ป้องกันปวด

รวมเคล็ดลับ ป้องกันปวด หลังออกกำลังกาย

ป้องกันปวด
ป้องกันปวด

รวมเคล็ดลับ ป้องกันปวด หลังออกกำลังกาย อาการปวดหลังออกกำลังกสย โดยทั่วไปนั้น เกิดได้จาก 3 สาเหตุ ได้แก่ การไหลเวียนเลือดไม่ดี การไหลเวียนน้ำเหลืองมีปัญหา หรือมีการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ หรือเส้นเอ็นบริเวณนั้น

ทั้งนี้เพื่อ ป้องกันปวด หลังออกกำลังกาย มีวิธีการสังเกตลักษณะอาการบาดเจ็บแบบง่าย ๆ ก็คือ หากอาการปวดรุนแรงมากขึ้น เมื่อเราทำงาน คือ สัญญาณของการไหลเวียนเลือดไม่ดี ในขณะที่อาการปวดตึงนั้น เป็นผลมาจากการไหลเวียนน้ำเหลืองมีปัญหา ในขณะที่การบาดเจ็บของเส้นเอ็น จะเป็นอาการเจ็บแบบชัดเจนเมื่อมีการขยับข้อต่อ

HOW TO ป้องกันการเจ็บปวด

อย่างที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นว่า อาการปวดหลังจากการออกกำลังกาย โดยทั่วไปนั้น เกิดได้จาก 3 สาเหตุ เพราะฉะนั้น การป้องกันให้ตรงจุด จึงสำคัญอย่างยิ่ง โดยสามารถปฏิบัติตามได้ ดังนี้

1. ระบบไหลเวียนเลือดไม่ดี หากการเจ็บปวดนั้น เกิดจากระบบไหลเวียนเลือดไม่ดี ก็อาจเป็นเพราะเส้นเลือดไม่สะอาด มีไขมันพอกเส้นเลือดมาก หรือในบางคน ที่มีภาวะทางพันธุกรรมเส้นเลือดตีบง่าย จึงทำให้การไหลเวียนโลหิตมีปัญหา การดูแลสุขภาพโดยรวม และหมั่นตรวจเช็กระดับไขมันในเลือด จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลย นอกจากนี้ ยังควรหมั่นเคลื่อนไหวร่างกายอยู่เสมอ เพื่อให้การไหลเวียนของเลือด ป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จะเริ่มจากการลุกจากโต๊ะทำงานบ่อย ๆ หรือใช้บันไดแทนลิฟต์ก็ได้เช่นกัน

ในขณะที่ฮอร์โมนในผู้หญิง ก็เป็นอีกสาเหตุที่ไม่อาจมองข้ามได้ โดยเฉพาะ ฮอร์โมนในยาคุมกำเนิดสำหรับผู้หญิง ซึ่งช่วงอายุที่สามารถใช้ยาคุมกำเนิดได้ คือ 18 – 35 ปี โดยพบว่าหากยังใช้ยาคุมกำเนิดหลังจากนั้น ฮอร์โมนจากยาคุมกำเนิด จะเริ่มสร้างความเสี่ยงให้ผนังหลอดเลือดตีบลงเรื่อย ๆ จนทำให้เกิดปัญหาการไหลเวียนของเลือดตามมา

2. ระบบไหลเวียนน้ำเหลืองมีปัญหา เป็นระบบที่มีกลไกการทำงานต่างจากระบบไหลเวียนเลือด ในขณะที่ระบบไหลเวียนเลือดนั้น มีหัวใจคอยปั๊มอยู่ตลอด แต่ระบบไหลเวียนน้ำเหลืองนั้น จะวิ่งไปมาตามจังหวะการเคลื่อนไหวของร่างกาย ซึ่งวิธีการดูแลระบบไหลเวียนน้ำเหลืองเพื่อไม่ให้เกิดอาการเจ็บปวดหลังออกกำลังกาย ก็คือ การนวดคลึงเบา ๆ บริเวณกล้ามเนื้อก่อนการออกกำลังกาย

