มาดูกัน! 3 สิ่งที่จะเปลี่ยนไป เมื่อเราเริ่ม “ตกหลุมรัก” ใครสักคน

มาดูกัน! 3 สิ่งที่จะเปลี่ยนไป เมื่อเราเริ่ม “ตกหลุมรัก” ใครสักคน สังเกตไหมว่าเมื่อใดที่เรามีความรักหรือเริ่มอยากเข้าไปอยู่ใกล้ๆ ใครสักคน เรามักจะไม่ค่อยเป็นตัวเอง บางสิ่งบางอย่างที่เคยทำอย่างมั่นใจ แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าเขาทีไรกลับทำไม่ได้และเขินอายทุกที แน่นอนว่าอาการแบบนี้ไม่ใช่เรื่องผิดแปลกอะไรและเกิดขึ้นได้เมื่อเรา ตกหลุมรัก แต่นอกจากอาการแบบนี้ ยังมีเรื่องราวดีๆ ที่จะเปลี่ยนไป และทำให้เรามีความสุขมากยิ่งขึ้น มาดูกันดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง 1.มีความสุขกับสิ่งเล็กน้อยรอบตัว ก่อนหน้านี้อาจเป็นคนเบื่อง่ายไม่สนใจสิ่งรอบตัว แต่ว่าถ้าหากตกหลุมรักเมื่อใดนั้น สิ่งต่างๆ รอบตัวจะกลายเป็นสีชมพูและเราก็จะดูมีความสุขไปกับมัน พูดง่ายๆ ก็คือความรักทำให้เรากลายเป็นคนโลกสวยมากขึ้นนั่นแหละ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อยแค่ไหน แต่ถ้ามีความรักเข้ามาเกี่ยวข้องก็จะทำให้มันกลายเป็นเรื่องที่มีความสุขขึ้นมาทันที 2.เปลี่ยนแปลงตัวเองไปในทางที่ดีขึ้น เมื่อตกหลุมรักใครเข้าแล้ว แน่นอนว่าเราก็อยากทำให้เขาคนนั้นประทับใจและชื่นชอบในตัวเรา ไม่แปลกอะไรถ้าเราจะหันมาเปลี่ยนแปลงตัวเองให้กลายเป็นคนที่ดียิ่งขึ้น เรียกได้ว่าความรักกลายเป็นแรงบันดาลใจและแรงผลักดันให้เราพัฒนาตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรูปร่าง หน้าตา นิสัย ใจคอ และความสามารถ 3.มีแรงจูงใจในการใช้ชีวิต ลองนึกย้อนไปในวัยเรียนก็ได้ ตอนยังไม่รู้สึกอะไรกับใครเราก็แค่ไปโรงเรียนเพื่อไปเรียนและไปเล่นกับเพื่อนก็เท่านั้น แต่เมื่อมีคนที่ชอบมันกลับทำให้เราอยากรีบตื่นเช้าเพื่อไปเจอกับเขา แม้ว่าจะเจอกันแค่ตอนเข้าแถวเคารพธงชาติก็ตาม วัยทำงานก็เช่นกัน ปกติไปสายแต่เมื่อเจอคนที่ใช่กลับทำให้เราไปก่อนเวลาได้ซะอย่างงั้น สำหรับใครที่แอบรักหรือตกหลุมรักใครสักคนอยู่ GL ก็ขอให้สมหวังอย่างที่ปรารถนาเอาไว้ ส่วนใครที่ยังไม่เจอคนที่ใช่ ก็ขอให้ได้เจอในเร็วๆ นี้แล้วกันนะ อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม  “Skinship” แตะนิดสัมผัสหน่อยก็รู้สึกอุ่นใจ ปลอดภัย และรักกันมากขึ้น […]

4 สัญญาณที่บอกว่าคนนี้แหละคือ “รักแท้” และพร้อมฝากชีวิตไว้กับเขา

4 สัญญาณที่บอกว่าคนนี้แหละคือ “รักแท้” และพร้อมฝากชีวิตไว้กับเขา ความรักนั้นหายาก แต่ว่าความรักที่ดีหรือ “รักแท้” นั้นหายากยิ่งกว่า หลายคนใฝ่ฝันว่าเราเกิดมาเพื่อใครสักคนหนึ่ง และเขาคนนั้นก็เกิดมาเพื่อเราเช่นกัน ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะพบเจอกับสิ่งเหล่านั้น และบางคนอาจจะผ่านความผิดหวังมาหลายหนก่อนที่จะได้พบเจอกับรักที่ดี เจอกับคนที่จะอยู่ด้วยกันจนวันสุดท้าย แต่ถ้าจะถามว่าเราจะรู้ได้อย่างไร ว่าคนที่ยืนอยู่ข้างกันในตอนนี้เป็นคนนั้นที่เราใฝ่ฝันเอาไว้ พร้อมที่จะจับมือกันเดินไปรักกันด้วยหัวใจแบบไม่มีข้อแม้ ลองมาดู 4 สัญญาณที่บอกว่าคนนี้แหละใช่ พร้อมที่จะฝากชีวิตไว้ได้จริงๆ กันดีกว่า 1.คนที่เห็นว่าปัญหาของเราสำคัญ คนรักที่ดีย่อมเห็นปัญหาของเราสำคัญเท่ากับปัญหาของเขา และพร้อมที่จะช่วยหาทางออกให้เสมอเมื่อเราเจอกับช่วงเวลาที่ชีวิตวุ่นวาย มันจะดีแค่ไหนถ้าในชีวิตเราไม่ต้องมานั่งกลุ้มกับปัญหาที่รุมเร้าอยู่เพียงคนเดียว แต่มีคู่ชีวิตคอยจับมือกันฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ นาๆ และก้าวไปข้างหน้าพร้อมกัน 2.คนที่วางแผนอนาคตโดยมีเราอยู่ในนั้น ทุกๆ เรื่องราวในอนาคตที่เขานึกถึงหรือวางแผนไว้ หากมีเราอยู่ในนั้นด้วยนั่นแหละคือคำตอบว่าเขาคือคนที่ใช่และเป็นคู่ชีวิตของเราจริงๆ อย่ามัวลังเลหรือไม่แน่ใจอีกเลยว่าคนๆ นี้จะยอมหยุดอยู่ที่เราหรือไม่ เพราะเพียงแค่เขาแสดงความมั่นคงที่มีต่อเราแบบนี้ ก็เป็นสิ่งที่สามารถบ่งบอกได้แล้วว่า เขาเลือกเรา 3.คนที่เอาใจใส่ครอบครัวเราและคนรอบข้าง ถ้าเขาคนนั้นเป็นคนที่เอาใจใส่ครอบครัวของเรา นั่นก็แสดงให้เห็นแล้วว่าเขายอมรับทุกๆ อย่างในตัวเราได้จริงๆ ไม่เว้นแม้แต่พ่อ แม่ พี่ น้อง หรือเพื่อนที่เราคบหา ใครเจอคนแบบนี้บอกเลยว่าโชคดีมากๆ เพราะบางทีเจอคนที่รักเรา แต่ครอบครัวหรือคนอื่นๆ ไม่เอา แบบนั้นไม่ไหวนะ และหากยังดึงดันกันไปก็อาจมีปัญหาตามหลังมาก็ได้ 4.คนที่มองข้ามข้อเสียในตัวเราได้ เชื่อว่าทุกคนต้องมีข้อเสียอยู่ในตัวอยู่แล้ว ไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง […]

