6 TOP FOOD อาหารลดน้ำหนัก ยิ่งกินยิ่งผอม

อาหารลดน้ำหนัก
อาหารลดน้ำหนัก

6 TOP FOOD อาหารลดน้ำหนัก ยิ่งกินยิ่งผอม

 

อาหารลดน้ำหนัก ที่ยิ่งกินยิ่งผอมมีด้วยหรือ ขอบอกว่ามีแน่ๆ หากเราเข้าใจคุณสมบัติและวิธีการกินที่ถูกต้อง วันนี้เรารวบอาหาร 6 ชนิด ที่คนลดน้ำหนักควรกินอย่างยิ่ง อีกทั้งยังมีงานวิจัยรับรองเรียบร้อยแล้วด้วย มาดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง

  1. ข้าว

มีงานวิจัยพิสูจน์แล้วว่า อาหารที่ผลิตจากธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง นอกจากไม่ทำให้อ้วน ยังช่วยลดไขมันบริเวณหน้าท้องและลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจอีกด้วย

มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนียสเตต (Pennsylvania State University) ประเทศสหรัฐอเมริกา ทดลองกับอาสาสมัครร่างอ้วน ซึ่งมีความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจและโรคเบาหวาน จำนวน 50 คน

นักวิจัยให้กลุ่มแรก กินอาหารควบคุมพลังงานที่ผลิตจากธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีตและซีเรียลชนิดไม่ขัดสี ส่วนอีกกลุ่มกินอาหารควบคุมพลังงานที่ผลิตจากข้าวและขนมปังขัดขาว ผลปรากฏว่า ผู้ที่กินอาหารที่มีส่วนประกอบของธัญพืชไม่ขัดสีสามารถลดปริมาณไขมันที่สะสมบริเวณหน้าท้องได้มากกว่า ทั้งพบว่ามีระดับ C-reactive protein (โปรตีนแสดงการอักเสบในร่างกาย มีผลเชื่อมโยงไปสู่การเกิดโรคหัวใจในอนาคต) ในเลือด ลดลงถึง 38 เปอร์เซ็นต์

ข้าวกล่อง

  1. ชาเขียว

ด้วยความสงสัยว่า ชาเขียวมีสรรพคุณตามคำ โฆษณาจริงหรือไม่ กองบรรณาธิการจึงสืบค้นข้อมูลจากหน่วยบริการฐานข้อมูลสมุนไพร สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ทำให้พบงานวิจัย ซึ่งศึกษาในคนไทย 60 คน น้ำหนักตัวเฉลี่ย 72 กิโลกรัม

นักวิจัยแบ่งอาสาสมัครออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกให้รับประทานสารสกัดใบชาเขียว 1 แคปซูล ซึ่งมีส่วนประกอบหลักคือ สาร EGCG (Epigallocatechin gallate) เป็นสารกลุ่มพอลิฟีนอลที่มีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระประสิทธิภาพสูงปริมาณ 33.58 มิลลิกรัม หลังอาหาร 3 มื้อ

ส่วนกลุ่มที่ 2 ให้กินยาหลอก (placebo) ซึ่งไม่มีส่วนผสมของสารสกัดใบชาเขียว หลัง 12 สัปดาห์พบว่า กลุ่มที่กินสารสกัดใบชาเขียวมีน้ำหนักลดลงมากกว่ากลุ่มแรกอย่างชัดเจน ประมาณ 3-5 กิโลกรัม การศึกษานี้สรุปว่า การได้รับสารสกัดใบชาเขียวที่มีสาร EGCG วันละประมาณ 100 มิลลิกรัม สามารถเพิ่มการใช้พลังงานและเพิ่มการเผาผลาญไขมัน จนมีผลทำให้น้ำหนักตัวลดลงได้

