โคโรนาไวรัส

ประเด็นน่าจับตามอง โรคอุบัติใหม่ 2019 “ไวรัสโคโรน่า”

โคโรนาไวรัส
โคโรนาไวรัส

งานเสวนา “ จับตามอง โรคอุบัติใหม่ ไวรัสโคโรน่า ”

เมื่อวานวันที่ 27 มกราคม 63 คณะวิทยาศาสตร์ได้จัดเสวนาสบายๆสไตล์ Science Cafe ตอนจับตามอง โรคอุบัติใหม่ ไวรัสโคโรนา  ณ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ชีวจิตไม่พลาดที่จะนำความรู้เรื่อง “โคโรนาไวรัส” โรคอุบัติใหม่ปี 2019 มาฝากทุกคนค่ะ

เรามาอัพเดท ประเด็นที่น่าสนใจกันได้เลย

ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยนวัตกรรมสุขภาพสัตว์ และการจัดการศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “โคโรนาไวรัส เป็นไวรัสที่น่าจะรู้จักกันดี เพราะเคยระบาดมาก่อนหน้านี้ คือ  ในปี 2003  ไวรัสซาร์ส และ เมอร์ส สำหรับโคโรน่าไวรัส จริง ๆ ตัวนี้ใช้ชื่อว่า โคโรนาไวรัส “สายพันธุ์ใหม่ ” คำว่าสายพันธุ์ใหม่อ้างอิงมาจากการที่ไวรัสตัวนี้ติดมาจากสัตว์สู่คน อ้างอิงจากห้องปฏิบัติการในประเทศสหรัฐอเมริกา โคโรน่าไวรัสที่เราเจอในคน ตอนนี้ทุกสายพันธุ์มีประมาณ 7 สายพันธุ์ ที่ติดจากสัตว์สู่คน แพร่จากสัตว์สู้คนทั้งหมด เพราะฉะนั้นคำว่าสายพันธุ์ใหม่จริง ๆ อยู่กับเรา อยู่ในธรรมชาติมานานแล้ว แต่คำว่าสายพันธุ์ใหม่ไม่ได้เกิดขึ้นใหม่ แต่เป็นการที่เราพบครั้งแรกในคน

โคโรน่าไวรัส คืออะไร

โคโรนาไวรัส คืออะไร คือ RNA ไวรัสชนิดหนึ่งอยู่ในแฟร์มิลี่ที่ชื่อว่า “ โคโรนาวีลิเด้ ” เป็น RNA ที่มีไขมันล้อมรอบ ถ้าพูดถึงการทำลายก็คือ แอลกอฮอร์ หรือการถูสบู่ สามารถทำลายได้ เพราะว่าไวรัสสามารถถูกทำลายได้ง่ายโดยสารพวกนี้  ธรรมชาติเป็นไวรัสที่มีไขมันหุ้มอยู่ ข้างในเป็น RNA สายบวก คือสามารถสร้างโปรตีนได้เลย  เมื่อมันเข้าสู่เซลล์มันจัดการสร้างโปรตีนได้ทันที โคโรน่าเป็นไวรัสที่มี RNA ยาวที่สุด เท่าที่คนเคยเจอมา

สามารถที่จะไปเจอไวรัสตัวหนึ่ง อยู่ในแบล็คโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ R เขาบอกว่ามันเป็นไวรัสที่เขาแยกได้จากค้างคาวที่ยูนนาน เมื่อปี 2018 แต่พอย้อนไปที่ตลาดสดหัวหนานที่อู่ฮั่น พบว่าค้างคาวกลุ่มนี้ไม่มีอยู่ในตลาด เลยเชื่อว่าน่าจะมีสปีชี่ตัวที่สองอยู่ในตลาดสดที่คนอาจจะรับ ไวรัสตัวนี้มาจากค้างคาวอีกทีหนึ่ง เขากำลังหาอยู่ว่าตกลงสปีชี่ส์อะไรกันแน่ที่เป็นตัวทำให้การกลายพันธุ์ กระโดดจากสัตว์มาหาคนได้

โคโรนาไวรัส

ความรุนแรงโคโรนา เมื่อเปรียบเทียบกับซาร์สกับเมอร์ส

รองศาสตราจารย์แพทย์หญิงอรุณี ธิติธัญญานนท์ กล่าวว่า “ความรุนแรงมีสองแบบ ในแง่ของโรคมีอาการรุนแรง ทำให้ป่วย ตาย สูง กับอีกความรุนแรงหนึ่งคือการแพร่เชื้อ ไม่จำเป็นต้องไปด้วยกัน ตอนโรคซาร์ส นี้เราโชคดีมาก เพราะว่าเรามีเคสที่มีเหมือนเป็นหมอ เชื้อซาร์สตัวแรกก็แยกมาจากผู้เชี่ยวชาญองค์การอนามันโลกคนนี้ ที่เวียดนาม แล้วก็ให้องค์การอนามัยโลกประกาศ ว่าโรคนี้มันแปลกมาก แล้วเขาก็บังเอิญติดเชื้อระหว่างเดินมาที่ไทย ขณะเดียวกันเขาต้องกันตัวเขาแยกออกจากทุกคน ไปบำราศโดยตรงเลยนะ ไม่สัมผัสมือใครเลย ในที่สุด ดร.โลบานี ก็เสียชีวิต