“รักทางไกล” ทำยังไงให้รอดไปถึงฝั่งฝัน ได้อยู่ด้วยกันแบบที่หวังไว้

“รักทางไกล” ทำยังไงให้รอดไปถึงฝั่งฝัน ได้อยู่ด้วยกันแบบที่หวังไว้ สถานการณ์แบบนี้ทำให้เราต้องห่างกัน ขนาดคนที่อยู่ใกล้กันยังแทบไม่ค่อยได้เจอกันเหมือนเก่า วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ก็ออกไปกินข้าวด้วยกันไม่ได้ แล้วยิ่งคนที่อยู่ไกลกันมากๆ หรือที่เรียกว่า รักทางไกล จากปกติที่ต้องเจอกันเดือนละครั้ง ก็คงจะไม่ได้เจอหน้ากันมาสองสามเดือนแล้ว แน่นอนว่าเมื่อเราต้องอยู่ห่างกันนานๆ ก็อาจจะทำให้ความสัมพันธ์จืดจางลงไป ความรู้สึกที่เคยมีให้กันอาจจะไม่เหมือนเดิม คงไม่มีใครอยากให้รักทางไกลต้องเกิดปัญหาใช่ไหมหละ แต่ถ้าถามว่าจะเติมความหวานอย่างไร ทำยังไงดีในสถานการณ์ที่ไม่เอื้อให้เจอกันแบบนี้ ดังนั้น GL เลยเอาทริคดีๆ เพื่อให้รักทางไกลไปรอดถึงฝั่งฝัน มาฝากกัน 1.แชร์เรื่องราวของกันและกันเสมอ ถึงตัวจะห่างไกลแต่ก็ต้องให้หัวใจอยู่ใกล้กันไว้ เทคโนโลยีจึงเป็นตัวช่วยสำคัญ ในยุคนี้เราสามารถส่งความคิดถึงและแชร์เรื่องราวที่เกิดขึ้นในแต่ละวันให้กันได้แล้ว ไม่สำคัญว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นนั้นจะเล็กแค่ไหน เพียงเอามาเล่าสู่กันฟังก็จะช่วยย่นระยะห่างของหัวใจและส่งความคิดถึงให้กันได้แล้ว 2.เข้าใจและเชื่อใจกันให้มาก ความเข้าใจและความเชื่อใจเป็นเรื่องสำคัญของรักทางไกลมากๆ บางครั้งเราอาจจะกังวลว่าเขาแอบไปคุยกับใครหรือเปล่า กลัวว่าอีกฝ่ายจะหมดรักเราแล้วไปเลือกคนที่อยู่ใกล้มากกว่า กลายเป็นยุ่งวุ่นวายกับชีวิตเขามากเกินไป ต้องให้รายงานไม่ว่าจะออกไปไหน ทำให้ความอึดอัดเข้ามาสอดแทรกระหว่างกัน จะดีกว่าไหมถ้าเราเชื่อใจกันให้มาก ไม่อย่างนั้นความสุขที่มีให้กันจะไม่หลงเหลืออยู่เลย 3.ถ้ามีเรื่องไม่สบายใจให้บอกไปตรงๆ การอยู่ไกลกันแน่นอนว่าเราคงเดาอารมณ์และความรู้สึกจากภาษากายไม่ได้ ดังนั้นหากมีอะไรไม่เข้าใจก็ให้บอกกันไปตรงๆ จะดีกว่าปล่อยให้อีกฝ่ายคาดเดาไปต่างๆ นาๆ การได้พูดคุยในเรื่องข้อเสียของอีกฝ่าย พยายามปรับแก้ไขกันได้มากเท่าไหร่ จะช่วยให้ความสัมพันธ์ของเราแน่นแฟ้นขึ้น แต่ระวังการใช้อารมณ์และคำพูดให้ดีนะ 4.วาดฝันอนาคตที่มีกันและกันอยู่ในนั้น ลองวางแผนชีวิตในอนาคตโดยที่มีกันและกันอยู่ในนั้น เพราะมันจะช่วยให้ทั้งคู่มีเป้าหมายชีวิตร่วมกันพร้อมที่จะจับมือกันฝ่าฟันและรักษาความสัมพันธ์ทางไกลไปให้รอด และการพูดคุยเรื่องของอนาคตจะทำให้ทั้งคู่มั่นใจได้ว่าสามารถฝากชีวิตไว้กับคนนี้ได้ ช่วยให้ความสัมพันธ์เติมโตอย่างมีเป้าหมาย อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม  สาเหตุยอดฮิตที่ทำให้คู่รักต้องเลิกรา ตัดสินใจ […]

3 วิธี สร้างบรรยากาศ โรแมนติก เติมความหวานให้ชีวิตคู่สดใสซาบซ่าอยู่เสมอ

3 วิธี สร้างบรรยากาศ โรแมนติก เติมความหวานให้ชีวิตคู่สดใสซาบซ่าอยู่เสมอ จากการเก็บข้อมูลทางสถิติพบว่า​ ความรู้สึก โรแมนติก ตื่นเต้นระหว่างคู่รัก​ จะค่อยๆ​ ลดลงภายในระยะเวลา​ 1 ปีครึ่ง​ ช่วงเวลาที่โรแมนติกแสนหวานจางหายไปเร็วจนน่าใจหาย​ ความรู้สึกใจเต้นแรงเหมือนตอนที่เราพบกันครั้งแรก​ จับมือกันครั้งแรกนั้นได้จางหายไปเสียแล้ว เมื่อเวลาผ่านไป​ ถึงความตื่นเต้นจะจางหายไป​ แต่ก็กลายเป็น​ “ความผูกพัน” ที่เข้ามาแทนที่​ การรักษาความรู้สึกตื่นเต้นเอาไว้​ คือวิธีหนึ่งที่ช่วยให้รักของเราเร้าใจอยู่เสมอ วันนี้​ Goodlifeupdate​ ขอแนะนำวิธีการสร้างความรู้สึกใหม่​ ๆ​ กับคนรักของเราด้วยหลัก​ 3P ได้แก่​ Place, Performance, และ ​Peep ::: Place จงเปลี่ยนสถานที่​ ::: ลองถามตัวเองดูว่า​ เรามักจะชวนคนรักของเราไปออกเดตในที่เดิม​ ๆ​ ทำกิจกรรมเดิม​ ​ๆ​ อยู่หรือเปล่่า​ เช่น​ การกินข้าว​ ดูหนัง​ ลองเปลี่ยนสถานที่ให้รู้สึกแปลกใหม่​ สร้างความตื่นเต้นมากขึ้น​ เช่น​ ลองเปลี่ยนไปกินข้าวที่ร้านอาหารใหม่​ ๆ​ ที่ไม่้เคยไปมาก่อน​ ลองเปลี่ยนจากการดูหนัง​เป็นการดูละครเวทีแทน​ หรือเปลี่ยนที่นอน​ […]

