ดูแลผู้สูงวัยช่วงโควิด

ดูแลผู้สูงวัยช่วงโควิด-19 ต้องทำอย่างไรบ้าง

ดูแลผู้สูงวัยช่วงโควิด
ดูแลผู้สูงวัยช่วงโควิด

ดูแลผู้สูงวัยช่วงโควิด-19 ด้วยวิธีป้องกันการติดเชื้อ ต้องทำอย่างไร เรามีคำตอบ

ดูแลผู้สูงวัยช่วงโควิด-19 จำเป็นต้องมีความเข้มข้นกว่าช่วงปกติ เพราะผู้สูงอายุมีโอกาสเสียชีวิต
มากกว่าคนทั่วไป เนื่องด้วยสภาพร่างกายที่ไม่แข็งแรง ภูมิคุ้มกันลดลงตามวัย โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีโรค
ประจ้าตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคปอดเรื้อรังโรคไตเรื้อรัง โรคหัวใจและหลอดเลือด
โรคมะเร็ง เป็นต้น

หลายหน่วยงานได้ขอความร่วมมือให้ประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงรวมทั้งผู้สูงอายุ เก็บตัวอยู่ใน
บ้านให้มากที่สุด เพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อ อย่างไรก็ตามผู้สูงอายุจ้านวนมากต้องการการดูแลจากญาติ
หรือผู้ดูแลที่ยังมีความจ้าเป็นต้องออกไปนอกบ้านเพื่อท้างาน หรือ ไปหาซื้อของกินของใช้เข้ามาในบ้าน จึงมี
โอกาสน้าเชื้อจากภายนอกมาสู่ผู้สูงอายุ อีกทั้งการจ้ากัดบริเวณให้ผู้สูงอายุอยู่แต่ในบ้านเป็นเวลานานติดต่อกัน
หลายเดือน อาจส่งผลให้สภาพร่างกายและสมองของผู้สูงอายุถดถอยลงจนเกิดภาวะพึ่งพิงในระยะยาว รวมทั้ง
เกิดความเครียด ทั้งหมดนี้จะส่งผลกระทบกับทั้งครอบครัวทั้งในระยะสั้นและระยะยาว จึงมีความจ้าเป็นต้องมี
แนวทางในการดูแลผู้สูงอายุในสถานการณ์ระบาดของโรคโควิด-19 เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะไม่พึงประสงค์
ดังกล่าว

ป้องกันเชื้อโควิด-19 ไม่ให้แพร่สู่ผู้สูงอายุได้อย่างไร

-ผู้ที่เสี่ยงติดเชื้อเช่น มีประวัติสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อโควิด-19 หรือผู้เดินทางกลับ
จากกรุงเทพฯและปริมณฑล หรือแหล่งที่มีการติดเชื้อในชุมชนในวงกว้างทุกรายต้องแยกตัวออกจากผู้อื่น
และไม่เข้าไปใกล้ชิดหรือสัมผัสผู้สูงอายุ และ เด็ก อย่างเด็ดขาด (เนื่องจากเด็กร่างกายไม่แข็งแรงเท่าผู้ใหญ่
เด็กมักจะไปใกล้ชิดกับผู้สูงอายุและเด็กอาจไม่เข้าใจวิธีและขาดความระมัดระวังในการป้องกัน) โดยให้
สังเกตอาการอย่างน้อย 14 วัน

-ห้ามไม่ให้ผู้ที่มีไข้ตัวร้อน หรือมีอาการผิดปกติทางระบบทางเดินหายใจอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น ไอ เจ็บคอ
มีน้้ามูก หายใจเร็ว หายใจเหนื่อย หายใจล้าบากเข้าเยี่ยมผู้สูงอายุโดยเด็ดขาด

-งด/ลดการมาเยี่ยมจากคนนอกบ้านให้น้อยที่สุด โดยแนะน้าให้ใช้การเยี่ยมทางโทรศัพท์ หรือ สื่อสังคม
ออนไลน์ต่างๆ แทน

-ในขณะเข้าเยี่ยมผู้สูงอายุ ใส่หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าทุกครั้ง ลดการเข้าใกล้หรือสัมผัสกับผู้สูงอายุ
ลงเหลือเท่าที่จ้าเป็น โดยรักษาระยะห่างอย่างน้อย 2 เมตร

ผู้ดูแลหลักของผู้สูงอายุและ ตัวผู้สูงอายุ ควรทำดังนี้

-ควรจัดให้มีผู้ดูแลหลักคนเดียว โดยเลือกคนที่สามารถอยู่บ้านได้มากและจ้าเป็นต้องออกไปนอกบ้านน้อยที่
สุดแต่สามารถสลับสับเปลี่ยนผู้ดูแลหลักได้แต่ไม่ควรเปลี่ยนบ่อย และต้องแน่ใจว่าผู้จะมาเป็นผู้ดูแลหลัก
คนใหม่ต้องไม่ใช่ผู้ที่เสี่ยงติดเชื้อดังที่ได้กล่าวมาแล้ว

