7 เทคนิค ดูแลรถ ต้อนรับหน้าฝน เตรียมรถให้พร้อมเพื่อความปลอดภัย

7 เทคนิค ดูแลรถ ต้อนรับหน้าฝน เตรียมรถให้พร้อมเพื่อความปลอดภัย ฤดูร้อนเริ่มจะผ่านไป ฤดูฝนกำลังเข้ามาแทนที่ให้พวกเราได้ชุ่มฉ่ำหัวใจกัน  สิ่งที่หลาย ๆ คนมักกังวลในช่วงหน้าฝนแบบนี้ คงหนีไม่พ้นความปลอดภัยในการขับขี่รถยนต์ท่ามกลางพายุฝนที่อาจเป็นอันตรายและก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายกว่าปกติ มาดูเทคนิคการ ดูแลรถ เตรียมรถของเราให้พร้อมต้อนรับหน้าฝน เพื่อการขับขี่อย่างปลอดภัย หายห่วง ฝนจะตกหนักแค่ไหนก็ไม่กังวล   เตรียมรถให้พร้อมอยู่เสมอ อย่ามองข้ามการเช็คช่วงล่างของรถตัวเองก่อนขับทุกครั้ง ทั้งการเช็คลมยาง เช็คดอกยางรถ เช็คผ้าเบรก รวมถึงเช็คหม้อน้ำให้ดี จะขับรถออกไปไหนก็อุ่นใจหายห่วง   ทัศนวิสัยดี มีชัยไปกว่าครึ่ง เทคนิคสำคัญที่ขอแนะนำนักขับมือใหม่และมือเก๋าต้องรู้ คือทัศนวิสัยของกระจกหน้ารถที่ต้องมองเห็นชัดเจน ไม่มีฝ้าหรือน้ำฝนบดบังถนนด้านหน้ารถเด็ดขาด ควรหมั่นสังเกตการทำงานของก้านปัดน้ำฝนว่าทำงานผิดจังหวะหรือไม่ ซึ่งฝุ่นและคราบสกปรกของก้านปัดน้ำฝนอันเก่าอาจก่อให้เกิดปัญหากับทัศนวิสัยได้ เพราะฉะนั้นต้องไม่ลืมเปลี่ยนใบปัดน้ำฝนทุก ๆ 1-2 ปี และ เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพมาตรฐานปลอดภัย     ถ้ากระจกเราใส ฝนตกหนักยังไงก็ไม่กลัว เคยสงสัยไหม? ทำไมรถหลาย ๆ คันถึงกระจกใสกิ๊กทั้ง ๆ ที่ฝนตกหนัก? ความลับก็คือการเคลือบกระจกด้วยผลิตภัณฑ์คุณภาพที่สามารถป้องกันหยดน้ำฝน ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ที่กำลังเป็นที่นิยมในหมู่คนรักรถโดยเฉพาะช่วงหน้าฝนแบบนี้นั่นเอง   เคลือบกระจกแล้ว ต้องเคลือบไฟหน้ารถด้วย ไม่ใช่แค่เคลือบกระจกหน้ารถเท่านั้น […]

เมื่อประสบปัญหาการเงิน เราควรตั้งหลักด้วยการตั้งสติ!

เชื่อมั้ยคะว่าในชีวิตคนเรานั้นเมื่อเจอปัญหาด้านอื่นๆ เราสามารถจัดการและควบคุมมันได้เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ปัญหาเรื่อง “การเงิน” นั้นมักมีปัจจัยที่เราควบคุมไม่ได้อยู่มาก เช่น มาจากเศรษฐกิจของประเทศ นโยบายภาครัฐ กลไกการตลาด เป็นต้น สิ่งเดียวที่เราจัดการได้คือ การจับจ่ายใช้สอยส่วนตัวและการบริหารรายได้ ดังนั้น เมื่อวิเคราะห์ดูแล้วพบว่าบางปัญหาที่เกิดจากปัจจัยที่อยู่นอกเหนือการควบคุมเราก็ไม่ควรเคร่งเครียดกับสิ่งเหล่านั้นจนเกินไป ตรงกันข้ามควรจัดการหรือแก้ไขปัจจัยใกล้ตัว เช่น การใช้สอย การออมเงิน และการหารายได้พิเศษ กันจะดีกว่า เราเคยได้ยินกันมาบ่อยว่าเงินทองเป็นของนอกกาย แต่เจ้าของนอกกายสิ่งนี้นี่เองที่ก่อให้เกิดความเครียดเป็นอันดับต้นๆ ในชีวิต โดยเฉพาะของคนหนุ่มสาววัยทำงาน ที่ต้องมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินชีวิตมากมาย ที่สำคัญก็คือตราบใดที่ยังต้องสร้างความมั่นคงในชีวิต ความเครียดเรื่องเงินๆ ทองๆ ก็ยังคงอยู่กับเราไปตลอด เมื่อไม่สามารถขจัดความเครียดออกไปได้ ทางออกที่ดีที่สุดคือการจัดการความเครียดให้อยู่หมัดค่ะ วันนี้เรามีวิธีจัดการระบบการเงินที่เป็นทริคเล็กๆ น้อยๆ มาฝาก เผื่อว่าใครจะลองเอาไปทำตามดู จะได้ลดความเครียดเรื่องการเงินในแต่ละเดือนไปได้บ้าง >> ทำรายรับ-รายจ่าย << ตั้งแต่เด็กเรามักถูกสอนว่าให้ทำรายรับ-รายจ่าย เพื่อดูว่าตัวเองใช้จ่ายไปกับสิ่งใดมากที่สุด แต่เมื่อโตขึ้นเรากลับหลงลืม ทั้งที่บัญชีรายรับ รายจ่าย นั้นเป็นกุญแจสำคัญในการจัดการเรื่องเงินในชีวิตของทุกคน จะว่าไปบัญชีรายรับ รายจ่าย นั้นก็เปรียบเสมือนกับไดอารี่บันทึกการใช้เงินในแต่ละวัน เพราะตั้งแต่ตื่นมาเราก็ต้องใช้เงินทำกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าน้ำ ซึ่งการจดว่าเราเสียค่าใช้จ่ายไปกับเรื่องใดบ้างช่วยให้เราปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้เงินได้ถูกต้อง ทั้งยังเป็นเครื่องมือชี้จุดอ่อนด้านการใช้เงินของเราได้เป็นอย่างดี เพราะบางครั้งเรื่องเล็กๆ […]

