เบาหวาน

ประสบการณ์สุขภาพเบาหวาน ปรับพฤติกรรม ชนะพันธุกรรมโรคเบาหวาน

เบาหวาน
เบาหวาน

ประสบการณ์สุขภาพเบาหวาน ปรับพฤติกรรม ก็หยุดกินยาได้

ประสบการณ์สุขภาพเบาหวาน ในครั้งนี้เราขอยกตัวอย่างเคสดีๆ ที่สามารถชนะโรคเบาหวานได้ เพียงเเค่หันมามองตัวเอง เเละปรับพฤติกรรมอย่างง่าย ก็ชนะเบาหวานจากพันธุกรรมได้

เวลาป่วยเป็นโรคนั้นโรคนี้ ใครต่อใครพากันโทษดื้อๆว่าได้รับมรดกมาจากพ่อแม่หรือบรรพบุรุษหากมิได้ย้อนพิจารณาว่า แท้จริงแล้วเหตุเกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตแบบผิดๆของตัวเราเองเสียมากกว่า

โดยเฉพาะโรคฮิตติดเทรนด์โลกอย่างเบาหวาน ลงเมื่อใครสักคนในครอบครัวเป็นแล้ว สมาชิกที่เหลือก็ทําท่าจะก้มหน้ายอมรับโรคต่อโดยดุษณี ผิดกับ คุณพงศ์พัฒน์ ชวโรกร (อายุ41 ปี) หรือคุณต้น หัวหน้างานสุขศึกษา โรงพยาบาลสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร

เมื่อคนใกล้ชิดทั้งคุณปู่ คุณย่า คุณตา และคุณยายพร้อมใจกันเป็นโรคเบาหวาน เขากลับยิ่งเอาใจใส่สุขภาพมากขึ้น และรีบหาวิธีป้องกัน เพื่อตัดโอกาสไม่ให้โรคร้ายมาเยือนคุณพ่อ คุณแม่ พี่สาว และตนเองค่ะ

วิธีป้องกันตั้งแต่ด่านแรกที่เขาคิดได้ คือ การควบคุมไม่ให้น้ําหนักตัวเกิน เพราะความอ้วนเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของโรคเบาหวาน (ชนิดที่ 2)สอดคล้องกับที่อาจารย์สาทิส อินทรกําแหง กูรูต้นตํารับชีวจิต เตือนว่า ผู้ที่มีไขมันในร่างกายมากเกินไป โดยเฉพาะบริเวณหน้าท้อง มักทําให้เกิดภาวะดื้ออินซูลิน ส่งผลให้น้ําตาลกลูโคสถูกดึงไปใช้ลดลง จนกระทั่งสะสมอยู่ในเลือดมาก จึงทําให้เป็นโรคเบาหวาน

ผักผลไม้ ป้องกันเบาหวาน
กินผักและผลไม้เป็นประจำ ป้องกันโรคเบาหวานได้

กินอย่างฉลาด เลี่ยงอ้วน

หัวโจกเบาหวานจากรูปลักษณ์ภายนอกจะเห็นได้ว่า คุณต้นมีหุ่นฟิตแอนด์เฟิร์ม ปราศจากพุงพลุ้ย สมกับที่เพียรดูแลตัวเอง
ด้านการกินและออกกําลังกายมาตลอด 10 ปีครั้นถามเคล็ดลับก็ได้คําตอบว่า

“พยายามคุมน้ําหนักไม่ให้เกิน 70 กิโลกรัม (สูง 175เซนติเมตร) โดยชั่งน้ําหนักเช็กทุกวัน เมื่อคํานวณแล้วจะได้ค่าดัชนีมวลกายหรือค่าบีเอ็มไอ (BMI: Body Mass Index)ไม่เกิน 25 ซึ่งถือว่าปกติ หากสูงกว่านี้แสดงว่าอ้วน เสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน”

