เคล็ดลับดูแล สุขภาพผม ให้แข็งแรงและงดงาม ฉบับเร็งด่วนชวนทำ

สุขภาพผม, บำรุงผม, ดูแลผม, ผม
สุขภาพผม, บำรุงผม, ดูแลผม, ผม

เคล็ดลับดูแล สุขภาพผม ให้แข็งแรงและงดงาม

ฉบับเร็งด่วนชวนทำ

 

สุขภาพผม คงไม่มีใครปฏิเสธคำกล่าวที่ว่า ผมคือมงกุฎอันงามสง่าที่ธรรมชาติมอบให้ทุกคน ในเชิงสุขภาพ คนโบราณเชื่อว่าผมเป็นตัวชี้วัดถึงพลังในร่างกายแสดงถึงความเป็นหนุ่มเป็นสาว

การที่ผมป่วยสะท้อนถึงปัญหาทั้งภายในและภายนอก ชีวจิตจึงนำปัญหาผมซึ่งพบบ่อยมาสะสางกันเสียที ด้วยเคล็ดลับดีๆ ที่ทำตามได้ไม่ยาก เพื่อการดูแลสุขภาพเรือนผมให้แข็งแรงและงดงามตลอดไป

 

ผมแห้ง แตกปลาย

คนเป็นจำนวนมากมีปัญหาเส้นผมแห้ง ปัญหานี้มักเกี่ยวเนื่องมาจากการที่เซลล์ของหนังศีรษะขาดน้ำมันและน้ำหล่อเลี้ยงผิว เส้นผมที่แห้งมักเปลี่ยนสีและแตก

ยิ่งถ้าเส้นผมต้องเผชิญกับแดดจัด ลมแรง การแปรงผม การหวีและการตกแต่งทรงผมที่หนักมือ ผมที่แห้งอยู่แล้วจะยิ่งแห้งกว่าเดิม

นอกจากนี้การไว้ผมยาวเกินไปทำให้น้ำมันจากรากผมไม่สามารถส่งมาหล่อเลี้ยงถึงปลายผมได้

Tricks to Fix

Massage: การนวดหนังศีรษะเพื่อช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดให้ดีขึ้น ทำให้ต่อมไขมันใต้ผิวหนังผลิตน้ำมันออกมามากขึ้น สามารถใช้น้ำมันมะพร้าวหรือน้ำมันมะกอกนวดผมให้ทั่วก่อนสระผม จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นได้เป็นอย่างดี

Shampoo: เลือกแชมพูอ่อนๆที่มีโปรตีนเป็นส่วนผสมสำคัญและใช้คอนดิชันเนอร์ด้วยทุกครั้ง

Nourish: หมักทรีตเมนต์และอบไอน้ำสัปดาห์ละ 1 ครั้งสามารถช่วยให้ผมแห้งกลับมานุ่มสลวยเงางามได้

Comb: การหวีผมจะช่วยกระจายน้ำมันธรรมชาติที่สะสมมากมายที่หนังศีรษะ ให้หลั่งออกมาเคลือบเส้นผมให้ทั่วและเสมอกันตลอดความยาวของเส้นผม เหมือนกับการใช้คอนดิชันเนอร์ ในอดีตการสางผมเป็นวิธีที่นิยม จนทำให้ปฏิบัติสืบต่อเนื่องกันมาว่า หากหวีหรือสางผมมากกว่าคืนละ 100 ครั้งจะทำให้ผมงาม

Trim: การเล็มปลายผมเหมาะสำหรับผู้ที่มีปลายผมแห้งมาก เพื่อป้องกันการแตกปลายของผมเส้นอื่นๆเพราะผมส่วนปลายเป็นส่วนที่มีอายุมากที่สุด และผ่านการกระทบกระทั่งมามากที่สุดด้วย

สารที่ก่อมลภาวะและเป็นอันตรายต่อเส้นผม เช่นสารเคมี คลอรีน แสงแดด และผลที่เกิดจากการ

ตกแต่งเส้นผมย่อมทำให้ผมส่วนปลายนี้มีสภาพเสียหายมาก การเล็มผมส่วนนี้ทิ้งเสียบ้างอย่างสม่ำเสมอถือเป็นเรื่องที่ควรปฏิบัติ

