ข้อดีของการพูดคำว่า “ไม่” ที่ทำให้ ชีวิตง่ายขึ้น เยอะ

ข้อดีของการพูดคำว่า “ไม่” ที่ทำให้ ชีวิตง่ายขึ้น เยอะ แอบเห็นหลายคนชอบบ่นกันว่า ทำไมชีวิตมันถึงได้ยากกว่าที่คิดเอาไว้นักนะ ทั้งๆ ที่ก็พยายามทำอะไรๆ ให้มันง่ายที่สุดแล้ว ซึ่งบางทีปัญหาเหล่านี้อาจเกิดมาจากตัวของเราเอง ที่ไม่รู้จักพูดคำว่า “ไม่” หรือพูดปฏิเสธออกไปซะบ้าง จนทำให้ความวุ่นวายมาเยือนแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ ฉะนั้น ในวันนี้เราจึงอยากชวนทุกคนมาเรียนรู้ข้อดี และประโยชน์ของการรู้จักพูดปฏิเสธ หรือพูดคำว่า “ไม่” ในบางสถานการณ์ เพื่อทำให้ ชีวิตง่ายขึ้น กว่าเดิมกันดีกว่าค่ะ ได้เป็นตัวของตัวเอง เพราะในบางครั้ง การที่จะแสดงจุดยืนหรือความคิดของตัวเองออกมา อาจต้องพึ่งพาการพูดปฏิเสธซะบ้าง เพื่อทำให้ทุกคนรู้ว่า เราไม่ได้คล้อยตามไปหมดทุกเรื่อง ซึ่งข้อดีของการทำแบบนี้ นอกจากจะสามารถทำให้คนรอบข้างรู้ว่า เราเป็นคนอย่างไร ต้องการอะไรหรือไม่ต้องการอะไร เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยแล้ว ยังทำให้ได้เป็นตัวของตัวเอง ไม่ต้องถูกใครลากหรือชักจูงได้ง่ายอีกด้วย ไม่ต้องฝืนทำในสิ่งที่ไม่ชอบ หากมีใครสักคนมาขอร้องให้คุณ ทำในสิ่งที่คุณเองก็ไม่ได้รู้สึกอยากที่จะทำมันสักเท่าไหร่ แทนที่จะตอบตกลงเพื่อเป็นการรักษาน้ำใจ แต่ลองพูดปฏิเสธออกไป เชื่อเถอะว่า อาจช่วยให้คุณรู้สึกดีมากกว่า เพราะอย่างน้อยๆ ก็ไม่ต้องมานั่งตีสองหน้า หรือ ฝืนทำในสิ่งที่ตัวเองไม่โอเคจนเกิดเป็นความอึดอัดระหว่างกัน >>คลิกอ่านต่อหน้าถัดไป<<

เคล็ด (ไม่) ลับ กับการสร้างสัมพันธ์ 360 องศา แบบง่ายๆ

ในทุกๆ วัน ที่เราใช้ชีวิตอยู่นั้น ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวหรือในที่ทำงาน ล้วนรายรอบด้วยผู้คน ซึ่งเคลื่อนไหวและนำทางด้วยจิตใจคนที่มีทั้งความอ่อนไหว อ่อนโยน อ่อนแอ เข้มแข็ง แข็งแกร่ง แข็งกร้าว และอีกสารพัดอารมณ์ เพราะคนเราไม่ใช่หุ่นยนต์หรือเครื่องจักรที่ต้องบังคับด้วยโปรแกรมเพื่อให้เคลื่อนไหว หรือปราศจากอารมณ์ใดๆ ถ้าไม่ได้ตั้งโปรแกรมเอาไว้ ซึ่งเมื่อเราต้องใช้ชีวิตอยู่ในสังคมร่วมกับผู้อื่นจึงเป็นเรื่องสำคัญมากในการมีสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้าง เพราะคนเราจะอยู่ได้แบบมีความสุขและประสบความสำเร็จนั้น นอกจากความสามารถของตัวเองแล้ว บางทีอาจต้องอาศัยการอุ้มชู และช่วยเหลือจากคนอื่นด้วยค่ะ >> ความสัมพันธ์ที่ดี คือ การอยู่บนพื้นฐานของการใช้ “ใจ” << ลองคิดดูนะคะว่าสิ่งที่เราบอกไปนี้เป็นจริงหรือไม่ โดยเฉพาะเรื่องของการสร้างความสัมพันธ์ของเรากับคนอื่น สิ่งสำคัญเลยคือ “ใจ” ค่ะ เราต้องให้ใจไปก่อน ถึงจะได้ใจกลับมา เช่นเดียวกันหากเราหันปลายหอกแหลมๆ ไปทางคนอื่น คนคนนั้นก็จะหันปลายหอกกลับมาให้เราเช่นกัน ดังนั้น เราควรยื่นดอกไม้ที่สวยงามให้เขา เราจะได้รับดอกไม้ที่ช่วยสร้างความสดชื่นกลับมาเช่นกัน คำเปรียบเทียบนี้หมายถึงว่าอยากได้ความรู้สึกดีๆ จากใคร ก็จงให้ความรู้สึกดีๆ กับคนอื่นไปก่อนนั่นเอง แล้วอะไรคือ ความสัมพันธ์แบบ 360 องศาคำตอบก็คือ สิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบๆ ตัวเรานั่นเอง ทั้ง บน ล่าง ซ้าย ขวา […]

