5 วิธีรับมือความเศร้าหลังกลับจากทริปสุดสนุก #กลับสู่โลกความเป็นจริงอย่างแฮปปี้

ไปเที่ยวนานๆ ไม่อยากกลับมาทำงานเลย ทำยังไงดี? หนึ่งในช่วงเวลาที่มีความสุขของมนุษย์เงินเดือน ก็คือ เวลาที่ได้ไปทริปท่องเที่ยวสนุกๆ ไปกับเพื่อน ไม่ว่าจะทริปต่างจังหวัด ทริปต่างประเทศ จะไปกินเที่ยวช็อปปิ้งแบบหรูๆ หรือไปแบบลุยๆ การได้ท่องเที่ยวตามที่ใจต้องการเป็นสิ่งที่สร้างความสุขและปลุกไฟให้คนทำงานอย่างเราได้เสมอ แต่เมื่อถึงวันสุดท้ายของการท่องเที่ยว ทำไมเราถึงรู้สึกเศร้าๆ เหงาๆ ไม่อยากกลับบ้าน ไม่อยากกลับมาทำงาน เราก็รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ ยังไงก็ต้องกลับบ้านมาเผชิญกับความจริง มาเจอกับงานที่กองบนโต๊ะ บิลบัตรเครดิตที่รูดเพลิน ยิ่งคิดแบบนี้ยิ่งรู้สึกเศร้าไปกันใหญ่เลยใช่ไหมล่ะ ถ้าอย่างนั้นคงต้องพึ่ง 5 เทคนิครับมือความเหงาหลังจากกลับจากทริปสุดมันดีกันหน่อยดีกว่า   รับมือความเศร้าหลังทริปเที่ยว คิดเสียว่า กลับมาทำงานเก็บเงินจะได้ไปเที่ยวต่อ ไปเที่ยวไหนก็ต้องใช้เงินเยอะอยู่แล้ว ถ้าอยากให้เที่ยวให้สนุก ไม่มีอะไรติดขัด มีปัญหาก็ใช้เงินแก้ปัญหาได้ (ฮา) เราก็ต้องมีเงินให้พร้อม ดังนั้น เปลี่ยนความเศร้าที่ต้องกลับมาทำงาน ให้เป็นแรงบันดาลใจในการหาเงินไปเที่ยวได้อีกดีกว่า คิดเสียว่า ทำงานเยอะๆ จะได้มีเงินมาใช้หนี้จากการท่องเที่ยวครั้งเก่า และเพื่อให้มีเงินไปเที่ยวครั้งใหม่ด้วย แม้จะเป็นหนี้จากการเที่ยว ต้องหาทำงานหนักหาเงิน แต่อย่างน้อยมันก็ทำให้เรามีความสุขมากกว่าทำงานเก็บเงินไปแล้วไม่ได้ใช้อย่างที่ต้องการ เพราะประสบการณ์และความสุขมันแทนค่าด้วยมูลค่าเงินไม่ได้หรอก ปล. อย่าลืมวางแผนการเงินเพื่อให้มีเงินเก็บไปเที่ยวด้วยนะ อ่านเพิ่มเติม   5 เทคนิค เก็บเงิน เที่ยวต่างประเทศ เพื่อทริปในฝันของคุณ วางแผนทริปครั้งต่อไปเลย ใครยังอยู่ในอารมณ์เหงาๆ เศร้าๆ […]

ไม่ชอบเพื่อนร่วมงาน แต่ก็ต้องทำงานด้วยกัน! วิธีทำงานร่วมกับคนที่เราเกลียดแบบมืออาชีพ

ไม่ชอบเพื่อนร่วมงาน แต่ก็ต้องทำงานด้วยกัน! วิธีทำงานร่วมกับคนที่เราเกลียดแบบมืออาชีพ บางครั้งเราก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงการทำงานร่วมกับคนที่เรา “เกลียด” ได้ ถึงเราจะ ไม่ชอบเพื่อนร่วมงาน มากขนาดไหน แต่เราก็ต้องทำงานร่วมกับเขาอยู่ดี ถ้าอย่างนั้นมาเปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาส ด้วยเทคนิคในการทำงานร่วมกับคนที่เราไม่ชอบให้สำเร็จลุล่วงด้วยดีกันค่ะ   โฟกัสที่งาน พยายามเพ่งสมาธิและความสนใจไปที่งานของเรา อยากวอกแวกไปกับอคติ หรือความรู้สึกไม่ชอบ ทำงานของเราออกมาให้ดีที่สุด   หลีกเลี่ยงการพูดคุยเรื่องอื่นนอกเหนือจากงาน หากการพูดคุยกันเรื่องอื่นมีแต่จะชวนให้ทะเลาะ ก็คุยกันเฉพาะเรื่องงานก็พอ ถ้าเขายังจะมาตามตอแย ชวนให้ไม่สบายใจอีก ก็พยายามอย่าไปยุ่งกับเขาค่ะ   เตรียมใจเจอเรื่องแย่ๆ เตรียมใจล่วงหน้าเอาไว้เลย ว่าเราอาจจะต้องเจอกับสถานการณ์ที่แย่ๆ ต้องรู้สึกแย่เพราะคนที่แย่ๆ เตรียมใจและเผื่อใจเอาไว้ล่วงหน้า เพื่อที่เราจะได้พร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นค่ะ   ไม่คาดหวังว่าเขาจะมาทำดีกับเรา อย่าคาดหวังว่าเขาจะต้องปฏิบัติตัวดีกับเรา เตรียมตัวเตรียมใจรับมือกับเขาไว้ให้ดี   ติดต่อสื่อสารอย่างเป็นทางการ นอกจากการติดต่อสื่อสารกันเท่าที่จำเป็นแล้ว เรายังควรพูดคุยกับเขาอย่างเป็นทางการ ถ้ามีหลักฐานยืนยันเวลาที่คุยกันด้วยก็จะดีมาก เช่น บันทึกเสียงเวลาที่ประชุมงานกัน หรือเก็บแชท เก็บอีเมลที่ตกลงงานกันเอาไว้เพื่อที่จะป้องกันไม่ให้เกิดความผิดพลาดคลาดเคลื่อน ความเข้าใจผิดกันในภายหลังได้ หรือหากคิดจินตนาการไปในแง่ร้ายสุดๆหากเขาคนนี้พยายามที่จะหาเรื่องหรือใส่ร้ายอะไรเราเกี่ยวกับเรื่องงาน เราก็ไม่ต้องกลัว เพราะเรามีหลักฐานเอาไว้ยืนยันความบริสุทธิ์ของเราเรียบร้อยแล้ว   ทำงานให้ออกมาดีที่สุด นี่แหละ คือวิธีการที่จะทำให้เราสามารถอยู่เหนือกว่า และสามารถเอาชนะคนคนนี้ในที่ทำงานได้ เพราะถ้าเราสามารถทำงานออกมาได้ดีสร้างผลงานที่ดีออกมาได้ […]

เป็นคนมีทัศนะคติดี เชื่อสิว่า“เจ้านาย” จะรัก!!

