“หยุด” ทำสิ่งเหล่านี้ แล้วชีวิตจะ “แฮปปี้” ขึ้นแบบทันตา ไม่เชื่อลองดู!

ในช่วงชีวิตของคนเราที่ผ่านมา อาจมีเวลาที่เราพลาดอะไรดีๆ ไปหลายครั้ง เพราะการกระทำ หรือความคิดที่มาคอยปิดกั้นตัวเอง แม้แต่การไม่เปิดใจรับอะไรใหม่ๆ ให้เข้ามาในชีวิตบ้างเลยก็ตาม อย่าลืมว่าโลกนี้มันกว้าง มีอะไรให้เราได้ทำอีกตั้งมากมาย บางครั้งสิ่งที่เราทำอยู่ อาจบดบังสิ่งดีๆ ที่เราจะได้พบเจอ หรือได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ เพระฉะนั้น เรื่องราวที่เราเอามาฝากกันในวันนี้ เป็นสิ่งที่เราอยากให้ทุกคนลอง “หยุด” ทำมันดู  แล้วลองปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต ของตัวเองดูใหม่ เพื่อชีวิตที่ดีขึ้นแบบทันตา หากใครไม่เชื่อ ต้องลองพิสูจน์ดู!! >>หยุดโกหกตัวเอง<< คนเราจะโกหกอะไรก็โกหกได้ค่ะ แต่อย่าโกหกตัวเองเลย เพราะการโกหกตัวเองจะทำให้คุณไม่อยู่กับความเป็นจริง ซึ่งจริงๆ แล้วคุณเองก็รู้อยูเต็มอกว่าความจริงคืออะไร เพียงแต่คุณไม่ยอมรับมันเท่านั้น ยิ่งถ้าคุณโกหกตัวเองบ่อยๆ จะทำให้คุณไม่สามารถอยู่กับชีวิตตามความเป็นจริงได้ และต่อไปคุณจะเผชิญหน้ากับความเป็นจริงได้แบบยากลำบาก แต่ถึงอย่างไรเสียคุณก็ยังต้องก้าวไปเจอกับความเป็นจริงแบบเลี่ยงไม่ได้อยู่แล้ว บางคนอาจบอกว่าการโหหกตัวเองเป็นเรื่องที่ดี เพราะจะเป็นการป้องกันความเสียใจที่จะเกิดขึ้นกับตัวเราได้ เช่น เมื่อเราเจอเรื่องเศร้าเราก็โกหกตัวเองไปว่าเราไม่เศร้านะ เรื่องนั้นมันไม่ได้ใหญ่โตอะไรขนาดนั้น แต่การโกหกตัวเองบ่อยๆ มันอาจลามไปถึงขั้นหลอกคนอื่นไปด้วย มันจะกลายเป็นการหลอกแบบมาราธอนแบบนี้ก็ไม่ไหวนะคะ เพราะอย่างไรเสียเราก็ต้องมาเผชิญกับความจริงอันน่าเศร้านั้นอยู่ดี สู้ชนกับมันไปเลยดีกว่า ให้รู้ไปเลยว่าเป็นยังไง อย่ามัวโกหกตัวเองอยู่เลย มันไม่มีประโยชน์หรอกค่ะ >>หยุดยึดติดกับอดีต<< เราทุกคนย่อมมีอดีตด้วยกันทั้งนั้น เพราะสิ่งที่ผ่านมาทั้งหมด คืออดีต แม้แต่สิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นไปเมื่อวานมันก็คืออดีตไปแล้ว และหลายคนมักจะพูดว่าอดีตมีไว้ให้เรียนรู้แต่ไม่ใช่ให้จมอยู่กับมัน ชีวิตคุณจะไม่มีวันไปไหนถ้ายังยึดติดกับเรื่องเดิมๆ คิดว่าชีวิตมันต้องเป็นแบบเมื่อวาน […]

พักผ่อนและผ่อนคลาย แบบ Self-Care คือการดูแลตัวเองอย่างเป็นองค์รวม

เท่าที่ผู้เขียนได้ไปอ่านเจอบทความ หรือข้อซักถามเกี่ยวกับสุขภาพของคนที่มักจะป่วยบ่อยๆ ทำให้พบว่าปัญหาหลักที่ทำให้คนส่วนใหญ่ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายสุขภาพที่ต้องการได้คือ การไม่ให้เวลาดูแลสุขภาพ ตัวเอง ลองสังเกตดูดีๆ ถึงด้านใดของชีวิตคนเราหากกำลังไปได้ดี คนเราจะให้เวลาและใส่ใจกับด้านนั้นๆ ของชีวิตมากกว่าด้านอื่นๆ ที่ยังต้องปรับปรุง เช่น หากหน้าที่การงานกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น แต่สุขภาพกลับย่ำแย่ลง นั่นบ่งบอกถึงว่าคุณกำลังทุ่มเทเวลา  และความสนใจไปในด้านการงานมาก และไม่ให้เวลากับสุขภาพตัวเองเท่าไรนัก อันที่จริงแล้วการที่เราให้เวลากับร่างกายและใจของเราไม่ได้ให้ผลแค่รูปร่างดีและจิตใจแจ่มใส แต่จะได้ผลดีในทุกๆ ด้านของชีวิต เพราะไม่ว่าจะทำอะไรก็ต้องอาศัยร่างกายที่แข็งแรงกับจิตใจที่ปลอดโปร่งทั้งนั้น นั่นคือเมื่อเลือดสะอาดและร่างกายได้รับสารอาหารจากการกินอาหารที่มีประโยชน์และปลอดสารพิษ อวัยวะต่างๆ จะทำงานได้ดีขึ้น ไม่เพียงแต่ร่างกายจะมีสุขภาพดีขึ้น ความคิดและอารมณ์ก็จะดีขึ้นเป็นเงาตามตัว ส่งผลให้ทำงานและทำกิจกรรมอื่นๆ ได้ดียิ่งขึ้น ทีนี้เราลองไปดูกันดีกว่าค่ะว่าการดูแลสุขภาพตัวเองอย่างเป็นองค์รวม ที่เรียกว่า Self-Care นั้นควรต้องทำอะไรอย่างไรบ้าง เมื่อรู้แล้วก็ลองนำไปปฏิบัติตามกันดู เพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาวยังไงล่ะคะ >>การนอนหลับให้ถูกต้อง<< การนอนหลับอย่างเต็มที่ แบบที่เรียกว่าหลับอย่างมีคุณภาพ ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญในการดำรงชีวิต นอกจากเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายมีโอกาสได้ซ่อมแซมเซลล์และอวัยวะต่างๆ ที่ใช้งานมาในแต่ละวันแล้ว ยังเป็นการเสริมสร้างในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเจริญเติบโต ความแข็งแรง หรือการปรับสมดุลต่างๆ ด้วย หากคุณเป็นคนหนึ่งที่คิดว่า นอนน้อยแต่ยังทำงานได้ประสิทธิภาพหรือได้คุณภาพชีวิตเท่าเดิม ขอให้คิดใหม่ค่ะ เพราะนอกจากการนอนหลับไม่เพียงพอจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำให้ระบบภายในรวนแล้ว ยังมีผลกระทบต่อสุขภาพได้อีก เช่น ความจำและการตัดสินใจไม่ดี ไม่สดชื่น เหนื่อยล้า น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นได้ง่าย เจ็บป่วยบ่อย […]

