เหลือเชื่อ แม่ติดโควิด

เหลือเชื่อ! พบแม่ติดโควิดคลอดลูกมีภูมิต้าน

Alternative Textaccount_circle
event
เหลือเชื่อ แม่ติดโควิด
เหลือเชื่อ แม่ติดโควิด

เหลือเชื่อ! พบแม่ติดโควิดคลอดลูกมีภูมิต้าน

จากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือโรค COVID-19 ซึ่งนำความกังวลใจให้กับผู้คนทั่วโลก และแม้ว่ารายงานผู้ป่วยโรค COVID-19 ส่วนใหญ่จะพบในผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ แต่มีรายงานการติดเชื้อในเด็กรวมทั้งทารกแรกเกิด ผู้ปกครองหลายท่านคงจะมีความกังวลใจเกี่ยวกับสุขภาพของลูกน้อย

แต่ล่าสุดมีรายงานข่าวดังไปทั่วโลกทั่วโลกเกี่ยวกับทารกที่เกิดจากผู้หญิงที่ติดเชื้อโควิดเมื่อต้นปีขณะตั้งท้อง โดยเธอได้ให้กำเนิดทารกที่มีภูมิต้านทานต่อต้านไวรัสโคโรนา ซึ่งบ่งชี้ว่า แม่อาจถ่ายทอดเชื้อให้ตัวอ่อนในครรภ์ เกี่ยวกับเรื่องนี้มีรายงานจากหนังสือพิมพ์สเตรทส์ไทมส์ของสิงคโปร์ โดยอ้างการเปิดเผยของเซลีน อึง-ชาน ที่คลอดบุตรในเดือนนี้ ซึ่งแพทย์ระบุว่า ลูกชายของเธอไม่ติดเชื้อโควิด-19

ทั้งนี้ อึง-ชานตรวจพบติดเชื้อโควิดในเดือนมีนาคมแต่มีอาการไม่รุนแรง และเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล 2 สัปดาห์ครึ่งเธอบอกว่าแพทย์คิดว่า เธอถ่ายทอดแอนติบอดี้หรือสารภูมิต้านทานไวรัสชนิดนี้ให้ลูกระหว่างตั้งครรภ์

ด้านองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า ยังไม่รู้แน่ชัดว่า สตรีมีครรภ์ที่ติดเชื้อโควิดสามารถถ่ายทอดไวรัสให้ตัวอ่อนหรือทารกขณะอยู่ในครรภ์ หรือขณะคลอดได้หรือไม่ นอกจากนั้นจนถึงขณะนี้ ยังไม่พบไวรัสโคโรนาที่สามารถแพร่เชื้อได้ในตัวอย่างของเหลวรอบตัวทารกในครรภ์หรือในน้ำนมแม่

บทความในวารสาร Emerging Infectious Diseases ที่เผยแพร่เมื่อเดือนตุลาคม ระบุว่า แพทย์จีนรายงานการตรวจพบและการลดลงของสารภูมิต้านทานโควิด-19 ในทารกที่เกิดจากแม่ที่ติดเชื้อ ขณะเดียวกัน รายงานการศึกษาจากแพทย์ของนิวยอร์ก-เพรสไบทีเรียน/โคลัมเบีย ยูนิเวอร์ซิตี้ เออร์วิง เมดิคัล เซ็นเตอร์ที่เผยแพร่ในเดือนตุลาคมเช่นเดียวกันระบุว่า มีโอกาสน้อยมากที่แม่จะถ่ายทอดไวรัสโคโรนาให้ทารก

สุขภาพของลูกน้อย

รู้จักเชื้อไวรัสที่ก่อโรค COVID-19

เชื้อไวรัสที่ก่อโรค COVID-19 คือ เชื้อไวรัสโคโรนาชนิดหนึ่ง ซึ่งไวรัสโคโรนานี้ค้นพบและเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดไข้หวัดในเด็ก ๆ มานานแล้ว แต่ในช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมานี้ เริ่มมีการรายงานของการติดเชื้อไวรัสโคโรนาอุบัติใหม่ ซึ่งเป็นการติดต่อจากสัตว์สู่คน สำหรับเชื้อไวรัสโคโรนาที่รายงานติดต่อจากสัตว์สู่คนตัวแรก คือ เชื้อไวรัสโคโรนาที่ทำให้เกิดโรคซาร์ส  ซึ่งเป็นการติดมาจากตัวชะมดมาสู่คนและมีการระบาดในประเทศจีน ต่อมาเกิดการอุบัติของเชื้อไวรัสโคโรนาตัวที่สองที่ทำให้เกิดโรคเมอร์ส ซึ่งพบจุดกำเนิดที่ประเทศแถบตะวันออกกลางซึ่งมีอูฐเป็นพาหะ