ไม่ว่าคุณจะทำงานอยู่ในสายงานไหน ที่ทำงานของคุณย่อมต้องการลูกน้องที่ทำงานได้ดั่งใจ ทำงานร่วมด้วยได้อย่างมีความสุข มีประสิทธิภาพ ซึ่งการจะทำตัวของเราให้กลายเป็นมนุษย์ออฟฟิศที่เพอร์เฟคในทุกๆ ด้าน ทั้งทำงานเก่ง เจ้านายรัก เพื่อนร่วมงานเอ็นดูทำได้ไม่ยากเลยค่ะ แค่เราทำทุกงานด้วยใจ ทำงานที่ได้รับมอบหมายให้ออกมาดีที่สุด ถ้าคิดแบบนี้คุณก้าวมาถูกทางแล้วค่ะ หากคุณมีทัศนคติแบบนี้แล้วเชื่อเถอะว่าเจ้านายจะต้องมองคุณเป็นคนมีความสามารถ และเหมาะที่จะได้เลื่อนตำแหน่งในอนาคตอย่างแน่นอน ยิ่งผู้หญิงอย่างเราๆ ด้วยแล้วด้วยหน้าที่การงานที่สามารถกำหนดได้ด้วยตัวเอง ปัจจุบันสามารถยืนหยัดด้วยลำแข้งของตัวเองมากกว่าผู้หญิงสมัยก่อน จึงทำให้สาวๆ สมัยนี้มีชีวิตแตกต่างจากสาวๆ ในยุคก่อนๆ การทำงานต่างๆ มีความอิสระเสรีมากขึ้น และเพื่อที่จะให้ประสบความสำเร็จในการทำงานให้ได้ดั่งใจปรารถนา ยังมีอีกหลายข้อที่สาวๆ พึงรู้เอาไว้เพื่อที่จะได้เป็นขวัญใจของเจ้านายและทุกคนในที่ทำงาน ซึ่งจะนำพาให้ชีวิตของเราประสบความสำเร็จยิ่งๆ ขึ้นไปค่ะ มีความคิดสร้างสรรค์ และทำทุกอย่างให้ดีที่สุด การเป็นลูกน้องที่ดีต้องไม่คิดแค่ว่าเราเป็นแค่ลูกจ้างคนนึงเท่านั้น แต่ต้องมองว่าทุกสิ่งที่ได้รับมอบหมายให้ทำคือโอกาสในการที่จะได้แสดงความสามารถที่ตัวเองมีให้ทุกคนได้เห็น สำหรับบางคนมีความไม่กล้าที่จะคิด ไม่กล้าที่จะแสดงออก มีไอเดียดีๆ แต่ก็ไม่กล้านำไปเสนอเพราะกลัวจะผิด กลัวจะไม่ถูกใจหัวหน้า อยากจะบอกว่า หากคุณคิดว่าสิ่งที่คุณคิดมีประโยชน์ต่องานและคุณคิดว่าสามารถทำให้ชิ้นงานนั้นพัฒนาขึ้นได้แล้วล่ะก็เสนอไปเลยค่ะ อย่าไปกลัว ดีไม่ดี ถูกใจหรือไม่ถูกใจนั่นค่อยมาว่ากันอีกที อย่างน้อยๆ เจ้านายก็ได้เห็นแล้วว่าคุณไม่ได้อยู่นิ่งๆ และพยายามคิดให้งานออกมาดีอยู่ตลอดเวลา แต่ที่อยากจะแนะนำนิดนึงคือเวลาแสดงความคิด หรือเสนอไอเดียอะไรก็ตามต้องออกไปทางด้านบวกไม่ดูเป็นการอวดเก่งเกินไปนะคะ ไม่เช่นนั้นอาจถูกมองด้านลบทันทีเลยล่ะค่ะ คิดบวก และมีความอ่อนน้อมถ่อมตน         ด้วยสัญชาติญาณของคนเราทุกคนย่อมชอบคนที่มีทัศนคติดี มองโลกในแง่บวก ที่สำคัญชอบคนที่ม่ความอ่อนน้อมถ่อมตน ยิ่งถ้าเป็นลูกน้อง หรือผู้ที่อาวุโสน้อยกว่า […]

เหตุใดคนส่วนใหญ่จึงไม่ค่อยมีความสุขกับชีวิต?

“ความสุข” ถือเป็นตัวผลักดันความสำเร็จในชีวิตของมนุษย์ทุกคน และเป็นส่วนผสมหลักของการมีความรักที่ดี เรียกว่าเป็นส่วนที่ทำให้ชีวิตสมบูรณ์แบบ คือ ไม่ว่าจะทำอะไร อยู่ที่ไหน ขอแค่มีความสุข นั่นคือที่สุดแล้วของชีวิต! แต่หากตอนนี้คุณไม่มีความสุข เชื่อว่าในอนาคตคุณก็ไม่น่าจะมีความสุขได้ นั่นเพราะมันคือนิสัยของคุณ นิสัยที่มักจะสร้างเงื่อนไขของการมีความสุขให้กับตัวเอง ยกตัวอย่างเช่น บางคนมีทุกอย่างครบแล้ว ทั้งเงินทอง หน้าที่การงาน ชื่อเสียง แต่ภายในจิตใจยังเศร้าหมอง ทุกข์ระทม ทั้งหมดเกิดจากความผิดหวังจากการคาดหวังว่าทุกสิ่งที่หามาได้ทั้งหมดจะทำให้ชีวิตมีความสุขได้ แต่ตอนนี้กลับไม่แน่ใจแล้วว่าอะไรกันแน่ที่ทำให้ชีวิตมีความสุข  คิดเท่าไรก็คิดไม่ออกว่าแล้วอะไรที่เรายังขาดอยู่อีก หลายคนอาจเคยประสบกับช่วงเวลาแบบนี้ แล้วความสุขที่แท้จริงอยู่ที่ใด? ทำอย่างไรเราจึงจะมีความสุขที่แท้จริง ถ้างั้นวันนี้เราไปดูเรื่องราวและเหตุผลที่ว่าทำไมคนเราจึงไม่รู้สึกมีความสุขกับชีวิต พร้อมหนทางแก้ไขไปพร้อมๆ กันดีกว่าค่ะ >> ยึดติดกับบรรทัดฐานความสุขในแบบของคนอื่นมากไป <<      เชื่อว่าคนเราส่วนใหญ่มักจะไม่ค่อยพอใจในสิ่งที่เรามีอยู่ หรือมักจะเอาบรรทัดฐานความสุขของคนอื่นมาเป็นของตนเอง เช่น ยังคงเอาชีวิตตัวเองไปเปรียบกับดารา นักแสดง นักการเมือง หรือเศรษฐีร้อยล้าน พันล้าน และนั่นมันทำให้คุณไม่มีความสุขกับชีวิตที่มี เลิกคิดแบบนั้นเถอะค่ะ เลิกเปรียบเทียบ เลิกสนใจคำโฆษณาชวนเชื่อหรือสิ่งที่สังคมมองกันแค่เปลือกนอกและพยายามยัดเยียดความเชื่อและนิยามของความสุขให้คุณ เพราะคุณจะไม่มีวันมีความสุขเลยถ้าคุณมัวแต่ยุ่งยากกับการไขว่คว้าเอาจากข้างนอก แต่ลืมมองสิ่งที่คุณมีอยู่แล้ว จงมีความสุขในตอนนี้โดยนับสิ่งดีๆ ที่คุณมีอยู่ในชีวิต ลองนึกดูดีๆ ว่า ถึงแม้ว่าคุณจะมีและหาสิ่งที่คนอื่นมองว่าควรจะมีมาได้แล้ว ความสุขของคุณจะเกิดขึ้นแค่ชั่ววูบเดียว หลังจากนั้นจะลดลงไปเท่าเดิม แล้วคุณพจะหันไปไขว่คว้าหาสิ่งที่ยังไม่ได้อีกต่อไป […]

