อาหารที่มีเอจีอีสูง, กินหวาน, ติดหวาน, เบาหวาน, มะเร็ง, อาหารเอจีอีสูง

ระวัง! กินแป้ง กินหวาน มาก อาการย่น เหี่ยว ชา มากันครบ

อาหารที่มีเอจีอีสูง, กินหวาน, ติดหวาน, เบาหวาน, มะเร็ง, อาหารเอจีอีสูง
อาหารที่มีเอจีอีสูง, กินหวาน, ติดหวาน, เบาหวาน, มะเร็ง, อาหารเอจีอีสูง

ระวัง! กินแป้ง กินหวาน มาก อาการย่น เหี่ยว ชา มากันครบ

กินแป้ง กินหวาน มาก เอจีอี (AGEs) ย่อมาจาก “แอดวานซ์ ไกลเคชั่น เอนด์ – โปรดักต์ส” (Advanced Glycation End-products) ซึ่งเกิดจากปฏิกิริยาที่คาร์โบไฮเดรต รวมตัวกับโปรตีน เอจีอีเป็นส่วนเกินในร่างกายมนุษย์ สมัยก่อนนั้นไม่ค่อยมีเอจีอี ในร่างกาย เพราะเขากินอาหารธรรมชาติ

อย่างอาหารของมนุษย์ยุคหิน เรียกว่า “พาเลโอไลติก ไดเอต” (Paleolithic Diet) คือ การกินถั่ว กินเมล็ดพืช ซึ่งมีโปรตีนสูง คาร์โบไฮเดรตต่ำ รวมถึงคนยุคหินเขาก็เดินกัน ทั้งวัน แต่ชีวิตมนุษย์ปัจจุบันกลายพันธุ์มาเป็นมนุษย์นั่งหน้าคอมพ์ มนุษย์เล่นมือถือ นั่งทำงานใช้สมองมากกว่า เลยมีแนวโน้มสูงที่จะได้รับคาร์โบไฮเดรตเกิน

อีกทั้งคนยุคปัจจุบันนิยมกินของหวาน ดื่มเครื่องดื่มที่มีความหวาน ซึ่งเครื่องดื่มพวกนี้ ให้คิดว่าเป็นน้ำตาลไว้ก่อน แต่ความจริงแล้วน้ำตาลยังแตกตัวมาจากแป้งข้าวเจ้า เส้นก๋วยเตี๋ยว ขนมจีน สปาเกตตี ได้อีก ของอร่อยล้วนแล้วแต่เป็นแป้งทั้งสิ้น ส่วนขนมของผู้หญิง ยิ่งไม่ต้องพูดถึง เช่น โดนัท เค้ก ทุกอย่างเป็นแป้ง หรือจะดื่มกาแฟก็ต้องเติมน้ำตาล น้ำเชื่อม ไม่เติมก็ไม่อร่อย ผลไม้ที่ชอบก็ต้องมีน้ำตาลเยอะๆ โดยสรุปได้ว่า อาหารที่มีทั้งแป้ง และน้ำตาลมาจากคาร์โบไฮเดรต

พูดง่ายๆ ว่า มนุษย์ปัจจุบันมีแนวโน้มจะได้รับน้ำตาลเกิน

ในร่างกายของเรา เม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว หรือเซลล์ของเราต้องการ น้ำตาลไปหล่อเลี้ยง แต่เมื่อน้ำตาลไปรวมกับโปรตีน จะทำให้เกิดเอจีอีขึ้นมา ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ร่างกายไม่ได้ต้องการ โดยสามารถวัดปริมาณเอจีอีได้จาก

 

 

 

 

<< อ่านต่อหน้าที่ 2 >>

ติดตามคำแนะนำจาก กูรูสุขภาพ ทำตามง่าย เห็นผลจริง คลิกเลย!
keyboard_arrow_up