รู้สึกอ่อนเพลียและไม่สดชื่น อ

รู้ยัง! 4 สาเหตุทางใจทําร่างกายอ่อนเพลีย

Alternative Textaccount_circle
event
รู้สึกอ่อนเพลียและไม่สดชื่น อ
รู้สึกอ่อนเพลียและไม่สดชื่น อ

รู้ยัง! 4 สาเหตุทางใจทําร่างกายอ่อนเพลีย

มีบ้างไหมที่ท่าน รู้สึกเหนื่อย เหนื่อยทั้งกาย เหนื่อยทั้งใจเสียเต็มประดา จนไม่อยากลุกขึ้นทำอะไร อยากนอนอยู่กับที่เฉยๆ เผื่อจะหายเหนื่อยขึ้นมาบ้าง เหนื่อยแบบนี้ไม่ได้เหนื่อยเหมือนกับการวิ่งหรือการออกกำลังกายมาใหม่ๆ แต่หมายถึงอารมณ์เพลียละเหี่ยใจไม่มีแรงทำอะไรสักอย่าง พอถึงวันหยุดก็จมอยู่กับที่นอนทั้งวันจนดูเหมือนคนขี้เกียจ แถมให้คิดอะไรก็คิดไม่ค่อยจะออกเสียด้วย กลายเป็นคนคิดช้า ไม่กระฉับกระเฉงเหมือนที่เคยเป็น

นอกจาก ไลฟ์สไตล์ทางกายแย่ๆ อาทิ ดื่มน้ำน้อย ไม่กินมื้อเช้า ไม่ออกกําลังกาย และนอนดึกจนติดเป็นนิสัยแล้ว คุณรู้หรือไม่ว่าวิธีคิดและรับมือกับปัญหาของคุณก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทําให้คุณรู้สึกอ่อนเพลียและไม่สดชื่น อยู่ตลอดเวลา ซึ่ง 4ข้อต่อไปนี้เป็นวิธีคิดที่คุณควรปรับเปลี่ยน เพื่อชีวิตที่สุขสดชื่นและกระปรี้กระเปร่าขึ้นค่ะ

1.ต้องการความสมบูรณ์แบบมากเกินไปในทุกเรื่อง ย่อมจะทําให้คุณพยายามมากไปจนรู้สึกเหนื่อยและเพลียได้เช่นกัน ดร.ไอรีน เอส. เลวีน ศาสตราจารย์ด้านจิตเวช แห่งวิทยาลัยการแพทย์นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ยืนยันอย่างชัดเจนในเรื่องนี้ 2.ดร.ไอรีนคนเดิมยังอธิบายต่อว่าการขี้กังวลจนเกินไปก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทําให้คุณรู้สึกเหนื่อยและเพลียโดย ไม่มีเหตุผล ดังนั้นควรเลิกนิสัยนี้เสีย!

3.ไม่วางแผนการทํางานและที่ทํางานรกๆ ก็ก่อความรู้สึกไม่กระปรี้กระเปร่าได้เช่นกัน เพราะเมื่อคุณไม่รู้จะเริ่มงานจากจุดไหน หรือหาอะไรบนโต๊ะทํางานไม่เจอ ย่อมเหนื่อยเป็นธรรมดา

ร่างกายอ่อนเพลีย

4.ขณะที่คุณซูซาน อัลเบิร์ส นักจิตวิทยาแห่งเคลเฟอแลนด์คลินิก สหรัฐอเมริกา บอกว่านิสัยปฏิเสธคนไม่เป็นก็เป็นอีกหนึ่งปัญหาสําคัญที่ทําให้คุณต้องรับภาระมากมายจนรู้สึกเหนื่อย

ทั้งนี้ ในทางการแพทย์มองว่าอาการอ่อนเพลียของคนเราที่เกิดขึ้นเสมอๆ นี้ ถือเป็นความผิดปกติของร่างกายที่จำเป็นต้องได้รับการรักษา สาเหตุของความเหนื่อยอ่อนแบบนี้คงจะตอบได้ยากว่าเกิดจากอะไรกันแน่ เพราะแต่ละคนล้วนมีปัจจัยแวดล้อมแตกต่างกัน แต่โดยรวมแล้วมักมีสาเหตุมาจากการเจ็บป่วยไม่สบาย การอดนอน ความเครียด คนที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย การทำงานมากเกินไป การรับประทานยาประจำตัว หรือไม่ก็อารมณ์ที่กำลังซึมเศร้า จากแรงกดดันรอบๆ ตัว

ยิ่งอยู่ในสังคมเมืองใหญ่ที่เรามักจะใช้พลังงานกันเกินพิกัด เวลาควรนอนไม่นอน เวลาควรกินไม่กิน เพราะทำงานเกินเวลา หรือพวกที่นิยมการปาร์ตี้สังสรรค์ดึกดื่นข้ามคืนข้ามวัน พอตื่นขึ้นมาก็ลุกไม่ไหว เรียกว่าปาร์ตี้กันเกินเวลา พาให้การงานเสียก็มีอยู่ไม่น้อย พอได้สติขึ้นมาก็รู้สึกเหนื่อยเกินกว่าจะทำอะไรเสียแล้ว

