บ.ก.ขอตอบ : 8 สารอาหารป้องกัน แผลร้อนใน

แผลร้อนใน
แผลร้อนใน

สารอาหารป้องกัน แผลร้อนใน

 

ตอนนี้ บ.ก.สังเกตเห็นคนรอบข้างเป็น แผลร้อนใน หรือ Aphthous กันมากอยู่ค่ะ ให้ความรู้สึกสงสาร เพราะจากประสบการณ์ของตนเอง เวลามีแผลปวดแสบปวดร้อนในปาก มันทำให้ให้ชีวิตไม่มีความสุขเท่าที่ควร โดยเฉพาะในรายที่เอนจอยอีทติ้ง แผลร้อนในเป็นอุปสรรคขัดขวางความสุขในการกิน

บทความนี้ ไม่ได้มาจากบทเรียน “การบำบัดโรคด้วยอาหาร” ของ บ.ก. แต่มาจากนิตยสารชีวจิต ซึ่งเมื่อค้นดู ก็พบว่า สิ่งที่เคยนำเสนอให้ผู้อ่านนิตยสารทราบเมื่อหลายปีที่แล้วนั้น ยังน่าสนใจ และข้อมูลก็อัพเดตด้วยค่ะ

แผลร้อนในเกิดขึ้นกับเนื้อเยื่อทุกบริเวณในช่องปาก เช่น ริมฝีปากด้านใน กระพุ้งแก้ม เหงือก ด้านข้างของลิ้น โดยอาจเกิดขึ้นครั้งละแผล หรือหลายๆ แผลพร้อมกัน

แผลร้อนในอาจเกิดได้บ่อยๆ ไม่อันตราย ไม่ต้องกลัวว่าจะลามเป็นมะเร็งช่องปาก ถ้าไม่ได้เป็นผู้สูบบุหรี่ ดื่มสุรา เคี้ยวหมาก และแผลเป็นก้อนเนื้อนูนผิวขรุขระ มีรอยขาวหรือแดงผิดปกติ

หนังสือ โรคของช่องปากและฟัน สำนักพิมพ์อมรินทร์สุขภาพ กล่าวถึงสาเหตุของการเกิดแผลร้อนใน ว่ามีหลายประการ ได้แก่

แผลร้อนใน

สาเหตุของการเกิดแผลร้อนใน

1. ขาดวิตามินและเกลือแร่ โดยเฉพาะวิตามินบีและธาตุเหล็ก

2. เป็นโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง

3. ระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง

4. มีปัญหาด้านอารมณ์ จิตใจ และความเครียด

5. นอนไม่หลับ พักผ่อนไม่เพียงพอ

6. มีประวัติคนในครอบครัวเป็นแผลร้อนใน

7. กัดริมฝีปากหรือลิ้นของตนเองขณะเคี้ยวอาหาร

8. แพ้สารบางชนิดในยาสีฟันหรือมีแผลจากการแปรงฟัน

9. กระพุ้งแก้ม ลิ้น เสียดสีกับเหล็กดัดฟันหรือฟันปลอมบ่อยครั้ง

วิธีแก้ไข อ่านต่อที่หน้า 2 ค่ะ

 

วิธีแก้ไขและป้องกัน แผลร้อนใน

ส่วน วิธีแก้ไข นั้น เริ่มจากการสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ซึ่งเป็นคำแนะนำทั่วไป ที่ทุกคนได้ยินแล้ว ได้แก่ การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ผ่อนคลายจิตใจ กินอาหารสุขภาพ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ซึ่งจะช่วยแก้ไขสาเหตุข้อ 3- 5 ได้ ส่วนข้อ 7-9 นั้น เราอาจต้องเพิ่มความระมัดระวังขณะเคี้ยวอาหารและใช้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่เกี่ยวกับปาก เช่น ยาสีฟัน น้ำยาบ้วนปาก

