เมื่อประสบปัญหาการเงิน เราควรตั้งหลักด้วยการตั้งสติ!

เชื่อมั้ยคะว่าในชีวิตคนเรานั้นเมื่อเจอปัญหาด้านอื่นๆ เราสามารถจัดการและควบคุมมันได้เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ปัญหาเรื่อง “การเงิน” นั้นมักมีปัจจัยที่เราควบคุมไม่ได้อยู่มาก เช่น มาจากเศรษฐกิจของประเทศ นโยบายภาครัฐ กลไกการตลาด เป็นต้น สิ่งเดียวที่เราจัดการได้คือ การจับจ่ายใช้สอยส่วนตัวและการบริหารรายได้ ดังนั้น เมื่อวิเคราะห์ดูแล้วพบว่าบางปัญหาที่เกิดจากปัจจัยที่อยู่นอกเหนือการควบคุมเราก็ไม่ควรเคร่งเครียดกับสิ่งเหล่านั้นจนเกินไป ตรงกันข้ามควรจัดการหรือแก้ไขปัจจัยใกล้ตัว เช่น การใช้สอย การออมเงิน และการหารายได้พิเศษ กันจะดีกว่า เราเคยได้ยินกันมาบ่อยว่าเงินทองเป็นของนอกกาย แต่เจ้าของนอกกายสิ่งนี้นี่เองที่ก่อให้เกิดความเครียดเป็นอันดับต้นๆ ในชีวิต โดยเฉพาะของคนหนุ่มสาววัยทำงาน ที่ต้องมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินชีวิตมากมาย ที่สำคัญก็คือตราบใดที่ยังต้องสร้างความมั่นคงในชีวิต ความเครียดเรื่องเงินๆ ทองๆ ก็ยังคงอยู่กับเราไปตลอด เมื่อไม่สามารถขจัดความเครียดออกไปได้ ทางออกที่ดีที่สุดคือการจัดการความเครียดให้อยู่หมัดค่ะ วันนี้เรามีวิธีจัดการระบบการเงินที่เป็นทริคเล็กๆ น้อยๆ มาฝาก เผื่อว่าใครจะลองเอาไปทำตามดู จะได้ลดความเครียดเรื่องการเงินในแต่ละเดือนไปได้บ้าง >> ทำรายรับ-รายจ่าย << ตั้งแต่เด็กเรามักถูกสอนว่าให้ทำรายรับ-รายจ่าย เพื่อดูว่าตัวเองใช้จ่ายไปกับสิ่งใดมากที่สุด แต่เมื่อโตขึ้นเรากลับหลงลืม ทั้งที่บัญชีรายรับ รายจ่าย นั้นเป็นกุญแจสำคัญในการจัดการเรื่องเงินในชีวิตของทุกคน จะว่าไปบัญชีรายรับ รายจ่าย นั้นก็เปรียบเสมือนกับไดอารี่บันทึกการใช้เงินในแต่ละวัน เพราะตั้งแต่ตื่นมาเราก็ต้องใช้เงินทำกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าน้ำ ซึ่งการจดว่าเราเสียค่าใช้จ่ายไปกับเรื่องใดบ้างช่วยให้เราปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้เงินได้ถูกต้อง ทั้งยังเป็นเครื่องมือชี้จุดอ่อนด้านการใช้เงินของเราได้เป็นอย่างดี เพราะบางครั้งเรื่องเล็กๆ […]

3 วิธีรีบมือกับ คนขี้เหวี่ยง เจ้าอารมณ์ และไร้เหตุผล

3 วิธีรีบมือกับ คนขี้เหวี่ยง เจ้าอารมณ์ และไร้เหตุผล เชื่อว่าหลายคนต้องเคยประสบพบเจอกันมาบ้างแน่ๆ ค่ะ กับ คนขี้เหวี่ยง ใจร้อน หงุดหงิดง่าย ซึ่งก็พาทำให้เราอารมณ์บ่จอยตามไปด้วยทุกที แถมยังต้องกลายมาเป็นที่รองรับอารมณ์ และยังส่งผลให้สุขภาพจิตเสียเอาซะดื้อๆ อีก ถ้าอย่างนั้น ก่อนที่จะกดปุ่มอันเฟรนด์บุคคลเหล่านี้ออกไปจากชีวิต ลองมาหาวิธีรับมือสักตั้งกันหน่อยดีกว่า! ใช้ความนิ่งสงบสยบความเคลื่อนไหว ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า ‘ความนิ่ง’ สามารถสยบได้ทุกสถานการณ์จริงๆ ค่ะ เมื่อฝ่ายตรงข้ามร้อนแล้ว ก็ไม่เห็นมีความจำเป็นอะไรที่เราจะต้องร้อนตาม สู้ทำเป็นมองไม่เห็น หรือไม่รู้ไม่ชี้ไปเลยดีกว่า เพราะนอกจากจะไม่เป็นการสร้างความน่าหงุดหงิดรำคาญใจให้กับตัวเองแล้ว ยังช่วยทำให้อีกฝ่ายสงบลงได้ง่ายๆ เนื่องจากไม่มีใครสนใจเขาอีกด้วย ใจเย็นเข้าสู้ การไม่สุมไฟเข้าไปในกองเพลิงที่กำลังร้อนระอุเพิ่ม ถือเป็นเรื่องที่สมควรทำอย่างยิ่งเลยค่ะ ใช้ความใจเย็นเข้าสู้ ดับความร้อนของฝ่ายตรงข้ามด้วยการพูดจาประนีประนอม หรือทำท่าทีอ่อนลงต่อเขา ก็จะสามารถช่วยป้องกันตัวเราเองไม่ให้ถูกลูกหลงจากอารมณ์ร้ายๆ ได้ด้วยเช่นกัน แต่ถึงแม้ว่าในใจลึกๆ ของคุณเอง ไม่ได้ต้องการที่จะทำแบบนั้นเลยก็ตามเถอะ ตีตัวออกห่าง การไม่เอาตัวเข้าไปอยู่ใกล้กับบุคลลประเภทนี้เลย น่าจะเป็นวิธีการรับมือที่ดีที่สุดแล้วก็ว่าได้นะคะ เพราะมันอาจมีส่วนช่วยให้สุขภาพจิตของคุณดีขึ้น และยังทำให้คุณรู้สึกมีความสุขกับการใช้ชีวิตในแต่ละวันเพิ่มมากขึ้นด้วย อันเนื่องมาจากการไม่ต้องนำตัวเราไปอยู่ท่ามกลางสิ่งที่ก่อให้เกิดเป็นมลพิษทางความรู้สึกนั่นเองค่ะ บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ หยุดพูดอะไรตอนที่ อารมณ์ไม่ดี เพราะมันอาจส่งผลเสียต่อตัวคุณ นิสัยไม่น่ารัก ที่ต้องหยุดทำทันที ถ้ายังอยากมีคนคบ […]