ป่วยใจ

อาการเหนื่อยๆ เพลียๆ นี้อาจรักษาได้ด้วยยาบางอย่าง เช่น ยาระงับประสาท หรือยานอนหลับ กินให้คลายเครียดนอนหลับสนิท ตื่นมาจะได้มีเรี่ยวแรง แต่ผลข้างเคียงของยากลุ่มนี้ก็อย่างที่พอรู้ๆ กันอยู่ ถ้ากินติดต่อกันเป็นเวลานานจะมีผลเสียต่อสุขภาพประสาทแน่ๆ ทางที่ดีคือการเปลี่ยนแปลงวิถีการดำเนินชีวิตเสียใหม่น่าจะให้ผลที่ดีในระยะยาวกับตัวท่านมากกว่า ลองพิจารณา 8 วิธีที่เราจะแนะนำต่อไปนี้ แล้วนำไปปฏิบัติตามดู ท่านอาจจะหยุดความอ่อนเพลียละเหี่ยใจกลับมาเป็นคนใหม่ได้ในเวลาไม่ช้า

1.ไปตรวจสุขภาพ ลองนึกๆ ดูว่าที่ท่านรู้สึกเหนื่อยๆ นั้น เป็นเพราะเกิดจากอาการเจ็บไข้ได้ป่วยหรือเปล่า ปวดเมื่อยเนื้อตัว งงๆ ลอยๆ จำอะไรไม่ค่อยได้หรือ ซึมเศร้า บางทีอาจมาจากโรคที่ทำให้ร่างกายผิดปกติ หรือบางครั้งยาที่เรากินเข้าไปก็มีผลทำให้ร่างกายเราอ่อนเพลียได้ เช่น ยาที่มีผลต่อระดับฮอร์โมนในร่างกาย ยาแก้แพ้ หรือยารักษาอาการติดเชื้อบางประเภท ยารักษาโรคเรื้อรังบางอย่าง ยาระงับประสาทบางตัว อาจทำให้คนกินรู้สึกง่วงเหงาหาวนอน ซึ่งท่านควรขอคำปรึกษาเพิ่มเติมจากคุณหมอในเรื่องนี้ดูว่ามีวิธีไหนหลีกเลี่ยงได้บ้าง

เหนื่อยทั้งกายเหนื่อยทั้งใจ

2.ให้ความสำคัญกับการหลับเพิ่มขึ้น ในวันหนึ่งๆ ท่านควรนอนให้ได้อย่างน้อย 7-8 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย หากท่านนอนไม่หลับหรือนอนไม่พอเป็นประจำ ลองนึกดูว่าอะไรเป็นอุปสรรคต่อการนอนของท่านบ้าง เช่น ชอบเปิดไฟนอน ดูโทรทัศน์ อ่านหนังสือก่อนนอนเป็นนิสัย การทำแบบนี้มักจะเป็นการรบกวนการนอนของท่านโดยไม่รู้ตัว ทางที่ดีควรยกกิจกรรมเหล่านี้ไปทำที่อื่น แล้วก่อนนอนควรทำอะไรที่จิตใจท่านสงบนิ่ง สบาย เช่น อาบน้ำให้สะอาด หรือทำสมาธิสวดมนต์ ไหว้พระ เป็นต้น แล้วเมื่อถึงเวลานอนให้ตรงเข้าไปในห้องนอนเพื่อเข้านอนเพียงอย่างเดียว อ้อ…ควรงดการดื่มกาแฟ หรือการดื่มแอลกอฮอล์ก่อนเข้านอน

3.กินอาหารเพียงพอต่อธรรมชาติที่ร่างกายต้องการ นอกจากอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมันในปริมาณที่สมดุลแล้ว ยังจำเป็นต้องกินอาหารที่มีวิตามินและเกลือแร่ที่เพียงพอด้วย ซึ่งจะช่วยให้ร่างกายมีกำลังวังชา ไม่กินมากไปจนทำให้ร่างกายอ้วนจนเดินไม่ไหว หรือกินน้อยไปจนกลายเป็นคนผอมแห้งแรงน้อย เลือกกินให้พอดีๆ ทั้งข้าว แป้ง เนื้อสัตว์ ผักและผลไม้ ก็จะช่วยให้ท่านไม่ต้องไปเสียเงินค่าอาหารเสริมต่างๆ ทำให้สิ้นเปลืองโดยไม่จำเป็น

หยุดพฤติกรรมที่ทำให้มีอาการป่วยใจที่ส่งผลไปถึงร่างกายเสียนะคะ แล้วอาการเหนื่อยและอ่อนเพลียตลอดทั้งวันของคุณจะดีขึ้น

ข้อมูลประกอบจาก: โรงพยาบาลศรีธัญญา

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ 

เปิดเคล็ดลับหยุดปวดศีรษะจากความเครียด

ไลฟ์สไตล์ ลดเครียด แก้ซึมเศร้า

6 เทคนิคสุดง่าย DETOX อารมณ์ ช่วยคลายเครียด ให้กลับมาสดชื่นสดใส

ติดตามคำแนะนำจาก กูรูสุขภาพ ทำตามง่าย เห็นผลจริง คลิกเลย!
keyboard_arrow_up