Don’t: ห้ามหวีผมตอนผมเปียก เพราะจะทำให้ผมเปราะขาดง่าย

อ่านต่อหน้าที่ 2

ผมร่วง, สุขภาพผม, เส้นผม, อาหารบำรุงผม, ดูแลผม
กินอาหารที่มีโปรตีนสูง ช่วยบำรุงเส้นผมให้แข็งแรง ไม่หลุดร่วงง่าย

ผมร่วง

ผมร่วงเป็นปัญหาสุขภาพผมที่มักทำให้เราๆ ท่านๆ หันกลับมาพิจารณาเรื่องสุขภาพกาย สุขภาพใจกันมากขึ้นเพราะปัญหานี้นอกจากปัจจัยภายนอกแล้ว มักสัมพันธ์กับร่างกายและจิตใจด้วย

  • การขาดสารอาหาร อาจารย์สาทิสอินทรกำแหง กูรูต้นตำรับชีวจิต อธิบายปัญหาผมร่วงว่า

การขาดสารอาหารสำคัญซึ่งเป็นสาเหตุให้ผมร่วงก็คือ โปรตีน เนื่องจากเส้นผมนั้นประกอบด้วยโปรตีน การกินอาหารโปรตีนสูงจึงจะบำรุงผมให้ดกและงดงามดี

นอกจากโปรตีนตัวสำคัญแล้ว นายแพทย์สมนึก อมรสิริพาณิชย์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเส้นผมและหนังศีรษะยังอธิบายว่า ผู้ที่มีปัญหาผมร่วง ผมบางอาจเกิดจากการขาดสารอาหารอื่นๆ และมีปัจจัยอื่นๆ ร่วมด้วยดังต่อไปนี้

ผมร่วงจาก การขาดธาตุเหล็กมักจะเกิดกับผู้หญิงที่ต้องสูญเสียเลือดจากการมีประจำเดือนทุกเดือนหรือหลังการคลอด ฉะนั้น หากมีอาการผมร่วงเกิดขึ้นภายหลังจากเหตุการณ์ต่างๆเหล่านี้ อาจต้องลองเช็กระดับธาตุเหล็กในเลือด

อาการผมร่วงอาจเกิดจาก การขาดธาตุสังกะสี ก็ได้ ทั้งนี้มักมีอาการของรังแคบนหนังศีรษะร่วมด้วย การขาดธาตุสังกะสีเล็กน้อยก็ทำให้ผมร่วงเร็วขึ้นได้

การขาดวิตามินบี 12 อาจทำให้เกิดปัญหาการดูดซึมธาตุเหล็กที่ได้กล่าวมาก่อนหน้านี้ เพราะหากขาดวิตามินชนิดนี้แล้ว การดูดซึมธาตุเหล็กจะลดลง ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผมร่วงได้

นอกจากนี้ การขาดสารจำพวกกรดไขมันจำเพาะ สารที่จัดอยู่ในกลุ่มนี้คือ กรดไลโนเลอิก (Linoleic acid) และกรดแอลฟาไลโนเลนิก (Alpha-linolenicacid) ก็ก่อปัญหาผมร่วงได้

การขาดสารอีกสองชนิดที่อาจก่อปัญหาผมร่วง คือ การขาดอีพีเอ (EPA: Eicosapentaenoicacid) และ การขาดดีเอชเอ (DHA: Docosahexaenoic acid)

  • ปัญหาความเครียด ความเครียดทำให้มีการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน เมื่อฮอร์โมนไม่สมดุล จะส่งผลต่อสุขภาพของเส้นผม โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีอาการเครียดรุนแรงทางกาย เช่น ลดน้ำหนักลงอย่างรวดเร็ว หลังการผ่าตัดใหญ่ หรือสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักอย่างกะทันหัน
  • สารเคมี มลภาวะที่เกิดจากการใช้สารเคมีในอาหารและการรับประทานยาชนิดต่างๆ เช่น ยปฏิชีวนะ ยาแก้ปวด ยาแก้หวัด หรือแม้กระทั่งการใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมโดยไม่ได้คำนึงถึงสุขภาพของรากผม ทั้งหมดอาจมีบทบาทในการก่อปัญหาผมร่วงและผมบาง
  • ทรงผมดึงรั้ง หากคุณชอบไว้ผมในรูปแบบที่มีการดึงรั้งเส้นผมไปข้างหลังด้วยแรงดึงที่มากจนทำให้เส้นผมเหยียดเป็นเส้นตรงไม่ว่าจะเป็นการรวบดึง ถักเปีย หรือถักทอในรูปแบบต่างๆ หรือกระทั่งนำไปผูกตกแต่งด้วยลูกปัดที่สวยงาม การทำเช่นนั้นบ่อยๆ จะเกิดแรงกดดันให้รากผม จนทำให้เส้นผมที่ถูกดึงหยุดการงอกและหลุดร่วงได้เส้นผมที่เกิดขึ้นมาใหม่แทนที่ในโพรงขนเดิมอาจไม่แข็งแรงเหมือนเดิม ทำให้เส้นผมนั้นเล็กและสั้นลง เกิดปัญหาผมบางทั้งส่วนหน้าและบริเวณขมับทั้งสองข้าง
  • ถอนผม เป็นอีกกรณีหนึ่งที่ทำให้ผมบางลงได้ เป็นการดึงที่ไม่สามารถห้ามและยับยั้งตัวเองไม่ให้ทำ การดึงผมชนิดนี้ทำไปเพราะมีแรงกระตุ้นให้ทำ ซึ่งถือเป็นความผิดปกติทางจิตอย่างหนึ่ง ทั้งๆ ที่ผู้ที่ทำเช่นนี้ไม่ได้มีลักษณะผิดปกติใดๆ นอกจากไม่สามารถห้ามตัวเองไม่ให้ดึงผมได้

