นาฬิกาชีวิต

กินอยู่ตาม “นาฬิกาชีวิต” เสริมเกราะ ป้องกันมะเร็ง

Alternative Textaccount_circle
event
นาฬิกาชีวิต
นาฬิกาชีวิต

เราคงเคยได้ยินคำว่า “นาฬิกาชีวิต” กันมาบ้างนะคะ โดยเฉพาะข้อมูลในเรื่องของเทรนด์สุขภาพต่าง ๆ แต่คุณผู้อ่านรู้หรือไม่ว่า นาฬิกาชีวิตนั้นมีความหมายว่าอะไร มีความสำคัญและเกี่ยวข้องกับเรื่องของสุขภาพ
อย่างไรบ้าง ฉบับนี้หมอเลยหยิบยกเรื่องนี้มาอธิบายให้ฟังค่ะ

มีผลการวิจัยทางการแพทย์จากประเทศแถบฝั่งตะวันตกระบุถึงความสำคัญเรื่อง นาฬิกาชีวิต หรือ “Circadian Rhythms” ว่ามีความสัมพันธ์กับสุขภาพแต่ละบุคคล และมีความหมายถึงหลักการดำเนินวิถีชีวิตที่ขึ้นลงตามพระอาทิตย์ซึ่งจะถูกควบคุมโดยแสงและอุณหภูมิของร่างกาย ร่างกายและอวัยวะจะเริ่มทำงานตามวงจรในแต่ละวันตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นจนพระอาทิตย์ตก

ทฤษฎีนี้ตรงกับตำราของศาสตร์การแพทย์แผนจีนที่มีมายาวนานกว่า 2,000 ปี เป็นแนวความคิดซึ่งเน้นให้ความสำคัญเรื่องของสุขภาพกับการดำเนินชีวิตของแต่ละคน โดยทฤษฎีของจีนจะเปรียบเทียบกับหลักการพื้นฐานการกินการอยู่อย่างเซียน ซึ่งเซียนในภาษาจีนตรงกับคำว่า “(消渴)” Xian มีความหมายถึงคนที่มีชีวิตอมตะหรือไม่แก่ไม่ตายนั่นเอง ตัวอักษร ภาษาจีนซึ่งมาจากการวาดรูป ตัวด้านหน้าแปลว่า “คน” ตัวด้านหลังแปลว่า “ภูเขา” รวมกันเป็น “คนที่อยู่ในภูเขา” หมายถึงวิถีชีวิตของเขาที่จะปรับตัวตามธรรมชาติและอยู่กับสิ่งแวดล้อมธรรมชาติ

หลักการคือ การใช้ชีวิตและการปรับตัวให้เป็นไปตามธรรมชาติให้ได้มากที่สุด ตื่นและเข้านอนให้เหมือนกับไก่ วิถีชีวิตของไก่ คือจะตื่นขันตอนมีแสงรุ่งเช้า และพอช่วงเวลาค่ำหมดแสงอาทิตย์ ไก่ก็จะเข้านอนในเล้า และการมีนาฬิกาชีวิตที่ดีต้องใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติให้ได้มากที่สุด เลือกกินตามฤดูกาล กินอาหารตามท้องถิ่น และต้องมาจากแหล่งธรรมชาติที่ปลอดสารพิษ

“โรคมะเร็ง”

ตามตำราศาสตร์การแพทย์จีนจัดอยู่ในกลุ่มโรคที่มาจากก้อนเลือดผสมกับเสลด ซึ่งการมีเสลดปนอยู่ด้วย
ทำให้โรคกลุ่มนี้เป็นประเภทโรคที่หายช้า เมื่อเลือดรวมตัวกันเป็นก้อนนั้น ส่งผลให้พลังงานของร่างกายไหลผ่านได้ยาก เกิดการติดขัดของพลังงาน จึงทำให้เกิดการอุดตันของอวัยวะได้หลายจุด เมื่อมีการอุดตันมากขึ้น ก้อนลิ่มเลือดนั้นก็จะขยายตัวใหญ่ขึ้น และผลิตความร้อนออกมาทั่วร่างกาย

การตรวจวินิจฉัยของแผนจีน เราจะจับชีพจรตรวจ จึงรู้ว่าร่างกายมีอุณหภูมิสูง มีความร้อนในร่างกาย แต่เป็นความร้อน
ลักษณะลอยตัว ไม่มีรากยึดติด ผ้ปู ่วยจึงร้สู ึกว่าร่างกายหนาว ๆ ร้อน ๆ สลับกันขึ้นลง ซึ่งเป็นความร้อนที่มาจากข้างใน ส่วนอาการอื่นคือ มีอาการลิ้นสีแดงคล้ำออกม่วงเข้ม ลิ้นมีฝ้าหนาเกาะเป็นแถบเพราะเลือดไม่เกิดการไหลเวียน

