WFH ยังไงให้เหมือนทำงานที่ออฟฟิศ ไม่เสียงาน ไม่เสียเวลา ไม่มีพัง ปังแน่นอน

WFH ยังไงให้เหมือนทำงานที่ออฟฟิศ ไม่เสียงาน ไม่เสียเวลา ไม่มีพัง ปังแน่นอน แทบจะเกือบทุกคนเลยก็ว่าได้ที่จะต้องทำงานกันแบบ WFH ซึ่งบางคนก็อาจจะWFH กันมาเป็นปีแล้ว ต้องมีเบื่อ หรือชีวิตขาดระเบียบทั้งการทำงานและการใช้ชีวิตกันไปบ้าง วันนี้ Goodlife จะมาบอกเล่าทริคไม่ลับ ยอมเสียเวลานิดหน่อย เพื่อให้ได้งานใหญ่มาฝากกันจ้า จะมีอะไรบ้างไปดูกันเลย 1.จัดโต๊ะให้เตรียมพร้อมสำหรับการทำงาน ที่ทำงานเราอาจจะมีโต๊ะส่วนตัว และบรรยากาศในการทำงานที่ทำให้เรารู้สึกเหมือนว่านี่แหละ ฉันต้องตั้งใจทำงาน แน่นอนว่าพอเป็นที่บ้าน หลายๆคนอาจจะได้รับความรู้สึกสบายๆเหมือนอยู่บ้าน ซึ่งนี่แหละคือปัญหาใหญ่มากๆของใครหลายคนในการทำงานแบบ WFH เพราะนอกจากงานจะไม่เดินแล้ว ยังเอาแต่พักผ่อนเหมือนกับเป็นวันหยุดทั่วไป ดังนั้นลองเสียเวลาจัดโต๊ะสำหรับการทำงาน ให้เตรียมพร้อมในทุกสถานการณ์ดูบ้าง เวลาที่เรานั่งทำงานจะได้สามารถโฟกัสไปที่งานได้มากกว่าเดิม และช่วยลดความขี้เกียจที่มักจะเกิดขึ้นเวลาที่อยู่บ้านอีกด้วย 2.ทำ list งานเอาไว้อย่างจัดเช่น ยอมเสียเวลา จัดแบ่งงานที่เรามีว่ามีอะไรบ้างที่จะต้องทำให้เสร็จ ทำอะไรบ้าง และต้องทำให้เสร็จเมื่อไหร่ ถ้าหากว่าเรามีพอเวลา หรือยังไม่อยากทำงานก็ลองเริ่มจดlist ดูว่ามีสิ่งใดบ้างที่จะต้องทำให้เสร็จภายในวันนี้ ในช่วงเช้า และพอเลิกเงิน ให้ทำlist และเช็คlist ดูว่ามีงานไหนที่เราตกหล่น มันสามารถเลื่อนได้หรือไม่ และพอจะมีงานอะไรบ้างที่จะต้องทำในวันถัดๆไป ดูเหมือนว่าการจดlist จะเป็นสิ่งที่กินเวลา แต่จะช่วยทำให้เราบริหารเวลาในการทำงานได้ดีมากขึ้น 3.ลำดับความสำคัญของงานเป็นเรื่องสำคัญ นอกจากที่เราจะต้องจดlist ในการทำงานแล้ว […]

โลกส่วนตัวสูง ไม่ใช่หยิ่ง แค่มีความสุขกับการอยู่คนเดียว

โลกส่วนตัวสูง ไม่ใช่หยิ่ง แค่มีความสุขกับการอยู่คนเดียว อย่ามองว่ามันเป็นปัญหาสำหรับคนที่มีโลกส่วนตัวสูง ถ้าคุณเข้าใจความเป็นไปของมัน ไม่ว่าคุณจะเป็นคนแบบนั้นเองหรือคนข้างกายคุณกำลังเป็น ลองทำความเข้าใจสิ่งเหล่านี้จากคนที่มีโลกส่วนตัวสูง คุณจะได้เปิดรับความคิดอีกด้านได้มากขึ้น บางทีพวกเขาอาจกำลังมีความสุขกับการอยู่คนเดียวมากกว่า ที่เราคิดไปเองว่าเขาเป็นทุกข์ คนโลกส่วนตัวสูงจะชอบใช้ความคิด ผู้ที่มีพฤติกรรมเก็บตัวจะชอบใช้ความคิด ใช้ความพึงพอใจมากกว่า จึงทำให้พวกเขามีสมาธิและตั้งใจกับการทำงานมาก นอกจากนี้ยังเป็นคนรักสงบและชอบทำงานในที่เงียบๆ ทำให้มีเวลาในการใช้ความคิดกลั่นกรองออกมาได้อย่างถี่ถ้วน ชอบอยู่กับความรู้สึกกลางๆ มากกว่าความสุดโต่ง คนโลกส่วนตัวสูงอาจไม่ได้ต้องการความสุขจากสิ่งรอบตัว แต่จะชอบความรู้สึกแบบกลางๆมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นตอนพูด หรือตอนคิดอย่างมีเหตุผล เพราะพวกเขาคิดว่าความสุข เป็นตัวแปรสำคัญในการปลุกเร้าความรู้สึก และอาจทำให้คนโลกส่วนตัวสูงเสียสมาธิในการทำงาน แตกต่างจากผู้ที่มีพฤติกรรมเปิดเผยซึ่งต้องการความสุขเมื่อต้องทำงานเพราะมองว่ามันคือแรงจูงใจนั่นเอง หน้าฝนคือฤดูที่คุณชอบที่สุด ลองเช็คดูสิว่าคุณเป็นคนโลกส่วนตัวสูงรึเปล่า เพราะคนโลกส่วนตัวสูงจะชอบฝน เสียงฝนตกสามารถผ่อนคลายความเครียดและทำให้จิตใจสงบได้ นอกจากนี้ฝนยังช่วยลดความคาดหวังลงได้และไม่กระตุ้นความรู้สึกมากเกินไปเมื่อเทียบกับสภาพอากาศแบบอื่น ไม่ชอบการสังสรรค์หรือผู้คนพลุกพล่าน มันไม่ผิดถ้าคนโลกส่วนตัวสูงจะไม่ชอบไปปาร์ตี้ เพราะเขามีความคิดว่าการอยู่ท่ามกลางคนหมู่มากไม่ได้ทำให้ชีวิตเขาดีขึ้น การมีเวลาอยู่กับตัวเองเงียบๆ จะดีกว่า หรือบางทีการทานข้าวกับเพื่อน 2-3 คนที่เข้าใจเขาก็พอแล้ว ฉะนั้นถ้าคุณมีเพื่อนโลกส่วนตัวสูง อย่าพยายามจี้จุดให้เขาออกไปปาร์ตี้เลย เพราะสุดท้ายจะยิ่งกระตุ้นให้เขาหายออกจากกลุ่มไปในที่สุด Cr : canva อ่านบทความเพิ่มเติม ผู้หญิงต้องรู้! อาหารที่ “ควรเลี่ยง” ช่วงมีประจำเดือน LUNG CARE แอปพลิเคชัน เช็คสุขภาพปอดด้วยตนเอง 5 โรคร้ายวัยทำงาน […]