“อ่านหนังสือ” หนึ่งในงานอดิเรกสลายเครียด

มีคนเคยพูดเอาไว้ว่า “การอ่านหนังสือ คือการซื้อประสบการณ์” เวลาที่อยากเริ่มต้นทำอะไรใหม่เราไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการลองผิดลองถูกด้วยตัวเองเสมอไป การอ่านหนังสือคือการอ่านประสบการณ์หลายร้อยชั่วโมงของคนที่ลองผิดลองถูกมาก่อน และสรุปผลให้เราเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเวลาเป็นสิ่งมีค่า เมื่อมีเวลาคนเราก็จะมีความสุข นี่คือคำกล่าวให้เห็นถึงข้อดีของการ “อ่าน” โดยแม้จริง และเรายังมองไม่เห็นเลยว่า การอ่านหนังสือ นั้นมี “ข้อสัย” อะไรบ้าง นอกจากนี้การอ่านหนังสือช่วยพัฒนาทักษะการทำงานแล้วยังช่วยขจัดความเครียดและความกังวลได้อีกด้วย โดยธรรมชาติแล้วเวลาเจอวิกฤตหรือความเครียด มนุษย์จะมีมุมมองที่แคบลง ทำให้เอาแต่คิดถึงแต่เรื่องตรงหน้า จนนึกวิธีแก้ปัญหาที่ต่างออกไปจากเดิมไม่ออก และหลงลืมไปว่า การอ่านหนังสือสามารถช่วยแก้ปัญหาได้ แค่เรารู้วิธีจัดการหรือวิธีแก้ปัญหา และคิดว่าน่าจะผ่านมันไปได้ ความเครียดก็จะลดลงจนสัมผัสได้ หลายคนก็มีวิธีในการผ่อนคลายความเครียดแตกต่างกันออกไป บางคนก็เลือกออกไปดูหนัง ฟังเพลง กินข้าวกับเพื่อนฝูง ปาร์ตี้ ท่องเที่ยว อะไรก็ว่ากันไปแต่ถ้าหากคนที่มีความรู้สึกว่าไม่ได้อยากออกไปทำอะไรแบบนั้นแต่ไม่รู้จะผ่อนคลายความเครียดให้กับตัวเองได้อย่างไร แนะนำว่าให้ลองหาหนังสือดีๆ ที่ชื่นชอบสักเล่มมาอ่านแล้วจะช่วยให้ความเครียดของคุณหายไปได้ เราไปดูข้อดีของการอ่านหนังสือที่นอกจากจะได้ความรู้แล้ว ยังช่วยคลายเครียดได้อีกด้วย “อ่านหนังสือ” หนึ่งในงานอดิเรกสลายเครียด หนังสือที่ว่านี้ควรต้องเลือกก่อนว่าเป็นหนังสือที่ตนเองให้ความสนใจ เช่น หนังสือนวนิยาย หนังสือการ์ตูน หนังสือประวัติศาสตร์ สารคดี การสืบสวน และอื่นๆ อีกมากมาย ต้องเลือกเอาที่ตนเองชื่นชอบจากนั้นให้เริ่มอ่านตั้งแต่หน้าแรกโดยสมองไม่ต้องไปคิดถึงเครื่องเครียดๆ อะไรมากนัก ให้ลองอ่านพร้อมตั้งสมาธิไปยังตัวหนังสือทุกตัวที่ผ่านเข้าสู่สายตาไปยังสมองของเรา ธรรมชาติของมนุษย์สมองจะสามารถคิดได้ทีละเรื่อง ดังนั้นหากสมองของเรากำลังคิดเรื่องของตัวหนังสือที่ผ่านเข้ามาในหัวสมองก็จะไม่สามารถคิดเรื่องเครียดก่อนหน้านี้ได้ เป็นวิธีการคลายเครียดที่ดีอย่างหนึ่งโดยไม่ต้องพึ่งพาอะไรให้ยุ่งยากแค่หนังสือเล่มเดียวก็ทำให้ความเครียดเหล่านั้นหายไปได้ไม่มากก็น้อย การอ่านหนังสือ […]

“Phantom Vibration Syndrome” อาการหลอนคิดว่ามือถือสั่น คุณเป็นหรือเปล่า ?

“Phantom Vibration Syndrome” อาการหลอนคิดว่ามือถือสั่น คุณเป็นหรือเปล่า ? ยุคนี้เรามักจะสังเกตเห็นว่า ทุกๆ คนล้วนมีสมาร์ทโฟนหนึ่งเครื่องติดตัวไว้คอยอัพเดตข่าวสารอยู่ตลอดเวลา แต่ในทางกลับกัน มันอาจก่อให้เกิด อาการหลอนคิดว่ามือถือสั่น หรือ Phantom Vibration Syndrome ขึ้นได้อย่างไม่ทันตั้งตัว อาการหลอนคิดว่ามือถือสั่น คืออะไร ? มีรายงานว่าผู้คนมากกว่า 68% มีอาการหลอนเพราะมือถือสั่น ทั้งๆ ที่ความเป็นจริงแล้วโทรศัพท์นั้นไม่ได้สั่นและไม่มีแจ้งเตือนอะไรเกิดขึ้น ซึ่งที่เป็นเช่นนี้สาเหตุส่วนหนึ่งอาจมาจากการใช้งานโทรศัพท์มือถือมากจนเกินไป โดยอาการที่ว่านี้ไม่ใช่กลุ่มอาการของโรคร้ายแรงอะไร แต่เป็นเพียงอาการหลอนของประสาทสัมผัสที่สมองรับรู้ถึงความรู้สึกที่ไม่มีอยู่จริง พบได้ในผู้ที่ชอบตั้งมือถือเป็นระบบสั่นเอาไว้ ด้าน Dr. Larry Rosen นักวิจัยด้านจิตวิทยาที่ทำการศึกษาเรื่องผลกระทบของเทคโนโลยีที่มีต่อจิตใจบอกว่า “บางอย่างในสมองของเราเริ่มสั่งการให้เราหันไปดูมือถือ ซึ่งถ้าเป็นเมื่อ 5 หรือ 10 ปีก่อน ถ้าเรารู้สึกคันตรงกระเป๋ากางเกงที่ใส่มือถือ สิ่งที่ทำก็คือก็เอื้อมมือลงไปเกา แต่ถ้าเป็นตอนนี้สมองจะสั่งให้ล้วงมือถือขึ้นมาดูหน้าจอก่อน นี่คือตัวอย่างว่ามือถือกำลังเปลี่ยนแปลงวิธีการที่สมองของเราประมวลผลข้อมูล พฤติกรรมแบบนี้เหมือนการถูกครอบงำจากมือถือ หลายคนมักจะหยิบมือถือขึ้นมาดูบ่อยๆ เหมือนมีอาการหมกมุ่นกับมันมากจนเกินไป ซึ่งคนเหล่านี้ไม่ต่างกับคนที่มีอาการย้ำคิดย้ำทำ ยิ่งสมัยนี้คนเราอยู่กับมือถือตลอดเวลา จึงทำให้เกิดอาการแบบนี้ได้ง่ายๆ” แม้หลายคนจะมองว่าอาการเหล่านี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันสักเท่าไหร่ เพราะเพียงแค่หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดู ก็สามารถช่วยคลายความกังวลใจได้แล้ว แต่ถึงอย่างนั้นวิธีแก้ไขเบื้องต้นอาจทำได้จากการตั้งมือถือเอาไว้ให้ห่างตัว การหางานอดิเรกอย่างอื่นทำนอกเหนือจากการจดจ่ออยู่กับโทรศัพท์มือถือ […]

รู้ไว้เถิดว่าความสุขที่แท้สร้างได้ เพราะสิ่งที่เรามองเห็น ขึ้นอยู่กับสิ่งที่เรามองหา!