เช็คลิสต์ 4 อาการ ที่บอกว่าคุณเริ่ม รู้สึกเหนื่อย เกินไปแล้ว

เช็คลิสต์ 4 อาการ ที่บอกว่าคุณเริ่ม รู้สึกเหนื่อย เกินไปแล้ว เชื่อว่าหลายๆ คนน่าจะเคยเป็นกันอยู่บ้างนะคะ กับความ รู้สึกเหนื่อย ที่มันบรรยายไม่ถูก หรือตอบตัวเองแทบไม่ได้เหมือนกัน ว่าสาเหตุมันมาจากที่ตรงไหน ซึ่งในบางครั้งอาการเหล่านี้ ก็สามารถส่งผลต่อจิตใจเราได้เป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะกับผู้ที่มีนิสัยคิดมาก หรือผู้ที่ต้องแบกรับภาระมากมายมหาศาลเอาไว้ จนเริ่มรู้สึกไม่ไหว ในวันนี้ เราจึงอยากชวนทุกคน มาลองเช็คพฤติกรรมของตัวเองดูกันค่ะว่า กำลังเข้าข่ายอาการเหนื่อยเกินไป ถึงเวลาต้องพักบ้างแล้วหรือยังนะ !? คุณเริ่มไม่มีความสุขกับสิ่งที่ทำอยู่ จากที่เคยมีความสุขกับสิ่งที่รัก หรือไม่ว่าจะกับงานที่ทำ แต่คุณก็ดันเริ่มหมด passion และหมดความหลงใหลไปกับมันเอาซะดื้อๆ ซึ่งคุณเองก็ไม่เคยคาดคิดว่า มันจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมาก่อน ทางที่ดี ลองเลิกจดจ่อหรือหยุดมันเอาไว้ชั่วคราว เลิกใส่ใจมันดูสักพักและหันหน้าไปทำอย่างอื่นบ้าง บางทีอาจเป็นการให้เวลาตัวเองได้ลองค้นหาคำตอบชัดๆ ว่าสิ่งที่ทำอยู่มัน ‘ใช่’ หรือ ‘ไม่ใช่’ คุณรู้สึกไม่อยากให้ถึงวันพรุ่งนี้ น้อยคนนักนะคะ ที่จะไม่อยากให้ชีวิตเดินทางไปถึงวันพรุ่งนี้ เพราะเมื่อได้ลองนึกถึงของกินอร่อยๆ หรือการได้เจอหน้าคนที่รัก ก็รู้สึกว่าอยากให้ถึงวันพรุ่งนี้เร็วๆ แล้ว แต่สำหรับใครที่ไม่อยากให้วันพรุ่งนี้มาถึง เพราะเบื่อกับสิ่งที่ต้องเจอหรืออะไรก็ตามแต่ ลองเปลี่ยนความคิดตัวเองดูเสียใหม่ ว่าเราห้ามวันเวลาให้หยุดเดินไม่ได้ ฉะนั้น ก็จงหัดยอมรับและสู้ไปกับมัน บางทีอาจทำให้ชีวิตรู้สึกมีพลัง ไม่ยอมท้อถอย […]

“งาน” ที่ดีควร สร้างสุข ไม่ใช่ ก่อทุกข์

คนเราเมื่อเติบโตขึ้นมาพ้นจากวัยเด็กมาได้ ก็จะต้องเข้าสู่วัยทำงานซึ่งเป็นวัยที่เราต้องอยู่กับสิ่งนี้ยาวนานที่สุด ในชีวิตของคนคนหนึ่งหากให้ตีเป็นตัวเลขออกมา วัยแห่งการทำงานก็เริ่มตั้งแต่อายุ 20 ต้นๆ ไปจนถึง 60 ปี เรียกว่าใช้เวลานานมากๆ ทีเดียว คิดดูนะคะว่าสมมติแต่ละคนใช้เวลาส่วนใหญ่ในการทำงาน วันละ 8-9 ชั่วโมง ตลอดอายุจะใช้เวลาทำงาน เฉลี่ยประมาณ 53,000 ชั่วโมง เท่ากับว่า เราใช้เวลาเกือบครึ่งชีวิตในการทำงาน เลยทีเดียว…เป็นอะไรที่ยาวนานมากๆ เลยคะ ลองคิดดูดีๆ ว่าทุกวันนี้คนเราทำงานจะมีความรู้สึกอยู่สองอย่างคือมีความสุข และระทมทุกข์ นั่นเพราะเราใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ที่ทำงาน ดังนั้น “งาน” ที่ดี จึงสมควรจะต้องสร้างความสุขให้คนทำมากกว่าสร้างความรู้สึกที่ไม่ดีค่ะ การทำงานอย่างมีความสุขจะช่วยให้ผลงานของเราออกมาดี สร้างความภาคภูมิใจให้เราไปได้นานแสนนาน แต่ที่สำคัญการทำงานจะรู้สึกดีหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับทัศนคติของเรามีต่อการทำงาน นั่นเอง ทัศนคติในการทำงานที่ดี หรือทัศนคติในแง่บวก ย่อมทำงานได้อย่างมีความสุข แสดงศักยภาพที่มีออกมาให้ผู้ร่วมงานได้เห็นอย่างเต็มที่ อย่างที่มีคนเคยกล่าวเอาไว้ว่าทัศนคติที่ดีเช่นนี้ ทำให้คนเราสามารถสร้างผลงานแห่งชีวิตได้อย่างมากมาย ซึ่งจะช่วยขับไล่ความเลวร้ายในชีวิตอย่าง ความเบื่อหน่าย ความบกพร่อง และความยากจนออกไปจากชีวิตได้ เท่าที่เคยเห็นมาคนที่มีทัศนคติด้านบวกเกี่ยวกับงาน รักสิ่งที่ตัวเองทำ ไม่หยุดทำงานเมื่อยังมีแรงทำไหว หรือไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไรย่อมสร้างโอกาสดีๆ เข้ามาในชีวิตได้อย่างมากมาย แถมผลงานนั้นๆ ยังอาจช่วยสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับสังคมไปในทางที่ดีอีกด้วย ในทางกลับกันคนที่มีทัศนคติต่องานในแง่ลบ ย่อมเป็นคนที่มีแต่ความทุกข์ แม้ว่าการทำงานจะสร้างเงิน […]

อยากให้ชีวิตมีความหมายยิ่งขึ้น สิ่งที่ควรทำคือ “ปล่อยวาง”

ต้องยอมรับอย่างปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทุกวันนี้เราต่างต้องเผชิญปัญหากับความเครียดมากเพียงใด ทั้งจากการทำงาน การใช้ชีวิตที่ดิ้นรนแข่งขัน สภาพแวดล้อม หรือแม้กระทั่งคนที่อยู่รอบกายทุกปัจจัยสามารถกระตุ้นให้เกิดความเครียดทุกเวลา และหากเราไม่รู้จักวิธีในการป้องกันหรือขจัดแล้วล่ะก็ รับรองว่าผลเสียที่ตามมาจะเกิดขึ้นต่อทั้งร่างกายและจิตใจอย่างแน่นอนค่ะ และหากคุณเป็นคนที่ชอบเก็บเรื่องต่างๆ เอาไว้ในใจ และไม่เคยได้ปลดปล่อยมันออกมาเลยล่ะก็ เชื่อว่าชีวิตของคุณจะไม่พบกับความสุขแบบที่ควรจะเป็นอย่างแน่นอน เมื่อรู้แบบนี้แล้วเราจึงอยากแนะนำให้ทุกคนรู้จักคำว่า “ปล่อยวาง” กันดูค่ะ เพราะการรู้จักปล่อยวางเป็นสิ่งสำคัญในชีวิต หากเราเครียด เรากดดันตัวเราเอง หรือแม้แต่คอยจะเก็บความผิดพลาดเก่าๆ มาย้ำ ทำให้ชีวิตไม่มีความสุข วันนี้เราจึงมีวิธีดี ๆ ที่เมื่อคุณได้ปล่อยวางทิ้งไปได้แล้ว จะช่วยให้ชีวิตคุณมีความสุขและความหมายมากยิ่งขึ้นได้ค่ะ   >> พยายามคิดให้ได้ว่า “ไม่มีอะไรยั่งยืน” <<    ลองคิดทบทวนดูดีๆ นะคะ ว่าตอนนี้เรากำลังยึดติดอยู่กับสิ่งของนอกกาย อยู่หรือเปล่า และเมื่อใดก็ตามที่เรายึดติดกับอะไรมากๆ ความเจ็บ ความผิดหวัง ก็มักจะมาหาเราได้ง่ายขึ้นค่ะ นั่นเพราะถ้าเรายึดติดกับอะไรเราก็มักจะกลัวว่าของสิ่งนั้นจะหายไป สิ่งนั้นจะพัง กลัวใครจะมาขโมย เอาเป็นว่าเลิกยึดติดและคิดเสียว่าไม่มีอะไรแน่นอน ทุกสิ่งบนโลกย่อมมีการเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์และเวลา ทั้งความสุขและความทุกข์ก็ไม่ได้อยู่กับเราไปตลอดเช่นเดียวกัน ทุกอย่างผ่านมาแล้วก็มีวันผ่านไป ถ้าเราเข้าใจเรื่องนี้ได้ เราจะมีสติมากขึ้น เมื่อเกิดอำรขึ้นแล้วเราพจะไม่ทุกข์ เพราะเราปล่อยวางว่ามันไม่มีอะไรยั่งยืนตลอดไปยังไงล่ะคะ >> อ่านต่อหน้าถัดไป <<  

