7 เมนูมหัศจรรย์ ป้องกัน โรค ไฮโปไกลซีเมีย

ไฮโปไกลซีเมีย
ไฮโปไกลซีเมีย

เมนูมหัศจรรย์ ป้องกัน โรค ไฮโปไกลซีเมีย (Hypoglycemia)

 

อาจารย์สาทิส อินทรกำแหง กูรูต้นตำหรับชีวจิต ได้อธิบายถึง ไฮโปไกลซีเมีย ว่า Hypoglycemia แปลว่า น้ำตาลในเลือดต่ำ แต่แท้ที่จริง คือ ลักษณะของน้ำตาลในเลือดลงต่ำแล้วขึ้นสูง แล้วก็ต่ำ แล้วก็สูง สลับกันอย่างนี้ตลอดทั้งวัน และทุกครั้งที่น้ำตาลลงต่ำ เราจะมีอาการเพลีย หมดแรง อาการของไฮโปไกลซีเมียมี 40 อาการ หากจะรวบรวมเป็นหัวข้อใหญ่ๆ จะแบ่งได้ 4 หัวข้อ คือ หนึ่ง อ่อนเพลีย ไม่มีแรง สอง ปวดเนื้อปวดตัวเรื้อรัง สาม นอนไม่หลับ สี่ ระบบขับถ่ายผิดปกติ

โชคดีอีกแล้วที่เกิดเป็นคนไทย เพราะเราสามารถกินอาหารเป็นยาเพื่อเยียวยาอาการต่างๆ ของไฮโปไกลซีเมียกันได้เลย

 

สำหรับอาการอ่อนเพลียไม่มีแรงยำใบบัวบกจานนี้อุดมด้วยสมุนไพรที่ช่วยเติมพลังอย่างเอก

ใบบัวบก มีสรรพคุณบำรุงกำลัง บำรุงหัวใจ แก้อ่อนเพลีย เมื่อยล้า ช่วยให้ระบบย่อยและขับถ่ายทำงานดีขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยบำรุงสมอง ลดความเครียด และควบคุมระดับความดันโลหิตให้เป็นปกติ

กระเทียม มีสรรพคุณบำรุงร่างกาย นักวิจัยชาวญี่ปุ่นได้ค้นพบสารสคอร์ดินิน (scordinin) ในกระเทียมเป็นสารบำรุงร่างกาย นอกจากนี้กระเทียมยังช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศและเป็นยาอายุวัฒนะ

ขิง มีสรรพคุณบำรุงหัวใจ กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต นอกจากนี้กลิ่นของขิงยังมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว คือ ให้ความรู้สึกสดชื่น สะอาด กระชุ่มกระชวย

          สมุนไพรที่ช่วยฟื้นฟูกำลังชนิดอื่นๆได้แก่

กะเพราเป็นสมุนไพรบำรุงธาตุ น้ำมันหอมระเหยที่สกัดได้จากใบกะเพราใช้หยดลงในน้ำสำหรับอาบ ทำให้สดชื่น คลายเครียดได้

เตย เตยหอมรสหวานเย็น บำรุงหัวใจ แก้อ่อนเพลีย นำมาตำหรือปั่นให้ละเอียด เติมน้ำเล็กน้อย คั้นเอาแต่น้ำดื่ม

 

ยำใบบัวบก…เรียกพลัง

ส่วนผสม

ใบบัวบก 1 ถ้วยตวง ปลาทูน่าในน้ำมัน 1 กระป๋อง เมล็ดดอกทานตะวัน

หอมเล็กซอย 5 หัว กระเทียมซอย 5 – 7 กลีบ ขิงหั่นลูกเต๋าเล็ก ¼ ถ้วย

พริกขี้หนูสวนซอย 7 – 8 เม็ด ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ มะนาว (คั้นน้ำ) 1 – 2 ผล

เมล็ดทานตะวัน 1 ช้อนโต๊ะ หรือเมล็ดฟักทองอบ  มะเขือเทศหั่นเต๋า 1 ผล

ใบบัวบก

วิธีทำ

  1. คลุกเคล้าใบบัวบก ปลาทูน่า (ตักเอาเฉพาะเนื้อปลา) พริกขี้หนูสวน ขิง และหอมเล็กเข้าด้วยกัน ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาวและน้ำมะนาว
  2. ตักใส่จาน โรยกระเทียม มะเขือเทศ และเมล็ดฟักทองหรือเมล็ดทานตะวันอบ พร้อมเสิร์ฟ

