ลดน้ำหนักด้วยยา

ลดน้ำหนักด้วยยา อันตรายขนาดไหน ใช้ยาอะไร รู้แล้วจะหนาว

ลดน้ำหนักด้วยยา
ลดน้ำหนักด้วยยา

ลดน้ำหนักด้วยยา อันตรายขนาดไหน ใช้ยาอะไร รู้แล้วจะหนาว

คนที่พยายามลดน้ำหนัก ต้องเคยคิดหาทางลัดลดความเหนื่อยด้วยยา กันบ้างแล้วใช่ไหม วันนี้เรามีเรื่องราวเกี่ยวกับการลดน้ำหนักด้วยยา โดย รศ.พญ.นันทกร  ทองแตง และผศ.นพ.พรพจน์ เปรมโยธิน ภาควิชาอายุรศาสตร์
Faculty of Medicine Siriraj Hospital คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มาบอก

สำหรับผลิตภัณฑ์ที่มีการโฆษณาในสื่อต่างๆ และอ้างถึงสรรพคุณในการลดน้ำหนักนั้น ที่จริงแล้ว ไม่ใช่ยา แต่เป็น “ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร” ซึ่งจัดเป็นอาหารประเภทหนึ่งตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 กล่าวคือ องค์ประกอบในผลิตภัณฑ์ต่างๆ เหล่านั้น ร่างกายสามารถได้รับจากการรับประทานอาหารโดยทั่วไป แม้ว่ารูปลักษณ์ของผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะใกล้เคียงกับยา  แต่ไม่ใช่ยา  ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงการทำงานของร่างกายได้ และไม่สามารถรักษาหรือบรรเทาความเจ็บป่วยหรือโรคใดๆ ได้

ดังนั้น การใช้ยาลดน้ำหนัก ควรใช้ภายใต้คําแนะนําของแพทย์ เพื่อให้แพทย์ช่วยติดตามผลการรักษาและภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น  เนื่องจากยาลดน้ำหนักบางชนิดมีฤทธิ์ต่อจิตประสาท และอาจมีผลข้างเคียงต่อระบบประสาทและอารมณ์  เช่น

ยาเฟนเทอร์มีน (phentermine)

เป็นอนุพันธ์ของสารแอมเฟตามีน  ออกฤทธิ์ต่อสมองทําให้ลดความอยากอาหาร เป็นสารที่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท มีผลข้างเคียงทําให้ปากคอแห้ง ใจสั่น นอนไม่หลับ ความดันโลหิตสูง ไม่ควรใช้ในผู้ที่เป็นโรคหัวใจ และได้รับการรับรองให้ใช้ในระยะสั้น  คือ ไม่เกิน 3 เดือนเท่านั้น

ส่วนยาลดน้ำหนักชนิดฉีด เช่น ยาลิรากลูไทด์(liraglutide) อาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียน และอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะตับอ่อนอักเสบ เป็นต้น

ยาไซบูทรามีน (sibutramine)

ออกฤทธ์ต่อระบบประสาททําให้เบื่ออาหาร  ปัจจุบันถูกถอนทะเบียนยา และไม่อนุญาติให้ใช้แล้วในประเทศไทย เนื่องจากอาจทําให้เกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงต่อผู้เป็นโรคหัวใจ ปัจจุบันสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ยังคงตรวจพบว่ามีการลักลอบใส่ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่อวดอ้างสรรพคุณในการลดน้ำหนัก ซึ่งมีรายงานการเกิดอันตรายรุนแรงต่อผู้บริโภค ถึงขั้นเสียชีวิต

โดยสรุปหลักสำคัญของการลดน้ำหนัก ประกอบด้วย การควบคุมอาหาร ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง การอดอาหาร แต่เป็นการควบคุมให้ปริมาณแคลอรี่ที่รับเข้าไปสมดุลกับที่พลังงานถูกนำไปใช้  ฝึกการรับประทานให้เป็นเวลา วันละ 3 มื้อ และไม่กินพร่ำเพรื่อระหว่างมื้อ ลดของหวาน ขนมหวาน และน้ำหวานต่างๆ  การใช้ยาลดน้ำหนักต้องใช้ภายใต้การควบคุมของแพทย์เท่านั้น เนื่องจากหากใช้ผิดวิธี อาจมีอันตรายถึงชีวิตได้

นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการออกกำลังกาย และเพิ่มกิจกรรมทางกาย โดยพยายามลุกขึ้นเดิน  แทนที่จะนั่งตลอด

บทความอื่นที่น่าสนใจ

ดื่ม น้ำมะขามแขก ลดอ้วนได้ จริงหรือไม่ มาหาคำตอบกัน

10 สูตรยาไทยลดอ้วน ช่วยหุ่นเฟิร์ม

ติดตามคำแนะนำจาก กูรูสุขภาพ ทำตามง่าย เห็นผลจริง คลิกเลย!
keyboard_arrow_up