ข้าวบาร์เลย์ ปกป้องหัวใจ

ดร.สาทิส อินทรกำแหง กูรูชีวจิตแนะนำให้ใช้ “ข้าวบาร์เลย์” เป็นส่วนหนึ่งของสูตรการทำน้ำอาร์ซี เครื่องดื่มเพิ่มความสดชื่นแบบชีวจิต เนื่องจากข้าวบาร์เลย์มีคุณค่าทางอาหารมากมาย …หนึ่งในนั้นคือคุณค่าในการปกป้องดูแล “หัวใจ” ค่ะ

ข้าวบาร์เลย์ลดไขมันในเลือด ปกป้องหัวใจ

นักวิทยาศาสตร์การอาหารทราบกันมานานแล้วว่า ข้าวบาร์เลย์มีคุณสมบัติช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด ซึ่งเป็นต้นเหตุของสารพัดโรคร้าย โดยเฉพาะโรคหัวใจ และยืนยันอีกครั้งจากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยคอนเนกติคัต สหรัฐอเมริกา ที่ชี้ให้เห็นว่า การกินข้าวบาร์เลย์ทุกวันอย่างต่อเนื่อง 4-12 สัปดาห์ ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล และไตรกรีเซไรด์ในเลือดของอาสาสมัครไม่ว่าชายหรือหญิงลดลงได้อย่างชัดเจน จนสำนักงานกรรมการอาหารและยาสหรัฐอเมริกายอมรับและอนุญาตให้ผู้ผลิตอาหารและผลิตภัณฑ์ที่มีข้าวบาร์เลย์เป็นส่วนประกอบ สามารถกล่าวอ้างได้ว่า กินแล้วสามารถช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจซึ่งเป็นสาเหตุที่แท้จริงของคอเลสเตอรอลสูงได้

นักวิจัยเจ้าของโครงการอธิบายว่า ในข้าวบาร์เลย์มีส่วนประกอบของเส้นใยละลายน้ำชนิดเบต้ากลูแคนปริมาณสูง จึงช่วยชะลอและลดการดูดซึมคอเลสเตอรอลเข้าสู่กระแสเลือดนั่นเอง

เลือกและเก็บข้าวบาร์เลย์ให้มีคุณภาพ

เนื่องจากข้าวบาร์เลย์มีประโยชน์กับคนทุกวัย และเป็นที่นิยมแพร่หลาย ทำให้ปัจจุบันจึงเป็นสินค้าหาซื้อได้ง่ายตามร้านสุขภาพทั่วไป ดังนั้นการรู้ถึงเทคนิคของการเลือกซื้อและวิธีการเก็บรักษาให้ข้าวบาร์เลย์มีคุณสมบัติที่ดีได้นานจึงเป็นสิ่งจำเป็น

รองศาสตราจารย์อบเชย วงศ์ทอง จากภาควิชคหกรรมศาสตร์ คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้แนะนำไว้ในหนังสือ หลักการประกอบอาหาร โดยแนะนำวิธารสังเกตข้าวบาร์เลย์คุณภาพดีว่า ต้องบรรจุอยู่ในถุงที่ปิดสนิท มีวันหมดอายุระบุไว้อย่างชัดเจน เมล็ดข้าวที่มองเห็นอยู่ในสภาพดี ไม่มีเศษแหลกละเอียดของเยื่อหุ้มเมล็ดปะปน

หลังเลือกซื้อได้และนำมาบริโภคแล้ว ส่วนที่เหลือหากยังอยู่ในถุง ควรมัดปากถุงให้แน่น แล้วเก็บไว้ในกล่องพลาสติกที่มีฝาปิดมิดชิดอีกชั้นหนึ่ง และวางไว้ในที่ที่มีอากาศถ่ายเท หลีกเลี่ยงบริเวณที่มีแสงแดดส่องถึง เพราะอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงไปอาจทำให้เมล็ดข้าวบาร์เลย์คายน้ำจนเกิดความชื้น ส่งผลให้อายุการเก็บรักษาสั้นลงได้

หุงข้าวบาร์เลย์ให้อร่อย

ซาวข้าวบาร์เลย์เพื่อทำความสะอาดเพียงครั้งเดียวเพื่อรักษาคุณค่าทางโภชนาการไว้ จากนั้นหุงข้าวบาร์เลย์กับน้ำสะอาดในอัตราส่วนข้าวต่อน้ำ คือ 1:2 จากนั้นนำมาหุงในหม้อหุงข้าวตามปกติ หรือหากอยากให้เมล็ดข้าวนุ่มยิ่งขึ้น ให้เพิ่มน้ำเป็น 3 ส่วนก็ได้

ส่วนวิธีกินข้าวบาร์เลย์ให้อร่อยก็มีหลากหลาย ทั้งผสมข้าวบาร์เลย์กับข้าวซ้อมมือ ถั่ว งา หรือกินข้าวบาร์เลย์พร้อมกับน้ำเต้าหู้ในตอนเช้า หรือไม่ก็ทำมาเป็นขนมหวาน เช่น ข้าวบาร์เลย์แคนตาลูป เป็นต้น

เล่ามาทั้งหมดแล้ว หวังว่าคุณคงเห็นประโยชน์และคุณค่าของข้าวชนิดนี้ และเลือกที่จะกินข้าวบาร์เลย์สลับกับธัญพืชชนิดอื่น หรือเลือกทางลัดนั่นคือการกินน้ำอาร์ซี รับรองว่าร่างกายแข็งแรงสมใจแน่นอนค่ะ

 

ข้อมูลเรื่อง “ข้าวบาร์เลย์ คุณค่าที่ดีต่อหัวใจ” จากคอลัมน์มื้อสุขภาพ นิตยสารชีวจิต ฉบับที่ 344

ติดตามคำแนะนำจาก กูรูสุขภาพ ทำตามง่าย เห็นผลจริง คลิกเลย!
keyboard_arrow_up