10 เหตุผลที่ควรออกกำลังกาย เพราะให้คุณได้มากกว่าสุขภาพดี

10 เหตุผลที่ควรออกกำลังกาย เพราะให้คุณได้มากกว่าสุขภาพดี ” เหตุผลที่ควรออกกำลังกาย ” นั่นก็เพราะว่า การออกกำลังกายเป็นสิ่งที่ดีต่อสุขภาพและช่วยลดน้ำหนักได้ในระยะยาว ประโยชน์เบื้องต้นคือ ช่วยยับยั้งความหิว ลดไขมัน เพิ่มการเผาผลาญในร่างกาย เพิ่มการใช้พลังงาน สร้างเซลล์กล้ามเนื้อ เพิ่มความหนาแน่นของกระดูก และช่วยในการผ่อนคลายความเครียด ด้านงานวิจัยมากมายที่ผ่านมามีเหตุผลที่สนับสนุนการออกกำลังกายสม่ำเสมอ ดังนี้ นอนหลับง่ายขึ้น โปรแกรมการออกกำลังกาย 16 สัปดาห์ โดยเดินเร็ว 30-40 นาที หรือออกกำลังกายแบบแอโรบิกชนิดไม่หนักสัปดาห์ละ 4 ครั้ง จะช่วยให้คุณภาพการนอนดีขึ้น หลับได้นานขึ้น และนอนหลับง่ายขึ้น ในผู้สูงอายุที่มีสุขภาพดี เนื่องจากการออกกำลังกายช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ลดความเครียด และทำให้ร่างกายอบอุ่นขึ้น ลดนิ่วในถุงน้ำดี ผู้หญิงที่ออกกำลังกายจะลดโอกาสเสี่ยงการเกิดนิ่วในถุงน้ำดีได้ถึง 30% เมื่อเทียบกับคนที่เฉื่อยชา ไม่ออกกำลังกาย ในการวิจัยพบว่า ผู้หญิงที่นั่งทำงานหรือขับรถมากกว่าสัปดาห์ละ 60 ชั่วโมง มีโอกาสผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดีมากเป็น 2 เท่า ของผู้หญิงที่นั่งน้อยกว่าสัปดาห์ละ 40 ชั่วโมง ป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ ผลการวิจัยพบว่า ผู้ที่ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะมีความเสี่ยงการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่น้อยลง เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ที่ใช้ชีวิตเฉื่อยชา ขาดการออกกำลังกาย […]

3 วิธีรีบมือกับ คนขี้เหวี่ยง เจ้าอารมณ์ และไร้เหตุผล

3 วิธีรีบมือกับ คนขี้เหวี่ยง เจ้าอารมณ์ และไร้เหตุผล เชื่อว่าหลายคนต้องเคยประสบพบเจอกันมาบ้างแน่ๆ ค่ะ กับ คนขี้เหวี่ยง ใจร้อน หงุดหงิดง่าย ซึ่งก็พาทำให้เราอารมณ์บ่จอยตามไปด้วยทุกที แถมยังต้องกลายมาเป็นที่รองรับอารมณ์ และยังส่งผลให้สุขภาพจิตเสียเอาซะดื้อๆ อีก ถ้าอย่างนั้น ก่อนที่จะกดปุ่มอันเฟรนด์บุคคลเหล่านี้ออกไปจากชีวิต ลองมาหาวิธีรับมือสักตั้งกันหน่อยดีกว่า! ใช้ความนิ่งสงบสยบความเคลื่อนไหว ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า ‘ความนิ่ง’ สามารถสยบได้ทุกสถานการณ์จริงๆ ค่ะ เมื่อฝ่ายตรงข้ามร้อนแล้ว ก็ไม่เห็นมีความจำเป็นอะไรที่เราจะต้องร้อนตาม สู้ทำเป็นมองไม่เห็น หรือไม่รู้ไม่ชี้ไปเลยดีกว่า เพราะนอกจากจะไม่เป็นการสร้างความน่าหงุดหงิดรำคาญใจให้กับตัวเองแล้ว ยังช่วยทำให้อีกฝ่ายสงบลงได้ง่ายๆ เนื่องจากไม่มีใครสนใจเขาอีกด้วย ใจเย็นเข้าสู้ การไม่สุมไฟเข้าไปในกองเพลิงที่กำลังร้อนระอุเพิ่ม ถือเป็นเรื่องที่สมควรทำอย่างยิ่งเลยค่ะ ใช้ความใจเย็นเข้าสู้ ดับความร้อนของฝ่ายตรงข้ามด้วยการพูดจาประนีประนอม หรือทำท่าทีอ่อนลงต่อเขา ก็จะสามารถช่วยป้องกันตัวเราเองไม่ให้ถูกลูกหลงจากอารมณ์ร้ายๆ ได้ด้วยเช่นกัน แต่ถึงแม้ว่าในใจลึกๆ ของคุณเอง ไม่ได้ต้องการที่จะทำแบบนั้นเลยก็ตามเถอะ ตีตัวออกห่าง การไม่เอาตัวเข้าไปอยู่ใกล้กับบุคลลประเภทนี้เลย น่าจะเป็นวิธีการรับมือที่ดีที่สุดแล้วก็ว่าได้นะคะ เพราะมันอาจมีส่วนช่วยให้สุขภาพจิตของคุณดีขึ้น และยังทำให้คุณรู้สึกมีความสุขกับการใช้ชีวิตในแต่ละวันเพิ่มมากขึ้นด้วย อันเนื่องมาจากการไม่ต้องนำตัวเราไปอยู่ท่ามกลางสิ่งที่ก่อให้เกิดเป็นมลพิษทางความรู้สึกนั่นเองค่ะ บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ หยุดพูดอะไรตอนที่ อารมณ์ไม่ดี เพราะมันอาจส่งผลเสียต่อตัวคุณ นิสัยไม่น่ารัก ที่ต้องหยุดทำทันที ถ้ายังอยากมีคนคบ […]

