สุดอาลัย พ่อดม ชวนชื่น จากไปด้วยโรคมะเร็งตับ พร้อมวิธีสังเกตอาการ รู้ก่อนมีสิทธิ์รักษาหาย

สุดอาลัย พ่อดม ชวนชื่น จากไปด้วยโรคมะเร็งตับ พร้อมวิธีสังเกตอาการ รู้ก่อนมีสิทธิ์รักษาหาย

สุดอาลัย พ่อดม ชวนชื่น จากไปด้วยโรคมะเร็งตับ พร้อมวิธีสังเกตอาการ รู้ก่อนมีสิทธิ์รักษาหาย
สุดอาลัย พ่อดม ชวนชื่น จากไปด้วยโรคมะเร็งตับ พร้อมวิธีสังเกตอาการ รู้ก่อนมีสิทธิ์รักษาหาย

การจากไปของ พ่อดม ชวนชื่น ชี้ให้ตระหนัก ถึงเวลาสังเกตร่างกาย ตรวจพบเร็ว มีโอกาสหาย

เป็นที่โศกเศร้าและอาลัย หลังการจากไปของ พ่อดม ชวนชื่น ด้วยโรคมะเร็งตับ หลังตรวจพบระยะสุดท้ายเมื่อ 7 เดือนที่แล้ว ซึ่งโรคนี้สามารถรักษาหายได้หากตรวจพบได้เร็ว มาดูกันว่าเราจะสังเกตอาการในเบื้องต้นของโรคมะเร็งตับได้อย่างไร

ดาราตลกอาวุโสจากไปอย่างสงบด้วยโรคมะเร็ง

ขอยกข่าวจาก thairath.com

สุดเศร้า พ่อดม ชวนชื่น จากไปอย่างสงบด้วยโรคมะเร็งตับ ในวัย 83 ปี หลังจากที่ตรวจพบว่าเป็นโรคมะเร็งตับระยะสุดท้ายเมื่อ 7 เดือนก่อน และลูกๆ ส่งไปรักษาตัวที่ประเทศจีน ก่อนจะกลับมาเข้ารับการรักษาตัวด้วยโรคมะเร็งตับที่โรงพยาบาลมานาน

ชีวจิตชวน “เช็กพฤติกรรม ทำเสี่ยงมะเร็งตับ”

มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัยกับผู้มีเชื้อไวรัสตับอักเสบ

การมีเพศสัมพันธ์กับผู้มีเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและซีโดยไม่ใช้ถุงยางอนามัยอาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้ เนื่องจากเชื้อไวรัสตับอักเสบสามารถติดต่อผ่านทางสารคัดหลั่งอย่างน้ำอสุจิหรือน้ำในช่องคลอดบุคคลต่างๆเหล่านี้จึงมีโอกาสติดเชื้อไวรัสตับอักเสบและนำไปสู่การเป็นมะเร็งตับได้

คลุกคลีกับผู้มีเชื้อไวรัสตับอักเสบ

ผู้ที่ต้องอยู่ใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้ออาจมีโอกาสได้รับเชื้อไวรัสตับอักเสบผ่านทางเลือด น้ำมูก น้ำลาย เช่น เลือดของผู้ป่วยเปื้อนหรือกระเซ็นถูกบาดแผล การสัก ผู้เสพยาที่ใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน การติดเชื้อจากแม่ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ซึ่งจะส่งผลให้เป็นมะเร็งตับเมื่ออายุมากขึ้น

ใช้ของส่วนตัวร่วมกัน เช่น แปรงสีฟัน มีดโกน

หนวด ซึ่งของใช้ประจำตัวเหล่านี้อาจสัมผัสถูกน้ำลายและเลือดของผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและซี ทำให้มีโอกาสได้รับเชื้อจากการใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกัน

ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ

ผู้ที่ดื่มเหล้าเบียร์เป็นประจำมีความเสี่ยงเป็นโรคตับแข็งได้และโรคตับแข็งก็มีโอกาสพัฒนาไปเป็นมะเร็งตับในที่สุดช่วงหนุ่มสาวร่างกายยังแข็งแรงดี ดื่มเท่าไรก็ไม่มีใครเป็นมะเร็งตับแบบเฉียบพลัน แต่เมื่อเวลาผ่านไปจนอายุ 50-60 ปี ก็เริ่มแสดงอาการผิดปกติที่สะสมมา
ตั้งแต่สมัยหนุ่มสาว การที่ผู้ชายเป็นโรคมะเร็งตับมากกว่าผู้หญิง สาเหตุหนึ่งอาจเป็นเพราะดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากกว่าผู้หญิง

กินอาหารเสี่ยงมะเร็งตับ

มีอาหารหลายชนิดที่ชักนำไปสู่การเป็นมะเร็งตับได้หากกินเป็นประจำ ได้แก่

• อาหารอุดมเชื้อรา อาหารที่มักมีเชื้อราปนเปื้อนอยู่โดยที่เรามองไม่เห็น โดยสารแอลฟาท็อกซินที่เชื้อราผลิตขึ้นจะเป็นตัวก่อโรคมะเร็งตับ คือ อาหารแห้งและหมักดอง เช่น พริกป่น พริกแห้ง ปลาแห้ง เต้าเจี้ยว เต้าหู้ยี้ เมล็ดพืชที่มีน้ำมันปริมาณสูง อาทิ ถั่วลิสง ข้าวโพด ข้าวฟ่าง มะพร้าว เครื่องเทศและสมุนไพรต่างๆ อาทิ กระเทียม หัวหอม