สำหรับแนวทางการรักษาโรคมะเร็ง หมอจีนจะให้ยาขับเลือด สลายลิ่มเลือด และยาสลายเสลด เพื่อสลายก้อนให้เลือดเกิดการไหลเวียน และจะให้ยาลดความร้อนเพื่อให้คนไข้อาการดีขึ้นเร็ว ส่วนแนวทางป้องกันก่อนเกิดโรคมะเร็ง แพทย์แผนจีนจะใช้วิธีการสายกลางคือการปฏิบัติสุขภาพตนเองให้สมดุล ทั้งเรื่องการกินอาหาร การออกกำลังกาย และการนอนหลับพักผ่อน

FOOD, EXERCISE & RELAX

การกินอาหาร สำหรับแพทย์แผนจีนสามารถกินได้ทุกอย่างที่ดีต่อสุขภาพและควรกินให้หลากหลาย แต่จะเน้นเรื่องปริมาณการกินให้พอดีต่อการใช้งานของร่างกาย ซึ่งเรื่องนี้สำคัญมาก เพื่อให้กลไกร่างกายขับสารพิษส่วนเกินออกจากร่างกายได้ เป็นการลดการทำงานของระบบภายใน และยังช่วยให้เม็ดเลือดขาวทำงานได้ดี แต่ถ้าเรากินมากเกินไปจะเกิดการสะสมของส่วนเกินและส่งผลเสีย เมื่อร่างกายไม่ได้ขับออก ในระยะยาวก็เกิดการคั่งค้างภายในและรวมกันเป็นก้อนเนื้อเยื่อซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็ง

สำหรับอาหารป้องกันมะเร็งสูตรแผนจีน ให้กินครบ 5 สีในทุกวัน และกินสลับชนิดอาหารกันไปในแต่ละสัปดาห์
  1. กลุ่มอาหารสีแดง อาหารกลุ่มนี้มีธาตุเหล็กสูง มีประโยชน์ในการบำรุงเลือด บำรุงหัวใจ เช่น เก๋ากี้ พุทราจีน เนื้อสัตว์
  2. กลุ่มอาหารสีเขียว อาหารสีเขียวมีคลอโรฟิลล์สูง มีสรรพคุณช่วยบำรุงตับ ช่วยล้างพิษให้กับร่างกาย และยังช่วยขับโลหะหนักออก เช่น ผักใบเขียวเข้ม คะน้า บรอกโคลี
  3. กลุ่มอาหารสีเหลือง เป็นอาหารกลุ่มแป้งและธัญพืชที่ให้พลังงานสูง ทางแพทย์แผนจีนบอกไว้ว่า อาหารสีเหลือง หรือสีเหลืองนวล ๆ มีสรรพคุณช่วยบำรุงม้าม ช่วยให้ระบบย่อยทำงานได้ดี เช่น เม็ดบัว ลูกเดือย ธัญพืชไม่ขัดสี ข้าวกล้อง ถั่วเหลือง
  4. กลุ่มอาหารสีขาว มีสรรพคุณช่วยบำรุงปอดและยังช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย เช่น งาขาว ไข่ เห็ดต่าง ๆ
  5. กลุ่มอาหารสีดำ มีสรรพคุณช่วยบำรุงไต บำรุงกระดูก อาหารสีดำกลุ่มนี้มีแคลเซียมสูง เช่น งาดำ ถั่วดำ ไก่ดำ เป็นต้น

การออกกำลังกาย

หมอแนะนำให้ออกกำลังกายประมาณวันละ 30 – 60 นาที สัปดาห์ละ 2 – 3 วัน เพื่อให้เลือดลมได้สูบฉีด เกิดการไหลเวียนเลือดที่ดี และช่วยให้ขับของเสียออกจากร่างกายได้ ช่วยให้ตับ ไต และระบบหัวใจทำงานได้ดีขึ้น
การนอนหลับพักผ่อน การนอนหลับที่ดีควรนอนให้เพียงพอต่อวัน นอนหลับให้สนิท และที่สำคัญควรนอนตั้งแต่หัวค่ำ ช่วงเวลาการนอนที่เหมาะสมคือสามทุ่ม เพราะเวลาช่วงค่ำจะช่วยให้โกร๊ธฮอร์โมนหลั่งออกมาอย่างเต็มที่