หลายๆ คนที่ได้อ่านเจอบทความดีๆ หรือข้อคิดสอนใจในการจัดการกับความทุกข์ในตัวเองออกไปได้แล้ว ตอนนี้ก็ถึงเวลามาจัดการกับความสุข ของตัวเองกันดูบ้าง อย่างที่เราได้เคยพูดกันมาบ่อยๆ แล้วว่าความสุขหรือความทุกข์ทุกอย่างล้วนอยู่ที่ใจของตัวเราเองทั้งนั้น ดังนั้นตัวการแรกที่ต้องเริ่มสะสางก็ต้องเริ่มจากจิตใจของเราเองเป็นอย่างแรกก่อนค่ะ แล้วปัจจัยอะไรล่ะที่ทำให้คนเรามีความสุข? อันนี้ถือเป็นคำถามที่ตอบได้ยาก เพราะว่าแต่ละคนมีรสนิยมในการเสพความสุขที่แตกต่างกันไป บางคนเพียงแค่ได้นั่งอยู่เงียบๆ คนเดียว มีเวลาเป็นส่วนตัวสักวันละ 1 ชั่วโมง 2 ชั่วโมง ก็ถือว่าเป็นความสุขมากแล้ว ในขณะที่บางคนกลับมองว่าการจะมีความสุขได้นั้นจะต้องเกิดจากการเดินทางไปท่องเที่ยวยังต่างประเทศ นอนแช่น้ำในอ่างจากุชชี่สุดหรู จิบไวน์เคล้าเสียงเพลงคลอเบาๆ และมีมือนุ่มๆ ของคนรู้ใจคอยนวดหลังนวดไหล่ให้อยู่ไม่ห่าง จะเห็นได้ชัดเจนว่าความสุขเกิดจากความต้องการส่วนตัวของแต่ละบุคคลล้วนๆ และเกิดจากตัวคุณเองล้วนๆ ความสุขเป็นความรู้สึกเหมือนกันกับความทุกข์ ถ้าจิตใจเราสามารถสร้างและขจัดความทุกข์ออกไปได้ด้วยตัวเองแล้ว จิตใจของเราก็ย่อมจะสร้างและขจัดความสุขออกไปจากใจเราได้ด้วยตัวเราเองเช่นกัน ในที่สุดแล้วก็จะมีความสุขได้ พื้นฐานที่ง่ายที่สุดคือการเปิดใจให้กว้าง และมองโลกในแง่ดีเข้าไว้ ลด ละ เลิกความวิตกกังวล และเหตุปัจจัยที่ทำให้เกิดทุกข์ทั้งหลายทิ้งไป ฝังกลบความวุ่นวายในจิตใจ รวมทั้งความต้องการต่างๆ นานาลงไปดูสักครู่ แล้วคุณจะรู้ว่า…ความสุขนั้นสร้างได้ เลือกรับแต่สิ่งที่ดี เรามักจะเคยได้ยินประโยคที่ว่า คุณจะเป็นดั่งเช่นสิ่งที่คุณกิน หรือ You are what you eat ซึ่งเป็นประโยคอมตะที่ได้รับการพิสูจน์มานานแล้วว่าเป็นความจริง แต่ประโยคนี้จะเป็นการให้ความสำคัญกับสิ่งที่ได้รับทางการคืออาหารการกินเท่านั้น หรือให้ความสำคัญเฉพาะกับกระเพาะอาหารและลิ้น ในขณะที่ ตา หู […]

เทคนิคจัดการความโกรธ แบบมืออาชีพ ไม่วีน ไม่เหวี่ยง ไม่เสียหน้า

เทคนิคจัดการความโกรธ แบบมืออาชีพ ไม่วีน ไม่เหวี่ยง ไม่เสียหน้า ปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกวันนี้ สาวๆ หลายคนมักต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่มีส่วนทำให้เกิดอารมณ์ ‘โกรธ’ หรือ ‘รู้สึกไม่พอใจ’ กันอยู่บ่อยครั้ง การมี เทคนิคจัดการความโกรธ จึงถือเป็นเรื่องจำเป็นที่เราทุกคนควรฝึกให้ติดเป็นนิสัย ซึ่งก็เพื่อการหัดควบคุมไม่ให้เผลอหลุดวีนเหวี่ยง หรือชักสีหน้าใส่ใคร เนื่องจากมันอาจส่งผลให้ตัวเราเองดูแย่ในสายตาของคนรอบข้าง อีกทั้งยังเกิดเป็นภาพลักษณ์ที่ดูไม่งามอีกด้วย เพราะฉะนั้น เราจะมีวิธีจัดการกับสิ่งเหล่านี้อย่างไร ก่อนที่จะเผลอแสดงเป็นตัวร้ายในละครหลังข่าวใส่คนใกล้ตัว เดี๋ยวตามมาฟังไปพร้อมกันเลยค่ะ รู้ให้ทันอารมณ์โกรธที่กำลังเกิดขึ้น สาวๆ รู้มั้ยคะว่า การฝึกตัวเองให้รู้ทันกับอารมณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายในใจเราได้นั้น ข้อดีคือนอกจากจะทำให้เรามีสติติดอยู่กับเนื้อกับตัวตลอดเวลาแล้ว มันยังช่วยสอนให้รู้จักกับความยับยั้งชั่งใจ และไม่ทำในสิ่งที่ขาดสติลงไป จนเกิดเป็นผลเสียทั้งต่อตัวเองและคนรอบข้างอีกด้วย เพราะมิเช่นนั้น ผลกระทบที่ตามมาอาจรุนแรงเป็นวงกว้าง และไม่สามารถย้อนกลับมาแก้ไขในสิ่งที่ทำพลาดอะไรได้เลย ใช้ความตลกสยบความเคลื่อนไหว ไหนๆ บางครั้งบางตอนชีวิตของคนเราก็คือการแสดงแล้ว ถ้าอย่างนั้นการเล่นบทละครตบตาทุกคนโดยการแสร้งว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องขำๆ ไม่จริงจัง กลบเกลื่อนความโกรธโมโหที่สุมอยู่ภายในใจ ก็ดูจะเป็นผลดีทั้งต่อตัวคุณเองและคนรอบข้าง เพราะสถานการณ์ตึงเครียดอาจเริ่มคลี่คลายลงได้จากรอยยิ้มและเสียงหัวเราะสนุกสนาน แม้ว่าในใจลึกๆ ของคุณเองอาจไม่ได้รู้สึกมีอารมณ์ร่วมด้วยก็ตามเถอะ หันหน้าหนีปัญหา สาวๆ หลายคนคงรู้ดีว่าการแก้ไขปัญหาสถานการณ์เฉพาะหน้าที่ดีที่สุด คงหนีไม่พ้นการพาตัวเองเดินออกจากที่ตรงนี้ไปอย่างเงียบๆ ซึ่งการเดินหนีต้องไม่ใช่การเดินหนีปัญหานะคะ แต่ต้องเป็นการเดินหนีเพื่อไปปรับเปลี่ยนอารมณ์ให้รู้สึกดีขึ้นแล้วค่อยกลับมาเจรจาด้วยเหตุผลกันใหม่ เพราะถ้าหากยังปล่อยให้ความรู้สึกขุ่นมัวเกิดขึ้นอยู่แบบนี้ต่อไปล่ะก็ คงไม่มีทางที่จะเกิดผลดีขึ้นอย่างแน่นอน มองหาทางระบายกับใครสักคน เราเชื่อว่าหนทางที่ดีที่สุดอีกอย่างหนึ่งในการจัดการกับอารมณ์โกรธหรือความไม่พอใจนั่นก็คือ […]