4 สาเหตุที่อาจส่งผลให้ อ้วนขึ้น ได้ ภายในข้ามคืน

4 สาเหตุที่อาจส่งผลให้ อ้วนขึ้น ได้ ภายในข้ามคืน ใครว่า  ” อ้วนขึ้น ” เป็นผลมาจากการกินเยอะ อาจไม่จริงเสมอไปนะคะ เนื่องจากยังมีอีกหลายสาเหตุ ที่สามารถทำให้เราอ้วนขึ้นได้โดยไม่รู้ตัว เพราะฉะนั้น ตามมาหาคำตอบกันเลยดีกว่าว่า จะมีปัจจัยอะไรบ้างที่ส่งผลให้เราอ้วนขึ้นได้เพียงแค่ชั่วข้ามคืนเท่านั้น ทานอาหารรสเค็ม ถึงแม้โซเดียมจะเป็นแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย แต่โดยทั่วไปแล้ว ร่างกายคนเราสามารถรับปริมาณโซเดียมได้ไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน เพราะถ้าหากได้รับมากไปกว่านี้ อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างมหาศาล และอาจส่งผลให้ผู้ที่ชอบทานเค็มนั้นน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นถึง 2 กิโลกรัมภายในชั่วข้ามคืนเลยทีเดียว เนื่องจากกลไกของร่างกายจะทำการกักเก็บน้ำโดยอัตโนมัติ เพื่อขับโซเดียมส่วนเกินออกทางไต ทำให้คุณรู้สึกอึดอัด และตัวบวมน้ำขึ้นนั่นเองค่ะ ดื่มน้ำมากเกินไป อะไรที่น้อยเกินไปก็ไม่ดี และอะไรที่มากเกินไปก็ไม่ดีอีกเช่นกันค่ะ โดยเฉพาะในเรื่องของการดื่มน้ำ ตามที่แพทย์หญิงโยะชิคิ โนะบุโกะ ผู้เขียนหนังสือ “กฎแห่งผิวสวย” ได้กล่าวเอาไว้ว่า หลายคนเชื่อว่าการดื่มน้ำมากๆ จะช่วยให้การเผาผลาญดีขึ้น แต่การตั้งใจดื่มน้ำมากๆ ทั้งๆ ที่ไม่ได้กระหายน้ำ เท่ากับเป็นการเติมน้ำเข้าสู่ร่างกายโดยที่ร่างกายไม่ได้ต้องการ ซึ่งการดื่มน้ำมากๆ ก็ไม่ได้ช่วยกระตุ้นการเผาผลาญแต่อย่างใด นอกจากนี้ความสามารถของไตในการขับปัสสาวะนั้นมีขีดจำกัด น้ำส่วนเกินในร่างกายที่ขับออกไปไม่หมด ก็จะส่งผลให้เกิด ‘อาการบวมน้ำ’ ขึ้นได้ค่ะ >>คลิกอ่านข้อมูลเพิ่มเติมที่หน้าถัดไป<<

เพิ่มความสุขในการทำงาน ด้วยการ ” รักงานที่ทำ ” ให้มากขึ้น

เพิ่มความสุขในการทำงาน ด้วยการ ” รักงานที่ทำ ” ให้มากขึ้น เบื่องาน หมดไฟในการทำงาน เบื่อวันจันทร์ อาการที่คนวัยทำงานหลาย ๆ คนต้องเคยเผชิญ มาเพิ่มความสุขในการทำงาน ด้วยการ รักงานที่ทำ ให้มากขึ้น แล้วเราจะพบว่า ความรักนั้นคือ “พลัง” ที่ทำให้เรามุ่งมั่นทำงานต่อไปได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากกว่าที่คิดว่าตัวเราจะสามารถทำได้เสียอีก   ทำไมเราจึงต้อง “รัก” งานที่ทำ คัมภีร์ไบเบิล กล่าวเอาไว้ว่า “ระหว่างความศรัทธา ความหวัง และ ความรัก ความรักยิ่งใหญ่ที่สุด” ในชีวิตการทำงานก็เช่นเดียวกัน ลอง “รัก” งานที่เราทำดู เพราะถ้าเรารักงานนั้นแล้ว ต่อให้ยากหรือ ลำบากเพียงใด เราก็จะรู้สึกสนุก และ อยากทำมันอยู๋ดี คุณชิงซุงฮุน ผู้เขียนหนังสือชื่อ “วิธีเอาตัวรอดจากที่ทำงาน ที่สุดแสนจะน่าเบื่อหน่าย” กล่าวว่า เขาเคยเฝ้ามองคนที่กำลังไปทำงาน เพียงแค่ดูลักษณะท่าทางในการเดิน ก็รู้ได้ทันทีว่า คนคนนี้รักงานที่ทำอยู่หรือไม่ คนที่ไม่รักงานที่ทำ มักจะเดินลากเท้า ตาเหม่อลอย ก้มมองไปที่พื้น สอดมือไว้ในกางเกง […]

แจกสูตรเรียกความสดชื่น กระชับความสัมพันธ์รัก เพื่อป้องกันปัญหารักขม!

“ความรัก” เป็นสิ่งที่ช่วยปลอบประโลมใจจากความทุกข์ ความเศร้าในเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาจากการทำงาน ภาวะเศรษฐกิจ หรือเรื่องราวที่พบเจอในชีวิตประจำวัน และในทางตรงกันข้ามหากความรักที่เรามีดำเนินไปบนความสัมพันธ์ที่ไม่ดี ความรักก็อาจนำมาซึ่งความทุกข์ และความเศร้ามากขึ้นก็เป็นได้ โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่ไม่มีทักษะหรือประสบการณ์เกี่ยวกับความรักที่ดีพอ ไม่มีวิธีที่จะจัดการกับความรัก ของตัวเองอย่างไรเมื่อมาถึงจุดที่ความสัมพันธ์เริ่มไม่ดีเหมือนเก่า จนนำไปสู่ปัญหาทางจิตใจ ในกรณีที่รุนแรงมากๆ อาจนำไปสู่การฆ่าตัวตายเลยก็มี ดังนั้น เพื่อป้องกันปัญหารักขม รักร้าง รักเศร้า คู่รักจำเป็นต้องหาวิธีเรียกความสดชื่นและกระชับความสัมพันธ์รักให้คืนกลับมา จากคำแนะนำต่างๆ ที่มีตัวอย่างให้เห็น จากเพื่อน จากครอบครัว หรือใครที่ไม่รู้ว่าจะเริ่มกระชับความสัมพันธ์รักที่กำลังเปราะบางลงอย่างไร วันนี้เรามีคำแนะนำมาฝาก ลองเอาไปทำตามดู เชื่อว่ารักครั้งนี้จะต้องมีความสัมพันธ์ที่ดีไปอีกยาวนานแน่นอน  ไปดูกันค่ะว่ามีอะไรบ้าง! >> “ฉันรักเธอ” ประโยคประชับรัก << คุณจำได้หรือไม่ว่าครั้งล่าสุดที่คุณบอกรักคนสำคัญนั้นเมื่อไร? หากจำไม่ได้นั่นแสดงว่าคุณไม่ได้บอกรักคนที่คุณรักนานเกินไปแล้วล่ะค่ะ และเมื่อถึงตอนนั้นคุณก็อาจเก้อเขินเกินกว่าจะเอ่ยคำว่าฉันรักเธออีกครั้ง สถานการณ์แบบนี้เกิดขึ้นได้กับทุกคนโดยเฉพาะคู่รักที่ใช้ชีวิตร่วมกันมานาน หลายคู่อาจคิดว่ารักนั้นไม่จำเป็นที่จะต้องเอื้อนเอ่ยกันบ่อย หรือการบอกรักเป็นการกระทำที่เหมาะกับหนุ่มสาวเพียงอย่างเดียว หากคุณคิดอย่างนั้นล่ะก็ขอบอกเลยค่ะว่าคุณต้องเปลี่ยนความคิดเสียใหม่แล้ว เพราะการบอกรักเป็นสิ่งที่เหมาะกับทุกเพศทุกวัย เราทุกคนสามารถบอกรักกันได้ ไม่ใช่เพื่อทำตามประเพณีหรือขนบธรรมเนียมใดๆ หากแต่เป็นการแสดงความรักใคร่และตอกย้ำความรู้สึกของเราที่มีต่อคนรัก เพื่อให้เขามั่นใจ ไว้วางใจและรู้สึกว่ายังคงเป็นที่รักของคู่ชีวิต หลายคนอาจคิดว่าการบอกรักนั้นไม่สำคัญ การกระทำนั้นสำคัญกว่าจริงอยู่ที่การบอกรักต้องมาควบคู่กับการกระทำ แต่หากมีการกระทำเพียงอย่างเดียวชีวิตรักของเราอาจจืดชืดไร้รสชาติ เพราะคำว่ารักนั้นช่วยตอกย้ำความรู้สึกของการมีกันและกันได้ดีที่สุด สำหรับคนที่ยังไม่กล้าบอกรักกับคนรักแบบตรงๆ แนะนำให้บอกรักด้วยการเขียนกระดาษโน๊ตข้อความซึ้งๆ หรือข้อความที่แสดงความห่วงใย เช่น “ดูแลตัวเองดีๆ […]