แม้ความรักจะพังลง แต่ “ความหวัง” จะต้องอยู่กับเราต่อไป

แม้ความรักจะพังลง แต่ “ความหวัง” จะต้องอยู่กับเราต่อไป เมื่อความสัมพันธ์ของเรากับคนรักต้องจบลงไปโดยที่ไม่เต็มใจ ความรู้สึกที่เกิดขึ้นคงไม่ต่างอะไรจากโลกที่เคยรู้จักได้พังทลายลงไป และสิ่งที่เคยทำให้รู้สึกสดใสกลับไม่สามารถช่วยอะไรเราได้อีก ทุกสิ่งทุกอย่างดูเลวร้ายไปเสียหมด ณ ช่วงเวลานั้นเราแทบไม่อยากจะทำอะไร นอกจากนอนร้องไห้และเอาแต่คิดถึงวันเก่าๆ เสียดายเวลาที่อยู่ด้วยกันมา เสียดายวันข้างหน้าที่เคยวางแผนเอาไว้ด้วยกันต่อให้เวลาผ่านไป แม้จะมีคนใหม่ๆ สิ่ง ใหม่ๆ เข้ามา แต่ในหัวของเราจะคิดไปโดยอัติโนมัติว่า พอแล้ว ไม่เอาอีกแล้ว ไม่อยากกลับไปรู้สึกเศร้าเสียใจแบบเดิมอีก จนเป็นตัวเราเองที่ปิดตาย สร้างกำแพงป้องกันหัวใจไม่ให้ถูกทำร้าย กลายเป็นคนหมดศรัทธาในความรักและเบื่อหน่ายกับชีวิต แต่ความจริงแล้วยังมีอีกหลายหนทางให้เลือกเดิน ที่เรายังมีชีวิตอยู่เพราะเรามีความหวัง หวังว่าจะเจอกับคนที่ดีพอจนทลายกำแพงหนาทึบที่เราสร้างไว้ลงได้ ดีพอจนเราไม่หวนกลับไปนึกถึงความทรงจำร้ายๆ ในอดีต และทำให้เรากลับมามีชีวิตที่สดใสอีกครั้ง ใครที่ความรักพังก็อย่าเพิ่งหมดหวัง เพราะสักวันเราต้องเจอคนที่เข้ามาเปลี่ยนชีวิตของเราได้อย่างแน่นอน แม้ครั้งหนึ่งรักอาจจะพัง แต่ “ความหวัง” จะยังต้องอยู่กับเราต่อไป อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม แฟนเปลี่ยนไป ไม่ซึ้งไม่หวานไม่เอาใจเหมือนตอนแรก ทำไงดี? 5 ข้อเสียของการ อยู่ตัวคนเดียว มานานเกินไป ที่ใครก็ปฏิเสธไม่ได้! คบรุ่นพี่ แล้วดีต่อใจ ข้อดีของการคบคนที่มีอายุมากกว่า 4 สิ่งที่มีผลต่อความรัก ช่วยกระชับความสัมพันธ์ให้ดียิ่งขึ้น 5 สิ่งควรรู้ คุยยังไงให้ได้คบ ไม่มีนก […]

ดูง่ายๆ ว่าจริงหรือหลอก! 5 สัญญาณที่บ่งบอกว่าเราเป็น “คนสำคัญ” สำหรับเขา

ดูง่ายๆ ว่าจริงหรือหลอก! 5 สัญญาณที่บ่งบอกว่าเราเป็น “คนสำคัญ” สำหรับเขา คุยกันมาสักพักนึงแล้วแต่ก็ยังไม่รู้ว่าเขาคิดยังไง จะให้เดาใจก็ยาก สงสัยจังว่าเขาอยากได้เราเป็นแฟนหรือเปล่านะ จะให้ถามไปตรงๆ ก็ไม่กล้าเพราะกลัวคำตอบที่ได้มาไม่ตรงกับที่คาดหวังไว้ ใครที่เจอปัญหาแบบนี้ไม่ต้องปวดหัวไป เพราะวันนี้ GL มีเคล็ดลับการดูใจอีกฝ่ายมาบอกต่อกัน ด้วยการดู 5 สัญญาณที่อาจบ่งบอกว่าคุณคือ “คนสำคัญ” สำหรับเขา 1.นึกถึงเราอยู่เสมอ ไม่ว่าจะทำอะไรอยู่ไหน เขาก็มักจะนึกถึงเราอยู่เสมอ แล้วก็จะเป็นฝ่ายแชร์เรื่องราวในชีวิตประจำวันให้เราได้รับรู้ ทั้งเล่าให้ฟัง ถ่ายรูปมาให้ดู หรือซื้อของมาฝาก และหากถึงขั้นที่เขาติดต่อมาหาทุกวันหละก็ นั่นแหละเราต้องเป็นสำคัญแน่นอน (ขอเข้าข้างตัวเองไว้ก่อน) 2.จำรายละเอียดเกี่ยวกับเราได้ เขาจำได้ว่าเราชอบกิน ไม่ชอบอะไร หรือชอบไปที่ไหน ชอบทำอะไร ฟังเพลง ดูหนังแนวไหน รายละเอียดเหล่านี้อาจดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อยของใครหลายๆ คน แต่ไม่ใช่สำหรับเขาคนนี้ที่คอยใส่ใจในรายละเอียดต่างๆ ของเราอยู่เสมอ จนบางครั้งเราอาจรู้สึกแปลกใจว่า เอ๊ะ! เขาจำได้ไงกัน ขนาดเรายังจำไม่ได้เลยนะ 3.พาไปเจอกับครอบครัวและเพื่อนๆ เขามักจะชวนเราไปพบเจอเพื่อนๆ หรือครอบครัวของเขา รวมถึงมักจะเล่าเรื่องของเราให้เพื่อนๆ และครอบครัวของเขาฟังอยู่ตลอด เพราะอยากให้เราทำความรู้จักกับเพื่อนฝูงและครอบครัว อยากให้เราเป็นส่วนหนึ่งในสังคมของเขา การทำแบบนี้ นอกจากจะเป็นการให้เกียรติเราแล้ว ยังถือว่าเป็นการให้ความสำคัญกับเราอีกด้วยนะ […]

“Skinship” แตะนิดสัมผัสหน่อยก็รู้สึกอุ่นใจ ปลอดภัย และรักกันมากขึ้น

“Skinship” แตะนิดสัมผัสหน่อยก็รู้สึกอุ่นใจ ปลอดภัย และรักกันมากขึ้น คงมีหลายคนที่ชอบจับชอบสัมผัสคนรัก ไม่ว่าจะจับมือ ลูบหัว ลูบผม หรือโอบไหล่ อยู่ใกล้กันทีไรก็ต้องรีบเข้าไปกอด สำหรับพฤติกรรมแบบนี้เราเรียกมันว่าการสกินชิพ “Skinship” ซึ่งเป็นการสื่อสารและแสดงความรักกันผ่านการแสดงออกทางภาษากาย ช่วยให้วันนั้นมีความสุขขึ้นมาได้ด้วยการทำสิ่งเล็กน้อยเหล่านี้ และเชื่อไหมว่าแค่การจับมือหรือการแสดงออกทางภาษากายเพียงเล็กน้อยโดยที่ไม่ต้องเอ่ยปากพูดอะไร ก็ช่วยให้ความรักและความผูกพันธ์ระหว่างกันเพิ่มขึ้นมาได้ เพราะว่ามันจะทำให้เรารู้สึกถึงการมีอยู่ของเขาและมีเขาอยู่ข้างๆ พร้อมที่จะตกอยู่ในสภาวะทิ้งตัวและหัวใจ เมื่อรู้สึกอุ่นใจและปลอดภัย ถ้าจะให้เห็นภาพก็ลองนึกถึงวันหยุดที่มีคนรักอยู่ข้างๆ เปิด Netflix ดูหนังด้วยกันแล้วนอนหนุนตัก แค่นี้ก็รู้สึกว่ามีความสุขมากๆ แล้ว เพราะสกินชิพไม่ได้เจาะจงและลงลึกจนต้องนำไปสู่เรื่องเซ็กส์หรือเรื่องใต้สะดือเสมอไป และไม่ได้ก็มีข้อกำหนดตายตัวว่าเราจะต้องทำแบบไหน ทำนานเท่าไหร่ เราควรปล่อยให้มันเป็นไปอย่างเป็นธรรมชาติและความรู้สึก แต่ก็มีสิ่งที่ต้องระวังกันไว้ให้ดีก็คือความเหมาะของการกระทำและสถานที่ อย่างเช่น ไปเดินเล่น ช็อปปิ้ง หรือดูหนังด้วยกันข้างนอกก็อาจจะแค่โอบไหล่และจับมือกันเบาๆ เมื่อกลับเข้าบ้านมาหรืออยู่ในที่ส่วนตัวก็อาจจะกอด จูบ หอมแก้มกันตามประสาคนรัก แบบนี้ก็คงไม่ไปเดือดร้อนสายตาใครและคงไม่มีใครว่าอะไรเราได้ อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม สาเหตุยอดฮิตที่ทำให้คู่รักต้องเลิกรา ตัดสินใจ “บอกลาความสัมพันธ์” คบรุ่นพี่ แล้วดีต่อใจ ข้อดีของการคบคนที่มีอายุมากกว่า 13 เรื่องง่ายๆ ที่ คู่รัก ควรทำให้กันในทุกๆ วัน เติมพลังให้ชีวิตคู่ 5 สิ่งควรรู้ คุยยังไงให้ได้คบ […]

