ไม่อยากไปทำงาน ทำอย่างไรดี? มาดู วิธีสร้างแรงบันดาลใจ ตอนเช้าก่อนเริ่มงาน เพื่อการทำงานอย่างมีความสุข

ไม่อยากไปทำงาน ทำอย่างไรดี? มาดู วิธีสร้างแรงบันดาลใจ ตอนเช้าก่อนเริ่มงาน เพื่อการทำงานอย่างมีความสุข เคยไหมคะ? ตื่นเช้ามา แค่นึกถึงงานก็รู้สึกหมดแรงแล้ว การออกจากบ้านไปทำงาน ช่างเป็นเรื่องที่ลำบากยากเย็นซะเหลือเกิน ถ้าได้รับ “กำลังใจ” หรือ “แรงบันดาลใจ” สักหน่อย ก็คงจะดีไม่น้อยเลยทีเดียว มาดู วิธีสร้างแรงบันดาลใจ ที่จะช่วยให้เรามีความสุขกับการทำงานมากขึ้นกันค่ะ   ทำไมเราต้องมี “แรงบันดาลใจ” ด้วย? แรงบันดาลใจในการทำงาน ช่วยให้เรามีความตั้งใจในการทำงานเพิ่มมากขึ้น มีความสุขกับการทำงานมากขึ้น มองเห็นเป้าหมายของตัวเองได้ชัดเจนยิ่งขึ้น รู้ว่าเราจะต้องทำอะไร ทำไปเพื่ออะไร ซึ่งจะทำให้เรามีความอดทนต่อความเครียด และความลำบากในการทำงานไปได้จนหมดวัน บางครั้งก็ทำให้พวกเราคนทำงานมีเป้าหมายในการทำงานชัดเจน สามารถส่งผลถึงประสิทธิภาพในการทำงานได้ด้วย ดังนั้นแล้ว ถ้าวันไหนคุณขาดแรงบันดาลใจในยามเช้า เปรียบเหมือนคุณขับรถไปทำงานโดยลืมเติมน้ำมัน จะไปถึงที่ทำงานได้หรือไม่ก็ล้วนไม่แน่นอน ว่าแล้วลองมาปลุกแรงบันดาลใจยามเช้าด้วยวิธีของพวกเรากันเถอะ   ท้องฟ้ายามเช้าสวยงามเสมอ         ลองตื่นให้เร็วขึ้นสักนิด ช่วงฟ้าสางจะมีอุณหภูมิที่กำลังสบายตัว แดดยังไม่จัดจ้านัก การมองพระอาทิตย์ขึ้นหรือมองท้องฟ้าเปลี่ยนสาบงครั้งก็น่าจะช่วยเพิ่มแรงบันดาลใจได้ อย่างน้อยเช้านี้อากาศดี วันนี้มันต้องไหวล่ะน่า   กระตุ้นตื่น         เวลาก่อนไปทำงาน ลองออกกำลังกายเบาๆ เช่นจ้อกกิ้งระยะสั้น หรือกายบริหาร […]

ทำไมเราจึงไม่ควร กลัวการอยู่คนเดียว อยู่ตามลำพัง ก็ไม่ได้เหงาอย่างที่คิดสักหน่อย

ทำไมเราจึงไม่ควร กลัวการอยู่คนเดียว อยู่ตามลำพัง ก็ไม่ได้เหงาอย่างที่คิดสักหน่อย การอยู่คนเดียวนั้นไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด แถมยังมีประโยชน์มากมายอีกด้วย เราลองมาดูกันว่า การอยู่คนเดียวนั้นมีข้อดีอย่างไรบ้าง พออ่านจบแล้ว เราอาจจะเลิก กลัวการอยู่คนเดียว ไปเลยค่ะ ::: ทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ::: แม้ว่าหลายบริษัทจะส่งเสริมให้มีการทำงานร่วมกันเป็นทีม มีการปฏิสัมพันธ์กันในงานที่เพิ่มมากขึ้น แต่กชจากการวิจัยในปร ค.ศ.2000 พบว่า คนส่วนใหญ่ทำผลงานได้ดีกว่าเมื่อพวกเขา “มีความเป็นส่วนตัว” การใช้เวลาห่างจากผู้คนบ้าง จึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้   ::: การใช้เวลาอยู่คนเดียว ทำให้เราเข้าใจคนอื่นมากขึ้น ::: หนังสือเรื่อง “13 สิ่งที่คนเข้มแข็ง เขาไม่ทำกัน” กล่าวเอาไว้ว่า เมื่อผู้คนใช้เวลากับตัวเอง พวกเขามีแนวโน้มที่จะแสดงความเมตตาแก่ผู้อื่นมากขึ้น หากคุณใช้เวลาในวงสังคมของตัวเองมากเกินไป คุณมีแนวโน้มที่จะพัฒนาความคิดแบ่งแยกระหว่าง “เรา” กับ “เขา” มากยิ่งขึ้น ซึ่งทำให้เราปฏิบัติตัวต่อผู้อื่นที่อยู่นอกวงสังคมของเราอย่างมีเมตตาน้อยลง   ::: การอยู่คนเดียวช่วยจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ ::: ศิลปิน นักเขียน และนักดนตรีที่ประสบความสำเร็จมากมายเห็นตรงกันว่า “ความสันโดษ” สามารถช่วยพัฒนาการทำงานของพวกเขาได้ งานวิจัยบางชิ้นแนะนำว่า การใช้เวลาอยู่ห่างจากความต้องการของสังคมบ้าง ช่วยส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ได้ […]

วิธีแก้ง่วง ด้วยของกิน​ กินอะไรถึงจะตาสว่าง ต่อสู้กับความง่วงตอนบ่าย​ หนังท้องตึง​ หนังตาหย่อน​