เปลี่ยนตัวเองให้ มองโลกแง่บวก เพื่อชีวิตเป็นสุข

เปลี่ยนตัวเองให้ มองโลกแง่บวก เพื่อชีวิตเป็นสุข ชีวิตคนเรา คงไม่ได้ต้องการอะไรไปมากกว่า ความสุขทางใจที่เกิดขึ้นด้วยวิธีที่เรียบง่าย ฉะนั้น คนที่เค้ามีความสุขได้ โดยไม่ต้องพึ่งสิ่งเร้าภายนอกต่างๆ อาจเริ่มจากการ มองโลกแง่บวก ก็เป็นได้ค่ะ ว่ากันว่า ความคิดบวก จะสามารถทำให้เรา ก้าวผ่านพ้นอุปสรรค และมองเห็นเส้นทางข้างหน้าได้ ถึงแม้จะรู้ดีว่า มันไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลย แต่การให้กำลังใจตัวเอง และมองเห็นความผิดพลาดเป็นประสบการณ์ ไม่ยอมท้อถอยต่อเรื่องยากๆ นั่นแหละค่ะ คือคนที่มองโลกในแง่ดี ซึ่งเราจะสามารถ เปลี่ยนแปลงตัวเอง และความคิดเล็กๆ น้อยๆ อย่างไรได้บ้าง เพื่อให้ชีวิตมีความสุขมากยิ่งขึ้น ตามมาดูกันเลยค่ะ หยุดต่อต้านทุกคนที่คิดต่าง ก่อนอื่นเราเองก็ต้องยอมรับนะคะว่า คนทุกคนมีสิทธิที่จะแสดงออก หรือ แสดงความคิดเห็น ในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป เราเองยังมีความคิดที่เป็นของตัวเอง แล้วนับประสาอะไรกับคนอื่น ที่เค้าก็มีความคิดเห็นเป็นของตัวเองเหมือนกัน  ฉะนั้น หากไม่อยากมีปัญหา หรือ ต้องเก็บเรื่องน่าปวดหัวมาใส่ใจ ก็จงหัดยอมรับในความเห็นต่าง เพราะบางทีมันก็อาจมีข้อดี ที่สามารถช่วยเปลี่ยนมุมมองความคิด ของตัวคุณเองได้ด้วยเช่นกัน หยุดหาเหตุผลขึ้นมาโต้เถียง การโต้เถียง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม ถือเป็นการสร้างความน่ารำคาญใจ ให้กับตัวเราเองได้ไม่น้อยเลย บางทีการพยายามหา เหตุผลมากมายร้อยแปดขึ้นมาพูด อาจดูเป็นการ […]

Think Before You Speak…จงมีสติ และคิดก่อนพูด!

ช่วงหลังๆ มานี้ เรามักได้ยินข่าวของคนดังๆ หลายคน ที่มักจะมีกระแสทางด้านลบออกมา เพียงเพราะ “คำพูด” อยู่บ่อยๆ ทำให้นึกไปถึงคำพูดของคนดังผู้ประสบความสำเร็จในชีวิตอีกท่านหนึ่ง นั่นคือ คุณวิกรม กรมดิษฐ์ นักธุรกิจระดับแถวหน้าของไทย โดยคุณวิกรมได้ เคยพูดเอาไว้ว่า “คนเราควรคิดก่อนพูดจะได้ไม่เสียใจในอนาคต เพราะคำพูดที่ออกจากปากไปไม่สามารถที่จะแก้ไขใหม่ได้ ดังนั้น หากใช้เวลาสักนิดเพื่อคิดก่อนพูด จะได้ไม่ต้องมาเสียใจเพราะคำพูดของตนในภายหลัง”  เราเห็นด้วยกับคำกล่าวนี้อย่างที่สุดเลยค่ะ วันนี้เราเลยอยากมาพูดในเรื่องของ  “คำพูด” ที่ถือเป็นหนึ่งใน 3 สิ่งที่ถ้าเราปล่อยผ่านไปแล้ว ไม่สามารถเรียกร้องให้กลับคืนมาได้อีก ฉะนั้นจง “จงคิดทุกคำที่พูด แต่อย่าพูดทุกคำที่คิด” เพราะคำพูดบางคำที่ไม่ได้คิด อาจทำร้ายคนหนึ่งคนได้มากมาย คำพูดบางคำที่เกิดจากอารมณ์เป็นหลัก อาจทำให้คนฟังรู้สึกเสียใจ หมดหวัง หมดกำลังใจ ถึงแม้ที่เราพูดไป เราจะคิดว่ามีเจตนาดี  แต่เราก็ต้องเลือกว่าเราจะพูดยังไง ไม่ให้คนฟังรู้สึกเสียใจ และรับรู้ถึงเจตนาที่ดีของเรา อย่าปล่อยให้คำพูดที่ไม่ได้ตั้งใจ ที่เราคิดเอาเองว่าเล็กๆ น้อยๆ กัดกร่อนทำลายจิตใจคนฟังได้นะคะ เราทุกคนต่างก็รู้ดีว่าการคิดให้ถี่ถ้วน หรือการต้องมาคอยระวังเวลาที่จะพูดอะไรออกไปนั้นมันทำได้ยาก เพราะอาจจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา บางทีเราอาจไม่ได้ตั้งใจ ยิ่งตอนนี้มีเทคโนโลยีใหม่ๆ ให้เราได้แสดงควาคิดเห็นได้เร็วขึ้น บางทีอาจพลั้งเผลอไม่ได้กรั่นกรองสิ่งงที่คิดออกไป อาจเผลอแสดงควาคิดออกมาเลย หลายครั้งทำให้เกิดความเสียหาย ทำให้ต้องกลับมาคิดว่า […]