-ระหว่างมีการระบาดทั้งผู้ดูแลหลักและผู้สูงอายุควรเก็บตัวอยู่แต่ในบ้านให้มากที่สุด

-ทั้งผู้ดูแลหลักและผู้สูงอายุควรหลีกเลี่ยงการคลุกคลีกับเด็ก (เด็กมักจะไปใกล้ชิดกับผู้สูงอายุและเด็กอาจไม่
เข้าใจวิธีและขาดความระมัดระวังในการป้องกัน)

-หากผู้สูงอายุหรือผู้ดูแลต้องออกนอกบ้าน ควรเลือกเวลาออกจากบ้านที่ไม่เจอกับความไม่แออัด หลีกเลี่ยง
การใช้ขนส่งสาธารณะและการไปในที่แออัด ต้องรีบท้าธุระให้เสร็จโดยเร็ว ให้สวมหน้ากากอนามัยหรือ
หน้ากากผ้า ทุกครั้งพกแอลกอฮอล์เจลไปด้วยโดยท้าความสะอาดมือทุกครั้งหลังจับสิ่งของ และก่อนเข้า
บ้าน

-ผู้สูงอายุหรือผู้ดูแลเมื่อกลับถึงบ้านควรอาบน้้าสระผมท้าความสะอาดร่างกายและของใช้ที่ติดตัวกลับมา
จากนอกบ้าน เปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ทันที ก่อนไปสัมผัสใกล้ชิดกับผู้สูงอายุคนอื่นๆ

-หากผู้สูงอายุต้องไปพบแพทย์ตามนัด

1.ในกรณีที่อาการคงที่ และ ผลการตรวจล่าสุดปกติ ให้ติดต่อโรงพยาบาลเพื่อเลื่อนนัด หรือ ไปรับ
ยาแทนหรือรับยาใกล้บ้าน

2.ในกรณีที่อาการแย่ลง หรือ ผลการตรวจล่าสุดผิดปกติควรปรึกษาแพทย์หรือพยาบาลเพื่อนัด
หมายไปตรวจด้วยช่องทางที่ปลอดภัยที่สุด โดยให้ผู้สูงอายุสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า
คลุมผ้าที่ตัวผู้สูงอายุให้มิดชิด และเมื่อกลับถึงบ้าน ให้อาบน้้าสระผม ท้าความสะอาดร่างกายและ
ของใช้ที่ติดตัวกลับมาจากนอกบ้าน เปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่และซักเสื้อผ้าและผ้าคลุมทันที

-ล้างมือด้วยการฟอกสบู่อย่างน้อย 20 วินาทีแล้วล้างออกด้วยน้้าสะอาด หรือ ท้าความสะอาดมือด้วย
แอลกอฮอล์เจล โดยทิ้งไว้ให้ชุ่มไม่แห้งเร็วกว่า 20 วินาที ทุกครั้งเมื่อกลับเข้าบ้าน ก่อนเตรียมอาหาร ก่อน
รับประทานอาหาร หลังการไอจาม และหลังเข้าห้องน้้าทุกครั้ง

-หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารร่วมกัน แต่หากมีการมาร่วมรับประทานอาหารด้วยกันควรแยก
รับประทานของตนเองไม่รับประทานอาหารร่วมส้ารับ หรือใช้ภาชนะเดียวกัน หรือใช้ช้อนกลางร่วมกัน

-ผู้สูงอายุควรแยกห้องพักและของใช้ส่วนตัว หากแยกห้องไม่ได้ ควรแยกบริเวณที่นอนให้ห่างจากคนอื่น
มากที่สุด ที่พักอาศัยและห้องพักควรเปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท ไม่ควรนอนร่วมกันในห้องปิดที่ใช้
เครื่องปรับอากาศ

-หมั่นท้าความสะอาดพื้นผิวที่ถูกสัมผัสบ่อย ๆด้วยน้้ายาฆ่าเชื้อต่างๆ เช่น แอลกอฮอล์70%, แอลกอฮอล์
เจลsodium hypochlorite(น้้ายาซักผ้าขาว) หรือ chloroxylenol หรือ hydrogen peroxide เช็ดตาม
สวิตช์ไฟ ลูกบิดหรือมือจับประตู โต๊ะ ราวจับ รีโมท โทรศัพท์ พื้น โถส้วม ปุ่มกดน้้าชักโครก ก๊อกน้้า ระวัง
พลัดตกหกล้มโดยเฉพาะบริเวณพื้นที่เปียกน้้าหรือพื้นลื่นที่เป็นผิวมัน

ข้อมูลจาก : สถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ กรมการแพทย์กระทรวงสาธารณสุข

ติดตามคำแนะนำจาก กูรูสุขภาพ ทำตามง่าย เห็นผลจริง คลิกเลย!
keyboard_arrow_up