ต้มข่าเห็ดกุ้ง…ไล่ปวด

ส่วนผสม

กุ้งสด แกะเปลือก 10 ตัวผ่าหลัง ชักเส้นดำออก น้ำเต้าหู้ 1 ถ้วย

ข่าอ่อนหั่นเป็นแว่นบางๆ 5 – 6 แว่น หอมเล็กทุบ 3 หัว ใบมะกรูดฉีก 3 ใบ

เห็ดฟางผ่าซีก 1 ถ้วย เกลือป่น 1 ช้อนชา น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ

พริกขี้หนูสวนทั้งก้านทุบ 5 เม็ด น้ำซุปผัก 2 ถ้วย ผักชีและพริกขี้หนูสวนทุบ สำหรับโรยหน้า (ตามชอบ)

ข่า

วิธีทำ  

  1. ต้มน้ำซุปผักจนเดือด จากนั้นใส่ข่าอ่อน หอมเล็ก ใบมะกรูด พริกขี้หนูสวน (ใส่ทั้งก้านจะมีกลิ่นหอมและไม่เผ็ดมาก) ต้มจนเดือด
  2. ใส่เห็ดและกุ้งลงไป ปรุงรสด้วยเกลือป่น น้ำปลา น้ำมะนาว คนให้เข้ากัน
  3. เติมน้ำเต้าหู้ลงไป คนให้ทั่วสักครู่ (ห้ามเคี่ยวนาน) เมื่อเดือดแล้วปิดไฟ ตักใส่ถ้วยโรยผักชีและพริกขี้หนูสวน พร้อมเสิร์ฟ

อาการปวดเนื้อปวดตัวของผู้ป่วยไฮโปไกลซีเมียมักเป็นเรื้อรัง การกินอาหารที่มีสรรพคุณแก้อาการนี้อย่างตรงจุดจะค่อยๆ เข้าไปปรับสมดุลให้อาการดีขึ้น ข่า เป็นสมุนไพรบำรุงไฟธาตุ กินแก้ปวดเมื่อยตามข้อและเนื้อตัว แก้อาการเลือดลมเดินไม่สะดวกและอาการเหน็บชา

อ่านต่อหน้าที่ 2

 

สลัดผลไม้+น้ำผึ้งมื้อเย็น…หลับสบาย

ส่วนผสม

ส้มซันคิสต์แกะเป็นกลีบ 1 ผล แอ๊ปเปิ้ลเขียวหั่นเต๋า 1 ผล แอ๊ปเปิ้ลแดงหั่นเต๋า 1 ผล

กีวีหั่นแนวขวาง 2 ผล สตรอว์เบอร์รี่ผ่าซีก 4 – 5 ผล องุ่นดำผ่าซีก 1 ช่อ

ถั่วลิสงคั่วบุบหยาบ ½ ถ้วย ใบสะระแหน่ (ปริมาณตามชอบ) น้ำสลัดสูตรโยเกิร์ต 1 ถ้วย

หรือสูตรน้ำส้ม (เลือกตามชอบ)

สลัดผลไม้

ส่วนผสมน้ำสลัดสูตรโยเกิร์ต

โยเกิร์ตรสธรรมชาติ ¼ ถ้วย ไขมันต่ำ น้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ เกลือ 1 ช้อนชา

วิธีทำ

ผสมส่วนผสมทุกอย่างให้เข้ากัน นำไปแช่เย็น

ส่วนผสมน้ำสลัดสูตรน้ำส้ม

น้ำส้มคั้น ¼ ถ้วย น้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ เกลือ 1 ช้อนชา

วิธีทำ

ผสมส่วนผสมทุกอย่างให้เข้ากัน นำไปแช่เย็น

วิธีทำสลัด

  1. ล้างผลไม้ที่หั่นแล้วในน้ำเกลือ นำไปแช่เย็น
  2. จัดผลไม้ใส่จาน ราดน้ำสลัด (เลือกสูตรที่ชอบ) ให้ทั่ว แล้วโรยถั่วลิสงและใบสะระแหน่มส่วนผสมทุกอย่างให้เข้ากัน นำไปแช่เย็น

สลัดผลไม้จานนี้จัดเป็นมื้อเย็นได้เหมาะเหม็ง เพราะไม่ทำให้อ้วน

แถมมียาดีคือ น้ำผึ้ง ซึ่งช่วยให้หลับสบาย น้ำผึ้งธรรมชาติที่ไม่ผ่านการกลั่นกรอง หรือผ่านความร้อน เป็นสารให้ความหวานที่ใช้ได้ในผู้ป่วยไฮโปไกลซีเมีย และน้ำผึ้งนี้มีสรรพคุณทางยา ช่วยให้หลับสบาย ที่สำคัญคือ ช่วยปรับสภาพตับ ไต และระบบการไหลเวียนโลหิต