Good Things to do in the Morning เคล็ดลับเพิ่มความสดใจยามเช้า ก่อนไปทำงาน

Good Things to do in the Morning เวลาคุณภาพในช่วงเช้า หากเราเตรียมตัวมาดีก็เริ่มต้นวันใหม่อย่างสดใสได้ไม่ยาก แต่ถ้าไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน

เลิก “คิดมาก” อาจจะดูยาก แต่ถ้าทำได้เราจะกลายเป็นคนที่มีความสุข

เลิก “คิดมาก” อาจจะดูยาก แต่ถ้าทำได้เราจะกลายเป็นคนที่มีความสุข การ “คิดมาก” มักส่งผลให้คนเราเกิดความเครียด ไม่ว่าจะคิดเรื่องงาน เงิน ความรัก หรือการใช้ชีวิตก็ตาม นอกจากนี้ยังจะทำให้จิตตก วกวนอยู่ในลูปความคิดซ้ำๆ ยากที่จะเดินต่อไปข้างหน้า แน่นอนว่าการเลิกเป็นคนคิดมากแล้วรู้จักการปล่อยวางนั้นมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่ถ้าหากเราทำได้แล้วหละก็ชีวิตน่าจะมีความสุขมากขึ้นกว่าเก่า และสำหรับใครที่กำลังหาวิธีเลิกคิดมากอยู่หละก็ ลองมาดูสิ่งเหล่านี้กัน – อย่าคิดวกวนอยู่ในหัว ลองพูดและระบายออกมา เมื่อได้ปลดปล่อยสิ่งที่คิดและสิ่งที่กังวลออกมาโดยการพูด ไม่ว่าจะเป็นการพูดกับคนอื่นหรือพูดกับตัวเองก็ตาม มันจะช่วยลดความกดดันและความวิตกกังวลที่เกิดขึ้นภายในใจได้ นอกจากนี้การพูดและระบายให้คนที่ไว้ใจฟัง ก็อาจจะได้คำแนะนำและวิธีแก้ปัญหาที่ดีอีกด้วย – ถ้าคิดมากเมื่อไหร่ ให้เชื่อมั่นในตัวเอง การดูถูกตัวเองจะเพิ่มความเครียดและทำให้ยิ่งเกิดความคิดในแง่ลบ หากมีปัญหาหรือทำสิ่งใดผิดพลาดสิ่งแรกที่ควรทำให้ได้ก็คือการทำใจยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น จากนั้นค่อยคิดหาวิธีแก้ปัญ ที่สำคัญให้เชื่อมั่นในตัวเองเอาไว้และคิดไว้เสมอว่าเราจะต้องก้าวผ่านเรื่องนี้ไปให้ได้ วันหนึ่งเราก้าวผ่านมันไปได้แล้ว เมื่อมองย้อนมาเราอาจจะหัวเราะให้กับเรื่องนั้น เพราะมันเป็นแค่เรื่องเล็กนิดเดียว – ไปอยู่ในที่ๆ สงบและสบายใจ เมื่อมีปัญหาทำให้ต้องคิดมาก อีกสิ่งหนึ่งที่จะช่วยให้เราผ่านพ้นมันไปได้ก็คือสถานที่ๆ มีความอบอุ่น สงบ และทำให้เราสบายใจ ที่นั่นอาจไม่จำเป็นต้องเป็นบ้านของเราเสมอไป อาจเป็นวัด สวนสาธารณะที่ใช้พักผ่อนหย่อนใจ หรือออกไปพักผ่อนอยู่กับธรรมชาติรอบตัว โลกใบนี้ยังมีอะไรรออีกมากมาย อย่าให้แค่ปัญหาเรื่องเดียวหรือบุคคลคนเดียวที่ทำร้ายความรู้สึกคุณมาฉุดความคิดคุณเอาไว้ ไม่ให้ไปต่อ อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม  มองอย่างเข้าใจ ไม่ว่า “คิดบวก” […]

10วิธีรับมือกับการถูกคนนินทาว่าร้าย ใส่ร้ายป้ายสี ยังไงให้ปังไม่มีพัง

10วิธีรับมือกับการถูกคนนินทาว่าร้าย  ใส่ร้ายป้ายสี ยังไงให้ปังไม่มีพัง การถูกคนนินทาว่าร้าย ใส่ร้ายป้ายสี เป็นอีกหนึ่งtopicใหญ่ ปัญหาโลกแตกของสังคมเลยก็ว่าได้ และก็มีคนอีกจำนวนมากที่ไม่สามารถรับมือกับการถูกคนนินทาว่าร้ายหรือใส่ร้ายป้ายสี เพราะแน่นอนว่าไม่มีใครชอบหรอกหากตัวเอกตกเป็นหัวข้อสนทนา หรือถูกนำไปพูดนินทาเสียๆ หายๆหลายคนอาจรู้สึกว่า การนินทา ว่าร้าย ใส่ร้ายป้ายสี กันนั้น เป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องพบเจอในสังคมการทำงาน ไม่อาจที่จะหลีกเลี่ยงได้ ขึ้นอยู่กับว่า เราจะสามารถรับมือกับพฤติกรรมเช่นนี้อย่างไร และเราจะทำอย่างไร หากต้องตกอยู๋ในสถานการณ์เช่นนี้   หากคุณไม่อาจเมินเฉยต่อการถูกคนนินทาว่าร้ายเหล่านั้นได้ ก็หาข้อดีจากการถูกนินทาซะเลยสิ! อย่าปล่อยให้การถูกนินทามาทำร้ายเราได้ วันนี้ GL จะมาบอก 10 วิธีรับมือกับการถูกนินทาว่าร้ายกันจ้า มาทำให้ถูกนินทา เป็นเรื่องเล็กๆและเป็นประโยชน์ต่อตัวเรากันเถอะ 1. ทำให้เรารู้ว่าใครที่คบได้และใครที่คบไม่ได้ ในสถานการณ์ที่เลวร้ายจะช่วยเราคัดกรองคนไม่จริงใจออกจากชีวิต จากได้ถูกนินทาว่าร้ายแบบลับหลังให้เราเสียหาย 2. คำนินทาเป็นเหมือนกระจกสะท้อนตัวเราผ่านสายตาคนอื่น ลองพิจารณาดูว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นจริงหรือไม่ หากเขาพูดจริงก็ปรับปรุงตัว หากไม่จริงก็มองข้ามไป เพราะแบบนี้แล้วการถูกนินทาก็มีข้อดีเหมือนกันนะ 3. บางคนไม่เคยเจอกันมาก่อนหรือไม่ได้รู้จักเราดีเลย ไม่มีเหตุผลอะไรที่ทำให้เขาต้องพูดถึงเราในเรื่องเสียๆ หายๆ เลยด้วยซ้ำ หากไม่ใช่เพราะว่าเขา “อิจฉา” เรานั่นเอง 4. ทำให้เรารู้ว่าไม่มีใครหวังดีเท่ากับคนในครอบครัวอีกแล้ว เพราะพวกเขาจะเป็นคนสุดท้ายที่คิดทำร้ายเรา 5. ช่วยลดนิสัยขี้นินทาของตัวเองได้ เพราะเรารู้ดีว่าการโดนคนอื่นนินทานั้นรู้สึกอย่างไร […]