ทริคความรัก : How to เริ่มต้นคุยกับคนที่ถูกใจ ทำยังไงให้เขาอยากคุยต่อ

ทริคความรัก : How to เริ่มต้นคุยกับคนที่ถูกใจ ทำยังไงให้เขาอยากคุยต่อ เคยเป็นกันไหม? เวลาเราเจอใครสักคนที่รู้สึกถูกชะตา ถูกใจ อยากได้มาเป็นแฟน แต่ก็ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง จะเดินเข้าไปทักก็เขินเพราะไม่รู้ว่าจะชวนคุยเรื่องอะไรดี สุดท้ายก็นกทุกทีเพราะมัวแต่กลัวๆ กล้าๆ จนคนอื่นมาแย่งไป ใครที่กำลังเป็นแบบนี้อยู่บอกเลยว่าห้ามพลาด เพราะวันนี้ GL มีเทคนิคดีๆ ในการชวนคุยเพื่อเริ่มต้นสานสัมพันธ์และทำให้เขาอยากคุยกับเราต่อ มาบอกกัน – เริ่มต้นจากการยิ้มและสบตา ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ ถ้าเจอหน้ากันเพียงแค่เรายิ้มและสบตา แค่นี้ก็จะทำให้เขารู้สึกว่าเราเป็นมิตร ต่อจากนี้จะเริ่มพูดอะไรก็สามารถทำได้อย่างง่ายดายและราบรื่น – ขั้นต่อไปคือการทักทาย หลังจากยิ้มและสบตาให้กันแล้ว ครั้งต่อไปที่เจอกันก็อาจจะลองพูดจาทักทายดูบ้าง เจอกันตอนเช้าก็สวัสดี เจอตอนเที่ยงก็ลองถามดูว่ากินข้าวหรือยัง? เหมือนจะเป็นคำถามง่ายๆ ที่ดูไม่มีอะไร แต่มันก็เป็นการพูดคุยที่จะทำให้เราสามารถก้าวไปขั้นต่อไปได้นะ – ตั้งคำถามเพื่อทำความรู้จัก หลังจากเริ่มคุยเริ่มถามด้วยประโยคธรรมดาทั่วไปอย่างกินข้าวหรือยังแล้ว ก็ลองเริ่มเปิดบทสนทนาจากการถามคำถามง่ายๆ ที่เขาสามารถตอบได้โดยไม่รุกล้ำเรื่องส่วนตัวจนเกินไป หรือหยิบยกเรื่องดีๆ ที่เป็นแง่บวกขึ้นมาพูดคุย แบ่งปันประสบการณ์หรือความคิดเห็นกัน – ตั้งใจฟังสิ่งที่เขาพูด เมื่อเริ่มเปิดบทสนทนาแล้วอย่าพูดอยู่คนเดียว เปิดโอกาสให้เขาได้พูดบ้าง เมื่อเขาพูดอะไรก็อย่าลืมตั้งใจฟังสิ่งที่เขาพูดด้วยเช่นกัน แล้วเก็บเอาประเด็นเหล่านั้นมาต่อยอดเพื่อพูดคุยกันต่อไป ถ้ามีเรื่องไหนที่ไม่เข้าใจ (หรือจะแกล้งไม่เข้าใจ) แล้วลองขอเบอร์ขอไลน์เพื่อเอาไว้ถามทีหลังก็ได้นะ – มองหาความชอบความสนใจของเขา […]

จะทนอยู่ต่อไปทำไมเมื่อเขา “หมดใจ” ให้รีบก้าวออกไปเพื่อเพิ่มคุณค่าให้ตัวเอง

จะทนอยู่ต่อไปทำไมเมื่อเขา “หมดใจ” ให้รีบก้าวออกไปเพื่อเพิ่มคุณค่าให้ตัวเอง ความสัมพันธ์ที่คู่รักร่วมกันสร้างมาอย่างดิบดี แต่เมื่อถึงวันหนึ่งทั้งคู่กลับไม่รู้สึกว่ามีความสุขอีกต่อไป “หมดใจ” ไม่มีหัวใจให้กันอีกแล้ว เพราะยิ่งคบกันมานานเท่าไหร่ก็ยิ่งได้รับความสำคัญน้อยลงไปทุกที เรื่องเล็กน้อยยันเรื่องใหญ่ล้วนถูกมองข้าม หากใครกำลังเผชิญกับสถานการณ์แบบนี้ คุณต้องมานั่งคิดและทบทวนตัวเองดูแล้วหละว่าจะอดทนให้มันเป็นแบบนี้อยู่ต่อไป หรือก้าวออกไปเพื่อเพิ่มคุณค่าให้กับตัวเอง หากอยากจะก้าวออกจากสถานการณ์แบบนี้ อย่างแรกเลยคือต้องเด็ดเดี่ยว เมื่อความรักนั้นไม่ได้ดีอย่างที่หวัง ก็ไม่จำเป็นจะต้องรั้งหัวใจตัวเองเอาไว้ ตัดสินใจให้เด็ดขาดไม่ต้องเสียดายเรื่องที่ผ่านมา และก้าวต่อไปข้างหน้าเพื่อหาโอกาสเจอคนที่ดีกว่าก็เท่านั้น เชื่อมั่นในตัวเองเข้าไว้ เพราะไม่มีใครจะตัดสินใจเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวเราได้ดีไปกว่าเราอีกแล้ว คุณยังมีชีวิต มีลมหายใจ และทุกสิ่งทุกอย่างนั้นคุณเป็นเจ้าของ ถึงเวลาแล้วที่จะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตัวเอง เมื่อตัดสินใจก้าวเดินออกมา คุณไม่จำเป็นต้องลืมเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด อาจจะเลือกเก็บช่วงเวลาดี ๆ ที่เคยมีให้กันไว้ในใจ และอีกสิ่งที่จะลืมไม่ได้เลยก็คือความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นกับตัวและหัวใจเรา เพื่อที่จะจำไว้เป็นบทเรียนชีวิต ให้เราไม่ต้องไปเจอกับเหตุการณ์ สถานการณ์หรือสิ่งที่จะทำให้เราเจ็บช้ำแบบเดิมในอนาคต ที่ผ่านมาไม่ว่าจะรักกันแค่ไหน แต่ถ้าวันนี้มันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปก็ไม่จำเป็นต้องไปเสียดาย เรายังมีโอกาสได้พบกับคนอีกมากมาย และคงมีสักวันที่เราจะได้พบคนที่สมควรได้รับความรักจากเรา อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม 13 เรื่องง่ายๆ ที่ คู่รัก ควรทำให้กันในทุกๆ วัน เติมพลังให้ชีวิตคู่ แฟนเปลี่ยนไป ไม่ซึ้งไม่หวานไม่เอาใจเหมือนตอนแรก ทำไงดี? คบรุ่นพี่ แล้วดีต่อใจ ข้อดีของการคบคนที่มีอายุมากกว่า 5 สิ่งควรรู้ คุยยังไงให้ได้คบ ไม่มีนก […]

