โรคตุ่มน้ำพอง คือ ภูมิคุ้มกันตก ป้องกันได้

โรคตุ่มน้ำพอง คือ อาการ ป้องกัน รักษาอย่างไร
โรคตุ่มน้ำพอง คือ อาการ ป้องกัน รักษาอย่างไร

โรคตุ่มน้ำพอง คือโรคภูมิคุ้มกันตก ที่ป้องกันได้

โรคตุ่มน้ำพอง คือ กลุ่มโรคเพมฟิกัส (Pemphigus) และเพมฟิกอยด์ (Bullous pemphigoid) ที่เกิดจากภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือภูมิตก เป็นโรคที่เกิดจากร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต่อผิวหนังและเยื่อบุของตนเอง ทำให้เกิดการแยกตัวของผิวหนัง ในชั้นหนังกำพร้า หรือบริเวณรอยต่อของหนังกำพร้า และหนังแท้ ทำให้เกิดตุ่มน้ำพองขึ้นที่ผิวหนัง หรือเยื่อบุต่าง ๆ เช่น ในปาก

กรณีของคุณเมฆ วินัย ไกรบุตร หลังป่วยด้วยโรคตุ่มน้ำพองที่ขึ้นทั่วร่างกาย มีอาการเป็นมากกว่า 3 เดือน เข้ารับการรักษาอาการที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 62 ที่ผ่านมา

ข้อมูลจาก นพ. ประวิตร อัศวานนท์ หัวหน้าสาขาวิชาจิตวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่า โรคตุ่มน้ำพอง หรือ เพมพิกอยด์ ไม่ใช่โรคหายาก สามารถพบได้ทั้งผู้ชาย และผู้หญิง ซึ่งเกิดจากภูมิต้านทานของร่างกายทำงานผิดพลาดเล็กน้อย ทำให้ผิวหนังเกิดการแยกตัวเป็นตุ่มน้ำใสๆ

ส่วนใหญ่เกิดในคนที่มีอายุมาก เนื่องจากกปกติของคนที่เริ่มมีอายุมากขึ้นระบบการทำงานของภูมิคุ้มกันร่างกายรวน ส่วนสาเหตุของเกิดโรคที่แม้จริงๆ ยังไม่สามารถบอกได้ แต่ที่ชัดเจน คือไม่เกี่ยวกับการใช้ร่างกายหักโหม การออกกำลังมาก หรือรวมทั้งการรับประทานอาหาร การแพ้อาหาร ไม่เกี่ยวกับไฟไหม้ น้ำร้อนลวก ไม่ใช่โรคทางพันธุกรรม และไม่ใช่โรคติดต่อ ไม่ใช่โรคอันตรายที่ทำให้เสียชีวิตได้

โรคตุ่มน้ำพองคืออะไร

ข้อมูลจาก าควิชาตจวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ได้อธิบายไว้ดังต่อไปนี้

สาเหตุเกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย มีแนวโน้มทางพันธุกรรมเป็นปัจจัยพื้นฐานสิ่งแวดล้อม เช่น เชื้อโรค และสารเคมีเป็นปัจจัยกระตุ้นมีบทบาทร่วมกันในการก่อโรค โรคตุ่มน้ำพองจากภูมิคุ้มกันไม่ใช่โรคติดต่อ

อาการของโรคตุ่มน้ำพอง

โรคกลุ่มนี้บางชนิดพบในวัยเด็ก บางชนิดพบในผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ พบได้ทั้งเพศหญิงและชาย มีตุ่มน้ำพองขนาดต่าง ๆ เกิดขึ้นที่ผิวหนัง บางรายอาจเกิดที่เยื่อบุต่าง ๆ ร่วมด้วย เมื่อตุ่มน้ำแตกจะเกิดแผลหรือรอยถลอก ทำให้มีอาการเจ็บ ถ้าเกิดตุ่มน้ำพองหรือแผลในปากจะทำให้เจ็บแสบกลืนอาหารไม่สะดวก บางรายผิวหนังที่ถลอกหรือเป็นแผล อาจเกิดการติดเชื้อแบคทีเรีย เป็นหนอง ถ้าเป็นรุนแรง เชื้อโรคอาจเข้าสู่กระแสโลหิตทำให้มีไข้ หรืออาการอื่น ๆ ได้

การรักษา

โรคตุ่มน้ำพอง คือ ชนิดเพมฟิกัสและเพมฟิกอยด์ ยาหลักที่ใช้รักษาคือ เพรดนิโซโลน (prednisolone) จะเริ่มด้วยขนาดสูงก่อน เมื่อควบคุมอาการของโรคได้แล้ว จึงค่อยลดยาลง เพื่อหาจุดที่ใช้ยาต่ำสุดที่สามารถควบคุมได้ การปรับขนาดยาต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ ถ้าผู้ป่วยเกิดอาการข้างเคียงระหว่างรับประทานยาต้องรีบปรึกษากับแพทย์ผู้ดูแลและเพื่อพิจารณาปรับขนาดยาหรือเปลี่ยนไปใช้ยา

กลุ่มอื่น ๆ ที่ใช้ได้แก่ dapsone ยากดภูมิคุ้มกันชนิดอื่น ๆ (cytotoxic drugs) ผู้ป่วยบางรายที่มีอาการน้อย อาจใช้ยา dapsone ควบคุมอาการของโรคได้ ผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงมากอาจเริ่มควบคุมอาการของโรคด้วยเพรดนิโซโลนขนาดสูงร่วมกับยากดภูมิคุ้มกัน ระยะเวลาที่จะสามารคุมโรคได้อาจใช้เวลาเป็นเดือน

อ่านต่อหน้าถัดไป 13 วิธี การปฏิบัติตัวของผู้ป่วย

Summary
Review Date
Author Rating
51star1star1star1star1star
ติดตามคำแนะนำจาก กูรูสุขภาพ ทำตามง่าย เห็นผลจริง คลิกเลย!
keyboard_arrow_up