เทคนิคระงับความโกรธ หัวร้อน หงุดหงิดง่าย ใจเย็นลงได้ภายใน 5 นาที

เทคนิคระงับความโกรธ หัวร้อน หงุดหงิดง่าย ใจเย็นลงได้ภายใน 5 นาที เมื่อมีคนมาทำให้เราไม่พอใจและไม่สบอารมณ์ สิ่งแรกที่จะเกิดขึ้นมาในความคิดและจิตใจนั่นก็คืออารมณ์โกรธ แต่การที่จะก่นด่าหรือสบถออกไปนั้นมันคงจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เพราะเสี่ยงทำให้เกิดความรุนแรงและปัญหาที่ใหญ่กว่าตามมาได้ ทำให้เราเลือกที่จะข่มอารมณ์ไว้ข้างในและกลายเป็นเราที่เครียดไปเอง จะดีกว่าไหมถ้าเราสามารถระงับอารมณ์โกรธได้ โดยไม่ต้องไปคิดวุ่นวายกับสิ่งที่ทำให้เราขุ่นเคืองจนเกิดความเครียด งั้นลองมาดู “เทคนิคระงับความโกรธ” ทำใจเราให้เย็นและสงบลงได้ภายใน 5 นาที กันดีกว่า – นับหนึ่งถึงสิบในใจ วิธียอดนิยมในการทำให้จิตใจสงบลง เมื่อรู้สึกหงุดหงิดถึงขีดสุดพร้อมที่จะปรี๊ดแตกได้ทุกเมื่อ ก็ลองสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วนับหนึ่งถึงสิบในใจ ถ้านับถึงสิบแล้วใจยังไม่เย็นลง ก็นับต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะรู้สึกว่านิ่งขึ้น หากหัวใจที่เต้นแรงเมื่อครู่เริ่มเต้นช้าลงจนเป็นปกติ รู้สึกใจเย็นลงแล้วมีสติมากขึ้นแล้ว จึงค่อยตัดสินใจแก้ปัญหาตรงหน้า – สูดลมหายใจเข้าลึกๆ การสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วดึงสติของเราไว้ด้วยการท่องในใจ ยุบหนอ พองหนอ เดี๋ยวมันก็ผ่านไป จะช่วยเราได้มากไม่ต่างอะไรไปจากการนับเลขในใจเลยหละ นอกจากนี้ยังทำให้เรารู้สึกสบายหายใจเต็มปอด เลือดไหลเวียนได้ดี สุดท้ายอารมณ์ขุ่นเคืองที่มีจะหายไปเอง ลองทำดู – ไปห้องน้ำแล้วล้างหน้า การได้น้ำเย็นๆ มาชโลมใบหน้าตอนที่รู้สึกโกรธ ก็จะช่วยให้เราเย็นลงได้ นอกจากนี้ยังเป็นการเดินออกมาจากที่ๆ ทำให้เราหม่นหมอง ดูแล้วเหมือนเป็นการเดินหนีปัญหาหรือเดินออกมาโดยไม่ปะทะ แต่มันก็ดีกว่าการที่เราต้องทนอยู่ในที่ๆ ไม่สบายใจ และทำให้เราอารมณ์เสีย – […]

ความจริงใจ จะมีค่าเมื่อเราใช้ถูกที่ ถูกเวลา และถูกคน

ความจริงใจ จะมีค่าเมื่อเราใช้ถูกที่ ถูกเวลา และถูกคน คนเราไม่ว่าจะคบกับใคร จะคบกันในสถานะไหนเรื่องของ “ความจริงใจ” เป็นสิ่งสำคัญที่สุด  คนเราจะอยู่คนเดียวในโลกนี้ไม่ได้ ยิ่งมนุษย์เป็นสัตว์สังคมด้วยแล้วต่างคนก็ต้องมีเพื่อนกันทั้งนั้น เพราะฉะนั้นจะต้องมีคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเรามากมายที่มีทั้งดีและไม่ดี ยิ่งเราโตขึ้นเรื่อยๆ เราจะยิ่งดูได้ง่ายว่าคนที่เข้ามาใครมีความจริงใจหรือแค่จิงโจ้ เราจะสัมผัสได้ว่าคนที่จริงใจกับเราจะมีน้อยลงไปเรื่อยๆ ซึ่งการที่เราจะดูว่าใครจริงใจกับเรานั้นก็ดูได้ไม่ยากค่ะ โดยดูได้จาก คนที่ไม่ชี้นำเราไปในทางที่ผิด คนเราถ้าคิดจะคบกันก็ต้องแนะนำแต่สิ่งดีๆ ให้แก่กัน ไม่พากันไปในทางที่แย่หรือเกิดความเสียหาย หรือหากเห็นคนที่เรารักทำผิดก็ต้องงห้ามกันไม่ใช่ยุแยงให้ทำผิดไปกันใหญ่ อย่าลืมว่าคนเราถ้ารักกันจริงจะดีใจที่เห็นคนที่เรารักได้ดี และอยากจะเดินไปบนเส้นทางดีๆ ไปด้วยกัน มีความเป็นห่วงเป็นใยกันและกัน และจะสังเกตได้ว่าคนที่จริงใจกับเราจะเป็นห่วงเราในมุมที่ละเอียดอ่อนกว่าคนทั่วไป จะมองเห็นถึงผลที่จะตามมา จะคอยเป็นห่วงและคอยเตือนเราอยู่เสมอ ความจริงใจสัมผัสได้โดยไม่จำเป็นต้องพูด คนที่รักและรู้ใจ และมีแต่ความจริงใจให้แก่กันจริงๆ นั้น เค้าแค่มองตากันก็รู้ใจแล้วล่ะค่ะ ไม่จำเป็นที่จะต้องพูดอะไรมากก็รู้ว่าอีกฝ่ายคิดและรู้สึกอย่างไร โดยที่บางทีเราไม่จำเป็นต้องเล่าหรืออธิบายอะไรมากมายด้วยซ้ำ แค่มองตากันหรือสังเกตพฤติกรรมเท่านั้นก็จะรู้ไปถึงความรู้สึกกันทันที หากเราไม่สบายใจเรื่องอะไร หรือมีอาการผิดแปลกไปแม้เพียงนิดหน่อยจากที่เคยเป็น คนคนนั้นจะเข้าใจเราได้ทันที โดยไม่ต้องเอ่ยหรือบอกอะไรเลยด้วยซ้ำ คนที่พร้อมเคียงข้างเราในทุกสถานการณ์ไม่ว่าดีหรือร้าย คนเราจะคบกันหากมีความจริงใจแก่กันย่อมต้องไม่ทิ้งกันจริงมั้ยคะ คำว่าไม่ทิ้งกันในที่นี้หมายถึงเมื่ออีกฝ่ายเจอสถานการณ์อะไรที่ต้องการใครสักคน จะมีคนที่คอยยืนเคียงข้างเราเสมอ เพื่อให้เราก้าวผ่านเรื่องราวต่างๆ นั้นไปได้ และพร้อมเป็นกำลังใจให้แก่กัน รวมถึงคอยให้คำปรึกษาที่ดีกับเราอีกด้วย ที่สำคัญนะคะจะมีคนที่คอยรับฟังและแบ่งปันเรื่องราวต่างๆ จากเราได้อย่างสบายใจ เราจะมีคนที่คอยรับฟังเราได้ในทุกเรื่องตั้งแต่เรื่องเล็กน้อยไปจนถึงเรื่องใหญ่ๆ โดยจะสามารถแบ่งปันกันโดยไม่รู้สึกอึดอัด คนจะคบกัน แค่มอบความจริงใจมันไม่ได้ยากเย็นอะไรเลยค่ะ ก็แค่โฟกัสวิธีสร้างความสุขในการคบกันให้มากขึ้นก็เท่านั้น […]