 

น้ำพริกกุ้งย่าง…คู่สำรับขับถ่ายสะดวก

ส่วนผสม

กุ้งสด 10 ตัว หอมเล็กซอย 10 หัว ตะไคร้หั่นฝอย          ½ ถ้วย ขิงสดหั่นฝอย ½ ถ้วย

ใบมะกรูดหั่นฝอย 2 ช้อนโต๊ะ พริกขี้หนูซอย 6 – 10 เม็ด น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ

น้ำมะนาว 4 ช้อนโต๊ะ น้ำมะขามเปียก 2 ช้อนโต๊ะ น้ำปลา 4 ช้อนโต๊ะ

กุ้งย่าง

วิธีทำ

1. ย่างกุ้งทั้งเปลือกจนสุก แกะเปลือกแล้วฉีกเป็นชิ้นเล็กๆ พักไว้ (ย่างกุ้งทั้งเปลือกจะได้มีกลิ่นหอม)

2. เคี่ยวน้ำมะขามเปียก น้ำปลา และน้ำตาลปี๊บรวมกันในกระทะจนส่วนผสมข้นเหนียว รอให้เย็น ใส่น้ำมะนาวลงไปคนให้เข้ากัน

3. คลุกเคล้าเนื้อกุ้งกับน้ำมะขามเปียกที่เคี่ยวไว้ ใส่หอมเล็ก ตะไคร้ ขิงสด พริกขี้หนูและใบมะกรูด (เหลือไว้เล็กน้อย) เข้าด้วยกัน โรยหน้าด้วยใบมะกรูด พร้อมเสิร์ฟ

 

เมนูนี้ช่วยป้องกันอาการไฮโปไกลซีเมียที่ทำให้ระบบขับถ่ายผิดปกติซึ่งการขับถ่ายนี้ หมายรวมถึงการขับถ่ายปัสสาวะอุจจาระการขับเหงื่อและการหายใจสมุนไพรที่ช่วยบรรเทาอาการได้แก่

ขิง ขิงสดช่วยบำรุงธาตุ ขับลม แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ ช่วยกระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อในระบบทางเดินอาหาร ทำให้มีการบีบตัวเพิ่มขึ้น และช่วยปรับสมดุลของระบบย่อยอาหาร

พริกขี้หนู รสเผ็ดร้อน มีสรรพคุณช่วยขับลม ขับปัสสาวะ แก้ท้องอืดท้องเฟ้อขับเหงื่อ ขับลม

หอมเล็ก มีสรรพคุณช่วยบำรุงธาตุ ช่วยให้เลือดลมไหลเวียนดี และช่วยย่อยอาหาร

มะนาว ช่วยกระตุ้นการทำงานและฟื้นฟูตับได้ดี ซึ่งตับนี้มีหน้าที่สำคัญในการกำจัดของเสียออกจากร่างกาย และรักษาสมดุลของระดับน้ำตาลในเลือด ถ้าตับทำงานมากเกินไปหรือเริ่มทำงานผิดปกติ จะเป็นสาเหตุให้ระบบย่อยและดูดซึมน้ำตาลทำงานผิดปกติ

อ่านต่อหน้าที่ 3

 

ข้าวฟ่างเปียก…ปรับสมดุลร่างกาย

ส่วนผสมข้าวฟ่างเปียก

ข้าวฟ่าง 1 ถ้วย เผือกและฟักทอง 1 – 2 ถ้วย น้ำ 5 ถ้วย

น้ำคั้นใบเตย ½ ถ้วย น้ำตาลทรายแดง ½ ถ้วย น้ำเต้าหู้สำหรับราดหน้าตามชอบ

ข้าวฟ่างเปียก

วิธีเปียกข้าวฟ่าง

  1. ปั่นใบเตย 5 ใบ รวมกับน้ำ 1 ถ้วยจนละเอียด ใช้ผ้าขาวบางกรองเฉพาะน้ำพักไว้
  2. ล้างข้าวฟ่างให้สะอาด เทใส่หม้อต้มกับน้ำโดยใช้ไฟปานกลาง รอเดือด
  3. ใส่เผือกและฟักทอง เคี่ยวจนข้าวฟ่าง เผือก และฟักทองสุกดี
  4. ใส่น้ำตาลและน้ำใบเตย คนให้เข้ากันพอสุกยกลง ตักใส่ถ้วย ราดน้ำเต้าหู้