เชื่อเถอะว่า…มองโลกในแง่ดี ย่อมมีความสุขกว่า

เชื่อมั้ยคะว่าคนที่มองโลกในแง่ดีจนเป็นนิสัยนั้นอาจจะมองโลกไม่ตรงกับความเป็นจริง แต่สิ่งที่พวกเขาจะได้รับคือ “ความสุข” ส่วนคนที่มองโลกในแง่ร้ายจนเป็นนิสัยพวกเขาเหล่านั้นก็มองโลกที่ไม่เป็นความจริงเช่นกัน แต่สิ่งที่พวกเขาได้รับคือ “ความทุกข์” นั่นเอง ซึ่งบางทีเป็นเรื่องยากที่เราจะมองโลกอย่างที่มันเป็นจริงได้ บางครั้งเราไม่รู้ว่าหรอกว่าความจริงเป็นอย่างไร ครั้นจะให้เราไม่คิดอะไรเลยก็ไม่ได้อีก ดังนั้นเมื่อต้องคิดอะไรสักอย่างจึงอยากแนะนำว่าพยายามให้คิดในแง่ดีไว้ก่อนจะดีกว่าค่ะ เพราะอย่างน้อยมันก็นำเราไปสู่ความสุขมากกว่าการคิดในแง่ร้าย ตรงนี้เราสามารถที่จะเลือกคิดได้ แต่คนส่วนใหญ่เมื่อไม่รู้ความจริง มักคิดในแง่ร้ายไว้ก่อน ทำไมเราถึงชอบทำร้ายตัวเองโดยไม่รู้ตัวเช่นนั้น มันเป็นความเคยชินที่จะคิดอย่างนั้นใช่หรือไม่ ถ้าอย่างนั้นมาปรับเปลี่ยนความเคยชินกันใหม่ดีกว่าค่ะ ลองมาฝึกคิดอะไรในแง่ดีกันไว้ก่อนที่จะคิดในแง่ร้าย แต่ความคิดที่ว่านั้นต้องเป็นความคิดในแง่ดีจากใจจริงงๆ…พร้อมแล้ว ไปดูการฝึกคิดให้มองโลกในแง่ดีกันดีกว่าค่ะ ว่าต้องเริ่มจากสิ่งไหนบ้าง ต้องบอกไว้ก่อนเลยว่าสิ่งที่เราเอามาฝาก รับรองว่าอ่านแล้วจะทำให้คุณเป็นคนที่….มองโลกมุมไหนก็ดี! >> มองส่วนดีของคนอื่น  << การที่คนเราจะมองอะไรให้เป็นในแง่ดีได้ ลองเริ่มจากการมองคนอื่นในแง่ดีดูก่อน เชื่อเถอะค่ะว่าคนที่จะมีความสุขได้อีกอย่างเลยคือต้องมองหาส่วนดีของคนอื่นให้เจอ ซึ่งการมองหาส่วนดีของคนหรือสิ่งของรอบตัวเรานั้น เป็นการฝึกการหาสิ่งดีๆ ให้กับชีวิต คนเรามีส่วนดีด้วยกันทุกคน หรือทุกสิ่งก็ย่อมมีส่วนดีในตัวของมันเองทั้งนั้น ดังนั้นเราจะหาส่วนดีของคนอื่นได้ไม่ยาก เพียงแต่ต้องปรับตัวเราให้คุ้นเคยกับวิธีการหาเท่านั้น เราอาจจะเคยชินกับการมองเห็นสิ่งที่ไม่ดีมากกว่า เพราะสิ่งที่ไม่ดีนั้นมักจะทำร้ายเรา เราจึงจดจำมันได้อย่างแม่นยำ ส่วนสิ่งดีๆ นั้น มันให้ความสุขเราก็จริง แต่เรามักจะลืมเลือนมันได้ง่าย ถ้าจะให้ดีอย่าเป็นคนที่ลืมง่ายขนาดนั้นเลยค่ะ ลองเริ่มต้นจากการพูดถึงสิ่งดีๆ ของคนอื่นให้ติดปาก ชื่นชมสิ่งดีๆ ที่อยู่รอบๆ ตัวเรา ไม่ว่าจะเป็น คน สัตว์ ต้นไม้ สิ่งของ […]

วิธีหาความสุข ให้ตัวเองง่ายๆ แค่ปฏิบัติตาม 4 ข้อ นี้

วิธีหาความสุข ให้ตัวเองง่ายๆ แค่ปฏิบัติตาม 4 ข้อ นี้ ว่ากันว่า วิธีหาความสุข สามารถหยิบยกขึ้นมาได้จากเรื่องใกล้ตัว หากสิ่งแวดล้อมรอบข้างพาให้เรามีความสุข หัวใจก็จะรู้สึกสุขตามไปด้วย แต่ถ้าสภาพแวดล้อมรอบกาย ไม่เอื้อต่อการมีความสุขล่ะ เราจะทำอย่างไร … ? ฉะนั้น ตามมาดู วิธี สร้างความสุขทางใจ ให้ตัวเองอย่างง่ายๆ โดยที่ไม่ต้องอาศัยจากใคร กันดีกว่าค่ะ   พาตัวเองไปอยู่ในจุดที่ใช่ เคยมั้ยคะ กับการพาตัวเองไปยืนอยู่ในจุดที่ไม่ใช่ของเรา แต่ดันไม่รู้ตัวว่า กำลังยืนอยู่ผิดที่ ? จนสุดท้ายแล้ว ก็เกิดเป็นความรู้สึกอึดอัด และสับสนซะจน ไม่รู้จะหันหน้าไประบายกับใคร ทางออกที่ดี คือ ควรลองตั้งสติ และพิจารณาสิ่งที่เกิดขึ้นดูใหม่ ว่ามีเหตุผลหรือแรงจูงใจอะไร ที่พาเรามายืนอยู่ ณ จุดๆ นี้ แล้วมันสมเหตุ สมผลหรือเปล่า หากต้องแลกมากับความทุกข์ใจ ที่ไม่รู้จะสิ้นสุดลงเมื่อไหร่   พึงพอใจกับสิ่งที่มีอยู่ หลายคนพยายามแสวงหา สิ่งเร้านอกกายต่างๆ เพียงเพราะแค่ ‘ คนรอบข้างมี ‘ […]

เติมพลังบวกให้ชีวิต กับเจ้าหญิงไอซ์ฮอกกี้“น้ำตาล-วิลาสินี รัตนนัย”

