5 ภาษารักช่วย ชีวิตคู่ หวานตลอด 24 ชั่วโมง

ชีวิตคู่ คู่ชีวิต ปัญหาครอบครัว คู่รัก ความรัก ภาษารัก
ชีวิตคู่ คู่ชีวิต ปัญหาครอบครัว คู่รัก ความรัก ภาษารัก

ภาษารักช่วย ชีวิตคู่ หวานตลอด 24 ชั่วโมง

มีคำถามเกี่ยวกับ ชีวิตคู่ มาว่า หญิงสาวคนหนึ่งมาปรึกษาการทำครอบครัวบำบัด เธอเล่าว่า แต่งงานมา 2 ปี รู้สึกว่าไม่ค่อยมีความสุข เธอไม่แน่ใจว่าสามีรักเธอหรือไม่ เมื่อได้พูดคุยลงรายละเอียด ทำให้เข้าใจที่มาของความรู้สึกไม่แน่ใจในรัก และความรู้สึกที่ไม่มีความสุขกับการแต่งงานนี้ว่าเกิดจากอะไร

คุณหมอตอบ ปัญหาของคู่สมรสรายนี้คือ ภาษารักของคน 2 คนไม่ตรงกันเลยไม่สามารถสื่อความรักถึงกันได้อย่างที่ควรจะเป็นค่ะ

ภาษารัก คืออะไรและมีอะไรบ้าง บทความนี้จะช่วยให้เข้าใจปัญหาความสัมพันธ์ของคู่แต่งงานคู่นี้

ความรัก คือความรู้สึกดีๆ ที่มีต่อกัน แต่หลายครั้งกลับสื่อไปไม่ถึงกัน อาจเพราะอีกฝ่ายไม่รับรู้หรือเกิดความเข้าใจผิด ๆนำมาสู่ความบาดหมางใจกันทั้งที่รักกัน

การรู้ว่า “ภาษารัก” มีหลากหลายกว่าที่เราเคยรู้มาจะทำให้เข้าใจกันและกัน ช่วยลดความสงสัยว่าเขารักเราหรือเปล่า รวมถึงช่วยให้รู้ว่าภาษารักที่เราแสดงออกต่อเขากำลังพอดีหรือตรงใจเขาหรือไม่ เพราะปัญหาที่เจอบ่อยในความสัมพันธ์ คือ ภาษารักไม่ตรงกัน จึงเกิดความเข้าใจผิดกัน

 

ชีวิตคู่ คู่ชีวิต ปัญหาครอบครัว คู่รัก ความรัก ภาษารัก
ภาษารักของมนุษย์ คือคำพูด มีเวลาคุณภาพให้แก่กัน ให้ของขวัญ สิ่งของดีๆ การดูแล และการสัมผัสทางกาย

 

เราลองมาดูกันนะคะว่า ภาษารักของเราและของคนที่เรารักเป็นแบบไหน แล้วเรียนรู้ที่จะปรับตัวเข้าหากันเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน

ดร.เกรย์ แชปแมน (Gary Chapman) นักจิตวิทยาให้คำปรึกษาเรื่องความสัมพันธ์ได้กล่าวถึงภาษารักของมนุษย์โดยแบ่งเป็น 5 แบบ

1. คำพูด (Word of Affirmation, Appreciation) ภาษารักผ่านคำพูด เช่น คำบอก “รัก” การบอกความรู้สึกดี ๆ เช่นเป็นห่วง คิดถึง การพูดให้กำลังใจหรือพูดชมเชยกัน

2. มีเวลาคุณภาพให้แก่กัน (Quality Time) เช่นมีเวลาที่จะอยู่ด้วยกันจริงๆ ที่จะรับรู้ความรู้สึกของอีกฝ่ายหรือทำกิจกรรมดีๆ ด้วยกัน เป็นต้น แสดงให้เห็นว่ามีเวลาคุณภาพให้กันจริงๆ

3. ให้ของขวัญ สิ่งของดีๆ (Gifts) เป็นภาษารักที่สำคัญมากอีกอย่างหนึ่ง เช่น ให้ของขวัญในวันสำคัญ การไปไหนแล้วมีของฝาก ซื้อของโปรดของชอบให้ หรือการให้ดอกไม้เป็นต้น หลายครั้งไม่ใช่เรื่องของราคา แต่สิ่งสำคัญคือ ความนึกถึงกัน ใส่ใจกัน

4. การดูแล (Acts of Service) เช่น การดูแลเรื่องต่างๆ การบริการ เช่น ขับรถไปรับ – ไปส่ง การทำอาหารให้กินการพาไปหาหมอเวลาไม่สบาย เป็นต้น

5. การสัมผัสทางกาย (Physical Touch) เช่น การจับมือ การกอด การโอบ การตบไหล่ การหอม การจูบ แม้กระทั่งเรื่องเพศสัมพันธ์ ซึ่งการบอกรักด้วยภาษาร่างกายอย่างการสัมผัสมีพลังมากนะคะ เช่น เวลาที่ต้องการกำลังใจการตบไหล่ การลูบหลังเบาๆ เป็นการให้กำลังใจที่ดีมากค่ะ

ดังนั้นการที่เขาแสดงความรักออกมาไม่เหมือนที่เราใฝ่ฝันจึงไม่ได้แปลว่าเขาไม่รักเรานะคะ และสิ่งที่เราแสดงออกต่อเขา (ด้วยใจที่เต็มเปี่ยมด้วยความรัก) ไม่ได้แปลว่าเขาจะรับรู้ได้หรือรู้สึกดีเสมอไปค่ะ

 

 

 

 

<< เข้าใจภาษารักกับชีวิตคู่เพิ่มขึ้น อ่านต่อที่หน้า 2 >>

ติดตามคำแนะนำจาก กูรูสุขภาพ ทำตามง่าย เห็นผลจริง คลิกเลย!

keyboard_arrow_up