10 คำถามทดสอบตัวเอง ว่างานที่ทำอยู่คือ งานที่เหมาะกับเรา จริงหรือเปล่า

10 คำถามทดสอบตัวเอง ว่างานที่ทำอยู่คือ งานที่เหมาะกับเรา จริงหรือเปล่า หลังจากที่ทำงานมาสักระยะหนึ่ง เราอาจเริ่มเกิดคำถามขึ้นภายในใจของเรา ว่างานที่เรากำลังทำอยู่นี้ คือ “งานที่ใช่” หรือ ” งานที่เหมาะกับเรา ” จริง ๆ หรือเปล่า หากคุณคือคนหนึ่ง ที่กำลังตั้งคำถามเช่นนี้กับตัวเองอยู่ มาลองทดสอบตัวเองด้วย 10 คำถาม จากหนังสือ “วิธีเอาตัวรอด จากที่ทำงานที่สุดจะน่าเบื่อหน่าย” กันค่ะ   แบบทดสอบว่างานที่ทำอยู่ เหมาะกับเราจริง ๆ หรือไม่ มาทดสอบตัวเองกันว่า งานที่เราทำอยู่นั้น คือ งานที่เหมาะสำหรับเราจริง ๆ หรือเปล่า ด้วย 10 คำถาม ทดสอบตัวเอง ได้แก่ เราเป็นคนเลือกงานที่ทำอยู่ตอนนี้ ด้วยตัวของเราเอง ตอนที่เริ่มต้นทำงานนี้ เราทำงานนี้เพราะอะไร เราตัดสินใจทำเอง หรือได้รับการชักชวนจากผู้อื่น หรือ ถูกใครบางคนบังคับให้ต้องทำงานนี้ เราทำงานนี้มานานกว่าครึ่งหนึ่งของระยะเวลาที่เคยทำงานมาทั้งหมด เมื่อเทียบกับงานที่เราเคยทำมาทั้งหมด เราใช้เวลาในการทำงานนี้มานานแค่ไหนแล้ว นานเกินกว่าครึ่งหนึ่งของระยะเวลาที่เคยทำงานอื่นๆ มาก่อนหรือไม่ […]

4 ข้อผิดพลาด ที่คนเรามักชอบเผลอทำเวลา มีความรัก

4 ข้อผิดพลาด ที่คนเรามักชอบเผลอทำเวลา มีความรัก เคยสังเกตมั้ยคะว่า เวลา มีความรัก คนเรามักชอบเผลอทำในสิ่งที่ผิดพลาดลงไปเสมอ ซึ่งหลายคนๆ ก็อาจเกิดจากความไม่ตั้งใจ แต่หารู้ไม่ว่า มันสามารถส่งผลต่อชีวิตคู่ได้มากเลยทีเดียว แล้วจะมีเรื่องอะไรที่คนมีคู่ต้องระวังบ้างนั้น ตามมาฟังพร้อมกันเลยค่ะ คุณใส่ใจจนฝ่ายตรงข้ามอึดอัด ใครๆ ต่างก็อยากถูกใส่ใจ หรือถูกให้ความสนใจด้วยกันทั้งนั้น แต่รู้มั้ยคะว่า บางทีความสนอกสนใจ หรือใส่ใจมากจนเกินลิมิต ก็อาจสร้างความอึดอัดให้ฝ่ายตรงข้ามได้ด้วยเช่นกัน เพราะทุกคนต่างก็อยากมีเวลาส่วนตัว การเข้าไปจุกจิกกับชีวิตเค้ามากไป คงจะเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยน่ารักสักเท่าไหร่ ทางที่ดี ควรเว้นระยะห่างระหว่างกัน และปล่อยให้ต่างฝ่ายต่างได้ไปทำในสิ่งที่ตัวเองชื่นชอบบ้าง เมื่อเสร็จจากภารกิจตรงนั้นแล้ว ค่อยหันหน้ากลับมาคุยกันใหม่ก็ยังไม่สาย คุณโกรธง่าย แม้กับเรื่องเล็กน้อย ‘อารมณ์โกรธ’ เป็นสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศ ทุกวัย ซึ่งจะว่าไปแล้ว ก็ดูจะเป็นกิริยาที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นะคะ เพราะบางคนอาจใช้ความโกรธเป็นข้ออ้างในการประชดประชัน จนเกิดการทะเลาะเบาะแว้งกันได้ ซึ่งวิธีระงับความโกรธที่ดี อาจต้องเริ่มจากการฝึกตัวเองให้เป็นคนใจเย็น และรู้จักมองหาสาเหตุของเรื่องราวเหล่านั้นซะก่อน จากนั้นค่อยๆ คิดและวิเคราะห์ตามว่า มันใช่เรื่องใหญ่โตที่เราจะต้องมานั่งเสียเวลา และเสียความรู้สึกใส่กันหรือไม่ >>คลิกอ่านต่อหน้าถัดไป<<