วิธีให้อภัย และ ปล่อยวาง ความโกรธ เมื่อรู้สึกโกรธเกลียดใครสักคน

วิธีให้อภัย และ ปล่อยวาง ความโกรธ เมื่อรู้สึกโกรธเกลียดใครสักคน เชื่อหรือไม่ว่า ความรู้สึกโกรธเกลียดใครสักคน นอกจากจะทำให้เราไม่มีความสุข เครียด กังวลแล้ว ยิ่งเราเกลียดคนอื่นมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้สมองของเราเหนื่อยล้า ประสิทธิภาพลดลงอีกด้วย วิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุด คือการ ให้อภัย และ ปล่อยวางความโกรธนั้นออกไป เพื่อตัวของเราเอง   ::: ยิ่งเกลียดคนอื่นมากเท่าไหร่ สมองของเราก็ยิ่งเหนื่อย ::: หนังสือ “สมองหายล้า ชีวิตก็หายเหนื่อย” สำนักพิมพ์ Short Cut เขียนเอาไว้ว่า สิ่งที่ทำให้สมองของเราเหนื่อยมากที่สุดคือ ความเกลียด เมื่อใจเรารู้สึกเกลียดสมองของเราก็จะเข้าสู่โหมดพร้อมต่อสู้ เมื่อความคิดที่ว่า “จัดการมันเลย!” แล่นเข้ามาในหัว ร่างกายของเราก็จะเต็มไปด้วยฮอร์โมนนอร์อะดรีนาลิน ความดันเลือดพุ่งสูงขึ้น เริ่มหายใจขัด เอชพีเอ (HPA ย่อมาจาก hypothalamic – pituitary – adrenal axis) เป็นการตอบสนองระหว่างกันและกันของอวัยวะต่างๆ ซึ่งเป็นส่วนหลักของระบบประสาทต่อมไร้ท่อที่ควบคุมการตอบสนองของร่างกายต่อความเครียด เมื่อระบบประสาทซิมพาเทติกตื่นตัว จะทำให้เอชพีเอทำงาน  หากปล่อยให้ร่างกายของเราตกอยู่ในสภาพเช่นนี้นานๆ ย่อมไม่ดีต่อสุขภาพของเราอย่างแน่นอน […]

รักเราไม่เก่าเลย : วิธี รักษาความสัมพันธ์ ให้สดใส หวานชื่นอยู่เสมอ

รักเราไม่เก่าเลย : วิธี รักษาความสัมพันธ์ ให้สดใส หวานชื่นอยู่เสมอ ชีวิตคู่ เมื่อดำเนินมาถึงจุดหนึ่ง ก็อาจจะเกิดความรู้สึกไม่มั่นใจ ไม่ไว้ใจ ไม่เชื่อใจ หรือหึงหวงกันขึ้นมาได้บ้างเป็นธรรมดา แต่ความรู้สึกใดๆ ก็ตาม เมื่อมันมีมากเกินไป ไม่อยู่ในระดับที่พอดี บางครั้งเราอาจผูกมัดพันธนาการคนรักของเราด้วยความไม่ไว้ใจ จนอาจทำให้ชีวิตคู่ของเราตึง หรือ หย่อนจนเกินไป ไม่มีความสุข และความสัมพันธ์เริ่มสั่นคลอนลงไปได้ วันนี้ Goodlifeupdate จึงอยากแนะนำวิธีการ รักษาความสัมพันธ์ ให้ชีวิตคู่ของเรายังคงหวานชื่น ยืนยาวอยู่เสมอมาฝากทุกคนกันค่ะ   ::: เริ่มต้นจากความไม่มั่นใจ และ ไม่เชื่อใจ ::: หลายคนเมื่อมีความรัก ก็มักจะกังวลว่าเดี๋ยวเราจะถูกคนรักทิ้งไป หรือ กลัวว่าจะถูกนอกใจ และรู้สึกไม่สบายใจถ้าคนรักของเราไม่ยืนยันบ่อยๆ ว่าเขากำลังรักเราอยู่จริงๆ พฤติกรรมที่เกิดตามมาจากความรู้สึก “ไม่มั่นใจ” และ “ไม่เชื่อใจ” คือ การพยายามจ้องจับผิดคนรักของเรา เช่น แอบดูโทรศัพท์ของแฟน แอบสังเกตว่าเขากำลังทำอะไร กำลังคุยกับใครอยู่หรือเปล่า ยิ่งถ้าคนรักของเราไม่ติดต่อมาหา ก็ยิ่งรู้สึกลนลาน ไม่สบายใจ จนต้องถามอยู่บ่อยๆ ว่า “ทำอะไรอยู่” […]

