โรคออโต้อิมมูน

อาหารบำบัด โรคออโต้อิมมูน สไตล์หมอลี่ “สุขภาพดีวันละ 1 นาที”

Alternative Textaccount_circle
event
โรคออโต้อิมมูน
โรคออโต้อิมมูน

อาหารบำบัด โรคออโต้อิมมูน สไตล์หมอลี่ “สุขภาพดีวันละ 1 นาที”

อาหารบำบัด โรคออโต้อิมมูน

หมอเป็นอายุรแพทย์ จบการศึกษามาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 แล้วก็มาเรียนต่อด้านโรคภูมิแพ้ จากนั้นก็แต่งงานทำงานเยอะค่ะ อยู่เวรถี่มาก เดือนละ 20 วัน วันหนึ่งมีอาการตาแดง เลยไปหาหมอตา บอกว่าเป็นม่านตาอักเสบ เราก็คิดว่าเป็นภูมิต้านทานผิดปกติ รับการรักษาด้วยการหยอดยาสเตียรอยด์จนเกือบจะเป็นต้อหิน

แต่ปรากฏว่าวันหึ่งอาการก็สงบ ส่วนหนึ่งมาจากการไม่อยู่เวร พักผ่อนเพียงพอ ทั้งนี้หมอก็ยังต้องหยอดตาด้วยสเตียรอยด์ไปเรื่อย ๆ หยุดไม่ได้ โรคจะกลับมา จนกระทั่งท้องลูกคนที่สอง ซึ่งห่างจากคนแรก 4 ปี หมอเริ่มสังเกตว่าแต่ละครั้งที่มีอาการม่านตาอักเสบชอบปวดฟันร่วมด้วย และก็เป็นการปวดในที่เดิม ๆ ไปหาหมอฟันก็ไม่พบอะไรผิดปกติ เลยไม่ได้เฉลียวใจอะไร

จนกระทั่งหลังคลอดลูกคนที่สอง ปรากฏว่าเกิดมีแผลขึ้นทั้งปากเลย โดยตำแหน่งที่ปวดฟันบ่อย ๆ กลายเป็นแผลขนาดใหญ่มาก เลยมารู้ว่าโรคที่เราเป็นคือแผลเรื้อรังชนิดหนึ่งและไม่เคยรู้เลย จนกระทั่งมาเห่อทั้งปาก ทั้งที่จะว่าไป มันอยู่กับเรามานานเป็นสิบปี

พอรู้อย่างนี้ก็เริ่มหาหมอผู้เชี่ยวชาญด้านช่องปากและฟัน ได้ทั้งยาทา ยากิน มีคุณหมอคนหนึ่งตัดชิ้นเนื้อไปตรวจด้วย แต่ผลปรากฎว่า บริเวณนั้นกลับยิ่งรักษายากขึ้น ๆ ทั้งนี้ยาหลัก ๆ ที่ได้คือ ยาสเตียรอยด์ แต่ก็ไม่หาย

สุดท้ายเลยมานั่งทบทวนว่า เราทำอะไรลงไปกับชีวิตของเราบ้าง ก็เริ่มหาข้อมมูลด้วยตัวเอง พบว่ามีคนใช้เลเซอร์รักษาแล้วได้ผล หมอเลยไปหาอาจารย์หมอคนหนึ่งที่มาเปิดคลินิกอยู่ใกล้บ้าน เลยได้รับเลเซอร์ 20 – 30 ครั้ง พร้อมกับพิจารณาเรื่องอาหาร

หมอสังเกตอาหารที่กินว่า กินอะไรแล้วทำให้โรคแย่ลง รวมทั้งพฤติกรรมอะไรที่ทำให้อาการเป็นมากขึ้น (ซึ่งการนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอคือสาเหตุ และหมอก็เลิกไปนานแล้ว) เลยพบว่า อาหารรสเปรี้ยว รสเผ็ดคือปัจจัย รวมทั้งอาหารแข็งและแปรงสีฟันที่ทำจากวัสดุแข็ง ๆ เลยทำให้หมอเริ่มปรับจากอาหาร โดยการไม่กินอาหารนอกบ้าน การใช้แปรงสีฟันและยาสีฟัน รวมทั้งการดื่มน้ำอุ่นเพิ่มขึ้น