เพิ่มความสุขในการทำงาน ด้วยการ ” รักงานที่ทำ ” ให้มากขึ้น

เพิ่มความสุขในการทำงาน ด้วยการ ” รักงานที่ทำ ” ให้มากขึ้น เบื่องาน หมดไฟในการทำงาน เบื่อวันจันทร์ อาการที่คนวัยทำงานหลาย ๆ คนต้องเคยเผชิญ มาเพิ่มความสุขในการทำงาน ด้วยการ รักงานที่ทำ ให้มากขึ้น แล้วเราจะพบว่า ความรักนั้นคือ “พลัง” ที่ทำให้เรามุ่งมั่นทำงานต่อไปได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากกว่าที่คิดว่าตัวเราจะสามารถทำได้เสียอีก   ทำไมเราจึงต้อง “รัก” งานที่ทำ คัมภีร์ไบเบิล กล่าวเอาไว้ว่า “ระหว่างความศรัทธา ความหวัง และ ความรัก ความรักยิ่งใหญ่ที่สุด” ในชีวิตการทำงานก็เช่นเดียวกัน ลอง “รัก” งานที่เราทำดู เพราะถ้าเรารักงานนั้นแล้ว ต่อให้ยากหรือ ลำบากเพียงใด เราก็จะรู้สึกสนุก และ อยากทำมันอยู๋ดี คุณชิงซุงฮุน ผู้เขียนหนังสือชื่อ “วิธีเอาตัวรอดจากที่ทำงาน ที่สุดแสนจะน่าเบื่อหน่าย” กล่าวว่า เขาเคยเฝ้ามองคนที่กำลังไปทำงาน เพียงแค่ดูลักษณะท่าทางในการเดิน ก็รู้ได้ทันทีว่า คนคนนี้รักงานที่ทำอยู่หรือไม่ คนที่ไม่รักงานที่ทำ มักจะเดินลากเท้า ตาเหม่อลอย ก้มมองไปที่พื้น สอดมือไว้ในกางเกง […]

เวลาที่เพื่อนร่วมงานจับกลุ่ม นินทา ใส่ร้ายป้ายสี กัน เราควรร่วมวงหรือหลีกเลี่ยงดี?

เวลาที่เพื่อนร่วมงานจับกลุ่ม นินทา ใส่ร้ายป้ายสี กัน เราควรร่วมวงหรือหลีกเลี่ยงดี? หลายคนอาจรู้สึกว่า การนินทา ว่าร้าย ใส่ร้ายป้ายสี กันนั้น เป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องพบเจอในสังคมการทำงาน ไม่อาจที่จะหลีกเลี่ยงได้ ขึ้นอยู่กับว่า เราจะสามารถรับมือกับพฤติกรรมเช่นนี้อย่างไร และเราจะทำอย่างไร หากต้องตกอยู๋ในสถานการณ์เช่นนี้ วันนี้ Goodlifeupdate ขอนำคำแนะนำดีๆ จาก หนังสือ “วิธีเอาตัวรอด จากที่ทำงานที่สุดแสนจะน่าเบื่อหน่าย” – Short Cut มาฝากทุกคนกันค่ะ   คุณชิงซังฮุน ผู้เขียนหนัสือ “วิธีเอาตัวรอด จากที่ทำงานที่สุดแสนจะน่าเบื่อหน่าย” กล่าวว่า เรื่องส่วนใหญ่ที่ผู้คนนินทา มักจะ “ไม่ใช่เรื่องจริง” และ ไม่มีทางเป็นความจริง 100 เปอร์เซ็นต์ได้เลย อาจจะมีความจริงอยู่บ้าง แต่ก็มักจะถูกใส่สีตีไข่เพิ่มลงไปด้วย และ ต่อให้เรื่องเหล่านั้นเป็นความจริง การพูดถึงเรื่องเหล่านั้นขึ้นมา ก็แทบจะไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อะไรเลย   เราควรร่วมวงนินทา หรือ ควรหลีกเลี่ยง? คุณชิงซังฮุน กล่าวว่า แค่เรยืนอยู่ข้างๆร่วมฟังคำติฉินนินทานั้น ก็เท่ากับว่า เรากำลัง […]

5 วิธีรับมือกับ ความผิดหวัง ความทุกข์ และเรื่องแย่ๆ ในชีวิต

5 วิธีรับมือกับ ความผิดหวัง ความทุกข์ และเรื่องแย่ๆ ในชีวิต ในวันที่มีแต่เรื่องแย่ๆ มองไปทางไหนก็พบเจอแต่สิ่งแย่ๆ และ ความผิดหวัง ที่น่าหดหู่ใจจนไม่อยากจะพบเจอใคร ลองปรับความคิด เปลี่ยนมุมมอง รับมือ และก้าวข้ามผ่านวันแย่ๆ ไปด้วยกัน เพื่อที่เราจะสามารถยิ้มรับวันใหม่ ให้สดใส และเข้มแข็งยิ่งกว่าเดิม   ::: ยอมรับความจริง ::: สิ่งแรกที่เราต้องทำ คือการยอมรับความจริง ว่าชีวิตของคนทุกคนไม่สามารถหลีกหนีจากความทุกข์ได้ มีความสุขก็ต้องมีความทุกข์เป็นของคู่กัน เป็นธรรมดา ในเมื่อหนีไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นสิ่งที่เราทำได้คือการยอมรับการมีอยู่ของความทุกข์นั้น หาทางแก้ไข แล้วก้าวผ่านมันไปให้ได้ ดังที่มีคำกล่าวว่า “เราล้วนผ่านการโดนทำร้ายจิตใจกันมาแล้วทั้งสิ้น มันก็แค่พิธีกรรมอย่างหนึ่งในการใช้ชีวิตของมนุษย์” ::: ยิ้มให้กับตัวเอง ::: ต่อให้รอบตัวคุณไม่มีใครให้พึ่งพิง แต่คุณก็ยังมี “ตัวคุณเอง” ที่สามารถเติมพลังและกำลังใจให้ตัวของคุณเองได้ เมื่อโลกไม่ได้สวยงามอย่างที่คิด ให้ลองหลับตา นับหนึ่งถึงสิบ หายใจลึกๆ พูดกับตัวเองว่า “มันคงดีที่สุดแล้วล่ะ” ก่อนที่จะลืมตาขึ้น ยิ้มให้ตัวเอง และก้าวเดินต่อไป   ::: มองหาต้นเหตุของปัญหา ::: […]