สาเหตุยอดฮิตที่ทำให้คู่รักต้องเลิกรา ตัดสินใจ “บอกลาความสัมพันธ์”

สาเหตุยอดฮิตที่ทำให้คู่รักต้องเลิกรา ตัดสินใจ “บอกลาความสัมพันธ์” มาดูกันว่าอะไรคือสาเหตุหลักของการตัดสินใจบอกลาความสัมพันธ์ หรืออะไรเป็นสาเหตุยอดฮิตของการเลิกกันมากที่สุด เพื่อที่จะได้เรียนรู้และเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ให้เราสามารถประคับประคองความรักนั้นไว้ได้อย่างยาวนาน 1.ทำตัวเป็นวิญญาณตามติด เชื่อว่าผู้ชายหลายคนก็คงไม่ชอบนักหรอกที่แฟนสาวพยายามตามติดชีวิตของเขามากจนเกินไป ไม่ปล่อยให้เขาได้หายใจ หรือมีเวลาไปทำอย่างอื่น การทำแบบนี้สุดท้ายแล้วจะเปลี่ยนจากความรักกลายเป็นความอึดอัด และทำให้เขาเดินหนีไปในที่สุด 2.ชวนทะเลาะเก่ง การที่เราจะมีความรักทั้งทีมันก็ควรจะมีแต่เรื่องดี ๆ แม้ไม่เข้าใจกันตรงไหนก็ค่อย ๆ พูดคุยปรับความเข้าใจกัน ไม่ใช่เอะอะก็ชวนทะเลาะแม้เป็นเรื่องเล็กน้อยเรื่องนิด ๆ หน่อย ๆ ก็เอามาเป็นประเด็นจนทำให้ปวดหัว ทำให้อีกฝ่ายอยากหนีไปจากจุดนั้น การชวนทะเลาะจึงเป็นอีกสาเหตุหลักที่ทำให้คนเลิกกันเลยหละ 3.ไม่ให้เกียรติกัน ปัญหานี้มักจะเกิดกับคู่รักที่คบกันมาอย่างยาวนาน เพราะทั้งคู่จะมีความสนิทสนมใกล้ชิดจนไม่เกรงใจและไม่ให้เกียรติอีกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นการกระทำหรือคำพูดที่ทิ่มแทงจิตใจ หรืออะไรก็ตามที่ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกด้อยค่าลง จนส่งผลต่อความสัมพันธ์ตามมาในที่สุด 4.เรื่องบนเตียง เรื่องบนเตียงกับชีวิตคู่ดูจะเป็นของคู่กัน ถ้าหากมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรู้สึกไม่พอดีหรือไม่พอใจสุดท้ายก็จะเกิดความห่างเหิน จนกิจกรรมบนเตียงที่เคยทำร่วมกันก็อาจจะลดน้อยลง แม้ว่ารักกันแค่ไหนแต่ถ้าไม่สามารถตอบสนองความต้องการของอีกฝ่ายได้ สุดท้ายก็จะนำมาซึ่งปัญหาในข้อต่อไป 5.นอกใจ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ ทั้งเรื่องบนเตียงหรือนิสัยที่เข้ากันไม่ได้ ถ้าไม่บอกเลิกกันไปตรง ๆ สุดท้ายก็จะนำมาสู่ปัญหานี้ เพราะทั้งคู่ก็จะทนอยู่ด้วยกันต่อไปจนกระทั่งเจอคนใหม่ที่ดีกว่า จากนั้นก็พร้อมจะตีตัวออกห่างโดยอ้างเหตุผลสารพัด อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม แฟนเปลี่ยนไป ไม่ซึ้งไม่หวานไม่เอาใจเหมือนตอนแรก ทำไงดี? 13 เรื่องง่ายๆ ที่ คู่รัก ควรทำให้กันในทุกๆ […]

ทฤษฎีวงล้อสีแห่งความรัก รักแบบไหนที่ใจเรากำลังเป็นอยู่

ทฤษฎีวงล้อสีแห่งความรัก รักแบบไหนที่ใจเรากำลังเป็นอยู่ ครั้งก่อนเคยกล่าวถึงทฤษฎีสามเหลี่ยมความรัก หรือ Triangular Theory Of Love ตามแนวคิดของ Sternberg ที่บอกว่าความรักนั้นมี 3 องค์ประกอบก็คือความใกล้ชิด ความเสน่หา และความผูกมัด แต่ในวันนี้อยากจะมานำเสนออีกทฤษฎีหนึ่งในฟังกัน นั่นก็คือ “ทฤษฎีวงล้อสีแห่งความรัก” (The Colors of Love) ที่จะใช้สีมาอธิบายความรู้สึกของความสัมพันธ์ เพื่อให้เรารู้ว่าที่กำลังเกิดขึ้นอยู่นั้นเป็นความรักในรูปแบบไหน สำหรับทฤษฎีวงล้อสีแห่งความรักเป็นแนวคิดของ John Alan Lee นักจิตวิทยา ชาวแคนาดาที่นำเสนอรูปแบบความรักไว้ 6 รูปแบบ โดยแบ่งเป็นรูปแบบหลัก 3 รูปแบบ และรูปแบบรองอีก 3 รูปแบบ คือ รูปแบบหลัก ❤️ Eros (สีแดง) แทนความสัมพันธ์ที่มีความรู้สึกเร่าร้อน หลงใหล เสน่หา พึงพอใจในร่างกาย รูปร่างหน้าตาและเซ็กส์ของอีกฝ่าย อารมณ์ประมาณรักแรกพบ ที่มีความตื่นเต้นทั้งทางร่างกายและจิตใจ 💙 Ludus (สีน้ำเงิน) เปรียบดั่งความรักคือการเล่นเกม ความรักคือความสนุกสนาน […]

รู้จักความรักแต่ละประเภท ตามทฤษฎี “สามเหลี่ยมความรัก” แล้วคุณหละกำลังมีความรักแบบไหน