Goodlifeupdate เต็มใจพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับ เจ้าของฉายาเจ้าหญิงน้ำแข็ง หรือ เจ้าหญิงแห่งวงการไอซ์ฮอกกี้ “น้องน้ำตาล วิลาสินี รัตนนัย” สาวน้อยหน้าตาดี ดีกรีระดับนักกีฬาทีมชาติ เธอมาพร้อมมุมมองดีๆ ที่จะมาแชร์ให้สาวๆ ได้ฟัง ว่าถึงแม้ชีวิตเธอจะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่ก็บอกตัวเองเสมอว่าต้องทำให้ได้ ด้วยความมุ่งมั่น ความพยายาม และเชื่อมั่นในตัวเอง ไม่คิดอะไรลบๆ และลงมือทำในสิ่งที่คิดให้เป็นจริง…บอกเลยว่าเธอมีดาเมจความคิดบวกระดับเต็มสิบ!! เราไปทำความรู้จักกับสาวคิดบวกคนนี้ให้มากขึ้นพร้อมกับมุมมองดีๆ ที่จะมาแชร์ให้ได้คิดตามกันค่ะ >> เธอบอกว่า…ใครคิดดีได้ก่อน…คนนั้น “ชนะ” <<      น้องน้ำตาลถือเป็นแบบอย่างที่ดีในความมุ่งมั่น ซึ่งก่อนที่เธอจะก้าวขึ้นมาเป็นเจ้าหญิงน้ำแข็งนั้น เธอต้องใช้ความ ขยัน มุ่งมั่นมากกว่าเด็กวัยรุ่นอีกหลายๆ คน เพราะต้องส่งเสียตัวเองเรียน หลังจากคุณพ่อของเธอเสียชีวิตลง ตอนนั้นน้ำตาลอายุเพียง 15 ปี อย่างที่หลายๆ คนรู้ว่าเธอได้ออกมาใช้ชีวิตเอง สู้ด้วยตัวเอง เดินทางจาก จ.พะเยาว์ บ้านเกิด เข้าสู่ กรุงเทพฯ ด้วยเงินติดตัวเพียง 300 บาท เรื่องนี้เป็นอะไรที่น้ำตาลจดจำได้ไม่มีวันลืม “ตอนที่เข้ามากรุงเทพฯ แรกๆ น้ำตาลมาอาศัยอยู่กับญาติ และมีเงินติดตัวมาแค่ 300 […]

9 กับดัก ที่อาจทำให้นางฟ้า ตกสวรรค์!

“นิสัยผู้หญิง”  ได้ยินคำนี้แล้วมันช่างหน้าเศร้าใจจริงๆ เลยใช่มั้ยคะ ที่หลายๆ คนมักจะตัดสินความไม่ชอบใจด้วยการโทษความเป็นผู้หญิงของเราซะอย่างงั้น สาวๆ หลายคนที่ได้เป็นนางฟ้า เป็นหญิงเก่ง เป็นผู้นำแถวหน้า ได้ใช้ชีวิตอยู่บนสวรรค์อันแสนสุข พร้อมแล้วซึ่งความสำเร็จ แต่ดันมีอาการพลั้งเผลอ หลงลืมตัว หลุดนิสัยอันไม่พึงประสงค์เหล่านี้กับผู้อื่น ทำให้จากที่ได้เป็นดวงดาวอยู่บนฟากฟ้า เลยกลายเป็นดาวอับแสง ร่วงลงมายังพื้นดินซะงี่นก็มี วันนี้เรามาลองดู 9 กับดักนิสัยที่จะทำให้ผู้หญิงต้องกลายเเป็นนางฟ้าตกสวรรค์กันค่ะ เมื่อรู้แล้วก็อย่าหลงเข้าไปติดกับดักนะคะ หาทางเลี่ยงมันโดยเด็ดขาด พึงระวังและต้องมีสติอยู่เสมอค่ะ!! >> จอมขุดคุ้ย << สาวประเภท Forgive but not forget คือให้อภัยในทุกอย่างนะ แต่  “ไม่ลืม” ทะเลาะกันทีไรก็มักจะหยิบยกเรื่องราวในอดีต ขุดมันขึ้นมาร่ายพรรณนาถึงความผิดครั้งเก่าก่อน ย้อนไปสมัยเรียน สมัยทำงาน ทุกยุคทุกสมัยที่ขุดคุ้ยขึ้นมาได้ นิสัยจอมขุดคุ้ยนี้บ่งบอกได้ว่าในสถานการณ์นั้นคุณกำลังพ่ายแพ้ต่อการโต้เถียง ทำให้จากที่หักห้ามตัวเองด้วยการพยายามใช้เหตุผลพูดคุยกัน ก็เปลี่ยนเป็นใช้อารมณ์ และเป็นอารมณ์ของการเอาชนะ เถียงด้วยปัจจุบันไม่ได้ ขอเอาเรื่องในอดีตมาใช้เป็นหมัดฮุค หวังให้เขาเมาหมัดแล้วเห็นไปในทางเดียวกับตัวเอง พิจารณาให้ดีสาเหตุนั้นมิได้มีอย่างอื่นเลย ยกเว้นว่าคุณกำลังขาดสติ และใช้อารมณ์นำการพูดคุยโต้แย้งกันอยู่ ซึ่งไม่ส่งผลดีอะไรกับตัวคุณ รังแต่จะทำให้คะแนนตก เผลอๆ อาจต้องไปเริ่มนับหนึ่งใหม่กันเสียอีก >> เจ้าแม่ละเอียด […]

คิดบวกชีวิตเปลี่ยน ได้ จาก 9 สิ่งที่ควรทำในชีวิต

คิดบวกชีวิตเปลี่ยน ได้ จาก 9 สิ่งที่ควรทำในชีวิต ใครๆ ก็บอกให้เรา คิดบวกชีวิตเปลี่ยน ได้ แต่ในเชิงปฏิบัติมันอาจไม่ง่ายอย่างที่คิด แต่ยังไงซะ การได้ลองเปลี่ยนความคิดเพียงเล็กน้อยในทางที่ดี ก็ทำให้เรามีความสุขกับสิ่งรอบข้างได้ไม่ยาก 1. ยิ้มง่าย รอยยิ้มของคนที่ คิดบวก จะถูกส่งให้กับคนรอบข้างเสมอๆ แม้กระทั่งยิ้มผ่านสายตาหรือบุคลิกท่าทางที่สามารถส่งยิ้มให้เราได้เช่นกัน 2.มองโลกในแง่ดี คนที่มีความสุขจะเป็นคนคิดบวกเสมอ มีความหวังกับอนาคต และเชื่อในสิ่งที่ลงมือทำซึ่งส่งผลออกมาดีที่สุดในตอนสุดท้าย ทัศนคติที่ดีเหล่านี้ส่งผลให้ระดับความเครียดลดลงด้วยเช่นกัน 3. มีพลังขับเคลื่อนและกระตือรือล้น คนที่คิดบวกพร้อมที่จะเผชิญความท้าทายกับปัญหาและหาวิธีแก้ไขมันได้อย่างกระตือรือล้น 4. ยอมรับความไม่แน่นอนของชีวิต คนที่คิดบวกพร้อมจะใช้ชีวิตไปตามความเป็นไปของสังคมผ่านการคิดและตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลให้ดีที่สุด และอย่าวิตกกังวลกับสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าให้ละเลย หรือไม่นึกถึงอนาคต แต่ควรใช้ชีวิตอย่างมีแบบแผนและรอบคอบอยู่กับความเป็นจริงให้มากที่สุด และทำปัจจุบันให้ดีที่สุด 5. ซื่อสัตย์กับตัวเองและคนอื่น คนที่คิดบวกจะรู้ตัวเองเสมอว่าเป็นใคร และพร้อมจะแสดงตัวตนอย่างตรงไปตรงมากับคนอื่น รวมถึงจะไม่แสดงอารมณ์ ความเชื่อหรือทัศนคติที่ขัดต่อความรู้สึกของตัวเอง อ่านต่ออีก 4 ข้อหน้าถัดไป

