โรคโลหิตจาง,โลหิตจาง,โลหิตจางในผู้หญิง

หมอสูติแนะ รับมือโรค โลหิตจางในผู้หญิง ควรปฏิบัติตัวอย่างไรบ้าง

Alternative Textaccount_circle
event
โรคโลหิตจาง,โลหิตจาง,โลหิตจางในผู้หญิง
โรคโลหิตจาง,โลหิตจาง,โลหิตจางในผู้หญิง

โลหิตจากในผู้หญิง มีข้อควรรู้อะไรบ้าง

พูดถึงโรคโลหิตจาง หลายคนคงรู้จักโรคนี้เป็นอย่างดี เพราะเป็นโรคที่พบได้ทั่วไป เผลอๆ คนรอบตัวก็เป็นกันจนเป็นเรื่องปกติ แต่ในกรณี โลหิตจางในผู้หญิง มีความเฉพาะเจาะจง หรือมีข้อควรรู้สำคัญอะไรบ้าง แพทย์หญิงชัญวลี ศรีสุโขมีคำแนะนำค่ะ

เมื่อผู้หญิงสงสัยว่าอาจเป็นโลหิตจาง

คำถามจากทางบ้าน

ดิฉันเป็นคนเลือดน้อย  ตรวจสุขภาพทีไร  ความเข้มข้นของเลือดเกือบตกเกณฑ์มาตรฐานทุกครั้ง  ทำให้มีอาการอ่อนเพลีย  เวียนหัวบ่อย ๆ สันนิษฐานเองว่าเกิดจากประจำเดือนมามากค่ะ  นอกจากนี้ยังเป็นคนนอนหลับไม่ลึก ติดมาตั้งแต่มีลูก เพราะต้องคอยตื่นมาให้นม ตื่นมาพาลูกไปฉี่ จนถึงเดี๋ยวนี้ลูกโตแล้วก็ยังนอนหลับไม่สนิท 

จึงขอเรียนปรึกษาคุณหมอว่า  ดิฉันต้องปรับพฤติกรรมตัวเองอย่างไรบ้างคะเพื่อให้คุณภาพเลือดดีขึ้นและอาการผิดปกติหายไป ขอบพระคุณคุณหมอมากค่ะ

เวียนหัว,โลหิตจาง,หน้ามืด

คำแนะนำจากหมอสูติ

เลือดน้อย  ทางการแพทย์เรียกโลหิตจางหรือภาวะซีด  หมายถึงภาวะที่มีเม็ดเลือดแดงน้อยกว่าปกติ  ซึ่งในประเทศไทยมีคนเป็นโลหิตจางมากถึงร้อยละ 24 เชียวค่ะ

เนื่องจากในเม็ดเลือดแดงมีสารเฮโมโกลบินที่มีหน้าที่นำออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกาย หากเกิดภาวะโลหิตจางก็จะทำให้เกิดอาการวิงเวียนศีรษะ วูบบ่อย หน้ามืด เหนื่อยง่าย หอบ หายใจไม่อิ่ม ไม่มีแรงทำงาน ไม่มีสมาธิ อ่อนเพลีย เป็นตะคริวที่กล้ามเนื้อ เจ็บหน้าอก ไม่อยากกินอะไร ใจเต้น ใจสั่น ลมออกหู หากเป็นมากอาจหัวใจวาย ทำให้เสียชีวิตได้

การวินิจฉัยภาวะโลหิตจาง

จะเห็นว่า ในคนไข้ที่มีอาการหน้ามืดเป็นลม ฯลฯ ที่แพทย์สงสัยว่ามีภาวะซีด แพทย์มักจะเปิดเปลือกตาคนไข้ ให้คนไข้แลบลิ้นและแบมือทั้งสองข้างดู เพราะในคนที่โลหิตจาง เปลือกตาจะซีด ลิ้นสีจาง ลิ้นไม่เรียบ มีฝ้า ปลายนิ้วมือเมื่อบีบดูไม่ค่อยมีเลือดมาคั่ง แต่อย่างไรก็ตาม ภาวะโลหิตจางนี้ต้องเป็นมากจึงจะแสดงอาการ การวินิจฉัยโลหิตจางจึงอาศัยการตรวจเลือด ซึ่งไม่ยุ่งยาก ใช้เวลาไม่นาน
และราคาไม่แพง