หยุดทำตามความคาดหวังของคนอื่น จนตัวเองเป็นทุกข์

เราต่างรู้ดีว่ามนุษย์ทุกคนบนโลกล้วนมีความคิด ความชอบและต้องการเลือกในสิ่งที่ต้องการด้วยตัวเอง หลายคนบอกว่าในวัยเด็กเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุด ไม่ต้องคิด ไม่ต้องเครียด ไม่ต้องแบกความหวังของใครต่อใครมากมายไว้บนบ่า ทว่าเมื่อเราเติบโตความรับผิดชอบต่อสิ่งต่างๆ ทั้งกับครอบครัว งาน เพื่อนฝูง กลับหล่อหลอมให้เราต้องเปลี่ยนตัวเองเพื่อทำตามความคาดหวังของคนอื่น จนบางครั้งเราก็หลงลืมความสุขของตัวเองไป จึงถึงเวลาแล้ว ที่เราจะ หยุดทำตามความคาดหวังของคนอื่น ที่มีต่อตัวเองเสียที   หยุดทำตามความคาดหวังของคนอื่น จนตัวเองเป็นทุกข์   มนุษย์เราไม่ได้เกิดมาเพื่อทำตามความคาดหวังของคนอื่น ในทางตรงกันข้าม การเอาแต่พยายามทำตามความคาดหวังของคนอื่นมีแต่จะทำให้คุณเป็นทุกข์เสียมากกว่า   ความทุกข์ที่เกิดจาก ‘การคาดหวัง’ แล้วสิ่งต่างๆ ไม่เป็นไปดั่งใจ เกิดขึ้นได้เสมอ ทั้งในชีวิตการทำงานหรือความสัมพันธ์กับผู้อื่น ซึ่งสิ่งแรกที่ควรทำเมื่อเกิดความผิดหวังคือ ตั้งสติคิดให้ถ้วนถี่ว่ามีสาเหตุใดบ้างที่ทำให้สิ่งที่เราหวังนั้นไม่เป็นไปดั่งใจ พร้อมกับแยกแยะว่า เรื่องใดเป็นเรื่องที่เราควบคุมได้ และ เรื่องใดเป็น “เรื่องที่ควบคุมไม่ได้”   แต่ในความเป็นจริงหากคุณปฏิเสธความคาดหวังของคนอื่นได้ยาก การตั้งอยู่ในทางสายกลางจึงน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด หากความคาดหวังใดที่ไม่มากมายและพอทำได้ก็ทำ แต่หากมันมากเกินไปจนขัดกับตัวตนของคุณ ก็ต้องคราวต้องปฏิเสธ   สิ่งหนึ่งที่ควรทำคือการขีดเส้นแบ่งให้ชัดเจนว่า “มากเกินไปกว่านี้ฉันไม่สนใจแล้ว” ตัดธุระหรือเรื่องราวความคาดหวังของคนอื่นทิ้งไป แล้วเลือกเส้นทางที่คุณเชื่อว่าดีที่สุดสำหรับตัวเอง   จำไว้ว่า ไม่ว่าจะทำอย่างไร คุณก็ไม่มีทางทำให้คนทั้งโลกชื่นชอบหรือพึงพอใจได้ทั้งหมด ดังนั้นบางครั้งเราก็ต้องยอมถูกบางคนเกลียด แต่อย่างน้อยก็ดีกว่าคุณต้องฝืนใจทนทำในสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบ จนกลายเป็น ‘เกลียดตัวเอง’ […]

5 วิธี เอาตัวเองออกไปจากสภาวะที่ชวนให้ อึดอัดใจ

เมื่อต้องอยู่ในสังคม คงมีบ้างสักวัน ที่เรามีความรู้สึก เหมือนว่า อยากจะหายตัวไปจากตรงนั้น เสียให้รู้แล้วรู้รอด นั่นก็เพราะเกิด สถานการณ์ที่ชวนให้รู้สึก อึดอัดใจ ขึ้น อย่างไรก็ตาม เราไม่สามารถหลีกเลี่ยง สถานการณ์จำพวกนี้ไปได้ วันนี้เราจึงขอมาแนะนำ วิธีง่ายๆ ที่จะช่วยให้เรารอดพ้นจากสถานการณ์นี้ไปค่ะ   5 วิธี เอาตัวเองออกไปจาก สภาวะที่ชวนให้ อึดอัดใจ   :: ร้องไห้ออกมา :: การร้องไห้ คือการปลดเปลื้องอารมณ์ ออกมาในเวลาที่เหมาะสม เป็นการบำบัด ที่ธรรมชาติของร่างกายสร้างเอาไว้ให้เรา ตอนที่รู้สึกว่าขอบตาร้อนผ่าว หากอยู่ในสภาวะที่ชวนอึดอัด ให้เราถอยออกมา อยู่ในพื้นที่ปลอดภัยของเรา เป็นหนึ่งในวิธีสำคัญ ที่จะช่วยให้เราจัดการกับความเศร้า และความอึดอัดใจทั้งหลายได้   :: ระบายออกมาเป็นตัวหนังสือ :: ระบายออกมาเป็นตัวหนังสือ ลองซื้อไดอารี่สักเล่ม หรืออาจจะเป็นแอปไดอารี่ โน้ตต่างๆ เหตุการณ์นั้นๆ อาจจะทำให้สภาพจิตใจเราย่ำแย่มาก ณ ขณะนั้น แต่เชื่อเถอะว่า เมื่อเวลาผ่านไป และใจเย็นลง กลับมาอ่านอีกครั้ง เราอาจสามารถลบมันทิ้งไปจากใจได้แล้วก็ได้   […]