ความเครียดไม่ได้เป็นเรื่องร้ายอย่างที่คิด

เคยมีคนกล่าวเอาไว้ว่า “ความเครียดที่เราเจอในชีวิตนั้นก็เปรียบเสมอนสายไวโอลีน ถ้าเราตั้งสายตึงเกินไปเสียงก็จะแหลมบาดหูและอาจทำให้สายขาดได้ แต่ถ้าเราตั้งสายหย่อนเกินไปเสียงก็จะอับทึบไม่ใส ไม่เกิดความไพเราะเสนาะหู” จากประโยคดังกล่าวทำให้เรามองความเครียดในอีกมุมหนึ่ง นั่นคือความเครียดสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน และมันจะไม่เป็นผลร้ายอะไรกับชีวิต เลยหากเรารู้จักวิธีจัดการกับมันให้ได้ อยู่ที่ว่าใครจะมีวิธีจัดการอย่างไรเท่านั้น และความเครียดก็ไม่ได้เป็นอันตรายเสมอไป คนส่วนใหญ่มักจะมองความเครียดว่าเป็นเรื่องไม่ดีต่อชีวิต และพยายามหลีกเลี่ยงหรือลดความเครียดให้น้อยลง ซึ่งทำแบบนั้นก็ไม่ใช่สิ่งผิดอะไร แต่เราอยากให้ลองคิดในอีกแง่หนึ่งดู อยากให้ลองมองว่าความเครียดก็มีแง่ดี เราสามารถฝึกและเปลี่ยนทัศนคติที่มีต่อความเครียด แล้วใช้มันให้เกิดประโยชน์ กระตุ้นทำให้เราทำงานได้สำเร็จ เราควรเปลี่ยนมุมมองต่อความเครียดใหม่ มองว่าความเครียดมันเป็นเรื่องดี เราต้องเชื่อว่าร่างกายเราถูกสร้างและวิวัฒนาการเพื่อให้รองรับสถานการณ์ที่กดดัน ทำให้เราเข้าสังคม เข้าหาคนอื่นเพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ถ้าอย่างนั้นในบทความนี้เราขอมาขยับความคิดของคุณผู้อ่านไปอีกขั้น เกี่ยวกับการมองความเครียดว่าก็มีส่วนดี ดีในที่นี้คือมันทำให้ชีวิตเราได้มีการพัฒนา แต่ไม่ใช่ให้มองว่าเอาทุกอย่างมาเป็นความเครียดไปซะหมด เรียนรู้ที่จะอยู่กับมันอย่างเข้าใจ ถ้ามันจะหายไปก็เป็นเรื่องน่ายินดีค่ะ เราลองไปดูกันดีกว่าว่า ความเครียดมีข้อดีอะไรบ้าง >> ทำให้ได้เรียนรู้ความไม่แน่นอนในชีวิต <<      คนเรามีสภาวะทางอารมณ์และสุขภาพแตกต่างกัน เรื่องที่ทำให้คนหนึ่งเครียดอีกคนอาจไม่เครียดก็ได้ หรือถ้ากิจวัตรประจำวันของคุณบีบคั้นมากจนไม่มีเวลาได้พักหายใจหายคอ หรือเมื่อเจอเรื่องด่วนแทรกเข้ามาแบบไม่ทันตั้งตัว ความเครียดของคุณก็อาจพุ่งสูงขึ้นจนเกินกว่าจะรับไหว ก่อนที่เราจะเกิดความเครียดขึ้นนั้น เราต้องพบเจอกับเรื่องราวต่างๆ ของชีวิตก่อน และเรื่องราวเหล่านั้นแหละค่ะที่จะทำให้เราได้เรียนรู้ว่าต้องแก้ไขมันยังไง เราต้องก้าวข้ามสิ่งที่เจอนั้นไปให้ได้ เราจะได้บทเรียนและแง่คิดที่ดีในชีวิตคืนมาเสมอจากเรื่องราวเหล่านั้น “ความเครียด” จากเรื่องราวต่างๆ ที่เจอจะสอนให้เรารู้จักความไม่แน่นอนของชีวิต สอนให้รู้ว่ามีความสุขก็ต้องมีความทุกข์ สอนให้มีสติกับสิ่งที่ทำอยู่กับปัจจุบัน สอนให้รู้จักรอเพราะไม่มีอะไรได้ดั่งใจทุกอย่าง และไม่มีใครสักคนบนโลกนี้จะมีชีวิตที่มั่นคงปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ >> […]

สมาธิสั้น ทำงานไม่รอบคอบ ความจำสั้น อาการของคนวัยทำงานที่แก้ไขได้ ง่ายนิดเดียว!

สมาธิสั้น ทำงานไม่รอบคอบ ความจำสั้น อาการน่าหนักใจของคนวัยทำงานที่แก้ไขได้ ง่ายนิดเดียว! สมาธิสั้น ทำงานไม่รอบคอบ ความจำสั้น อาการน่าหนักใจ ที่ทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานของเราลดลง มาดูกันว่า อาการเบื้องต้นของคนเป็นสมาธิสั้นนั้น มีอาการเป็นอย่างไรบ้าง   อาการของโรคสมาธิสั้น ทำงานผิดพลาด เพราะความไม่รอบคอบอยุ๋บ่อยครั้ง รู้สึกเหมือนตัวเองไม่มีความกระตือรือร้น ความจำสั้น จดจำเรื่องต่างๆ ไม่ค่อยได้ เช่น จำวันส่งงานผิด ทำงานผิดไปจากที่คุยกันเอาไว้ อยุ่บ่อยครั้ง หากเรากำลังมีอาการเช่นนี้ และอาการเหล่านี้เริ่มส่งผลเสียต่องานที่เรากำลังทำอยู่ นี่คืออาการเบื้องต้นของ โรคสมาธิสั้น   หากเราเป็นคนหนึ่งที่มีอาการสมาธิสั้น ทำงานไม่รอบคอบ ขี้หลง ขี้ลืม ทำงานผิดพลาดอยู่บ่อยครั้ง มาดูเทคนิคการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รอบคอบ และเป็นระบบมากขึ้นกันค่ะ ::: ทำงานให้เสร็จทีละชิ้น ::: คนบางคนสามารถจดจ่ออยู่กับเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญได้ทีละเรื่องเท่านั้น ดังนั้น เราจคงไม่ควรทำงานพร้อมกันหลายชิ้น เพราะนอกจากจะทำให้เราสับสน ต้องสลับความคิดไปมา ต้องเสียเวลากับการปรับความคิดให้เข้ากับงานแต่ละชิ้นแล้ว ยังทำให้ความคิดของเราไม่ต่อเนื่อง แทนที่จะทำงานชิ้นเดียวให้เสร็จอย่างลื่นไหลไปเลย ก็ต้องมาสะดุดไปมา เพราะการสลับไปทำงานอื่น ดังนั้น เราจึงควรทำงานให้เสร็จทีละชิ้น เป็นชิ้นๆ ไป […]

