ทำความรู้จัก “คามู คามู” คืออะไร ทำไมกำลังฮิตในคนรักสุขภาพ

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หลายคนคงอาจได้ยินผลไม้ชนิดหนึ่ง ที่มาเเรง เเละฮิตในกลุ่มของคนรักสุขภาพ เพราะผลไม้ชนิดนี้ อุดมด้วยสารอาหาร เเละเป็นแหล่งวิตามินซีสูง ผลไม้ชนิดนั้นก็คือ “คามู คามู” นั่นเอง

ทำความรู้จัก คามู คามู คืออะไร

คามู คามู (Myrciaria dubia) เป็นผลไม้ เบอร์รี ขนาดเล็ก มีแหล่งกำเนิดในแถบอเมริกาใต้ ลักษณะผลสุกมีสีม่วง แดงเข้ม รสเปรี้ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เนื้อเมล็ด และผิวของคามูคามู มีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระสูง

คามูคามู จัดเป็นไม้พุ่มเตี้ย เจริญเติบโตในแหล่งหนองน้ำ หรือมีน้ำท่วมขัง ไม้พุ่มเติบโตได้สูง 1 ถึง 3 เมตร ผลทรงกลมมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 1.0–3.2 เซนติเมตร มีผิวมันวาวบาง ๆ มีเนื้อสีชมพูฉ่ำ (และเป็นกรดมาก เปรี้ยวมาก) ปกติเเล้วคามูคามูไม่เป็นที่นิยมในการนำมากินสด เพราะเนื่องจากผลไม้ คามู คามู มีความเป็นกรดสูงมาก  ยกเว้น ชาวพื้นเมืองที่อาศัยอยู่ในพื้นที่นิยมกินสด

โดยทั่วไปแล้วจะกิน ในรูปแบบของน้ำผลไม้ น้ำซุปข้น และการผลิตในรูปแบบของเครื่องดื่ม และผงคามูคามู โรยอาหาร  หรือเป็นส่วนประกอบในผลิตเสริมอาหาร

ประโยชน์ของผลไม้ คามู คามู

คามู คามู ขึ้นชื่อว่าเป็นผลไม้ซูเปอร์ฟู้ด เพราะประกอบด้วยสารอาหาร เเละสารประกอบจากพืชที่มีประสิทธิภาพสูง เช่น กรดอะมิโน วิตามิน สารกลุ่มโพลีฟีนอล และแคโรทีนอยด์ จำพวกลูทีน ซีแซนทีน และเบต้า-แคโรทีนสูง แหล่งเกลือแร่ที่จำเป็น เช่น โพแทสเซียม แคลเซียม เหล็ก ฟอสฟอรัส  ซึ่งมีประโยชน์ต่อสุขภาพ ดังต่อไปนี้

1.อุดมด้วยวิตามินซีสูง

ผลไม้ คามู คามู อุดมไปด้วยวิตามินซี เพราะวิตามินซี มีบทบาทสำคัญหลายอย่าง ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน และมีบทบาทในการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวหนัง กระดูก และกล้ามเนื้อแข็งเเรง

ยิ่งไปกว่านั้นวิตามินซี ยังทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ที่มีประสิทธิภาพ ช่วยปกป้องเซลล์ของร่างกายจากโมเลกุลอนุมูลอิสระ หากมีอนุมูลอิสระ จำนวนมากกว่าสารต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย ก็จะนำไปสู่สภาวะที่เรียกว่า ความเครียดจากการออกซิเดชั่น ทำให้การเกิดภาวะโรคเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ และ โรคมะเร็ง ได้

การกินอาหารที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น วิตามินซี จะสามารถช่วยป้องกันความเครียดจากปฏิกิริยาออกซิเดชั่น และป้องกันความเสียหายจากสารอนุมูลอิสระได้

คามู คามู ปริมาณ 100  กรัม  มีปริมาณ วิตามินซี 3 กรัม และตามฉลากโภชนาการของผลิตภัณฑ์ ผงคามูคามู สามารถให้วิตามินซีได้มากถึง 750 เปอร์เซ็นต์  ของปริมาณวิตามินซีต่อวันที่ร่างกายต้องการ (RDI)

2. มีสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพ

ผงคามู คามู มีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ ที่เต็มไปด้วยวิตามินซี รวมไปถึง สารฟลาโอนอยด์ (Flavonoid) แอนโทไซยานิน (Anthocyanins)  และกรดอัลลาจิก (Ellagic)  ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องเซลล์จากความเสียหายที่เกิดจากอนุมูลอิสระ และอนุมูลอิสระส่วนเกินในร่างกาย ที่ส่งผลให้เกิดภาวะเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจ และ โรคมะเร็ง

