เกิดจากสาเหตุทางจิตใจและความผิดปกติของสารเคมีในสมองชื่อเซโรโทนิน(Serotonin)ต่ำกว่าปกติ

โดยผู้ป่วยมักมีความรู้สึกนึกคิดหรือจินตนาการ ที่ผุดขึ้นมาซ้ำๆ  ซึ่งเกิดขึ้นเองโดยไม่สามารถหยุดความคิดเหล่านี้ได้  ทำให้เกิดความวิตกกังวลเป็นอย่างมาก  เช่น  คิดซ้ำๆว่าจะทำร้ายหรือทำสิ่งไม่ดีกับคนที่ตนรัก  คิดซ้ำๆว่าลบหลู่หรือด่าว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ คิดซ้ำๆว่าลืมปิดแก๊สหรือลืมล็อกประตู

4.เครียดหนักหลังเหตุสะเทือนใจ

โรคเครียดหลังประสบเหตุการณ์สะเทือนใจ (PTSD: Post-traumatic Stress Disorder) เกิดได้ไม่บ่อยนัก แต่มีความรุนแรง คุณหมออภิชาติ อธิบายรายละเอียดว่า “เป็นภาวะความผิดปกติทางอารมณ์ที่เกิดขึ้นหลังพบเหตุการณ์ความรุนแรง เช่น อยู่ใน เหตุการณ์ร้ายแรง ภัยพิบัติทาง ธรรมชาติ ถูกทำร้ายร่างกายโดนปล้น ถูกทารุณกรรมทางเพศ หรือพบเห็นเหตุการณ์สะเทือนขวัญ

เครียด

5.ตื่นตระหนก

โรคตื่นตระหนก (Panic Disorder) ซึ่งผู้ที่เป็นจะมีความกังวลอย่างมากกับอาการทั้งทางร่างกายและจิตใจ เช่น  กลัวประสบอุบัติเหตุหรือเจอภัยพิบัติ  กลัวเป็นโรคร้าย กลัวขโมยขึ้นบ้าน  เป็นต้น โดยผู้ที่เป็นจะมีอาการแบบนี้ซ้ำๆ  บางคนอาจเป็นสัปดาห์ละ 2 – 3 ครั้ง  หรืออาจมีอาการวันละหลายๆครั้ง แบบเฉียบพลันและรุนแรง  ทำให้ผู้ที่เป็นตกใจกลัวว่าจะเป็น โรคหัวใจ  เป็นโรคร้ายแรงอื่นๆ  หรือกลัวว่าจะเสียชีวิต

หากคุณมีลักษณะอาการแบบนี้ แนะนำให้ปรึกษาจิตแพทย์เพื่อวินิจฉัยและหาทางรักษาให้กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติค่ะ

(สนับสนุนข้อมูล : คอลัมน์เรื่องพิเศษ นิตยสารชีวจิต ฉบับที่ 400)


บทความน่าสนใจอื่นๆ

16 สเต็ปวิธีคิดเพื่อ สุขภาพจิต ดีสไตล์ บ.ก.

กินโพรไบโอติก แก้กังวลใจ

4 EXTRA POSITIVE เพิ่มความเบิกบาน วันจิตตก

ติดตามคำแนะนำจาก กูรูสุขภาพ ทำตามง่าย เห็นผลจริง คลิกเลย!
keyboard_arrow_up