ต้านโรคเอสแอลอี ผักผลไม้ อาหารสุขภาพ

กินอยู่ครบสูตร ด้วยผักผลไม้ ต้านโรคเอสแอลอี โรคภูมิแพ้

ต้านโรคเอสแอลอี ผักผลไม้ อาหารสุขภาพ
ต้านโรคเอสแอลอี ผักผลไม้ อาหารสุขภาพ

ผักผลไม้ ต้านโรคเอสแอลอี โรคภูมิแพ้

โรคเอสแอลอี (Systemic Lupus Erythematosus; SLE) หรือที่หลายคนเรียกว่า โรคพุ่มพวง ที่นับวันจะมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นทุกขณะ หลายคนสามารถดูแลตัวเองเพื่อประคับประคองอาการได้เป็นอย่างดีแต่บางคนลืมใส่ใจสุขภาพจึงทำให้อาการทรุดลงอย่างรวดเร็ว วันนี้เรามาแนะนำผักผลไม้ กินอร่อย ต้านโรคเอสแอลอี และภูมิแพ้ค่ะ

กิน+อยู่ครบสูตร  หยุดภูมิแพ้เอสแอลอี

ดังที่อาจารย์สาทิส อินทรกำแหงเคยกล่าวว่า  “ภูมิแพ้เป็นโรคที่ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรค  และไม่มียาชนิดใดสามารถรักษาให้หายได้  การรักษาที่ต้นเหตุด้วยการดูแลตนเองให้ระบบภูมิคุ้มกันหรือภูมิต้านทานซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอิมมูนซิสเต็ม (Immune System) แข็งแรงจึงเป็นวิธีที่ได้ผล”

ฉะนั้นการปรับวิถีชีวิตทั้งการกิน  อยู่ออกกำลังกายเพื่อให้ภูมิชีวิตแข็งแรงจึงเป็นเสมือนเกราะป้องกัน  รวมถึงบำบัดรักษาโรคดังกล่าวได้ดีกว่ายาชนิดไหนๆ  ดังเช่นคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญดังต่อไปนี้ค่ะ

กินเสริมภูมิคุ้มกัน

อาหารที่เราบริโภคอยู่ทุกวันส่งผลต่อการทำงานของระบบภูมิต้านทาน  มีอาหารหลายอย่างที่นักวิจัยเชื่อว่าช่วยเพิ่มภูมิต้านทานทำให้อายุยืน  และสุขภาพแข็งแรงได้  เช่น โยเกิร์ต  ปลาซาร์ดีน  เซเลอรี่ (ขึ้นฉ่ายฝรั่ง) และยังพบอีกว่า  แม้ขณะที่คนเรามีสุขภาพ
แข็งแรง  อาหารก็ยังเป็นสิ่งสำคัญต่อการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันโดยเฉพาะในวัยผู้สูงอายุ

ผักและผลไม้ ช่วยสุขภาพดีตลอดกาล

แพทริก    โฮลฟอร์ด และ ดร.เจมส์  บราลีอธิบายไว้ในหนังสือ HIDDEN FOOD ALLERGIES ว่า  ผักผลไม้หลายชนิด  โดยเฉพาะผักสดหรือผลไม้ที่ไม่ปอกเปลือก  เช่น  แอ๊ปเปิ้ล  ลูกแพร์  เบอร์รี่  มะเขือเทศ และแครอต  ล้วนมีเควอร์เซติน (Quercetin) และสารแอนติออกซิแดนต์สูง  ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยต่อต้านอาการแพ้และลดอาการอักเสบต่างๆ ทั้งยังช่วยทำให้มาสต์เซลล์(ซึ่งปล่อยสารก่อภูมิแพ้  เช่น  ฮิสตามีนออกมา) สงบลง  จึงลดโอกาสการเกิดภูมิแพ้ของคุณได้ โดยจัดอันดับผักผลไม้ที่มีเควอร์เซตินสูงไว้ดังต่อไปนี้

วิตามิน ต้านโรค

 

จากตารางจะเห็นได้ว่า  ผักที่มีเควอร์เซตินมากที่สุดคือ  หัวหอม รองลงมาคือ  ผักโขม  แครอต  และบรอกโคลี  ส่วนผลไม้ที่มีเควอร์-
เซตินมากที่สุด  ได้แก่  แอ๊ปเปิ้ล  เบอร์รี่  โดยเฉพาะแครนเบอร์รี่ และบลูเบอร์รี่ (องุ่นมีกลูโคสสูง  อาจทำให้น้ำตาลในเลือดสูงได้)

ทั้งนี้ แพทริก โฮลฟอร์ด และ ดร.เจมส์ บราลีแนะนำให้บริโภคเควอร์เซตินถึงวันละ 10 มิลลิกรัม  ซึ่งยิ่งกินมากเท่าไรก็จะยิ่งมีผลดีมากเท่านั้น  และสำหรับผู้ที่ดื่มกาแฟให้หันมาดื่มชาซึ่งมีเควอร์เซตินในปริมาณสูงแทน


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เทคนิค แก้ปวดข้อ สำหรับผู้ป่วยโรคเอสแอลอี

ประสบการณ์สุขภาพ มหัศจรรย์วิถีชีวจิต เพิ่มเกร็ดเลือดสยบ เอสแอลอี อยู่หมัด

แผนจีน ไทย โฮมีโอพาธี สยบ เอสแอลอี

 

 

 

ติดตามคำแนะนำจาก กูรูสุขภาพ ทำตามง่าย เห็นผลจริง คลิกเลย!
keyboard_arrow_up