โฟกัสแต่เรื่องที่ทำให้มีความสุข กับการปล่อยวางในชีวิตเสียบ้าง จะทำให้ชีวิตดีขึ้น

โฟกัสแต่เรื่องที่ทำให้มีความสุข กับการปล่อยวางในชีวิตเสียบ้าง จะทำให้ชีวิตดีขึ้น ใครว่าการปล่อยวางเป็นเรื่องที่ยาก ในยุคที่การแข่งขันสูง ต่างคนต่างแข่งขันที่จะทำให้ตัวเองสำเร็จและเหนือกว่าคนอื่น จนบางครั้งเรามองข้ามความสุขที่แท้จริงของเราไป ยึดติดอยู่กับความสำเร็จมากมากจนเกินไป ตึงไปก็ไม่ดี หย่อนไปก็ไม่ดี เรื่องบางเรื่องปล่อยวางบ้างก็ได้ เรื่องที่ทำให้มีความสุข ลุยไปกับมัน อยู่กึ่งกลาง อันไหนปล่อยได้ก็ปล่อยไป จะทำให้ชีวิตดีขึ้นมาฝึกปล่อยวางในชีวิตกันเถอะ เพราะการปล่อยวางในชีวิตมีประโยชน์และคุณค่ามากกว่าที่เราคิด ให้อภัยอดีต ปล่อยวางในชีวิตอย่างหนึ่งที่เราความทำให้ได้ก็คือ ปล่อยวางเรื่องราวในอดีตลงเสียบ้าง การให้อภัย ทั้งคนอื่น และตัวเราเอง หากเรามองเห็นได้ว่า เหตุการณ์นั้นเป็นสิ่งที่ผ่านเลยไปแล้วไม่อาจหวนกลับมาแก้ไขได้อีก การให้อภัยคือการปลดปล่อยตัวเราจากความทุกข์ที่เกาะกินใจอยู่ และนั่นจะทำให้เรามีโอกาสได้ เริ่มต้นใหม่และทำให้เราสัมผัสกับความสุขในปัจจุบันได้อย่างเต็มเปี่ยมมากขึ้น หยุดกังวลเรื่องอนาคต เราไม่สามารถรู้ได้ว่าชีวิตเราจะมีชีวิตต่อไปได้ยาวนานแค่ไหน เมื่อมองเห็นว่า ชีวิตของเราไม่แน่นอน การทำวันนี้ให้ดีที่สุด และกลับมามีความสุขอยู่กับปัจจุบันจึงเป็นสิ่งที่ดีกว่า การมีความสุขตั้งแต่วันนี้ ทำทุกอย่างให้เหมือนสิ่งสุดท้ายที่เราจะได้ทำมันจะทำให้เรา ทำทุกสิ่งออกมาอย่างดีที่สุด ฝึกการให้และแบ่งปัน ถ้าเราสามารถสละสิ่งเล็กๆน้อยๆ ได้อยู่เรื่อยๆได้จะทำให้เราสามารถปล่อยวางเรื่องใหญ่ต่างๆ ได้มากขึ้น ปล่อยให้มันเป็นไป อีกหนึ่งการปล่อยวางในชีวิต ก็คือเราสามารถวางแผน และสร้างเป้าหมายได้ แต่ไม่ต้องยึดติดว่าทุกสิ่งจะต้องดำเนินไปตามแผนที่วางไว้เสมอไป แผนมีเพื่อเป็นแผนที่บอกทาง แต่การเดินทางจะบอกถึงการใช้ชีวิตที่แท้จริง ฉะนั้นเมื่อวางแผนแล้วก็จงทำให้เต็มที่ แล้วปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไป โดยไม่ต้องกังวลหรือคาดหวังผลลัพธ์ วิธีนี้จะทำให้เรามีความสุขในทุกย่างก้าวของชีวิตอย่างแน่นอน Cr.ข้อมูลจาก : LEARNING […]

4 ผลเสียจากการทำงานดึก อันตรายกว่าที่คิด แม้สมองแล่นก็ควรนอน

4 ผลเสียจากการทำงานดึก อันตรายกว่าที่คิด แม้สมองแล่นก็ควรนอน เชื่อว่าใครหลายๆคนมักจะเป็นนั่นก็คือการทำงานดึก ซึ่งความจริงแล้วมันควรจะเป็นเวลาที่เราพักผ่อนมากกว่า แต่ด้วยความที่สมองไม่รักดีชอบแล่นยามดึกแบบนี้ ก็เลยทำให้ใครหลายๆคนชอบทำงานดึก วันนี้ GL จะมาบอกถึงผลเสียจากการทำงานดึก  ซึ่งน่ากลัวกว่าที่คิด และอาจทำให้เราไม่แข็งแรงอีกด้วย กับ 4 ผลเสียที่มาจากการทำงานดึก จะดีกว่ามั้ยถ้าเราได้นอนในเวลาที่ควรจะพักผ่อน เพื่อสุขภาพที่ดี แถมสมองยังแล่นพร้อมทำงานอย่างเต็มที่อีกด้วย ความจำไม่ดี การทำงานดึก ซึ่งเป็นเวลาที่ร่างกายควรได้รับการพักผ่อน จะทำให้สมองเหนื่อยล้า ทำงานได้อย่างไม่เต็มประสิทธิภาพ ทำให้ความจำ และการรับรู้แย่ลง แถมยังมีอาการเบลอๆ สมองไม่แล่นตลอดทั้งวันอีกด้วย ถ้าทำงานตอนดึกบ่อยๆ จะมีโอกาสเป็นภาวะสมองเสื่อม ขี้หลงขี้ลืมอีกด้วย อาจจะไม่ได้เห็นผลในระยะสั้นแต่หากเราทำงานดึกเป็นประจำ เราก็มักจะมีสมาธิสั้นลง และขี้ลืมง่ายขึ้นกว่าเดิม อ้วนง่าย อีกสิ่งที่คนทำงานตอนดึกควรรู้ หนุ่มๆสาวๆทั้งหลายโปรดฟัง การนอนดึกจะทำให้ระบบเผาผลาญทำงานได้ลดลง ยิ่งทำงาน ร่างกายก็จะหลั่งสารที่ก่อให้เกิดความเครียด ซึ่งจะไปทำให้การเผาผลาญทำงานได้น้อยลง และอ้วนง่านขึ้น แถมหลายคนพอทำงานตอนดึก ก็มักจะหิวและชอบหยิบจับอะไรมากินไปเรื่อยอีกด้วย หิวง่าย ท้องอืด สำหรับคนทำงานตอนดึกทั้งหลายมักจะเป็นกันแหละ เพราะยิ่งใช้สมอง ก็ยิ่งหิว ต้องหาอะไรกินตอนดึกเป็นแน่นอน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายย่อยอาหารได้น้อยที่สุด ทำให้กระเพาะและลำไส้ของเราต้องทำงานหนัก มีผลต่อการขับถ่ายและทำให้หิวบ่อย ท้องอืดได้ง่ายเนื่องจากอาหารไม่ย่อย ไม่อยากท้องอืด […]

