เรื่องดีๆ ที่ควรทำให้ได้ทุกวัน สำหรับ คนรักตัวเอง

เรื่องดีๆ ที่ควรทำให้ได้ทุกวัน สำหรับ คนรักตัวเอง หลายครั้งที่มุนษย์เรามักชอบโฟกัสผิดจุด โดยให้ความสำคัญแต่กับสิ่งรอบข้าง หรือคนใกล้ตัวมากจนเกินไป สุดท้ายก็หลงลืมและมองข้ามความรู้สึกของตัวเองอย่างน่าเสียดาย วันนี้ GoodLifeUpdate จึงอยากนำเรื่องราวดีๆ ที่ คนรักตัวเอง ควรทำ มาฝากทุกคนให้ลองเปลี่ยนแปลงกันดูค่ะ ประโยคที่ว่า “ใครไม่รักเรา ยังไม่แย่เท่า เราไม่รักตัวเอง” ยังคงใช้ได้จริงอยู่เสมอไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ยุคสมัย เพราะหลายๆ คนอาจหลงลืมไปว่าสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต ที่เราควรดูแลเป็นอันดับแรกนั่นก็คือ ร่างกายและหัวใจของเราเอง ฉะนั้น ทุกๆ วัน จะมีเรื่องอะไรบ้างที่เราควรทำ เพื่อการเอาใจใส่ความรู้สึกของตัวเองมากเป็นพิเศษ ตามมาฟังพร้อมกันเลยค่ะ เริ่มต้นวันด้วยความรู้สึกดี บางคนอาจสงสัยว่า แค่เริ่มต้นวันด้วยอารมณ์ดี เพียงเท่านี้ก็สามารถทำให้เรารักตัวเองได้มากขึ้นจริงหรอ ? ขอตอบเลยว่า ‘จริงค่ะ’ เพราะสเต็ปแรกของการใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากนั้น ควรเริ่มมาจากอารมณ์ภายในที่สดใส ซึ่งอาจช่วยให้วันทั้งวันของคุณกลายเป็นวันที่ยอดเยี่ยมขึ้นมาได้เลยจริงๆ เราเชื่อว่าคนที่รักตัวเอง จะไม่ยอมปล่อยให้มีอะไรมารบกวนหรือสร้างความขุ่นมัวให้กับจิตใจ เพราะสิ่งเหล่านี้ ก็เปรียบเสมือนกับข่าวสาร ที่เราสามารถเลือกรับก็ได้หรือไม่รับก็ได้ ฉะนั้น คงไม่มีใครอยากเปิดรับในสิ่งที่สร้างมลพิษต่อความรู้สึกของตนเองอย่างแน่นอน หากเรารักตัวเองจริง เราก็ย่อมที่จะนำพาตัวเองหลีกหนีจากเรื่องไม่ดีต่างๆ ด้วย หัดขอโทษและขอบคุณตัวเองทุกวัน หลายคนอาจมองว่า การกล่าวขอโทษและขอบคุณตัวเองในทุกๆ วันนั้น ฟังดูแล้วคงไม่ค่อยมีใครทำกันสักเท่าไหร่ […]

5 คำว่า “ไม่” ที่เชื่อเถอะว่าทำแล้ว ชีวิตคุณจะมีความสุขมากขึ้น!

เราต่างก็รู้กันดีว่าชีวิตมันไม่ยาก แต่มันก็ไม่ง่ายเลย มีสิ่งหนึ่งที่เราได้เรียนรู้มาเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา และการเรียนรู้นี้ก็ได้เปลี่ยนแปลงทุกสิ่งไป คือ อะไรก็ตามที่เราคิด หรือเราอยู่กับมันนานๆ สุดท้ายมันจะกลายเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าเราเป็นคนยังไง ซึ่งทุกคนก็คงอยากที่จะประสบความสำเร็จ มีความสุข กันใช่ไหมล่ะคะ มันอยู่ที่วิธีการคิดอย่างไรที่จะให้ได้ผลลัพธ์แบบที่ต้องการ อันนี้แหละที่ยาก เราต้องหมั่นเรียนรู้และอยู่กับสิ่งที่เราอยากให้มันเกิดขึ้น เช่นเราอยากมีความสุข เราต้องเรียนรู้สิ่งที่ทำให้ไม่เกิดความทุกข์ขึ้นมาก่อน เป็นต้น เอาเป็นว่าเพื่อให้ชีวิตของทุกคนได้ก้าวไปได้อย่างมั่นใจ สามารถขจัดปัญหาและอุปสรรค ควบคู่ไปกับการบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ให้ได้สำเร็จทุกประการ เรามาเริ่มทำความเข้าใจในการทำสิ่งที่ไม่ทำให้เกิดทุกข์กันดีกว่าค่ะ กับคำว่า “ไม่” ไม่อะไรก็ได้ที่ไม่ทำแล้วชีวิตจะสุขขึ้น เมื่อไม่ทุกข์ก็สุขแล้วล่ะค่ะ แต่จะสุขมากสุขน้อยก็ขึ้นอยู่กับตัวคุณเองแล้วล่ะ “ไม่” ยุ่งกับชีวิตคนอื่น การไม่ยุ่งเรื่องคนอื่น เป็นหลักคำสอนที่ทางศาสนาแทบจะทุกศาสนา เป็นศีลธรรมข้อหนึ่งเลยก็ว่าได้ เราเคยได้ไปอ่านเจอข้อความที่มีนักธรรมทานนึ่งเคยบอกเอาไว้ว่ คนเราธรรมดามักจะดูแต่คนอื่น 90% และมักจะดูตัวเองแค่ 10% นั่นแสดงให้เห็นว่าคนเรามักคอยจะดูแต่ความผิดพลาดของคนอื่น คิดแต่จะมองความผิดของคนอื่น เพ่งโทษคนอื่น คิดและแก้ไขคนอื่น แต่ถ้าลองทำกลับกันลองมองคนอื่นแค่ 10% แล้วพิจารณาตัวเองเป็น90%  แบบนั้นน่าจะทำให้ชีวิตเราดีและมีความสุขขึ้น อย่าไปยุ่งเรื่องของคนอื่นมาก ยุ่งเท่าที่จำเป็น เรียนรู้ใจตัวเองให้มาก อย่างเวลาทำงานถ้าต้องยุ่งกับคนอื่นก็ยุ่งแค่ตามหน้าที่ ยุ่งเท่าที่จำเป็น ไม่มีธุระอะไรก็อย่าไปยุ่งกับเขามาก เรารู้ว่ามันเป็นเรื่องยาก เพราะการใช้ชีวิตอยู่ในสังคมทุกวันนี้มันมีแนวโน้มที่จะทำให้เราต้องเข้าไปยุ่ง ไปรับรู้เรื่องคนอื่นมากขึ้น เพราะเราต้องพบปะผู้คน พูดคุย […]

