เคล็ดลับเลือกน้ำมันที่ดี สู่มื้ออร่อยเพื่อสุขภาพของทุกคนในครอบครัว

ทุกครัวเรือน “น้ำมัน” เป็นวัตถุดิบหลักอีกหนึ่งอย่างที่นิยมนำมาประกอบอาหาร ไม่ว่าจะเป็น ผัด ทอด ย่าง สลัด หรือทำขนม เรียกได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งในทุกมื้ออาหารของคุณและครอบครัวเลยทีเดียว ดังนั้นการที่จะเลือกน้ำมันมาประกอบอาหารจึงต้องแน่ใจได้ว่าดีมีคุณภาพ เพื่อสุขภาพของคนที่คุณรัก และอาหารมื้ออร่อยของคุณจะมีรสชาติที่มาพร้อมกับคุณภาพเพิ่มขึ้นอีกด้วย

น้ำมัน เป็นหนึ่งในอาหารหลัก 5 หมู่ ในกลุ่มที่เรียกว่า “ ไขมัน” เป็นสารอาหารที่ สำคัญต่อร่างกายมนุษย์ ให้พลังงานและมีส่วนช่วยร่างกายมีการเจริญเติบโต ซึ่งไขมันต่างๆ เหล่านี้ก็ได้มาจากพืช และสัตว์ หลายคนอาจจะเข้าใจผิดว่าการบริโภคไขมัน หรือน้ำมัน ทำให้สุขภาพเสีย และทำให้เกิดโรคอ้วนได้ จึงพยายามหลีกเลี่ยที่จะรับประทานอาหารที่มีไขมันและน้ำมันเป็นส่วนประกอบ นั่นเป็นสิ่งที่ผิด คนเราจะต้องได้รับปริมาณไขมันที่เพียงพอและเหมาะสมในแต่ละวันจึงจะดีต่อสุขภาพ ดังนั้นการบริโภค “น้ำมัน” จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นในการดำเนินชีวิต แต่ต้องเลือกใช้ให้ถูกวิธีและเหมาะสมในการนำมา

ปรุงอาหาร ถ้าบริโภคในปริมาณที่มากจนเกินไป ก็อาจจะทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพและก่อให้เกิดโรคขึ้นได้ แล้วจะมีวิธีในการเลือกน้ำมันอย่างไรถึงจะเหมาะสมและดีต่อร่างกายล่ะ?

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จัก “น้ำมัน” กันก่อนว่ามีชนิดใดบ้าง สมัยก่อนเราจะคุ้นเคยและรู้จักน้ำมันเพียงไม่กี่ชนิด ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันที่ทำมาจากพืช  หรือน้ำมันที่ทำมาจาก “ไขมันสัตว์”  และไม่ค่อยเข้าใจว่าแต่ละชนิดนั้นให้คุณประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไรบ้าง จะรู้เพียงแค่ใช้นำมาปรุงอาหารเท่านั้น หรือเข้าใจว่าน้ำมันนั้นมาจากไขมันสัตว์เพียงอย่างเดียว แต่ถ้าบริโภคน้ำมันจากสัตว์มากเกินไปคงไม่ดีต่อสุขภาพเป็นแน่ ซึ่งน้ำมันที่ได้จากพืชและจากสัตว์นั้นจะให้ปริมาณพลังต่อหน่วยน้ำหนักที่ เท่ากัน คือ 1 กรัม จะให้พลังงานเท่ากับ 9 แคลอรี่ ปัจจุบัน น้ำมัน ได้มีการพัฒนาปรับปรุงให้มีคุณภาพมากไม่ว่าจะเป็นกระบวนการผลิต การปรับปรุงสูตรขึ้นโดยเน้นให้เหมาะสมกับสุขภาพของผู้บริโภคเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพื่อให้การบริโภคน้ำมันในแต่ละครั้งได้ประโยชน์และไม่ก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพ หรือส่งผลเสียให้น้อยที่สุด