วิธีแก้ง่วง ด้วยของกิน​ กินอะไรถึงจะตาสว่าง ต่อสู้กับความง่วงตอนบ่าย​ หนังท้องตึง​ หนังตาหย่อน​       ช่วงยามบ่ายหลังจากอิ่มเอมกับมื้อเที่ยงแล้ว​ ก็คือ เวลาในการนอน​ เฮ้ย!​ การทำงานยามบ่ายต่อ​ แต่แหม.. หนังท้องตึง​ หนังตาก็ต้องหย่อนเป็นธรรมดา​ จะฝืนลืมตาทำงาน​ ความง่วงนั้นก็เกินจะทานทนจริงๆ​ แต่จะนอนก็ไม่ได้​ เดี๋ยวหัวหน้าจะส่งสายตาพิฆาตมาให้รู้สึกเสียวสันหลังเป็นระยะ​ ถ้าอย่างนั้นมาลองใช้ วิธีแก้ง่วง ด้วย “การกิน” กันดูดีกว่าค่ะ ตัวช่วยดีๆ​ ที่จะช่วยให้ยามบ่ายของเราไม่ง่วงเหงาหาวนอนอีกต่อไป ช็อคโกแลต         ทั้งช็อคโกแลตแท่งและเครื่องดื่มช็อคโกแลต ล้วนมีคาเฟอีนผสมอยู่ส่วนหนึ่ง และยังเป็นอาหารที่ให้พลังงานสูง ช่วยทำให้ร่างกายตื่นตัวและกระตุ้นร่างกายได้ดี แต่ควรกินแต่น้อยและเน้นช็อคโกแลตที่มีส่วนผสมของช็อคโกแลตสูง เช่น ดาร์กช็อคโกแลต ให้หลีกเลี่ยงช็อคโกแลตนมหรือไวท์ช็อคโกแลตเพราะมีไขมัน, น้ำตาลและเนยมากกว่าดาร์กช็อคโกแลต   ผลไม้รสเปรี้ยว         ทั้งบ๊วยเค็มบ๊วยหวาน มะขามคลุกเกลือ หรือมะม่วง, สับปะรด ก็ล้วนเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับเป็นของว่างข้างมือระหว่างทำงาน นอกจากรสชาติเปรี้ยวจะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายตื่นตัวแล้ว ผลไม้รสเปรี้ยวยังมีประโยชน์ทั้งกากใยอาหารช่วยในการขับถ่าย ยังมีวิตามินและมีน้ำมาก ให้ประโยชน์ต่อร่างกายด้วย ลองตีสนิทกับร้านขายผลไม้เจ้าประจำของคุณดู สำหรับผลไม้เย็นๆ สำหรับลูกค้าคนพิเศษเช่นคุณ   น้ำขิง […]

5 วิธีสร้างความกล้าหาญให้ตัวเองหลังล้มเหลว เพื่อก้าวต่อไปด้วยความมั่นใจ

ไอนสไตน์มองเกี่ยวกับความผิดพลาดว่า คนที่ไม่เคยผิดพลาด แสดงว่าไม่เคยได้ลองสิ่งใหม่ๆ หมายความว่า คนเราอย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิต หากมีใจมุ่งมั่นแน่วแน่จะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งแล้ว คงต้องมีสักวันที่จะผิดพลาดบ้างซึ่งนั่นเป็นเรื่องธรรมดา การทำใจกล้าเผชิญความล้มเหลวเป็นเรื่องที่ยาก แต่สิ่งที่ยากกว่านั้นคือ การยอมรับความล้มเหลวนั้นแล้วรีบลุกขึ้นมาใหม่ หากใครที่กำลังเจอกับปัญหาที่หาทางออกไม่ได้ หรือรู้สึกท้อแท้จนไม่อยากทำอะไร ลองมาดู 8 วิธีสร้างความกล้าหาญให้ตัวเองหลังเผชิญหน้าความล้มเหลวไม่ได้ดั่งใจ ให้ก้าวต่อไปได้อย่างมั่นคง เป็นคำแนะนำง่ายๆ ที่ทีมงานได้แรงบันดาลใจมาจากหนังสือเรื่อง How To be An Imperfectionist  (ชื่อภาษาไทย, สำเร็จได้ไม่ต้องรอให้สมบูรณ์แบบ) เขียนโดย สตีเฟน ไกส์   ยอมรับอดีต ก่อนจะก้าวต่อไปสิ่งที่ควรทำเป็นอย่างแรก คือ ยอมรับมันซะ  สตีเฟนกล่าวว่า ให้ใช้เวลาวันละ 1 นาที คิดถึงอดีตที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างถาวร  มันเกิดขึ้นไปแล้ว เราจำเป็นต้องยอมรับผลที่เกิดขึ้นอจากอดีตให้ได้ เมื่อยอมรับอดีตได้แล้ว ก่อนที่จะก้าวต่อไป ก็ควรที่จะ ยอมรับว่ามันอาจจะล้มเหลวได้อีกครั้ง โดยสตีเฟนกล่าวว่า ถ้าคุณกังวลว่าจะล้มเหลวผิดพลาดอีกครั้ง ให้ใช้เวลาสัก 1 นาทีเพื่อพิจารณาว่ามันเกิดขึ้นจากความเสี่ยงหรือความล้มเหลวจริงๆ กันแน่ ถ้าเป็นความล้มเหลวเพียงอย่างเดียว ให้คิดหาวิธีการอื่นๆ แล้วลองใหม่ แต่ถ้าเกิดจากความเสี่ยงล้วนๆ ให้ใช้วิธีการเดิมอีกครั้งให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ […]

เราเป็นคนที่ กลัวการเปลี่ยนแปลง ไม่กล้าออกจากคอมฟอร์ตโซนหรือเปล่า?

เราเป็นคนที่ กลัวการเปลี่ยนแปลง ไม่กล้าออกจากคอมฟอร์ตโซนหรือเปล่า? เรากำลัง กลัวการเปลี่ยนแปลง อยู่หรือเปล่า? การพูดว่า “อยากเปลี่ยนแปลง” เป็นเรื่องที่ทำง่าย แต่การทำให้เกิดขึ้นจริงได้นั้น บางครั้งก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย บ่อยครั้งที่ความคิด และอารมณ์ความรู้สึก ก็กีดกันเราจนทำให้เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมได้เสียที ถึงแม้ว่าเราจะรู้ว่า ทำแล้วจะด่อชีวิตของเราขนาดไหน   แบบทดสอบ เช็กตัวเอง ว่าเราเป็นคนกลัวการเปลี่ยนแปลงอยู่หรือเปล่า เรามีแนวโน้มที่จะหาเหตุผลให้กับนิสัยที่ไม่ดี โดยบอกตัวเองว่า สิ่งที่กำลังทำอยู่ มันก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้นเสียหน่อย คุณกังวลเกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงในกิจวัตรของตัวเอง แม้เวลาที่ตกอยู่ในสถานการณ์แย่ๆ เราก็ยังกังวลว่า การสร้างความเปลี่ยนแปลง อาจทำให้สถานการณ์ยิ่งแย่ลง เมื่อไหร่ที่เราต้องการสร้างความเปลี่ยนแปลง เราต้องพยายามอย่างหนักที่จะยื้อเวลาออกไปเรื่อยๆ เมื่อไหร่ที่หัวหน้า ครอบครัว หรือเพื่อนสร้างความเปลี่ยนแปลงที่กระทบถึงตัวเราด้วย เรามักจะปรับตัวได้ยาก เรานึกถึงการสร้างความเปลี่ยนแปลงอยู่บ่อยครั้ง แต่สุดท้ายก็บอกปัด หรือผัดวันประกันพรุ่งจนเวลาล่วงเลยไป เรากังวลว่าความเปลี่ยนแปลงที่เราทำขึ้นนั้น จะคงอยู่ได้ไม่นาน การก้าวออกจากคอมฟอร์ตโซนดูน่ากลัวเกินไป เราขาดแรงจูงใจที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงในทางบวก เพราะเรารู้สึกว่ามันยากเกินไป เราหาเหตุผลที่มายืนยันกับตัวเองว่า ทำไมเราจึงเปลี่ยนแปลงไม่ได้ เช่น “อยากออกกำลังกาย แต่แฟนไม่ยอมไปด้วยกัน ก็เลยไม่ออกกำลังกายเสียเลย” เรานึกไม่ค่อยออกว่า เราท้าทายตัวเองและมุ่งมั่นพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ เป็นอย่างไรบ้างคะ ตรงกันกี่ข้อบ้าง หากเรากำลังเป็นคนที่กลัวการเปลี่ยนแปลง แต่ก็อยากเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้นกว่าเดิม […]