วิธีสร้างความสัมพันธ์อันดีกับทุกๆ คนรอบข้าง

การพัฒนาตนเองสามารถทำได้ไม่ยาก เพียงแค่ปรับจุดเล็กๆ ไม่กี่จุด คุณก็จะสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองไปในทางที่ดีขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการใช้ชีวิต การจัดการกับปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต รวมไปถึงการสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับผู้คนที่อยู่รอบตัวเราเพื่อให้กลายเป็นที่รักของทุกคน และสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ง่ายขึ้น ซึ่งในวันนี้เรามาเริ่มจากการจะเริ่มจากการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับทุกๆ เพื่อให้เป็นที่รัก และสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างปกติสุข >> อย่าตัดสินผู้อื่นอยู่ตลอดเวลา <<           คนเรามักจะชอบมองและตัดสินผู้อื่นอยู่ตลอดเวลาว่าคนนั้นเป็นแบบนั้น คนนี้เป็นแบบนี้ เมื่อเราเอาความรู้สึกตัวเองตัดสินคนอื่นไปแล้วก็จะนำมาซึ่งพฤติกรรมที่แสดงออกถึงความ “ชอบ”  หรือ  “ไม่ชอบ”  ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นพฤติกรรมในทางไม่ชอบเสียมากกว่า เมื่อเราตัดสินไปแล้วว่าไม่ชอบก็จะทำให้แสดงออกด้วยกิริยาแย่ๆ ใส่คนคนนั้น สุดท้ายก็ทำให้เกิดความรู้สึกที่ไม่ดีต่อกันเกิดขึ้น ซึ่งถ้าเรามีความรู้สึกและไปตัดสินคนอื่นแบบนี้หลายๆ คนเข้า เราเองนั่นแหละที่จะอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ไม่ราบรื่นนัก แบบนี้ไม่มีความสุขแน่ๆ ค่ะ เลิกตัดสินคนอื่นก่อนที่จะได้รู้จักตัวตนที่แท้จริงของคนนั้นจะดีกว่า >> เปลี่ยนจากมองผู้อื่นหันกลับมามองที่ตัวเอง << วิธีง่ายๆ ที่จะทำให้เราปรับพฤติกรรมการมองคนอื่นในแง่ไม่ดีทำได้ง่ายๆ ค่ะ แค่ปรับเป็นหันมามองที่ตัวเอง เพราะตัวเราเองนี่แหละถือเป็นจุดเล็กๆ ที่เราควรพิจารณามากที่สุด เราต้องมองตัวเราเองก่อนว่าเราเป็นคนอย่างไรในสายตาผู้อื่น เมื่อรู้แล้วเราจะได้มีการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้น อะไรที่ไม่ดีเราก็เปลี่ยนเพื่อจะได้มีคนชอบเรามากขึ้นเรื่อยๆ และจะมีแต่คนเอาเราไปพูดถึงแต่ในแง่ดี เพราะบางทีถ้าคนรอบข้างเอาเราไปพูดในแง่ไม่ดีมากๆ เข้า ชื่อเสียงเราจะโดนมองในแง่ลบเอาได้ค่ะ แบบพูดกันปากต่อปาก เราไม่สามารถไปอธิบายตัวตนของเราให้ทุกคนเข้าใจได้หมด ดังนั้นลองหันมามองตัวเองก่อนว่าเป็นอย่างไร อะไรไม่ดีก็ปรับให้ดีขึ้นก็เท่านั้น >> ถามคนรอบข้างไปตรงๆ เกี่ยวกับตัวเรา […]

วิธีรับมือกับ คนเจ้าชู้ในที่ทำงาน ที่คอยตามตื๊อ คุกคาม จนไม่มีความสุขกับการทำงาน

วิธีรับมือกับ คนเจ้าชู้ในที่ทำงาน ที่คอยตามตื๊อ คุกคาม จนไม่มีความสุขกับการทำงาน ความรักในที่ทำงานสามารถเกิดขึ้นได้ แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะแฮปปี้กับสถานการณ์นี้ บางครั้งเราอาจต้องพบเจอกับคนเจ้าชู้ ที่คอยแต่จะมาตามกวนใจทำให้เรารู้สึกอึดอัด ลำบากใจ ไปจนถึงรู้สึกกลัวจนทำให้ไม่มีความสุขกับการทำงาน ยิ่งถ้าเรื่องบานปลายไปจนกลายเป็นข่าวลือผิดๆ ในออฟฟิศ หรือเกิดการเข้าใจผิดในเรื่องชู้สาวแล้วล่ะก็ ยิ่งทำให้ชีวิตการทำงานของเราวุ่นวายเข้าไปอีก มาดูวิธีรับมือกับ คนเจ้าชู้ในที่ทำงาน เพื่อที่จะหาทางหลีกเลี่ยงและป้องกันตัวค่ะ!   1. นิ่งเฉย ไม่สนใจ ถ้าบุคคลคนนี้ยังมีพฤติกรรมที่ไม่ร้ายแรงมากนัก (สำหรับเรา) มีหยอกมีแซวบ้าง แต่ยังไม่ถึงกับคุกคาม หรือทำให้เรารู้สึกรำคาญใจ ลองนิ่งเงียบ ไม่สนใจ ไม่ใส่ใจ ไม่ตอบรับ ไม่เล่นด้วย แสดงให้เขาเห็นอย่างชัดเจนว่าเราไม่พอใจกับการกระทำนี้ แล้วคอยสังเกตดูทีท่าของเขา ถ้าเขาถอดใจ เลิกทำพฤติกรรมแบบนี้ก็จะดีมากค่ะ   2. หลีกเลี่ยงการพบปะ ติดต่อแบบสองต่อสอง อย่าเปิดโอกาสให้เขา ด้วยการหลีกเลี่ยงการพบเจอกันสองต่อสอง ตามลำพัง การเข้าไปอยู่ในสถานการณ์ที่สุ่มเสี่ยงที่จะเกิดอันตราย คอยระมัดระวังตัวอยู่เสมอ นอกจากจะเป็นการป้องกันตัวเองแล้ว ยังสามารถป้องกันและลดอัตราเสี่ยงที่จะเกิดข่าวลือไม่ดีขึ้นได้  3. ตัวติดกับเพื่อน หากจำเป็นต้องอยู่กับบุคคลนั้นในสถานการณ์ที่ไม่น่าไว้วางใจ ชวนเพื่อนที่ไว้ใจได้ไปด้วยกันเพื่อความอุ่นใจก็ดีนะคะ แถมไปกันหลายคน ช่วยกันคิด ช่วยกันทำงาน จะได้ทำงานได้เสร็จเร็วๆ […]

5 เคล็ดลับง่ายๆ ที่ช่วยให้คุณผ่อนคลายความกังวลได้ทันที!