นอกจากนี้ปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระปริมาณสูงของคามูคามู อาจเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่สูบบุหรี่ เนื่องจากการสูบบุหรี่จะสร้างอนุมูลอิสระในปริมาณที่มาก นำไปสู่ความเครียดจากการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันได้

ข้อมูลงานวิจัยระบุว่า จากการศึกษา 1 สัปดาห์ ในผู้ชายที่สูบบุหรี่  จำนวน  20 คน  ดื่มน้ำคามู คามู ปริมาณ  0.3 ถ้วย (70 มิลลิลิตร) เท่ากับปริมาณ วิตามินซี 1,050 มิลลิกรัม ของวิตามินซีที่ร่างกายต้องการในชีวิตประจำวัน ผลปรากฏว่า ความเครียด ปฏิกิริยาออกซิเดชัน และการอักเสบ ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

3.ป้องกันการอักเสบ

ผลคามู คามู อาจมีประสิทธิภาพในการลดการอักเสบในร่างกายได้ เพราะการอักเสบเรื้อรัง ส่งผลเสียต่อสุขภาพของเซลล์ และเชื่อมโยงกับสภาวะต่าง ๆ ในการเกิดโรคเรื้อรัง เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจ และโรคแพ้ภูมิตัวเอง

เนื้อผลไม้ คามู คามู มีปริมาณกรดอัลลาจิกสูง ที่มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ สามารถยับยั้งเอนไซม์ที่ก่อให้เกิดการอักเสบได้

โดยพบว่า ผู้ชายที่สูบบุหรี่ ดื่มน้ำคามูคามู 0.3 ถ้วย (70 มิลลิลตร) ที่มีปริมาณวิตามินซี 1,050 มิลลิกรัม เป็นเวลานานหนึ่งสัปดาห์ สามารถช่วยลดการอักเสบ Interleukin (IL-6) และโปรตีน C-reactive ที่มีความไวสูง (hsCRP) ได้อย่างมีนัยสำคัญ

นอกจากนี้เมล็ดของผลคามูคามู ยังมีสารต้านการอักเสบที่มีประสิทธิภาพด้วยเช่นกัน และจากการศึกษาในหนูทดลอง พบว่าสารสกัดจากเมล็ด สามารถยับยั้งการอักเสบได้

ถึงแม้ว่าผลการวิจัยในข้างต้นจะมีแนวโน้มดี แต่ก็จำเป็นต้องมีการวิจัยเพิ่มเติม เพื่อให้เข้าใจถึงประโยชน์ในการต้านการอักเสบที่อาจเกิดขึ้นของคามูคามูเพิ่มเติม

ประโยชน์อื่นๆ ของผลคามูคามู

ยังมีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่ระบุว่า ผลคามูคามูนั้นมีประโยชน์ต่อสุขภาพ ดังต่อไปนี้

  • ช่วยลดน้ำหนัก การศึกษาในสัตว์ทดลองระบุว่า ผลไม้คามู คามู อาจช่วยลดน้ำหนักตัวได้ โดยการเพิ่มจำนวนแคลอรี่ที่เผาผลาญ และเปลี่ยนแบคทีเรียในลำไส้
  • ระดับน้ำตาลในเลือดดีขึ้น จากการวิจัยในคนที่มีสุขภาพดีจำนวน 23 คน แสดงให้เห็นว่า คามู คามู สามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ หลังจากกินอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง
  • มีคุณสมบัติในการต้านจุลชีพ ในการศึกษาในหลอดทดลอง โดยใช้เปลือกและเมล็ดของ คามู คามู ผลปรากฎว่า สามารถช่วยลดการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่เป็นอันตรายได้ เช่น  Escherichia coli และ Streptococcus mutans
  • รักษาระดับความดันโลหิต การศึกษาในหลอดทดลอง และในมนุษย์พบว่า ผลไม้คามู คามู อาจช่วยลดระดับความดันโลหิต โดยส่งผลต่อการขยายหลอดเลือด

อย่างไรก็ดี ผลการศึกษาและวิจัยยังมีค่อนข้างจำกัด เเละงานวิจัยส่วนใหญ่ที่เกี่ยวข้องยังมีการศึกษา เฉพาะในหลอดทดลอง และสัตว์เท่านั้น ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มมากขึ้น เพื่อยืนยันถึงประโยชน์และประสิทธิภาพของผลไม้ คามู คามู

วิธีกินและใช้ประโยชน์ ทางการเเพทย์

เนื่องจากผลไม้เบอร์รีคามูคามู  มีรสเปรี้ยวมากทำให้คนส่วนใหญ่ไม่สามารถกินเองได้ แต่ก็สามารถกินคามูคามูในรูปแบบของ น้ำซุปข้นและน้ำผลไม้ ซึ่งปัจจุบันได้มีการปรับปรุงรสชาติ ให้มีรสหวานมากขึ้น สะดวกแก่การดื่ม