โกร๊ธฮอร์โมน (Growth Hormone) คือฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่ผลิตขึ้นจากต่อมใต้สมอง มีหน้าที่สำคัญในการสร้างการเจริญเติบโตของร่างกาย ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อช่วยซ่อมแซมเซลล์ที่สึกหรอ ทั้งยังช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรง เมื่อเราหลับอย่างมีคุณภาพที่ดีและเพียงพอ เวลาตื่นร่างกายจะรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า มีพลังงานเต็มที่

สำหรับการเกิดโรคมะเร็งในยุคนี้ยังมีสาเหตุมาจากการได้รับสารพิษ สารปนเปื้อนและมลพิษต่าง ๆ ทั้งได้รับจากอาหาร
น้ำดื่ม ภาชนะที่ใส่ อาหารแปรรูป และอาหารที่เปลี่ยนโครงสร้างโมเลกุล สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นอันตราย ถ้าสะสมใน
ร่างกายเป็นเวลานานจะเป็นพิษต่อร่างกาย

ปัจจุบันจึงมีแนวทางการบำบัดด้วยการสวนล้างลำไส้ เพื่อให้ของเสียที่ค้างในลำไส้ใหญ่ออกจากร่างกาย หรือดีท็อกซ์
นั่นเอง การดีท็อกซ์เป็นการขับสารพิษล้างสารพิษออกจากลำไส้ ส่วนใหญ่ควรทำประมาณเดือนละ 1 ครั้ง ถือว่าเหมาะสม

นอกจากการสวนล้างลำไส้เพื่อขับสารพิษออกจากร่างกายแล้ว ยังมีวิธีการดีท็อกซ์ลำไส้และล้างของหมักหมมซึ่งช่วย
ให้ระบบย่อยสะอาดด้วยวิธีการกินอาหาร เช่น สูตรการกินผักและผลไม้อย่างเดียวในทุกมื้อเป็นเวลา 1 – 3 วัน ยังมีสูตร
การกินน้ำปั่นจากผักหรือผลไม้เป็นเวลา 2 สัปดาห์หรือประมาณ 14 วัน เพื่อล้างสารพิษออกจากลำไส้

เรื่องสุดท้ายที่สำคัญมาก คือการดื่มน้ำอย่างน้อยให้ได้วันละ 2 – 3 ลิตร เพราะน้ำนั้นมีประโยชน์ช่วยในการขับสารพิษ
ออกจากร่างกาย เมื่อสารพิษตกค้างอยู่ในร่างกายเป็นเวลานานจะมีความเข้มข้น ความหนืด น้ำจะช่วยให้เลือดได้ไหลเวียนไม่เกิดการเกาะตัวของเนื้อเยื่อ ทำให้การขับพิษของเนื้อเยื่อออกมาได้มากขึ้น และลดอัตราเสี่ยงของการเกิดก้อนเนื้อเยื่อ ซึ่งเป็นสาเหตุของมะเร็ง

กลไกการขับสารพิษออกจากร่างกาย เมื่อเนื้อเยื่อขับสารพิษออกมาจะไปรวมอยู่ที่ตับและไตเป็นหลัก เมื่อเรามีน้ำเพียงพอ น้ำจะช่วยขับสารพิษออกจากตับและไต ด้วยการปัสสาวะและขับออกมาทางน้ำดี ทางลำไส้ และข้อดีของน้ำยังช่วยให้ผิวสวยใสสุขภาพดีด้วยค่ะ

ทั้งหมดที่หมอได้กล่าวมาข้างต้น ถ้าผู้อ่านทำได้ครบ เราก็จะมีนาฬิกาชีวิตที่ดี มีสุขภาพสมดุล และสามารถป้องกันการเกิดโรคมะเร็งและโรคอื่น ๆได้นะคะ

เรื่อง แพทย์หญิงศรันยา สาครินทร์

เรียบเรียง ฤทัยรัตน์ วิทยวิโรจน์

ภาพ iStock

ชีวจิต 5 1 9

///////// ///// ///// ///// ///// ///// ///// ///// ///// ////// ////// ///// ///// ///// ///// ///// ///// /////

บทความน่าสนใจอื่น ๆ

3 วิธี หมุนเข็มนาฬิกาชีวิตใหม่ เพื่อเสริมสุขภาพสุดปัง!

ปรับนาฬิกาชีวิต พิชิตอ้วน

7 กติกาอย่างง่าย ปรับนาฬิกาชีวิตที่ได้ผล

ติดตามคำแนะนำจาก กูรูสุขภาพ ทำตามง่าย เห็นผลจริง คลิกเลย!
keyboard_arrow_up