Tricks to Fix

Diet Therapy: อาจารย์สาทิสแนะนำอาหารต้านอาการผมร่วงดังต่อไปนี้

ให้กินโปรตีนจากพืช ได้แก่ ถั่วต่างๆ เช่น ถั่วแดง ถั่วดำ ถั่วเขียว ถั่วเหลือง และผลผลิตจากถั่ว เช่น เต้าหู้ เป็นต้น

กินโปรตีนจากปลาทะเลสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ครั้งละประมาณ 200 กรัม

ผักและข้าวที่จะแนะนำ (ปริมาณข้าวร้อยละ 50 ผักร้อยละ 25 ของแต่ละมื้อ) มีข้าวซ้อมมือ ข้าวบาร์เลย์ ข้าวโอ๊ต จมูกข้าว แอสพารากัส กะหล่ำปลี ขึ้นฉ่าย ผักกาดหอมหรือผักกาดแก้ว หัวหอม ผักโขม มะเขือเทศ

อาจารย์สาทิสยังแนะนำให้ดื่มน้ำคั้นจากหัวบีตรู้ตผสมกับน้ำหัวหอมเล็กน้อย ดื่มสัปดาห์ละ 2 – 3 ถ้วยกาแฟ เป็นสิ่งที่ อาจารย์คาลสัน เวด นักวิทยาศาสตร์ทางอาหารแนะนำ และยังแนะนำต่อไปอีกด้วยว่า ควรคั้นน้ำจากเกรปฟรุต (ของไทยไม่มี ใช้ส้มโอเปรี้ยวแทนได้) ผสมกับน้ำต้มจากรำข้าวและจมูกข้าว ดื่มวันละแก้วก็ได้ผลดี

คุณหมอสมนึกอธิบายประโยชน์ของปลาทะเลที่ช่วยต้านอาการผมร่วงว่า ปลาทะเลนอกจากจะมีโปรตีนและวิตามินบีแล้ว ยังมีไอโอดีน ซึ่งมีส่วนช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดบริเวณหนังศีรษะได้ดีมาก ดังนั้น จงพยายามหาโอกาสรับประทานปลาทะเลอย่างสม่ำเสมอ

นอกจากนี้ อย่าลืมกรดไลโนเลอิกและแอลฟาไลโนเลนิก ซึ่งถือว่าเป็นสารที่สำคัญต่อสุขภาพผม แต่ร่างกายของเราไม่สามารถผลิตเองได้ จึงจำเป็นต้องกินจากแหล่งอาหารต่างๆ กรดไลโนเลอิกพบได้ในอาหารหลายประเภท เช่น เมล็ดธัญพืช รวมถึงผักต่างๆ ส่วนกรดแอลฟาไลโนเลนิกมีอยู่ในถั่วสีเขียว ผักโขม และข้าวโอ๊ต

ปิดท้ายด้วยการเสริมอีพีเอและดีเอชเอด้วยอาหารจำพวกปลาและน้ำมันเมล็ดดอกทานตะวัน น้ำมันปลา และน้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส ซึ่งช่วยให้เส้นผมแข็งแรง