รับมืออย่างไรไม่ให้ เสียสุขภาพจิต เมื่อต้องอยู่ใกล้กับคนคิดลบ

รับมืออย่างไรไม่ให้ เสียสุขภาพจิต เมื่อต้องอยู่ใกล้กับคนคิดลบ ในชีวิตประจำวันของใครหลายคนที่ต้องอยู่ท่ามกลางคนคิดลบเป็นเวลานานๆ อาจส่งผลให้ เสียสุขภาพจิต ได้ อันเนื่องมาจากการต้องอยู่ใกล้ชิดกับคนประเภทนี้มากจนเกินไป ซึ่งเราจะมีเทคนิคและวิธีการรับมืออย่างไร ที่สามารถทำให้ตัวเองสบายใจ และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากขึ้น เมื่อต้องอยู่หรือทำงานร่วมกับคนเหล่านี้ ตามมาฟังพร้อมกันเลยค่ะ อยู่ให้เป็น การอยู่ให้เป็นในที่นี้ก็คือ การปฏิบัติตนที่จะต้องไม่ทำให้ตัวเองเดือดร้อน ลองคิดดูสิว่า การต่อกรกับคนประเภทนี้ย่อมมีแต่เสียกับเสีย เพราะฉะนั้น ไม่มีความจำเป็นอะไรเลย ที่เราจะต้องไปขัดขวางความคิดของเขา แต่ในขณะเดียวกันก็จะต้องไม่คอยเสริมทัพหรือเห็นดีเห็นงามตาม จนทำให้เขานั้นรู้สึกว่า สิ่งที่เขาคิดหรือทำมันทั้งถูกต้องและเป็นเรื่องที่ดี ฟังหูไว้หู คนฉลาดต้องรู้จักฟังหูไว้หู ไม่ใช่ปักใจเชื่อไปกับคำบอกเล่า โดยที่ไม่ได้รับรู้หรืออยู่ในเหตุการณ์เหล่านั้นเอง และยิ่งถ้าหากรับฟังเรื่องราวพวกนี้มาจากบุคคลที่มีอคติในใจอยู่แล้ว เชื่อเถอะว่า ยังไงซะเขาก็ต้องพูดเกินความจริง หรือใส่สีตีไข่ให้เรื่องมันแย่มากไปกว่าเดิมแน่นอน ทางที่ดี การรับฟังแต่ไม่ใส่ใจจึงถือเป็นสิ่งที่ควรกระทำ เพราะสุดท้ายแล้วมันก็ไม่ใช่กงการธุระอะไรของเรา และก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเสียเวลาไปให้ความสนใจด้วย ไม่ต้องเก็บมาใส่ใจมาก คิดเหมือนกันมั้ยคะว่า บางทีการใส่ใจทุกเรื่องมากจนเกินไปก็ทำให้ความสุขที่มีอยู่ลดน้อยลงได้เหมือนกัน ฉะนั้น มาเดินทางสายกลางสร้างความสมดุลให้กับชีวิตโดยการแคร์แค่เรื่องที่จำเป็น และสำคัญกับชีวิตเท่านั้นก็พอ ส่วนใครอยากพูดอะไรหรือแสดงความคิดเห็นอะไรก็ปล่อยเขาไป ถ้าไม่ได้เดือดร้อนกับตัวเราเอง เพราะหากยิ่งแคร์หรือให้ความสนใจไปกับทุกเรื่องมากเท่าไหร่ ความทุกข์และความไม่สบายใจก็จะยิ่งเกิดขึ้นกับเรามากเท่านั้น >>คลิกอ่านเทคนิครับมือต่อที่หน้าถัดไป<<

10 วิธีทำงาน ให้มีความสุข ตั้งเป้าหมาย เติมกำลังใจ และแรงบันดาลใจให้ชีวิต

10 วิธีทำงาน ให้มีความสุข ตั้งเป้าหมาย เติมกำลังใจ และแรงบันดาลใจให้ชีวิต วิธีทำงาน ที่จะช่วยให้เรามีความสุขกับการทำงานมากยิ่งขึ้น มองเห็นเป้าหมายในการทำงาน และทำงานร่วมกับเพื่อนร่วมงาน ลูกน้อง หัวหน้า เจ้านายได้อย่างมีความสุข   ::: ตั้งเป้าหมายในการทำงาน ::: ลองนึกย้อนไปถึงวันที่เราตัดสินใจสมัครงานนี้ หรือ วันแรกที่เราตัดสินใจเลือกทำงานนี้ ลองย้อนมองวัตถุประสงค์ และ เป้าหมายของเราในเวลานั้นดู ว่าอะไรคือเป้าหมายในการทำงานของเรา แล้วลองวิเคราะห์ตัวเราในปัจจุบัน ว่าเราสามารถบรรลุเป้าหมายนั้นได้หรือยัง เราได้พยายามทำตามเป้าหมายที่เราคาดหวังไว้อย่างเต็มที่แล้วหรือยัง แล้วเป้าหมายในการทำงานของเหมือนหรือแตกต่างจากเดิมอย่างไรบ้าง ตั้งเป้าหมายในการทำงาน แล้วทำตามเป้าหมายนั้นอย่างมุ่งมั่นตั้งใจ จะช่วยให้เราสามารถโฟกัสกับงานที่ทำได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น   ::: เข้าใจ ข้อดี และ ข้อเสีย ของตัวเราเอง ::: ในการทำงานใดๆ เราควรที่จะรู้ข้อดี ข้อเสีย จุดเด่น จุดด้อย ของตัวเราเอง ่าเราถนัด หรือ ไม่ถนัดที่จะทำงานประเภทไหนบ้าง เพื่อที่เราจะสามารถเลือกรับงานที่เราทำได้ถนัด ทำแล้วมีความสุขจริงๆ ได้ หรืองานไหนที่ไม่ถนัดจริงๆ รู้สึกว่าต้องการการพัฒนา เราก็จะได้สามารถพัฒนาตัวเองได้อย่างตรงจุด เพียงเท่านี้ […]

รู้จักพูดคำว่า​ ” ช่างมัน ” บ้าง​ ปล่อยวางความทุกข์ แล้วชีวิตจะดีขึ้นเอง

รู้จักพูดคำว่า​ ” ช่างมัน ” บ้าง​ ปล่อยวางความทุกข์ แล้วชีวิตจะดีขึ้นเอง ในชีวิตของเรานั้น เป็นเรื่องธรรมดา ที่เราอาจต้องพบเจอกับความผิดหวัง เคยทำสิ่งที่ผิดพลาด ต้องพบเจอกับความทุกข์ เศร้า เสียใจ ทั้งที่เกิดขึ้นกับตัวเราเอง และ ที่เกิดขึ้นกับคนที่เรารัก ขึ้นอยู่กับตัวเรา ว่าจะมีวิธีจัดการกับความรู้สึกเหล่านั้นอย่างไร บางสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตของเรา หากเราลองพูดคำว่า ” ช่างมัน ” ออกมาบ้าง อาจจะช่วยให้เรารู้สึกดีขึ้น มีความสุขกับชีวิตมากขึ้น และแข็งแกร่งมากขึ้นได้   ::: เพราะเราไม่สามารถ​ “แบก” ทุกอย่าง เอาไว้ได้ทั้งหมด​ ::: หากเราไม่รู้จักที่จะปล่อยวาง​ หรือ​ วางเฉยต่อสิ่งต่าง ๆ​ ที่เกิดขึ้นรอบตัวเราได้​ เราก็จะต้องแบกรับทุกอย่างเอาไว้กับตัวเรา​ จนวันหนึ่ง​ สิ่งเหล่านั้นก็ถาโถมเข้ามา​ จน​”หนัก” เกินกว่าที่เราจะรับไหว เราไม่สามารถเก็บทุกสิ่งทุกอย่างที่เราพบเจอกลับมา​คิด​ เพราะฉะนั้น​ พูดคำว่า​ “ช่างมัน” ไปบ้าง​ ก็ช่วยให้ชีวิตของเราสงบสุขมากขึ้นได้   ::: แต่ละคนมีลิมิตที่แตกต่างกัน​ ::: […]