เพิ่มคอลลาเจนให้ผิวด้วยครีมบำรุง ที่มีส่วนผสมช่วยชะลอการเกิด ริ้วรอย

เพิ่มคอลลาเจนให้ผิวด้วยครีมบำรุง ที่มีส่วนผสมช่วยชะลอการเกิด ริ้วรอย หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่า “วิตามินซีและเรตินอล” สามารถใช้ได้ผลกับ ริ้วรอย ตามที่แพทย์หญิงโยะชิคิ โนะบุโกะ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม เผยว่า วิธีชะลอการเกิดริ้วรอยต้องป้องกันไม่ให้เกิดการเปลี่ยนรูปของคอลลาเจน พร้อมกับเพิ่มปริมาณคอลลาเจนด้วย ซึ่งทำได้โดยการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมที่ช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจน การใช้เรตินอลหรือการลอกหน้าผลัดเซลล์ผิวก็ใช้ได้ผลเช่นกัน เมื่อกระบวนการผลัดเซลล์ผิวทำงานดีขึ้น ก็จะกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ ปัจจุบันมีอุปกรณ์เพื่อความงามที่ช่วยผลักวิตามินซีให้ซึมซาบเข้าสู่ผิวได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งก็นับว่าคุ้มค่าที่จะลองใช้ดู การเพิ่มคอลลาเจนให้ผิว ใช้โทนเนอร์ที่มีส่วนผสมของอนุพันธ์วิตามินซี วิตามินซีมีส่วนช่วยในการลำเลียงสารอาหารอื่นๆ เข้าสู่ผิว เนื่องจากริ้วรอยจากการแสดงสีหน้าเป็นริ้วรอยที่ปรากฎได้ทั่วใบหน้า จึงควรทาผลิตภัณฑ์ให้ทั่วผิวหน้า ใช้ครีมที่มีส่วนผสมของเรตินอล ใช้วันละ 1 ครั้ง ตอนกลางคืน โดยทารอบดวงตา ผลิตภัณฑ์สำหรับบำรุงผิวหนังรอบดวงตามักมีส่วนผสมของเรตินอลเพื่อต่อต้านริ้วรอย ทำการลอกหน้าผลัดเซลล์ผิว สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง การกระตุ้นกระบวนการผลัดเซลล์ผิว จะช่วยเพิ่มคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ ทำไอออนโตฟอรีซิส เพื่อผลักวิตามินเข้าสู่ผิว หลังลอกหน้าผลัดเซลล์ผิวแล้ว ให้ใช้เครื่องไอออนโตผลักวิตามินซีเข้าสู่ผิว สามารถใช้โทนเนอร์ที่มีส่วนผสมของอนุพันธ์วิตามินซี ที่ใช้อยู่เป็นประจำมาทำไอออนโตฟอรีซิสก็ได้ ส่วนผสมที่ช่วยชะลอวัยในผลิตภัณฑ์ความงาม ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วมผสมช่วยชะลอวัย เพิ่มคอลลาเจน กระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว เพื่อฟื้นฟูการสร้างเซลล์ผิวใหม่ และป้องกันความร่วงโรยของผิว อนุพันธ์วิตามินซี คือการทำให้วิตามินซีอยู่ในรูปที่ซึมซาบเข้าสู่ผิวได้ง่าย เช่น แอสคอร์บิลฟอสเฟต (ascorbyl […]

คนสมาธิสั้นควรอ่าน! 3 เทคนิคที่ช่วยให้เราจดจ่อกับงาน มีสมาธิ ทำงาน ไม่ขี้หลง ขี้ลืม

คนสมาธิสั้นควรอ่าน! 3 เทคนิคที่ช่วยให้เราจดจ่อกับงาน มีสมาธิ ทำงาน ไม่หลงๆ ลืมๆ เคยเป็นไหมคะ? นั่งทำงานอยู่ แล้วจู่ๆ ก็ลืมไปเลยว่ากำลังทำอะไรอยู่ และกำลังจะทำอะไรต่อ บางครั้งก็หลงๆ ลืมๆ ว่ามีงานอะไรที่ต้องทำบ้าง หรือ ลืมว่ามีนัดประชุม หรือ นัดกับลูกค้าคนไหนบ้าง เป็นแบบนี้บ่อยๆ นอกจากจะทำให้เสียงานแล้ว ยังทำให้เราดูไม่เป็นมืออาชีพอีกด้วย มาลดอาการขี้หลง ขี้ลืม เพิ่มการจดจ่อในการทำงาน มีสมาธิ กับการทำงานมากขึ้นด้วย 3 เทคนิคจาก Goodlifeupdate ค่ะ   ::: 1. เขียนงานที่ต้องทำลงบนกระดาษโพสต์อิท ::: หากให้เราลองคิดว่ามีงานอะไรที่เราต้องทำบ้าง มีงานอะไรที่ยังค้างคา รอการลงมือทำอยู่บ้าง เราคงจะเขียนออกมาได้ตั้งมากมาย Mentalist DaiGo ผู้เขียนหนังสือ “แด่คุณที่กลัวการเปลี่ยนแปลงมาตลอดทั้งชีวิต” สำนักพิมพ์ Amarin How – to แนะนำวิธีการจัดการงานที่ค้างคา ด้วยการ ทำงานให้เสร็จทีละ 3 ชิ้น โดยการแนะนำว่า […]

เชื่อเถอะว่าคนเราถูกรัก เพราะการ เป็นตัวของตัวเอง

เหตุผลของการรักใครสักคน อาจแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับความรู้สึกของแต่ละบุคคล ซึ่งไม่ว่าอย่างไรก็ตาม การได้รับความรักจากใครบางคนนั้น ก็ยังถือเป็นเรื่องราวดีๆ ที่ควรเกิดขึ้นให้ได้ในชีวิตอยู่เสมอ

เรียนรู้เรื่องอารมณ์ที่มีผลกับร่างกาย และควรรู้ไว้ว่าอารมณ์ใดทำให้เกิดโรคใด?