การเจาะเลือดตรวจ (Complete Blood Count) สามารถวินิจฉัยโลหิตจางได้ดังนี้

1. ตรวจหาความเข้มข้นของเลือด คือจำนวนเม็ดเลือดแดงต่อน้ำเลือด (Hematocrit) ในผู้ใหญ่ หากความเข้มข้นของเลือดน้อยกว่าร้อยละ 40 ในเพศชายน้อยกว่าร้อยละ 36 ในเพศหญิง และน้อยกว่าร้อยละ 33 ในหญิงตั้งครรภ์ ถือว่าโลหิตจาง

2. ตรวจหาสารเฮโมโกลบินที่อยู่ในเม็ดเลือด สารเฮโมโกลบินในเม็ดเลือดมีหน้าที่จับออกซิเจน

ในผู้ใหญ่ หากสารเฮโมโกลบินน้อยกว่า 13 กรัม ต่อเดซิลิตรในเพศชาย น้อยกว่า 12 กรัมต่อเดซิลิตรในเพศหญิง หรือน้อยกว่า 11 กรัมต่อเดซิลิตรในหญิงตั้งครรภ์ ถือว่าโลหิตจาง

โดยทั่วไปค่าของสารเฮโมโกลบินคูณ 3 จะเท่ากับค่าความเข้มข้นของเลือด

3. ตรวจหาจำนวนเซลล์เม็ดเลือดแดง ในผู้ใหญ่ หากเม็ดเลือดแดงมีจำนวนน้อยกว่า 4.7 ล้านเซลล์ต่อไมโครลิตรในเพศชาย (ค่าปกติ 4.7-6.1) หรือน้อยกว่า 4.2 ล้านเซลล์ต่อไมโครลิตรในเพศหญิง (ค่าปกติ 4.2-5.4) ถือว่าโลหิตจาง

ประเภทของโลหิตจางที่พบบ่อยมีดังนี้

1. โลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก เนื่องจากเหล็กเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของสารเฮโมโกลบิน ร่างกายผู้ใหญ่ต้องการธาตุเหล็กวันละ 5-8 มิลลิกรัม การขาดธาตุเหล็กทำให้ไขกระดูกไม่สามารถสร้างเม็ดเลือดแดงที่สมบูรณ์ได้ เป็นประเภทของโลหิตจางที่พบมากที่สุด

สาเหตุของการขาดธาตุเหล็ก

1.1 รับประทานอาหารไม่เพียงพอ ธาตุเหล็กที่มีคุณภาพดีดูดซึมง่าย มีมากในเนื้อสัตว์ที่มีสีแดง ไข่ นม ถั่ว สำหรับผักใบสีเขียวก็มีธาตุ
เหล็กสูงเช่นกัน แต่ดูดซึมได้น้อยกว่า คนที่หลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ กินอาหารไม่ครบหมู่ จึงมักจะเกิดภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก

1.2 มีการเสียเลือดเรื้อรัง เช่น มีเลือดออกจากกระเพาะอาหาร ลำไส้ กระเพาะปัสสาวะ เป็นโรคมะเร็ง ประจำเดือนมามาก มานาน
บริจาคเลือดบ่อย ทำให้ขาดธาตุเหล็ก ไขกระดูกจึงไม่สามารถสร้างเม็ดเลือดแดงที่สมบูรณ์ได้

1.3 มีปัญหาการดูดซึม กระเพาะและลำไส้เล็กเป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่ดูดซึมธาตุเหล็ก หากอักเสบ ถูกตัดไป หรือกินยาเคลือบกระเพาะ
แคลเซียม น้ำชา กาแฟ จะไปรบกวนการดูดซึมธาตุเหล็ก