ส่วนผสมน้ำเต้าหู้สำหรับราดหน้า

น้ำเต้าหู้          2 ถ้วย เกลือ ½ ช้อนชา แป้งข้าวเจ้า 1 ช้อนโต๊ะ น้ำละลายแป้งข้าวเจ้า 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำน้ำเต้าหู้สำหรับราด

  1. นำน้ำเต้าหู้ตั้งไฟ ใส่เกลือ คนให้ละลาย รอเดือด
  2. ละลายแป้งข้าวเจ้ากับน้ำ คนให้เข้ากัน แล้วเทลงไปในน้ำเต้าหู้ คนอีกครั้งจนน้ำเต้าหู้ข้นขึ้น ยกลง

มีการศึกษาพบว่า ข้าวฟ่างเป็นธัญพืชที่ส่งผลดีสำหรับผู้ป่วยไฮโปไกลซีเมียเนื่องจากเป็นธัญพืชที่มีคาร์โบไฮเดรตชนิดพิเศษ ซึ่งไม่ส่งผลกระทบต่อภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ สามารถย่อยได้ง่ายและเป็นแหล่งโปรตีนชั้นดี ให้แร่ธาตุและสารอาหารอื่นๆ ในปริมาณมากเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย

แพทย์แผนไทยกล่าวไว้ว่า ข้าวฟ่างเป็นยา มีสรรพคุณช่วยฟื้นฟูร่างกายจากการเจ็บป่วยเรื้อรัง บำรุงเลือดลม นอกจากนั้นยังมีใยอาหารที่ดีต่อระบบขับถ่าย

 

น้ำอาร์ซี…เติมพลังบำรุงสมอง

ส่วนผสม

น้ำ 2 ลิตร

กลุ่มข้าวเปลือกแข็ง : ข้าวสาลี 1 กำมือ ข้าวฟ่าง 1 กำมือ ข้าวบาร์เลย์ 1 กำมือ ลูกเดือย 1 กำมือ เม็ดบัว 1 กำมือ

กลุ่มข้าวแข็งปานกลาง : ข้าวซ้อมมือ 2 กำมือ ข้าวเหนียวซ้อมมือ 2 กำมือ ข้าวแดง (ข้าวมันปู) 2 กำมือ

ข้าวอ่อน : ข้าวโอ๊ต 1 กำมือ

ธัญพืชอื่นๆ สำหรับโรยเวลาดื่ม จมูกข้าวสาลีคั่วและงาดำคั่ว ปริมาณตามชอบ

น้ำอาร์ซี

วิธีทำน้ำอาร์ซี

  1. เริ่มจากนำข้าวเปลือกแข็ง ได้แก่ ข้าวสาลี ข้าวฟ่าง ข้าวบาร์เลย์ ลูกเดือย และเม็ดบัว อย่างละ 1 กำมือ ต้มกับน้ำ 2 ลิตร จนเดือด
  2. นำข้าวแข็งปานกลาง คือ ข้าวซ้อมมือ ข้าวเหนียวซ้อมมือ และข้าวแดง (ข้าวมันปู) อย่างละ 2 กำมือ ล้างน้ำให้สะอาด แล้วใส่ตามลงไป ต้มจนเดือดเป็นครั้งที่สอง
  3. ใส่ข้าวโอ๊ต 1 กำมือเป็นส่วนสุดท้าย แล้วปิดไฟทันที ปล่อยให้ธัญพืชต่างๆ นอนก้น รินเฉพาะน้ำใสๆ ใส่แก้ว ดื่มร้อนๆ อาจเติมจมูกข้าวสาลีและงาดำลงไปด้วยเพื่อเพิ่มคุณค่าและให้กลิ่นที่หอมน่าดื่มยิ่งขึ้น

 

ผู้ป่วยไฮโปไกลซีเมียตื่นเช้าขึ้นมามักไม่มีเรี่ยวไม่มีแรง รู้สึกเพลียบ่อยๆ อารมณ์ก็หงุดหงิด เบื่อไปหมดทุกอย่าง อาการที่ว่านี้เป็นผลจากน้ำตาลในเลือดตก

