เมนูสุขภาพ, อาหารสุขภาพ, อาหารป้องกันโรค, อาหาร อดอาหาร งดแป้ง นับแคล

อดอาหาร งดแป้ง นับแคล สิ่งเหล่านี้ช่วยผอมได้จริงหรือ

เมนูสุขภาพ, อาหารสุขภาพ, อาหารป้องกันโรค, อาหาร อดอาหาร งดแป้ง นับแคล
เมนูสุขภาพ, อาหารสุขภาพ, อาหารป้องกันโรค, อาหาร อดอาหาร งดแป้ง นับแคล

อดอาหาร งดแป้ง นับแคล สารพัดวิธีลดน้ำหนัก ใช้ได้จริงหรือไม่

หลายคนคงผ่านการหาข้อมูลการลดน้ำหนักด้วยวิธีควบคุมอาหารกันมาบ้างแล้ว ไม่กี่อย่างที่ผุดขึ้นมาส่วนใหญ่จะเป็นวิธี อดอาหาร (ลดปริมาณการกิน) นับแคลอรี รวมไปถึงการงดการบริโภคแป้ง (คาร์โบไฮเดรต) แต่ในข้อเท็จจริง วิธีเหล่านี้ช่วยให้ผอมได้จริงหรือไม่ วันนี้เรามีคำตอบจาก เฮย์ลี พอมรอย ที่ปรึกษาด้านโภชนาการชาวอเมริกัน เจ้าของผลงานหนังสือขายดี The Fact Metabolism Diet มาดูกันเลยค่ะ

แค่กินน้อยลง น้ำหนักจะลดลง จริงหรือ

เฮย์ลีอธิบายว่า ประเด็นนี้นับว่าเป็นประเด็นยอดฮิตเมื่อเข้าสู่วัย 40+ ผู้ที่มีปัญหาน้ำหนักเกินหลายคนมาปรึกษาเธอเพราะพวกเขาทำทั้งควบคุมอาหารไม่ให้เกินวันละ 1,200-1,400 แคลอรี และออกกำลังกายสัปดาห์ละ 5-7 วัน แต่น้ำหนักไม่ลดลงตามเป้า

เธอชี้แจ้งเพิ่มเติมว่า เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ระบบเผาผลาญจะทำงานลดลง การใช้พลังงานย่อมลดลงตามไปด้วย แม้สิ่งที่กินเข้าไปเป็นผักผลไม้ แต่เมื่อมีพลังงานส่วนเกินเกิดขึ้น ร่างกายจะนำพลังงานที่เกินไปเก็บสะสมไว้ในรูปไขมันอยู่ดี

ทางที่ดีที่สุดคือ กินอาหารครบ 3 มื้อ กินให้ตรงเวลา ลดเครียด พักผ่อนให้เพียงพอ พฤติกรรม 4 ข้อนี้มีส่วนช่วยทำให้ระบบเผาผลาญทำงานปกติ แต่ถ้าอดข้าว เครียด บวกกับอดนอนไปด้วย อัตราการเผาผลาญจะลดลงและเกิดการสะสมไขมันตามร่างกายเพิ่มมากขึ้นจนสังเกตเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในกรณีที่รอบเอวเพิ่มขึ้น เป็นสัญญาณของโรคภาวะอ้วนลงพุง หรือภาวะเมแทบอลิกซินโดรม (Metabolic Syndrome)

วิธีเลือกอาหาร อาหารสุขภาพ อาหารชีวจิต อดอาหาร กินผัก

อาหารไดเอต ช่วยควบคุมน้ำหนักได้ จริงหรือ

โดยทั่วไป อาหารไดเอตคือรูปแบบของอาหารที่ตายตัว ส่วนใหญ่มุ่งหวังเพื่อลดน้ำหนักเป็นหลัก และมักมีรูปแบบซ้ำๆ เดิม เฮย์ลีอธิบายว่า การกินอาหารที่มีรูปแบบเช่นนี้ย่อมทำให้ผู้กินรู้สึกเบื่อหน่าย เมื่อทำตามโปรแกรมไดเอตต่อเนื่องซ้ำๆ จะทำให้เครียด ซึ่งเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ระบบเผาผลาญทำงานผิดปกติ