ระดับอารมณ์ของคนเราเป็นตัวบงการสำคัญให้ร่างกายกระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งออกมา ส่งผลไปถึงจิตใจที่มักแปรปรวนเปลี่ยนแปลงไปได้เรื่อยๆ จากอารมณ์หนึ่งไปอีกอารมณ์หนึ่ง เป็นอย่างนี้ไปตลอดวัน ดังนั้นจึงพูดได้ว่าอารมณ์มีผลต่อสมองและร่างกาย ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือเวลาคนมีอารมณ์ตื่นเต้นตกใจ ร่างกายจะมีพลังมากกว่าปกติ เราคงเคยได้ยินว่าเวลาที่ตกใจเมื่อเกิดไฟไหม้สามารถแบกของหนักออกมาจากบ้านได้ แต่พอเหตุการณ์สงบแล้วแบกของกลับเข้าบ้านไม่ได้ นั่นเป็นเพราะตอนที่มีอารมณ์ตกใจสมอง จะหลั่งฮอร์โมนอะดรีนาลีนที่มีบทบาทในการสั่งให้เลือดมาเลี้ยงกล้ามเนื้อมากกว่าที่อื่นนั่นเอง ในความเป็นจริงถ้าเราตกใจแบบนี้อีก กลไกแบบนี้จะเกิดขึ้นอีก เกิดขึ้นเองโดยเราไม่ต้องสั่ง หรือเกิดขึ้นโดยเราไม่รู้ตัวและเลือกไม่ได้ มันจะเกิดขึ้นเองตามอารมณ์ที่เรามีนั่นหมายความว่าเมื่อไรที่ตกใจ เมื่อนั้นร่างกายจะตอบสนองการตกใจด้วยกลไกแบบนี้เสมอ  ไม่ใช่แค่อารมณ์ตกใจเท่านั้นที่ร่างกายตอบสนอง ร่างกายตอบสนองทุกอารมณ์ที่เรามี แค่ด้วยปฏิกิริยาที่ต่างกัน ดังนั้นอารมณ์นี่ล่ะที่เป็นต้นเหตุให้สมองหลั่งฮอร์โมนตัวใดตัวหนึ่งออกมา และร่างกายแปรเปลี่ยนไปตามที่ฮอร์โมนตัวนั้นควบคุมอยู่ เมื่ออารมณ์เป็รเสมือนตัวการสั่งงานให้สมองสั่งร่างกายให้ทำงานแบบอัตโนมัติ อารมณ์จึงเป็นนายเหนือร่างกาย เราอยากให้ร่างกายแข็งแรงเราต้องมีอารมณ์ที่สั่งให้ร่างกายทำเช่นนั้นได้ การที่เราจะสร้างอารมณ์ใดขึ้นมาได้อย่างใจนั้น เราต้องฝึกหัด ฉะนั้นอยากมีสุขภาพดีเราต้องฝึกจิตให้เข้มแข็ง จะได้ควบคุมอารมณ์ได้ดังใจมากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องยากอยู่เหมือนกัน แต่ไม่มีทางเลือกอื่น เราต้องฝึกหัดไปเรื่อยๆ >>อารมณ์ใด…ทำให้เกิดโรคใด<<   อารมณ์ทำให้เกิดปฏิกิริยาตอบสนองทางร่างกายเสมอ ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์ใด การตอบสนองของร่างกายต่ออารมณ์ต่างชนิดกันจะมีผลกระทบต่ออวัยวะในร่างกายไม่เหมือนกัน การแพทย์แถบเอเชียของเราเรียนรู้เรื่องนี้กันมานานแล้ว และจะได้จัดการสรุปผลที่อารมณ์มีต่อร่างกายอย่างเป็นแบบแผนไว้ ซึ่งการแพทย์แผนจีนเป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัด ถ้าอย่างงั้นเราไปดูกันว่าอารมร์ใดมีผลต่ออวัยวะใดกันบ้าง อารมณ์โกรธหงุดหงิด ไม่พอใจ อารมณ์เหล่านี้จะส่งผลต่อร่างกายที่ตับและถุงน้ำดีมากกว่าอวัยวะอื่นๆ ถ้าเรามีอารมร์แบบนี้เป็นประจำ ตับและถุงน้ำดีจะเสื่อมสภาพเร็วกว่าที่ควร ทำให้เกิดโรคตับขึ้นได้ เมื่อตับเสื่อมเร็ว สุขภาพทั้งร่างกายจะเสียไปด้วยทั้งหมด เพราะตับเป็นอวัยวะที่สำคัญในการย่อยอาหารและล้างพิษ ถ้าตับทำงานไม่ได้ ร่างกายก็อยู่ไม่ได้ คนไข้ที่เป็นโรคตับจึงต้องแก้ไขรักษาด้วยการลดความโกรธ หงุดหงิดต่างๆ ลงด้วย […]

เหตุที่คนเราป่วยเรื้อรัง เป็นสิวไม่หาย อาจเกิดมาจากภาวะ “ลำไส้รั่ว”

ระบบทางเดินอาหารถือเป็นระบบที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวด ถึงขนาดมีคำเปรียบเปรยว่า “You are what you digest” แปลความหมายได้ง่ายๆ ว่า คุณคือสิ่งที่ร่างกายคุณย่อยนั่นเอง ซึ่งหลายคนคงเคยอ่านเจอคำพูดของนักวิชาการแพทย์ชื่อดังของโลกคือ ฮิปโปคราตีส ที่ได้กล่าวเอาไว้ว่า “ทุกโรคล้วนเริ่มต้นที่ลำไส้” กันมาบ้าง แต่วงการแพทย์ปัจจุบันอาจจะเพิ่งหันมาให้ความสนใจระบบการย่อยอาหาร เมื่อไม่กี่สิบปีมานี้ โดยดูได้จากเริ่มมีหนังสือเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารตีพิมพ์และเผยแพร่ออกมาให้เห็นกันมากขึ้นกว่าในอดีต ใครที่มีอาการสิวอักเสบ ผื่นแพ้ตามผิวหนัง แพ้อาหาร ระบบทางเดินอาหารอักเสบ อ่อนเพลีย และมีอาการเจ็บป่วยเรื้อรังมานานชนิดที่ว่ารักษาเท่าไรก็ไม่หายสักที เชื่อหรือไม่ว่าสาเหตุอาจเกิดมาจากความผิดปกติของลำไส้ที่เรียกว่า “ลำไส้รั่ว”  และวันนี้ค่ะ เราจะพาคุณผู้อ่านไปทำความรู้จักกับภาวะลำไส้รั่วกัน ว่ามันเกิดจากสาเหตุใด และเมื่อเป็นแล้วเราจะมีอาการอย่างไร พร้อมวิธีการป้องกันและรักษา รู้เอาไว้ก่อนได้เปรียบค่ะ ทำความรู้จักกับ “ภาวะลำไส้รั่ว” ร่างกายของคนเราเปรียบเสมือนบ้านของเหล่าจุลินทรีย์สายพันธ์ต่างๆ จำนวนนับล้านตัว มนุษย์เราเริ่มได้รับเชื้อจุลินทรีย์ตั้งแต่แรกเกิดในขณะเคลื่อนผ่านช่องคลอดของมารดา โดยจุลินทรีย์จากช่องคลอดจะแทรกซึมสู่ทารกโดยอัตโนมัติ เรียกว่าจุลินทรีย์เป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อร่างกายมากๆ อย่างหนึ่งโดยเฉพาะในระบบย่อยอาหาร กำจัดกากอาหาร และปกป้องการทำงานของลำไส้ให้เป็นไปอย่างปกติ การทำงานอย่างสมดุลของจุลินทรีย์จะส่งผลให้ร่างกายคนเรามีความสุข อารมณ์แจ่มใส สุขภาพแข็งแรง กระปรี้กระเปร่า สมองปลอดโปร่ง ตลอดจนส่งผลมาสู่ภายนอกนั่นคือมีสภาพผิวหนังที่ดี เป็นต้น แต่จุลินทรีย์ก็มีทั้งชนิดดีและไม่ดี จุลินทรีย์ที่ช่วยปรับสมดุลการทำงานของลำไส้ไม่ให้จุลินทรีย์ไม่ดีมาก่อให้ร่างกายเกิดโรคมากเกินไปมีชื่อว่าโพรไบโอติก ซึ่งหากจุลินทรีย์ชนิดนี้ถูกทำลายไปด้วยเชื้อโรคที่อันตรายทำให้ร่างกายเกิดโรคขึ้นมากมาย สิ่งเหล่านี้จะเป็นสาเหตุที่ทำให้ระบบนิเวศน์ในลำไส้เสียสมดุลได้ และหากปล่อยไว้จะกระตุ้นให้เกิด “ภาวะลำไส้รั่ว” […]

เช็คลิสต์อาหารที่คนส่วนมากมักเกิดการ ” แพ้อาหาร ” แต่ไม่รู้ตัว รู้แล้วรีบเลี่ยงด่วน!