วิธีสร้างความสุขให้ตัวเอง กับ 13 สิ่ง ที่คนเข้มแข็งเขาไม่ทำกัน

วิธีสร้างความสุขให้ตัวเอง กับ 13 สิ่ง ที่คนเข้มแข็งเขาไม่ทำกัน สำหรับคนที่อยากมีความสุขกับชีวิต มาเพิ่มความสุข กำลังใจ และแรงบันดาลใจให้กีบชีวิตของเรา ด้วย วิธีสร้างความสุขให้ตัวเอง จากหนังสือเรื่อง “13 สิ่ง ที่คนเข้มแข็งเขาไม่ทำกัน” จาก Short Cut จะมีอะไรบ้าง และสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับชีวิตของเราได้อย่างไรบ้าง ไปดูกันเลยค่ะ   ไม่เสียเวลามาสงสารตัวเอง พวกเราทุกคนมีประสบการณ์กับความเจ็บปวด และความเศร้าโศกในชีวิต และถึงแม้ความเศร้าจะเป็นเรื่องปกติที่เราต้องเคยพบเจอ แต่การใคร่ครวญถึงความเศร้า และความโชคร้ายที่ต้องเผชิญ ก็มีแต่จะทำลายตัวเราเอง เพราะเราจะเสียเวลา ไปกับการคิดใคร่ครวญ สงสารตัวเองซึ่งต้องใช้พลังใจอย่างมาก และไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ของเราดีขึ้น มีแต่จะยิ่งเสียเวลา สู้เอาเวลาที่มานั่งจมกับความทุกข์นี้ ไปคิดบวกให้กับชีวิตของเรา และหาทางออกดีๆ ดีกว่า นอกจากนี้ยังทำให้เรารู้สึกทางลบมากกว่าเดิม เพราะ ยิ่งเราคิดเรื่องลบๆ มากขึ้นเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งจมอยู่ในวังวนของเรื่องลบๆ จนเมื่อรู้ตัวอีกที เราก็เหมือนอยู่ท่ามกลางหมอกร้ายที่มาปกคลุมรอบตัวเราเสียแล้ว เมื่อเราคิดถึงแต่เรื่องลบๆ เราคิดอย่างไรก็ได้อย่างนั้น ความรู้สึกสงสารตัวเอง อาจนำไปสู่การใช้ชีวิตที่น่าสงสาร เมื่อเรารู้สึกผิดต่อตัวเอง เราก็จะไม่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ จนสุดท้ายอาจต้องพบกับปัญหา และความล้มเหลวที่เพิ่มมากขึ้น ความสงสารตัวเองจะขวางทางเราไม่ให้เราสามารถจัดการกับความเสียใจ ความเศร้า ความโกรธ […]

รู้สึกว่า ‘ตัวเองเก่งไม่จริง’ หนึ่งในสาเหตุหลักของความล้มเหลวในชีวิต

ทุกวันนี้คุณคิดว่าตัวเองเป็นคนไม่เก่งอะไรเลยอยู่หรือเปล่า? ถ้าคุณกังวลอย่างหนักว่าจะทำพลาด ทำออกมาไม่ดีพอตามความต้องการ ทั้งๆ ที่คนอื่นก็บอกว่า คุณทำดีแล้ว แต่คุณก็ยังไม่เชื่อ อาจเป็นเพราะว่า คุณรู้สึกว่าตัวเองไม่เก่งจริง (Imposter Syndrome) สตีเฟน ไกส์ ผู้เขียนหนังสือเรื่อง How to be an Imperfectionist  (ชื่อภาษาไทย, สำเร็จได้ไม่ต้องรอให้สมบูรณ์แบบ) พูดถึงอาการของคนที่รู้สึกว่าตัวเองเก่งไม่จริงว่า  “ในแง่จิตวิทยา ความรู้สึกไม่เก่งจริง คือ อาการที่เกิดขึ้นเมื่อคนคนหนึ่งประสบความสำเร็จเมื่อดูจากภายนอก แต่ภายในกลับคิดว่าไม่คู่ควรกับความสำเร็จเลย “งานวิจัยหนึ่งค้นพบว่า คนที่รู้สึกไม่เก่งจริง จะอ่อนไหวต่อความผิดพลาดและกังวลเรื่องความผิดพลาดมากกว่าคนอื่น คำนี้ไม่ได้หมายความว่าคุณเป็นคนไม่เก่ง มันแค่หมายความว่าคุณรู้สึกเหมือนเป็นเช่นนั้น เช่น ถ้าคุณรู้สึกว่าตัวเองอยู่ต่ำกว่าคุณสมบัติงานที่สมัคร  คุณจะรู้สึกว่าตัวเองไม่เก่งจริง คนที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดบางคนมีอาการนี้ เพราะความสำเร็จของพวกเขาเอง” ความรู้สึกไม่เก่งจริง อาจไม่ได้เกิดขึ้นด้วยตัวเองแต่อาจได้รับมาจากสังคม สังคมมองเราเป็นอีกแบบที่ไม่ใช่เราคิด เราจึงรู้สึกกดดันกังวลใจ เพราะกลัวว่าจะทำผิดพลาดจนภาพลักษณ์ที่สังคมมองผิดไป ความกลัวและความกังวลนี้ทำให้เราเกิดความรู้สึกว่าตัวเองไม่เก่ง ไม่ดีพอขึ้นมา เราอาจบอกได้ว่าความรู้สึกเก่งไม่จริงคือส่วนหนึ่งของความกังวลต่อความผิดพลาด  และความผิดพลาดไม่ใช่เรื่องน่ายินดี การที่เราอยากหลีกเลี่ยงความผิดพลาดเพราะเหตุผลนี้ไม่ใช่เรื่องไร้สาระ แต่หากกังวลมากไปก็จะทำให้ใช้ชีวิตอย่างไม่มีความสุข   จงเป็นตัวของตัวเองและพูดสิ่งที่คุณรู้สึกออกไป เพราะคนที่ใส่ใจนั้นไม่สำคัญกับเรา และคนที่สำคัญกับเราเขาก็ไม่ใส่ใจหรอก   – ดร. ซุส นักเขียนนิทานเด็กผู้มีชื่อเสียง   […]

