“ดับร้อนผ่อนตับ” ตำรับบำรุงอวัยวะธาตุของผู้สูงอายุ

ตับเป็นอวัยวะที่ตั้งอยู่บริเวณชายโครงข้างขวา มีลักษณะเป็นก้อนสีชมพูเข้มเล็กน้อยทำหน้าที่มากมาย เช่น เปลี่ยนแปลงสารเคมีอาหารของร่างกาย สร้างน้ำดี ย่อยไขมันและเปลี่ยนแปลงสารอาหาร ช่วยขจัดสารพิษในร่างกาย ช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดและไขมันให้อยู่ในภาวะปกติ และเมื่อร่างกายขาดสารอาหารหรือพลังงาน ตับจะเปลี่ยนแปลงสารอาหารที่สะสมไว้กลับมาให้เป็นพลังงานสำรอง ซึ่งเมื่อไรที่ตับเกิดภาวะเสื่อมหรือเกิดโรค ก็จะสูญเสียหน้าที่และทำงานด้อยประสิทธิภาพลง ทั้งนี้คนปกติทั่วไปจะไม่สามารถคลำพบก้อนเนื้อตับผ่านบริเวณชายโครงได้

สิ่งที่ส่งผลให้ตับทำหน้าที่ผิดปกติไปจากเดิม

  • ความเสื่อมตามอายุและความเสื่อมของอวัยวะตามธรรมชาติ
  • เป็นโรคตับแข็งจากเชื้อไวรัส มะเร็งตับ เนื้องอกที่ตับ
  • ดื่มแอลกอฮอล์
  • ยาบางชนิด เช่น ยากลุ่มสเตียรอยด์ ยาพาราเซตามอล ที่กินเกินขนาดและต่อเนื่องยาวนาน
  • ความเครียด พักผ่อนไม่เพียงพอ การทำงานหนักเกินกำลัง (อ้างอิงตามปรัชญาการแพทย์ทางเลือก)

อาการแสดงออกเมื่อตับทำงานผิดปกติไป

  • อารมณ์หงุดหงิดง่าย อารมณ์แปรปรวน หนักเนื้อหนักตัว ตัวร้อนรุม ๆ แต่ไม่มีไข้ ตาแห้ง(เกิดเพราะตับร้อน)
  • ท้องอืดง่าย เบื่ออาหาร เวียนศีรษะหรือปวดหัว นอนไม่หลับ อ่อนเพลีย (ตับอ่อนแอและเสียสมดุล)
  • ตามัว คอแห้ง ปากขม (ตับร้อน กระทบน้ำดี)
  • ฝ่ามือฝ่าเท้าร้อน ตามัว บางรายมีตาแดง (มีความร้อนในตับมาก) หรือมีตาเหลือง (เกิดจากการคั่งของน้ำดี) ถ้าเป็นมากและปล่อยทิ้งไว้นานจะมีอาการเหลืองที่ผิวร่วมด้วย
  • บางรายตับโตคลำพบก้อนตับที่ชายโครงข้างขวา กดเจ็บชายโครงร่วมกับปวดหลังด้านขวา
  • ท้องอืด อาหารไม่ย่อย รับประทานอาหารที่มีไขมันก็ทำให้ท้องอืดแน่นท้องมากขึ้น (ภาวะตับเสื่อม เสียสมดุลในหน้าที่ของตับ หรือภาวะโรคของตับ) อาการเหล่านี้คุณสามารถสังเกตได้เอง และเมื่อพบว่ามีอาการดังกล่าวหรือไม่แน่ใจหรือเกิดอาการดังกล่าวขึ้นบ่อย ๆ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้ได้รับคำแนะนำที่ถูกต้องเหมาะสมมาปฏิบัติ

ในส่วนของอาหารที่จะช่วยลดความร้อนในตับเพื่อทำให้สมดุลตับปกตินั้น ดิฉันแนะนำให้คุณเลือกวัตถุดิบอาหารที่มีฤทธิ์เย็นเช่น แตงกวา ฟัก แฟง ดอกมะลิ เก๊กฮวย รากบัว หรือพืชที่มีรสจืดเย็นทั้งหมดมาปรุงส่วนวัตถุดิบรสขมนั้น แม้จะสามารถช่วยลดความร้อนของตับได้ดีจริง แต่หากกินมากเกินไปจะทำให้ตับเสียสมดุลและทำงานผิดปกติ จึงควรเลือกใช้ในกรณีที่ตับร้อนสูงเท่านั้น และเมื่ออาการดีขึ้นแล้วให้หยุดกินอาหารรสขมทันที ส่วนเรื่องวิธีการปรุงอาหารในกรณีที่ตับไม่ร้อนมากสามารถใช้วิธีผัดได้แต่หากตับร้อนจัดควรเลือกวิธีต้มหรือตุ๋นแทนและอาจใช้เครื่องดื่มสมุนไพรที่มีฤทธิ์ช่วยขับปัสสาวะ เช่น น้ำต้มไหมข้าวโพด น้ำเก๊กฮวย น้ำต้มรากหญ้าคา ฯลฯ เพื่อช่วยขับปัสสาวะซึ่งช่วยลดความร้อนของตับลงได้ เราจึงได้นำหลักการดังกล่าวมาคิดค้นปรุงเป็นอาหารสุขภาพมีชื่อว่า “ดับร้อนผ่อนตับ” มาฝากกัน

***เข้าไปดูเมนู “ดับร้อนผ่อนตับ” ได้ที่นี่เลยจ้า***

เรื่องและสูตร : อาจารย์วันทนี ธัญญา เจตนธรรมจักร เรียบเรียง : สิทธิโชค ศรีโช

ขอบคุณภาพประกอบจาก www.bumrungrad.com

ติดตามคำแนะนำจาก กูรูสุขภาพ ทำตามง่าย เห็นผลจริง คลิกเลย!
keyboard_arrow_up