การดื่มน้ำอุ่นเป็นอะไรที่ดีงาม ทำให้แผลหายเร็วขึ้น เลยพกกระติกน้ำอุ่นติดตัว ดื่มบ่อย ๆ ลดการใช้ยาทาลงได้มาก เมื่อเริ่มหายเราก็รู้ว่าควรกินอาหารที่เแป็น Real Food และเริ่มสนุกที่จะค้นคว้าต่อ จนพบเรื่องฮอร์โมนและอาหารแบบโลว์คาร์บไฮแฟต (Low Carb High Fat) พบ เรื่องภาวะดื้ออินซูลิน และภาวะของโรคออโต้อิมมูนหรือโรคแพ้ภูมิตัวเอง

โรคภูมิแพ้ตัวเอง

โดยทั่วไปถ้าเราย้อนไปว่า ทำไมคนคนหนึ่งถึงมีภาวะภูมิคุ้มกันผิดปกติ ทั้ง ๆ ที่เดิมก็ปกติมาตลอดชีวิต จากประสบการณ์ของหมอ หมอชอบกินข้าวขาว มื้อละ 3 ทัพพี วันละ 3 มื้อ กินยังไงก็ไม่อ้วน แต่กินแล้วจะง่วง เราก็ไม่เข้าใจตัวเอง กินข้าวเสร็จเข้าห้องประชุมก็ง่วงมาก จะหลับให้ได้ แต่ตอนนั้นเราชิน คิดว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา แบบหนังท้องตึง หนังตาหย่อน แต่ความจริงมันไม่ใช่เรื่องปกติ

จนกระทั่งช่วงหลัง ๆ หมอเริ่มออกกำลังกาย พยายามเล่นหนักแค่ไหน กล้ามเนื้อก็ไม่ขึ้นเลย และเกิดการบาดเจ็บเยอะมาก เลยเข้าใจกระบวนการของโรคหรือภาวะที่เรียกว่า การดื้ออินซูลิน ประกอบกับความเครียดด้วย ยิ่งช่วงหนึ่งใช้ยาสเตียรอยด์ติดต่อกัน ร่างกายเลยยิ่งเกิดการอักเสบภายใน และภูมิคุ้มกันก็ถูกกดเอาไว้ ซึ่งเมื่อหมอเห็นสภาพร่างกายของตัวเองเป็นแบบนี้ ก็เลยบอกตัวเองว่าต้องแก้ไขแบบใจเย็น ๆ โดยเฉพาะการแก้ไขด้วยอาหารที่จะไปช่วยรักษาต้นเหตุของโรค นั่นคือภาวะดื้ออินซูลิน

ตั้งเป้าว่าจะต้องหายจากโรค

หมอเคยมีประสบการณ์นี้เลยอยากบอกผู้ป่วยที่อ่านบทความนี้ว่าต้องใจเย็น และตั้งเป้าหมายชัดเจนว่าจะต้องเลิกกินยาในอนาคต เพราะการกินยาจะทำให้โรคหายยากขึ้น เนื่องจากยาจะเข้าไปกดตัวแอนติบอดีไว้ อาหารที่กินคือ ต้องเป็น Real Food หรืออาหารที่ไม่ผ่านการปรุงมากนักและไม่แปรรูปเลย โดยเฉพาะอาหารนั้นต้องไม่มีส่วนผสมของอาหารที่
ก่อปัญหา นั่นคือแป้งขัดขาว น้ำตาล ของทอด เนยเทียม เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของกาเฟอีน และเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ รวมทั้งสารสังเคราะห์ทุกอย่างเลย รวมทั้งหลีกเลี่ยงอาหารที่มีกลูเตน เช่น ข้าวสาลี ข้าวฟ่าง ข้าวไรย์ ที่เป็นโปรตีนแปลกปลอมและเข้าไปก่อกวน