รู้จักความรักแต่ละประเภท ตามทฤษฎี “สามเหลี่ยมความรัก” แล้วคุณหละกำลังมีความรักแบบไหน ความรักในโลกใบนี้มีหลากหลายประเภทและหลากหลายรูปแบบตามแต่ใครจะนิยาม แต่รู้หรือไม่ว่ามีอยู่ทฤษฎีหนึ่งซึ่งนั่นก็คือทฤษฎี “สามเหลี่ยมความรัก” (Triangular Theory Of Love) ตามแนวคิดของ Sternberg (1986) ที่อธิบายถึงธรรมชาติและรูปแบบของความรัก จาก 3 องค์ประกอบก็คือ ความใกล้ชิด ความเสน่หา และความผูกมัด ซึ่งทั้ง 3 องค์ประกอบนี้จะผูกพันธ์เชื่อมโยงกันและแยกย่อยออกไปเป็น 8 ประเภทของความรัก 1.การไม่มีความรัก การไม่มีความรักนั้นก็ถือเป็นอีกประเภทหนึ่งของความรักเช่นกัน แต่เป็นรูปแบบความสัมพันธ์ที่ไม่มีความใกล้ชิด ความเสน่หา และความผูกมัดเลย เป็นแค่ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลแบบง่าย ๆ ระยะเวลาหนึ่ง ที่ไม่มีความรู้สึกมาเกี่ยวข้อง 2.ความชอบ เป็นรูปแบบความรักที่ประกอบด้วยความใกล้ชิดเท่านั้น ไม่มีความเสน่หา และความผูกมัด มาเกี่ยวข้อง มักจะเกิดขึ้นกับคนที่เราสนิทสนมใกล้ชิดด้วย เช่น เพื่อน คนรู้จัก 3.ความรักแบบหลงใหล เป็นรูปแบบของความรักที่ประกอบและถูกหล่อหลอมขึ้นมาด้วยความเสน่หาเพียว ๆ อย่างเดียวเท่านั้น และมักเกิดขึ้นได้บ่อย ถ้าจะพูดให้เห็นภาพก็คงเป็น “การรักแรกพบ” นั่นเอง 4.ความสัมพันธ์ที่ปราศจากความรัก เป็นความรักที่ประกอบด้วยความผูกมัดอย่างเดียว เช่น […]

ด้านมืดของความรัก ที่อาจไม่ได้สวยงามเท่าใครหลายคนคิดไว้

ด้านมืดของความรัก ที่อาจไม่ได้สวยงามเท่าใครหลายคนคิดไว้ หลายคนคงเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า “เมื่อมีรัก ย่อมมีทุกข์” กันมาบ้างแล้ว ซึ่งเราเองก็อยากจะบอกว่านั่นคือ ความจริง หรือ ด้านมืดของความรัก ในอีกมุมหนึ่งที่ใครก็ไม่สามารถปฏิเสธได้เลยล่ะค่ะ ว่ากันว่า “ความรัก” ก็เปรียบเสมือนกับดอกกุหลาบสีแดงสวยงาม ดูภายนอกมีเสน่ห์ชวนให้หลงใหล แต่ในขณะเดียวกัน หากหยิบจับอย่างไม่ระวัง ก็อาจถูกหนามแหลมทิ่มแทงเอาได้ ฉะนั้น เวลามีความรัก จึงไม่ควรเผลอไผลไปกับมันจนลืมตัวนัก เพราะมิเช่นนั้น อาจเป็นเราที่ต้องเจ็บปวดจากการผิดหวัง ทั้งๆ ที่ไม่ใช่เรื่องสมควรเลยแม้แต่น้อย บทความนี้ Goodlifeupdate จึงอยากขอนำเสนอมุมมองความรักในอีกด้านหนึ่ง เพื่อให้ทุกคนได้เรียนรู้ และพร้อมที่จะเข้าใจไปกับมันกันค่ะ ทุกข์จากการเลิกรา เพราะทุกสรรพสิ่งนั้นไม่มีอะไรจีรังยั่งยืน แม้กระทั่งตัวของเราเอง การคาดหวังให้ใครสักคนมายืนอยู่เคียงข้างกันตลอดไป จึงถือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยาก เนื่องจากในบางจังหวะของชีวิต โลกใบนี้อาจเหวี่ยงใครสักคนเข้ามาเพื่อพบพาลาจากกันเท่านั้น ซึ่งก็นับว่าเป็นเรื่องธรรมดา ที่สามารถเกิดขึ้นได้กับชีวิตของทุกๆ คน แต่ก็อดยอมรับไม่ได้จริงๆ ค่ะว่า มันดูเป็นอะไรที่ค่อนข้างเจ็บปวดและยากที่จะทำใจ ซึ่งไม่ว่าการเลิกราจะเกิดขึ้นกับใครก็ตามแต่ ล้วนสร้างบาดแผลและความทรงจำที่ยากจะลบได้ด้วยกันทั้งนั้น ทุกข์จากความหึงหวง เราเชื่อว่ามนุษย์ทุกคน ล้วนอยากครอบครองสิ่งของอันเป็นที่รักไว้ที่ตัวเองแต่เพียงผู้เดียว ฉะนั้น คงไม่ใช่เรื่องแปลกมากมายอะไร ถ้าหากอาการหึงหวงจนน่ามืดตามัวทั้งหลาย จะเกิดขึ้นตามมาด้วยเช่นกัน เพราะเมื่อคนสองคนตกลงคบหาดูใจ นั่นก็ถือเป็นการบ่งบอกว่า “เราคือเจ้าของกันและกัน” […]

เติมน้ำตาลให้ความรัก ด้วยการเข้าใจความหมายของ ชีวิตคู่

เติมน้ำตาลให้ความรัก ด้วยการเข้าใจความหมายของ ชีวิตคู่ ‘ ชีวิตคู่ ‘ เมื่อคบกันไปนานๆ ความหวานก็ย่อมต้องมีจืดจางลงไปบ้าง แต่ถ้าหากอยากจะให้ความรักเดินหน้าต่อไปอย่างราบรื่นและยั่งยืน สาวๆ รู้มั้ยคะว่า แค่รู้จักทำความเข้าใจความหมายของมัน เพียงเท่านี้ก็ถือเป็นการเติมโปรความรักของเราอย่างไม่มีวันหมดได้แล้ว เข้าใจเรื่องการปรับตัว เมื่อไหร่ก็ตามที่คนสองคนต้องเดินเข้ามาใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน “พฤติกรรมการปรับตัวเข้าหากัน” จึงถือเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกๆ ที่คู่รักทุกคู่จำเป็นต้องทำ เพราะถ้าหากเราไม่เรียนรู้ที่จะปรับตัวเข้าหากันอยู่เรื่อยๆ แม้จะรู้จักกันแล้ว แน่นอนล่ะว่าปัญหาการกระทบกระทั่งก็อาจเกิดขึ้นได้ง่าย อันเนื่องมาจากความเข้าใจกัน แต่ดันยังไม่ “ลึกซึ้ง” มากพอ เข้าใจความเป็นส่วนตัว แม้จะตกลงปลงใจใช้ชีวิตด้วยกันแล้ว แต่ “พื้นที่ส่วนตัว” ก็ยังคงเป็นสถานที่หวงแหนสำคัญสำหรับใครหลายๆ คน ฉะนั้น อีกหนึ่งวิธีในการเติมเต็มความหวานให้กับชีวิตคู่ คือการปล่อยให้อีกฝ่ายได้อยู่ในโลกของตัวเองบ้าง เพราะนั่นอาจเป็นพื้นที่อีกแห่งหนึ่ง ที่เค้าอยู่แล้วรู้สึกสบายใจและปลอดภัยมากที่สุด รองลงมาจากการอยู่ในโลกของเรานั่นเองล่ะค่ะ เข้าใจคำว่าให้อภัย คงไม่มีใครบนโลกใบนี้ที่จะทำทุกอย่างได้ถูกใจสาวๆ ไปหมดซะทุกเรื่อง แม้กระทั่งตัวของสาวๆ เอง ที่ในบางครั้งก็ยังไม่ค่อยชอบการกระทำของตัวเองสักเท่าไหร่ เพราะฉะนั้น การหัดให้อภัยคนรอบข้างบ้าง โดยเฉพาะคนรัก จึงนับเป็นการถนอมน้ำใจและการเคารพซึ่งกันและกันในอีกรูปแบบหนึ่ง นอกจากนี้ มันยังช่วยทำให้คุณและเค้าเข้าใจความชอบ หรือไม่ชอบของอีกฝ่ายได้มากขึ้นด้วย เข้าใจเรื่องการเติมเต็ม เพราะชีวิตคนเราก็คล้ายๆ กับจิ๊กซอว์ชิ้นหนึ่งที่รอใครสักคนเข้ามาต่อเติม ดังนั้น ชีวิตคู่จะสมบูรณ์แบบได้ […]

