เซลลูไลต์

9 สุดยอดอาหาร ปราบ ‘เซลลูไลท์’

เซลลูไลต์
เซลลูไลต์

เซลลูไลท์ คือปัญหากวนใจของคุณรึเปล่าคะ?

หากใช่ จงรู้ไว้เลยว่า การกำจัด เซลลูไลท์ ให้หมดไป จำเป็นต้องลงมือทำไม่ใช่เอาแต่นั่งรอปาฏิหาริย์ กุญแจดอกสำคัญที่จะป้องกันเซลลูไลท์นั่นก็คือ การกำลังกายอย่างสม่ำเสมอควบคู่ไปกับกินอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ

วันนี้เราจึงมีอาหาร ผัก และผลไม้ปราบเซลลูไลท์มาแนะนําดังนี้

เซลลูไลต์, ใบบัวบก1. ใบบัวบก มีคุณสมบัติดีเยี่ยมในการช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้แก่ผิวซึ่งจะช่วยลดปริมาณเซลลูไลท์ให้น้อยลง นอกจากนี้ยังช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ขจัดพิษตกค้าง รักษาแผลและอาการช้ำ เราสามารถซื้อใบบัวบกสดๆ จากตลาดมาทําน้ำใบบัวบกดื่มเองได้ หรือกินสดๆ เป็นผักจิ้มน้ำพริก ถือเป็นมื้อสุขภาพที่อร่อยและได้ประโยชน์มากทีเดียว

2. เมล็ดลินินหรือแฟลกซ์ซีด (Flaxseed) ช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนเอสโทรเจนและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทําให้ผิวหนังแข็งแรงหนานุ่มขึ้น จึงลดเลือนการมองเห็นเซลลูไลท์ให้น้อยลง แนะนําให้กินเปล่าๆ หรือโรยในอาหารเช้า เช่น โจ๊ก ข้าวกล้อง โยเกิร์ตซีเรียล ปริมาณครั้งละ 2 ช้อนโต๊ะ

3. เมล็ดทานตะวัน เรเนีย บาทายเนห์ (Rania Batayneh) ผู้เขียนหนังสือThe One One One Diet กล่าวว่า เมล็ดทานตะวันอุดมไปด้วยวิตามินอี โพแทสเซียม สังกะสี และวิตามินบี 6 ซึ่งช่วยให้ร่างกายสร้างโปรตีนเพื่อเพิ่มความแข็งแรงและซ่อมแซมเนื้อเยื่อต่างๆได้ รวมถึงช่วยกําจัดไขมันได้ดีขึ้นด้วย

4. สาหร่ายทะเลสีน้ำตาลหรือเคลป์ (Kelp) พบสารคลอโรฟิลล์ และสารออกฤทธิ์บางชนิดในสาหร่ายสีน้ําตาลและผักใบเขียว ซึ่งช่วยให้ร่างกายเผาผลาญไขมันได้ดีขึ้น จึงช่วยลดน้ำหนักและเซลลูไลท์ได้ เราอาจซื้อสาหร่ายแบบแห้งมาใส่ในซุปมิโซะหรือใส่สลัดก็ได้

คลิกเพื่ออ่านต่อหน้าถัดไป

เซลลูไลต์5. ปลาแซลมอน อุดมไปด้วยสารแอนติออกซิแดนต์ซึ่งมีคุณประโยชน์ช่วยขจัดไขมัน คุณโจชัว ซิชเนอร์ (Joshua Zeichner) ผู้อํานวยการหน่วยวิจัยคลินิกด้านผิวหนังและเครื่องสําอาง โรงพยาบาลเมาท์ซินายแห่งนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกากล่าวว่า ปลาแซลมอนมีกรดไขมันโอเมก้า-3 มีคุณสมบัติช่วยลดความหิว แก้อักเสบ ซ่อมแซม และสร้างความแข็งแรงให้แก่เซลล์ผิวหนัง ลดการสร้างสารพิษในเลือดและช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตดีขึ้น

6. พริกมีวิตามินบี 6 ช่วยฟื้นฟูการทํางานของเนื้อเยื่อและช่วยป้องกันไม่ให้เกิดผิวเปลือกส้ม นอกจากนี้ยังพบสารแคปไซซิน (Capsaicin) ซึ่งช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญพลังงานให้เพิ่มขึ้น 25 เปอร์เซ็นต์ พบว่าหลังจากกินพริกไปราว 3ชั่วโมง ร่างกายจะสามารถเผาผลาญพลังงานส่วนเกิน กําจัดไขมันในร่างกายได้ จึงช่วยให้การไหลเวียนโลหิตและขจัดสารพิษดีขึ้น

7. ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่สีเข้ม เช่น บลูเบอร์รี่ แบล็กเบอร์รี่ ซึ่งมีสารแอนติออกซิแดนต์ปริมาณสูง ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ปรับสภาพผิวให้เรียบเนียน ช่วยขจัดไขมันที่ติดอยู่กับเซลล์ผิวหนัง จึงช่วยลดการเกิดรอยบุ๋มหรือผิวเปลือกส้มได้

8. ชาเขียวและชาสมุนไพร เช่น แดนดิไลออน ขิง มีสารอีจีซีจี (EGCG-Epigallocatechin gallate) ที่มีคุณสมบัติช่วยเร่งกระบวนการ เผาผลาญพลังงานและไขมันภายในร่างกาย ช่วยหยุดการขยายตัวของเซลล์ไขมันอันเป็นสาเหตุของเซลลูไลท์ นอกจากนี้ คาร์ลีน คาร์สต์(Karlene Karst)   โภชนากรแห่งมหาวิทยาลัยแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา ยังบอกอีกว่ากาเฟอีน ปริมาณน้อยในชาเขียวช่วยขับสารพิษและลดขนาดเซลล์ไขมันให้เล็กลงได้

9. น้ำมันมะกอก แน่นอนว่าการกินไขมันในปริมาณมากทําให้อ้วน แต่ไขมันใช่จะร้ายไปเสียทั้งหมด การใช้น้ำมันมะกอกปริมาณพอเหมาะ ปรุงอาหารโดยใช้ความร้อนต่ำ หรือใช้ทําน้ำสลัดนั้นมีประโยชน์มาก เนื่องจากในน้ำมันมะกอกมีสารพอลิฟีนอล ซึ่งช่วยให้ต่อมไทรอยด์ทํางานเป็นปกติ โดยต่อมไทรอยด์มีหน้าที่ผลิตฮอร์โมนที่ทําหน้าที่กระตุ้นการเผาผลาญพลังงานภายในร่างกาย ช่วยกระตุ้นให้ผิวหนัง สร้างเซลล์ให้หนาขึ้น และช่วยลดการขยายตัวของเซลล์ไขมัน

เรื่องโดย ธัญชนิตย์

 

ติดตามคำแนะนำจาก กูรูสุขภาพ ทำตามง่าย เห็นผลจริง คลิกเลย!
keyboard_arrow_up