วางตัวอย่างไร ให้มีเพื่อนร่วมงานในทุกที่ที่ไปทำ

วางตัวอย่างไร ให้มี เพื่อนร่วมงาน ในทุกที่ที่ไปทำ เชื่อมั้ยว่า การมี เพื่อนร่วมงาน ที่ดีนั้น นับได้ว่าเป็นความโชคดีอีกรูปแบบหนึ่งของชีวิตเลยเชียวค่ะ เพราะโดยทั่วไปแล้ว แค่นั่งทำงานงกๆ เพียงอย่างเดียวก็เครียดจนแทบจะแย่ หากมาเจอเพื่อนร่วมงานที่พาให้ชีวิตอึดอัดอีก บอกเลยว่าคงอยู่ยากแน่นอน แต่ก่อนอื่นก็ต้องไม่ลืมที่จะปรับปรุงพฤติกรรม และสังเกตตัวเองก่อนด้วยนะว่า เราน่ารักพอที่เพื่อนร่วมงานอยากจะคบหาหรือมีปฏิสัมพันธ์ด้วยแล้วหรือยัง โดยเฉพาะคนที่ต้องเปลี่ยนสายงานบ่อยๆ และมีสังคมมากมายหลายสังคมเต็มไปหมด มาดูกันว่าเราควรวางตัวอย่างไรบ้าง เพื่อรักษาความสัมพันธ์ของทุกๆ ที่ที่ไปอยู่เอาไว้ให้ดีและยาวนานที่สุด   อย่าเพิ่งรีบแสดงออกถึงความเป็นตัวเองแบบเต็มกราฟ ที่พูดเช่นนี้ ไม่ได้หมายความว่าให้ทุกคนไม่เป็นตัวของตัวเองกันนะคะ แต่ทางที่ดีคือ ควรจะแสดงออกอย่างค่อยเป็นค่อยไป คอยสังเกตลักษณะนิสัย และพฤติกรรมของเพื่อนร่วมงานให้ดีเสียก่อน เพื่อให้เราได้ปรับตัวเข้าหาเค้า และให้เค้าได้ปรับตัวเข้าหาเรา อย่างน้อยๆ ก็จะได้รู้ว่าใครมีนิสัยอย่างไร และอะไรบ้างที่เราเองควรปรับตัว เรียกว่าเป็นการจูนตรงกลางเข้าหากันนั่นเองค่ะ   บางเรื่องเงียบไว้ดีกว่าพูด โดยเฉพาะกับคนที่เพิ่งเริ่มเข้าไปอยู่ใหม่ เรื่องไหนที่ไม่รู้หรือรู้ไม่จริง อาจไม่จำเป็นต้องแสดงความคิดเห็นออกไปซะหมดก็ได้ค่ะ บางทีการนั่งเงียบๆ ไว้ และฟังข้อมูลที่คนอื่นคุยเค้ากัน น่าจะมีประโยชน์ต่อเราเสียมากกว่า อีกอย่างก็คือ ไม่มีใครในโลกนี้ไม่ถูกนินทา เมื่อต้องอยู่ท่ามกลางวงสนทนาที่มีการนินทาเกิดขึ้น ไม่ควรลืมว่าการฟังหูไว้หูย่อมดีที่สุด อย่าเพิ่งปักใจเชื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งน่าจะดีกว่านะ << คลิกอ่านต่อหน้า 2 >>

วิธีขจัดความ “เขินอาย” ตื่นเวที ประหม่า เกร็ง กลัวการพูดต่อหน้าคนเยอะๆ

วิธีขจัดความ “เขินอาย” ตื่นเวที ประหม่า เกร็ง กลัวการพูดต่อหน้าคนเยอะๆ ในชีวิตของเรามีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้เสมอ หนึ่งในนั้นก็คือการถูกมอบหมาย/สั่ง/บังคับ ให้ต้องออกไปพูดต่อหน้าคนเยอะๆ แต่ถ้าเราเป็นคนขี้อาย ตื่นเวที ออกไปพูดต่อหน้าคนเยอะๆ ทีไรแล้วจะรู้สึกประหม่าทุกที ต้องทำอย่างไรดีล่ะ  สถานการณ์แบบนี้ จะกลับตัวก็ไม่ได้แล้ว ถ้าอย่างนั้น ต้องทำใจดีสู้เสือ แล้วทำตามเทคนิคตามขั้นตอนข้างล่างนี้ค่ะ   ::: เตรียมตัวเท่าที่มีเวลา ::: ได้ยินหัวข้อนี้แล้วอาจนึกเถียงในใจ ว่าถ้าเราถูกเรียกออกไปพูดแบบฉุกละหุกล่ะ จะเอาเวลาที่ไหนมาเตรียมตัว ถึงจะฉุกละหุกขนาดไหน อย่างน้อยเราก็น่าจะมีเวลาเตรียมตัวสักครึ่งนาที หรือแม้แต่ระหว่างที่เรากำลังเดินไปบนเวที เดินไปหยิบไมค์ เวลาเพียงไม่กี่วินาทีตรงนั้นก็สามารถใช้เป็นช่วงเวลาในการเตรียมตัวได้   ::: คิดทบทวนสิ่งสำคัญ ::: รีบคิดทบทวนสิ่งสำคัญที่ต้องพูดในหัวของเรา เช่น ชื่องานในวันนี้ ชื่อบุคคลสำคัญที่เราต้องพูด ข้อมูลสำคัญต่างๆ ที่ต้องพูดและห้ามพลาด   ::: อย่าคิดกังวลจนเกินไป ::: บอกตัวเองอยู่ตลอดเวลาว่า “เราทำได้” และ “มันไม่แย่อย่างที่คิด” เมื่อเราไม่สามารถปฏิเสธการพูดครั้งนี้ ถ้าอย่างนั้นก็ลุยทำมันไปให้เต็มที่ ทำเท่าที่ทำได้ เป็นตัวของตัวเอง และอย่าคิดกังวล   […]

เชื่อมั้ยว่า…การ “คบเพื่อน” เป็นสิ่งสำคัญมากในการดำรงชีวิต!