ผ่อนคลายความกังวล ดีอย่างไร?   ไม่มีใครอยากเป็นคนขี้กังวล เพราะความกังวลทำให้เราไม่มีความสุข รู้สึกอึดอัดใจตลอดเวลา รู้สึกเครียด ไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไรทั้งสิ้น อยากให้เวลาแห่งความไม่สบายใจนี้ผ่านไปไวๆ เพื่อจะได้รู้คำตอบ ได้พบหนทางออกของปัญหาที่สร้างความกังวลให้แก่เรา เวลาที่เรากังวล คนรอบข้างมักจะพูดว่า ไม่ต้องกังวลไปหรอก ทำใจให้สบาย เราจะผ่านมันไปได้  ซึ่งเป็นคำกล่าวที่จริง แต่กว่าจะผ่านมันไปได้บางคนก็อาจจะสุขภาพจิตแย่ไปเสียก่อน หากรับมือกับความกังวลไม่ถูกวิธี บางคนอาจหาทางลืมความกังวลด้วยแอลกอฮอล์  ช็อปปิ้ง กินบุฟเฟ่ต์ ปาร์ตี้สุดเหวี่ยง และอีกหลายๆ คนปล่อยให้ตัวเองจมไปกับความกังวลนั้น ว้าวุ่น กระสับกระส่าย กินไม่ได้ นอนไม่หลับ ทำกิจกรรมอย่างอื่นไม่ได้เลย นอกจากนอนคิดกังวล จนอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพกายและใจในระยะยาว คงต้องหาวิธีผ่อนคลายก่อนจะสายเกินไป   ปรับไลฟ์สไตล์ ผ่อนคลายความกังวล ออกกำลังกาย โดยปกติแล้วเราควรออกกำลังกายสัปดาห์ละ 150 นาที ไม่ว่าจะเลือกออกกำลังกายแบบใด วิ่ง เดิน แอโรบิก ว่ายน้ำ ตีแบต ตีเทนนิส เพียงแค่ให้ร่างกายได้ขยับ มีเหงื่อออก  ร่างกายก็จะหลั่งสารเคมีและฮอร์โมนที่ช่วยให้ร่างกายสงบ ช่วยให้อารมณ์ดี ลดความเครียดของจิตใจออกมา และยังช่วยให้สุขภาพร่างกายดีอีกด้วย หลังจากออกกำลังกายจะช่วยให้เรากลับมามีสมาธิและรู้สึกสดชื่น รู้สึกมั่นใจในเรื่องต่างๆ มากขึ้นด้วย […]

ไม่เลือกงานไม่ยากจน! แต่ถ้าอยากพัฒนาตัวเอง เลือกงาน บ้างก็ดีนะ

ไม่เลือกงานไม่ยากจน! แต่ถ้าอยากพัฒนาตัวเอง เลือกงาน บ้างก็ดีนะ หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับคำพูดที่ว่า “ไม่เลือกงาน ไม่ยากจน” เพราะในบางเวลาที่เศรษฐกิจไม่ดี งานที่เราต้องการนั้นก็ช่างหายากเย็นเสียเหลือเกิน จนบางครั้งเมื่อมีโอกาส หรือมีงานอะไรเข้ามา เราก็ต้องเลือกรับเอาไว้ก่อน แต่หากลองมองในระยะยาวแล้ว การทำงานทุกอย่างโดยไม่เลือกเลย ก็อาจส่งผลเสียต่อตัวเราได้มากกว่าที่คิด เช่น งานที่หนักเกินไปจนทำลายสุขภาพ งานที่ได้ค่าตอบแทนไม่คุ้มค่า งานที่ไม่ทำให้เกิดการพัฒนาตนเอง หากเรากำลังมองหางานที่เหมาะกับตัวเรา ตอบโจทย์ให้กับตัวเราในหลายๆ แง่มุม เราอาจจะต้อง เลือกงาน บ้าง เพื่อตัวของเราเองค่ะ   มาดูกันว่า งานแบบไหนที่น่าทำบ้าง เลือกงานที่ “ใช่” ให้กับตัวของเราเองนะคะ ::: งานที่สามารถเก็บเป็นผลงาน ::: งานที่สามารถนำไปใส่ใน Portfolio เป็นผลงานเด่นของเราได้ ยกตัวอย่างเช่น งานที่เผยแพร่ออกไปในวงกว้าง เช่น สื่อออนไลน์ เว็บไซต์ นิตยสาร หนังสือ รายการโทรทัศน์ เป็นต้น   ::: งานที่ได้ค่าตอบแทนสูง ::: เลือกงานที่ให้ค่าตอบแทนสูง คุ้มค่ากับความเหนื่อยยากในการทำงานของเรา แต่ก็อย่าให้ “ค่าตอบแทน” […]

8 ประโยคติดปากที่ต่อให้สนิทกันแค่ไหนก็ไม่ควรพูดกับเพื่อน

แม้จะเป็นเพื่อนสนิทกันแค่ไหน คุยเม้าท์มอยกันทุกวันทุกเวลา แต่สุดท้ายแล้วทุกคนล้วนต้องการพื้นที่ส่วนตัวเสมอและต้องการเก็บเรื่องบางอย่างไว้ในใจไม่อยากจะบอกใคร เรื่องบางเรื่องเราอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาๆ ที่น่าจะเม้าท์กันได้ หลายคนอาจคิดว่า เพื่อนกันก็ไม่เห็นต้องปิดบังกันเลย เพื่อนกันก็ต้องคุยกันได้ทุกเรื่องสิ เพื่อนกันต้องพูดตรงๆ กันได้สิ  แต่กลายเป็นว่า ยิ่งพูดยิ่งทะเลาะกันจนถึงขั้นเลิกคบกันเลยก็มี นั่นอาจเป็นเพราะคำพูดติดปากแย่ๆ  8 ประโยคต่อไปนี้   8 ประโยคที่ไม่ควรพูดกับเพื่อน เห็นไหม ฉันบอกแล้ว! ประโยคนี้เรามักได้ยินบ่อยๆ เมื่อเวลาเราทำอะไรบางอย่างที่ตรงข้ามกับคำแนะนำจากคนอื่นแล้วดันล้มเหลวขึ้นมา เราอาจบอกได้ว่าประโยคนี้เป็นหนึ่งในประโยคที่ทำให้คนฟังเสียใจมากกว่าการดุ การตำหนิเสียอีก เพราะเป็นประโยคที่ทำให้คนฟังรู้สึกผิดกับตัวเอง รู้สึกแย่กับตัวเอง เป็นการซ้ำเติมในสิ่งที่ผิดพลาดไปแล้ว และไม่มีประโยชน์ ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นมา ประโยคนี้ เป็นประโยคที่ไม่ควรพูดกับเพื่อน แม้เราจะรู้สึกว่า เห็นไหม ฉันบอกแล้ว แต่เธอไม่ยอมทำตามที่ฉันบอก  เชื่อไหมว่า เพื่อนน่ะรู้ตัวเองดีอยู่แล้วว่าเขาได้ทำผิดพลาดไปแล้ว ที่กลับมาหาเราไม่ได้อยากให้เรามาตอกย้ำซ้ำเติม แต่อยากกลับมาขอคำแนะนำอีกครั้งยังไงล่ะ ถ้าอยากเป็นเพื่อนที่ดี ก็ควรพูดให้กำลังใจเพื่อนดีกว่า  ไม่เป็นไรนะ ใครๆ ก็พลาดกันได้ มาเริ่มกันใหม่เถอะ  เห็นไหม ดีกว่าตั้งเยอะ!   ทำไมเธอถึงเลือกอันนี้ล่ะ ฉันไม่ชอบเลย ไม่ว่าเพื่อนจะเลือกอะไร  จะเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า งาน อาหาร […]

