ประสบการณ์สุขภาพ มหัศจรรย์วิถีชีวจิต เพิ่มเกร็ดเลือด สยบ เอสแอลอี อยู่หมัด

เอสแอลอี
เอสแอลอี

มหัศจรรย์วิถีชีวจิต

เพิ่มเกร็ดเลือด สยบ เอสแอลอี อยู่หมัด

 

วิไลลักษณ์ (สงวนนามสกุล) เมื่อหลายปีที่แล้วไปหาหมอเพราะรู้สึกเพลียมากๆ วันหนึ่งมี 24 ชั่วโมง อยากนอกสัก 21 ชั่วโมง นอนทั้งวันเหมือนแมว น้ำหนักลด ปวดกระดูกสันหลังมากจนทำอะไรไม่ได้ ต้องนั่งทำหลังงอๆ ตามตัวเขียวเป็นจ้ำ บริเวณน่องช่วงบนมีเลือดออกเป็นจุดๆ ซึ่งถ้าไม่มีผิวหนังชั้นนอกกั้นไว้เลือดก็คงจะไหลออกมา

อาการต่างๆ เหล่านั้นค่อยๆ เพิ่มทีละนิด ก็เลยตกใจ รีบไปหาหมอ เขาตรวจแล้วบอกว่า “ไม่ได้เป็นอะไร” แต่สรุปผลออกมาน่ากลัวมาก ฟังดูเหมือนเราเป็นเอดส์ เพราะผลเลือดเป็นบวก แล้วบอกให้เราไปหาหมอเกี่ยวกับเรื่องเลือดโดยตรงอีกครั้งตอนกลางคืน

จำได้ว่ากลับถึงบ้านก็ร้องให้ ตกใจว่าเป็นเอดส์ได้อย่างไร แฟนก็ไม่มี และไม่มีการถ่ายเลือดในช่วงนั้นด้วย

กลับไปตรวจอีกครั้ง ผลออกมาว่าเป็น SLE หมอธิบายว่า “โรคนี้ยังไม่รู้สาเหตุ เป็นลักษณะของการแพ้ภูมิคุ้มกันตัวเอง” กรณีของดิฉันคือ ไขสันหลังไม่สร้างเกล็ดเลือด ทำให้เกล็ดเลือดต่ำและเม็ดเลือดขาวก็ต่ำไปด้วย ฉะนั้นต้องกินยาสเตียรอยด์เพื่อกระตุ้นการสร้างเกล็ดเลือด

การดูแลตัวเอง หมอบอกว่า ห้ามเหนื่อย ห้ามเครียด ห้ามคิดมาก พักผ่อนให้เพียงพอ ซึ่งไม่เหมาะกับคนที่มีวิถีชีวิตในกรุงเทพฯ เลย

พอเครียดปุ๊บ เกล็ดเลือดจะต่ำ คนปกติต้องมีเกล็ดเลือด 2 แสนขึ้ไป แต่ดิฉันมีเกล็ดเลือดไม่ถึงแสน ล่าสุดรู้สึกจะอยู่ที่ 50,000 ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการเพลียขึ้นจ้ำเขียว มีจุดแดงๆ แบบอาการเริ่มต้น แค่สะพายกระเป๋าก็ทำให้ปวดหลังได้ ฉะนั้นถ้าดูแลตัวเองให้เกล็ดเลือดถึงแสนได้ก็ไม่เป็นอะไร

สิ่งหนึ่งที่หมอสั่งให้ระวังมากเป็นพิเศษ คือ ศีรษะจะกระแทกกับอะไรไม่ได้ทั้งสิ้น เพราะถ้าโดน เมื่อเทียบความหนังเท่าๆ กัน คนอื่นอาจไม่เป็นอะไร แต่สำหรับคนที่เป็นโรคนี้ ทำให้เลือดคั่งในสมองและถึงตายได้ ดิฉันจึงต้องระวังตัวมากเป็นพิเศษ

โรค SLE มีหลายแบบ มีทั้งที่ทำลายอวัยวะข้างใน และเป็นมากที่ผิวหนัง ดิฉันเป็นแบบหลังซึ่งอันตรายน้อยกว่า แต่ในขณะเดียวกัน ทุกๆ ประมาณ 3 เดือน หมอก็ต้องตรวจข้างในด้วยว่ามันทำลายหรือเปล่า เพราะโรคสามารถพัฒนาไปได้

บางช่วงที่อาการหนังๆ ดิฉันเคยมีอาการไทรอยด์เป็นพิษ ต้องกินยาไทรอยด์และในเวลาเดียวกันก็เป็นซีสต์ที่หน้าอกด้วย คุณหมอบอกว่าลักษณะคล้ายๆ ซีสต์ กระจายเป็น 50 เป็น 100 ที่ จึงผ่าออกไม่ได้ต้องกินยาสลายมะเร็งแบบอ่อน ซึ่งกินไปไม่ถึง 10 เม็ดก็เกิดอาการแพ้ยา ต้องหยุด อาการเจ็บหน้าอกก็ยังมีอยู่บ้าง

อ่านต่อหน้าที่ 2

 

