EAT RIGHT LIVE WELL มหัศจรรย์ยาธรรมชาติ รักษารูมาตอยด์

EAT RIGHT LIVE WELL มหัศจรรย์ยาธรรมชาติ รักษารูมาตอยด์
EAT RIGHT LIVE WELL มหัศจรรย์ยาธรรมชาติ รักษารูมาตอยด์

หากเอ่ยถึง โรครูมาตอยด์ หรือข้ออักเสบ อาจารย์สาทิส อินทรกำแหง กูรูต้นตำรับชีวจิต เคยเขียนอธิบายไว้ในนิตยสารชีวจิตฉบับแรกๆ ว่า โรคนี้เป็นโรคประจำตัวของสัตว์และมนุษย์มาแต่โบราณกาล  แพทย์และนักวิทยาศาสตร์นำกระดูกไดโนเสาร์สมัยหกสิบล้านปีมาสำรวจตรวจตรา พบว่าสัตว์โบราณเหล่านี้มีอาการของข้ออักเสบมาก่อน

แถมยังสำรวจมนุษย์ถ้ำหรือชนเผ่าเก่าแก่หลายล้านปี ก็พบว่ามนุษย์มีโรคประจำตัวคือ ข้ออักเสบ มาตั้งแต่เริ่มเป็นมนุษย์แล้วเช่นกัน มิหนำซ้ำการเจ็บป่วยจากรูมาตอยด์ หรือข้ออักเสบของคนเราสมัยนี้กลับไม่เชื่อเรื่องธรรมดาอีกต่อไป เพราะความเจ็บปวดนั้นเริ่มทวีความรุนแรง และไม่ต้องรอให้แก่เฒ่า มันก็มาเคาะประตูบ้านเสียแล้ว

เช่นเดียวกับ คุณจอย-ตวงพร ปานะสุทธะ ที่เคยทุกข์ทรมานกับรูมาตอยด์ขนาดหนักเมื่อวัยเพียง 30 ปีเท่านั้น (ปัจจุบันอายุ 36 ปี)

 

นึกว่าปวดเมื่อยกล้ามเนื้อที่แท้รูมาตอยด์ถามหา

คุณจอยเริ่มมีอาการของโรครูมาตอยด์ครั้งแรกเมื่อ 5 ปีที่แล้ว และด้วยความที่เธอไม่เคยรู้จักกับโรคนี้มาก่อน จึงเข้าใจว่าอาการเจ็บปวดต่างๆ นานานั้นมีสาเหตุมาจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน

“ตอนแรก ก็ไม่รู้หรอกว่าตัวเองป่วยเป็นโรคอะไร คิดว่าปวดกล้ามเนื้อจากการนั่งพิมพ์งานหน้าคอมพิวเตอร์นานๆ หรือไม่ก็อาจเพราะเครียดเกินไป ทำให้เกิดการเกร็งของกล้ามเนื้อ ถ้าปวดมากหน่อยก็ไปหาหมอ เอายาคลายกล้ามเนื้อมากิน”

ชีวิตของเธอวนเวียนเช่นนี้อยู่เกือบปี จนกระทั่งอาการปวดรุนแรงจนถึงขีดสุด!

“คราวนี้ปวดตั้งแต่ต้นคอ ข้อเข่า ข้อเท้า กระดูกสันหลังทุกข้อ ปวดทั้งตัวและตลอดเวลา แถมปวดมาก-ก-ก ช่วงเช้ามืด ทำให้ขยับตัวยืดเส้นยืดสายแทบไม่ได้เลย ทรมานจนต้องนอนร้องไห้

“ที่แปลกคือวันไหนพักผ่อนน้อยก็จะยิ่งปวด แต่ใช่ว่านอนนานๆ แล้วจะหายนะคะ …ก็ปวดมากอยู่ดี” (หัวเราะ)

ไม่เพียงเท่านี้ นานวันเข้าอาการเจ็บปวดก็เริ่มสร้างปัญหาให้กับการใช้ชีวิตประจำวันของเธอขึ้นเรื่อยๆ