ส่วนข้อ 1-2 ที่กล่าวถึง การขาดสารอาหารจำเป็นนั้น เราก็มาเติมกัน นั่นคือ

  1. วิตามินบี 12

  2. โฟเลต

  3. ธาตุเหล็ก

โดยสารอาหารดังกล่าวนั้น มีงานวิจัยที่ตีพิมพ์ใน British Medical Journal ซึ่งทำการศึกษาโดยการเก็บข้อมูลของผู้ป่วยที่มีอาการแผลร้อนในเรื้อรังจำนวน 130 คน พบว่า มีถึง 17.7 เปอร์เซ็นต์ที่ขาดวิตามินบี 12 โฟเลต และธาตุเหล็ก จึงทดลองรักษาผู้ป่วยโดยเสริมวิตามินและแร่ธาตุให้ครบถ้วน ภายหลังหนึ่งปีพบว่า ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการดีขึ้น ความถี่ของการเกิดแผลร้อนในลดลง และบางรายไม่พบแผลร้อนในอีกเลย

อาหารทะเล, แผลร้อนใน

อาหารจากธรรมชาติที่อุดมไปด้วยวิตามินบี 12 เช่น กุ้ง หอย ปู ปลา และปลาหมึก อาหารที่มีธาตุเหล็กสูง เช่น เนื้อปลา ดอกและใบขี้เหล็ก ถั่ว มะเขือพวง ตำลึง รำข้าว งา ฟองเต้าหู้ ส่วนอาหารที่มีโฟเลตสูง เช่น ข้าวแดง ข้าวโพด รำละเอียด ถั่ว เห็ด

4. โพรไบโอติก

สำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องลำไส้ อาหารอุดมโพรไบโอติก เช่น กิมจิ โยเกิร์ต เพื่อเพิ่มแบคทีเรียที่ดีในลำไส้ พร้อมกินอาหารที่มีใยอาหารสูง เช่น ธัญพืช ถั่ว ผัก และผลไม้ เพื่อเพิ่มแหล่งอาหารของแบคทีเรียในลำไส้ หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้แบคทีเรียที่ดีในลำไส้อ่อนแอ เช่น อาหารจานด่วน อาหารแปรรูป ไขมันทรานส์

กิมจิ, แผลร้อนใน

ส่วนทั้ง 4 ตัว ได้แก่ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 และวิตามินบี 6 นั้นช่วยเพิ่มพลังงาน คลายเครียด และช่วยการทำงานของระบบประสาท ทำให้จดจ่อและมีสมาธิ เราแจกแจงแหล่งอาหารอุดมวิตามินดังกล่าวให้ ดังนี้

5. วิตามินบี 1 

พบในข้าวซ้อมมือ รำข้าว ถั่วต่าง ๆ งา ยีสต์ ข้าวโพด ข้าวโอ๊ต กะหล่ำปลี แครอต ถั่วงอก คะน้า ผักกาดหอม มะเขือ มะเขือเทศ กระเจี๊ยบ

6. วิตามินบี 2

พบในรำข้าว ถั่วลิสง ถั่วเหลือง แอ๊ปเปิ้ล กล้วย ลูกเกด คะน้า ผักกาด

7. วิตามินบี 3

พบในรำข้าว ถั่วลิสง ยีสต์ ผักสด มันฝรั่ง ใบยอ

8. วิตามินบี 6 

พบในข้าวซ้อมมือ รำข้าว ข้าวโพด กะหล่ำปลี ถั่วต่าง ๆ

สารอาหารทั้ง 8 อย่าง ร่วมกับการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต ก็ช่วยกำจัดแผลร้อนในให้ห่างไกลเราไปนานๆ ค่ะ


บทความน่าสนใจอื่นๆ

สูตรน้ำคั้นแบบชีวจิต บำรุงเลือด ตับ ไต

บ.ก.ขอตอบ : 7 สัญญาณร่างกาย กินไฟเบอร์ และโพรไบโอติกด่วน

บ.ก.ขอตอบ : CHECK NOW 10 อาการกวนใจ แก้ปัญหาระบบย่อย ด่วน

ติดตามคำแนะนำจาก กูรูสุขภาพ ทำตามง่าย เห็นผลจริง คลิกเลย!
keyboard_arrow_up