6 วิธีสร้างความสุขยามเช้า ให้ทุกวันเป็นเช้าที่สดใส

6 วิธีสร้างความสุขยามเช้า ให้ทุกวันเป็นเช้าที่สดใส มาทำให้ทุกเช้าของเราเป็นวันที่ดี ที่สดใส พร้อมลุยกับทุกสถานการณ์กับ 6 วิธีสร้างความสุขยามเช้ากันค่ะ tbcredit.ru หากเรามีอารมณ์ที่ดีต้อนรับวันใหม่ ก็จะช่วยทำให้เรามีแรง มีกำลังใจที่จะไปทำงาน หรือไปเรียนอย่างแจ่มใส แถมสมองก็ยังปลอดโปร่ง สมองแล่นอีกด้วย แต่ในทางกลับกันหากเราอารมณ์เสียแต่เช้า ทั้งวันเราก็จะรู้สึกมีแต่เรื่องแย่ๆ ทำอะไรก็ไม่ถูกใจสักอย่าง หงุดหงิดไปหมด เพราะแบบนี้ GL ไม่อยากปล่อยให้ทุกคนต้องพบเจอกับเช้าที่ไม่สดใส ทั้งที่เราเองก็สามารถสร้างมันขึ้นมาได้ ไปดูกันว่า จะมีวิธีสร้างความสุขยามเช้าแบบไหนบ้าง ดื่มน้ำสักแก้วตอนตื่นนอน เราไม่ควรปล่อยให้ร่างกายของเราขาดน้ำเป็นเวลานาน ลองคิดดูว่าตลอดเวลาที่เรานอนไป ก็กินเวลาไปแทบจะ 6 – 8ชั่วโมงแล้วที่ร่างกายของเราไม่ได้รับน้ำอะไรเพิ่มเข้ามาเลย ยิ่งใครที่นอนในห้องแอร์ก็จะทำให้อากาศแห้งมากขึ้น ดังนั้นเราจึงควรดื่มน้ำสัก 1 แก้วในตอนที่เราตื่นนอน ซึ่งการดื่มน้ำนั้นไม่ใช่แค่จะช่วยทำให้เรามีความสุขแล้ว ยังช่วยทำให้ร่างกายของเราแข็งแรง และสมดุลอีกด้วย ออกไปเจอแดดตอนเช้าสัก 20 – 30 นาที อีกหนึ่งวิธีสร้างความสุขง่ายๆยามเช้าก็คือ แดดยามเช้านั้นมีประโยชน์มากกว่าที่เราคิดนะคะ แต่ขอเป็นแดดที่ไม่เกิน 9 โมงเช้านะคะถึงจะมีประโยชน์ เพราะแดดตอนเช้าจะช่วยทำให้เรารู้สึกสดใสมากขึ้น รู้สึกตื่นมากขึ้น กระปรี้กระเปร่า อีกทั้งยังได้รับวิตามินดีอีกด้วย และทำให้สมองโล่ง ทานอาหารเช้า […]

5 ทักษะที่เราควรพัฒนาตัวเองให้ดีกว่าเดิม

5 ทักษะที่เราควรพัฒนาตัวเองให้ดีกว่าเดิม ถึงเวลาแล้วที่เราควรจะพัฒนาตัวเองให้ดีกว่าเดิมด้วย 5 ทักษะที่ทุกคนควรมี พร้อมปรับตัวให้ก้าวทันโลกอยู่เสมอ เพราะไม่ว่าเราจะทำงานในรูปแบบไหน ทักษะเหล่านี้ก็ล้วนเป็นสิ่งที่เราทุกคนควรจะมีและพัฒนาตัวเองให้ดีกว่าเดิมมากขึ้นไปอีก เพื่อก้าวต่อไปยังจุดหมายที่เราตั้งเอาไว้ webbanki.ru ::: ทักษะด้านภาษา ::: ทุกวันนี้ คงไม่มีใครปฏิเสธความสำคัญของ “ภาษา” ได้ เพราะภาษาคือสิ่งที่เราต้องใช้อยู่ทุกวัน โดยเฉพาะในการทำงานนั้น ภาษาเป็นทักษะสำคัญที่ช่วยส่งเสริมการทำงานของคุณได้เป็นอย่างดี ทั้งภาษาไทยที่ต้องใช้ให้ถูกต้อง เหมาะสม ถูกกาลเทศะ ภาษาที่สองอย่าง ภาษาอังกฤษ ก็ควรฝึกฝน และ พัฒนาอยู่เสมอ เพื่อเปิดโอกาสการทำงานในระดับนานาชาติเพิ่มมากขึ้น รวมไปถึงภาษาที่สาม สี่ ห้า ฯลฯ ตามที่คุณสนใจ หรือ มีความจำเป็นต้องใช้ เรียกได้ว่า ยิ่งรู้ภาษา ก็ยิ่งเปิดโลกทัศน์ของคุณให้กว้างขึ้น และ เพิ่มโอกาสในการทำงานให้คุณมากขึ้นอีกด้วย ::: ทักษะในการสื่อสาร ::: ต่อให้คุณมีความสามารถด้านภาษาที่เก่งกาจขนาดไหน หากไม่รู้จักการนำมาใช้อย่างถูกวิธี ความสามารถทางภาษานั้นก็จะไม่ได้ถูกนำมาใช้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ทักษะในการสื่อสารเป็นอีกทักษะที่มีความสำคัญ เพราะในสังคมการทำงาน เราต้องมีการติดต่อสื่อสารกันอยู่ตลอดเวลา ผู้ที่มีศิลปะในการสื่อสาร ย่อมได้เปรียบกว่าผู้อื่น ทั้งการฟัง พูด อ่าน […]