“ฉันกลายเป็นคนอ่อนเพลียง่าย ไม่ค่อยมีแรงทำงาน เหมือนคนขี้เกียจที่ไม่อยากขยับเขยื้อนร่างกาย สิ่งที่เคยทำได้ก็ลดความสามารถลงไป เช่น เคยหมุนเปิดฝาขวดน้ำเองได้สบายๆ ก็เปิดไม่ได้ มันปวดเจ็บข้อมือไปหมด ต้องให้แฟนบิดทิ้งไว้ตั้งแต่กลางคืน เพื่อที่ตื่นมาเราจะได้เปิดดื่มได้เลย”

 

คลิกเพื่ออ่านต่อหน้าถัดไป

ภูมิคุ้มกันตก บวมฉุผลข้างเคียง(เกินคาด)จากการกินยา

เมื่ออาการผิดปกติไม่มีทีท่าว่าจะหายขาด แถมยังทวีความรุนแรงมากขึ้นๆ คุณจอยจึงตัดสินใจไปพบแพทย์ ซึ่งผลการตรวจวินิจฉัยก็ทำให้เธอได้รับรู้ว่าตัวเองกำลังเผชิญหน้าอยู่กับโรคร้ายที่ชื่อว่า “รูมาตอยด์”

“หมอบอกว่า โรคนี้หาสาเหตุหลักๆ แทบไม่ได้เลยว่าเป็นเพราะอะไร และส่วนใหญ่เป็นแล้วจะไม่หายขาด ดีที่สุดก็แค่กินยาควบคุมอาการไม่ให้กำเริบ หากเป็นมาก จะมีผลทำให้เยื่อหุ้มหัวใจ และเยื่อหุ้มปอดอักเสบได้ ซึ่งถือว่าอันตรายมาก”

โรครูมาตอยด์

และการเดินทางไปโรงพยาบาลครั้งนั้นก็จบลงด้วยการต้องกินยาสเตียรอยด์ และยากดภูมิคุ้มกันวันละหลายต่อหลายเม็ด ซึ่งแน่นอนว่าผลข้างเคียงจากการกินยาย่อมมีไม่น้อยเช่นกัน

“จริงอยู่ที่ยามีส่วนลดอาการเจ็บปวดจากโรคนี้ แต่ผลข้างเคียงที่ฉันได้รับก็ค่อนข้างสาหัส ยากดภูมิคุ้มกันทำให้ภูมิคุ้มกันตก เราก็จะอ่อนแอ เป็นหวัด ไม่สบายง่าย ยาสเตียรอยด์ กินไปนานๆ เข้า ตัวและหน้าก็จะบวมฉุ ตอนนั้นน้ำหนักพุ่งขึ้นไปเกือบ 10 กิโลกรัมแน่ะ”

เมื่อผลข้างเคียงระยะยาวจากการกินยาทรมานไม่แพ้โรคร้ายที่กำลังเผชิญ การตัดสินใจของเธอคนนี้จึงเปลี่ยนไป

“ฉันเริ่มคิดแล้วว่า การกินยาเยอะๆ ไปตลอดชีวิตไม่น่าส่งผลดีต่อร่างกายเท่าไรนัก ฉันอาจจะหายป่วยจากโรครูมาตอยด์ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเป็นโรคอื่นแทนหรือเปล่า พอคิดได้แบบนี้ก็เลยตัดสินใจหันมาดูแลตัวเองเป็นหลัก และเปลี่ยนแนวทางการรักษามาเป็นแนวธรรมชาติบำบัดนับจากวันนั้น”

 

คลิกเพื่ออ่านต่อหน้าถัดไป

เคล็ดลับเยียวยาปัญหาข้อ

การหันหลังให้กับยากองโต และมุ่งหน้าสู่วิถีธรรมชาติบำบัดของคุณจอย เริ่มจากการใช้ “อาหารเป็นยา” เช่นเดียวกับแนวทางของชีวจิต โดยเธอตั้งกฎเหล็กเรื่องการกินไว้ว่า