  1. อัลมอนด์

บ่อยครั้งการลดน้ำหนักที่ควบคุมปริมาณอาหารโดยขาดการออกกำลังกาย จะทำให้ร่างกายสลายทั้งกล้ามเนื้อและไขมันไปพร้อมกัน ส่งผลให้การลดน้ำหนักในช่วงแรกลดลงอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อเวลาผ่านไป การลดน้ำหนักในระยะต่อมากลับทำได้ยากขึ้น เพราะปริมาณกล้ามเนื้อซึ่งเป็นแหล่งเผาผลาญพลังงานลดลง ระบบเผาผลาญจึงลดลงตาม

อย่างไรก็ตาม เมื่อไม่นานมานี้ นักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่า ของขบเคี้ยวบางชนิดที่มีปริมาณกรดไขมันไม่อิ่มตัวตำแหน่งเดียวสูง เช่น อัลมอนด์ สามารถช่วยรักษามวลกล้ามเนื้อขณะลดน้ำหนักได้ พิสูจน์จาก Journal of Nutrition ที่รายงานว่า การกินอาหารที่มีส่วนประกอบของกรดไขมันไม่อิ่มตัวตำแหน่งเดียวสูงเป็นระยะเวลา 12 สัปดาห์ ช่วยให้ไขมันในร่างกายลดลง พร้อมรักษามวลกล้ามเนื้อ ทำให้ระบบเผาผลาญยังคงทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

อ่านต่อหน้าที่ 2

 

โยเกิร์ต

  1. โยเกิร์ต

การค้นหาตัวช่วยลดน้ำหนักครั้งนี้เกิดขึ้นที่มหาวิทยาลัยเทนเนสซี (University of Tennessee) ประเทศสหรัฐอเมริกา นักวิจัยแบ่งอาสาสมัครร่างอ้วนออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกให้กินโยเกิร์ตไร้ไขมัน (fat free yogurt) วันละ 3 ถ้วย (170 กรัม) ได้รับแคลเซียมประมาณ 1,100 มิลลิกรัม ส่วนกลุ่มที่ 2 ให้กินอาหารชนิดอื่น ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์จากนม ให้แคลเซียม 400 – 500 มิลลิกรัมต่อวัน

ทั้งนี้อาสาสมัครทั้งสองกลุ่มจะได้รับคำแนะนำให้กินอาหารลดพลังงานลงจากเดิม 500 กิโลแคลอรี เมื่อปรับเปลี่ยนอาหารครบ 12 สัปดาห์พบว่า กลุ่มที่กินโยเกิร์ตลดน้ำหนักได้มากกว่าอีกกลุ่ม 22 เปอร์เซ็นต์ ลดไขมันในร่างกายมากกว่า 61 เปอร์เซ็นต์ และลดไขมันบริเวณหน้าท้องมากกว่าถึง 81 เปอร์เซ็นต์

  1. พริกแดง

ตัวช่วยลดน้ำหนักแบบนี้ เห็นทีจะเข้าทางอาหารไทย ซึ่งหลายตำรับมีรสเผ็ดร้อนจากทั้งเครื่องเทศ และสมุนไพร การศึกษาหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น ตีพิมพ์ใน The British Journal of Nutrition แสดงให้เห็นว่า ความเผ็ดร้อนจากพริกแดงช่วยเพิ่มระบบเผาผลาญ โดยจะเห็นผลชัดเจนเมื่อกินร่วมกับอาหารที่มีไขมัน  เช่นเดียวกับการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเพอร์ดู (Purdue University) ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่พบว่า พริกแดงช่วยควบคุมความอยากอาหารและเพิ่มระบบเผาผลาญหลังมื้ออาหาร

นอกจากนี้ คุณมาลีน่า เพอร์โดโม  นักกำหนดอาหารจากสมาคมนักกำหนดอาหารแห่งประเทศสหรัฐอเมริกาให้ความเห็นว่า “พริกแดงหรืออาหารรสเผ็ดช่วยกระตุ้นการทำงาน ของปุ่มรับรส ทำให้เกิดความรู้สึกพึงพอใจ ไม่ต้องการ กินอาหารอื่นเพิ่มเติมอีก จึงรู้สึกอิ่มเร็ว” ทั้งเพิ่มเติมว่า ในต่างประเทศมีการใช้ลูกอมพลังงานต่ำรสเผ็ด เพื่อช่วยลดอาการอยากของหวาน