เคล็ดไม่ลับ ทำงานให้เสร็จเร็ว ในภาวะ Work From Home พร้อมพักผ่อนหลังงานเสร็จ

เคล็ดไม่ลับ ทำงานให้เสร็จเร็ว ในภาวะ Work From Home พร้อมพักผ่อนหลังงานเสร็จ วันที่เรา Work from home อยู่บ้าน อยากจะรีบทำงานให้เสร็จเร็วๆ และนอนพักผ่อนจะทำยังไงดี ให้งานเสร็จไวๆ ? มาดู เทคนิคทำงานให้เสร็จเร็ว พระเอกขี่ม้าขาวที่จะช่วยเราเคลียร์งานทุกชิ้นให้เสร็จอย่างรวดเร็ว จะมีอะไรบ้างไปดูกัน payps วางแผนงานที่ต้องทำ เริ่มจากการวางแผนงานที่ต้องทำ ว่าวันนี้มีงานอะไรที่ต้องทำให้เสร็จบ้าง แล้วในวันพรุ่งนี้มีงานอะไรที่เร่งด่วนต้องรีบทำให้เสร็จอีกบ้าง เผื่อว่าคืนนี้เราจะปาร์ตี้สุดเหวี่ยงจนกลับดึกดื่น จะได้วางแผนการทำงานของวันพรุ่งนี้ให้เสร็จได้ด้วย เมื่อลิสต์รายการงานที่ต้องทำออกมาเสร็จแล้ว ก็มาลงมือทำกันเถอะ เริ่มทำจากงานที่ยากที่สุดก่อน ตอนเช้าๆ อย่างนี้ เริ่มทำจากงานที่ทำยากก่อน เพราะเป็นงานที่ต้องใช้ความคิด และใช้เวลาในการทำนานที่สุด เมื่อทำงานยากสำเร็จไป ค่อยทำงานที่ง่ายตามลงมาชิ้นต่อๆ ไป เพื่อที่เราจะได้มีกำลัใจในการทำงานชิ้นต่อไป ยิ่งทำยิ่งง่าย คงมีความสุขกว่าการทำงานที่ยิ่งทำยิ่งยาก นอกจากนี้ การทำงานที่ทั้งยากและเร่งด่วนในเวลาใกล้เลิกงาน คงไม่ใช่เรื่องสนุกแน่ๆ กำหนดเวลาในการทำงานแต่ละชิ้นคร่าวๆ ลองกำหนดเวลาคร่าวๆ ว่า งานแต่ละชิ้นของเรานั้น ต้องใช้เวลาทำประมาณเท่าไหร่ เพื่อที่เราจะได้วางแผนการทำงานโดยประมาณได้ พยายามควบคุมเวลาไม่ให้เกินกว่าเวลาที่มีอยู่ จดจ่อกับงานทีละชิ้น การที่มีงานกองอยู่ตรงหน้ามากมาย อาจทำให้เรารู้สึกเครียด ลนลาน […]

คน 6 แบบที่เจอแล้วต้องรีบออกห่างก่อนจะกลายเป็น Toxic People โดยไม่รู้ตัว

คน 6 แบบที่เจอแล้วต้องรีบออกห่างก่อนจะกลายเป็น Toxic People โดยไม่รู้ตัว รอบตัวเรามีคนอยู่หลากหลายรูปแบบ บ้างก็ทำให้ชีวิตเราดีขึ้น มีความสุข แต่บางคนก็ทำให้เราปวดประสาทตามเขาไปโดยไม่รู้ตัว เราจึงควรระวังคน 6 ประเภท ที่ถ้าเจอแล้วต้องรีบออกห่างให้ไว ก่อนจะกลายเป็น Toxic People ตามเขาไปโดยไม่รู้ตัว ข้างตัวเรามีคนแบบนี้รึเปล่ามาลองเช็คกันค่ะ คนที่มองโลกในแง่ร้ายตลอดเวลา ถ้าข้างตัวเรามีคนที่ชอบมองโลกในแง่ร้ายอยู่แทบจะตลอดเวลาแล้วล่ะก็ ออกห่างจากเขาได้ก็ออกห่างเถอะค่ะ เพราะเขาจะมาพร้อมกับความหวาดระแวง คิดว่าแทบจะทุกสิ่งทุกอย่างอาจทำให้เกิดปัญหา หรือความลำบาก และคิดว่าการกระทำของคนอื่นนั้นมันต้องมาจากเรื่องไม่ดีแน่เลย การที่เราอยู่ใกล้ๆคนกลุ่มนี้บ่อยๆเข้า  มีโอกาสที่จะก่อให้เกิดความเครียด ความกดดันได้ง่าย และกลายเป็นคนขี้กังวลใจจนเกินไป คิดมากคิดเยอะทั้งๆที่ความจริงแล้ว อาจจะไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงก็ได้ และจะทำให้เรามองคนอื่นในแง่ร้ายตามเขาไปด้วย ก็เหมือนกับการที่เขาบอกว่าให้เรานำพาตัวเองไปอยู่ในแวดล้อมที่ดี อยู่กับคนที่มองโลกในแง่ดี ก็จะช่วยทำให้เรารู้สึกมีความสุขกับชีวิตมากขึ้น ไม่ใช่การที่จะต้องระแวงไปทุกฝีก้าวนั่นเอง คนที่คิดว่าตัวเองถูกเสมอ เชื่อว่าคุณจะต้องเคยเจอคนที่คิดว่าตัวเองถูกเสมอ ฉันไม่ผิด เธอสิผิด แถมยังโทษว่าเรานั้นทำได้ไม่ดีอีกด้วย ทั้งที่ความจริงแล้วเราก็ยังไม่ได้ทำอะไรไม่ดี หรือผิดพลาดเลยเสียด้วยซ้ำ การอยู่กับกลุ่มคนประเภทนี้รับรองได้เลยว่านอกจากเราจะต้องมาทำงานหนักขึ้นแล้ว ยังจะต้องมาปวดหัวโต้เถียงกับเขา โดยที่เขาก็ไม่ฟังอะไรจากใคร ดังนั้นถ้าเลี่ยงได้ก็ควรเลี่ยงออกห่างให้ไว จะได้ไม่เครียด และไม่ปวดหัวไปกับเขาด้วย แต่บางครั้งชีวิตเราก็เลี่ยงคนประเภทนี้ไม่ได้จริงๆ ยิ่งในชีวิตการทำงาน เราอาจจะเลือกไม่ได้ว่าฉันจะไม่ทำงานกับคนนี้ ฉันจะไม่ร่วมงานกับคนนี้เด็ดขาด ถ้าเป็นแบบนี้แล้วล่ะก็ […]