เธออธิบายต่อว่า ในแง่ของโภชนาการแล้ว การกินอาหารให้หลากหลายดีต่อสุขภาพที่สุด เพราะทำให้ได้รับสารอาหาร วิตามิน แร่ธาตุครบถ้วน ถ้าเป็นไปได้ควรเลือกวัตถุดิบตามฤดูกาล ปราศจากการปนเปื้อนสารพิษ จะยิ่งดีมากถ้าปลูกผักผลไม้ เลี้ยงสัตว์เพื่อนำผลผลิตมาบริโภค (แต่อาจเป็นไปได้ยากสำหรับทุกคน ก็คงต้องใส่ใจในการเลือกซื้อของกินเข้าบ้านกันหน่อย)

สุดท้ายควรใส่ใจ ประณีตกับการทำและกินอาหารทุกมื้อ จะยิ่งทำให้มีความสุขทุกๆ ขั้นตอน

การนับแคลคือวิธีปรับระบบเผาผลาญ จริงหรือ

เฮลีย์ระบุว่า วิธีนับแคลอรีจากอาหารที่กินเป็นวิธียอดฮิตของผู้ที่อยากลดน้ำหนักหลายๆ คน ทั้งที่ในความเป็นจริงร่างกายของคนเราแต่ละคนมีอัตราการเผาผลาญและนำพลังงานไปใช้ที่ไม่เท่ากัน

ดังนั้น การจำกัดปริมาณแคลอรีให้คน 1 คนกินอาหารที่มีพลังงานไม่เกิน 1,200-1,400 แคอลรี โดยหวังให้น้ำหนักลดลง จำเป็นต้องพิจารณาถึงผลในระยะยาวด้วย

เธอชี้แจงว่า วิธีจำกัดปริมาณแคลอรีอย่างเข้มข้นเช่นนี้ส่งผลให้ร่างกายเข้าใจผิดว่ากำลังเข้าสู่ภาวะอดอาหาร ระบบเผาผลาญทำงานผิดปกติ อัตราการเผาผลาญพลังงานลดลง เกิดการสะสมไขมันมากขึ้น แทนที่น้ำหนักจะลดลงกลับพบว่าร่างกายมีสัดส่วนของมวลไขมันเพิ่มมากขึ้น

เมื่อพบปัญหาจากผู้ที่เข้ามาปรึกษาซ้ำๆ เช่นนี้ เฮย์ลีจึงตระหนักว่า ผู้คนส่วนใหญ่มองแคลอรีเป็นหลัก แต่ขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระบบเผาผลาญ เธอจึงนำประเด็นปัญหานี้มาอธิบายให้กับผู้ที่ต้องการเข้าสู่โปรแกรมฟื้นฟูระบบเผาผลาญได้ปรับพื้นฐานความรู้ความเข้าใจก่อนเสมอ

สิ่งที่ควรปฏิบัติคือ กินอาหารที่มีส่วนช่วยส่งเสริมและฟื้นระบบเผาผลาญกลับมาทำงานได้ตามปกติ เช่น อาหารที่มีโปรตีนและโอเมก้า-3สูง เช่น อะโวคาโด ถั่วหลากสี เต้าหู้ นัตโตะ ถึงแม้จะมีปริมาณแคลอรีสูง แต่ถ้ากินให้ถูกสัดส่วนก็ไม่มีผลกระทบต่อการควบคุมน้ำหนักแต่อย่างใด

โรคมะเร็ง

งดกินคาร์โบไฮเดรตช่วยให้ลดน้ำหนักได้เร็ว จริงหรือ

คนทั่วไปมักจะมองว่าอาหารในกลุ่มคาร์โบไฮเดรตเป็นศัตรูตัวร้ายในการลดน้ำหนัก หลายคนจึงหันไปตัดอาหารกลุ่มนี้ออกจากอาหารที่กินโดยสิ้นเชิง

