[[EP1]] 4 วิธีง่ายๆ จาก 8 วิธี ดูแลทุก ระบบในร่างกาย ให้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ

ระบบในร่างกาย, การดูแลสุขภาพ, วิธีดูแลสุขภาพ
ระบบในร่างกาย, การดูแลสุขภาพ, วิธีดูแลสุขภาพ

[[EP1]] 4 วิธีง่ายๆ ดูแลทุก ระบบในร่างกาย ให้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ

จากหนังสือเรื่อง Effortless Healing โดย ดอกเตอร์โจเซฟ เมอร์โคลา แพทย์แผนปัจจุบัน ที่หันมาศึกษาด้านธรรมชาติบำบัดจนเป็นผู้เชี่ยวชาญในสหรัฐอเมริกา กับวิธีง่ายๆ ที่ช่วยให้ทุกๆ ระบบในร่างกาย ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ มาเริ่มต้นลงมือสร้างวิถีชีวิตใหม่ เพื่อสุขภาพแข็งแรง สมองแจ่มใส อ่อนกว่าวัยไปด้วยกัน

 

1. ดื่มน้ำสะอาด ขั้นตอนแรกสู่สุขภาพเลิศ

ดอกเตอร์โจเซฟ ชี้ว่า ในความเป็นจริงเราทุกคนมีความต้องการน้ำที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัว และกิจกรรมที่ทำเป็นสำคัญ เกณฑ์ขั้นต่ำ คือ ดื่มน้ำวันละ 8 แก้วนั้น ขอพิจารณาปรับเพิ่มหากต้องทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือออกกำลังกายจนรู้สึกกระหายน้ำ ขอให้เพิ่มขึ้นให้เพียงพอเป็นที่น่าตกใจว่ากว่าร้อยละ 70 ของคนทั่วไปดื่มน้ำไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย

กรณีของคนวัยทำงาน หลายๆ คนมักวุ่นกับการทำกิจกรรมต่างๆ ระหว่างวัน จนลืมดื่มน้ำไปครึ่งค่อนวันทำให้ร่างกายขาดน้ำ มีอาการกระหายน้ำ ผิวแห้ง ปัสสาวะมีสีเข้ม และรู้สึกอ่อนเพลียได้

กรณีที่ดื่มน้ำไม่เพียงพอต่อเนื่อง หากปล่อยไว้นานจะส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพต่างๆ เช่น มีปัญหาเรื่องระบบย่อย โรคกรดไหลย้อน ท้องผูก ติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะ เป็นนิ่วในไต ผิวพรรณมีริ้วรอยก่อนวัย ผิวแห้งลอกเป็นแผ่น ความดันโลหิตสูง ปวดศีรษะ

 

สังเกตร่างกาย ฝึกจิบน้ำเป็นประจำ

เมื่อคุณกระหายน้ำ นั่นแปลว่าร่างกายต้องการน้ำ อาจยังไม่ถึงขั้นขาดน้ำ ถือว่าเป็นสัญญาณเตือนขั้นต้น ดอกเตอร์โจเซฟแนะว่า ทันทีที่รู้สึกกระหายขอให้จิบน้ำตามไปทีละน้อย

วิธีที่ง่ายที่สุด ให้ตั้งขวดน้ำไว้ใกล้ๆ ตัวและหมั่นยกขึ้นจิบทุกๆ 30 นาทีอย่างน้อย 1 แก้วหรือประมาณ 250 ซีซี ขอให้ฝึกสังเกตความรู้สึกกระหายและตอบสนองให้ทัน ก็จะช่วยแก้ปัญหานี้ไปได้

ข้อเท็จจริงอีกประการหนึ่งซึ่งคนทั่วไปยังไม่ทราบคือ วัยที่เพิ่มขึ้นมีส่วนทำให้การรับรู้ถึงอาการกระหายน้ำลดลง มีวิธีทดสอบง่ายๆ คือ ถ้าวันไหนคุณตั้งขวดน้ำทิ้งไว้ใกล้ตัวทั้งวันแล้วยังไม่รู้สึกกระหายน้ำเลย นั่นอาจมีผลจากวัยที่เพิ่มขึ้นก็เป็นได้ และส่วนใหญ่ปัญหานี้จะพบมากขึ้นในคนที่มีอายุมากกว่า 60 ปี

อย่างไรก็ตามพึงตระหนักว่า คุณต้องจิบน้ำให้สม่ำเสมอ แม้บางครั้งอาจไม่ได้รู้สึกกระหายน้ำขึ้นมาอย่างชัดเจนก็ตาม เกณฑ์ที่แนะนำคือ จิบน้ำ 1 แก้วทุกๆ 30 นาที นอกจากนี้หากครอบครัวของคุณมีผู้สูงอายุที่อยู่ในความดูแล ควรใส่ใจเตือนให้ท่านจิบน้ำให้ได้ตามเกณฑ์ขั้นต่ำเช่นกัน

ระบบในร่างกาย, การดูแลสุขภาพ, วิธีดูแลสุขภาพ

สังเกตปัสสาวะ ช่วยเตือนให้ดื่มน้ำได้

หากคุณไม่ได้กินวิตามินบี 2 แบบเม็ดเสริมอาหาร ซึ่งส่งผลให้ปัสสาวะมีสีเหลืองสดกว่าปกติ ขอให้ทราบว่า ปัสสาวะของผู้ที่มีสุขภาพดีต้องมีสีเหลืองอ่อน หากปัสสาวะมีสีเหลืองเข้ม นั่นเป็นสัญญาณเตือนว่า คุณดื่มน้ำน้อยเกินไป ขอให้เพิ่มปริมาณน้ำที่ดื่มขึ้นจนกว่าจะมีปัสสาวะสีเหลืองอ่อนตามปกติ

