รับมือ เชื้อราหน้าฝน ป้องกันคนในบ้านเจ็บป่วย

เชื้อรา,เชื้อราหน้าฝน,รา
เชื้อรา,เชื้อราหน้าฝน,รา

เชื้อราหน้าฝน ภัยใกล้ตัว ทำเจ็บป่วยได้

เข้าหน้าฝน สังเกตไหมว่า สิ่งของเครื่องใช้ในครัวเรือน เริ่มขึ้นรา ทั้งเครื่องครัว เครื่องนุ่งห่ม หรือตามพื้นผนังห้องที่มีความชื้น เช่น ครัว และห้องน้ำ วันนี้ชีวจิตชวนมาทำความรู้จักกับ เชื้อราประเภทต่างๆ เพื่อรับมือ เชื้อราหน้าฝน กันดีกว่าค่ะ

 

เชื้อรา
เชื้อรา มีหลากหลายชนิด พบเจอได้ตามสถานที่ที่มีความอับชื้น

รู้จักเชื้อราใกล้ตัวเรา

เชื้อราแม้จะดูเหมือนไม่ใช่ต้นเหตุของโรคร้ายแรง แต่ในความเป็นจริงแล้ว ถ้าเราไม่รู้จักดูแลร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ หรือปล่อยให้ภูมิชีวิตต่ำเจ้าเชื้อราก็สามารถเล่นงานเราได้เช่นกัน

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นพ.วินัย รัตนสุวรรณ ภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กล่าวถึงเชื้อราให้ฟังว่า

เชื้อราเป็นเชื้อโรคที่มีอยู่มากมายในสิ่งแวดล้อม ที่พบมากที่สุดเรารู้จักกันในรูปแบบของราดำ เช่น เวลาเราเอาขนมปังชื้นๆ ทิ้งไว้ในอากาศก็จะมีราดำขึ้น แต่จริงๆ แล้วเชื้อราไม่ได้ก่อโรคมากนัก เพราะร่างกายของเราต่อสู้กับมันได้  นอกจากนั้นเชื้อรายังอยู่ในอากาศ อยู่ในสิ่งแวดล้อม อยู่ในดิน เชื้อราอยู่ในตัวเรา บางชนิดอยู่ในช่องปาก อยู่ในทางเดินอาหาร ถ้าเรามีบาดแผลหรือภูมิต้านทานต่ำ เชื้อราก็จะเข้าไปในร่างกาย แล้วสามารถเพิ่มจำนวนจนก่อโรคได้

แม้ว่าเชื้อราจะทำให้เกิดโรค แต่ก็มีประโยชน์เช่นกัน ราที่มีประโยชน์คือราที่ผลิตสารซึ่งเป็นยาปฏิชีวนะ คือยาเพนิซิลลิน ซึ่งผลิตมาจากราชนิดหนึ่งชื่อเพนิซิลเลียม สามารถฆ่าแบคทีเรียได้ จึงนำมาผลิตเป็นยาปฏิชีวนะ เรียกว่าเป็นตัวเริ่มต้นของยุคยาปฏิชีวนะเลยทีเดียวŽ

ส่วนเชื้อราที่เราสามารถพบเจอได้บ่อยๆ ได้แก่

1. คริปโตค็อกคัส (Cryptococcus) ซึ่ง ผศ. นพ.วินัยบอกว่าเป็นเชื้อราที่อยู่ ในมูลนกพิราบ โดยเฉพาะเมืองไทย ของเรามีนกพิราบเยอะ จึงทำให้เชื้อตัวนี้ กระจายอยู่ในบรรยากาศเต็มไปหมด แต่ โดยปรกติไม่ก่อโรค เพราะว่าภูมิต้านทาน ของเราสามารถต่อสู้กับมันได้ แต่สำหรับ คนที่มีภูมิต้านทานต่ำ เช่น เป็นเบาหวาน หรือไปกินยากดภูมิต้านทาน เป็นมะเร็ง บางอย่าง หรือติดเชื้อ HIV ก็จะทำให้เชื้อ ชนิดนี้เจริญเติบโต ก่อเป็นโรคเยื่อ หุ้มสมองจากเชื้อรา ต่อมน้ำเหลือง อักเสบ หรือติดเชื้อในปอดได้