เช็คตัวเองว่าเรากำลังยอม “ตามใจคนอื่น” มากเกินไปอยู่หรือเปล่า

เช็คตัวเองว่าเรากำลังยอม “ตามใจคนอื่น” มากเกินไปอยู่หรือเปล่า เมื่อใดที่เรา ตามใจคนอื่น มากเกินไป ปล่อยให้คนอื่นมาบงการชีวิตเรา จนรู้สึกหดหู่ เศร้าหมอง ไม่มีความสุข เพราะคนที่เราไม่ชอบ เมื่อนั้นแหละ คือช่วงเวลาที่คนที่เราไม่ชอบ “มีอำนาจ”อยู่เหนือตัวเรา ดังที่คุณ เดล คาร์เนกี้ กล่าวเอาไว้ว่า “ในขณะที่เราเกลียดศัตรูของเรา เราได้ให้เขามีอำนาจที่เหนือกว่า : อำนาจที่เหนือกว่าการนอนของเรา ความอยากอาหารของเรา ความดันโลหิตของเรา สุขภาพของเรา และความสุขของเรา” – เดล คาร์เนกี้ ถ้เาราไม่ชอบวิธีการที่ใครบางคนปฏิบัติต่อเรา แต่เราไม่ลุกขึ้นสู้เพื่อตัวเอง ก็ถือว่าเราได้มอบอำนาจให้คนคนนั้นอยู่เหนือเราเรียบร้อยแล้ว เพราะหากเราไม่พยายามทำตามความต้องการของตัวเราเอง ก็เหมือนเราอนุญาตให้ผู้อื่นมาฉกฉวยสิ่งต่างๆจากเราไป   มาดูกันว่า เรากำลังตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้อยู่หรือเปล่า เราปล่อยให้ผู้อื่น เป็นคนกำหนดความรู้สึกของเรา เมื่อเราปล่อยให้คนอื่นมาบงการความรู้สึกของเรา ก็เปรียบเสมือนการมอบอำนาจในการบงการชีวิตให้กับผู้อื่นไป การควบคุมอารมณ์ของเราจะขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคนอื่นโดยสิ้นเชิง   เรายอมให้คนอื่นมากำหนดคุณค่าของตัวเราเอง หากเราให้อำนาจคนอื่นในการกำหนดคุณค่าของตัวเราเอง เราก็จะไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองมีค่ามากพอ เราจะทำได้ดีที่สุดเท่าที่คนอื่นบอกว่าเราทำได้เท่านั้น เราจะมองไม่เห็นคุณค่าของตัวเราเอง คุณค่าในตัวเรากลับกลายเป็นสิ่งที่คนอื่นเป็นคนกำหนด   เราหลีกเลี่ยงการพูดถึงปัญหาที่แท้จริง เรารู้สึกไร้หนทาง คอยแต่จะมองหาคำแก้ตัวเพื่อเป้นข้ออ้างให้กับปัญหาของตัวเอง   เราตกเป็นเหยื่อในสถานการณ์ของตัวเราเอง […]

12 วิธีสร้างความสุขให้ตัวเอง ที่คุณอาจคาดไม่ถึง

12 วิธีสร้างความสุขให้ตัวเอง ที่คุณอาจคาดไม่ถึง บางทีเราอาจจะโฟกัสผิดจุด ในการ สร้างความสุขให้ตัวเอง บางคนทำงานหนักเพื่อหาเงินมากๆ มาบำบัดตัวเอง แต่บางทีความสุขมันอาจเกิดขึ้นได้โดยใช้เงินเพียงไม่กี่บาท หรือบางทีก็ไม่ต้องใช้เลย และนี่คือวิธีสร้างความสุขให้ตัวเองได้ ที่คุณอาจหลงลืมหรือมองข้ามไป 1. ซื้อรองเท้าคู่ใหม่ ความสุขเล็กๆ ในการได้ช้อปบำบัดความเครียด แค่คุณได้รองเท้าคู่ใหม่ก็แฮปปี้แล้ว ถึงแม้มันจะคู่ละ 199 บาท แต่ถ้าเป็นคู่สวยตรงใจ อะไรๆ มันก็ดีไปหมด 2. จุดเทียนกลิ่นที่ชอบ กลิ่นหอมของเทียนแต่ละรูปแบบช่วยสร้างความผ่อนคลายให้กับคุณได้ 3. ทาเล็บมือสีใหม่ ทุกครั้งที่กางมือแล้วเห็นความสวยของตัวเอง ช่วยยกระดับความภาคภูมิใจให้กับตัวคุณได้ 4. เขียนบทความ หรือบทกวี อย่าปล่อยให้จินตนาการหลุดลอยไป ใช้เวลาว่างอยู่กับตัวเองแล้วเขียนเรื่องราวดีๆ สักเรื่องที่ได้พบเจอมา 5. มาร์คหน้า การนอนมาร์คหน้าดูซีรี่ย์สักเรื่องในวัน Lazy day คุณจะพบว่ามันดีอย่างน่าเหลือเชื่อ แถมหลังจากมาร์คยังได้ใบหน้าที่สวย ขาวใสขึ้นด้วย 6. เล่นกับสัตว์เลี้ยงตัวโปรด โยนบอล ปาจานร่อนที่สนามหญ้ากับน้องหมาหรือเกาพุงน้องแมว แค่ใช้เวลาเล็กน้อยทำตัวเป็นทาสที่ดี ก็ทำให้คุณยิ้มได้ 7. เล่นโยคะ ยืดเส้นนยืดสายเสียบ้างหลังจากที่ทำงานหนักมาตลอดสัปดาห์ ถ้าไม่ชอบออกกำลังกายหนัก การเล่นโยคะถือเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยผ่อนคลายร่างกายได้ดี […]