8 สิ่งที่คนวัยทำงานควรรู้และเตรียมตัวให้พร้อม เมื่อเราอยากได้ เงินเดือน และ โบนัสเยอะๆ

8 สิ่งที่คนวัยทำงานควรรู้และเตรียมตัวให้พร้อม เมื่อเราอยากได้ เงินเดือน และ โบนัสเยอะๆ ไม่ว่าใคร ก็ต้องการ เงินเดือน และ โบนัสเยอะๆ ด้วยกันทั้งนั้น ยิ่งในช่วงที่มีการประเมินผลงาน เราก็อยากที่จะได้รับคะแนนประเมินเยอะๆ ได้รับการเลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง ได้ขึ้นเงินเดือนเยอะๆ และได้รับโบนัสจำนวนมาก ก่อนที่เราจะเริ่มการประเมินเพื่อขึ้นเงินเดือน และ โบนัส มี 8 สิ่งที่เราควรรู้ ควรพิจารณา และ ทำความเข้าใจให้ดีเสียก่อน เพื่อที่จะสามารถเตรียมพร้อมก่อนการประเมิน   ::: 1. จงเข้าใจสถานการณ์ของบริษัท ::: บริษัท คือ ผู้ที่ให้เงินพนักงาน ดังนั้น หากเราต้องการขึ้นเงินเดือน และ โบนัสเยอะ ๆ เราต้องเข้าใจสภาพของบริษัทให้ดีเสียก่อน หากบริษัทของเรากำลังอยู่ในวิกฤติ การจะเรียกร้อง ขอขึ้นเงินเดือน และ โบนัสจำนวนมาก ก็จะเป็นไปได้ยากตามไปด้วย   ::: 2. จงเข้าใจสถานภาพของตนเอง ::: เงินโบนัส คือ […]

เวลาที่เพื่อนร่วมงานจับกลุ่ม นินทา ใส่ร้ายป้ายสี กัน เราควรร่วมวงหรือหลีกเลี่ยงดี?

เวลาที่เพื่อนร่วมงานจับกลุ่ม นินทา ใส่ร้ายป้ายสี กัน เราควรร่วมวงหรือหลีกเลี่ยงดี? หลายคนอาจรู้สึกว่า การนินทา ว่าร้าย ใส่ร้ายป้ายสี กันนั้น เป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องพบเจอในสังคมการทำงาน ไม่อาจที่จะหลีกเลี่ยงได้ ขึ้นอยู่กับว่า เราจะสามารถรับมือกับพฤติกรรมเช่นนี้อย่างไร และเราจะทำอย่างไร หากต้องตกอยู๋ในสถานการณ์เช่นนี้ วันนี้ Goodlifeupdate ขอนำคำแนะนำดีๆ จาก หนังสือ “วิธีเอาตัวรอด จากที่ทำงานที่สุดแสนจะน่าเบื่อหน่าย” – Short Cut มาฝากทุกคนกันค่ะ   คุณชิงซังฮุน ผู้เขียนหนัสือ “วิธีเอาตัวรอด จากที่ทำงานที่สุดแสนจะน่าเบื่อหน่าย” กล่าวว่า เรื่องส่วนใหญ่ที่ผู้คนนินทา มักจะ “ไม่ใช่เรื่องจริง” และ ไม่มีทางเป็นความจริง 100 เปอร์เซ็นต์ได้เลย อาจจะมีความจริงอยู่บ้าง แต่ก็มักจะถูกใส่สีตีไข่เพิ่มลงไปด้วย และ ต่อให้เรื่องเหล่านั้นเป็นความจริง การพูดถึงเรื่องเหล่านั้นขึ้นมา ก็แทบจะไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อะไรเลย   เราควรร่วมวงนินทา หรือ ควรหลีกเลี่ยง? คุณชิงซังฮุน กล่าวว่า แค่เรยืนอยู่ข้างๆร่วมฟังคำติฉินนินทานั้น ก็เท่ากับว่า เรากำลัง […]

“ช็อกโกแลตเพื่อนยาก” แค่กินถูกวิธีก็ไม่อ้วน แถมช่วยให้อารมณ์ดี

รสชาติหอมหวานและกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ทำให้คนเกือบทั้งโลกคลั่งไคล้เจ้าของหวานที่ชื่อว่า “ช็อกโกแลต” เป็นอย่างมาก ยิ่งเฉพาะยามที่เราเคร่งเครียด เรามักจะคิดถึงของหวานชนิดนี้ขึ้นมาทันที แต่ด้วยความเชื่อและผลกระทบของอาหาร ชนิดนี้ ทำให้หลายคนต้องชะงักเพราะกลัวว่าการกินช็อกโกแลตเพียงเพื่อคลายเครียดจะนำมาซึ่งน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นและปัญหาเรื่องสิวที่ตามมา ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วช็อคโกแลตนั้นไม่ได้เป็นตัวการก่อสิวและไม่ทำให้น้ำหนักขึ้นหากเราเลือกกินอย่างถูกวิธี มิหนำซ้ำยังช่วยให้เราอารมณ์ดีอีกด้วย ไม่เชื่อลองอ่านประโยชน์ของช็อกโกแลตที่เราเอามาฝากดูได้ค่ะ ว่าแล้วก็ไปดูประโยชน์ของช็อกโกแลตกันดีกว่าค่ะ ว่ามีอะไรบ้าง >> ช่วยให้สมองรู้สึกผ่อนคลาย <<    การกินช็อกโกแลตในปริมาณที่พอดี ช่วยเพิ่มคลื่นสมอง Theta ซึ่งเป็นคลื่นสมองที่มักเกิดขึ้นในยามที่สมองรู้สึกผ่อนคลาย รวมถึงสารต่างๆ ในช็อกโกแลตยังช่วยให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่าอีกด้วย นอกจากความอร่อยที่มีเจ้าช็อกโกแลตนี่ยังถือเป็นตัวเลือกที่ดีต่อสุขภาพด้วย เพราะช่วยปรับเปลี่ยนอารมณ์ให้รู้สึกดีขึ้นได้ มีการศึกษาพบว่าใน 1,000 คน พบว่าคนที่กินช็อกโกแลตอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง จะทำให้การทำงานของสมองจะดีขึ้น นอกจากนี้ยังมีการศึกษาที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารชื่อ Appetite ระบุเพิ่มเติมว่าการกินช็อกโกแลตอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งจะช่วยทำให้มีความสามารถในการออกกำลังกาย จดจำหมายเลขโทรศัพท์ สิ่งต่างๆ รวมถึงการทำงานของระบบประสาทมีประสิทธิภาพมากขึ้น อาหารที่มีสาร Flavanols จะช่วยยกระดับการทำงานของสมองได้อีกด้วย >> ช่วยทำให้อารมณ์เยือกเย็นลง <<       ช็อกโกแลตเป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญ มีทั้งคาร์โบไฮเดรตจากน้ำตาล ไขมันจากโกโก้ ซึ่งคาร์โบไฮเดรตเป็นสารที่ให้พลังงานเมื่อกินจะรู้สึกได้ทันทีว่าร่างกายสดชื่นขึ้น ไม่เพียงเท่านี้ สิ่งสำคัญที่ทำให้เรากินช็อกโกแลตแล้วอารมณ์ดีก็คือสารเคมีต่างๆ ที่อยู่ในช็อกโกแลตที่มีมากกว่า 300 ชนิด โดยสารเคมีบางตัวจะกระตุ้นให้เกิดการหลั่งฮอร์โมนจากสมองก็คือ […]