2. สปอโรทริกซ์ (Sporothrix) เป็นเชื้อราที่มักอยู่ในดิน คนที่เจ็บป่วย เพราะเชื้อราชนิดนี้คือคนที่ทำงานเกี่ยวกับ ต้นไม้ เช่น ปลูกกุหลาบแล้วโดน หนามตำ ปรกติแล้วถ้าเราไม่มีบาดแผล เชื้อราชนิดนี้ก็ไม่สามารถก่อโรคได้ แต่ ถ้ามีและไม่ได้ใส่ถุงมือ หรือมีบาดแผล แล้วไม่ได้ทำแผล เชื้อราชนิดนี้จะเข้าไป ทำให้เกิดการอักเสบที่ผิวหนังและเนื้อเยื่อ ชั้นใต้ผิวหนัง ทำให้เป็นก้อนปูดขึ้นมา และมีไข้ได้

3. เพนิซิลเลียน มาร์เนฟฟิโอ (Penicillion marneffio) เป็นเชื้อรา ที่อยู่ในดิน อยู่ในตัวอ้น มักจะพบใน ภาคเหนือของไทย ซึ่งไม่ค่อยก่อโรคมาก นัก ยกเว้นคนที่มีภูมิต้านทานต่ำ เช่น ผู้ป่วย HIV ซึ่งจะทำให้มีอาการไข้สูง มี ตุ่มตามตัว ใบหน้า แขนขา นอกจากนั้น เชื้อราชนิดนี้สามารถแพร่กระจายได้ ถ้า รักษาไม่ถูกต้องอาจถึงขั้นเสียชีวิต

4. แอสเพอร์จิลลัส (Aspergillus) เป็นเชื้อราที่มักจะอยู่ตามพืช ตามสิ่งผุพัง ทั้งหลายในธรรมชาติ ฟางข้าว ไม้ผุๆ ใน ดิน ถ้าคนที่แพ้สูดดมเข้าไปก็จะมีอาการ เหมือนหอบหืด หลอดลมตีบ หรือทำให้ เป็นโรคปอด โดยจะเข้าไปเพิ่มจำนวน อยู่ในโพรงของปอดเหมือนลูกบอล หรือ ที่เรียกว่า Fungal ball คือเป็นเชื้อราที่เพิ่ม จำนวนแล้วกลายเป็นก้อน

5. แคนดิดา (Candida) เป็นเชื้อราที่อยู่ในร่างกายของทุกคน อยู่ในปาก ในทางเดินอาหาร และถ้าเป็นผู้หญิง จะอยู่ในช่องคลอด แต่โดยปรกติไม่ก่อโรค ยกเว้นมีภูมิต้านทานต่ำ

เชื้อรา
บ้านที่มีความอับชื้น มักเสี่ยงต่อการเกิดเชื้อรา

บ้านนี้ปลอดเชื้อรา

จากข้อมูลข้างต้นทำให้ทราบว่า เชื้อรามักอยู่ในสภาพแวดล้อมที่อับชื้น ไม่มีแสงแดดหรือแสงสว่างส่องเพียงพอ เช่น ร้านขายของเก่า ฟาร์มปศุสัตว์ โรงสีข้าว บริเวณสถานที่ก่อสร้าง ร้าน ดอกไม้ กระท่อม ในตู้เย็น บนพรม บนเพดาน รวมทั้งห้องครัว ห้องสมุด และห้องน้ำ

ดังนั้นจึงมีข้อแนะนำเพื่อหลีกเลี่ยง เชื้อราดังนี้

-รักษาความชื้นให้ต่ำกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ เพราะความชื้นเป็นปัจจัยส่งเสริมการเพิ่ม จำนวนของเชื้อรา

-ใช้เครื่องปรับอากาศเมื่อมีความชื้น ในอากาศสูง

-ให้มีการถ่ายเทของอากาศอย่าง เพียงพอ ควรติดพัดลมดูดอากาศใน ห้องน้ำ ห้องครัว

-ไม่ใช้พรมในห้องน้ำ

-ป้องกันไม่ให้น้ำท่วมหรือขังบริเวณ บ้าน

-กำจัดเศษใบไม้ หญ้าแห้งในบริเวณ สนามรอบบ้าน อย่าให้ทับถมหมักหมม

-ตู้เสื้อผ้าควรให้มีอากาศถ่ายเทที่ดี

-หมั่นทำความสะอาดตู้เย็น เครื่อง ทำความเย็น

ร่างกายนี้ไม่พ่ายแพ้แก่เชื้อรา

ส่วนเจ้าเชื้อแคนดิดาซึ่งเป็นเชื้อรา ที่อยู่ในร่างกายของเราทุกคน อาจารย์ สาทิส อินทรกำแหง ผู้นำของแนวทาง ชีวจิตอธิบายว่า