5 คำสั้นๆ ช่วยรักษาความสัมพันธ์ให้ยืนยาว

5 คำสั้นๆ ช่วยรักษาความสัมพันธ์ให้ยืนยาว แรกๆ อะไรก็หวาน ดูเอาอกเอาใจอย่างดี แต่พอนานเข้าความเบื่อ ความเคยชินเริ่มเข้ามาแทนที่ รสรักที่เคยหวานกลับขมแบบไม่ทันตั้งตัว สิ่งหนึ่งที่จะรักษาความสัมพันธ์ของเราให้ยืนยาวไปได้ คือการหาวิธีที่จะทำให้อีกฝ่ายมีความสุขเสมอ ไม่เพียงแต่ในกรณีของคู่รัก แต่ในมุมความสัมพันธ์แบบเพื่อนหรือครอบครัว วิธีนี้ก็ใช้ได้เช่นกัน จะมีอะไรบ้างที่จะช่วยรักษาความสัมพันธ์ให้ดีและยืนยาวๆไปดูพร้อมกัน 1. สร้างเสียง “หัวเราะ” วิธีเด็ดๆที่จะช่วยรักษาความสัมพันธ์ให้ดี อย่างแรกเลยก็คงจะเป็นการสร้างเสียงหัวเราะนี่แหละ เมื่อคุณอยู่ร่วมกัน เกิดช่วงเวลาตึงเครียดระหว่างความสัมพันธ์ คนใดคนหนึ่งควรหาวิธีสร้างเสียงหัวเราะ เพื่อลดความตึงเครียด จากเหตุการณ์ที่กำลังทะเลาะกัน ก็จะบรรเทาลงและมองเห็นปัญหาที่สร้างความขัดข้องหมองใจกันชัดเจนขึ้น พร้อมช่วยกันแก้ไข 2. กล่าวคำ“ขอบคุณ” คำขอบคุณซึ่งกันและกันอย่างจริงใจ และตรงไปตรงมา สามารถมอบให้แก่กันได้โดยไม่ต้องรอวาระที่เหมาะสมหรือโอกาสสำคัญ เราอาจกล่าวคำขอบคุณที่มีเขาอยู่ในชีวิต หรือขอบคุณเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่เขาทำให้ อย่าทำตัวเป็นคนปากหนัก แล้วรอให้ดวงอาทิตย์ตกดินผ่านไปแต่ละวันโดยไม่แสดงความรู้สึกขอบคุณอย่างจริงใจต่อกัน 3. เข้าใจ “ คุณไม่ฟังฉัน” คำพูดนี้ที่คู่รักกล่าว อาจไม่ได้หมายถึง คุณไม่ได้ใช้หูฟัง แต่อาจกำลังแสดงให้รู้ว่าคุณไม่เข้าใจในสิ่งที่เค้ากำลังสื่อสาร ฉะนั้นความเข้าใจคือสิ่งสำคัญที่สุด 4. “สนับสนุน” ซึ่งกันและกัน เมื่อเรารักกันแล้ว แน่นอนว่าคนหนึ่งคนต้องระวังภัยให้อีกคนได้ เขาคนนั้นจะต้องคอยประคองเมื่อเราล้ม มีไหล่ให้พักพิงยามเหนื่อยล้า รวมถึงรู้สึกไว้ใจกัน […]

5 วิธีเติมความหวานชื่น ให้ความรักน่าตื่นเต้นและสดใหม่อยู่เสมอ

5 วิธีเติมความหวานชื่น ให้ความรักน่าตื่นเต้นและสดใหม่อยู่เสมอ คู่รักหลายคู่ที่คบกันมาเป็นเวลานาน แน่นอนว่าต้องมีอารมณ์เบื่อหน่ายไร้ความตื่นเต้น ไม่หวาน ไม่ลึกซึ้งกันเหมือนวันเก่า จนอาจจะเกิดปัญหาเมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งพบเจอกับความตื่นเต้นใหม่ๆ แล้วแยกทางกันไปในที่สุด แต่ถ้าหากไม่อยากเป็นแบบนั้น เรามีวิธีสานสัมพันธ์ให้ความรักเราไม่เก่าเลยมาฝากกัน 1.พูดคุยกันอย่างลึกซึ้งและเปิดเผยมากขึ้น การเปิดอกพูดคุยและแบ่งปันความทุกข์ความสุขให้กันและกันเสมอจะทำให้เราเข้าใจกันมากขึ้น จากความรักจะกลายเป็นความผูกพันธ์เพราะได้แชร์ประสบการณ์ให้กันในทุกเรื่อง ไม่เว้นแม้แต่เรื่องบนเตียง ถ้าชอบท่วงท่าลีลาแบบไหนก็บอกกันเอาไว้จะได้แซ่บถึงใจมากขึ้น แบบนี้รับรองว่าไม่เบื่อกันง่ายๆแน่นอน 2.ตอนคบใหม่ๆทำยังไงก็ให้ทำแบบนั้น ตอนคบกันใหม่ๆโทรหาเช้าเย็นบอกรักบอกคิดถึงกันอยู่เสมอ แต่พอนานไปเรื่องง่ายๆเหล่านี้กลับลืมทำ จนความสัมพันธ์ขาดความหวานเพราะลืมเติมน้ำตาลตั้งแต่ช่วงหมดโปร ถ้าอยากรักกันไปนานๆก็ลองต่อโปรอีกหน่อยไหม แรกๆเคยทำดีไว้ยังไงก็กลับไปทำแบบเดิม 3.เติมรักให้สดใสด้วยการเซอร์ไพรส์ให้กันบ้าง ไม่ว่าจะโอกาสพิเศษไหนๆ วันขึ้นปีใหม่ วันวาเลนไทน์ วันครบรอบ หรือจะวันเกิด ก็หาของขวัญแทนใจมาเซอร์ไพรส์ให้กันบ้าง เพื่อให้อีกฝ่ายรู้สึกตื่นเต้นหัวใจพองโตและรู้สึกว่าได้รับความรัก แล้วจากนั้นเราก็จะได้รับความรักตอบแทน 4.ใช้เวลาพิเศษๆร่วมกัน ในโอกาสพิเศษนอกจากให้ของขวัญแทนใจไปแล้ว การได้ใช้เวลานั้นอยู่ร่วมกันก็สำคัญไม่แพ้กันเลย ไม่ว่าจะชวนกันไปทำกิจกรรมข้างนอก หรือทำกิจกรรมร่วมกันในห้องก็ได้ทั้งนั้น ทำแบบนี้เชื่อได้เลยว่าความรักความสัมพันธ์จะกลับมาดีดังเดิม 5.วางแผนอนาคตที่สดใสและตั้งเป้าหมายร่วมกัน อีกสิ่งสำคัญสำหรับคู่รักก็คือการวางแผนอนาคตโดยมีอีกฝ่ายอยู่ในแผนนั้นเสมอ เมื่อวางแผนแล้วก็จับมือกันไว้ค่อยๆก้าวเดินกันไปอย่างช้าๆ ความสัมพันธ์ก็จะพัฒนาไปเรื่อยๆเพราะทั้งคู่ได้ร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกันมา อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม แฟนเปลี่ยนไป ไม่ซึ้งไม่หวานไม่เอาใจเหมือนตอนแรก ทำไงดี? “อยากเจอ ความรัก ดีๆ” สิ่งแรกต้องเริ่มที่ตัวเองก่อน 13 เรื่องง่ายๆ ที่ คู่รัก ควรทำให้กันในทุกๆ […]

แฟนเปลี่ยนไป ไม่ซึ้งไม่หวานไม่เอาใจเหมือนตอนแรก ทำไงดี?