อย่าปล่อยให้คนอื่น มามีอิทธิพลเหนือตัวเรา

คนเรามักจะหวั่นไหวไปกับคำพูดของคนอื่น กับคำวิจารณ์ที่มีต่อตัวเราไม่ว่าจะแง่ดีหรือแง่ลบก็ตาม เรามักจะเกิดความลังเล ไม่มั่นใจขึ้นมาเมื่อเจอกับคำพูดหรือการกระทำที่ไม่เป็นดั่งใจเราต้องการ ส่งผลให้เกิดความไม่มั่นใจในตัวเองขึ้นมา ต้องไม่ลืมนะคะว่าไม่มีใครรู้จักเรามากเท่ากับตัวเรา แต่อาจมีบางเรื่องที่เขามองเห็นในสิ่งที่เราไม่เนการรับฟังจึงเป็นสิ่งที่ควรทำแต่ต้องใช้ปัญญาพิจารณาด้วย                 คนอื่นมองเราในสายตาของเขาซึ่งอาจไม่ใช่ตตัวจริงของเราก็ได้ เขามีความเห็นตามความรู้สึก ตามประสบการณ์ของเขา ซึ่งอาจไม่ใช่สิ่งที่เหมาะสมกับเรารู้อย่างนี้เราจึงไม่จำเป็นต้องไปหวั่นไหวกับคำของคนอื่น เราต้องมีความมั่นใจในตัวเอง จะทำในสิ่งที่คิดว่าถูกต้อง แม้ว่าคนอื่นจะไม่เห็นด้วยก็ตาม นั่นคือสิ่งที่คิดว่าถูกต้อง แม้ว่าคนอื่นจะไม่เห็นด้วยก็ตาม นั่นคือสิ่งที่เขาทำได้ดีที่สุดแล้วค่ะ >> อย่าให้คำซุบซิบนินทามาบั่นทอนความมั่นใจในตัวเอง << สิ่งหนึ่งที่เราห้ามไม่ได้นั่นคือ “คำพูด” ของคนอื่นค่ะ เราไม่สามารถห้ามใครพูดอะไรได้ เราต้องรับรู้ว่าความคิดต่างเป็นเรื่องปกติ ร้อยพ่อพันแม่ ทุกคนไม่อาจมีความเห็นที่ตรงกันได้ การขัดแย้ง หรือความไม่พอใจซึ่งกันและกันอาจเกิดขึ้นได้ เมื่อทัศนคติไม่ตรงกัน หรือการกระทำของใครไม่ตรงใจเราหรือไม่ตรงใจของเขา แท้จริงแล้วความต่างคือสิ่งที่เราจะต้องเจอทุกที่ทุกเวลาไม่สามารถเลี่ยงได้หรอกในชีวิตนี้ สิ่งที่เราจะทำให้ได้คือ ยอมรับในความต่าง และเข้าใจว่าทุกคนไม่อาจเป็นไปในแบบที่เราต้องการได้ อย่าไปให้เครดิตหรือให้คุณค่ากับคำพูดของคนอื่น ที่พูดถึงเราในแง่ลบเลยค่ะเสียเวลาเปล่าๆ เพราะคนที่จะประสบความสำเร็จในชีวิตได้ หรือคนที่มีความมั่นใจในตัวเองจะต้องไม่ยึดติดกับความคิดเห็นของผู้อื่น ไม่ยึดติดกับคำวิพากษ์วิจารณ์ในเชิงลบที่คนอื่นมีต่อตัวเอง รวมถึงปัญหาต่างๆ ที่พวกเขาไม่สามารถแก้ไขได้ แต่พวกเขาจะสนใจเกี่ยวกับความเป็นอยู่ของผู้อื่น และสิ่งต่างๆ ที่พวกเขาสามารถทำเพื่อช่วยพัฒนาสังคมและโลกให้ดีขึ้นได้ เรื่องเพื่อนก็เช่นกัน พวกเขารู้ดีว่าเพื่อนแท้จะยอมรับในแบบที่พวกเขาเป็นได้ พวกเขาจึงไม่จำเป็นต้องสนใจเสียงภายนอกต่างๆ มากจนเกินไป >> อย่าให้คนอื่นบอกว่าเราควรทำอะไร หรือไม่ควรทำอะไร << จำไว้ว่า […]

ข้อแนะนำดีๆ กับสารพัดวิธีในการ “พูดคุยกับตัวเอง”

เราคงยังไม่ลืมกันใช่มั้ยคะว่า มนุษย์เราทุกคนนั้น โดดเดี่ยวและตัวคนเดียวมาตั้งแต่เกิดแล้ว ตั้งแต่เริ่มหายใจตอนแรกคลอดจากท้องแม่ ไปจนถึงลมหายใจสุดท้ายก่อนสิ้นใจ ไม่มีใครมาหายใจแทนเราได้สักคน ดังนั้น เพื่อนที่มีค่าและซื่อสัตย์มากที่สุด รวมถึงเพื่อนที่สมบูรณ์แบบที่สุดก็คือ “ตัวเราเอง” นี่จึงเป็นที่มาของการที่เราจะพูดคุยกับตัวเองได้อย่างไม่เคอะเขินหรืออึดอัด ด้วยการสมมติว่าตัวเองคือเพื่อนที่ดีที่สุด ของตัวเอง จึงอาจพูดได้ว่าการพูดคุยกับตัวเองนี่แหละค่ะคือเทคนิคสุดล้ำในการพัฒนาตนเอง ที่ทำได้ง่าย แถมไม่เสียค่าใช้จ่ายอีกด้วย นอกจากจะไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ แล้ว ยังสามารถทำได้มากมายหลายวิธี ทั้งการคุยเงียบๆ ในใจ, คุยออกเสียง, คุยแบบรับส่งบทบาท และคุยผ่านการเขียนจดหมายหรือบันทึก เป็นต้น ขึ้นอยู่กับความชอบและความถนัดของแต่ละคนว่าจะชอบการคุยกับตัวเองแบบไหนนั่นเอง  วันนี้เราลองมาดูวิธีการต่างๆ ในการพูดคุยกับเพื่อนคนนี้ คนที่เรียกว่าตัวเราเองดูกันดีกว่าค่ะ แล้วคุณจะรู้ว่าเพื่อนคนนี้นี่แหละ ที่คุยถูกคอกับคุณ ถึงขั้นที่ว่าอีกหน่อยคุณอาจจะไม่อยากหยุดคุยเลยก็เป็นไปได้ >> การคุยในใจ << เราเชื่อว่าคุณผู้อ่านเกือบทุกคน สามารถที่จะพูดในใจได้ และอาจเคยพูดกับตัวเองในตลอดหลายปีที่ผ่านมา เพียงแต่ว่าหลายๆ คนอาจจะหลงลืมไป หรือไม่ค่อยใส่ใจคำพูด วิธีการพูดและเนื้อหาที่เกิดขึ้นในใจของตัวเองมากนัก เพราะมันกลายเป็นความเคยชินไปเสียแล้ว ที่จริงหากคุณคิดจะเริ่มหัดคุยกับตัวเองแบบใหม่แล้วล่ะก็ การเริ่มต้นคุยในใจเงียบๆแบบนี้นับเป็นการเริ่มต้นที่ดีทีเดียว เพราะนอกจากจะไม่ต้องรู้สึกขัดเขินแล้วยังสามารถออกแบบและปรับเปลี่ยนบทสนทนาให้เหมาะกับตัวเองได้ง่ายด้วย เรียกว่าไม่ต้องใช้ความพยายามอะไรมาก ขอแค่ตั้งใจจดจ่อในการคุยให้เหมือนคุยกับคนอื่นแค่นั้นเอง อย่างไรก็ตามหากคุณคิดว่ามันเป็นเรื่องง่ายๆ หมูๆ แล้วล่ะก็มันก็ไม่ได้ง่ายถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ เพราะน้อยคนที่จะสามารถคุยกับตัวเองได้อย่างรู้ทันทุกครั้งไป หรือเอาชนะบทพูดแบบเดิมๆ ได้แบบสมบูรณ์ หากคุณเริ่มลองคุยในใจกับตัวเองดูสักวันหนึ่งคุณจะเข้าใจเองค่ะ […]