วิธีเลือกน้ำมันให้เหมาะสมกับประเภทอาหาร และเหมาะสมกับวัย

ปัจจุบันจึงมีน้ำมันหลากหลายชนิดที่เกิดขึ้น  อาทิ น้ำมันรำข้าว น้ำมันข้าวโพด น้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันคาโนล่า และอื่นๆ อีกมากมาย การเลือกน้ำมันเหล่านี้มาประกอบอาหารนั้นควรคำนึงถึงปริมาณที่ใช้ และคำนึงถึงความร้อนตอนประกอบอาหาร เพราะในน้ำมันแต่ละชนิดจะมีคุณสมบัติและประโยชน์ต่อร่างกายที่แตกต่างกันไป จึงจำเป็นต้องระมัดระวังและเลือกให้เหมาะสมเพื่อให้ได้รับประโยชน์สูงสุดต่อสุขภาพ

อาหารประเภทใช้ความร้อนระดับน้อย กลาง อย่างเช่น ผัดผัก ไข่เจียว ผัดกะเพรา ทำน้ำสลัด หรืออบขนม จะใช้ปริมาณน้ำมันไม่มากนักเราสามารถเลือกใช้น้ำมันประเภทใดก็ได้คะ ขอแนะนำให้เลือกใช้ “น้ำมันข้าวโพด” ผ่านกรรมวิธี 100 % ตราเนเชอเรล เป็นน้ำมันที่สกัดมาจากเมล็ดข้าวโพด มี Tocopherol & Phytosterol  ซึ่ง ไฟโตสเตอรอล เป็นไขมันที่พบในน้ำมันพืช ที่ร่างกายสร้างเองไม่ได้ และควรได้รับการบริโภคที่เพียงพอ จะไม่ทำให้ระดับ ไขมันไม่ดี (LDL) ในเลือดสูง และยังลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือดได้อีกด้วย  น้ำมันประเภทนี้จึงเหมาะสมกับทุกเพศทุกวัย สามารรับประทานได้

อาหารประเภทใช้ความร้อนระดับสูง เช่น ผัด ทอด อย่างเมนู ไก่ทอด หมูทอด เฟรนช์ ฟรายส์  ที่ต้องใช้น้ำมันในปริมาณมากๆ ก็ควรใช้น้ำมันที่ทนต่อความร้อนสูง แนะนำเป็น น้ำมันรำข้าว ตราเนเชอเรล เป็นน้ำมันที่สกัดออกมาจากรำข้าว  ซึ่งเป็นส่วนที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงมีทั้งวิตามิน และกรดไขมันหลากหลายชนิดในเมล็ดข้าว ทั้งยังมีคุณสมบัติช่วยต้านอนุมูลอิสระดีกว่าวิตามินอีถึง 6 เท่า และช่วยเพิ่มไขมันดี (HDL) ลดคอเลสเตอรอลที่ไม่ดี (LDL) ดีต่อระบบหลอดเลือด ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ มีโอเมก้า 3,6,9 ช่วยบำรุงสมอง และสร้างสมดุลให้กับฮอร์โมนในสตรีวัยทองได้ รวมทั้งลดความเสื่อมของเซลล์ได้อีกด้วย  ซึ่งน้ำมันรำข้าว ตราเนเชอเรลจะมีด้วยกัน 2 ชนิด คือน้ำมันรำข้าว 100 % โกลด์ ตราเนเชอเรล ที่มีโอรีซานนอลสูงถึง  12,500 ppm และน้ำมันรำข้าว 100 % ตราเนเชอเรล ที่มีโอรีซานนอลกว่า 8,000 ppm เหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัว โดยเฉพาะผู้สูงอายุ สามารถทานได้ และดีต่อสุขภาพ

ต่อไปนี้การเลือกน้ำมันดีๆ มีประโยชน์ที่เหมาะสมกับเมนูอาหารจานโปรดของคุณและคนในครอบครัวก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปแล้วนะคะ แถมยังได้ประโยชน์และมีสุขภาพที่ดีขึ้นอีกด้วย

คุณสามารถติดตามข่าวสารและอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ได้ที่ www.facebook.com/NaturelLivingThailand

ติดตามคำแนะนำจาก กูรูสุขภาพ ทำตามง่าย เห็นผลจริง คลิกเลย!
keyboard_arrow_up