5 วิธีรับมือกับ ความผิดหวัง ความทุกข์ และเรื่องแย่ๆ ในชีวิต

5 วิธีรับมือกับ ความผิดหวัง ความทุกข์ และเรื่องแย่ๆ ในชีวิต ในวันที่มีแต่เรื่องแย่ๆ มองไปทางไหนก็พบเจอแต่สิ่งแย่ๆ และ ความผิดหวัง ที่น่าหดหู่ใจจนไม่อยากจะพบเจอใคร ลองปรับความคิด เปลี่ยนมุมมอง รับมือ และก้าวข้ามผ่านวันแย่ๆ ไปด้วยกัน เพื่อที่เราจะสามารถยิ้มรับวันใหม่ ให้สดใส และเข้มแข็งยิ่งกว่าเดิม   ::: ยอมรับความจริง ::: สิ่งแรกที่เราต้องทำ คือการยอมรับความจริง ว่าชีวิตของคนทุกคนไม่สามารถหลีกหนีจากความทุกข์ได้ มีความสุขก็ต้องมีความทุกข์เป็นของคู่กัน เป็นธรรมดา ในเมื่อหนีไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นสิ่งที่เราทำได้คือการยอมรับการมีอยู่ของความทุกข์นั้น หาทางแก้ไข แล้วก้าวผ่านมันไปให้ได้ ดังที่มีคำกล่าวว่า “เราล้วนผ่านการโดนทำร้ายจิตใจกันมาแล้วทั้งสิ้น มันก็แค่พิธีกรรมอย่างหนึ่งในการใช้ชีวิตของมนุษย์” ::: ยิ้มให้กับตัวเอง ::: ต่อให้รอบตัวคุณไม่มีใครให้พึ่งพิง แต่คุณก็ยังมี “ตัวคุณเอง” ที่สามารถเติมพลังและกำลังใจให้ตัวของคุณเองได้ เมื่อโลกไม่ได้สวยงามอย่างที่คิด ให้ลองหลับตา นับหนึ่งถึงสิบ หายใจลึกๆ พูดกับตัวเองว่า “มันคงดีที่สุดแล้วล่ะ” ก่อนที่จะลืมตาขึ้น ยิ้มให้ตัวเอง และก้าวเดินต่อไป   ::: มองหาต้นเหตุของปัญหา ::: […]

“กรดไหลย้อน” แม้ไม่ใช่โรคอันตราย แต่ก็รบกวนการใช้ชีวิตคนเราได้พอสมควร!

ตอนนี้รอบๆ ตัวของผู้เขียนเต็มไปด้วยคนที่มีอาการ ท้องอืด ท้องเฟ้อ เรอเหม็นเปรี้ยว เนื่องมาจากอาการป่วยที่เรียกว่า “กรดไหลย้อน” กันมากขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ ทำให้มานั่งคิดว่าอาการของโรคนี้เกิดขึ้นจากอะไร ทำไมคนยุคนี้ถึงเป็นกันเยอะ จึงลองไปทำการศึกษาเกี่ยวกับโรคนี้ดูทำให้พบว่ากรดไหลย้อน เป็นปัญหาสุขภาพที่สามารถพบได้ในคนทุกเพศทุกวัย ทั้งหญิงและชาย ตั้งแต่เด็กจนไปถึงผู้สูงอายุ และถือเป็นปัญหาสุขภาพลำดับต้นๆ ของประเทศอีกด้วย โดยส่วนใหญ่คนที่เป็นกรดไหลย้อนมักจะเกิดจากการละเลยการดูแลสุขภาพเล็กๆ น้อยๆ การใช้ชีวิตในปัจจุบันที่มีความเร่งรีบ การทานอาหารที่เต็มไปด้วยไขมัน และมีความเครียด สูง ถึงแม้กรดไหลย้อนจะไม่ใช่โรคที่ส่งผลอันตรายต่อชีวิต แต่หากมีอาการหนักก็ทำเอาทรมานไม่น้อยเลยทีเดียว และยังส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันอีกด้วย บางคนเกิดความชะล่าใจและคิดว่าพวกกรดไหลย้อนมักจะเกิดกับคนสูงวัย เราเองอายุยังไม่มากไม่น่าจะเป็นโรคนี้อันนี้เข้าใจนะคะ เพราะเท่าที่ดูสถิติคนใกล้ตัวที่ป่วยเป็นโรคนี้แล้วพบว่า คนวัยทำงานเป็นมากกว่าคนสูงวัยเสียอีก ไมได้การแล้วค่ะแบบนี้ต้องไปทำความรู้จักเจ้าโรคนี้กันดีกว่า โดยเราได้ไปรวบรวมข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้มาให้คุณผู้อ่านได้อ่านกันแบบเข้าใจง่ายๆ เพื่อจะได้รู้ทันโรค และใครที่ยังไม่เป็นหรือมีภาวะเสี่ยงก็รีบหาทางป้องกันซะเลยก็ดี อย่าลืมว่าเป็นโรคนี้ไม่สนุกเลย เป็นแล้วทรมานนะคะ ร่างกายก็ไม่สบายตัว ไปค่ะเ ราไปทำความรู้จักเจ้าโรค “กรดไหลย้อน” กัน >> รู้จักกับโรคกรดไหลย้อน และอาการเบื้องต้นที่บ่งบอกว่า คุณกำลังเป็นอยู่! << จะเห็นได้ว่าสาเหตุของโรคนี้นั้นมีมากมายค่ะ และบางสาเหตุก็เป็นสาเหตุที่คิดไม่คิดและเล็กน้อยมาก เพราะฉะนั้นจึงไม่น่าแปลกใจเลยที่โรคนี้กลายเป็นโรคยอดฮิตที่ใครๆ ก็เป็นกันได้ โรคกรดไหลย้อนเป็นภาวะที่น้ำย่อยจากกระเพาะอาหารไหลกลับขึ้นไปในหลอดอาหาร จนทำให้เกิดอาการที่มีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย หรือก่อให้เกิดพยาธิสภาพของหลอดอาหารขึ้น อาการสำคัญของโรคกรดไหลย้อน ได้แก่ […]