วิธีหนึ่งในหลายๆ วิธีเพื่อป้องกัน เชื้อรา โดยเฉพาะเชื้อแคนดิดานั้นก็คือ เวลานอนอย่าสวมกางเกงใน ให้สวม อย่างมากเสื้อคลุมหรือเสื้อนอนก็พอ

ที่พูดอย่างนี้ผมไม่ได้คิดขึ้นมาเอง นะครับ แต่ในที่ประชุมแพทย์ โดย เฉพาะกลุ่มซึ่งมีนายแพทย์เจมส์ บราลี เป็นหัวหน้านั้น ได้ลงความเห็นว่า ต้นเหตุ ของเชื้อราหรือที่ซึ่งเชื้อราชอบใช้เป็น ที่อยู่อาศัยนั้นก็คือ ที่ซึ่งอับแสงและที่ซึ่ง ชื้นแฉะ และที่ชื้นแฉะและอับแสงอย่าง ที่ว่านี้ โดยเฉพาะของคุณผู้หญิง ก็คือ บริเวณในร่มผ้าหรือแถวบริเวณซึ่งใช้ กางเกงในนั่นเอง และก็เป็นบริเวณใกล้ ช่องคลอด ซึ่งเป็นเหมือนประตูเปิดเข้าไปสู่ ช่องท้อง โดยเฉพาะเวลาที่มีประจำเดือน และยิ่งถ้าคุณผู้หญิงมีน้ำหนักมากหรือ ค่อนข้างอ้วน บริเวณนั้นจะเป็นที่ซึ่งเชื้อ ราชอบเข้าไปอาศัยมากที่สุดŽ

ส่วนอาการต่างๆ ที่จะสังเกตได้ว่า ตัวเองเจ็บป่วยจากเชื้อรา เช่น อาการ อ่อนเพลีย จิตใจซึมเศร้า มีปัญหา เกี่ยวกับท้องไส้ เช่น ท้องบวม ท้องอืด ท้องโต คันทวารหนัก มีอาการภูมิแพ้ อาการปวดก่อนมีประจำเดือนอย่างรุนแรง คันในร่มผ้า อาการคันในช่องคลอด ฯลฯ

ส่วน สาเหตุที่ทำให้เชื้อราแคนดิดา กำเริบ นั้น อาจารย์สาทิสกล่าวว่ามาจาก การใช้ยาพวกสเตียรอยด์ การใช้ยา ประเภทปฏิชีวนะ หรือแอนติไบโอติกมาก เป็นเวลานานและมากเกินไป ยาประเภท ลดกรดและยาแก้กระเพาะอาหารอักเสบ ยาคุมกำเนิดหรือยาคุมน้ำตาลแก้เบาหวาน มะเร็ง หรือยารักษาเอดส์

รวมทั้งหญิงมีครรภ์ ถ้าไม่รักษาตัว ให้แข็งแรง เชื้อราในตัวจะเพิ่มได้อย่าง รวดเร็ว และที่น่าแปลกอีกอย่างก็คือ บรรดาผู้ป่วยที่มีตัวพยาธิอาศัยอยู่ในลำไส้ เช่น พยาธิตัวตืด พยาธิตัวกลม พยาธิ ปากขอ จะทำให้เชื้อราที่อยู่ในตัวเพิ่ม จำนวนขึ้นอย่างรวดเร็วพร้อมกันไปด้วย

อาหารประเภทแป้งขาวหรืออาหาร หวานๆ เป็นเรื่องที่ต้องระวังอย่างยิ่ง สำหรับผู้ที่เคยมีอาการเชื้อรากำเริบแบบ กลับไปกลับมาหรือแบบเรื้อรัง เพราะ อาหารทำจากแป้งขาวมักใช้ยีสต์เป็น ตัวผสม และในขณะเดียวกัน อาหาร หวานหรือพวกน้ำตาลก็เป็นอาหารสำหรับ เชื้อราที่จะใช้เลี้ยงตัวเองให้เจริญเติบโต และขยายตัวได้รวดเร็วมากขึ้น

วิธีดูแลตัวเองให้ปลอดภัยจากเชื้อรา อ่านหน้าต่อไป

ติดตามคำแนะนำจาก กูรูสุขภาพ ทำตามง่าย เห็นผลจริง คลิกเลย!
keyboard_arrow_up