3. การบาดเจ็บจากกล้ามเนื้อและเส้นเอ็น โดยทั่วไปการบาดเจ็บแบบนี้ เกิดจาก 2 สาเหตุหลัก คือ เทคนิคการออกกำลังกาย หรือโครงสร้างร่างกายที่ไม่ดี เช่น หลังค่อม หรือเดินขาบิด เป็นต้น ซึ่งการป้องกันการบาดเจ็บ คือ หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก โดยเลือกการออกกำลังกายบริหารแบบปานกลางจะดีที่สุด

ส่วนอีกหนึ่งสาเหตุ ก็คือ ขาดการยึดเหยียดก่อนการออกกำลังกายนั่นเอง

ดังนั้น การเตรียมความพร้อมก่อนออกกำลังกาย ทั้งการยืดเหยียดเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด และการนวดคลึงบริเวณกล้ามเนื้อเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนน้ำเหลือง จึงเป็นสิ่งที่คนออกกำลังกายทั้งหลายควรให้ความสำคัญ

FIRST AID TIPS

ในกรณีที่เกิดการบาดเจ็บ สิ่งแรกที่ควรทำ คือ การประคบเย็น และหลีกเลี่ยงการเคลื่อนไหวบริเวณนั้น จากนั้น ให้สังเกตอาการตัวเอง โดยถ้าลักษณะการบาดเจ็บนั้นเห็นเป็นอาการห้อเลือด บวม หรือไม่สามารถขยับส่วนปลายของอวัยวะนั้นได้ ก็อาจเป็นสัญญาณของการบาดเจ็บชั้นที่ลึกลงไป ซึ่งในกรณีนี้ควรรีบพบแพทย์จะดีที่สุด

เรื่อง นายแพทย์สมบูรณ์ รุ่งพรชัย เรียบเรียง ชวลิดา เชียงกูล ภาพจาก Pixabay

ชีวจิต 523 – คู่มือหยุดปวดตั้งแต่หัวจรดเท้า

นิตยาสารรายปักษ์ ปีที่ 22 : 16 กรกฎาคม 2563

– – –  – – – – –  – – – – –  – – – –  – – – –  – – –  – – –  – – –  – – –  – –  – –

บทความน่าสนใจอื่นๆ

5 วิธีแก้อาการปวดเข่า ข้อเข่าเสื่อมง่าย ๆ ด้วยตัวเอง

ท่าออกกำลังกายช่วยหลังเฟิร์ม แก้ปวดหลัง ทำได้ด้วยตัวเอง (มีคลิป)

รวม ท่าโยคะ ช่วงกักตัวในวิกฤตโควิด 19 ช่วยลดอาการเจ็บป่วยต่าง ๆ และสุขภาพดี

2 ท่าออกกำลังกาย ” สุดเจ๋ง ” ที่บ้าน ที่คนนิยมช่วงกักตัว

รู้ให้ทัน 4 สัญญาณสุขภาพพัง จากการออกกำลังกาย

ปรับไลฟ์สไตล์ ด้วยการออกกำลังกาย ช่วยลดอาการปวดเข่า

3 ท่าบริหารง่าย ๆ พิชิตอาการปวดหลัง ก่อนที่จะสายเกินเยียวยา

นักวิ่งมือใหม่ควรอ่าน เจาะลึกทุกแง่มุมการวิ่ง โดย โค้ชเป้ง-สาธิก ธนะทักษ์

HEALTH CHECK UP เช็กร่างกาย ควรออกกำลังกายไหม

5 อาหาร ทดแทนสปอร์ตดริ้งค์ เพิ่มประสิทธิภาพการออกกำลังกาย

ปรับความเข้าใจ เรื่องออกกำลังกาย เพื่อลดบาดเจ็บ ได้หุ่นดังใจ

6 ผลลัพธ์ เหงื่อออก บอกอะไรเราได้บ้าง มาดูกัน

ติดตามคำแนะนำจาก กูรูสุขภาพ ทำตามง่าย เห็นผลจริง คลิกเลย!
keyboard_arrow_up
X amvata