มองอย่างเข้าใจ ไม่ว่า “คิดบวก” หรือ “คิดลบ” ก็เป็นผลดีได้ ถ้าใช้ถูกกับสถานการณ์

มองอย่างเข้าใจ ไม่ว่า “คิดบวก” หรือ “คิดลบ” ก็เป็นผลดีได้ ถ้าใช้ถูกกับสถานการณ์ คนเรานั้นมีความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นรูปร่าง หน้าตา วาจา หรือนิสัย รวมไปถึงความคิดต่างๆ ที่อยู่ในจิตใจและสมอง อย่างเช่นบางคนอาจเลือก “คิดลบ” เพื่อให้ตนเองตื่นตัวและพร้อมรับมือกับปัญหา ขณะที่บางคนก็พร้อมที่จะ “คิดบวก” เอาไว้ เพื่อให้ตนเองมีความหวังว่าจะเกิดเรื่องราวดีๆ ขึ้นมา หลังจากเจอปัญหานั้นและสามารถผ่านมันได้ แน่นอนว่าไม่ผิดอะไรที่จะเลือกมองโลกในแบบที่ตัวเองเชื่อ เพราะการเลือกมองในแต่ละมุมอาจจะเกิดจากประสบการณ์ในชีวิตที่ผ่านมาของคนๆ นั้น ซึ่งแตกต่างกันไป ไม่ผิดหรอกว่าจะมองโลกในแง่ใด เพราะมองแบบไหนมันก็เป็นประโยชน์ได้ทั้งนั้น มันขึ้นอยู่กับในแต่ละสถานการณ์มากกว่า บางสถานการณ์ การมองโลกในแง่ดีและคิดบวกเข้าไว้อาจเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า ขณะที่ในบางสถานการณ์การคิดลบหรือมองโลกในแง่ร้าย เพื่อคิดถึงกรณีเลวร้ายที่สุดที่จะเกิดขึ้น ก็อาจจะกลายเป็นประโยชน์มากกว่าได้เช่นกัน ดังนั้นวันนี้เราจะนำข้อดีของการมองโลกทั้งสองแบบ มาบอกกันว่ามีอะไรบ้าง มองในแง่ดี (คิดบวก) – ทำให้คนรอบข้างรู้สึกดี – มองเห็นประโยชน์จากปัญหาที่เกิดขึ้น – ลดความเศร้าและความเครียด – มีความเชื่อมั่นและความหวัง – ก้าวผ่านและมูฟออนได้ไว มองในแง่ร้าย (คิดลบ) – ยอมรับความจริงได้ง่าย – ไม่เข้าข้างตัวเอง […]

10 วิธีหยุดความเหนื่อยล้า หลังเลิกงาน

10 วิธีหยุดความเหนื่อยล้า หลังเลิกงาน เลิกงานซะที เหนื่อยทั้งกาย ไหนจะต้องใช้สมองมาทั้งวัน แน่นอนว่าร่างกายเราก็คงต้องการสลัดความเหนื่อยล้านี้ออกไป เพราะฉะนั้น มาดูวิธีหยุดความเหนื่อยล้าและความเครียดทิ้งไปง่ายๆ และลองเลือกมาใช้สักอันตามสมควรกันดีกว่าค่ะ 1.หาหนังหรือซีรีย์ดีๆ ดูสักเรื่อง ซีรีย์หรือภาพยนตร์คือสื่อบันเทิง ที่ช่วยให้เราเพลิดเพลินไปกับจินตนาการและได้หย่อนอารมณ์ไปกับเรื่องที่เราสนใจ แทนเรื่องหนักๆ ที่เผชิญมาทั้งวันได้ 2.กินน้ำเปล่า หรือน้ำผลไม้ปั่น ดื่มน้ำเยอะๆ หรือดื่มน้ำผลไม้คั้นสดเพื่อคืนความสดชื่นให้ร่างกาย คือหนึ่งในวิธีคลายเครียดที่ทำได้ง่ายๆ แถมยังมีข้อดีมากมาย 3.อ่านหนังสือแนวที่ตัวเองชอบ ป้อนข้อมูลดีๆ ให้สมอง ด้วยหนังสือแนวที่ตัวเองชอบสักหน่อย ถือเป็นการบริหารสมอง กระตุ้นให้เรามีสมาธิจดจ่อกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ทำให้เรามีความคิดเชิงวิเคราะห์ที่ดีขึ้นด้วย 4.จัดห้องให้น่าอยู่ เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ช่วยคลายเครียดได้ อย่างเช่น การสรรหาเตียงกับหมอนที่นอนแล้วผ่อนคลายที่สุด การทุ่มเทให้กับบรรยากาศในห้องส่วนตัวก็เป็นเรื่องที่สำคัญต่อใจเหมือนกัน 5.บำบัดหัวใจด้วยกลิ่นและเสียง เวลาได้กลิ่นหอมที่คุ้นเคย เรามักจะหวนคิดไปถึงความทรงจำดีๆ ในช่วงเวลาที่ได้กลิ่นนั้น เป็นการผ่อนคลายทางประสาทสัมผัส ช่วยให้เราลืมช่วงเวลาแย่ๆ และมีกำลังใจในชีวิตต่อไป 6.เล่นกับสัตว์เลี้ยง ไม่ว่าเราจะอยู่ในอารมณ์ไหน การได้มีสัตว์เลี้ยงอยู่ใกล้ๆ มักช่วยให้เราสบายใจและมีความสุขขึ้นอีกระดับหนึ่ง 7.หากิจกรรมให้ร่างกายได้ออกกำลัง บางคนชอบคลายเครียดด้วยการออกกำลังกาย แต่แนะนำว่าถ้าเหนื่อยจากการทำงานมากแล้วก็ไม่ควรเบิร์นหนักเกินไป ลองหาท่าออกกำลังเบาๆ อย่างเบสิคโยคะ จ๊อกกิ้ง จะช่วยเผาผลาญแคลอรี่จากไขมันได้ 8.บำรุงผิวพรรณด้วยผลิตภัณฑ์ดีๆ ใครที่รักสวยรักงามอยากให้ผิวได้พักผ่อนบ้าง ลองสรรหาผลิตภัณฑ์ […]

ค้นหาตัวเอง ค้นพบสิ่งที่ “ชอบ” เพื่อนเติมเต็มสิ่งที่ “ใช่”

ค้นหาตัวเอง ค้นพบสิ่งที่ “ชอบ” เพื่อนเติมเต็มสิ่งที่ “ใช่” หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าตัวเราชอบอะไร สนใจอะไร ถนัดอะไร หรืออะไรคือสิ่งที่ “ใช่” สำหรับเราจริงๆ กันแน่ มา ค้นหาตัวเอง ค้นพบสิ่งที่ใช่สำหรับคุณ ที่จะทำให้คุณรู้จักและรู้ใจตัวเองมากยิ่งขึ้น จะมีอะไรบ้างที่จะช่วยทำให้เราค้นหาตัวเองได้ดี ไปดูกันจ้า   อย่านำตัวเองไปเปรียบเทียบกับผู้อื่น บางครั้งเราอาจจะเห็นคนอื่นเดินในเส้นทางเดียวกับเรา แต่เขาสามารถทำออกมาได้ดี ประสบความสำเร็จ จนเราตั้งคำถามกับตัวเองว่า ทำไมเราจึงทำไม่ได้ ทำไมเราจึงสู้เขาไม่ได้ สาเหตุที่เราไม่ควรเปรียบเทียบตัวเองกับผู้อื่นเป็นเพราะคนแต่ละคนแตกต่างกัน ทั้งความคิด สภาพจิตใจ การศึกษา สภาพแวดล้อม การเลี้ยงดู ฯลฯ เราสามารถดูผู้อื่นเพื่อเป็นแบบอย่างและแรงบันดาลใจในการดำเนินชีวิตได้ แต่ไม่ควรกดดันตัวเองจนเกินไป หรือคาดหวังว่าเราจะสามารถเป็นอย่างใครได้เหมือนกันแบบ 100% นี่อาจจะไม่ใช่การค้นหาตัวเองแบบ 100 % แต่แน่นอนว่ามันจะช่วยทำให้เราหยุดเดินไปในเส้นทางที่ผิดจากที่ควรจะเป็น ทำแบบทดสอบ คุณสามารถทำความรู้จักกับตนเอง ค้นหาความชอบและความถนัดของตนเองได้จากการทำแบบทดสอบ ซึ่งมีมากมายหลากหลายแนว ทั้งการทดสอบความคิด ทอดสอบทัศนคติ ทดสอบความถนัด เพื่อใช้ดูเป็นแนวทางในการค้นหาตัวเอง และเลือกทำในสิ่งที่ตรงกับใจของคุณได้ อ่านหนังสือ ค้นคว้าหาข้อมูล ลองศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่คุณสนใจ ว่ามันเป็นอย่างไร มีลักษณะเป็นอย่างไร […]