ความจริงแล้ว “โลกนี้มันก็ไม่ได้อยู่ยากนักหรอก”

เพราะชีวิตในหนึ่งวันของคนเราย่อมต้องเกิดอะไรขึ้นมาได้ตั้งหลายเรื่อง แถมแต่ละเรื่องที่ผ่านเข้ามาก็อาจทำให้จิตใจของเรา “ว้าวุ่น” ได้ทั้งนั้น ไม่ว่าใครที่บอกว่าตัวเองเก่งแค่ไหน เก่งเรื่องงาน เก่งเรื่องเรียน เก่งเรื่องการวางแผนนั่นนี่มากมาย แต่เมื่อเจอเรื่องทีทำให้ว้าวุ่นใจ บางทีก็ไปต่อไม่เป็นเหมือนกันนะคะ เชื่อว่าเราทุกคนคงเคยเจอกับอาการเหล่านี้กันมาไม่มากก็น้อย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมันขึ้นอยู่ที่ว่าเราจะเปิดใจยอมรับเรื่องที่เกิดขึ้น และทำใจให้ยอมรับเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้มากน้อยแค่ไหนเท่านั้นเอง จริงอยู่ว่าการเรียนรู้และทำความเข้าใจกับสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น และชวนให้เราว้าวุ่นใจนั้นเป็นเรื่องที่ “พูดง่ายแต่ทำยาก” ดังนั้น เรื่องราวที่เรานำมาฝากในวันนี้จึงเป็นเหมือนบทความประกอบชีวิตสำหรับ “ผู้ว้าวุ่นใจ” ทั้งหลาย ที่อยากว้าวุ่นให้น้อยลง ด้วยการทำความเข้าใจโลกให้มันง่ายขึ้น สิ่งใดที่เกิดขึ้นแล้วมันมีเหตุผลของมันเสมอ ดังนั้น จงทำความเข้าใจ ยอมรับ และรีบหายจากอาการเจ็บปวดให้เร็วที่สุด เพราะยิ่งเราก้าวเดินต่อไปได้เร็วเท่าไหร่ เราก็จะเสียเวลาชีวิตน้อยลงเท่านั้น >> เราถูกกำหนดจาก ร่างกาย และ ความคิด <<   จากเหตุผลที่ว่าทำไมทุกคนในโลกล้วนต่างกัน เพราะนอกจากร่างกายทุกคนจะไม่เหมือนกันแล้ว ทุกคนก็ยังไม่มีใครที่มี ความคิดที่เหมือนกันเลย คนเราแค่เกิดมาจากครอบครัวที่แตกต่างจึงมีความคิดที่ต่างกัน อย่างคนรวยกับคนจนก็มีวิธีคิดที่ต่างกันไป ดังนั้น ไม่จำเป็นต้องพยายามจะลอกเรียน หรือเรียนแบบความคิดของใครมาเป็นของตัวเอง ดังนั้นไม่ต้องพยายามจะก็อปปี้ความคิดหรือตัวตนของคนบางคนให้กลายมาเป็นตัวเราหรกค่ะ แค่เรียนรู้และปรับเอาวิธีคิดมาเพิ่มเติมกับชีวิตให้เหมาะสมกับตัวเราที่สุด รวมถึงค่อย ๆ ทยอยตัดสิ่งที่จะทำให้ชีวิตเราแย่ลงทิ้งไปทีละอย่างสองอย่าง ทุกคนมีข้อจำกัดในชีวิตต่างกัน เป้าหมายคือทำให้ตัวเองเป็นคนที่ดีขึ้น มีวิธีคิดที่ดีขึ้น […]

อย่าเสียเวลามาสงสารตัวเองเลย! 10 คำถาม ที่บ่งบอกว่าเรา ชอบโทษคนอื่นมากกว่าตัวเอง

อย่าเสียเวลามาสงสารตัวเองเลย! 10 คำถาม ที่บ่งบอกว่าเรา ชอบโทษคนอื่นมากกว่าตัวเอง ชอบโทษโชคชะตา รู้สึกว่าตัวเองโชคร้ายอยู่คนเดียว ชอบมองโลกในแง่ร้าย คิดลบ พวกเราทุกคนมีประสบการณ์กับความเจ็บปวด และความเศร้าโศกในชีวิต และถึงแม้ความเศร้าจะเป็นเรื่องปกติที่เราต้องเคยพบเจอ แต่การใคร่ครวญถึงความเศร้า และความโชคร้ายที่ต้องเผชิญ ก็มีแต่จะทำลายตัวเราเอง   แบบทดสอบ 10 คำถาม ตรวจสอบตัวเอง ว่าเราเป็นคนที่ชอบโทษคนอื่นมากกว่าตัวเองอยู่หรือเปล่า มาลองตรวจสอบตัวเราดู ว่าเรากำลังคิดแบบนี้อยู่หรือเปล่า เรามักจะคิดว่าปัญหาของตัวเอง แย่กว่าของคนอื่น เราคิดว่าที่เราต้องเจอปัญหาแบบนี้ เป็นเพราะเราโชคร้าย ปัญหาของเราเพิ่มขึ้นรวดเร็วกว่าของคนอื่นเยอะ เรามั่นใจว่า ไม่มีใครที่เข้าใจว่าชีวิตของเรามันช่างยากเย็นขนาดไหน บางครั้ง เราก็ไม่อยากเข้าร่วมงานอดิเรกต่างๆ ไม่อยากพบปะเพื่อน เราเลือกที่จะอยู่บ้าน และนึกถึงปัญหาของตัวเอง เรามักจะเล่าให้คนอื่นฟังว่า เราเจอปัญหาอะไรมาบ้าง มากกว่าเล่าว่าเจอเรื่องอะไรดีๆ บ้าง เรามักจะบ่นถึงเรื่องความไม่ยุติธรรมต่างๆ เรารู้สึกว่ามันยากมากที่จะรู้สึก “ขอบคุณ” กับอะไรบางอย่าง เราคิดว่าคนอื่นโชคดี ที่มีชีวิตที่ง่ายกว่าเรา บางที เราก็รู้สึกว่าโลกกำลังทำร้ายเราอยู่   อ่านดูแล้ว มีข้อไหนที่ตรงกับตัวเราบ้างไหมคะ การรู้สึกสงสารตัวเองนั้นสามารถกลืนกินเรา จนในที่สุด มันอาจเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรมของเราได้ แต่ถ้าเราเลือกที่จะควบคุมมันให้ได้ ต่อให้เราไม่สามารถเปลี่ยนสถานการณ์ของเราได้ […]

