2 วิธีธรรมชาติสยบโรค สะเก็ดเงิน

สะเก็ดเงิน
สะเก็ดเงิน

2 วิธีธรรมชาติสยบโรค สะเก็ดเงิน

โรค สะเก็ดเงิน เป็นโรคที่สร้างความลำบากให้ผู้ป่วยทั้งด้านจิตใจและร่างกาย บั่นทอนคุณภาพชีวิต บุคลิกภาพ และบางครั้งอาจก่อให้เกิดปัญหาต่อการเข้าสังคม แล้วจะสังเกตได้อย่างไรว่าเรากำลังเป็นโรคนี้อยู่ ไม่ยากค่ะ

ถ้าเช้าวันหนึ่งลืมตาตื่นแล้วพบว่าหนังศีรษะของคุณลอกเป็นขุยๆ จากนั้นอีกหนึ่งเดือนต่อมาผิวหนังเริ่มมีสะเก็ดสีขาวหลุดลอกทั่วร่างกาย นั่นอาจแสดงว่าคุณกำลังป่วยเป็นโรคสะเก็ดเงิน นอกจากไม่กล้าเข้าสังคมเพราะกลัวคนทั่วไปรังเกียจ เนื่องจากเข้าใจผิดว่าสะเก็ดเงินเป็นโรคติดต่อแล้ว ผู้ป่วยต้องทนทุกข์กับรอยโรคทั่วทั้งตัว มิหนำซ้ำหมอยังฟันธงให้ช้ำใจอีกว่าสะเก็ดเงินไม่มีทางรักษาให้หายขาดได้ ผู้ป่วยหลายท่านจึงทำได้เพียงดูแลสุขภาพเพื่อประคองไม่ให้อาการกำเริบ

ชีวจิต ขอเสนอ 2 ประสบการณ์ของผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินที่มีวิธีกำราบโรคได้สำเร็จมาแล้ว

 

ลดน้ำหนักลดการกำเริบ

คุณนวลใย เชื้อคำ อายุ 44 ปี เข้ารับการรักษาโรคสะเก็ดเงินที่โรงพยาบาลศิริราช และได้รับคำแนะนำจากคุณหมอให้ลดน้ำหนักเพื่อคุมอาการ

“ดิฉันเป็นโรคสะเก็ดเงินตั้งแต่ พ.ศ. 2545 ใช้ทั้งยากินและยาทาตามที่หมอสั่ง อาการก็ดีขึ้น แต่ไม่เห็นผล 100 เปอร์เซ็นต์จนประมาณเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2557 ทางโรงพยาบาลศิริราชจัดกิจกรรมให้ผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินแข่งขันลดน้ำหนักเพื่อช่วยในการรักษาโรค ซึ่งดิฉันเป็นผู้ชนะของงานนี้ค่ะ

“ก่อนหน้านี้ดิฉันไม่ออกกำลังกายเลย แต่เมื่อลงชื่อแข่งขันลดน้ำหนัก สิ่งแรกที่คิดคือ ต้องออกกำลังกายบ้างแล้วนะ

“หลังเลิกงานดิฉันไปวิ่งที่สวนสาธารณะใกล้บ้าน แต่วิ่งได้ไม่กี่สัปดาห์ก็รู้สึกปวดเมื่อยตัว จึงเปลี่ยนมาวิ่งบนลู่ในฟิตเนสแทนค่ะ ซึ่งดิฉันคิดว่าวิธีนี้เหมาะกับตัวเอง การวิ่งบนลู่ให้ความรู้สึกนุ่มกว่าพื้นถนน ทำให้วิ่งได้เร็วและนานขึ้น แถมยังไม่ค่อยปวดเข่าอีกด้วย

“ทุกวันนี้วิ่งวันละ 45 นาที หากไม่ได้ไปฟิตเนสก็จะวิ่งเหยาะ ๆ อยู่ที่บ้านวันละ 10 นาที จากนั้นจึงเล่นฮูลาฮูปต่ออีกครึ่งชั่วโมง”

นอกจากนี้คุณนวลใยยังควบคุมอาหารในแต่ละมื้อ โดยเน้นกินผักต้มและปลาทะเลนึ่งเป็นประจำ รวมทั้งงดน้ำอัดลมและนมโดยเด็ดขาดลดน้ำหนัก, สะเก็ดเงิน

“จากน้ำหนัก 68 กิโลกรัม ตอนนี้เหลือเพียง 64 กิโลกรัมรูปร่างกระชับขึ้น รอยโรคลดลงอย่างเห็นได้ชัด ยาแผนปัจจุบันที่หมอให้ก็ใช้ได้ผลดี แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ การมีครอบครัวที่ดี มีเพื่อนร่วมงานที่เข้าใจ ที่รู้ว่าสะเก็ดเงินไม่ใช่โรคติดต่อและไม่แสดงท่าทางรังเกียจ กำลังใจจากคนใกล้ตัวนี้จะช่วยให้จิตใจของผู้ป่วยดีขึ้นได้ และคุณหมอมักย้ำกับดิฉันว่า เมื่อไม่เครียด อาการก็จะดีขึ้นค่ะ”