เช็คลิสต์อาหารที่คนส่วนมากมักเกิดการ ” แพ้อาหาร ” แต่ไม่รู้ตัว รู้แล้วรีบเลี่ยงด่วน! ตามที่โค้ชบุศ วรรณ์วรี สรรพกุลโรจน์ ผู้เชี่ยวชาญและผู้เขียนหนังสือ “เทคนิคการจับคู่อาหาร กินแบบนี้ไม่มีอ้วน” ได้กล่าวไว้ว่า นอกจากพฤติกรรมการกินในรูปแบบต่างๆ แล้ว คนเรายังมักจะ แพ้อาหาร โดยไม่รู้ตัว ซึ่งการแพ้อาหารนี้ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพได้หลายรูปแบบ เช่น ท้องอืด อาหารไม่ย่อย ผื่นผิวหนัง เป็นต้น เพราะฉะนั้น วันนี้เราจะพาทุกคนไปเช็คลิสต์อาหารที่คนส่วนใหญ่มักแพ้ เพื่อที่จะได้รีบหลีกเลี่ยงอย่างเร่งด่วนกันค่ะ นมวัว นับว่าเป็นนมที่เสี่ยงต่อการแพ้มาก ตามที่ในหนังสือ Fit for Life ซึ่งเป็นหนังสือที่กล่าวถึงหลักการกินแบบฟู้ดคอมบิเนชั่น หรือการกินตามหลักการรวมอาหารที่ดีที่สุดต่อระบบย่อยและสุขภาพ ไม่แนะนำให้ดื่มนมวัว แต่จากประสบการณ์ของผู้เขียนพบว่า ยังสามารถดื่มนมวัวได้ เพียงแต่ต้องรู้ว่ามีโอกาสที่ร่างกายจะแพ้ ถ้าจะดื่มนมวัวจริงๆ แนะนำให้ดื่มนมวัวโดยไม่ผสมกับอะไรเลย เพราะถ้าผสมกับอย่างอื่นจะยิ่งย่อยยากมากขึ้น เช่น นมผสมซีเรียล เนื่องจากซีเรียลเป็นแป้ง นมเป็นโปรตีน ซึ่งไม่เข้าคู่กันนั่นเอง ถั่วเหลือง เป็นพืชตระกูลเดียวกับถั่วที่ฝรั่งเรียกว่า legume หรือถั่วเมล็ดแห้ง จะมีผิวเคลือบที่ป้องกันแมลงมากัดกิน ปกติแล้วถ้าเป็นถั่วชนิดอื่นเมื่อนำไปแช่น้ำระยะหนึ่ง เปลือกถั่วจะอ่อนตัวลงและย่อยได้ง่ายขึ้น แต่ถั่วเหลืองนั้นกลับตรงข้าม […]

ยิ่งกินอาหารฟาสต์ฟู้ด ยิ่งเป็นคน ขี้เกียจ!

ยิ่งกินอาหารฟาสต์ฟู้ด ยิ่งเป็นคน ขี้เกียจ! ทุกคนคงทราบกันดีอยู่แล้วว่า การกินอาหารฟาสต์ฟู้ดไม่ดีต่อร่างกาย ทำให้อ้วน และยังเป็นอุปสรรคต่อการลงมือเปลี่ยนแปลงตัวเอง เพราะ คนที่กินฟาสต์ฟู้ดเป็นประจำ จะทำให้กิจวัตรประจำวันของเราเฉื่อยชาลง และกลายเป็นคน ขี้เกียจ ในที่สุด   หนูทดลองที่กินจังค์ฟู้ดจะขี้เกียจกว่าหนูที่กินอาหารปกติ ผลจากการทดลองจากทีม UCLA หรือ มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย วิทยาเขตลอสแองเจลิส ที่ทดลองหนูทดลอง พบว่า หนูที่กินอาหารจังค์ฟู้ด ซึ่งมีไขมัน หรือ น้ำตาลปริมาณมาก จะขี้เกียจกว่าหนูที่ที่กินอาหารตามปกติ มนุษย์อย่างเราก็เช่นกัน เมื่อกิจวัตรประจำวันของเราเชื่องช้า เฉื่อยชา การเริ่มพฤติกรรมใหม่จึงทำได้ยากขึ้น ทำให้เรื่องที่เราอยากทำก็ไม่ได้ทำ และเราก็ไม่สามารถเปลี่ยนตัวเราไปในทิศทางที่ต้องการได้ ทำไมอาหารจึงส่งผลต่อพฤติกรรมของเรา การกินเป็นพฤติกรรมที่มาจากความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ เช่นเดียวกับการนอน และ การมีเพศสัมพันธ์ การรับรู้รสชาติของมนุษย์จึงแหลมคม การเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน และ อาหารจึงเป็นเรื่องสำคัญ สิ่งที่เรากินมีผลต่อการสร้างร่างกาย และ จิตใจของมนุษย์ และส่งผลต่อการกระทำ อาหารจึงมีหน้าที่เปลี่ยนแปลงตัวเราได้ด้วยเช่นกัน อยากเลิกขี้เกียจ ต้องทำตามนี้! มนุษย์เราเปลี่ยนแปลงได้ด้วยการ “ลงมือทำ” ดังนั้น หากเราต้องเปลี่ยนพฤติกรรมขี้เกียจ เฉื่อยชาของเรา เราต้องปรับพฤติกรรมการกินดังนี้ […]

ความ “เผลอ” บางประเภท ที่ทำให้(บางครั้ง) คนเราไม่รักตัวเอง!

ที่ผ่านมาเรามักไปอ่านเจอบทความ หรือหนังสือเกี่ยวกับจิตวิทยา หรือแม้แต่ฟังนักพูดที่สร้างแรงบันดาลใจหลายๆ คน ที่ส่วนใหญ่มักจะบอกว่าอยากให้ทุกคน “รักตัวเอง” แต่เชื่อหรือไม่ว่าจิตใจของตัวเราเองนี่แหละมันแปลก เราไม่สามารถที่จะสั่งการปุ๊บปั๊บ เหมือนการกดสวิตซ์ไฟแล้วให้การรักตัวเอง เกิดขึ้นได้ทันทีแบบนั้นได้เลย ทั้งๆ ที่เรารู้กันดีว่าการรักตัวเองเป็นเรื่องที่ดีและสมควรทำ แต่บางครั้งเราก็ “เผลอ” คิดลบ เผลอมองโลกในแง่ร้าย หรือเผลอตำหนิติเตียนตัวเอง ลงไปโดยไม่รู้ตัว ทำให้เราไม่รักตัวเองแบบที่ควรจะเป็น ข้อสงสัยที่ว่า เราอยากรักตัวเอง แต่ทำไมบางครั้งเราถึงไม่รู้สึกรักตัวเองเลยนะ? นั่นเพราะเรามีอาการ “เผลอ” ต่างๆ ที่เข้ามาแทรกความรู้สึกของเรานั่นเองค่ะ เมื่อเราเผลอคิดแบบนั้นลงไปความคิดลบๆ ก็จะหลั่งไหลเข้ามาในใจในความคิดของเรา ทำให้เราไม่รักตัวเอง เรามาลองสังเกตดูกันค่ะว่า อาการ “เผลอ” ที่ว่าเรามีอยู่หรือเปล่า ถ้ามีก็เลิกเผลอได้แล้วค่ะ หันมารักตัวเองดีกว่า “เผลอ” ไม่มั่นใจในตัวเอง เมื่อลองเงี่ยหูฟังดีๆ บางครั้งเราอาจได้ยินเสียงเล็กๆ ในหัวกระซิบมาว่า “เราดีพอแล้วหรอ” “เราคู่ควรกับสิ่งนี้แล้วหรอ” “เราไม่น่าทำสิ่งนั้นได้แน่ๆ” หรือ “เราเนี่ยนะ” นั่นคือเสียงกระซิบของความรู้สึกไม่มั่นใจในตัวเอง หากเราเงี่ยหูฟังเสียงกระซิบนี้บ่อยๆ เข้าทุกวัน ก็จะทำให้เราเกิดความรู้สึกไม่มั่นใจในตัวเอง จนกลายเป็นความรู้สึกไม่กล้าที่จะมีความสุขได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็แล้วแต่ ยกตัวอย่าง ถ้าเรามีความรัก แทนที่จะมีความสุขกับชีวิตคู่อย่างเต็มที่ คนที่ไม่มีความมั่นใจในตัวเองก็มักจะมีคำถามขึ้นมาบ่อยๆ […]