วิธีเอาชนะ และหลีกเลี่ยง “ความเครียดมือสอง”

ฝนตก รถติด เพื่อนบ้านส่งเสียงดัง ลืมวันเกิดเพื่อนสนิท ไฟฟ้าถูกตัด ปัญหาจิปาถะที่รายล้อมอยู่รอบตัวเราล้วนก่อให้เกิดความเครียดได้ทั้งสิ้น หากเราไม่รู้จักวิธีผ่อนคลายความเครียด รับรองว่าจิตใจและสมองต้องอ่อนล้าไปกับปัญหาในชีวิตประจำวันแน่นอน ความเครียดที่เกิดจากปัญหาของตัวเราเองที่ว่าหนักหนาแล้วยังไม่เท่าไร เรายังต้องประสบพบเจอกับ “ความเครียดมือสอง” ที่คนรอบข้างเอามาฝากอีกด้วย “ความเครียดมือสอง” คืออะไร? หลายคนอาจไม่เข้าใจ แต่หากนึกย้อนไปในเหตุการณ์ที่เพื่อนสนิทมาเล่าปัญหาชีวิตและขอคำปรึกษา คุณก็จะรู้สึกเห็นใจและคิดว่าปัญหานั้นเป็นของตัวคุณเอง ทั้งที่จริงแล้วไม่ใช่เลย เรื่องราวแบบนี้คิดว่าคนที่ถูกเรียกว่าศิราณีหรือคนที่เป็นผู้ฟังที่ดีอาจประสบบ่อย เนื่องจากเพื่อนๆ มักนำปัญหามาเล่าให้ฟัง ซึ่งหากคุณสามารถปล่อยวางปัญหานั้นได้ก็ถือว่าเป็นเรื่องดี แต่หากเราเก็บเอาเรื่องราวเหล่านั้นมาครุ่นคิดจนเครียด เราอาจกลายเป็นคนที่ต้องแบกรับกับปัญหานั้นซะเอง นี่แหละค่ะ ที่เรียกว่า “ความเครียดมือสอง” เมื่อรู้แบบนี้แล้วก็อย่ารอช้าเลยค่ะ รีบมาผ่อนคลายความเครียดมือสองด้วยวิธีต่อไปนี้กันดีกว่า เพราะปัญหาของคนอื่นก็คือปัญหาของคนอื่น เราจะเอามาเครียดทำไม ลำพังงเรื่องของตัวเองก็แก้ไม่ค่อยจะไหวอยู่แล้ว เราทำได้ดีทุ่ดแค่เพียงรับฟัง และคอยให้กำลังใจก็พอ ถ้าใครที่คิดว่าทำได้ยาก ลองเอาวิธีเหล่านี้ทำดูได้ค๊า!! >> ปล่อยวางกับเรื่องราวที่ได้ยินมา <<   อย่าลืมว่าไม่มีใครในโลกนี้ที่ไม่มีปัญหา ทุกคนต้องเจอปัญหากันทั้งนั้นอยู่ที่ว่าจะเจอปัญหาเล็กหรือใหญ่ แล้วเชื่อเถอะค่ะว่าปัญหาของใครคนคนนั้นย่อมรู้หนทางแก้ไขในวิธีการของตัวเอง การที่มีเพื่อนหรือคนรู้จักมาปรึกษาปัญหากับเรา เขาอาจเพียงแค่อยากได้ที่ระบาย ที่ปรับทุกข์เท่านั้น เราก็เพียงแค่รับฟัง แต่ไม่ควรเอาปัญหาของคนอื่นมาขบคิดจนเหมือนเป็นปัญหาของตัวเอง เพราะยิ่งคุณเอามาคิดมากเท่าไรคุณก็จะยิ่งเครียดมากขึ้นเท่านั้น และจะทำให้ชีวิตไม่มีความสุข บางคนเก็บเอาคำพูด หรือสิ่งที่เพื่อนเล่ามาคิดจนลืมตัวคิดว่าสิ่งที่คนอื่นเจอเป็นเรื่องราวของตัวเอง เลิกนะคะ ปล่อยวางลงซะ เค้าเล่าเราก็ฟัง […]

วิธีรับมือกับเรื่องแย่ๆ เอาชนะปัญหา และอุปสรรคของชีวิต

วิธีรับมือกับเรื่องแย่ๆ เอาชนะปัญหา และอุปสรรคของชีวิต บางครั้ง เราก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงการพบเจอกับปัญหา และอุปสรรคต่างๆ ในชีวิตประจำวันของเราได้ แต่เราสามารถรับมือกับเรื่องร้ายๆ เหล่านั้นได้ มาดู วิธีรับมือกับเรื่องแย่ๆ ที่จะพาเราก้าวข้ามผ่านความทุกข์ และสามารถแก้ไขทุกปัญหาอย่างมีสติได้   ยอมรับความจริง สิ่งแรกที่เราต้องทำ คือ การยอมรับความจริง ว่าชีวิตของคนทุกคนไม่สามารถหลีกหนีจากความทุกข์ได้ มีความสุขก็ต้องมีความทุกข์เป็นของคู่กัน เป็นธรรมดา ในเมื่อหนีไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นสิ่งที่เราทำได้คือการยอมรับการมีอยู่ของความทุกข์นั้น หาทางแก้ไข แล้วก้าวผ่านมันไปให้ได้ ดังที่มีคำกล่าวว่า “เราล้วนผ่านการโดนทำร้ายจิตใจกันมาแล้วทั้งสิ้น มันก็แค่พิธีกรรมอย่างหนึ่งในการใช้ชีวิตของมนุษย์”   ยิ้มให้กับตัวเอง ต่อให้รอบตัวคุณไม่มีใครให้พึ่งพิง แต่คุณก็ยังมี “ตัวคุณเอง” ที่สามารถเติมพลังและกำลังใจให้ตัวของคุณเองได้ เมื่อโลกไม่ได้สวยงามอย่างที่คิด ให้ลองหลับตา นับหนึ่งถึงสิบ หายใจลึกๆ พูดกับตัวเองว่า “มันคงดีที่สุดแล้วล่ะ” ก่อนที่จะลืมตาขึ้น ยิ้มให้ตัวเอง และก้าวเดินต่อไป   มองหาต้นเหตุของปัญหา ปัญหาทุกปัญหาย่อมต้องมี “ต้นเหตุ” มองหาต้นเหตุนั้นให้เจอ พิจารณาความเป็นไปได้ที่จะแก้ไข หากแก้ไขได้ก็จงพยายามแก้ไข หากมันยากเกินกว่าที่จะทำได้ ก็ทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อที่ตัวเราจะได้ไม่ต้องมานั่ง “เสียดาย” ภายหลัง […]