อย่าปล่อยให้งานอดิเรกดูดเงินของเรา! กิจกรรมยามว่างที่ไม่ต้องใช้เงิน ก็เพลิดเพลินได้

อย่าปล่อยให้งานอดิเรกดูดเงินของเรา! กิจกรรมยามว่างที่ไม่ต้องใช้เงิน ก็เพลิดเพลินได้ ทำงานเหน็ดเหนื่อยมาตลอด เมื่อถึงเวลาพักผ่อน ก็อยากจะพักผ่อน หรือ ทำกิจกรรมที่เราชอบให้เต็มที่ แต่กิจกรรมยามว่างของเรานั้นบางครั้งก็ใช้เงินเยอะเสียจนทำให้เรารู้สึกว่า งานอดิเรกกลายเป็นภาระทางการเงินของเรา มาเปลี่ยนความคิดของเรากัน ว่าที่จริงแล้ว งานอดิเรกไม่จำเป็นต้องใช้เงินก็ได้ มาดูกันว่ามี กิจกรรมยามว่างที่ไม่ต้องใช้เงิน และดีต่อใจอย่างไรได้บ้าง งานอดิเรก มีทั้งงานที่ต้องใช้เงิน และงานที่ไม่ต้องใช้เงิน ยกตัวอย่างงานที่ใช้เงิน เช่น การเดินทางท่องเที่ยว การดูหนัง หรือ การสะสมสิ่งของต่างๆ ซึ่งให้ความสุข สนุก เพลิดเพลิน และมีคุณค่าทางจิตใจ จากหนังสือเรื่อง “สมองคนรวย สมองคนจน” โดย มย็องจ็องซ็อน กล่าวเอาไว้ว่า คนรวยจะไม่แก้ไขปัญหาเรื่องงานอดิเรกด้วยเงิน เพราะรู้ว่า งานอดิเรกไม่ได้ขึ้นอยู่กับค่าใช้จ่าย แต่ขึ้นอยู่กับอารมณ์ ไม่สำคัญว่าจะ “ทำอะไร” แต่สำคัญว่า “ทำด้วยใจแบบไหน” ผู้บริหารของบริษัทขนาดกลางแห่งหนึ่ง กล่าวไว้ว่า “เราจำเป็นต้องเสียเงินเพื่อออกกำลังกายด้วยหรือ ถ้าได้เดินเล่นชมทิวทัศน์รอบข้างสักชั่วโมง ทั้งกายและใจก็จะสดชื่นและเพลิดเพลิน” ตัวอย่างงานอดิเรกที่ใช้เงินไม่มาก หรือ ไม่ต้องใช้เงินเลย ของบุคคลที่มีชื่อเสียง ได้แก่ เมอรีล สตรีป […]

3 แนวคิด ยอมรับความผิดพลาดให้เป็น เพื่อไม่ให้ต้องพลาดซ้ำอีกครั้ง

คุณเคยเจอคนแบบที่ ใครว่าอะไรก็ปฏิเสธ ตัวเองไม่เคยผิด หรือชอบโยนความผิดพลาด ให้บุคคลที่สามตลอด แบบนี้ในชีวิตบ้างไหม? หรือตัวเราเองกำลังเป็น คนยอมรับความผิดพลาดไม่เป็น อยู่รึเปล่า? การทำผิดพลาด อาจแตกต่างจาก ความล้มเหลว ความล้มเหลวคือ การไม่ประสบความสำเร็จ จากการพยายาม แต่ความผิดพลาด อาจเกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ วันนี้ goodlifeupdate ขอแนะนำ วิธีการที่จะทำให้คุณ ยอมรับความผิดพลาดให้เป็น และเรียนรู้จาก สิ่งที่เกิด เพื่อไม่ให้มันเกิดซ้ำอีกครั้ง   3 แนวคิด ยอมรับความผิดพลาดให้เป็น เพื่อไม่ให้ต้องพลาดซ้ำอีกครั้ง :: มองความผิดพลาดให้เป็นโอกาส :: เมื่อความผิดเกิดขึ้นไปแล้ว อย่าพยายาม โยนออกจากตัว เพื่อหาแพะมารับผิด เพราะเมื่อเรายอมรับมันก่อน จะเกิดกลไก ที่ทำให้เรารู้จักป้องกัน และไม่ทำผิดซ้ำอีก เป็นครั้งที่สอง แต่ถ้าคุณไม่ยอมรับ ตั้งแต่ครั้งแรก ครั้งต่อไป เมื่อคุณทำผิดอีก ก็จะไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับเรื่องนั้น การทำผิดพลาด สามารถช่วยให้เราตั้งสมาธิ ในสิ่งที่เรากำลังทำ ได้มากขึ้น และพยายามทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด   :: อย่าเอาแต่โทษตัวเอง […]