โดยทั่วไปคนเราจะปัสสาวะ 3 – 5 ครั้งในช่วงกลางวัน ส่วนในช่วงกลางคืน ถ้ามีอายุน้อย อาจจะไม่ต้องลุกขึ้นมาปัสสาวะเลย แต่ถ้าเป็นผู้สูงอายุจะลุกมาปัสสาวะราว 1 – 2 ครั้ง ในช่วงกลางวัน ถ้าผ่านไป 3 – 4 ชั่วโมงแล้วยังไม่ปัสสาวะหรือปัสสาวะออกมาแล้วมีกลิ่นฉุนกว่าปกติ แสดงว่าคุณดื่มน้ำน้อยเกินไป ให้เพิ่มปริมาณน้ำที่จิบระหว่างวันให้มากขึ้นจนกว่าปัสสาวะจะเป็นสีเหลืองอ่อนและมีกลิ่นตามปกติ ไม่ฉุนจัด

เครื่องดื่มต้องห้ามของคนรักสุขภาพ

ดอกเตอร์โจเซฟระบุว่า เครื่องดื่มสำหรับผู้รักสุขภาพที่ขอแนะนำคือ น้ำเปล่า แต่ถ้ายังติดรสชาติให้ลองใส่เลมอนฝานบางๆ ลงไปแช่ในน้ำดื่ม ถ้าชอบกลิ่นหอมให้เพิ่มใบมินต์หรือสะระแหน่สดบดหยาบให้น้ำมันหอมระเหยออกมา ช่วยให้น้ำดื่มมีกลิ่นและรสชาติชวนดื่มขึ้นมาได้

นอกจากนี้การดื่มชาสมุนไพรที่ทำจากสมุนไพรทั้งแห้งและสด เช่น คาโมมายล์ กุหลาบ ลาเวนเดอร์ โดยไม่ใส่น้ำตาลเพิ่มก็เป็นทางเลือกของคนรักสุขภาพ

ถ้าเป็นสมุนไพรไทยๆ ชีวจิต ขอแนะนำตะไคร้ ดอกมะลิ ใบเตย กระเจี๊ยบ มะตูม ขิง รวมถึงชาเขียว เป็นตัวเลือกที่ช่วยสร้างความสดชื่น มีสรรพคุณช่วยขับลม บำรุงหัวใจ ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย ลดความเครียดได้

ระบบในร่างกาย, การดูแลสุขภาพ, วิธีดูแลสุขภาพ

สุดท้ายขอให้งดเครื่องดื่มต่อไปนี้อย่างเด็ดขาด เพราะมีผลทำลายสุขภาพในระยะยาว ได้แก่

น้ำอัดลม

กรณีที่เป็นแบบใส่น้ำตาล มีผลเพิ่มความเสี่ยงโรคเบาหวานและภาวะอ้วนลงพุง ส่วนน้ำอัดลมที่ใส่สารให้ความหวาน เช่น แอสปาแตม พบว่าทำให้เกิดอาการอ่อนเพลีย ปวดหัว ไมเกรน วิงเวียน กระตุ้นให้เกิดอาการกำเริบในกลุ่มโรคออโต้อิมมูน (Autoimmune) ความจำและสมาธิแย่ลง

น้ำดื่มบรรจุขวด

จากการทดสอบโดย Environment Working Group พบว่า 8 ใน 10 ตัวอย่างที่สุ่มตรวจพบสารเคมีปนเปื้อนจากกระบวนการผลิตและขวดบรรจุ เช่น DBPs ไทลีนอล ไนเตรต สารหนู นอกจากนี้ยังพบ BPA ที่ส่งผลกระทบต่อการทำงานของฮอร์โมนในร่างกายได้

เครื่องดื่มผสมวิตามิน

แม้จะมีการเติมวิตามินต่างๆ ลงไป แต่ก่อนซื้อหามาดื่ม โปรดอ่านข้างฉลากให้ละเอียดถี่ถ้วน เนื่องจากมักพบว่ามีปริมาณน้ำตาลสูง หากมีการใช้คอร์นไซรัปและแอสปาแตมก็ยิ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพมากกว่าผลดีที่ได้จากวิตามินตามที่โฆษณาไว้

เครื่องดื่มผสมเกลือแร่

มีน้อยมากที่จะใช้ส่วนผสมเป็นเกลือธรรมชาติ เช่น เกลือหิมาลายัน ส่วนใหญ่จะใช้เกลือที่ผลิตจากกระบวนการอุตสาหกรรมซึ่งมีเกลือแร่และแร่ธาตุแตกต่างจากเกลือธรรมชาติที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ตัวเลือกที่ดีกว่าสำหรับผู้ที่ออกกำลังกายหนักๆ และต้องการสร้างความสดชื่นทันทีคือการดื่มน้ำมะพร้าวหรือกินผลไม้สด จะช่วยเติมเกลือแร่และวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกายได้ครบถ้วน มีประโยชน์และราคาถูกกว่าเครื่องดื่มเกลือแร่บรรจุขวด

 

 

 

<< อ่านต่อหน้าที่ 2 >>

ติดตามคำแนะนำจาก กูรูสุขภาพ ทำตามง่าย เห็นผลจริง คลิกเลย!
keyboard_arrow_up