7 วิธีชะลอวัย จาก 7 ผู้เชี่ยวชาญอเมริกัน

วิธีชะลอวัย, ออกกำลังกาย, ดูแลสุขภาพ, ผู้สูงวัย, อาหารเพื่อสุขภาพ
วิธีชะลอวัย, ออกกำลังกาย, ดูแลสุขภาพ, ผู้สูงวัย, อาหารเพื่อสุขภาพ

วิธีชะลอวัย แบบง่ายๆ จาก 7 ผู้เชี่ยวชาญอเมริกัน

วิธีชะลอวัย มีหลายวิธี แต่วันนี้เรามีวิธีง่ายๆ ชวนให้ทำตาม จาก 7 ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ ประเทศสหรัฐอเมริกา มาบอกต่อ

ผลสำรวจล่าสุด เผยว่า ผู้หญิงรู้สึกมั่นใจกับรูปลักษณ์ภายนอกมากที่สุดในวัย 33 ปี โดยผลสำรวจจากสาววัย 50+ ชี้ว่า วัยสามสิบสามยังแจ๋วนั้น พวกเธอพอใจกับน้ำหนัก ใบหน้าไร้ริ้วรอย ปราศจากผมหงอก และรู้สึกว่า อะไรๆ ก็ดีไปเสียหมด

แต่เมื่อเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน ครึ่งหนึ่งของสาววัย 50 ต่างบอกว่า รูปร่างภายนอกมีผลต่อความมั่นใจ ซึ่งน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นคือ ปัญหาใหญ่สุดของสาวๆ

โดย 62 เปอร์เซ็นต์ของผลสำรวจ แสดงให้เห็นว่า เหตุผลนี้เองที่ทำให้พวกไม่ปลื้มกับตนเองเท่าที่ควร

1.ดูแลเส้นผมและผิวหนัง (อายุรแพทย์แนะนำ)

ดร.ซาราห์ บริว์เวอร์ อายุรแพทย์จาก Healthspan Nurture Replenish อธิบายว่า

เส้นผมและผิวหนังเป็นผลพวงของระดับฮอร์โมนเอสโทนเจนที่เริ่มลดลงในช่วงวัย 40 ปี เนื่องจากเป็นภาวะใกล้หมดประจำเดือน ไม่ว่าจะเป็น น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น ผิวพรรณแห้งเหี่ยส เส้นผมหงอก และอาการร้อนวูบวาบ เหล่านี่คือ อาการที่ส่งผลต่อความมั่นใจให้กับผู้หญิงวัย 50+

ดังนั้น สิ่งที่คุณสามารถทำได้ คือพยายามคงความเป็นหนุ่มเป็นสาว หรือชะลอวัยนั่นเอง…

2. หลัง 40+ ควรลดวันละ 200 แคลอรี!!(แพทย์ประจำครอบครัวแนะนำ)

ดร.ดอว์น ฮาร์เปอร์ แพทย์ประจำครอบครัว ใน Gloucestershire กล่าวว่า เมื่อครั้งที่คุณมีอายุ 30 ปี ระบบเผาผลาญจะลดลง ซึ่งหมายความว่า คุณเบิร์นแคลลอรีได้เพียงเล็กน้อย และกล้ามเนื้อก็ลดลง แถมยังถูกแทนที่ด้วยไขมันอีกด้วย

ดังนั้น ถ้ายังคงกินและออกกำลังกายในระดับเดิม เหมือนที่เคยในวัย 20 ปี พวกคุณจะมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นไม่กี่กิโลกรัม แต่ก็เพิ่มขึ้นในแต่ละปี

ฉันรู้ว่า มันแย่ที่จะรักษารูปร่างไว้เมื่อเข้าสู่วัย 40 และ 50 ปี ซึ่งจะต้องดูแลเรื่องการกินและออกกำลังกายให้มากขึ้น จนรู้ตัวอีกทีก็ตอนเริ่มเดินเร็วเพื่อความเฟิร์มเสียแล้ว

ปีหลังๆ ที่ผ่านมา ฉันเพิ่มผักและกินโปรไบโอติกมากขึ้น วิธีนี้ช่วยให้ฉันไม่ต้องเตือนตัวให้นับแคลลอรีจากการกินมากนัก

ซึ่งโปรไบโอติกเป็นสิ่งสำคัญต่ออายุที่มากขึ้น มีงานวิจัยมากมายที่แสดงให้เห็นว่า ลำไส้ที่แข็งแรงส่งผลต่อสุขภาพโดยรวม

นอกจากนี้ การเดินสัปดาห์ละ 70,000 ก้าว ก็สำคัญไม่น้อย เนื่องจากบางวัน ฉันต้องเข้าคลีนิค จึงไม่มีการขยับตัวมากนัก แต่วันที่มีเวลา ฉันสามารถเดินได้มากกว่า 10,000 ก้าว ฉันพยายามเดินสะสมให้ได้มากที่สุด

คุณยังสามารถทำเรื่องยุบยิบให้ตัวเองได้เดินมากขึ้น เพียงแค่วางเครื่องถ่ายเอกสารไว้อีกห้องหนึ่ง เพื่อที่จะได้ลุกเดินบ่อยๆ ในทุกปี ฉันยังลงปั่นจักรยานระยะไกลและแน่นอนว่า ฉันออกกำลังกายแม้ในวันที่ฝนตก เพราะไม่ต้องการเป็นป้าเห่ยๆ เมื่อวัย 50 มาเยือน

อ่านต่อหน้า 2

ติดตามคำแนะนำจาก กูรูสุขภาพ ทำตามง่าย เห็นผลจริง คลิกเลย!
keyboard_arrow_up