แพทย์หญิงลีนา จุฬาโรจน์มนตรี ภาควิชาตจวิทยาคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล โรงพยาบาลศิริราช อธิบายเรื่องน้ำหนักตัวของผู้ป่วยที่ส่งผลต่อโรคสะเก็ดเงินว่า

“ผู้ป่วยจำเป็นต้องควบคุมน้ำหนัก ถ้าน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นความรุนแรงของโรคจะเพิ่มขึ้น และมีงานวิจัยยืนยันด้วยว่าน้ำหนักตัวที่ลดลงจะช่วยลดความรุนแรงของโรคลงตามด้วย

“นอกจากนี้โรคสะเก็ดเงินยังมีความสัมพันธ์กับโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน และภาวะไขมันในเลือดสูง นั่นเพราะสะเก็ดเงินมีกลไลของการอักเสบที่เกิดขึ้นภายในร่างกาย จึงส่งผลเชื่อมโยงไปสู่โรคต่าง ๆ และสิ่งนี้เองที่ทำให้ผู้ป่วยต้องควบคุมน้ำหนัก”

 

อ่านต่อหน้า 2

กำหนดลมปราณเพื่อคุมอาการ

คุณพรรณทิพย์ เทอดพิทักษ์พงษ์ อายุ 60 ปี ผู้ดูแลผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงิน เล่าว่า “ประมาณ 5 - 6 ปีก่อน พี่ชายวัย 65 ปี อดีตข้าราชการชั้นผู้ใหญ่จากสำนักปลัดกรุงเทพมหานครที่ดิฉันสนิทสนมป่วยเป็นโรคสะเก็ดเงิน

“ไม่ว่าจะรักษาด้วยการทายาหรือฉายแสงอาทิตย์เทียมซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาตามหลักแพทย์แผนปัจจุบัน แต่อาการของโรคยังคงกำเริบ แม้จะรักษาอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่เห็นผล ค่อนข้างบั่นทอนจิตใจของผู้ป่วยมากค่ะ

“กระทั่ง พ.ศ. 2556 ได้รับคำแนะนำเรื่องการฝึกพลังลมปราณ (ชี่กง) จาก ศาสตราจารย์ นายแพทย์พงษ์ศิริปรารถนาดี (อาจารย์พิเศษ ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่) หลังจากร่วมออกกำลังกายด้วยกันที่สวนสันติภาพใกล้กับอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

“ตอนแรกเราไม่ทราบหรอกว่าการฝึกลมปราณมีผลดีอย่างไรแต่เคยเห็นผู้เฒ่าผู้แก่หลายท่านฝึกกัน จึงคิดว่าอย่างน้อย ๆ คงช่วยให้สุขภาพแข็งแรงขึ้น

ควบคุมลมหายใจ

“ดิฉันจึงเริ่มให้พี่ชายฝึกพลังลมปราณในสวนสาธารณะใกล้บ้านตอนเช้า ใช้เวลาฝึกวันละ 1 ชั่วโมง หลังจากฝึกอย่างต่อเนื่องประมาณ 2 เดือน เขาบอกว่ารู้สึกดีขึ้นมาก ร่างกายสดชื่น และหลับสบายกว่าเมื่อก่อน

“เมื่อฝึกพลังลมปราณร่วมกับการใช้ยาแผนปัจจุบัน ทำให้อาการของโรคสะเก็ดเงินดีขึ้นตามลำดับ ผื่นลดลง โรคไม่ค่อยกำเริบค่ะ”

ทั้งนี้แพทย์หญิงลีนาให้ความเห็นเกี่ยวกับการฝึกพลังลมปราณเพื่อสุขภาพของผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินว่า “เนื่องจากการหายใจที่ถูกต้องทำให้สมองผ่อนคลาย ความเครียดลดลง โรคจึงไม่กำเริบ

“แนะนำว่า ให้ผู้ป่วยเริ่มจากการฝึกหายใจออกให้ช้าและหายใจเข้าให้ลึก อาจกลั้นลมหายใจไว้สักครู่ แล้วค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจออก โดยหายใจเข้าให้ท้องพอง และหายใจออกให้ท้องยุบค่ะ”

จริงอยู่ที่โรคสะเก็ดเงินไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่ถ้าผู้ป่วยรู้จักดูแลตนเองร่วมกับปฏิบัติตนตามคำแนะนำของแพทย์ก็จะทำให้โรคไม่กำเริบ สามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้

คอลัมน์อยู่เป็นลืมป่วย นิตยสารชีวจิต ฉบับ 392 (1 ก.พ.58)


บทความน่าสนใจอื่นๆ

วิถีชีวจิต แก้โรคสะเก็ดเงิน

เฉลิมพล ศักดิ์คำ ผู้ชุบชีวิตใหม่ให้ผู้ป่วย โรคสะเก็ดเงิน

ติดตามคำแนะนำจาก กูรูสุขภาพ ทำตามง่าย เห็นผลจริง คลิกเลย!
keyboard_arrow_up