รู้จักยอมรับ “ ความโง่ ” ของตัวเราเอง

รู้จักยอมรับ “ ความโง่ ” ของตัวเราเอง โสกราตีส (Socrates) นักปรัชญาสมัยกรีกโบราณ กล่าวถึง “การตระหนักถึง ความไม่รู้” เอาไว้ว่า “ข้าพเจ้าไม่รู้อะไรเลย สิ่งเดียวที่ข้าพเจ้าไม่รู้อะไรเลย” เพราะการยอมรับ หรือตระหนักว่าตัวเรา “ไม่รู้” หรือ ตัวเรามี “ ความโง่ ” อยู่ เป็นการกระทำที่กล้าหาญ และมีผลดีต่อตัวเราเอง   ความไม่รู้ไม่ใช่สิ่งที่น่าอาย เหตุแรกแรก เพราะทุกคนต่างเริ่มต้นจาก “ความไม่รู้” ด้วยกันทั้งนั้น เหตุผลที่สอง คือ ไม่ว่าเราจะเรียนรู้มากแค่ไหน ก็ไม่มีทางหลุดพ้นจากกรอบของ “ความไม่รู้” ได้ ต่อให้เป็นคนแก่งระดับดอกเตอร์ เขาก็รู้เพียงศาสตร์แขนงที่ตัวเองวิจัย แต่ไม่อาจเข้าใจในเรื่องอื่นที่นอกเหนือจากแขนงที่ตัวเองวิจัยได้ ดังนั้นสิ่งที่เราไม่รู้บนโลกนี้จึงมีมากมาย ไม่มีที่สิ้นสุด ต่อให้เราจะคิดว่า เรารู้เรื่องนี้เป็นอย่างดีแล้ว  วันหนึ่ง ความรู้นั้นก็อาจจะล้าสมัย หรือ เปลี่ยนแปลงไปได้ เพราะฉะนั้น การไม่รู้จึงไม่ใช่เรื่องแปลก หรือ เรื่องที่น่าอายเลย   อย่ากลัวที่จะยอมรับว่าตัวเรา “ไม่รู้” […]

อยาก เหนื่อยน้อยลง ต้องรู้จักใช้ชีวิตให้เป็นมากขึ้น

อยาก เหนื่อยน้อยลง ต้องรู้จักใช้ชีวิตให้เป็นมากขึ้น ทุกวันนี้นอกเหนือจากเรื่องงาน และการจัดการชีวิตตัวเองให้ดีขึ้นแล้ว หลายๆ คนก็อาจจะยังต้องมานั่งรู้สึกท้อแท้ใจกับหลายๆ สิ่งที่ประเดประดังเข้ามาอย่างช่วยไม่ได้อีก เพราะฉะนั้น มันจะดีกว่ามั้ย ถ้าหากเรามีตัวช่วยจัดการชีวิตให้ เหนื่อยน้อยลง เพียงแค่สร้างกฎเหล็กไว้กับตัวเองได้ปฏิบัติตามต่อไปนี้ แม้ความเป็นจริงแล้ว ชีวิตคนเราจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงหรือหลบหนีอุปสรรคต่างๆ ที่ทำให้เกิดความรู้สึกเหนื่อยหน่ายได้เลย แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ควรลืมว่าชีวิตเป็นของเรา และเราเองก็มีสิทธิ์เลือกที่จะทำให้ตัวเองมีความสุขโดยไม่เบียดเบียนใคร ดังนั้น ตามมาฟังวิธีง่ายๆ ที่จะช่วยทำให้ตัวคุณเองเหนื่อยน้อยลง และแฮปปี้มากขึ้นกันเลยดีกว่าค่ะ หยุดความคิดมากและช่างมันบ้างกับเรื่องเล็กๆ อดยอมรับไม่ได้ว่า คนที่ไม่คิดมากหรือไม่คิดเยอะเกินไปกว่าเหตุ ดูแล้วช่างเป็นคนที่โชคดีเสียจริงๆ เลยค่ะ เพราะในบางความคิดมันก็สามารถบั่นทอนความรู้สึกดีๆ ของเราได้ไม่น้อยทีเดียว ซึ่งข้อเสียของคนที่ชอบคิดเยอะกับทุกๆ เรื่องนั้น มันก็อาจส่งผลร้ายต่อเรา โดยการสร้างความทุกข์ให้เกิดขึ้นอย่างไม่รู้ตัว เนื่องมาจากการที่มัวแต่ห่วงใยความรู้สึกของคนอื่น จนลืมไปว่าตัวเองก็มีหัวใจนี่แหละค่ะ ฉะนั้น เวลานี้ยังไม่สายเกินไปที่เราจะเปลี่ยนแปลงความคิดตัวเอง ลองหันมาคิดน้อยๆ และช่างมันดูบ้างกับเรื่องเล็กๆ ที่ไม่ได้ส่งผลกระทบร้ายแรงอะไรมากนัก ก็อาจนับเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยให้ทุกข์และความเหนื่อยล้าที่มีอยู่เบาบางลงได้     มองข้ามคำนินทาหรือข้อกล่าวหาที่ไม่จริง เรามักจะเคยได้ยินกันมาอยู่เสมอว่า บนโลกใบนี้ไม่มีใครเลย ที่ไม่เคยไม่ถูกนินทา แม้กระทั่งคนที่ไร้ที่ติเอง ก็ยังคงถูกหยิบยกมาเป็นประเด็นในการนินทาเอาเสียได้ เพราะฉะนั้น อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้มนุษย์เราไม่ค่อยมีความสุขมากสักเท่าไหร่ นั่นก็คือการชอบเก็บงำทุกคำพูดจากปากของผู้อื่นมาใส่ใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำพูดว่าร้ายต่างๆ ที่เป็นเชิงลบ […]

keyboard_arrow_up