“ห้าข้อหลักๆ ที่ต้องหลีกเลี่ยงคือ หนึ่ง เนื้อสัตว์ทุกชนิด อนุโลมให้กินปลา อาหารทะเลได้นิดหน่อย แต่ หมู ไก่ เนื้อวัว งดได้ให้งดค่ะ สอง อาหารแปรรูปทุกชนิด เรียกว่าถ้าเดินเข้าร้านสะดวกซื้อเมื่อไหร่ ก็หยิบได้แค่น้ำเปล่าเท่านั้น (หัวเราะ) สาม อาหารที่มีน้ำตาลมาก สี่ คาเฟอีน และ ห้า ของมันของทอด หรือถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ก็ให้กินแต่น้อย และห้ามใช้น้ำมันใช้ซ้ำค่ะ”

คุณจอยทำท่าทางนับนิ้วมือ เพื่อตรวจสอบความครบถ้วนของข้อมูล ก่อนจะอธิบายต่อว่า อาหารที่เธอกินได้ และมีประโยชน์ต่อสุขภาพก็คือ ข้าวกล้อง ผักสด และผลไม้ ซึ่งมีคำแนะนำเพิ่มเติมดังนี้

“ควรกินผักไม่ต่ำกว่าวันละ 5 ขีดค่ะ ส่วนผลไม้ต้องเป็นผลไม้ที่มีรสชาติหวานน้อย เช่น ชมพู ฝรั่ง แก้วมังกร แอ๊ปเปิ้ล ที่สำคัญคนที่เป็นโรคนี้ต้องหมั่นสังเกตตัวเองด้วยว่า กินอะไรแล้วทำให้อาการปวดกำเริบ ก็งดเว้นเสีย

“เคล็ดลับการกินผักให้ได้เยอะๆ สำหรับฉันก็คือ เวลาไปทำงานให้เตรียมผักสด หรือผักนึ่งใส่กล่องไปด้วย อาจจะเป็นแครอตจิ๋ว ฟักทอง หรือบร็อกโคลีก็ได้ เวลาหิวก็หยิบขึ้นมากินแทนขนมกรุบกรอบ นอกจากจะดีต่อสุขภาพแล้ว ยังไม่ทำให้อ้วนอีกด้วยนะคะ”

โรครูมาตอยด์

นอกจากเรื่องอาหารแล้ว การดูแลจิตใจ พักผ่อน และออกกำลังกายอย่างสมดุล ก็ช่วยกำราบโรครูมาตอยด์ได้เช่นกัน

“ตั้งแต่ป่วย ฉันจะพยายามไม่เครียด ปล่อยวางมากขึ้น ธรรมะก็มีส่วนช่วยได้มาก เพราะในช่วงที่เจ็บป่วยที่สุด ถ้าไม่มีสติ ไม่มีสิ่งมาคอยชักนำใจเรา เราจะอ่อนแอท้อแท้ และหมดกำลังใจได้ง่ายๆ

“การหายใจเข้าออกลึกๆ ยาวๆ วันละ 5-15 นาทีทุกเช้า หรือสวดมนต์ นั่งสมาธิเป็นประจำ ก็จะทำให้ระบบต่างๆ ในร่างกายสมดุลขึ้น ที่สำคัญต้องอย่าลืมออกกำลังกาย ยืดเส้นยืดสายเบาๆ เท่าที่ร่างกายรับไหว เพราะจะช่วยให้กล้ามเนื้อรอบข้อหรือเอ็นรอบข้อแข็งแรงขึ้น ช่วยลดการอักเสบและลดอาการปวดได้ค่ะ”

เพราะดูแลตัวเองเป็นอย่างดี ปัจจุบันคุณจอยจึงกลายร่างจากสาวไซส์ XL มาเป็นสาวซ์ S เรียบร้อยแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นอาการปวดตามข้อต่างๆ ก็ไม่เคยกล้ำกลายเธออีกเลย นี่จึงเป็นเครื่องยืนยันได้เป็นอย่างดีว่า “วิถีสุขภาพแบบธรรมชาติที่จีรังยั่งยืนนี้ เป็นยาวิเศษที่ทุกคนปรุงได้เอง”

 

 

ข้อมูลจาก : นิตยสารชีวจิต ฉบับที่ 442

ติดตามคำแนะนำจาก กูรูสุขภาพ ทำตามง่าย เห็นผลจริง คลิกเลย!
keyboard_arrow_up