“แต่ว่าเชื้อตัวแรกที่แยกได้แยกได้จากคนนี้แหละ และเขาทำให้ทั่วโลกตื่นตัว แล้วให้ความสนใจมากขึ้น แต่ตอนนั้นเรายังมีประสบการณ์ไม่เยอะ โรคซาร์สก็กระจายออกไปทั้ง คนติดทั้งหมด 8,000 กว่าคน  17 ประเทศ และมีอัตราเสียชีวิต 10 เปอร์เซ็น จะเห็นว่าคนไข้ที่ติดอันดับแรกเป็นบุคลากรทางการแพทย์

“ตอนนี้คิดว่าอยู่ในวิกฤตแต่คิดว่าเรามีความพร้อมกว่าเดิม  ผลกระทบที่หนักมาก ๆ จริง ๆคือเรื่อเศรษฐกิจ  พาหะคือ ค้างคาวนั่นใช่ แต่เราไม่ได้สัมผัสค้างคาวโดยตรง จีนก็กินสัตว์อะไรหลาย ๆ แบบ ตอนซาร์สเนี่ยก็คือชะมด ก็กินชะมดทั้งสุขและดิบ คนที่ติดกันแรกๆ ก็คือพ่อครัว

“เมื่อปี 2002-2003 เราเจอโรคซาร์ส พอตอนปี 2012 เราเจอเมอร์ส เราก็ตื่นเต้นกันมากนะ ส่วนใหญ่ก็ระบาดในตะวันออกกลาง แต่เมอร์สยังไม่ได้หายไปนะ  แต่จะเห็นว่าเมอร์สเป็นไวรัสในกลุ่มใกล้เคียงกัน แต่ ก็จะไม่ได้เหมือนกันไปเลยทีเดียว จะเห็นว่าเมอร์จะตาย 35 -40 เปอร์เซ็น จะชอบคนแก่ ๆ มากกว่าโรคซาร์สที่ติดต่อไปทั่ว

“ซาร์สเราพบว่าคนอายุน้อย ๆ ไม่เป็นไร คนที่ อายุ 60 ปีขึ้นไปจะเสียชีวิต แต่โรคเมอร์สเนี่ยเราสามารถอยู่กับมันแบบควบคุมได้ แต่ก็ต้องระวังไว้นะคะ เพราะไม่รู้ว่าวันดีคืนดีมันจะมาโผล่ยังไง แต่ผู้ชายมีโอกาสติดมากกว่าผู้หญิง ผู้ชายภูมิต้านทานสู้ผู้หญิงไม่ได้ ถ้าเป็นโรคใหม่ผู้ชายมีโอกาสติดมากกว่า อัตราตาย 2.9 เปอร์เซ็น ถือว่าเยอะแต่ยังไม่แน่นอนเพราะว่ายังมีที่นอนอยู่ที่โรงพยาบาล”

โคโรนาไวรัส ติดต่อได้อย่างไร

อาจารย์ แพทย์หญิงรพีพรรณ รัตนวงศ์นรา มอร์ด กล่าวว่า “ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดเชื้อ คือมีการสัมผัสจากแหล่งโรค เช่น ตลาดอาหารทะเล และสัตว์หายากในเมืองอู่ฮัน ใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่ติดเชื้อหรือสงสัยว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่  โรคประจำตัว เช่น เบาหวาน(พบมากที่สุด) หัวใจ ไซนัสอักเสบเรื้อรัง ปอดอุดกั้น โรคไต โรคตับ มะเร็ง หรือก้อนเนื้อในสมอง ผู้ใหญ่บางรายไม่พบว่ามีโรคประจำตัว  บุคลากรทางการแพทย์ที่ใกล้ชิดผู้ป่วย และไม่ได้ป้องกันตัวเองจากเชื้อ พบในเด็กเล็ก และ เด็กนักเรียนที่ไม่มีโรคประจำตัวด้วย

“สามารถติดเชื้อได้ทั้งในเด็กและในผู้ใหญ่ ซึ่งสามารถติดได้โดยไม่จำเป็นต้องเป็นโรคประจำตัว  อายุที่เป็นส่วนใหญ่ 25 – 49 ปี ตามด้วย 50 – 64 ปี  การติดเชื้อสามารถติดได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการสัมผัส หากผู้มีเชื้อหยิบส่งของให้แล้วยังไม่ได้ทำความสะอาดแล้วนำมือมาโดนหน้าโดนตาไวรัสก็สามารถเข้าไปได้   ระบบทางเดินหายใจถ้ามีคนมาจามใส่ หรือหรือบริเวณตัวเรามีเชื้อหากเราไม่ได้ใส่หน้ากากป้องกันก็สามารถติดได้  การกินก็สามารถติดได้

อ่านต่อหน้าถัดไป อาการและอาการแสดงติดเชื้อ โคโรนาไวรัส

ติดตามคำแนะนำจาก กูรูสุขภาพ ทำตามง่าย เห็นผลจริง คลิกเลย!
keyboard_arrow_up