5 เทคนิค ป้องกันอาการซึมเศร้า ง่ายๆ ด้วยตัวเราเอง

ใครที่รู้สึกว่าอาการ เหงาเศร้าซึมลึก กำลังกล้ำกรายเข้ามาทุกขณะ จะเพราะเหตุกระเทือนใจ หรือจะเพราะเรื่องอะไรก็ตามแต่ วันนี้ goodlifeupdate มีวิธี ป้องกันอาการซึมเศร้า ที่สามารถทำด้วยตัวเองได้ ก่อนที่จะเป็นมากไปกว่านี้ มาเล่าสู่กันฟังค่ะ   5 เทคนิค ป้องกันอาการซึมเศร้า ง่ายๆ ด้วยตัวเราเอง ดร.โรเจอร์ เอส. อูลริช นักจิตวิทยาด้านสภาพแวดล้อม แนะนำวิธีป้องกัน อาการซึมเศร้า ว่าสามารถบำบัดได้ด้วยการ ปรับพฤติกรรมและการจัดสภาพแวดล้อม หรือการใช้ธรรมชาติบำบัด โดยแบ่งออกเป็น 5 วิธีดังนี้   :: การนวด :: ความเครียด หรืออาการซึมเศร้า มักจะทำให้กล้ามเนื้อร่างกาย เกร็งและตึงเครียด การนวดทุกชนิดจะช่วยให้ร่างกายของเราผ่อนคลายขึ้น เพราะช่วยลดระดับ ฮอร์โมนคอร์ติซอล ซึ่งเป็น ฮอร์โมนความเครียดลงได้   :: ใช้วิธีอโรม่าเทอราปี :: การใช้ กลิ่นน้ำมันหอมระเหย เช่นกลิ่นลาเวนเดอร์ จะช่วยลดระดับความเครียด ความวิตกกังวล ความเจ็บปวด ลงได้ เพราะกลิ่นของ […]

6 เสน่ห์หญิงไทย ที่ใช้มัดใจใครต่อใคร ให้มาหลงใหล และเอ็นดู

โฉมเอย โฉมงาม อร่ามแท้ แลตะลึง มัดใจคุณแฟนได้ว่า win แล้ว แต่ถ้ามัดใจผู้หลักผู้ใหญ่ของเขาได้ นี่ win กว่า ! สาวๆ ที่รัก วันนี้เราจะมาตีแผ่ เสน่ห์หญิงไทย ให้ได้ลองนำไปประยุกต์ปรับใช้ ในสถานการณ์ ที่ต้องเข้าทางผู้หลักผู้ใหญ่กันค่ะ ที่สำคัญ ข้อดีของความงามจริตอย่างหญิงไทย ก็มีไม่น้อยเลยนะ   6 เสน่ห์หญิงไทย ที่ใช้มัดใจใครต่อใคร ให้มาหลงใหล และเอ็นดู   อ่อนน้อมถ่อมตน ตามธรรมเนียมไทย ผู้น้อย ต้องอ่อนน้อม ต่อผู้ใหญ่เป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว โดยเฉพาะเมื่อต้องอยู่กับ ผู้หลักผู้ใหญ่ที่ค่อนข้างเคร่งธรรมเนียมแล้ว ถึงจะเป็นสาวมั่น สาวเก่งอย่างเรา ก็ควรยึดกาลเทศะไว้ก่อน ด้วยการเติมความอ่อนน้อมเข้าไปแบบคูณสอง   สุภาพเรียบร้อย ความสุภาพเรียบร้อย เป็นเสน่ห์ ที่เด่นชัดข้อหนึ่งของพวกเรา สาวไทย อาจไม่ต้องถึงกับเรียบร้อย แบบผ้าที่พับไว้ แต่งัดออกมาใช้ให้ผู้หลักผู้ใหญ่ เขาชื่นชมกันสักนิด เชื่อว่าต้องเพิ่มระดับความน่าเอ็นดู ขึ้นมาได้เป็นกอง   ช่างเอาอกเอาใจ สาวๆ […]

จงจำไว้ว่า ถ้า “ล้ม” แล้ว จง “ลุก” ให้เร็ว

หากถามว่าคนเราทุกคนที่เกิดมาในโลกนี้มีใครที่เดินได้โดยที่ไม่เคยล้มเลยจะมีไหม? คำตอบคงได้ว่า “ไม่มี” เพราะถึงแม้ไม่ได้ล้มตอนเติบโตขึ้นมาอย่างน้อยๆ เมื่อครั้งยังเป็นเด็กน้อย ตอนกำลังตั้งไข่เกาะฝาผนังอยู่ เดินไปก้าวสองก้าวก็ล้มแผละแล้วก็ลุกขึ้นมา เดินต่อไปอีกหน่อยก็อาจล้มลงอีก จนสุดท้ายก็เดินได้คล่อง หรือถ้ามีใครอยากจะค้านแล้วพูดว่ามีเด็กที่ล้มลงแล้วไม่ยอมลุกขึ้นอีกเลยก็มี นั่นแสดงว่าเด็กคนนั้นเป็นคนพิการค่ะ เพราะหากเขาเป็นเด็กปกติเมื่อล้มแล้วยังไงก็ต้องลุกขึ้นมา จะลุกช้าหรือลุกเร็วอันนั้นก็ต้องแล้วแต่รายบุคคลไป ที่พูดมาข้างต้นเป็นเรื่องของกายภาพตามกระบวนการทางร่างกายของมนุษย์ที่ล้มแล้วยังไงก็ต้องลุกขึ้นมา แล้วก็เดินต่อ ล้มแล้วก็ลุกอีก แต่ละครั้งก็จะเดินได้ยาวขึ้น เดินได้แข็งแรงและมั่นคงขึ้น แต่ถ้าให้มองในมุมกว้างกว่านั้น ลองดูคนที่เขาประสบความสำเร็จทั้งหลายดูสิ ลองไปเช็คประวัติดูจะพบว่าแต่ละคนกว่าจะยืนหยัดมาถึงวันนี้ได้เชื่อเถอะว่าบาดแผลเต็มตัวทั้งนั้น ทุกคนเคยล้มมาแล้วทั้งนั้น จะน้อยบ้างมากบ้างก็ว่ากันไป แผลเล็กแผลใหญ่แตกต่างกัน แต่ทุกคนก็อดทนล้มแล้วลุกขึ้นยืนสู้ จนประสบความสำเร็จได้ตรงนี้สิสำคัญ จงอย่าลืมว่าความล้มเหลวไม่ใช่จุดจบของชีวิต ผู้ที่ประสบความสำเร็จทุกคนต่างผ่านพ้นความล้มเหลวมาแล้วทั้งสิ้น ที่แตกต่างคือเขา “ล้มเหลว” แต่ไม่ “ล้มเลิก”  แน่นอนว่าวันที่เราล้มเราอาจเจ็บตัวบ้างแต่หากไม่รีบลุกขึ้นจะเป็นการทำตัวเองให้เจ็บแบบถาวร แต่ถ้าลุกให้ไวความเจ็บก็จะผ่านไปอย่างรวดเร็ว ฉะนั้น ลุกขึ้นเถอะค่ะ อย่ามัวท้ออยู่เลย เคยได้ยินสุภาษิตมั้ยคะว่า “คนที่ท้อเป็นได้แค่ถ่าน แต่คนที่ผ่านจึงจะเป็นเพชร” เราลองมาหาวิธีคิดที่จะทำให้เมื่อเราล้มลงแล้วรีบพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นได้เร็วที่สุดไปพร้อมๆ กันดีกว่าค่ะ >> เปลี่ยนโฟกัส << ตามปกติคนเราถ้าเรามองหรือโฟกัสไปที่อะไร เราก็จะเห็นแต่สิ่งนั้นจริงมั้ยคะ ถ้าเราโฟกัสปัญหาที่เกิดเราก็จะเห็นแต่ปัญหา ไม่เห็นทางออกหรือทางแก้ ถ้าแบบนี้ลองเปลี่ยนโฟกัสดีกว่า หันมาโฟกัสที่วิธีการแก้ปัญหา อย่าไปโฟกัสที่ตัวปัญหา เช่น เรามีปัญหาเรื่องการเงิน มีหนี้สิน […]

