กระตุ้นการปวดศีรษะ

8 สาเหตุใกล้ตัวที่ทำให้ “ปวดหัว” บ่อย

Alternative Textaccount_circle
event
กระตุ้นการปวดศีรษะ
กระตุ้นการปวดศีรษะ

8 สาเหตุใกล้ตัวที่ทำให้ ปวดหัวบ่อย

ปวดหัว อาการที่เกิดขึ้นบ่อยกับคนวัยทำงาน จนแทบจะเป็นกิจวัตรไปแล้ว ปวดหัวเมื่อใดหลายๆ คนก็มักจะคว้าหายาแก้ปวดมารับประทานตลอด ซึ่งไม่ใช่เรื่องดีอย่างแน่นอน เราไม่ควรรับประยาแก้ปวดพร่ำเพื่อ ควรหยุดพฤติกรรมรับประทานยาแก้ปวดบ่อยๆ ได้แล้ว เพราะนอกจากจะทำให้ตับพังไม่รู้ตัว ยังเป็นการแก้ที่ปลายเหตุอีกด้วย

แม้ว่าอาการปวดหัวจะไม่ใช่เรื่องร้ายแรงอะไร แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันไม่น้อย เพราะไม่ใช่แค่อาการปวดหัวเท่านั้น บางคนปวดเบ้าตา ปวดขมับ ปวดท้ายทอยส่งผลให้ทำงานต่อไม่ได้เลยทีเดียว จริงๆ แล้วอาการปวดหัวเหล่านี้อาจเกิดมาจากเรื่องเล็กน้อยใกล้ตัวที่เราทำจนเคยชิน ถ้าไม่อยากปวดหัวบ่อยๆ เรามาเช็คกันสิว่าสาเหตุใดบ้างที่ทำให้ “ปวดหัว” แล้วเราจะสามารถหลีกเลี่ยงได้ด้วยวิธีไหนตามไปเช็คกันเลย…

เครียดบ่อย

เรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่หลายคนพบเจอ หากสังเกตดีๆ เมื่อไหร่ที่เครียดจะรู้สึกปวดหัวหนักๆ ที่ขมับทั้งสองข้าง ปวดตื้อๆ บางคนอาจปวดต้นคอ ไหล่ และหลังร่วมด้วย หากคุณมีอาการเหล่านี้บ่อยๆ นั่นอาจแปลว่าคุณกำลังอยู่ในความเครียด กดดัน หรือวิตกกังวล ลองผ่อนคลายด้วยการหากิจกรรมทำ หรือออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ดูบ้าง

พักผ่อนไม่เพียงพอ

การพักผ่อนไม่เพียงพอส่งผลให้เกิดอาการปวดหัวตุบๆ ได้ในตอนเช้า นอกจากนี้ยังทำให้รู้สึกไม่อยากตื่น อ่อนเพลีย ตื่นเช้ามาไม่สดชื่นกระปรี้กระเปร่า อาจนำมาซึ่งความเครียด หงุดหงิดง่ายอีกด้วย ทางทีดีควรนอนหลับพักผ่อนให้ได้อย่างน้อยวันละ 6-8 ชั่วโมงจะดีกว่า

ปวดหัว

อากาศร้อนอบอ้าว

จริงๆ แล้วอากาศเป็นตัวกระตุ้นการปวดศีรษะชั้นดีเลยทีเดียว เพราะเมื่ออากาศร้อนขึ้น ความชื้นและความดันเปลี่ยนแปลงไป ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการสร้างสารเคมีในสมองซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการปวดศีรษะได้

ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง

เพราะฮอร์โมนเป็นปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นให้เกิดอาการปวดหัวได้ โดยเฉพาะฮอร์โมนในช่วงมีรอบเดือน  สาวๆ หลายคนมักมีอาการปวดศีรษะช่วงมีประจำเดือน นั่นก็เพราะว่าฮอร์โมนเอสโตรเจนมีการลดระดับลง ส่งผลให้เกิดอาการปวดศีรษะ

เนยแข็ง ช็อกโกแลต อาหารรสจัด

เรียกได้ว่าอาหารเป็นส่วนสำคัญที่สามารถส่งผลต่อสุขภาพได้ ซึ่งอาหารเหล่านี้หากทานในปริมาณมากๆ ก็ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะได้ เช่น เนยแข็ง, ช็อคโกแลต, หอมหัวใหญ่, อาหารที่มีรสเค็ม และผงชูรส  อาจทำให้บางคนปวดศีรษะได้เช่นกัน

ออกกำลังกายมากเกินไป

จริงอยู่ที่การออกกำลังกายนั้นดีต่อสุขภาพแต่การหักโหมมากเกินพอดีก็ทำให้สุขภาพแย่ลง แถมยังทำให้ปวดศีรษะได้ เพราะการออกกำลังกายจะเพิ่มเลือดไหลเวียนไปที่ศีรษะและคอ หากออกกำลังมากเกินไปอาจส่งผลให้เส้นเลือดบวมกระตุ้นอาการปวดศีรษะได้  ดังนั้นควรออกกำลังกายแต่พอดีเพราะนอกจากจะดีต่อสุขภาพแล้วยังช่วยลดอาการปวดศีรษะที่เกิดจากความเครียดได้อีกด้วย

ทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน

คนทำงานออฟฟิศที่ต้องอยู่หน้าคอมพ์เป็นเวลานานๆ โดยไม่พักสายตา มักมีอาการหนักหัว ปวดกระบอกตา ซึ่งอาการส่วนใหญ่มักแสดงให้เห็นช่วงบ่ายหรือใกล้เลิกงาน เนื่องจากใช้สายตามาทั้งวัน บางคนอาจรู้สึกเวียนศรีษะ หรือคลื่นไส้ร่วมด้วย  แนะนำว่าควรพักสายตาทุก ๆ 20-30 นาที และเปลี่ยนอริยาบทบ่อยๆ เพื่อเป็นการผ่อนคลายไปในตัว

จ้องโทรศัพท์มากเกินไป

ในแต่ละวันเราใช้สายตาไปกับการจ้องหน้าจอโทรศัพท์มือถือหลายชั่วโมง ทำให้ต้องเกร็งดวงตาและสายตา ส่งผลให้ปวดหัวหรือปวดกระบอกตาได้ นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบต่อกล้ามเนื้อคอ ซึ่งเป็นสาเหตุของการปวดหัวได้นั่นเอง ดังนั้นจึงควรพักสายตาจากการจ้องอุปกรณ์เหล่านี้ทุก 10-15 นาที กะพริบตาให้บ่อยขึ้น มองออกไปนอกหน้าต่าง ให้ดวงตาได้พักบ้าง

เครียดบ่อย

หากใครที่มีพฤติกรรมชวนทำให้ปวดหัวบ่อย หรือมักปวดศีรษะจากความเครียด ออฟฟิศซินโดรม หรือพักผ่อนไม่เพียงพอทั่วๆ ไป ควรหยุดความคิดที่จะกินยาแก้ปวดพร่ำเพรื่อ แล้วหันมาลองแก้อาการปวดหัวด้วยตัวเองก่อน

1.นวดกดจุด และยืดกล้ามเนื้อ ถ้าอาการปวดหัวที่เป็น มีอาการตึงของกล้ามเนื้อคอ บ่า ไหล่ร่วมด้วย ก็เป็นได้ว่าอาการปวดศีรษะนั้นเกิดจากการทำงานหนักของกล้ามเนื้อคอ และบ่า ให้ลองนวดกดตรงกล้ามเนื้อบริเวณที่เรียกว่า Trapezius คือช่วงบ่า และ ไหล่ นวดกดไว้จนกล้ามเนื้อมัดที่จับเป็นก้อนเริ่มคลายตัว หลังจากนั้นให้ยืดกล้ามเนื้อคอ โดยใช้มือขวาดึงศีรษะเอียงไปด้านขวาค้างไว้ 10 วินาที แล้วสลับข้าง อาการปวดหัวจะผ่อนคลายลง

2.เติมน้ำให้ร่างกาย คนที่ปวดศีรษะเป็นประจำ ควรสังเกตตัวเองว่า เป็นคนไม่ค่อยดื่มน้ำหรือเปล่า การที่ร่างกายขาดน้ำคือสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ปวดศีรษะ ให้ดื่มน้ำเปล่าให้มากขึ้น หรือเมื่อมีอาการปวดหัว จะดื่มเป็นน้ำมะนาวใส่น้ำผึ้งนิดหน่อย หรือน้ำขิงอุ่นๆ หรืออาจจะเป็นชาเปปเปอร์มิ้นท์ ที่มีกลิ่นที่ช่วยบรรเทาอาการปวดศีรษะลงได้

3.ออกกำลังกาย การขยับร่างกาย แม้เพียงเล็กน้อย จะช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปยังสมอง และยังทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนเอ็นดอร์ฟิน ที่เป็นสารบรรเทาอาการปวดตามธรรมชาติในร่างกาย เมื่อไหร่ที่เริ่มมีอาการปวดหัวแบบเดิมๆ ลองวิ่งเหยาะๆ หรือออกกำลังกายด้วยท่าง่ายๆ อยู่กับที่สัก 15 นาที รับรองว่าอาการปวดหัวจะดีขึ้น

4.ดมกลิ่นน้ำมันหอมระเหย น้ำมันหอมระเหย หรือ นั้นมีหลากหลายกลิ่นที่เกิดจากการผสม และกลั่นจากพืชสมุนไพรชนิดต่างๆ ที่แต่ละกลิ่นก็มีคุณสมบัติช่วยให้ผ่อนคลาย ลดอาการอักเสบ หรือช่วยระบบย่อยอาหารแตกต่างกันไป ลองเลือกน้ำมันเปปเปอร์มิ้นต์ หรือลาเวนเดอร์ ที่มีคุณสมบัติช่วยลดอาการปวดหัว ความเครียด หรือไมเกรนได้โดยตรง

อย่างไรก็ตาม อาการปวดศีรษะเป็นอาการที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน บางครั้งอาการปวดเล็กๆ น้อยๆ ก็สามารถหายได้เองในระยะเวลาไม่นาน แต่เมื่อไหร่ที่เกิดความผิดปกติก็ไม่ควรละเลย เพราะนั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคอื่นๆ ตามมา

ข้อมูลประกอบจาก: รพ.พญาไท และ รพ.เปาโล

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ 

“ปวดหัวข้างเดียว” บ่อยครั้ง อาจเป็นสัญญาณเฉพาะของไมเกรน

รู้ทัน 5 อาการ ปวดหัว ยอดนิยม

ผู้เชี่ยวชาญแนะ ปวดหัวแบบนี้ ควรรีบไปพบแพทย์

 

ติดตามคำแนะนำจาก กูรูสุขภาพ ทำตามง่าย เห็นผลจริง คลิกเลย!
keyboard_arrow_up