เปลี่ยนมุมมอง ปรับทัศนคติ เรียนรู้บทเรียนชีวิตจาก วิธีคิดของคนเก่ง ระดับโลก

เปลี่ยนมุมมอง ปรับทัศนคติ เรียนรู้บทเรียนชีวิตจาก วิธีคิดของคนเก่ง ระดับโลก เรียนรู้บทเรียนชีวิต ผ่าน วิธีคิดของคนเก่ง ระดับโลก อย่างคุณคาโอรุ นากาจิมะ นักธุรกิจมากความสามารถ มารายห์ แครีย์ นักร้องเสียงทรงพลังที่ฝากผลงานเพลงติดชาร์ตเอาไว้มากมายหลายเพลง และทากาชิ อุจิยามะ นักกีฬาผู้รักษาตำแหน่งซูเปอร์แชมเปี้ยน รุ่นซูเปอร์เฟเธอร์เวท ของสมาคมมวยโลก (WBA) ไว้ได้ถึง 11 สมัย   ชีวิตของเรา เราเป็นคนสร้างเอง เริ่มกันที่ข้อคิดดีๆ สร้างแรงบันดาลใจ จาก คุณคาโอรุ นากาจิมะ นักธุรกิจผู้กำหนดเส้นทางชีวิตของตนเอง และก้าวเดินตามเส้นทางนั้นอย่างเข้มแข็ง เราต้องมองไปข้างหน้า แต่ก็ต้องให้ความสำคัญกับตัวเองในปัจจุบันขณะ และเดินไปสู่เป้าหมายที่ “อยากเป็น” ชีวิตของตัวเรา สามารถสร้างได้ด้วยตัวเอง รู้เป้าหมายของตัวเอง และมุ่งไปสู่เป้าหมายนั้นจนถึงที่สุดอย่างไม่ย่อท้อ ชีวิตถูกกำหนดด้วยบุคคลที่เราพบเจอ และการเลือกของเรา   ไม่มีใครสามารถทำลายความฝันและความตั้งใจได้ นอกจากตัวของเราเอง มารายห์ แครีย์ นักร้องเสียงทรงพลังที่ฝากผลงานเพลงติดชาร์ตเอาไว้มากมายหลายเพลง คือบุคคลต้นแบบตนหนึ่งที่มี “ความฝัน” และมุ่งมั่นตั้งใจที่จะทำความฝันของตนเองให้เป็นจริง โดยไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคใดๆ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ก็ล้มเลิกความตั้งใจไม่ได้เด็ดขาด […]

เลิกเป็นสาวแง่ลบ…มองอะไรก็แย่ไปหมดทุกอย่าง!

หลายคนอยากเปลี่ยนแปลงตัวเอง อยากมีความสุขมากขึ้น อยากมีชีวิตที่เติมเต็มมากขึ้น… ทุกอย่างเปลี่ยนได้ แค่ความคิดของเรา เพียงแค่เราต้องหัดเป็นคนมองโลกในแง่ดี เลิกเป็นคนมองอะไรในแง่ลบ เปลี่ยนความคิดตัวเอง มาคิดบวกดูบ้าง! นอกจากจะทำให้เราอารมณ์ดีขึ้นแล้ว การเปลี่ยนมุมมองเพียงนิด ก็ช่วยให้ชีวิตดีขึ้นได้ค่ะ หลายอย่างที่เราไม่อาจจะสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ด้วยเงื่อนไขต่างๆ ในชีวิต ที่ทำให้เราต้องอยู่กับบางสิ่งบางอย่างโดยที่เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ทั้งเรื่องงาน เรื่องเพื่อน เรื่องหน้าตา เรื่องการเรียนฯลฯ เราอาจจะเปลี่ยนปัจจัยเหล่านี้ไม่ได้ แต่เราเปลี่ยนที่ความคิดเราได้นะคะ >> เปลี่ยนความคิด…หัดคิดในแง่บวก << ความคิดของเราเปลี่ยนเรื่องแย่ๆ ให้กลายเป็นเรื่องดีๆ ได้ ยกตัวอย่าง ถ้าเจอเจ้านายงี่เง่า ก็คิดซะว่าเราได้ฝึกความอดทน, ถ้าเราหน้าตาไม่สวย ก็คิดซะว่า ดีแล้วจะได้ไม่มีปัญหาคนมารุมจีบเยอะแยะให้รถไฟชนกัน, ถ้าเราตัวเตี้ย ก็คิดซะว่า ดีออกตัวเล็กๆ น่ารักจะตาย, ถ้าเราต้องทำงานที่ไม่ชอบ ก็คิดซะว่าตัวเองจะได้รู้จริงๆ ว่าไม่ชอบอะไร และเลือกได้จะไม่มาทำมันอีก ถ้ารู้ว่าเพื่อนนินทา ก็คิดซะว่าเรามีความหมายที่ทำให้คนอื่นยังพูดถึง, ถ้าโดนแฟนทิ้ง ก็คิดซะว่า เราจะได้มีโอกาสออกไปลั้ลลาหาหนุ่มคนใหม่, ถ้าฝนตกแล้วลืมเอาร่มมา ก็คิดซะว่า วันนี้เป็นโอกาสอันดีที่จะได้เป็นนางเอกมิวสิค เดินตากฝนไปสวยๆ หรือถ้าชงกาแฟแล้วไม่อร่อย ก็คิดซะว่า คราวหน้าเราจะไม่ทำสูตรนี้อีก มีสารพัดวิธีที่จะเปลี่ยนเรื่องแย่ๆ […]