4 ความคิด บั่นทอนกำลังใจ ที่ฉุดรั้งตัวเราไว้ไม่ให้ก้าวต่อไป

4 ความคิด บั่นทอนกำลังใจ ที่ฉุดรั้งตัวเราไว้ไม่ให้ก้าวต่อไป คุณเคยไหมคะ ที่เจองานหรือหน้าที่ที่ไม่เคยทำ ไม่เชี่ยวชาญ ไม่ใช่งานที่ทำอยู่ประจำ แต่คุณจำเป็นต้องทำให้มันสำเร็จ ความคิดด้านลบหลายๆ อย่างก็ล้วนเข้าโจมตีให้เสียความมั่นใจ บั่นทอนกำลังใจ จนอาจทำให้งานของคุณไม่สำเร็จหรือเสียหายได้ ซึ่งการเปลี่ยนความคิดด้านลบเป็นความคิดที่ให้กำลังตัวเองนั้น ก็เป็นส่วนหนึ่งในวิธีการแก้ปัญหา ช่วยให้คุณเกิดแรงฮึดในการพยายามทำงานนั้นให้สำเร็จได้ในที่สุด ลองมาดูตัวอย่างการเปลี่ยนวิธีคิดบางวิธีที่น่าสนใจกัน   1. ฉันกลัวที่จะทำ บางวันคุณอาจเจองานที่คุณไม่เชี่ยวชาญหรือเข้าขั้นไม่เป็นเอาเสียเลย จึงไม่แปลกที่คุณรู้สึกกลัวในสิ่งที่ไม่เคยทำ แต่หากคุณกลัวแล้วไม่ลองเสี่ยงลงมือทำ คุณก็จะไม่รู้ว่าคุณทำได้หรือไม่ คุณอาจจะทำมันได้ดีก็ได้หากคุณลงมือ แต่ถ้าคุณไม่ลงมือทำคุณจะไม่มีทางรู้เลย หากคุณกำลังมีความคิดว่า “กลัว” ที่จะทำอะไรบางอย่างอยู่ ให้คิดว่า ถ้าไม่เสียง ก็จะไม่รู้ผลและไม่มีการเรียนรู้   2. ฉันไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร ในกรณีที่คุณไม่ทราบขั้นตอน หรือ วิธีที่จะสามารถไปถึงผลลัพธ์ที่ต้องการ ให้เราคิดเสียว่า เรื่องนี้ คือสิ่งที่เราอยากทำ ลองท้าทายตัวเราเอง ให้รู้สึกอยากเอาชนะ อยากทำมันให้สำเร็จให้ได้ อยากพิสูจน์ตัวเราเอง ว่าเราก็สามารถทำได้ ไม่แพ้ใคร เมื่อเราคิดเช่นนี้ สมองของเราจะพยายามคิดวิธีต่างๆ นานา มาเพื่อทำให้ได้ ท้ายที่สุด หากเราไม่มีไอเดียที่เข้าท่าจริงๆ การสอบถามจากคนที่เชี่ยวชาญหรือคลุกคลีอยู่กับงานนั้นเป็นเวลานานๆ ก็ให้ข้อแนะนำกับเราได้เช่นกันค่ะ […]

ทำความสะอาดบ้านรับปีใหม่ เก็บกวาดอะไรจะได้เป็นสิริมงคล

ทำความสะอาดบ้านรับปีใหม่ เก็บกวาดอะไรจะได้เป็นสิริมงคล ปีใหม่ ก็เหมือนเป็นหลักหมุดใหญ่ประจำปี ที่ให้คนเรารับรู้ว่า เวลามันผ่านไปอีกปีแล้วนะ ดังนั้นสิ่งสกปรก หรือ สิ่งที่เราหมักหมมมาตลอดทั้งปี ก็ควรที่จะได้รับการ ทำความสะอาดบ้านรับปีใหม่ ครั้งใหญ่เสียบ้าง นอกจากจะทำให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ใช้สอยได้สะดวกแล้ว ยังก่อให้เกิด “สิริมงคล” ในชีวิตอีกด้วย สิริมงคล ในที่นี้ หมายถึง สิ่งที่ดีๆ ในการใช้ชีวิต เช่น ความสะดวกในการใช้งาน หรือ ความสวยงามน่ามองของสถานที่ที่เราต้องใช้ชีวิตอยู่กับมันไปอีกตลอดทั้งปี เช่น ภายในบ้าน หรือ โต๊ะทำงานของเรานั่นเอง ถ้าอย่างนั้น เรามาทำความสะอาดครั้งใหญ่ต้อนรับปีใหม่กันเถอะค่ะ มีตรงไหนที่ควรใส่ใจบ้าง ไปดูกันเลย!   1. โต๊ะทำงาน สำหรับคนทำงานแล้ว โต๊ะทำงานย่อมเป็นที่แรกที่ถูกนึกถึง เริ่มต้นด้วยการจัดระเบียบเอกสาร ปัดกวาดฝุ่นที่สะสมมาทั้งปี จัดวางเครื่องเขียน เครื่องใช้สำนักงานให้เป็นระเบียบ เครื่องมือเครื่องใช้อันไหนชำรุด หรือ เหลือน้อยก็ซ่อมแซมหรือซื้อมาเพิ่มเติม คอมพิวเตอร์ก็ปัดฝุ่นและจัดระเบียบไฟล์ในตัวเครื่อง (Disk Defragment) เพื่อให้สามารถทำงานต่อไปได้ราบรื่นและมีประสิทธิภาพต้อนรับปีการทำงานใหม่อีกปี สุดท้ายคือจัดการงานอย่าให้คั่งค้างข้ามปี เพราะถ้ามีงานค้างคาอยู่ คุณก็จะไม่สามารถพักผ่อนช่วงปีใหม่ได้เต็มที่ ยกเว้นว่าจะเป็นงานที่ต้องทำต่อเนื่องในปีหน้า ก็จัดการตามความเร่งด่วนของตัวงาน […]

keyboard_arrow_up