เเต่อย่างไรก็ตาม ผลไม้คามูคามู ยังเป็นที่นิยมมากที่สุดในรูปแบบผง เป็นรูปแบบสกัดน้ำออก ทำให้ความเข้มข้นของคามูคามูมีปริมาณสูงขึ้น และสามารถยืดอายุการเก็บรักษาได้นานขึ้น

วิธีกินก็ง่ายมาก  เราสามารถเติมผงคามูคามู ลงในสมูทตี้ ข้าวโอ๊ต มูสลี่ โยเกิร์ต และน้ำสลัดได้ เพราะเมื่อรวมกับรสชาติอาหารจะทำให้มีรสเปรี้ยว และอร่อยกลมกล่อม ถูกปากได้อย่างเเน่นอน

เคล็ดลับในการกินผงคามูคามู ให้ได้ประโยชน์สูงสุด คือ ให้เติมผงคามูคามู ลงในอาหารทุกครั้ง หลังปรุงอาหารเสร็จ เพราะสามารถช่วยป้องกันการสูญเสีย สารอาหาร และวิตามินซีสลายเนื่องจากโดนความร้อนได้ นอกจากนี้เเล้ว เราสามารถกินคามูคามู ในรูปแบบสารสกัด และอาหารเสริมเข้มข้นได้อีกด้วย

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากคามูคามู

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นของคามูคามู คือ การได้รับปริมาณวิตามินซีที่สูงเกินขนาด เพราะ คามูคามูเพียง 1 ช้อนชา ( 5 กรัม ) สามารถให้วิตามินซี ปริมาณ  682 มิลลิกรัม  คิดเป็น 760 เปอร์เซ็นต์  ของปริมาณแนะนำต่อวัน (RDI )

สำหรับระดับวิตามินซีที่ถือว่าปลอดภัยสำหรับคนส่วนใหญ่  คือ ปริมาณไม่เกินวันละ   2,000 มิลลิกรัม

สำหรับการกินวิตามินซีในปริมาณที่มากเกินไป อาจทำให้ระบบย่อยอาหารไม่ดี เช่น ท้องร่วง และคลื่นไส้ เเต่อาการเหล่านี้มักจะหายไป เมื่อปริมาณวิตามินซีในร่างกายลดลง

วิตามินซีช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็ก ดังนั้น ผู้ที่มีภาวะธาตุเหล็กในร่างกายเกิน เช่น โรคฮีโมโครมาโตซิส จำเป็นต้องงดกินคามูคามู

อย่างไรก็ตามคามูคามู นั้นปลอดภัยสำหรับคนส่วนใหญ่ และวิตามินซีที่มากเกินไปนั้นมีความเป็นไปได้น้อยมาก  เพราะวิตามินซีเป็นสารอาหารที่ละลายน้ำได้ จึงไม่ถูกเก็บไว้ในร่างกายได้นาน สามารถถูกขับออกได้

ไม่ว่าผลหรือเมล็ดคามูคามู ต่างก็อุดมไปด้วยสารอาหาร และสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง รวมถึงเเหล่งวิตามินซี และสารฟลาโวนอยด์ ที่มีประสิทธิภาพสำหรับในการต่อสู้กับการอักเสบ ลดระดับน้ำตาลในเลือดและความดันโลหิตสูงได้ ถึงแม้ว่าผลคามูคามูสด จะมีรสเปรี้ยว แต่ก็สามารถเลือกกินได้ในรูปแบบผงโรยอาหาร หรืออาหารเสริมเข้มข้นก็ได้เช่นกัน

 

ข้อมูลจาก 

https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC4296744/

https://www.webmd.com/vitamins/ai/ingredientmono-1243/camu-camu

https://www.healthline.com/nutrition/camu-camu#Potential-side-effects-of-camu-camu

https://www.hsri.or.th/people/media/food/detail/5522https://pharmacy.mahidol.ac.th/th/knowledge/article/133/คามู-คามู-Camu-Camu/

บทความอื่นที่น่าสนใจ

แอ๊ปเปิ้ลเขียว ของดีลดน้ำหนัก บำรุงหัวใจ ปอด ลดน้ำตาลในเลือด

EAT SMARTER เช็กความอิ่ม ขณะลดน้ำหนัก

5 พฤติกรรม ไม่ช่วยลดน้ำหนัก

ติดตามคำแนะนำจาก กูรูสุขภาพ ทำตามง่าย เห็นผลจริง คลิกเลย!
keyboard_arrow_up