อาการ ปัสสาวะบ่อย สาเหตุอาจเกิดจากกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

อาการ ปัสสาวะบ่อย สาเหตุอาจเกิดจากกระเพาะปัสสาวะอักเสบ อาการ ปัสสาวะบ่อย มีสาเหตุมาจากโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบจากการติดเชื้อ เพราะเกิดจากเชื้อโรคผ่านเข้าไปทางท่อปัสสาวะ เกิดการติดเชื้อที่กระเพาะปัสสาวะจนอักเสบ เป็นเหตุให้ผู้ป่วยปวดปัสสาวะบ่อย พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายถึง 8 เท่า โดยเฉพาะผู้หญิงวัย 20-40 ปี และผู้หญิงส่วนใหญ่จะเคยเป็นโรคนี้สักครั้งในชีวิต ต้นเหตุของการติดเชื้อมาจาก ลักษณะของท่อปัสสาวะที่สั้น ปากท่อปัสสาวะจึงสามารถติดเชื้อจากสารคัดหลั่งจากช่องคลอดหรืออุจจาระ การติดเชื้อจากการมีเพศสัมพันธ์ รักษาให้หายขาดได้ด้วย การกินยาปฏิชีวินะติดต่อกัน 3-7 วัน กินยาแก้ปวดและแช่น้ำอุ่น ซึ่งจะช่วยให้อาการหายเร็วขึ้น สำหรับคนที่มีอาการปวดท้องน้อย ปวดปัสสาวะบ่อยจนแทบนั่งไม่ติดเก้าอี้ จะส่งผลกระทบต่อการทำงานประจำวันอย่างมาก นอกจากการปวดปัสสาวะกระทันหันอยู่บ่อยครั้งแล้ว เวลาปัสสาวะจะรู้สึกแสบที่ท่อปัสสาวะ ปวดช่วงเอวหรือหัวหน่าว คล้ายกับอาการของโรคกระเพาะปัสสาวะบีบตัวไวเกิน หรือโรคปัสสาวะเป็นเลือด แต่ถ้ามีไข้ก็จะเป็นอาการของโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ วิธีตรวจเช็ค ทำได้ด้วยการตรวจปัสสาวะเพื่อหาอาการอักเสบและเชื้อโรค หากพบเชื้อสามารถรักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะ มีคนไข้หลายคนหายเป็นปกติ แต่ก็กลับมาเป็นอีกในเวลา 2 เดือน หรืออาจบ่อยกว่านั้น ซึ่งอาจเกิดจากการมีเพศสัมพันธ์ แต่ไม่ได้หมายความว่าโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เพียงแต่เชื้อที่อยู่บริเวณช่องคลอด สามารถเล็ดลอดเข้าไปยังท่อปัสสาวะระหว่างการร่วมเพศได้ โดยเฉพาะผู้หญิงวัยทอง เพราะช่องคลอดและท่อปัสสาวะจะแห้ง ยืดหยุ่นน้อยลง ถึงแม้จะไม่มีเพศสัมพันธ์แล้วก็เสี่ยงจะเป็นโรคนี้สูงขึ้นอยู่ดี คลิกอ่านข้อมูลต่อได้ที่หน้าถัดไป

ความเครียดไม่ได้เป็นเรื่องร้ายอย่างที่คิด

เคยมีคนกล่าวเอาไว้ว่า “ความเครียดที่เราเจอในชีวิตนั้นก็เปรียบเสมอนสายไวโอลีน ถ้าเราตั้งสายตึงเกินไปเสียงก็จะแหลมบาดหูและอาจทำให้สายขาดได้ แต่ถ้าเราตั้งสายหย่อนเกินไปเสียงก็จะอับทึบไม่ใส ไม่เกิดความไพเราะเสนาะหู” จากประโยคดังกล่าวทำให้เรามองความเครียดในอีกมุมหนึ่ง นั่นคือความเครียดสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน และมันจะไม่เป็นผลร้ายอะไรกับชีวิต เลยหากเรารู้จักวิธีจัดการกับมันให้ได้ อยู่ที่ว่าใครจะมีวิธีจัดการอย่างไรเท่านั้น และความเครียดก็ไม่ได้เป็นอันตรายเสมอไป คนส่วนใหญ่มักจะมองความเครียดว่าเป็นเรื่องไม่ดีต่อชีวิต และพยายามหลีกเลี่ยงหรือลดความเครียดให้น้อยลง ซึ่งทำแบบนั้นก็ไม่ใช่สิ่งผิดอะไร แต่เราอยากให้ลองคิดในอีกแง่หนึ่งดู อยากให้ลองมองว่าความเครียดก็มีแง่ดี เราสามารถฝึกและเปลี่ยนทัศนคติที่มีต่อความเครียด แล้วใช้มันให้เกิดประโยชน์ กระตุ้นทำให้เราทำงานได้สำเร็จ เราควรเปลี่ยนมุมมองต่อความเครียดใหม่ มองว่าความเครียดมันเป็นเรื่องดี เราต้องเชื่อว่าร่างกายเราถูกสร้างและวิวัฒนาการเพื่อให้รองรับสถานการณ์ที่กดดัน ทำให้เราเข้าสังคม เข้าหาคนอื่นเพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ถ้าอย่างนั้นในบทความนี้เราขอมาขยับความคิดของคุณผู้อ่านไปอีกขั้น เกี่ยวกับการมองความเครียดว่าก็มีส่วนดี ดีในที่นี้คือมันทำให้ชีวิตเราได้มีการพัฒนา แต่ไม่ใช่ให้มองว่าเอาทุกอย่างมาเป็นความเครียดไปซะหมด เรียนรู้ที่จะอยู่กับมันอย่างเข้าใจ ถ้ามันจะหายไปก็เป็นเรื่องน่ายินดีค่ะ เราลองไปดูกันดีกว่าว่า ความเครียดมีข้อดีอะไรบ้าง >> ทำให้ได้เรียนรู้ความไม่แน่นอนในชีวิต <<      คนเรามีสภาวะทางอารมณ์และสุขภาพแตกต่างกัน เรื่องที่ทำให้คนหนึ่งเครียดอีกคนอาจไม่เครียดก็ได้ หรือถ้ากิจวัตรประจำวันของคุณบีบคั้นมากจนไม่มีเวลาได้พักหายใจหายคอ หรือเมื่อเจอเรื่องด่วนแทรกเข้ามาแบบไม่ทันตั้งตัว ความเครียดของคุณก็อาจพุ่งสูงขึ้นจนเกินกว่าจะรับไหว ก่อนที่เราจะเกิดความเครียดขึ้นนั้น เราต้องพบเจอกับเรื่องราวต่างๆ ของชีวิตก่อน และเรื่องราวเหล่านั้นแหละค่ะที่จะทำให้เราได้เรียนรู้ว่าต้องแก้ไขมันยังไง เราต้องก้าวข้ามสิ่งที่เจอนั้นไปให้ได้ เราจะได้บทเรียนและแง่คิดที่ดีในชีวิตคืนมาเสมอจากเรื่องราวเหล่านั้น “ความเครียด” จากเรื่องราวต่างๆ ที่เจอจะสอนให้เรารู้จักความไม่แน่นอนของชีวิต สอนให้รู้ว่ามีความสุขก็ต้องมีความทุกข์ สอนให้มีสติกับสิ่งที่ทำอยู่กับปัจจุบัน สอนให้รู้จักรอเพราะไม่มีอะไรได้ดั่งใจทุกอย่าง และไม่มีใครสักคนบนโลกนี้จะมีชีวิตที่มั่นคงปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ >> […]