เฮย์ลีชี้แจงว่า ข้อเท็จจริงคือ คาร์โบไฮเดรตมีความจำเป็นต่อระบบเผาผลาญ ช่วยในการเผาผลาญไขมันและโปรตีน ดังนั้นถ้าร่างกายได้รับคาร์โบไฮเดรตเพียงพอ ไขมันจะถูกเผาผลาญตามปกติและจะสงวนโปรตีนไว้

ในทางกลับกัน ถ้างดกินคาร์โบไฮเดรตจนร่างกายขาดคาร์โบไฮเดรต ไขมันจะถูกดึงขึ้นมาเผาผลาญเป็นพลังงาน ทำให้ร่างกายผลิตสารประเภทคีโตนบอดี้ (Ketone Bodies) และเกิดการคั่งในกระแสเลือด ส่งผลให้เกิดความผิดปกติต่อร่างกายในระยะยาวได้

เธออธิบายเพิ่มเติมว่า มีบางคนหันไปงดกินทั้งคาร์โบไฮเดรตและไขมัน กรณีนี้จะส่งผลให้ร่างกายดึงโปรตีนมาใช้เผาผลาญเป็นพลังงานแทน ทำให้ร่างกายสูญเสียมวลกล้ามเนื้อและส่งผลให้อัตราการเผาผลาญยิ่งลดลงไปอีก ระบบฮอร์โมนผิดปกติ วงจรการนอนหลับผิดปกติ และมีอาการอ่อนเพลีย

คำแนะนำคือ ไม่ควรงดอาหารในกลุ่มคาร์โบไฮเดรต แต่ให้พิจารณาจากกิจกรรมที่ทำ ถ้าไม่ได้ใช้พลังงานมาก ให้ปรับสัดส่วนลดลง เลือกกินคาร์โบไฮเดรตจากธัญพืชที่ไม่มีกลูเตน เช่น ข้าวฟ่าง ข้าวกล้อง ข้าวป่าบัควีต คีนัว เมล็ดผักโขมแทน

ทั้งนี้เฮย์ลีแนะนำว่า อาหารในกลุ่มคาร์โบไฮเดรตที่ควรงด คือ น้ำตาล โดยเฉพาะน้ำตาลตักเติม เช่นการใช้น้ำตาลทรายในการปรุงอาหารและเครื่องดื่ม แนะนำว่า ควรฝึกกินอาหารตามรสธรรมชาติ ปราศจากการปรุงแต่งรสเพิ่มโดยไม่จำเป็น

สุดท้ายในหมวดคาร์โบไฮเดรตมีเครื่องปรุงแต่งรสที่ควรงดเด็ดขาด ได้แก่ น้ำเชื่อมฟรักโทสความเข้มข้นสูง (High Fructose Corn Syrup) ซึ่งเป็นวัตถุปรุงแต่งรสอาหารที่ผลิตในรบบอุตสาหกรรม

เมื่อไม่นานมานี้มีงานวิจัยระบุว่า การกินอาหารที่มีการปรุงแต่งรสด้วยน้ำเชื่อมฟรักโทสความเข้มข้นสูงเพียง 2 สัปดาห์ ทำให้ระดับของไขมันเลว (LDL Cholesterol) เพิ่มขึ้นและเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจได้

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คอลัมน์เรื่องพิเศษ นิตยสารชีวจิต  ฉบับที่ 495


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

Flexitarian Diet วิธีลดน้ำหนัก ฉบับอเมริกัน

10 DIET TRENDS 2020 กินอาหารตามเทรนด์จากกูรูตัวจริง

เจาะลึกการกิน คีโตเจนิค กินไขมันเพื่อลดไขมัน ดีต่อสุขภาพจริงหรือไม่

ติดตามคำแนะนำจาก กูรูสุขภาพ ทำตามง่าย เห็นผลจริง คลิกเลย!
keyboard_arrow_up