แฟนเปลี่ยนไป ไม่ซึ้งไม่หวานไม่เอาใจเหมือนตอนแรก ทำไงดี? ตอนคบกันใหม่ๆ ไม่ว่าอยู่ไหนก็คอยถามหา ส่งข้อความคิดถึงทุกเช้าเย็น รายงานตลอดว่าไปไหนกับใครหรือทำอะไรอยู่ แต่ไม่นานก็เปลี่ยนไป ความหวานที่เคยมีให้กับดูจืดจางลงไปซะอย่างงั้น แถมไม่สนใจเราเหมือนเมื่อก่อน ไม่มาอ้อนมาบอกรัก ถ้าแฟนใครกำลังเป็นแบบนี้แล้วไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี มาลองเอา 5 วิธีนี้ไปใช้ดูกัน 1.ทำความเข้าใจ เขาอาจจะมีเหตุผลอะไรที่ทำให้ไม่มีเวลาว่างเหมือนเก่า ช่วงนี้อาจจะติดงานหรืองานหนักทำให้เครียด เราต้องทำความเข้าใจถึงปัญหาที่เกิดขึ้นแล้วค่อยๆ คิดแก้ไขไปทีละขั้นตอน ถ้าเขางานเยอะจนเหนื่อยเราก็ต้องคอยให้กำลังใจ และต้องเข้าใจ ไม่ใช่ไปยุ่งวุ่นวายให้เขาปวดหัวกว่าเดิม 2.ลองเป็นฝ่ายที่เอาใจเขาดูบ้าง ที่ผ่านมาเขาอาจจะต้องคอยเทคแคร์ คอยเอาใจเราอยู่ฝ่ายเดียว ทีนี้เมื่อรักไม่หวานเหมือนเก่าก็ต้องเป็นฝ่ายเราที่เอาใจเขาดูบ้าง ถ้าเขางานหนักก็คอยถามว่าเหนื่อยไหม ส่งน้ำส่งขนมไปให้เพื่อให้เขารู้ว่ายังมีเราอยู่ในช่วงเวลาที่ลำบาก รับรองผู้ชายคนไหนเจอแบบนี้ละก็ไม่มีวันหนีไปไหนแน่ (ถ้าเขารักจริงอะนะ) 3.หากิจกรรมทำร่วมกัน วิธีกระชับความสัมพันธ์ให้แนบแน่น ไม่มีอะไรจะดีไปกว่าการได้ใช้เวลาอยู่ร่วมกันอีกแล้ว ไม่ว่าจะเป็นดูหนัง ทำอาหาร เดินเล่น ออกกำลังกาย หรือผ่อนคลายกับคนรัก เพราะการอยู่ด้วยกันจะทำให้ได้คุยได้ทำความเข้าใจกันมากขึ้น 4.ถามตรง ๆ ถ้าพยายามทำความเข้าใจแล้ว แต่สุดท้ายก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงเปลี่ยนไป ทำดีด้วยก็แล้วแต่ก็ยังเฉยชา ให้ลองถามไปตรงๆเลยว่าเป็นเพราะอะไร แต่ข้อนี้ก็ต้องเผื่อใจไว้ด้วยนะ เพราะอาจจะได้คำตอบแบบที่เราไม่ต้องการก็ได้ 5.ลองหายไปดูบ้าง ในเมื่อเขาไม่แคร์เราแล้วเราจะไปแคร์เขาทำไม ให้ลองเงียบหายไปสักพัก ถ้าเขาคิดถึงเราถ้ารักเราจริงเดี๋ยวก็คงเป็นฝ่ายกลับมาตามง้อแน่นอน คำเตือน : ข้อนี้ค่อนข้างเสี่ยง […]

How To หลีกหนี Toxic Relationship ความสัมพันธ์เป็นพิษ

How To หลีกหนี Toxic Relationship ความสัมพันธ์เป็นพิษ ลองเช็กตัวเองดูหน่อยไหม หากคุณกำลังคบกับใครแล้วรู้สึกว่าต้องยอมทนอยู่เรื่อยไป ต้องทำตามความต้องการของอีกฝ่ายเสมอ ถูกข่มขู่และควบคุมให้ทำหรือไม่ให้ทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งตามที่เขาต้องการจนรู้สึกไม่ปลอดภัย ยิ่งรักมากเท่าไหร่ก็ยิ่งเจ็บปวดมากเท่านั้น และอาจรุนแรงถึงขั้นทำร้ายร่างกาย นั่นแหละคุณกำลังตกอยู่ในสภาวะ Toxic Relationship หรือความสัมพันธ์เป็นพิษ แล้วจะทำอย่างไรกับสถานการณ์นี้ดีล่ะ 1.ยอมรับความจริง สิ่งที่ควรทำอย่างแรกคือการยอมรับความจริง ว่าความสัมพันธ์ที่กำลังเป็นอยู่ไม่ได้ดีกับตัวคุณเอาเสียเลย ถ้าทนอยู่ต่อไปมันก็จะคอยสร้างแต่บาดแผลทางจิตใจ หรืออาจจะรุนแรงถึงบาดแผลทางร่างกายให้คุณเท่านั้น 2.เห็นคุณค่าในตัวเอง “ชีวิตฉันควรได้รับสิ่งที่ดีกว่านี้” ท่องไว้ให้ขึ้นใจและใช้พูดกับตัวเองในเวลาที่มีสิ่งแย่ ๆ เข้ามาในชีวิต เพื่อให้มันช่วยย้ำเตือนให้คุณเห็นคุณค่าของตัวเอง และถ้าหากเราอยากมีความรักที่ดี เราก็ควรจะต้องรักตัวเองให้เป็นก่อน 3.ล้างพิษออกจากชีวิต ก้าวออกไปหาสิ่งที่ดีกว่าและเลิกรากับความสัมพันธ์ที่เป็นพิษนี้ ถ้ารู้แล้วว่าใครคือคนที่พ่นพิษมาทำร้ายเราก็แค่ถอยห่างออกมา ที่สำคัญจิตใจต้องแน่วแน่ไม่หวนกลับไปหามันอีกครั้ง แม้จะหอมหวานแต่สุดท้ายมันก็จะทรมานเรา 4.เยียวยาจิตใจด้วยพลังบวก กลับมาทำให้ตัวเองมีความสุขอีกครั้งด้วยการอยู่กับคนที่มีพลังบวก ทำสิ่งที่ชอบ ทำสิ่งที่ตัวเองรู้สึกดี แล้วโยนความรู้สึกแย่ ๆ ที่ได้รับมาก่อนหน้านี้ทิ้งไป เหลือไว้เพียงบทเรียนที่จะช่วยสอนให้เราไม่พลาดไปเจอเรื่องร้าย ๆ แบบนั้นอีก อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม อยากเจอความรักดีๆ ต้องทำยังไง ? 5 วิธี เพื่อคนที่อยากเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ปรับมุมมอง เรียนรู้ที่จะ วิธีรักตัวเอง […]

keyboard_arrow_up