2. โลหิตจางเพราะเป็นโรคเลือด เช่น โรคโลหิตจางทาลัสซีเมีย โรคเม็ดเลือดแตกง่ายจากภาวะพร่องเอนไซม์จี-6- พีดี โรคไขกระดูกฝ่อ ไม่สร้างเม็ดเลือด (Aplastic Anemia) ฯลฯ

3. โลหิตจางเพราะเสียเลือดมาก เช่น ได้รับอุบัติเหตุตับแตก ม้ามแตก ตกเลือดมากจากการแท้ง การคลอด โรคมะเร็ง ฯลฯ

โลหิตจางในผู้หญิง,โลหิตจาง
ภาวะโลหิตจาง ถ้าเป็นรุนแรง อาจทำให้เสียชีวิตได้

การรักษา

เมื่อมีภาวะโลหิตจางเกิดขึ้น แพทย์ต้องทำการตรวจว่าเป็นโลหิตจางประเภทไหน หากเป็นโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กซึ่งพบเป็นส่วนใหญ่ ต้องหาสาเหตุว่าเป็นเพราะอะไร แล้วแก้ไขไปตามสาเหตุนั้นๆ

จดหมายที่ถามมา กรณีที่มีประจำเดือนมากก็ทำให้โลหิตจางได้ ส่วนใหญ่เป็นเพราะมีเนื้องอกธรรมดาของมดลูก (Myoma Uteri) ซึ่งนอกจากต้องรักษาเนื้องอกเพื่อไม่ให้ประจำเดือนมามากแล้ว ควรเพิ่มการกินธาตุเหล็กจากอาหารและยาเม็ด ส่วนการพักผ่อนไม่เพียงพอไม่ทำให้เกิดภาวะโลหิตจาง

อาหารที่มีธาตุเหล็ก เป็นอาหารที่ไม่ควรขาด เพราะมักจะมีสารอาหารอื่นๆที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น โปรตีน วิตามินเอ บี ซี ดี อี แคลเซียม แร่ธาตุต่างๆ แต่ไม่ควรกินในปริมาณมากต่อเนื่องกัน โดยควรเลือกอาหารให้หลากหลายในแต่ละวัน (อ่านต่อ อาหาร วิตามิน และสมุนไพร แก้โรคโลหิตจาง )

5 อาหารอุดมธาตุเหล็ก เหมาะสำหรับคนที่มีภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก มีดังนี้ค่ะ

1. อาหารทะเล เช่น หอย ปู กุ้ง หอยลาย 100 กรัม ให้ธาตุเหล็กถึง 28 มิลลิกรัม

2. ตับและเครื่องในสัตว์100 กรัม ให้ธาตุเหล็ก 6.5 มิลลิกรัม

3. เนื้อแดง เช่น เนื้อหมู เนื้อวัว 100 กรัม ให้ธาตุเหล็ก 2.7 มิลลิกรัม

4. พืชตระกูลถั่ว เช่น ถั่วลิสง ถั่วเขียว ถั่วเหลือง 198 กรัม ให้ธาตุเหล็ก 6.6 มิลลิกรัม

5. ผักใบเขียว ผักปวยเล้ง (Spinach) 100 กรัม ให้ธาตุเหล็ก 3.6 มิลลิกรัม แต่ธาตุเหล็กที่ได้จากผักมักจะมีคุณภาพและการดูดซึมด้อยกว่าธาตุเหล็กที่ได้จากเนื้อสัตว์


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

อาหาร วิตามิน และสมุนไพร แก้โรคโลหิตจาง

ปวดหัวจังเลย! อาการปวดศีรษะ ที่เกิดจากความดันโลหิตสูงหรือไมเกรน

 

 

ติดตามคำแนะนำจาก กูรูสุขภาพ ทำตามง่าย เห็นผลจริง คลิกเลย!
keyboard_arrow_up