เกรปฟรุต

  1. เกรปฟรุต

“เกรปฟรุตคือผลไม้ยอดนิยมของชาวอเมริกันที่อยากมีหุ่นสวยในยุค 1930 และด้วยคำพูดปากต่อปาก จึงได้รับความนิยมมาจนถึงปัจจุบัน” คุณเคธลีน เซลแมน นักโภชนาการจากวิทยาลัยเซนต์แมรีส์ โดมินิกัน (St. Mary’s Dominican College) ประเทศสหรัฐอเมริกา กล่าวเพิ่มเติมว่า

“หลายคนมีความเชื่อว่า หากกินเกรปฟรุตร่วมกับอาหารที่มีโปรตีนสูง จะช่วยกระตุ้นให้เกิดกลไกเผาผลาญไขมันในร่างกายและช่วยลดน้ำหนักได้อย่างรวดเร็ว”

แม้จะไม่มีการพิสูจน์แน่ชัดถึงข้อเท็จจริง แต่เมื่อไม่นานมานี้ Journal of Medicinal Food ศึกษาผลของเกรปฟรุตสดและผลิตภัณฑ์จากเกรปฟรุตต่อการลดน้ำหนักในคนอ้วน 91 คน โดยให้อาสาสมัครกิน เกรปฟรุตก่อนอาหาร 3 มื้อในรูปแบบต่างๆ ได้แก่ เกรปฟรุตสดครึ่งผล เกรปฟรุตในรูปแคปซูล (200 กรัม) น้ำเกรปฟรุต 1 แก้ว (237 มิลลิลิตร)

หลังการทดลอง 12 สัปดาห์สิ้นสุด พบว่า กินเกรปฟรุตสดครึ่งผล ช่วยให้น้ำหนักลดมากที่สุดคือ 1.6 กิโลกรัม รองลงมาคือ น้ำเกรปฟรุตคั้น 1.5 กิโลกรัม และเกรปฟรุตในรูปแคปซูล 1.1 กิโลกรัม ในขณะที่กลุ่ม ที่ได้ยาหลอกมีน้ำหนักลดลง 0.3 กิโลกรัม

ผู้เชี่ยวชาญสรุปทิ้งท้ายว่า สามารถกินเกรปฟรุตเพื่อลดน้ำหนักได้ โดยแนะนำให้กินครึ่งผล หรือดื่มน้ำคั้น 1 แก้วก่อนอาหาร เพื่อช่วยให้รู้สึกอิ่ม ทั้งนี้เพื่อสุขภาพที่ดีควรผลัดเปลี่ยนเป็นผลไม้ชนิดอื่นที่รสไม่หวาน เพื่อให้ร่างกายได้รับวิตามินและแร่ธาตุหลากหลาย

รู้อย่างนี้แล้ว ใครชอบกินอาหารชนิดไหน เลือกเอาตามสะดวก และไม่ลืมเลือกกินอาหารที่มีไขมันดี มีใยอาหารสูง ร่วมกับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ  รับรองว่าหุ่นสวยเร็วทันใจ เห็นผลชัวร์ค่ะ

(สนับสนุนข้อมูล : คอลัมน์ชีวจิต+ นิตยสารชีวจิต ฉบับที่ 336)


บทความน่าสนใจอื่นๆ

3 เครื่องเทศลดอ้วน ป้องกันโรคเยี่ยม

4 ท่า สร้างซิกแพค บริหารหน้าท้อง ลดอ้วนลงพุง ใน 10 นาที

5 สมุนไพรช่วยอิ่มท้อง ลดอ้วน

ติดตามคำแนะนำจาก กูรูสุขภาพ ทำตามง่าย เห็นผลจริง คลิกเลย!
keyboard_arrow_up