Olive Oil: การใช้น้ำมันมะกอกอุ่นๆ นวดหนังศีรษะอาจช่วยคุณได้ เพราะนอกจากจะให้ความชุ่มชื่นแล้ว ยังช่วยป้องกันการหลุดร่วงของเส้นผมได้

Ayurvedic Massage: ตำราอายุรเวทแนะนำให้นวดหนังศีรษะให้ทั่วด้วยน้ำมันละหุ่งผสมเกลือเพียงเล็กน้อย หลังจากนั้นใช้ผ้าขนหนูที่อบความร้อนไว้ห่อศีรษะ ทิ้งไว้ประมาณครึ่งชั่วโมง แล้วสระผมให้สะอาด

Vitamin E: ใช้วิตามินอีชนิดแคปซูล บิออกสัก 2 แคปซูล นวดให้ทั่วหนังศีรษะ ถ้าทำอย่างสม่ำเสมอประมาณสัปดาห์ละ 2 ครั้งเพียงหนึ่งเดือน เส้นผมจะแข็งแรง ดก และมีน้ำหนักกว่าที่เคยเป็น

Meditation: สำหรับปัญหาการถอนผม คุณหมอสมนึกแนะนำว่า อาจลองกำหนดสมาธิเพื่อให้รู้ความเป็นไปของอารมณ์ที่กระตุ้นให้เกิดความอยากที่จะดึงผม ด้วยการกำหนดลมหายใจหรือเดินจงกรม โดยกำหนดให้รู้สภาวะจิตใจที่มือขยับไปมา เป็นต้น

อ่านต่อหน้าที่ 3

รังแค, สุขภาพผม, บำรุงผม, ขจัดรังแค, ดูแลผม
เมื่อเป็นรังแค ควรเลือกใช้แชมพูสูตรอ่อนโยน ป้องกันการระคายเคือง

รังแค

หลายคนเข้าใจผิดว่ารังแคคือสิ่งสกปรก แท้จริงแล้วรังแคคือหนังศีรษะที่แห้งจนหลุดลอก และหากหนังที่หลุดลอกนี้ไม่สามารถผลัดออกมาได้ด้วยตัวของมันเอง จะติดและสะสมอยู่ตามรากผมเป็นขุยขาวๆ ซึ่งเรียกว่า “รังแค” ถ้าหนังศีรษะมีน้ำมันมากเกินไป รังแคนี้ก็จะสะสมเป็นก้อนอยู่บนศีรษะ

การเป็นรังแคบางครั้งมีอาการผิวหนังอักเสบร่วมด้วย ซึ่งอาจเกิดจากการแพ้สารเคมีที่ผสมอยู่ในผลิตภัณฑ์ที่ใช้ ไม่ว่าจะเป็นแชมพู คอนดิชันเนอร์ หรือน้ำยาย้อมผม ในกรณีที่มีเชื้อยีสต์เข้ามาผสมโรงด้วย รังแคที่เกิดขึ้นอาจมีลักษณะพิเศษ คือมีอาการตามแนวของชายผมทั้งด้านหน้าและด้านหลังใบหู

สะเก็ดรังแคอาจมีลักษณะของผิวอักเสบ และมีสีของสะเก็ดรังแคออกเหลือง เพราะการอักเสบทำให้น้ำมันหลั่งออกมามากขึ้น และจับตัวกับเยื่อผิวที่หลุดลอกเป็นกลุ่มก้อน

นอกจากนี้รังแคอาจเกิดจากการที่เส้นผมถูกแดดลมมากเกินไป หรือมีคราบแชมพูที่ล้างออกไม่หมดเกาะอยู่บนหนังศีรษะตลอดจนการใช้สเปรย์ฉีดผมมากเกินความจำเป็น นอกจากนั้นอาจเกิดจากการได้รับยาบางชนิด

Tricks to Fix

บันได 8 ขั้นของการขจัดรังแค

  1. ใช้แชมพูสูตรอ่อนสระผมเป็นประจำ หากไม่ได้ผลให้ใช้แชมพูสูตรขจัดรังแคโดยเฉพาะ
  2. หลีกเลี่ยงการเกาหรือกระทำการใดๆ ที่ทำให้หนังศีรษะเกิดแผลอักเสบ
  3. พยายามใช้ผ้าขนหนูที่สะอาดและแห้งเช็ดผม หลีกเลี่ยงการใช้ผ้าที่เปียกชื้น
  4. นวดด้วยน้ำมะนาวหรือน้ำมะกรูดก่อนสระผม
  5. หลีกเลี่ยงอาหาร เช่น น้ำตาล คาร์โบไฮเดรต น้ำมันไขมันสัตว์ และมาร์การีน
  6. รับประทานอาหารเสริมที่มีธาตุสังกะสี วิตามินบี วิตามินซี และวิตามินอี
  7. กินน้ำมันที่มีกรดไขมันจำเป็น เช่น น้ำมันเมล็ดดอกทานตะวัน น้ำมันปลา
  8. ถ้าอาการไม่ดีขึ้น ให้ปรึกษาแพทย์ผิวหนัง