อย่าวู่วาม! “ลาออกจากงาน” ต้องใจเย็นๆ ตั้งสติและคิดให้รอบคอบ

อย่าวู่วาม! “ลาออกจากงาน” ต้องใจเย็นๆ ตั้งสติและคิดให้รอบคอบ เมื่อต้องทำงานอยู่ในสถานที่แห่งเดิม งานแบบเดิมๆ ที่ขาดความท้าทาย เชื่อว่าหลายคนคงเคยมีความรู้สึก “เบื่องาน” เข้ามาในหัว รู้สึกกลัววันจันทร์จนไม่อยากให้วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ผ่านไป และแน่นอนว่าถ้าเกิดความรู้สึกเบื่องานขึ้นมาเมื่อไหร่ ความรู้ขั้นถัดไปก็คือ “อยากลาออก” ซึ่งเหตุผลที่ต้องการลาออกของแต่ละคนก็ต่างกันไป บางคนอาจออกไปหาประสบการณ์ใหม่ บางคนอาจตัดสินใจออกไปเพราะแค่อารมณ์เบื่อ ไม่รู้ว่าลาออกไปจะทำอะไรต่อ สำหรับคนที่ลาออกด้วยเหตุผลแรกเมื่อฟังก็ยังพอเข้าใจ ว่าอยากไปทำงานที่ใหม่เพราะอยากท้าทาย อยากพัฒนาตัวเอง และจะตัดสินใจลาออกเมื่อได้งานที่ใหม่แล้ว แต่ว่าเหตุผลที่สองก็คือการลาออกเพราะเบื่อ อาจสะท้อนว่าเรายังไม่เหมาะที่จะลาออกไปในช่วงนี้ และยิ่งในสถานการณ์โควิด-19 ที่คาดเดาอะไรไม่ได้ นั้นถือว่ายังไม่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม GL อยากให้ทุกคนที่อยากลาออกไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ ได้ลองตั้ง 3 คำถามนี้ถามกับตัวเองดูก่อน อย่างน้อยก็จะช่วยหาเหตุผลและตรวจสอบว่าคุณพร้อมที่จะลาออกหรือไม่ในตอนนี้ 1.ทำไมถึงอยากลาออก คำถามนี้เป็นคำถามยอดฮิตที่จะต้องเจอจากคนรอบข้างอยู่แล้วแหละ แต่เวลาที่เราตอบคนอื่นออกไป อาจจะเป็นคำตอบที่ไม่ตรงกับใจตัวเองนัก ดังนั้นให้ลองตั้งคำถามนี้กับตัวเอง และตอบตัวเองด้วยความจริงใจ จะได้รู้สาเหตุที่แท้จริง อย่างเช่น – เรื่องงาน มันน่าเบื่อไป ก็ลองเสนอไอเดียหรือโปรเจ็คใหม่ๆ ให้หัวหน้า แล้วลองลุยกันสักตั้ง – เรื่องเงิน งานที่ทำอยู่มันคุ้มกับเงินไหม ถ้าไม่เราจะหาที่ใหม่แล้วเรียกเท่าไหร่ดี หรือจะอยู่ที่เดิมแล้วทำงานเสริม ก็เป็นตัวเลือกที่ไม่เลวนะ – […]

5 วิธีผ่อนคลายความเครียด ให้ตัวและหัวใจได้พักผ่อนในวันหยุด

5 วิธีผ่อนคลายความเครียด ให้ตัวและหัวใจได้พักผ่อนในวันหยุด หลายคนลุยงานตั้งแต่วันจันทร์ ลากมายาว 5 วัน จนร่างกายและจิตใจเหนื่อยล้า ใช้สมองคิดเรื่องงานไปต่างๆ นาๆ จนเกิด “ความเครียด” ไหนๆ วันพรุ่งนี้ก็เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ทั้งที เลยอยากให้ทุกคนในที่นี้ลองพักสมอง ปล่อยเรื่องงานที่ไม่จำเป็นทิ้งเอาไว้ ให้ตัวและหัวใจได้ผ่อนคลาย ด้วยการทำกิจกรรมง่ายๆ ที่ทำได้ที่บ้านตามสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ในช่วงนี้ 1.พักผ่อนด้วยการนอน ถ้ารู้สึกเหนื่อยล้า คงไม่มีอะไรจะดีกว่าการนอนพักยาวๆ จากปกติที่ต้องรีบตื่นขึ้นมาแต่เช้า ล้างหน้า แปรงฟัน กินข้าว ให้ตัวเองพร้อมสำหรับการทำงาน ในวันหยุดก็ลองนอนให้นานกว่าเดิมสักหน่อย ฟื้นฟูร่างกายให้เต็มร้อยและสดชื่น แต่ก็ต้องระวังอย่าให้นอนหลับนานเกินไปนักเพราะอาจจะทำให้ปวดหัวได้นะ 2.จัดห้องใหม่ให้น่าอยู่ การจัดบ้านหรือจัดห้องใหม่ให้น่าอยู่ ก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ช่วยคลายเครียดได้ดีเหมือนกันนะ แถมได้เปิดโลกใหม่ไปกับการช็อปปิ้งของแต่งทางห้องออนไลน์ซึ่งเป็นขั้นตอนที่สนุกที่สุดเลยหละ อาจจะหาผ้าปูที่นอนหรือปลอกหมอนลายใหม่ โคมไฟ สิ่งของเล็กๆ น้อยๆ มาประดับตกแต่งบรรยากาศให้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ไม่น่าเบื่อ 3.สนุกไปกับหนังหรือซีรีส์ดีๆ ในช่วงนี้มีหนังและซีรีส์ดีๆ ออกมามากมายเหลือเกิน ไม่ว่าจะมาจากแพลตฟอร์มที่หลายคนรู้จักกันดีอย่าง Netflix, Disney+ Hotstar หรือว่า HBO Go นอกจากนี้ยังมีหนังและซีรีส์สายจีน-ญี่ปุ่น-เกาหลีอย่าง iQIYI, WeTV และ […]

keyboard_arrow_up