ไม่อยากหลงๆลืมๆ กินอาหารเพิ่มความจำ 9 อย่างนี้เลย

อุบัติเหตุทางการแพทย์,โรคหมอทำ,อุบัติเหตุ,accident,โรคdiabetes,ฉี่บ่อย,เบาหวาน,โรคเบาหวาน,กินหวาน,ของหวาน,สาทิส อินทรกำแหง
อุบัติเหตุทางการแพทย์,โรคหมอทำ,อุบัติเหตุ,accident,โรคdiabetes,ฉี่บ่อย,เบาหวาน,โรคเบาหวาน,กินหวาน,ของหวาน,สาทิส อินทรกำแหง

“หลายคนชอบบ่นว่ายิ่งแก่ยิ่งหลงๆลืมๆ แต่สมัยนี้ไม่เพียงแต่คนแก่เท่านั้น คนรุ่นหนุ่มสาวก็ยังมีอาการหลงลืมกันได้เหมือนกัน วิธีป้องกันความทรงจำไม่ให้หลงลืมนั้น นอกจากการออกกำลังกาย และการหมั่นใช้สมองในการคิด อ่านหนังสือ หรือเล่นเกมส์พัฒนาสมองแล้ว ยังมีอีกวิธีที่ทำง่ายไม่แพ้กัน นั่นคือการบริโภคอาหารที่มีคุณค่าสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายและสมองของเรา อย่างอาหาร 9 จำพวกนี้ หากรับประทานในปริมาณที่เพียงพอในแต่ละวัน จะช่วยรักษาความทรงจำและช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคอัลไซเมอร์ได้”

 

oil-based-salad

น้ำมันพืชในน้ำสลัด

มีข้อมูลสนับสนุนออกมาว่า การกินอาหารที่มีวิตามิน E สูง ซึ่งครอบคลุมไปถึงน้ำมันพืชที่นำมาทำเป็นเบสของน้ำสลัด สารต้านอนุมูลอิสระที่มีพลังอย่างวิตามิน E อาจจะช่วยป้องกันเซลล์ประสาทในสมองไม่ให้เสื่อมสภาพก่อนวัยอันควรในโรคอัลไซเมอร์

 

fish2

ปลา

ปลาแซลมอน ปลาแมคเคอเรล ปลาทูน่า และปลาอื่นๆ อุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 รวมถึง DHA หรือ Docosahexaenoic Acid กรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัว ซึ่งมีส่วนสำคัญในการพัฒนาสมองและประสาทตา การกินปลาที่มีกรดไขมันโอเมก้า 3 เยอะๆ นั้นจึงช่วยบำรุงสมองได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะเด็กในช่วง 3 ปีแรก ควรได้รับกรดไขมันโอเมก้า 3 อย่างเพียงพอต่อร่างกาย เพื่อพัฒนาการที่ดีของสมองและประสาทตา

 

avocado

อะโวคาโด

อะโวคาโดนั้นเป็นแหล่งที่มีสารต้านอนุมูลอิสระและวิตามิน E อยู่เยอะมาก รวมถึงสารต้านอนุมูลอิสระที่เสริมสร้างวิตามิน C มีปริมาณโฟเลทสูง ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคอัลไซเมอร์

 

 

kale

ผักใบเขียวเข้ม

ผัก Kale หรือคะน้าใบหยิก ที่กำลังฮิตอยู่ในขณะนี้ นับเป็นซูเปอร์ฟู้ดที่มีคุณค่าทางสารอาหารสูงมาก พอๆกับ Spinach ผักโขม หรือ ปวยเล้ง และ Broccoli บรอกโคลี่ ผักใบเขียวที่กล่าวมา ต่างมีวิตามิน E และ Folate โฟเลท (วิตามินชนิดที่ละลายได้ในน้ำ) ค่อนข้างสูง ซึ่งโฟเลท มีส่วนช่วยในการลดระดับของกรดอะมิโนที่ชื่อ ฮอโมซิสเตอีน (Homocysteine) ในเลือด ซึ่งหากมีมากเกินไป จะเป็นตัวทำลายหลอดเลือด โดยเฉพาะหลอดเลือดหัวใจ และหลอดเลือดที่อยู่ในสมอง ซึ่งจะส่งผลทำให้หลอดเลือดมีโอกาสตีบและอุดตันได้ง่ายกว่าที่ระดับของโฮโมซิสเตอีนในเลือดปกติ กรณีที่หลอดเลือดหัวใจตีบหรืออุดตัน โอกาสที่หลอดเลือดที่ผ่านคอไปเลี้ยงสมองอุดตันหรือตีบก็เกิดขึ้นได้ เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงหัวใจได้น้อยลง อาจสร้างปัญหาให้กล้ามเนื้อหัวใจตายเป็นส่วนๆ หากหลอดเลือดสมองตีบ เลือดไปเลี้ยงสมองน้อยลง ประสาทในสมองก็ลีบฝ่อไปได้เช่นกัน ก่อให้เกิดปัญหาสมองฝ่อหรือโรคอัลไซเมอร์และปลายประสาทเสื่อม รวมถึงอาจทำให้ผู้ป่วยเกิดอัมพฤกษ์ – อัมพาตได้