ระบบภูมิคุ้มกัน

นอกจากนี้อาหารที่มีไฟเตรตที่จะเข้าไปขัดขวางการดูดซึมสารอาหาร ซึ่งมีอยู่ในเมล็ดพืชและธัญพืช แม้ว่าเราต้องการไฟเบอร์และโปรตีนจากอาหารชนิดนี้ เราอาจต้องเลี่ยงไปก่อน ยิ่งไปกว่านั้นเราต้องเข้าใจภาวะโรคของตนเองอีกด้วย เช่น เรารู้ว่าไฟเบอร์จากผักนั้นดีมาก แต่การมีแผลในปาก การกินไฟเบอร์จากผักก็ทำให้แผลที่เป็นอยู่แย่ลง ในกรณีที่เป็นแบบหมอก็ให้กินผักกึ่งสุกกึ่งดิบจนกว่าแผลจะหายแล้วจึงกินผักสด ส่วนเรื่องปริมาณการกินนั้นไม่ต้องนับแคลอรี แค่ให้สังเกตตัวเองว่าเราได้พลังงานมากเพียงพอ คือรู้สึกว่าร่างกายเรามีแรง กระฉับกระเฉงพอ

หมอสรุปให้ง่าย ๆ คือ กินคาร์โบไฮเดรตให้น้อยสัก 20 เปอร์เซ็นต์พอ ซึ่งเป็นแป้งไม่ขัดขาว พืชหัว ส่วนผลไม้นี่ต้องลดลงหรืองดเลยก็ดี ที่เหลือก็เป็นพวกไขมันและโปรตีนรวมกัน เคี้ยวให้ละเอียด ช่วยระบบการย่อยและดูดซึม

สำหรับผู้สูงอายุ ถ้ายังมีฟันอยู่ต้องเคี้ยวอาหารให้ละเอียด โดยเฉพาะไขมันและโปรตีนที่เราต้องการนั้นอาจอยู่ในรูปแบบของเนื้อสัตว์ มิเช่นนั้นหมอแนะนำให้ใช้วิธีปั่นค่ะ ทำให้สุกแล้วปั่น

นอกจากนี้การกินไข่ก็ดีต่อสุขภาพค่ะ กินทั้งไข่แดงและไข่ขาว ปัญหาเนื้อสัตว์ก่อโรคไม่ได้มาจากตัวเนื้อสัตว์ แต่มาจากการปรุงเนื้อสัตว์ เช่น น้ำที่ราดลงไป เครื่องจิ้มที่มีส่วนผสมของน้ำตาล ผงชูรส และสารเคมี อาหารแนวนี้คืออาหารที่หมอกินเอง และค่อย ๆ หยุดยาได้ จนหายโรคออโต้อิมมูนที่หมอเป็น ก็เลยนำมาแบ่งปันกันค่ะ

เรื่อง แพทย์หญิงพรเพ็ญ พงศทันธรรม

ภาพ iStock

ชีวจิต 4 9 2

///////// ///// ///// ///// ///// ///// ///// ///// ///// ////// ////// ///// ///// ///// ///// ///// ///// /////

บทความน่าสนใจอื่น ๆ

โรคภูมิแพ้ระบบทางเดินหายใจ ทำอย่างไรให้ใช้ชีวิตปกติ!

ชีวจิตช่วยคนนอนน้อย แก้อาการโรคภูมิแพ้ แก้ไซนัสอักเสบ ด้วยเคล็ดลับง่ายๆ

กินอยู่ครบสูตร ด้วยผักผลไม้ ต้านโรคเอสแอลอี โรคภูมิแพ้

ติดตามคำแนะนำจาก กูรูสุขภาพ ทำตามง่าย เห็นผลจริง คลิกเลย!
keyboard_arrow_up