เป็นธรรมดาที่การใช้ชีวิตบนโลกนี้เราไม่สามารถอยู่เพียงตัวคนเดียวได้ นับตั้งแต่เกิดมา นอกจากพ่อ แม่ ญาติพี่น้องและครูบาอาจารย์แล้ว” เพื่อน” รอบกายก็เป็นอีกกลุ่มบุคคลที่ใกล้ชิดกับเราเสมอมา ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนสมัยวัยเรียน เพื่อนสมัยทำงาน เพื่อนในสนามกีฬา หรือแม้แต่เพื่อนในสังคมออนไลน์ …หลายคนได้ดีเพราะการเลือกคบเพื่อนที่ดี ในขณะที่หลายคนอีกเช่นกันที่ต่างเสียหาย วอดวาย ถึงกับสิ้นอนาคตเพียงเพราะคบเพื่อนไม่ดี พาไปหาสิ่งผิดในชีวิตก็มีเช่นกัน มีบางคนถึงขั้นเชื่อเพื่อนมากกว่าพ่อแม่ มากกว่าเชื่อครูบาอาจารย์ซะอีก มีอะไรก็เล่าให้เพื่อนฟังหมด แต่กับพ่อแม่ไม่กล้าที่จะบอกอะไรเหตุผลหนึ่งก็ที่พอเข้าใจได้นั้นก็เพราะเป็นธรรมดาที่เมื่อพ่อแม่เห็นว่าสิ่งนั้นไม่ดี ท่านก็จะคอยห้าม แต่พอเป็นเพื่อนกันมักจะไม่ค่อยห้ามปราม คอยเห็นดีเห็นงามไปด้วย โดยที่บางครั้งขาดการตรึกตรองถึงผลที่จะตามมา ดังนั้นจึงพูดได้ว่าการเลือกคบเพื่อนจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการดำรงชีวิต คบเพื่อนดี เป็นศรีแก่ตัว คบเพื่อนชั่วพาล้มเหลวนั่นเองค่ะ ทีนี้เราลองมาดูกันซิว่า เพื่อนประเภทใดที่ไม่ควรคบหาและควรออกห่างเป็นอย่างยิ่ง อาทิ >> เพื่อนที่คอยจะเอาเปรียบอยู่ตลอดเวลา << เพื่อนประเภทนี้มักจะเห็นแก่ตัว รับแต่ชอบไม่รับผิดร่วมกัน เห็นแก่ได้ มีอะไรก็แย่งตัดหน้าคว้าไปซะก่อน หรือแม้แต่เพื่อนที่เห็นแก่กินชวนไปไหนถ้าเราเลี้ยงก็จะไป แต่ถ้าต้องหารกันเมื่อไรละก็จะอิดออด เบี้ยว ชิ่งหนีซะเลย เพื่อนแบบนี้เชื่อมั้ยคะว่าเราไม่มีทางหนีพ้น มีอยู่ทุกที่โดยเฉพาะในที่ทำงาน หากพบเจอก็เลี่ยงๆ เข้าไว้จะดีกว่า แต่หากไม่สามารถเลี่ยงได้ก็ถือซะว่าเรากำลังฝึกการทำความเข้าในมนุษย์ว่า นี่คือสิ่งไม่ดีที่ไม่ควรทำ >> เพื่อนชอบเม้าท์มอย << เพื่อนแบบนี้สามารถนินทาได้ทุกเวลา สามารถตีไข่ใส่ความว่าร้ายคนอื่นหรือเป็นเจ้ากรมข่าวลือ เพื่อนแบบนี้มีเยอะมากค่ะ เผลอๆ […]

สังเกตุ 5 ลักษณะนิสัยของคนที่มีจิตใจเข้มแข็ง

สังเกตุ 5 ลักษณะนิสัยของคนที่มีจิตใจ เข้มแข็ง ความสามารถ ความเก่ง อาจไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุดในการพิจารณาคนคนหนึ่ง แต่รู้หรือไม่ว่าความสามารถในการควบคุมจิตใจที่ เข้มแข็ง ของตัวเองได้ของบุคคลเหล่านั้นเป็นเรื่องยากและน่าสนใจมากกว่า ฉะนั้นลองสังเกตุดูว่าคุณมีสิ่งเหล่านี้อยู่รึเปล่า เพราะมันแสดงว่าคุณคือบุคคลที่มีจิตใจเข้มแข็งแล้ว บางทีการ คิดบวกชีวิตเปลี่ยน ได้ คุณจะลุกขึ้นสู้เมื่อรู้สึกกำลังจะพ่ายแพ้ นักข่าวคนหนึ่งเคยถามมูฮัมหมัดอาลีว่าเขาทำซิทอัพกี่ครั้งในทุกๆวัน เขาตอบว่า “ฉันจะไม่นับจำนวนการซิทอัพของฉัน แต่ฉันจะเริ่มนับเมื่อมันเริ่มเจ็บปวด เมื่อฉันรู้สึกเจ็บปวดเพราะสิ่งนั้นสำคัญกว่า” เช่นเดียวกับความสำเร็จในการทำงาน คุณมีทางเลือกเสมอเมื่อสิ่งต่าง ๆ เริ่มยากขึ้น นั่นคือสิ่งที่ย้อนถามกลับมาว่า คุณพร้อมแค่ไหนที่สามารถจะเอาชนะอุปสรรคต่างๆ ได้เมื่อมันเริ่มยากขึ้น ถ้าคุณบังคับตัวเองให้ผ่านความท้าทายเหล่านั้นได้ แสดงว่าความแข็งแกร่งในจิตใจของคุณกำลังเริ่มต้นขึ้นในตัวเองแล้ว อดทนรอได้ แม้จะต้องการมากแค่ไหน ความอดทนรอเป็นสิ่งจำเป็นต่อความสำเร็จในอนาคต แม้ตอนนี้เราจะสามารถคว้าสิ่งที่คว้าได้ตรงหน้า แต่ถ้าพยายามมากขึ้นอีกเพื่อรอ มันจะทำให้คุณได้ผลลัพธ์ที่มากขึ้นสองเท่า คุณต้องเคยทำผิดพลาดเหมือนคนงี่เง่าแล้วลองใหม่อีกครั้งโดยไม่หวาดกลัวอะไร จากการทำการสำรวจบุคคลที่ประสบความสำเร็จในจำนวน 800 คน จะมีสิ่งที่สำคัญเหมือนๆ กันนั่นคือจะใช้เวลาหรือพลังงานในการย้อนทบทวนถึงความล้มเหลวและแก้ไขมันให้ดีขึ้น ไม่เดินหนี เพื่อลองสิ่งใหม่ๆ เนื่องจากเห็นความล้มเหลวเป็นขั้นตอนเล็ก ๆ และจำเป็นในกระบวนการบรรลุเป้าหมาย ฉะนั้นถ้ายังกลัวที่จะแก้ไขก็ไม่มีวันเดินไปข้างหน้าได้ อ่านต่อหน้าสองคลิก