แผลงฤทธิ์แพร่เชื้ออย่างไร

โรค COVID-19 แพร่เชื้อจากคนไปสู่คนผ่านทางละอองฝอยจากการไอและจามเป็นหลัก พบว่าเชื้อสามารถคงทนอยู่ในสิ่งแวดล้อมและวัตถุต่าง ๆ เช่น อยู่บนพลาสติกและเสตนเลสได้ถึง 3 วัน เป็นต้น รวมทั้งมีการตรวจพบเชื้อในอุจจาระของผู้ที่มีการติดเชื้อได้เป็นเวลาหลายวัน หากเราไปสัมผัสกับวัตถุหรือสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ที่มีเชื้อไวรัสชนิดนี้ และเอามาป้ายตาจมูกปากก็อาจทำให้ติดเชื้อได้เช่นกัน โรค COVID-19 มีระยะฟักตัว 1 – 14 วัน โดยที่ร้อยละ 99 ของผู้ป่วยจะแสดงอาการใน 14 วันหลังจากสัมผัสโรค อย่างไรก็ตามมีรายงานผู้ป่วยส่วนน้อยอาจมีระยะฟักตัวถึงเกือบ 1 เดือน และผู้ติดเชื้อไวรัส COVID-19 บางส่วนอาจจะไม่มีอาการ ซึ่งพบมีรายงานเด็กที่สัมผัสเชื้อและติดเชื้อโดยไม่แสดงอาการถึงร้อยละ 4-15 แต่สามารถแพร่เชื้อให้กับผู้อื่นได้

ทารกแรกเกิด

อาการแสดงของการติดเชื้อ COVID-19 มีความหลากหลายตั้งแต่เป็นไข้หวัดเล็กน้อย หรือมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ มีไข้สูง เจ็บคอ ไอ มีน้ำมูก ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ และในจำนวนนี้มีรายงานถึงร้อยละ 10 ที่มีอาการของระบบทางเดินอาหารร่วมด้วย เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย และหากผู้ที่ติดเชื้อมีอาการมากขึ้นก็อาจมีอาการแสดงของปอดอักเสบ ปอดอักเสบอย่างรุนแรง บางรายอาจมีอาการเหมือนติดเชื้อในกระแสเลือด ช็อก หรือการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายล้มเหลว บางรายอาจถึงแก่ชีวิตได้ รายงานอัตราการเสียชีวิตโดยภาพรวมประมาณร้อยละ 2 แต่อาจจะสูงขึ้นในผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคอ้วน โรคหัวใจ ภูมิคุ้มกันบกพร่อง เป็นต้น

ป้องกันลูกป่วย

สำหรับเด็ก ๆ COVID-19 อันตรายอย่างไร

สำหรับเด็ก ๆ ส่วนใหญ่แล้วเมื่อมีการติดโรค COVID-19 จะมีอาการน้อยกว่าผู้ใหญ่มาก และกว่าร้อยละ 90 จะมีประวัติสัมผัสกับบุคคลในครอบครัวที่มีการติดเชื้อ เด็ก ๆ อาจจะติดเชื้อโดยไม่มีอาการ และส่วนใหญ่ก็จะมีอาการเหมือนเป็นไข้หวัดทั่วไป ซึ่งมักจะหายได้เองภายใน 1-2 สัปดาห์ มีรายงานผู้ป่วยที่เป็นโรค COVID-19 ที่มีอาการหนักและวิกฤตร้อยละ 6 ในขณะที่ผู้ใหญ่ที่มีอาการหนักและวิกฤตพบมากภึงร้อยละ 19 โดยกลุ่มเสี่ยงที่อาจจะมีอาการรุนแรงในเด็ก ได้แก่ ทารกและเด็กเล็กอายุน้อยกว่า 5 ปี

เมื่อไรจะสงสัยว่าเด็ก ๆ เข้าข่ายติดเชื้อไวรัส COVID-19

โดยทั่วไป หากแพทย์จะสงสัยว่าเด็ก ๆ เข้าข่ายติดเชื้อไวรัส COVID-19 หากตรวจพบว่าเด็ก ๆ มีอุณหภูมิร่างกายสูงกว่า 37.5 °C (เด็กส่วนหนึ่งอาจไม่มีไข้ รายงานผู้ป่วยเด็กโรค COVID-19 มีไข้ร้อยละ 40-56 ) ร่วมกับมีอาการของระบบทางเดินหายใจ เช่น เจ็บคอ ไอ มีน้ำมูก หายใจเร็ว หรือหายใจหอบเหนื่อย ร่วมกับในช่วง 14 วันที่ผ่านมามีประวัติเดินทางไปหรือมาจากพื้นที่ที่มีการระบาดของเชื้อนี้อย่างต่อเนื่อง หรือเด็ก ๆ อาจจะมีประวัติสัมผัสกับผู้ที่เข้าข่ายสงสัยหรือยืนยันว่ามีการติดเชื้อไวรัส COVID-19 โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยในบ้านเดียวกัน หรือมีประวัติไปในที่ชุมชน เช่น ตลาดนัด ที่ขนส่งสาธารณะ ห้างสรรพสินค้า เป็นต้น

นอกจากนี้ถ้าเด็กมีอาการปอดอักเสบที่หาสาเหตุไม่พบ หรือเป็นปอดอักเสบที่ได้รับการรักษาแล้วไม่ดีขึ้น แพทย์จะทำการตรวจเพื่อหาการติดเชื้อ COVID-19 เช่นกัน

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ 

เรื่องหัวใจ ดูแลให้ดีช่วงโควิด 19

โรคหวัดในเด็ก และการกินยาที่พ่อแม่ควรรู้

อายุยืน ด้วยวิธีเลือกกินอาหาร ที่ทุกคนต้องรู้

ติดตามคำแนะนำจาก กูรูสุขภาพ ทำตามง่าย เห็นผลจริง คลิกเลย!
keyboard_arrow_up