ชวนรู้จัก เดชา ศิริภัทร ผู้มอบความสุข เพื่อจะรับความสุข

เดชา ศิริภัทร
เดชา ศิริภัทร

เดชา ศิริภัทร หัวใจแห่งผู้ให้

ท้องฟ้าสีเทาหม่นตั้งเค้าฝนมาแต่ไกล ผู้เขียนยืนรอรถตู้อย่างหวั่นใจ วันนี้ต้องเดินทางไปจังหวัดสุพรรณบุรีอีกครั้งหนึ่ง เพื่อตามหาบุคคล
ตัวอย่างด้านสุขภาพสำหรับปักษ์นี้ แต่เมื่อเดินทางถึงที่หมาย มูลนิธิข้าวขวัญ ฝนที่ตั้งเค้ามาตลอดทางก็ไม่ได้ตกลงมาเป็นอุปสรรคในการทำงานสักนิด  ประธานมูลนิธิ คุณ เดชา ศิริภัทร ยินดีบอกเล่าเรื่องราวส่วนตัว และความเป็นมาของมูลนิธิเพื่อเกษตรกรที่ให้ความสำคัญกับการปลูกพืชโดยไม่ใช้สารเคมี เพื่อผลผลิตคุณภาพ รายได้ที่เพิ่มขึ้น และสุขภาพของผู้บริโภค

สุขที่แท้จริงเริ่มจากตนเอง

เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อคุณเดชามีโอกาสบวชเป็นพระภิกษุและศึกษาธรรมะอยู่ชั่วระยะหนึ่ง การได้อยู่อย่างเรียบง่าย กินอาหารพออิ่มเพียง 1 มื้อ อยู่กับตัวเอง ทำให้เขาตระหนักได้ว่านี่คือความสุขที่แท้จริง แต่เพราะหน้าที่การงานและครอบครัว ทำให้เขาจำต้องกลับมาทำงาน

“ก่อนผมจะลาสิกขาออกมา  ท่านพุทธทาสภิกขุได้กล่าวกับผมว่า การปฏิบัติธรรมนั้นไม่ต้องบวชก็ได้ให้การทำงานคือการปฏิบัติธรรมเสีย ซึ่งผมได้นำแง่คิดนี้มาทบทวน  และตัดสินใจว่าจะเปลี่ยนงานเป็นธรรม”

คุณเดชาเริ่มจากการเลือกทำงานที่ไม่เบียดเบียนใคร ก่อประโยชน์ตน ประโยชน์ท่าน คือสร้างสุขแก่ชีวิตตนและผู้อื่นด้วย จึงใช้วิชาความรู้ที่ร่ำเรียนมา ช่วยพัฒนาการเกษตรแก่เกษตรกรที่ขับเคลื่อนประเทศด้วยข้าว อาหารเลี้ยงปากท้องของคนไทย จนตั้งเป็นมูลนิธิข้าวขวัญขึ้นที่บ้านเกิดของตนในจังหวัดสุพรรณบุรี

“ผมคิดว่าในทุกๆ การทำงานควรมีความพอประมาณ  ไม่สุดโต่ง  นั่นคือทางสายกลาง  ทำเท่าที่ทำได้  และได้เท่าที่เราทำ  ตั้งเป้าได้  แต่ไม่คาดหวัง จึงจะช่วยให้เรามีความสุขกับงาน  ไม่เปลี่ยนงานเป็นทุกข์ครับ”

เนื่องด้วยประสบการณ์ที่เคยบวชและปฏิบัติธรรมทำให้คุณเดชาสามารถทำสมาธิและฝึกจิตได้ โดยแนะนำกับเราว่าควรบริหารเวลาแต่ละวันให้เหลือไว้สำหรับทำสมาธิเสียหน่อย เพื่อแบ่งเบาความคิดความทุกข์ และพิจารณาจิตใจของตนให้มีแต่ความสงบและสบายใจบ้าง จะได้ไม่เครียด

เดชา ศิริภัทร อาจารย์เดชา

เมื่อเราสุข เราให้ผู้อื่น

หนึ่งในความมุ่งมั่นตั้งใจในการใช้ชีวิตหลังวัย 60 ของคุณเดชา คือการทำงานให้เกิดประโยชน์ตน  ประโยชน์ท่าน ดังที่กล่าวไปแล้ว ดังนั้นการอยู่อย่างมีคุณค่าสำหรับคนในวัยนี้ นอกจากจะต้องอยู่อย่างมีสุขแล้ว ควรที่จะอยู่อย่างมีประโยชน์แก่ผู้อื่นแก่ธรรมชาติซึ่งเป็นต้นกำเนิดของทุกสรรพสิ่ง

