Meibomian Gland Dysfunction (MGD) โรคใหม่ ภัยเงียบทำร้ายดวงตา

ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ และเราทุกคนยอมรับว่า ดวงตาเป็นอวัยวะสำคัญที่ทุกคนควรถนอม และใส่ใจก่อนสาย วันนี้เรามีความรู้ดี ๆ เกี่ยวกับดวงตามาเล่าให้ฟัง

นายแพทย์ณัฐวุฒิ วะน้ำค้าง จักษุแพทย์ที่ค้นคว้าการรักษาโรคตาแห้ง และต่อมมัยโบเมียนทำงานผิดปกติ (Meibomian Gland Dysfunction หรือโรคเอ็มจีดี (MGD)) ท่านเป็นผู้อำนวยการคลินิก ณตา จักษุคลินิก และเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมจักษุตกแต่ง และเสริมสร้างและระบบท่อน้ำตา หัวหน้าส่วนของ Oculoplastic Fellowship Program โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล

วันนี้คุณหมอมาแนะนำเกี่ยวกับโรคเอ็มจีดี และแนวทางการรักษาเพื่อบรรเทาอาการของโรค

Q โรคเอ็มจีดีคืออะไร และทำไมคนควรรู้จักโรคนี้

A ต่อมมัยโบเมียนทำงานผิดปกติหรือโรคเอ็มจีดี (ต่อมมัยโบเมียนคืออะไร ดูรายละเอียดในล้อมกรอบ) เป็นโรคที่ส่งผลกระทบต่อทั้งโครงสร้าง และการทำงานของต่อมไขมันใต้เปลือกตา ส่งผลให้ต่อมเกิดการอุดตันและอักเสบ คนไข้จะมีอาการไม่สบายตา ตาแห้ง เคืองตา แสบตา ตาพร่ามัวบางขณะ รู้สึกเหมือนมีฝุ่นผงในตา และมีน้ำตาไหลตลอดเวลา อาการสามารถเพิ่มระดับความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ และจะกลายเป็นอุปสรรคในการดำเนินชีวิตประจำวัน

นอกจากนี้ โรคเอ็มจีดีเป็นสาเหตุหลักของโรคตาแห้ง (Dry Eye Disease) ที่มีคนเป็นมากกว่า 340 ล้านคนทั่วโลก และจากการศึกษาพบว่า 86% ของคนไข้ที่เป็นโรคตาแห้งเป็นโรคเอ็มจีดี

Q โรคนี้เป็นปัญหาใหญ่แค่ไหนในประเทศไทยของเรา

A คนไทยยังไม่ค่อยรู้จักโรคเอ็มจีดี ยิ่งไปกว่านั้น อาการของโรคทำให้คนไข้หลายๆ รายไม่เข้ารับการรักษา จากการสำรวจของบริษัทจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน วิชั่น พบว่าคนไทย 8 ใน 10 คน มีอาการของโรคเอ็มจีดี ทั้งนี้คนไทย 79% ไม่รู้จักโรคนี้ และ 69% ของคนที่มีอาการ ไม่เข้ารับการรักษาจากแพทย์ ทั้งนี้หากปล่อยอาการทิ้งไว้อาการอาจจะหนักขึ้น ทำให้เป็นอุปสรรคในการดำเนินชีวิต และอาจเกิดความเสี่ยงต่อคุณภาพการมองเห็น

หมอเจอคนไข้หลายราย ที่ไม่รู้ว่าอาการที่เข้ามารับการรักษาคือ อาการของโรคเอ็มจีดี มีคนไข้รายหนึ่งมีอาการไม่สบายตามาหลายปี แต่ไม่เคยได้รับการตรวจต่อมมัยโบเมียน จนกระทั่งวันหนึ่ง มาหาหมอและได้รับการวินิจฉัยว่า ต่อมมัยโบเมียนอักเสบ และต่อมดังกล่าวเกิดความเสียหายค่อนข้างรุนแรง

หลังจากการรักษา คนไข้มีอาการดีขึ้น ฉะนั้นหากคนไข้คนไหนมีอาการ ควรพบแพทย์แต่เนิ่นๆ เพราะหากได้รับการวินิจฉัยและรักษาโดยเร็ว จะช่วยลดการอุดตันของต่อมมัยโบเมียน ซึ่งเป็นการป้องกันไม่ให้ต่อมดังกล่าวเสื่อมลงกว่าเดิม

Q ควรทำอย่างไรดี เมื่อมีอาการ

A คนไข้ที่มีอาการควรมาพบแพทย์ เพื่อรับการตรวจวินิจฉัย ซึ่งหากพบว่าคนไข้เป็นโรคเอ็มจีดี แพทย์จะแนะนำวิธีการดูแลรักษา เช่น การนวดด้วยความร้อน เพื่อละลาย และรีดสิ่งอุดตันออกจากต่อมไมโบเมียน (vectored thermal pulsation) และการใช้อุปกรณ์พิเศษ เพื่อขยายต่อมไมโบเมียน (meibomian gland probing) คนไข้สามารถบรรเทาอาการเบื้องต้นได้เองที่บ้าน โดยการประคบน้ำอุ่น และ/หรือการฟอกเปลือกตา การกินอาหารเสริมประเภทโอเมก้า-3 หรือใช้ยาหยอดตาที่ได้รับจากแพทย์ เพื่อรักษาอาการอักเสบ

อย่างไรก็ตาม ดวงตามีความสำคัญ และหากอยากทำความรู้จักโรคเอ็มจีดี และตรวจสอบว่าคุณมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคนี้หรือไม่ เช็คได้ที่ www.dryeyes.vision/

ต่อมมัยโบเมียน (Meibomian gland) เป็นชื่อต่อมไขมันที่เปลือกตามีประมาณ 30-40 ต่อม อยู่ตรงบริเวณเปลือกตาบน และประมาณ 20-30 ต่อมที่บริเวณเปลือกตาล่าง ต่อมนี้ทำหน้าที่ สร้างน้ำตาชั้นไขมันที่มีหน้าที่หลักคือ ลดการระเหยของน้ำตา ทำให้ดวงตามีความชุ่มชื่นตลอดเวลา และปกป้องดวงตาจากเชื้อโรค และสารก่อภูมิแพ้ “หากต่อมมัยโบเมียนเกิดการเสื่อมสภาพไป ร่างกายจะไม่สามารถสร้างขึ้นมาใหม่ได้อีก”

ติดตามคำแนะนำจาก กูรูสุขภาพ ทำตามง่าย เห็นผลจริง คลิกเลย!
keyboard_arrow_up