อาการปวดตา ตามัว ตาล้า จากการมองจอ Computer Vision Syndrome (CVS) โรคฮิตติดจอของคนยุคใหม่

อาการปวดตา ตามัว ตาล้า จากการมองจอ Computer Vision Syndrome (CVS) โรคฮิตติดจอของคนยุคใหม่ ในยุคนี้คงปฏิเสธไม่ได้สำหรับเทคโนโลยีสื่อสาร ที่อำนวยความสะดวกต่างๆ ที่ใช้ในการทำงาน และใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต ฯลฯ เมื่อใช้ติดเป็นเวลานานๆ ล้วนมีความเสี่ยงต่อโรค CVS ทั้งสิ้น  แถมโรคนี้ยังใกล้ตัว ชนิดที่แทบจะอยู่คู่กับคนยุคใหม่ และชาวออฟฟิศเลยทีเดียว  แต่หลายท่านอาจจะยังไม่คุ้นหูกับชื่อโรคนี้มากนัก แต่ถ้านึกถึง อาการปวดตา ตามัว ตาล้า ที่เกิดขึ้นหลังจากที่จ้องหน้าจอนานๆ อาจจะรู้สึกคุ้นเคยเป็นอย่างดี นพ. พิชิต นริพทะพันธุ์ จักษุแพทย์ TRSC ศูนย์เลสิคนานาชาติ จะมาให้ข้อมูลเพื่อความเข้าใจยิ่งขึ้นค่ะ   ทำความรู้จักกับ Computer Vision Syndrome (CVS) Computer Vision Syndrome (CVS) พบได้ทุกเพศทุกวัย ที่มีการใช้คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต ฯลฯ ติดต่อกันเป็นเวลานานเกิน 2 ชั่วโมงขึ้นไป และ อยู่ในที่มีความสว่างไม่เพียงพอ หรือ เกิดจากความสว่างของหน้าจอที่ปรับไว้ไม่เหมาะสมในขณะใช้งาน   อาการของ Computer […]

สมาธิสั้น ทำงานไม่รอบคอบ ความจำสั้น อาการของคนวัยทำงานที่แก้ไขได้ ง่ายนิดเดียว!

สมาธิสั้น ทำงานไม่รอบคอบ ความจำสั้น อาการน่าหนักใจของคนวัยทำงานที่แก้ไขได้ ง่ายนิดเดียว! สมาธิสั้น ทำงานไม่รอบคอบ ความจำสั้น อาการน่าหนักใจ ที่ทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานของเราลดลง มาดูกันว่า อาการเบื้องต้นของคนเป็นสมาธิสั้นนั้น มีอาการเป็นอย่างไรบ้าง   อาการของโรคสมาธิสั้น ทำงานผิดพลาด เพราะความไม่รอบคอบอยุ๋บ่อยครั้ง รู้สึกเหมือนตัวเองไม่มีความกระตือรือร้น ความจำสั้น จดจำเรื่องต่างๆ ไม่ค่อยได้ เช่น จำวันส่งงานผิด ทำงานผิดไปจากที่คุยกันเอาไว้ อยุ่บ่อยครั้ง หากเรากำลังมีอาการเช่นนี้ และอาการเหล่านี้เริ่มส่งผลเสียต่องานที่เรากำลังทำอยู่ นี่คืออาการเบื้องต้นของ โรคสมาธิสั้น   หากเราเป็นคนหนึ่งที่มีอาการสมาธิสั้น ทำงานไม่รอบคอบ ขี้หลง ขี้ลืม ทำงานผิดพลาดอยู่บ่อยครั้ง มาดูเทคนิคการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รอบคอบ และเป็นระบบมากขึ้นกันค่ะ ::: ทำงานให้เสร็จทีละชิ้น ::: คนบางคนสามารถจดจ่ออยู่กับเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญได้ทีละเรื่องเท่านั้น ดังนั้น เราจคงไม่ควรทำงานพร้อมกันหลายชิ้น เพราะนอกจากจะทำให้เราสับสน ต้องสลับความคิดไปมา ต้องเสียเวลากับการปรับความคิดให้เข้ากับงานแต่ละชิ้นแล้ว ยังทำให้ความคิดของเราไม่ต่อเนื่อง แทนที่จะทำงานชิ้นเดียวให้เสร็จอย่างลื่นไหลไปเลย ก็ต้องมาสะดุดไปมา เพราะการสลับไปทำงานอื่น ดังนั้น เราจึงควรทำงานให้เสร็จทีละชิ้น เป็นชิ้นๆ ไป […]

keyboard_arrow_up