กลยุทธ์สู่การเป็นผู้หญิงที่ “ชนะใจทุกคน”

การจะเป็นผู้หญิงนั้นไม่ได้เป็นกันยากค่ะ แต่การจะเป็นผู้หญิงที่ เจ๋ง เท่ ดูดี สวย เก่ง อยู่ที่ไหนใครๆ ก็รักและอยากเข้าใกล้ เรียกว่าเป็นสาวอเนกประสงค์ในตัวเองครบแบบที่ว่า ก็ไม่ได้เป็นกันง่ายๆ เช่นกัน สำหรับคุณสาวๆ ทั้งหลาย ไม่ว่าจะสาวแท้ หรือสาวเทียม กายสาว ใจสาว อะไรก็ตามแต่ ขอแค่คุณเป็นคนที่มีความเป็นผู้หญิงอยู่ในตัว เชื่อว่าใครก็อยากเป็นผู้หญิงในแบบที่กล่าวไว้ข้างต้นอย่างแน่นอน! หากคุณเบื่อที่จะเป็นผู้หญิงธรรมดาๆ ที่มีชีวิตแสนจะจืดชืด ลองมาเปลี่ยนตัวเองไปพร้อมๆ กับเราก็ได้ค่ะ ด้วยเทคนิคง่ายๆทำได้ไม่ยาก ขอแค่มีความตั้งใจ ปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์เล็กน้อย หันมาสร้างความแปลกใหม่ให้กับชีวิต เพิ่มความเก๋ไก๋ในชีวิตประจำวันดูบ้าง รวมถึงขอให้มีความตั้งใจ และพร้อมที่จะลงมือทำเท่านั้นเอง เชื่อแน่ว่าทำเนียบผู้หญิงแก่ง จะต้องมีชื่อคุณเป็นหนึ่งในนั้นอย่างแน่นอน อย่ารอช้าค่ะ ไปดูเคล็ดลับที่ไม่ลับ สู่การเป็นผู้หญิงที่ชนะใจทุกคน…ใครอยู่ใกล้ก็รักไปพร้อมกันเลย >> มั่นใจในตัวเอง ทั้งภายนอก และภายใน << เราต้องไม่ลืมนะคะว่าในโลกนี้ไม่มีใครที่เกิดมาสมบูรณ์แบบไปเสียทุกอย่าง คุณเห็นด้วยหรือเปล่า ถ้าเห็นด้วยนั่นแสดงว่าคุณเริ่มก้าวสู่ขั้นของการเป็นผู้หญิงเก่งแล้วล่ะค่ะ …หลายคนอาจถามว่าเพราะอะไรถึงเป็นเช่นนั้น…นั่นก็เพราะว่าหากเรากำลังมันใจในตัวเองและยอมรับในความไม่สมบูรณ์ของตัวเองได้ ไม่เปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น จะทำให้จิตใจของเราดีขึ้นอย่างน่าประหลาด …การเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นนั้นมีแต่จะบั่นทอนกำลังใจและทำให้เราเป็นคนที่ขาดความมั่นจในตัวเอง ทำอะไรก็ดูไม่มั่นใจไปซะหมด แบบนี้ไม่ดีแน่ ทุกคนมีดีอยู่ในตัวเองอยู่แล้ว ขอจงภูมิใจในสิ่งที่เรามี และคอยสร้างสิ่งที่เรามี่ด้วยการพัฒนาตัวเอง ไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่ […]

วิชา “สร้างความสุข” จาก 5 ปัจจัยของคนที่ทำสำเร็จ

วิชา “สร้างความสุข” จาก 5 ปัจจัยของคนที่ทำสำเร็จ หลายครั้งที่เราพยายาม สร้างความสุข จากการออกไปข้างนอก ความสุขจากคนอื่น ความสุขจากการใช้เงิน แต่ผลลัพธ์กลับไม่สำเร็จแต่ได้มาแค่ชั่วคราว จริงๆ แล้ว ความลับง่ายๆ คือการอยู่ในสถานที่ที่ดีต่อสุขภาพและทำให้เรามีความสุขนั่นคือความลับแห่งความสุขและอายุยืนได้ยาวนานขึ้น :: ลดเวลาที่ใช้กับคนที่เป็นลบและเพิ่มเวลาที่ใช้กับคนที่เป็นบวก จากการวิจัยเชื่อว่าถ้าเรามีคนที่มี ความสุข หรือคิดบวกอยู่รอบตัวในรัศมี 1.5 กิโลเมตร จะทำให้เรามีความสุขกับชีวิตเพิ่มขึ้น 25% นอกจากนี้อารมณ์ของคนที่อยู่ในกลุ่มสังคมเดียวกับเรา ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนหรือคนข้างๆ ถ้ามีแต่ความเศร้าตลอดเวลา สามารถเพิ่มโอกาสที่จะลดระดับความสุขของคุณเป็นสองเท่าเมื่อเทียบกับผลบวกของการติดต่อกับคนที่มีความสุข :: หาเพื่อนที่ดีที่สุดในที่ทำงาน ประมาณหนึ่งในสามของชีวิตวัยผู้ใหญ่ถูกใช้ไปในที่ทำงาน นอกนั้นจะเป็นเวลาที่ได้ใช้กับเพื่อนหรือคนในครอบครัว นั่นหมายความว่าชีวิตส่วนใหญ่ของคุณใช้ไปกับการทำงานและความสุขก็เป็นส่วนหนึ่งที่เกิดขึ้นได้จากคุณภาพความสัมพันธ์ของคุณกับเพื่อนร่วมงาน น่าคิดว่าบางทีที่เราลาออกจากงานเพราะไม่มีความสุขในที่ทำงาน ส่วนหนึ่งมาจากคุณไม่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงานของคุณ ฉะนั้นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงาน จะช่วยเพิ่มความสุขและทำงานที่นั่นได้ในระยะยาว :: ทำฐานการเงินของตัวเองให้มั่นคง จากการศึกษาในปี 2015 แสดงให้เห็นว่า 9 ใน 10 คนที่มีความสุขมีแนวโน้มที่จะมีความมั่นคงทางการเงิน แต่จำนวนของความสัมพันธ์ที่มีความสุขลดลงเหลือ 6 จาก 10 เมื่อการเงินไม่มั่นคงในทันที ซึ่งพูดตรงๆ ปัญหาทางการเงินเป็นสาเหตุสำคัญของความเครียดและส่งผลเสียต่อระดับความสุขในคนทุกระดับ นอกจากจะไม่มีความสุขเมื่อจัดการการเงินไม่ได้แล้วยังเสี่ยงต่อการเกิดภาวะซึมเศร้า โรคเบาหวานและโรคอ้วนมากกว่าผู้อื่น […]

keyboard_arrow_up