Don’t: จากความเข้าใจผิดที่ว่า รังแคคือสิ่งสกปรก จึงทำให้มีการเลือกใช้แชมพูที่มีฤทธิ์แรงขึ้น ด้วยคิดว่าจะทำให้ผมสะอาด ทว่าแชมพูที่แรงขึ้นเป็นตัวทำให้หนังศีรษะแห้งมากขึ้น เมื่อใช้ไปเรื่อยๆ และสระบ่อยขึ้น มักลงเอยด้วยอาการระคายเคืองที่รุนแรงกว่าเดิม

อ่านหน้าที่ 4

ผมหงอก, ป้องกันผมหงอก, ผมหงอกก่อนวัย, สุขภาพผม, บำรุงผม, ดูแลผม
กินอาหารที่อุดมด้วยธาตุเหล็กไอโอดีน วิตามินเอ วิตามินบี ป้องกันผมหงอกก่อนวัยได้

ผมหงอกก่อนวัย

หลายคนหลงรักริชาร์ด เกียร์ เพราะผมขาวของเขาช่วยเสริมบุคลิกภาพให้ดูอบอุ่น ใจดี แต่ถ้าถามคนไทยที่มีผมสีดำกันมาแต่เกิดว่า อยากเป็นแบบริชาร์ดไหม หลายคนคงได้แต่ส่ายศีรษะและอยากให้ผมดับขลับอยู่กับเราให้นานที่สุด

อย่างไรก็ตาม มีคนจำนวนไม่น้อยที่ประสบกับปัญหาผมหงอกก่อนวัย ไม่ว่าจะค่อยๆ กลายเป็นสีดอกเลาหรือหงอกหร็อมแหร็มไปจนถึงหงอกเป็นหย่อมๆ ก่อนวัย 40 ปี จนทำให้กุมขมับได้เหมือนกัน

นายแพทย์โกวทมาน กฤษณมูรติ (Dr. Gowthaman Krishnamoorthy) ผู้อำนวยการศูนย์การแพทย์ Dr. Gowthaman’s Ayurveda Panchakarma Center เมืองเจนไน ประเทศอินเดีย อธิบายปัญหานี้ว่าเกิด จากการขาดสารอาหาร เช่นวิตามินบี ธาตุเหล็กทองแดง และไอโอดีน

นอกจากน้อี าจมาจากความเครียด สุขภาพหนังศีรษะไม่ดี การใช้แชมพูที่มีฤทธิ์แรงเกินไป หรืออาจจะเกิดจากสารเคมีในผลิตภัณฑ์สำหรับเส้นผมชนิดอื่นๆ และที่สำคัญ ในบางคนเกิดจากพันธุกรรม

การศึกษาในวงการแพทย์ยังพบว่า การกินอาหารบางประเภทมากเกินไป ได้แก่ ชา กาแฟ เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เนื้อสัตว์อาหารประเภททอด อาหารมันๆ อาหารรสจัด เช่น เปรี้ยวจัด หรือ

อาหารที่มีฤทธิ์เป็นกรด จะเป็นตัวลดการลำเลียงสารอาหารไปส่งยังต่อมผม (Hair Follicles) ซึ่งนำไปสู่ปัญหาผมหงอกก่อนวัย

การเป็นโรคหรืออาการบางอย่างก็ทำให้ผมหงอกก่อนวัยได้เช่นกัน เช่น มีปัญหาเกี่ยวกับต่อมไทรอยด์ผิดปกติ ทั้งไฮเปอร์ไทรอยด์และไฮโปไทรอยด์ อาการโลหิตจางเนื่องจากขาดวิตามินบี 12 หรือร่างกายได้รับวิตามินบี 12 น้อย การป่วยเป็นโรคด่างขาว การเข้าสู่วัยทองเร็วกว่าปกติ