5 นิสัยไม่ดี ที่ต้องเลิกทำ หากยังอยากให้ชีวิตก้าวต่อไปข้างหน้า

5 นิสัยไม่ดี ที่ต้องเลิกทำ หากยังอยากให้ชีวิตก้าวต่อไปข้างหน้า หลายคนเอาแต่ตัดพ้อชีวิตตัวเองว่าไม่ได้เกิดมาโชคดีเหมือนอย่างใครเค้า ทำให้หยิบจับอะไรก็ไม่สำเร็จสักอย่าง แต่ก่อนที่จะหันหน้าไปโทษโชคชะตา จงอย่าลืมนะคะว่า สิ่งหนึ่งที่คนเราควรจะโทษก่อนเลยก็คือ นิสัยไม่ดี ที่มีอยู่ในตัวเอง เพราะฉะนั้น มาลองสังเกตกันหน่อยดีกว่าค่ะว่า เรามีนิสัยแย่ๆ ที่กำลังฉุดรั้งตัวเราให้อยู่กับที่ ไม่ยอมก้าวออกไปข้างหน้าเหมือนอย่างคนอื่นเค้าสักทีรึเปล่า !? 1. เลิกพูดคำว่า “เดี๋ยวก่อน ไว้ก่อน” เพราะนิสัยผลัดวันประกันพรุ่ง ถือเป็นสาเหตุหลักๆ ที่ทำให้คนเราไม่ยอมสลัดตัวขี้เกียจออกไปจากชีวิตได้เสียที ซึ่งหลายคนก็คงคาดไม่ถึงว่า การพูดแต่เพียงคำว่า “เดี๋ยวก่อน หรือ เอาไว้ก่อน” จนเกิดเป็นความเคยชินนั้น ทำร้ายสิ่งดีๆ ที่มีอยู่ในตัวเราเองได้มากขนาดไหน เพราะนอกจากมันจะทำให้เราไม่เกิดการกระตือรือร้นในการทำสิ่งต่างๆ แล้ว ยังส่งผลให้ชีวิตล่าช้า ก้าวไปข้างหน้าไม่ทันคนอื่นเค้า อันเนื่องมาจากคำพูดลบๆ เหล่านี้อีกด้วย 2. หยุดสร้างอคติกับคนรอบข้าง ด้วยความที่มนุษย์มีลักษณะนิสัยและมุมมองที่แตกต่างกัน การแสดงออกด้านพฤติกรรมและความคิดก็ย่อมแตกต่างกันออกไปด้วย หลายคนโชคดีที่ยังมองเห็นด้านลบของตัวเอง และสามารถแก้ไขนิสัยแย่ๆ เหล่านี้ได้ทัน แต่กลับกันสำหรับบางคนนั้น แทบจะไม่รู้ตัวเองเลยว่า เผลอสร้างอคติกับคนที่คิดต่าง หรือคิดไม่เหมือนตัวเองโดยไม่รู้ตัว จนทำให้เกิดความไม่ชอบใจ และกลายเป็นคนคิดลบเอาเสียง่ายๆ >>คลิกอ่านต่อหน้าถัดไป<<

วิธีสลัดความ ขี้เกียจ ทำงาน เปลี่ยนเราเป็นคนใหม่ ที่ขยันขันแข็งกว่าเดิม

วิธีสลัดความ ขี้เกียจ ทำงาน เปลี่ยนเราเป็นคนใหม่ ที่ขยันขันแข็งกว่าเดิม “ใครๆ ในโลกาล้วนมีความเกียจคร้านในตัว” เป็นคำพูดหนึ่งที่บ่งบอกได้ว่า ไม่ว่าใครๆ ก็อยากทำตัวตามสบาย อยากจะอยู่เฉยๆ แบบ ขี้เกียจ หรือทำอะไรเรื่อยเปื่อยตามที่เราต้องการกันทั้งนั้น แต่ถ้าขี้เกียจตัวเป็นขน จนทำให้งานเกิดปัญหาขึ้นมา นอกจากจะก่อปัญหาต่อตนเองจากหน้าที่การงานบกพร่องแล้ว ยังส่งผลเสียต่อองค์กรส่วนรวมของเราอีกด้วย แม้จะเป็นคนที่ขยันที่สุดก็ยังมีวันอยากพักผ่อนกันบ้าง พักนิดหน่อยพอเป็นพิธีก็ช่วยคลายเหนื่อยคลายเครียดได้ แต่ถ้ามันเริ่มจะหยุดยาวๆ ไม่มีระเบียบวินัยจนไม่ใช่การพักผ่อน แต่เป็นขี้เกียจตัวเป็นขนแล้วล่ะก็ งานการอาจจะเกิดปัญหาขึ้นได้ ซึ่งความขี้เกียจมีทั้งการทำงานจะหมดแรง อยากนอน อยากพักผ่อนอยู่เฉยๆ กับ อาการขาดแรงขับในการทำงาน หรืออีกนัยหนึ่ง คือ ขาดแรงบันดาลใจ อย่างนั้นเรามีวิธีสลัดความขี้เกียจที่เกาะกุมตัวเราออกไปอย่างไรบ้าง ลองเอาวิธีของเราไปใช้ดูสิ อาจจะเป็นวิธีที่ได้ผลสำหรับคุณก็ได้   เลิกนิสัยผัดวันประกันพรุ่ง ผัดวันประกันพรุ่ง เป็นหนึ่งในตัวอย่างของนิสัยขี้เกียจ เพราะ เป็นการแสดงออกถึงอาการ “ยังไม่อยากทำสิ่งนี้ในตอนนี้” ซึ่งหากผัดเวลาไปเรื่อยๆ จะทำให้มีงานการคั่งค้างได้ การเลิกผัดวันประกันพรุ่งจะช่วยลดปริมาณงานที่คั่งค้าง และ ยังช่วยให้งานใหม่ ๆ ที่กำลังตามมา จะเสร็จสิ้นอย่างรวดเร็วมากขึ้นด้วย   ออกกำลังกาย ยืดเส้น ยืดสาย การออกกำลังกายเป็นการใช้งานร่างกายโดยไม่ต้องใช้สมองคิดอะไรละเอียดมากมาย […]