“งานของผมคือการวิจัยและพัฒนาพันธุ์พืช  พัฒนาการเกษตรเพื่อเกษตรกร  ให้เขาได้นำความรู้ของเราไปต่อยอด  ไปปรับปรุงรูปแบบสัมมาอาชีพให้เหมาะสม  พอเห็นผลผลิตของพวกเขาดีได้ราคา  จากล้มละลายแล้วกลับมายืนได้  ทำให้เรามั่นใจว่าสิ่งที่ทำไป  แม้ไม่ใช่โครงการยิ่งใหญ่  แต่มันไม่สูญเปล่าครับ

“ที่สำคัญคือผู้บริโภคได้กินอาหารที่ปลอดภัย  อีกทั้งธรรมชาติพื้นดิน  ต้นไม้  อากาศที่ไม่ปนเปื้อนสารเคมี  ทั้งหมดนี้จะคืนกลับมาสู่เราทั้งนั้น  รวมถึงความไว้วางใจจากผู้ซื้อและสุขภาพที่ดี  เพราะเราอยู่ใกล้ชิดธรรมชาติ  ไม่มีสารพิษเจือปน”

เมื่อเราคิดดี ทำสิ่งที่ดีให้ตัวเองแล้วเกิดความสุข สิ่งที่ตามมาคือเราจะอยากแบ่งปันสิ่งดีๆเหล่านั้นแก่ผู้อื่นนั่นเอง

สิ่งที่ได้กลับมา  มูลค่ามากกว่าเงินทอง

คุณเดชาเล่าให้ฟังว่า ตั้งแต่ลุกขึ้นมาทำสิ่งดีๆให้ตนเองและผู้อื่น ทำให้เขามีกัลยาณมิตรหรือเพื่อนดีๆเข้ามาในชีวิตมากมาย ซึ่งคอยให้การสนับสนุน ช่วยเหลือในเรื่องงานเรื่องส่วนตัว เช่น อาจารย์หมอประเวศ วะสี    ในคอลัมน์ Younger Everyday ปักษ์ที่ผ่านมา ที่มักเป็นห่วงเป็นใยและถามไถ่ทุกข์สุขกันอยู่เสมอ

“คุณค่าของมนุษย์นั้น  รู้จักความดีไม่เท่ากับลงมือปฏิบัติรู้แล้วไม่ทำ  เกิดประโยชน์น้อย  แต่รู้แล้วทำจึงจะเกิดประโยชน์มากมาย  ผมถือว่าผมได้เริ่มเส้นทางที่ถูกต้องเอาไว้แล้ว  ช่วงชีวิตผมอาจอยู่ไม่ถึงปลายทางแห่งความสำเร็จ  แต่อย่างน้อยก็มั่นใจว่าได้ชี้นำแนวทางให้รุ่นลูกรุ่นหลานสืบต่อไปครับ”

ทุกวันนี้คุณเดชาบอกว่า รู้สึกมีความสุขกับชีวิตและสิ่งแวดล้อมของตน มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง มีจิตใจที่สงบสามารถพิจารณาสิ่งที่ผ่านเข้ามาด้วยสติและปัญญา มีลูกหลานเพื่อนฝูงดีๆที่คอยเกื้อหนุนกัน กลายเป็นชีวิตเพียบพร้อมที่เรียบง่าย แต่สุดจะประเมินราคา เพราะเงินทองซื้อหาไม่ได้

เริ่มต้นจากการทำสิ่งที่ดีและแบ่งปัน  ผู้เขียนคิดว่าทุกสิ่งบนโลกเมื่อจ่ายไปย่อมได้คืนมาไม่ช้าก็เร็ว  ไม่มากก็น้อยค่ะ

(ข้อมูลจาก คอลัมน์ Younger Everyday นิตยสารชีวจิต ฉบับที่ 405)


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

กัญชารักษามะเร็ง ได้หรือไม่

9 ตำรับยาไทย จารึกวัดโพธิ์ ผสมกัญชา

กัญชา ยาเสพติด หรือ ยาสมุนไพร

 

ติดตามคำแนะนำจาก กูรูสุขภาพ ทำตามง่าย เห็นผลจริง คลิกเลย!
keyboard_arrow_up