• อาหารทอด ปิ้ง ย่าง และรมควัน เช่น ไก่ย่าง หมูปิ้ง ไส้กรอกรมควัน ขาหมู ปลารมควันโดยอาหารเหล่านี้จะมีสารเฮเทอโรไซคลิกอะมีน
(Heterocyclic Amine) และสารอะคริลาไมด์ (Acrylamide) ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งที่ทำให้เกิดมะเร็งในอวัยวะต่างๆรวมทั้งตับด้วย

• เนื้อปลาดิบๆ สุกๆ เช่น ปลาน้ำจืดต่างๆ อย่างปลาตะเพียน ปลาสร้อย ปลาซิว ปลาแก้มช้ำปลาขาว ปลาแม่สะแด้ง ฯลฯ ที่นำมากินแบ[ดิบ
ๆ หรือปรุงกึ่งดิบกึ่งสุก เช่น ก้อย ลาบ ปลาส้ม ปลาจ่อม หม่ำปลา ปลาหมก ฯลฯ อาจมีพยาธิใบไม้ซึ่งทำให้เกิดการอักเสบและติดเชื้อในท่อน้ำดี หรือถุงน้ำดีและนำไปสู่มะเร็งท่อน้ำดีในตับ

• เนื้อสัตว์หมักที่ผสมดินประสิว อาหารประเภทนี้จะมีสารไนโตรซามีน (Nitrosamine) ซึ่งเป็นสารพิษเมื่อร่างกายได้รับสะสมไว้นานวัน ก็นำไปสู่การเป็นมะเร็งตับได้ในที่สุด

เป็นโรคอ้วน เบาหวาน และไขมันในเลือดสูง

พบว่า ผู้ป่วยโรคมะเร็งตับ แม้ไม่มีเชื้อไวรัสตับอักเสบบีหรือซีและไม่ได้ดื่มเหล้า แต่เป็นโรคอ้วน เบาหวาน และไขมันในเลือดสูง ก็มีความเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งตับ เนื่องจากโรคทั้งสามนี้ทำให้เกิดการอักเสบภายในตับจนกระทั่งนำไปสู่มะเร็งตับได้

สูบบุหรี่

การสูบบุหรี่มีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งตับ โดยเฉพาะผู้ที่เป็นโรคตับอักเสบเรื้อรังหรือตับแข็งอยู่แล้ว

โรคมะเร็งตับป้องกันได้

มีหลายวิธีที่ช่วยให้เราห่างไกลจากโรคมะเร็งตับได้ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโดยเฉพาะการกินอยู่เป็นเรื่องสำคัญที่สุดและเป็นสิ่งที่เราทุกคนสามารถทำได้ เพื่อสุขภาพแข็งแรงและมีอายุยืนยาวอย่างมีความสุข มีคำแนะนำดังนี้

-เลิกใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น รวมทั้งไม่กินอาหารและดื่มน้ำในภาชนะเดียวกัน ควรคำนึงถึงอนามัยพื้นฐานง่ายๆข้อนี้ไว้เสมอ

-ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบ ซึ่งวัคซีนไวรัสตับอักเสบบีมักจะได้รับการฉีดตั้งแต่เป็นทารกแรกเกิด

-งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากเป็นสาเหตุของโรคตับแข็งที่นำไปสู่มะเร็งตับ

-ควบคุมน้ำหนักตัวไม่ให้มากเกินไป คนอ้วนมักมีระดับไขมันในเลือดสูงซึ่งจะชักนำไปสู่มะเร็งตับได้ง่ายกว่าคนรูปร่างปกติ จึงควรออกกำลังกายเป็นประจำ เพื่อรักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน

-ควรกินอาหารสะอาด ปรุงสุกใหม่ๆ ข้อมูลจากหนังสือแนวทางป้องกันโรคมะเร็งสำหรับประชาชน โดยนายแพทย์บุญเติม แสงดิษฐ แนะนำว่า ไม่ควรกินอาหารที่เกิดเชื้อราได้ง่าย อาหารที่ปรุงไว้ค้างคืน อาหารใส่สารกันบูด อาหารกึ่งสุกกึ่งดิบ

-ผู้ป่วยโรคตับอักเสบเรื้อรังหรือเป็นพาหะโรคไวรัสตับอักเสบบีหรือซี ต้องงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ข้อมูลจากหนังสือ จับเข่าคุยกันเรื่องไวรัสตับอักเสบบี ภัยเงียบที่ป้องกันและรักษาได้ โดย นายแพทย์ยง ภู่วรวรรณ และนายแพทย์ดร.ปิยะวัฒน์ โกมลมิศร์ แนะนำว่า คนที่มีเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและมีอายุเกิน 40 – 45 ปี หรือผู้ป่วยโรคตับอักเสบเรื้อรัง ต้องตรวจหามะเร็งตับทุก 6 เดือนเพื่อป้องกันและรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

รู้ทันภาวะหัวใจวายของ พิศาล อัครเศรณี ความอันตรายที่ป้องกันได้

ทำความรู้จัก มะเร็งผิวหนัง ให้มากขึ้น หลังดาราตลก ไข่มุก ซุปตาร์ เสียชีวิตสุดยื้อ

ติดตามคำแนะนำจาก กูรูสุขภาพ ทำตามง่าย เห็นผลจริง คลิกเลย!
keyboard_arrow_up