การดื่มน้ำอาร์ซี (R.C. ย่อมาจาก Rejuvenating Concoction) แทนน้ำตลอดวันจะช่วยเติมความกระปรี้กระเปร่า ช่วยแก้อาการอ่อนเพลียด้วย เพราะมีส่วนประกอบของกลูโคส (น้ำตาล) ดีเอ็นเอ (DNA) และอาร์เอ็นเอ (RNA) บำรุงสมอง และวิตามินแร่ธาตุจากธรรมชาติ ซึ่งจะช่วยแก้อาการอ่อนเพลียนี้ได้

ดื่มน้ำอาร์ซีเช้า กลางวัน เย็น โดยต้มใส่กระติกเก็บความร้อนไว้ดื่มตลอดวันส่วนกากข้าวที่เหลือจากการต้มน้ำอาร์ซี สามารถนำไปหุงเป็นข้าวสวยหรือทำเป็นข้าวต้มกินต่อได้ หรือจะทำเป็นขนมข้าวอาร์ซีเปียกก็อร่อยและได้คุณค่าจากสารอาหารอีกเพียบ

อ่านต่อหน้าที่ 4

 

น้ำเอนไซม์…ฟื้นฟูทุกระบบ

น้ำเอนไซม์ (enzyme) คือน้ำผักหรือผลไม้คั้นแยกกากสดๆ เพียงชนิดเดียว โดยไม่ปรุงรสหรือผสมส่วนผสมอื่นๆ ลงไป คั้นโดยใช้เครื่องแยกกาก หรือนำผักผลไม้ที่ต้องการไปสับหรือตำ แล้วคั้นแยกน้ำออกจากกากด้วยผ้าขาวบางก็ได้

น้ำแครอท

ประโยชน์ของเอนไซม์ในผักแต่ละชนิด

แครอต ช่วยล้างไขมันและการทำงานของตับ

ขึ้นฉ่าย (เซเลอรี่) ช่วยทำให้เลือดสะอาดขึ้น ช่วยในการเผาผลาญคอเลสเตอรอล

มะระ ช่วยการทำงานของไตและฟอกเลือดให้สะอาดขึ้น

กระเทียม ช่วยฆ่าเชื้อโรคต่างๆ ในร่างกาย

แคนตาลูปและแตงโม ช่วยในการทำงานของไต

ลูกใต้ใบ ช่วยให้ตับและไตทำงานดีขึ้น

ตำลึง ช่วยสมานแผลในกระเพาะอาหาร

น้ำเอนไซม์ช่วยฟื้นฟูสุขภาพผู้ป่วยไฮโปไกลซีเมียทุกระบบเนื่องจากเอนไซม์มีหน้าที่กระตุ้นหรือเริ่มต้น (catalyst) ให้วงจรหรือระบบต่างๆ ของชีวิตทำงาน เพื่อจุดประสงค์ 2 ประการ

1 เอนไซม์จะทำหน้าที่ส่งเสริมหรือบำรุงให้ระบบต่างๆ ของชีวิตทำงานได้ดีหรือง่ายขึ้น

  1. ป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นแก่ชีวิตนั้น หรือถ้าเกิดขึ้นแล้วก็ป้องกันไม่ให้อันตรายนั้นลุกลามหรือร้ายแรงยิ่งขึ้น

หลังจากคั้นได้น้ำเอนไซม์แล้ว ควรดื่มทันทีภายในครึ่งชั่วโมงเพราะหากทิ้งไว้นานเอนไซม์ก็จะสลายตัวไป ไม่ควรดื่มน้ำเอนไซม์ชนิดใดชนิดหนึ่งซ้ำๆ กันเป็นเวลานาน ควรผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนชนิดเพื่อให้ได้คุณประโยชน์หลากหลาย

ดื่มน้ำเอนไซม์หลังตื่นนอนทุกเช้าเป็นเวลาที่เหมาะที่สุดทั้งนี้เพื่อปรับสมดุลให้ร่างกาย หลังจากนั้นดื่มน้ำเอนไซม์อีกครั้งช่วงบ่ายตอนท้องว่าง จะรู้สึกได้ทันทีว่าสดชื่นขึ้น

จาก คอลัมน์เรื่องพิเศษ นิตยสารชีวจิต ฉบับ 330 (1 กรกฏาคม 2555)


บทความน่าสนใจอื่นๆ

สูตรวิตามิน แก้อาการอ่อนเพลีย

น้ำมันหอมระเหย บูสต์สมอง แก้อ่อนเพลีย เหนื่อยล้า

5 โรคง่าย ทำอ่อนเพลียเรื้อรัง

ติดตามคำแนะนำจาก กูรูสุขภาพ ทำตามง่าย เห็นผลจริง คลิกเลย!
keyboard_arrow_up