วิธีจัดการน้ําหนักด้วยการกินของคุณต้นมีดังต่อไปนี้

บาลานซ์พลังงาน 3 มื้อ

แต่ละวัน หากปริมาณอาหารที่กินเข้าไปสมดุลกับพลังงานที่ร่างกายต้องการ จะช่วยให้ไม่มีพลังงานส่วนเกินหลงเหลือดังนั้นในขั้นแรก เขาจึงเริ่มจากการสร้างสมดุลพลังงาน“ผมกินให้ร่างกายได้พลังงานไม่เกินวันละ 1,500 กิโลแคลอรีตามสูตรที่เหมาะสําหรับผู้ชาย ก่อนกินจะคํานวณในใจคร่าวๆเป็นอัตโนมัติว่า อาหารมื้อนั้นให้พลังงานเท่าไร เช่น ตอนเช้ากินข้าว 1 ทัพพีให้80 กิโลแคลอรี กับผัดผักรวมมิตรอีก150 กิโลแคลอรี รวมมื้อนี้ก็230 กิโลแคลอรี

มะระ ป้องกันโรคเบาหวาน
กินมะระ ช่วยชะลอการดูดซึมน้ําตาลกลูโคสให้ช้าลง ลดปัจจัยเสี่ยงการเกิดเบาหวาน

“เวลาคํานวณพลังงานจะช่วยให้รู้ว่ามื้อที่เหลือกินเพิ่มได้อีกเท่าไร ยิ่งวันไหนรู้ล่วงหน้าว่ามีรายการพิเศษที่อาจต้องกินเยอะเช่น ไปงานเลี้ยง ติดงานประชุม ก็จะลดกินมื้ออื่นให้น้อยลงที่สําคัญคือ กินแค่พออิ่ม ไม่อิ่มอึดอัด ไม่อย่างนั้นจะได้รับ
พลังงานเกินเหมือนกัน

“นอกจากนี้ผมอ่านฉลากโภชนาการทุกครั้งก่อนกินอาหาร หรือก่อนซื้อของ ดูว่ามีส่วนประกอบอะไรบ้าง ให้พลังงานเท่าไรซึ่งทําจนติดเป็นนิสัยแล้ว จะได้รู้ว่าแต่ละครั้งควรกินในปริมาณเท่าไรถึงพอดี เคล็ดลับอีกอย่างคือ ควรซื้อของกินที่เป็นชิ้นเล็กแทนชิ้นใหญ่ ช่วยให้กะปริมาณการกินต่อครั้งง่ายขึ้น”

ตัดคาร์โบไฮเดรตส่วนเกินแม้ร่างกายจําเป็นต้องใช้คาร์โบไฮเดรตเป็นพลังงานพื้นฐาน แต่ถ้ามีมากเกินไปก็พร้อมที่จะเปลี่ยนเป็นไขมันและน้ําตาลสะสมจนก่อความอ้วน โดยเฉพาะอาหารประเภทข้าวและแป้ง

“ใช้หลักอาหารแลกเปลี่ยน คือ ถ้ามื้อนี้กินอาหารจําพวกคาร์โบไฮเดรตไปแล้ว เช่น ข้าวกล้องขนมจีน วุ้นเส้น ก๋วยเตี๋ยว กวยจั๊บ จะไม่กินซ้ำอีกในมื้อเดียวกัน แม้เป็นอาหารคนละอย่างก็ตาม มื้อเย็นยิ่งเลี่ยงไม่กินเลย เพราะแทบไม่ได้ใช้พลังงานแล้ว ถ้าหิวค่อยกินผลไม้เสริม

“ลดกินอาหารจําพวกแป้งขัดขาว แล้วกินข้าวมันปู ขนมปังโฮลวีต ซึ่งช่วยให้อิ่มอยู่ท้องดีแม้กินในปริมาณไม่มากเท่าข้าวขัดขาว”

จะเห็นได้ว่า อาหารที่คุณต้นเลือกส่วนใหญ่เป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน อุดมด้วยวิตามินและแร่ธาตุนานาชนิด โดยเฉพาะวิตามินบี ซึ่งนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ประเทศสหรัฐ-อเมริกา

สรุปว่า ช่วยให้เกิดการเผาผลาญอย่างมีประสิทธิภาพรวมถึงตับไม่ต้องทํางานหนักเพื่อผลิตอินซูลิน น้ําหนักและน้ําตาลกลูโคสในเลือดจึงไม่พุ่งสูงขึ้น

อ่านต่อ>>วิธีการดูแลสุขภาพสุดเจ๋ง

ติดตามคำแนะนำจาก กูรูสุขภาพ ทำตามง่าย เห็นผลจริง คลิกเลย!
keyboard_arrow_up