เลิกคิดมาก พูดง่าย ทำยาก แต่เราทำได้

การเป็นคนคิดมาก บางทีก็ติดตัวมาแต่กำเนิด จะด้วยพื้นฐานดวงหรืออะไรก็ตาม ถึงอย่างนั้นการเป็นคนคิดมากไม่ได้สร้างผลดีอะไรกับเราเลย มีแต่จะทำให้จิตตก วนลูปกับความคิดซ้ำๆ แล้วยากที่จะเดินต่อ คุณกำลังหาวิธี เลิกคิดมาก อยู่หรือเปล่า ถ้าใช่สิ่งเหล่านี้จะช่วยเยียวยาได้   เลิกคิดมาก พูดง่าย ทำยาก แต่เราทำได้     อย่าให้มันอยู่แต่ในหัว จงระบายออกมา เมื่อคุณได้ปลดปล่อยทุกอย่างออกมาโดยการพูด แม้ว่าจะเป็นการพูดกับตัวเองก็ตาม สิ่งที่ตามมาคุณจะเริ่มปล่อยวางกับความคิด การระบายให้คนอื่นฟังอาจจะเป็นวิธีของใครหลายคน แต่คุณลืมไปรึเปล่าว่าคนคนนั้นอาจจะไม่อยากฟังสิ่งที่เราพูดก็ได้ หากระบายด้วยการพูดแล้วยังไม่หายคิดมาก ให้เขียนใส่กระดาษแล้วเก็บไว้เป็นข้อเตือนใจว่าครั้งหนึ่ง เราก็เคยเป็นคนที่คิดอะไรพวกนี้มากไปเหมือนกัน   เดินเข้าป่า หรือหาพื้นที่สีเขียว ธรรมชาติจะเยียวยาทุกอย่างได้ ลองออกไปข้างนอกและมองหาต้นไม้หรือเข้าป่า สูดกลิ่นอายของธรรมชาติ ความสงบจะทำให้คุณมีสติและเข้าใจถึงความไม่เที่ยงของการมีตัวตนของคุณ ทำให้คุณเห็นโลกกว้างที่อยู่นอกเหนือจากโลกที่คุณรู้จักที่คุณสร้างขึ้นมาเอง โลกใบนี้ยังมีอะไรรออีกมากมาย อย่าให้แค่ปัญหาเรื่องเดียวหรือบุคคลคนเดียวที่ทำร้ายความรู้สึกคุณมาฉุดความคิดคุณเอาไว้ ไม่ให้ไปต่อ   เมื่อไรที่คิดมาก อย่าดูถูกตัวเอง การดูถูกตัวเองจะเพิ่มความเครียดและทำให้ยิ่งเกิดความคิดในแง่ลบ พยายามทำใจกับผลลัพธ์หรือคำตอบที่ไม่เป็นดั่งใจหวัง อย่างน้อยวิธีปลดล็อคความคิดหรือปล่อยวางก็ช่วยได้เสมอ ท่องไว้ว่า “มันผ่านไปแล้ว ฉันจะต้องก้าวไปข้างหน้าต่อ” เมื่อเรื่องนี้ผ่านไปได้ คุณจะหัวเราะให้กับมันเพราะคุณจะเห็นว่ามันเป็นเรื่องเล็กนิดเดียวและคุณเก็บมาคิดมากเกินไป     บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ 7 […]

7 กลวิธีหลีกหนี คนเฮงซวย

บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อคนที่ อยู่ในสถานการณ์ที่ไม่สามารถตัดขาดจากคนแย่ๆ ได้ในทันที ไม่ว่าจะในรูปแบบไหนๆ อย่าเอาแต่คิดว่าชีวิตมมันห่วย ที่ต้องเผชิญหน้า กับคนเฮงซวยทุกวัน แต่ให้ลองคิดหาวิธีหลีกเลี่ยงการพบปะกับ คนเฮงซวย ให้ได้ เพื่อเป็นตัวช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น เรา list  หลักการสู้และถอย ไม่ปล่อยให้ตัวเองต้องเจ็บซ้ำๆ เอาไว้ในนี้แล้วค่ะ   7 กลวิธีหลีกหนี คนเฮงซวย   ::ใกล้แค่ไหนก็เหมือนไกล:: ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าคนเฮงซวย มักจะอยู่รอบตัวเราเสมอ แม้เราจะไม่อยากให้เป็นเช่นนี้ ดังนั้น เวลาที่เราต้องไปออกงาน หรือถูกบังคับ ให้ต้องอยู่ใกล้กับคนเหล่านั้น ให้กะระยะยืนห่างจากพวกเขาสักประมาณ 2 – 3 ฟุต พยายามเลือกที่นั่งที่จะ สบตากันได้ยาก เช่น นั่งโต๊ะฝั่งเดียวกัน แต่ให้ห่างกันให้มากที่สุด   :: ชะลอจังหวะให้ soft ลง :: สังเกตตัวเองดูสิ เรากำลังถูกขังอยู่ในความสัมพันธ์แย่ๆ กับคนแย่ๆ อยู่รึเปล่า เราอาจยังหนีจากกรงขังนี้ไม่ได้ในทันที แต่เราสามารถคุมจังหวะการปะทะ ให้นุ่มนวลลงได้ ชะลอเส้นของเหตุการณ์ ไม่ให้ยิ่งไปเสริมเเรง เหล่าคนที่คิดไม่ดีกับเรา […]

แนวคิดเพื่อ ก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง ก้าวออกจาก Comfort Zone ไม่ต้องมีพรสวรรค์ก็เก่งได้

แนวคิดเพื่อ ก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง ก้าวออกจาก Comfort Zone ไม่ต้องมีพรสวรรค์ก็เก่งได้ เรียนรู้แนวคิดดีๆ เพื่อการ ก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง จาก คุณทากาชิ อุจิยามะ นักกีฬาผู้รักษาตำแหน่งซูเปอร์แชมเปี้ยน รุ่นซูเปอร์เฟเธอร์เวท ของสมาคมมวยโลก (WBA) ไว้ได้ถึง 11 สมัย (ข้อมูลจาก ปี พ.ศ.2558) คุณทากาชิ อุจิยามะ เผยเคล็ดลับความแกร่งของตนเองว่า “ผมไม่ได้มีพรสวรรค์หรอก” แต่เขาฝึกฝนอย่างจริงจังทุกวัน สิ่งสำคัญคือ “การแข็งแกร่ง” ขึ้นทุกๆ วันนั่นเอง คุณอุจิยามะอยากเห็นจุดที่ “ก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองไปแล้วเรื่อยๆ” นั่นคือ การหาทางเอารั้วกั้นขีดจำกัดในความคิดออกไป แล้วมองดูสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าภายนอกรั้วนั่นเอง เมื่อทำแบบนี้ซ้ำๆ เราก็จะรับรู้ได้ถึงพัฒนาการที่เกิดขึ้นกับตัวเราเอง คุณคาโอรุ นากาจิมะ ผู้เขียนหนังสือ “ขโมยสมองของที่ 1” และนักธุรกิจมากความสามารถ ยังแนะนำแนวคิดในการทำธุรกิจของตนเองว่า เขาทำธุรกิจด้วยความคิดที่ว่า “ขีดจำกัดอะไรนั่น ไม่มีหรอก คิดขึ้นมาเองทั้งนั้น เราจะทำลายมันเอง” มาตลอด ซึ่งจากความคิดนี้ ทำให้คุณนากาจิมะประสบความสำเร็จมาอย่างมากมาย จริงๆ แล้ว […]

keyboard_arrow_up