 

sunflower-seeds

เมล็ดทานตะวัน

เมล็ดทานตะวันอุดมไปด้วยวิตามิน E สูง การกินเมล็ดทานตะวันอบแห้ง ปริมาณ 1 ออนซ์ นั้นจะเท่ากับปริมาณที่ร่างกายควรได้รับต่อวัน ลองโรยเมล็ดทานตะวันลงในจานสลัดดูนะคะ นอกจากจะช่วยเสริมสร้างพลังสมองแล้ว ยังเพิ่มรสชาติให้สลัดมีรสมัน กรุบกรอบขึ้นอีกด้วย

 

 

peanut-butter

ถั่วและเนยถั่ว

แม้ว่าถั่วและเนยถั่วจะมีปริมาณไขมันสูง แต่ก็เป็นไขมันที่ดีต่อร่างกาย รวมทั้งมีปริมาณวิตามิน E อยู่ด้วย ซึ่งจะช่วยให้หัวใจและสมองทำงานได้ดีขึ้น เช่นเดียวกับอัลมอนด์ และเฮเซลนัท

 

red wine

ไวน์แดง

จากการศึกษาพบว่า คนที่ดื่มไวน์แดงในปริมาณที่พอเหมาะทุกวัน (วันละ 1 แก้ว) แอลกอฮอล์ชนิดที่อยู่ในไวน์แดงจะช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคอัลไซเมอร์ได้

 

berries

ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่

ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ อาทิ บลูเบอร์รี่ สตรอว์เบอร์รี่ อาซาอิ เบอร์รี่ จะทำหน้าที่เป็นกลไกในการกำจัดโปรตีนที่เป็นพิษ ที่มีส่วนในการทำลายความทรงจำ และช่วยชะลออายุของสมอง ไม่ให้เสื่อมโทรมเร็วก่อนวัยอันควร

 

whole grain

โฮลเกรน และการลดน้ำหนักสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน

โฮลเกรน หรือธัญพืชทั้งหลาย มีไฟเบอร์สูงมาก ซึ่งเป็นสารอาหารสำคัญในการลดน้ำหนักแบบเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งการกินธัญพืชและกินแบบการลดน้ำหนักสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนนั้น ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดความบกพร่องทางสติปัญญา ที่สามารถพัฒนาไปเป็นโรคอัลไซเมอร์ได้ และยังช่วยลดการอักเสบของแผล ลดความเสื่อมของเซลล์ที่ถูกทำลายโดยอนุมูลอิสระ และลดความเสี่ยงในการเป็นโรคความดันโลหิตสูงได้

 

** (Mediterranean Diet คือ การลดน้ำหนักด้วยวิธีกินอาหารที่มาจากพืชเสียส่วนใหญ่ เช่น ผัก ผลไม้ เบอร์รี่ ธัญพืช ใช้น้ำมันมะกอกแทนเนย ลดการกินเนื้อแดงให้เหลือแค่เดือนละไม่กี่มื้อ และปรุงอาหารด้วยสมุนไพรที่มีรสชาติแทนการปรุงด้วยเกลือ)

 

 

 

 

ข้อมูลจาก : www.health.com และ www.foodnetworksolution.com

แปลและเรียบเรียง : mini me

ภาพ : Pixabay.com และ Health & Cuisine

 

ติดตามคำแนะนำจาก กูรูสุขภาพ ทำตามง่าย เห็นผลจริง คลิกเลย!
keyboard_arrow_up