ลองใช้ชีวิตในรูปแบบใหม่ๆ ดูบ้าง เพื่อให้ชีวิตมีสีสันเพิ่มขึ้น

เชื่อมั้ยคะว่าคนเรานั้นจะมีชีวิตที่มีความแปลกใหม่ให้เราได้ตื่นเต้นขึ้นได้ตลอดเวลา ถ้าเรารู้จักทำตัวให้ออกนอกกรอบที่เป็นความเคยชินเดิมๆ ดูเสียบ้าง แต่ก่อนอื่นเราต้องสำรวจชีวิต ส่วนที่เราไม่พอใจซะก่อนนะคะ ส่วนนี้แหละที่เราจะออกนอกกรอบกัน การทำอะไรที่อยู่ในกรอบชีวิตที่วางเอาไว้เสมอเราจะได้ผลลัพธ์แบบเดิมๆ ที่เราไม่พอใจ อยากเปลี่ยนแปลงดูบ้าง ดังนั้นเราต้องทำอะไรที่แหกกฏนอกกรอบออกมาดูค่ะ เมื่อการกระทำเปลี่ยนแปลง ผลที่ออกมาย่อมเปลี่ยนแปลงไปด้วย เราอาจได้ชีวิตที่เราพอใจมากขึ้น อย่ายึดมั่นแต่สิ่งที่เราคิดว่ามันถูกต้องที่สุด เพราะสิ่งที่แตกต่างนั้นอาจถูกต้องและดีกว่าเดิมก็เป็นได้ เราอยากให้ทุกคนลองมาใช้ชีวิตในรูปแบบใหม่ๆ กันดูบ้างแม้จะมีชีวิตบางส่วนที่เราพอใจอยู่แล้วก็ควรมีการออกนอกกรอบบ้างเป็นบางครั้งบางคราว เพื่อให้ชีวิตมีสีสันมากขึ้นนั่นเองค่ะ เอาเป็นว่าเรามีวิธีการออกจากกรอบของชีวิตแบบเดิมๆ มานำเสนอให้ลองเอาไปทำตามกันดู ทำได้ไม่ยาก ไม่ส่งผลกระทบอะไรกับชีวิตส่วนใหญ่ ในทางกลับกันข้อดีมีเพียบค่ะ ที่แน่ๆ ชีวิตไม่จำเจ และน่าเบื่อแบบที่เป็นอยู่ จะมีอะไรบ้างลองไปดูพร้อมกันค่ะ >> ทำอะไรที่ไม่เคยทำเล่นๆ ดูบ้าง << เคยได้ยินประโยคหนึ่ง ที่บอกว่า “ให้เราลองทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ แล้วเราจะได้ในสิ่งที่ไม่เคยได้” อันนี้จริงที่สุดเลยล่ะค่ะ บางครั้งการที่เราไม่กล้าทำอะไรสักอย่างนั่นอาจแค่เพราะเรากลัว เราไม่มั่นใจ เราแอนตี้ที่จะทำ หรือไม่ก็เกิดจากความไม่ชอบ จึงไม่คิดที่จะทำ ทำให้บางครั้งเราพลาดโอกาสดีๆ ในชีวิตจากความไม่กล้าลองทำอะไร ในเมื่อเราไม่กล้าทำอะไรใหม่ๆ ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะไม่มีอะไรแปลกใหม่เลย พยายามคิดว่าแค่เรากล้าที่จะลองทำดูก็ไม่เห็นเป็นไร ลองแล้วถ้าไม่ชอบก็ลองเสี่ยงดู ไม่มีอะไรตายตัวเสียหน่อย หรือไม่ก็ลองทำอะไรที่ตัวเองเคยคิดว่าทำไม่ได้ดูก็ได้ค่ะ อะไรที่เราคิดว่าไม่น่าจะทำได้ ถ้าทำแล้วเกิดล้มเหลวก็ลองใหม่ พยายามให้มากขึ้นกว่าเดิม จำไว้ว่าคนที่ไม่เคยล้มเหลวคือคนที่ไม่เคยทำอะไรเลย เราจะไม่รู้สึกแย่เพราะสิ่งที่ทำเราคิดว่าทำไม่ได้ ซึ่งหากสำเร็จก็เรียกว่าเป็นกำไร […]

ตามดูเทคนิคดีๆ สู่การเป็นเจ้านายพันธุ์ใหม่ ที่ใช้ใจซื้อใจลูกน้อง

ในสถานที่ทำงานทุกแห่งย่อมต้องมีคำว่าเจ้านาย กับลูกน้องเป็นองค์ประกอบหลัก เราฟังเรื่องราวเกี่ยวกับวิธีการที่จะทำให้เพื่อนร่วมงานรัก ให้เป็นที่พอใจของหัวหน้าหรือเจ้านายกันมามากแล้ว วันนี้อยากพาทุกคนไปทำความรู้จักกับตำแหน่ง “เจ้านาย” กันบ้างค่ะ เพราะเชื่อแน่ว่าผู้อ่านของเรามีอยู่ไม่น้อยเลยที่กำลังอยู่ในตำแหน่งผู้บังคับบัญชาในองค์กร หรือตำแหน่งหัวหน้างานนั่นเองค่ะ บางคนก็เพิ่งก้าวขึ้นมาอยู่ในจุดนี้แบบกระทันหันจนตั้งตัวไม่ทัน มีความเกร็งว่าจะต้องทำอะไรบ้าง กลัวลูกน้องจะไม่รัก แต่สิ่งแรกที่อยากให้นึกไว้ก่อนเสมอคือ ตำแหน่งเจ้านาย หัวหน้า ถือเป็นผู้นำที่จะนำพาองค์กรไปสู่ความเจริญ นอกเหนือจากการทำงานเก่ง คอยตัดสินใจเรื่องสำคัญๆ แล้ว ยังต้องบริหารลูกน้องให้องค์กรดีและมีความสุขด้วย คุณถึงจะกลายเป็นสุดยอดผู้นำตัวจริงค่ะ เราต่างเคยได้ยินคำพูดที่ว่า “ใช้ใจซื้อใจ” กันมาบ้างแล้วใช่มั้ยคะ คำนี้หากนำมาใช้ในที่ทำงานระหว่างเจ้านายที่จะใช้ใจซื้อลูกน้อง เป็นอะไรที่เหมาะสมที่สุดเลยล่ะค่ะ เพราะการบริหารลูกน้องให้แฮปปี้กับการทำงาน ทำได้ด้วยการซื้อใจพวกเขา ซึ่งการซื้อใจนั้นไม่จำเป็นต้องใช้เงิน เพียงแค่ต้องอาศัยความเข้าอกเข้าใจ ความจริงใจ การรับฟัง ไปจนถึงการผลักดันให้ลูกน้องของคุณก้าวไปสู่สิ่งที่ดีกว่า ถ้าอย่างนั้นเราไปดูกันดีกว่าค่ะ ว่าผู้นำตัวจริง หรือเจ้านายพันธุ์ใหม่เค้าใช้ใจซื้อใจลูกน้องกันอย่างไรบ้าง >> ผู้นำตัวจริงที่เขาใช้ใจซื้อใจลูกน้อง <<          คำว่าผู้นำ เจ้านาย หรือหัวหน้า อาจไม่ใช่แค่คนที่อยู่ในตำแหน่งสูงที่สุดขององค์กรนะคะ แต่ยังมีอีกหลายองค์ประกอบที่จะทำให้คุณก้าวสู่การเป็นผู้นำตัวจริง ซึ่งจริงๆ แล้วอย่างที่เราทราบกันว่าคนที่จะก้าวมาสู่ตำแหน่งนี้ได้ต้องเป็นคนเก่ง มีความสามารถรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน เรื่องส่วนตัวไปจนถึงการบริหารทีมให้ประสบความสำเร็จ และการประสบความสำเร็จดังกล่าวไม่ใช่แค่งานราบรื่นเท่านั้น แต่หมายถึงทุกคนในทีมมีความสุขและเต็มใจที่จะทำงานให้แก่องค์กร ไม่มีความเคลือบแคลงใจในการทำงานหรือทำงานไปวันๆ แบบไร้ประสิทธิภาพ แต่พนักงานทุกคนมีพลังกาย […]