Tricks to Fix

Herb: เดิมทีเรารู้จักใบบัวบกจากสรรพคุณแก้ช้ำใน หรือไม่ก็พูดติดตลกกันว่าดื่มแก้อกหักได้ผลชะงัด แต่น้อยคนนักจะรู้ว่า หนึ่งในสรรพคุณที่ใช้เป็นยาของใบบัวบกนั้นคือ ช่วยยับยั้งการหงอกของเส้นผมได้

ใบบัวบกมีสารไกลโคไซด์ (Glycoside) และมีวิตามินที่ช่วยต้านการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน จึงช่วยลดการเสื่อมของเซลล์และอวัยวะต่างๆ ได้

สำหรับสูตรนี้เมื่อใบบัวบกผสานพลังกับน้ำมันมะพร้าวที่มีคุณค่าช่วยบำรุงผมให้ดกดำเป็นเงางาม หากบำรุงกันแต่เนิ่นๆ ก็ไม่ต้องกังวลว่าปัญหาผมหงอกก่อนวัยจะมากวนใจ

ส่วนผสม : ใบบัวบก 1 กำมือ น้ำมันมะพร้าว 3 ช้อนโต๊ะ น้ำสะอาดเล็กน้อย

ล้างใบบัวบกให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ปั่นรวมกับน้ำจนละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน กรองเอาแต่น้ำ นำน้ำใบบัวบกมาเคี่ยวกับน้ำมันมะพร้าวให้เข้ากันด้วยไฟอ่อน ทิ้งไว้ให้อุ่น นำมาชโลมและนวดให้ทั่ว

หนังศีรษะ ทิ้งไว้ประมาณ 15 – 20 นาที แล้วสระผมด้วยแชมพูอ่อน

Diet Therapy: อาจารย์สาทิสแนะนำสารอาหาร Para-aminobenzoic Acid (PABA) ซึ่งเป็นอาหารในกลุ่มวิตามินบีคอมเพล็กซ์ และเป็นตัวสำคัญในการช่วยให้สีผมเป็นไปตามธรรมชาติมากที่สุด เช่น สีดำก็ดำสนิท PABA มีอยู่ในอาหารประเภทยีสต์ ข้าวซ้อมมือ ข้าวกล้อง รำ จมูกข้าว โมลาส (กากน้ำตาล)

นอกจากนี้อาหารที่อุดมด้วยแร่ธาตุต่าง ๆ เช่น ธาตุเหล็กไอโอดีน วิตามินเอ และวิตามินบี เช่น ปลาทะเลตลอดจนน้ำผักและผลไม้สดๆ ที่อุดมด้วยสารแอนติออกซิแดนต์ก็สามารถช่วยป้องกันการสูญเสียเม็ดสีของเส้นผมได้

Yoga: ลองฝึกโยคะ “ท่าจิกผม” เป็นประจำ

  1. นั่งขัดสมาธิ มือกำผมตรงบริเวณโคนผม หายใจเข้า ดึงผมแรงพอประมาณ (ถ้าเป็นผมด้านหน้าดึงไปด้านหลัง ถ้าเป็นผมด้านหลังดึงมาด้านหน้า) หายใจออก
  2. ดึงผมค้างไว้ นับ 1 – 10 หายใจปกติ เมื่อนับครบ 10 หายใจเข้า ค่อยๆ คลายมือออก หายใจออก ดึงผมเช่นนี้ให้ทั่วศีรษะ

ท่านี้เป็นการบริหารหนังศีรษะและรากผม ช่วยให้เลือดไปหล่อเลี้ยงได้ดีขึ้นเส้นผมจะดำเป็นเงางาม ไม่หงอกก่อนวัย

จะเห็นได้ว่า การดูแลผมด้วยวิธีธรรมชาติ ทงั้ การกนิ อาหารสขุ ภาพที่เป็นประโยชน์และการเลี่ยงสารเคมีรุนแรงที่ทำร้ายผม เป็นวิธีการถนอมผมให้แข็งแรงอยู่กับเราได้นานที่สุด

จาก คอลัมน์เรื่องพิเศษ นิตยสารชีวจิต ฉบับ 335 (16 กันยายน 2555)


บทความน่าสนใจอื่นๆ

7 คำเตือน หยุดผมร่วงที่ต้นเหตุ

แก้ผมร่วงแบบชีวจิต

น้ำมันมะพร้าว เพื่อผิว ผมสวย

ติดตามคำแนะนำจาก กูรูสุขภาพ ทำตามง่าย เห็นผลจริง คลิกเลย!
keyboard_arrow_up