หาหมอ

ดิฉันไปหาหมอสม่ำเสมอทุกเดือน ถ้ามีอาการไปเดือนละ 2 ครั้ง แต่ก็ยังเป็นคนไข้ที่หมอเกลียด เพราะดิฉันรักษาตัวแบบชีวจิตควบคู่ไปด้วย ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับโรค อ่านข้อมูลทุกอย่าง เถียงหมอ เช่น หมอให้กินยา 3 เม็ด เช้า กลางวัน เย็น เราจะลดยาเอง และเมื่อมีอาการปวดหลังมากก็ไปฝังเข็ม เพราะยาสเตียรอยด์นอกจากจะช่วยสร้างเลือดแล้ว ก็มีผลข้างเคียงที่เป็นผลเสียเยอะ เช่น กล้ามเนื้อไม่เฟิร์ม ต้องพยายามออกกำลังกาย เพราะเราไม่มีทางเลือด เราหยุดยาไม่ได้ ต้องกระตุ้นการสร้างเลือด ถ้าเลือดลดต้ำหว่า 20,000 สามารถช็อกได้ตลอดเวลา กลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา หรือตาย ซึ่งเคยเจอมาแล้ว ร่างกายแย่มาก แทบจะไม่มีแรงลุกจากที่นอน ไม่อยากตื่น ไม่อยากกิน ไม่อยากพูด

ถ้าเดินชนอะไรก็จะเป็นจ้ำเขียวมากกว่าคนอื่น ทำให้ต้องกินยาเพื่อรักษาอาการตรงนั้นอีก ซึ่งต้องกินเยอะมาก ดิฉันจึงทักจะปล่อยให้มันหายเขียวเอง ช่วงไหนอ่อนแอมากๆ ก็จะกินวิตามิน ฝังเข็ม

ฉะนั้นโรคนี้แม้จะบอกว่าไม่น่ากลัวมากแต่ก็ต้องหาหมอทุกเดือน ไม่เจาะเลือดและฟังหมอว่าเดือนนี้มีเลือดเท่าไหร่ ต้องกินยาเท่าไหร่

แต่เมื่อไรที่ปฏิบัติตัวแบบชีวิจตอย่างเคร่งครัด ร่างกายดีมาก ถึงขนาดมีเกล็ดเลือดถึงแสน ก็พยายามจะให้ร้านอาหารใกล้ออฟฟิศทำอาหารให้ เสาร์อาทิตย์ก็ทำอาหารกินเอง ทำดีท็อกซ์เดือนละครั้ง ครั้งละ 3 วัน

ตอนเช้าพอตื่นก็จะออกกำลังกายในห้องนอน 15 นาที ทำทุกอย่างเหมือนรำกระบอง เพียงแต่ไม่มีกระบองอยู่ในมือเท่านั้น

รำกระบอง

ถ้าปฏิบัติได้อย่างนี้ แม้โรค SLE จะทำให้ภูมิคุ้มกันของเราไม่แข็งแรงเท่าคนอื่นบางทีคนรอบข้างเป้นหวัด แต่ดิฉันไม่เป็น ไทรอยด์ก็หายไปแล้ว ไม่เป็นอะไรมานานมากแล้วนะ

อาการอีกอย่างคือ ที่ปลายนิ้วปวดตุ๊บๆ ตลอดเวลา ต้องไปแช่ในน้ำร้อนหรือไม่ก็เอาอะไรมาพันๆ ไว้ หมอบอกว่าเส้นเลือดฝอยตีบ ทำให้เลือดไปเลี้ยงส่วนปลายนิ้วไม่ได้ ซึ่งอาการเหล่านี้กลับมาได้ตลอดเวลาถ้าร่างกายเราไม่แข็งแรง

เมื่อมีอาการ ดิฉันจะทำชีวจิตเคร่งขึ้น หาหมอเป็นทางเลือกสุดท้าย นอกจากไปเช็คเลือดและกินยากระตุ้นการสร้างเลือดบ้าง เพราะเรารู้ว่าชีวจิตได้ผลจากการพิสูจน์ด้วยตัวเอง

สำหรับคนที่เริ่มเป็น อย่างแรกต้องทำใจว่าเป็นแล้ว อย่าไปคิดว่ามันเป็นโรคที่ร้ายแรง ความจริงมันเป็นแค่โรคโรคหนึ่งที่ไม่ร้ายแรงอะไรเลย ถ้าเราปฏิบัติตัวดีก็เหมือนคนธรรมดาทุกอย่าง ไม่เหมือนคนป่วย แต่เรื่องยาสเตียรอยด์ไม่แนะนำ ให้ควบคุมปริมาณยาเองเหมือนที่ดิฉันทำเพราะตรงนี้ไม่สามารถทำได้ทุกคน ต้องศึกษาอย่างจริงจังเสียก่อน

จากคอลัมน์ประสบการณ์สุขภาพ นิตยสารชีวจิต ฉบับ 45 (16 สิงหาคม 2543)


บทความน่าสนใจอื่นๆ

ประสบการณ์สุขภาพ สูตรอาหารชีวจิต สู้ ภูมิแพ้ หายขาดใน 6 เดือน

ประสบการณ์สุขภาพ 3 ท่ารำกระบองชีวจิต แก้ปวดหลัง ของนักเขียนครัวชีวจิต

ประสบการณ์สุขภาพ อาหารชีวจิต คืนความสดใส ชีวิตไกลภูมิแพ้

ติดตามคำแนะนำจาก กูรูสุขภาพ ทำตามง่าย เห็นผลจริง คลิกเลย!
keyboard_arrow_up