วิธี ให้กำลังใจตัวเอง แบบไม่ต้องเสียอะไรไป แถมได้คืนกลับมาเต็มร้อย

วิธี ให้กำลังใจตัวเอง แบบไม่ต้องเสียอะไรไป แถมได้คืนกลับมาเต็มร้อย ว่ากันว่าบางครั้ง ความสุขหรือความสบายใจ มักต้องแลกมาด้วยการเสียอะไรอย่างใดอย่างหนึ่งไปเสมอ แต่มันจะดีแค่ไหน ถ้าในวันที่ท้อหรือทุกข์ใจ การ ให้กำลังใจตัวเอง ในแบบที่ไม่ต้องสูญเสียอะไรไปเลย แถมได้คืนกลับมาเต็มร้อย จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่คนเราควรทำ วันนี้เราจึงอยากพาทุกคนมาอ่านแนวคิดการให้กำลังใจตัวเองดีๆ ในบทความหน้านี้กันค่ะ ปรับเปลี่ยนมุมมองความคิดเสียใหม่ เพราะความคิดเป็นสิ่งสำคัญต่อการแสดงออกทางอารมณ์และความรู้สึก หากมีความคิดที่ดี มองโลกให้เป็นเชิงบวก ย่อมส่งผลให้สิ่งดีๆ เกิดขึ้นตามมา ฉะนั้น หลายคนที่อยากให้กำลังใจตัวเองในวันที่ท้อแท้ อันดับแรกที่ควรทำก็คือ การปรับเปลี่ยนความคิดตัวเองเสียใหม่ เพราะถ้าหากยังมัวแต่มองว่า ‘ทำไมต้องเป็นฉันที่โชคร้าย’ อาจทำให้ชีวิตไม่ได้พบกับอะไรดีๆ อีกเลยก็เป็นได้ มีความสุขจากสิ่งเล็กๆ น้อยๆ มนุษย์เรามักชอบมองหาความสุขจากที่ไกลๆ หรือสิ่งที่ไกลตัวเกินไปจนเอื้อมไม่ถึง นั่นจึงทำให้ความสุขเปลี่ยนเป็นความทุกข์ไปโดยปริยาย ซึ่งหนังสือ “ถึงเวลากลับมาดูแลหัวใจตัวเอง” ได้กล่าวแง่คิดดีๆ เอาไว้ว่า มีสิ่งเล็กน้อยมากมายที่สามารถมอบความสุขให้แก่เราได้ อย่างเช่น การได้หม่ำของอร่อยๆ บทสนทนาประเทืองปัญญากับเพื่อนๆ การได้ลองใช้เส้นทางใหม่ไปทำงาน หรือแม้กระทั่งการมีเซ็กซ์ ค้นหาข้อดีของตัวเอง จากหนังสือ “ถึงเวลากลับมาดูแลหัวใจตัวเอง” ได้กล่าวไว้ว่า โดยทั่วไปแล้ว มนุษย์ส่วนใหญ่มักเคยชินกับการย้ำเตือนข้อเสียต่างๆ ของตัวเองอยู่เสมอ ส่งผลให้รับรู้ถึงการมีอยู่ของพวกมันได้ตลอด แต่ถึงอย่างนั้นแล้ว เราก็ยังสามารถหาข้อดีของตัวเองจากกระบวนการเดียวกันนี้ได้ […]

คงจะดีถ้าเราใช้เวลาทั้งหมดที่มี ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด!

ช่วงชีวิตที่เปลี่ยนไปทำให้คนเรามีภาระหน้าที่ หรือความรับผิดชอบที่มากขึ้นต่างกันออกไป บางคนคิดว่าอยากให้ใน 1 วัน มีมากกว่า 24 ชั่วโมง ส่วนบางคนอยากให้วันเวลาผ่านไปไวๆ และคิดว่า 24 ชั่วโมงที่ได้มา ช่างเนิ่นนานเสียเหลือเกิน นั่นเพราะชีวิตในช่วงเวลานั้นไม่มีความสุข แต่เอาเข้าจริงๆ ทุกคนต่างโหยหาเวลาทุกช่วงชีวิตของตัวเองด้วยกันทั้งนั้น  หากถ้าเรารู้จักใช้เวลาที่มีไปในทางสร้างสรรค์และเกิดประโยชน์มากที่สุด จะช่วยเติมพลังให้ตัวเองได้ดีมาก คุณจะรู้สึกกระฉับกระเฉง ชีวิตจะดูมีความหมายไม่เสียเปล่า ใครเคยเป็นบ้างคะที่เมื่อมีเวลาว่างมากๆ แล้วเกิดความเครียด เพราะกลัวการอยู่เฉยๆ มักจะรู้สึกเสียดายเวลาที่หมดไปแบบไม่ได้อะไรกับชีวิตเลย เพราะคนเหล่านั้นเห็นคุณค่าของเวลาทุกวินาทีว่ามีคุณค่ามากแค่ไหนนั่นเองค่ะ ดังนั้น หากเรารู้จักบริหารและจัดสรรเวลาให้เป็น เชื่อว่าทุกคนจะใช้เวลา 24 ชั่วโมง ใน 1 วัน ได้คุ้มค่า อย่าลืมนะคะว่าเราทุกคนบนโลกได้รับเวลาวันละ 24 ชั่วโมงเท่ากันหมด ขึ้นอยู่ที่ว่า ใครจะใช้เวลาที่ได้มาคุ้มค่ามากกว่ากัน ทุกคนมีเวลา 60 นาทีต่อชั่วโมง และมี 24 ชั่วโมงใน 1 วัน ดังนั้น ถ้าตั้งใจจะลงมือทำอะไรสักอย่าง ให้รีบทำเลย เริ่มต้นตั้งแต่ตอนนี้ เพราะถ้าปล่อยให้ช้าไป บางทีวันเวลาอาจล่วงเลยไป จะทำอะไรไม่ทันกาล! การบริหารเวลาไม่ใช่เพียงความคิด […]

keyboard_arrow_up