มาลองเป็นผู้มองโลกในแง่ดีแบบ “ลบ” อาจทำให้คุณกลายเป็นนักคิดที่เหนือชั้น

วันนี้เราจะขอพูดถึงคุณสมบัติสำหรับความสำเร็จ ที่จะเกิดขึ้นในชีวิตของคนเราได้ จากการมองโลกในแง่ดี คนที่มองโลกในแง่ดี มักมีความคาดหวังในเรื่องความสำเร็จที่ไม่ได้ตั้งอยู่บนความจริงเท่าไรนัก ด้วยเหตุผลนี้พวกเขาจึงเต็มใจที่จะลองทำสิ่งต่างๆ มากมาย หลากหลาย โดยไม่เสียกำลังใจ นอกจากนั้น เนื่องจากการที่พวกเขามีทัศนคติในทางบวกอย่างไม่ตั้งอยู่บนความเป็นจริง พวกเขาจึงเต็มใจที่จะลุยไปข้างหน้ายาวนานกว่าคนทั่วๆ ไป จึงพูดได้ว่าการมองโลกในแง่ดีเป็นคุณสมบัติอันยอดเยี่ยมที่จะอยู่ได้นานตราบที่คุณควบคุมมันอยู่ แต่เราอยากจะบอกคุณๆ ทั้งหลายว่า การที่คนคนนึงจะประสบความสำเร็จในชีวิต หรือในเรื่องต่างๆ ได้ คุณต้องเดินทางสายกลางด้วยการมองโลกทั้งในแง่ดี และมองโลกในแง่ลบด้วย คุณต้องมีความกระตือรือร้นที่จะใส่ใจเรื่องที่ทำ แต่คุณต้องมองในแง่ร้ายบ้าง คิดในทางวิพากษ์บ้าง สงสัย และดูว่ามีทางใดบ้างที่คุณจะเสียหายจากการคิดและทำด้วยเช่นกัน ฟังมุมมองที่เป็นลบ คุณลองพยายามเสาะหาและลองฟังคนอื่นๆ ที่คิดลบหรือคิดต่างจากไอเดียของคุณดูอย่างละเอียดลอง มองหาคนที่คิดแบบลบ เพราะว่ามุมมองของพวกเขาเหล่านั้นอาจมีค่ามาก และสามารถรักษาบางสิ่งที่คุณคิดว่าดีได้ เพราะบางทีการมองอะไรทุกอย่างเป็นบวกไปเสียหมด ทำให้เรามองไม่เห็นด้านลบที่จะเกิด พอมีคนคิดลบมาแสดงความเห็นคุณสามารถเอามันมาหยั่งดูว่าอะไรที่น่าจะเป็นจริงมากกว่ากันในการกระทำสิ่งนั้นๆ เป็นต้น เราสามารถเอากลับมาคิดเอามาทบทวนดูได้ เพราะเป็นอีกแง่มุมที่มีคนมองต่างจากเราค่ะ ประเมินค่าอย่างตรงไปตรงมา เมื่อคุณคิดทบทวน ลองประเมินและวิเคราะห์หรือลองมองบางสิ่งในแง่ร้ายดูแล้ว บางทีเราอาจจะพบข้อบกพร่องมากมายในการจะลงทุนหรือทำสิ่งต่างๆ ของเรา มันอาจจะรักษาทรัพย์สินของเราเอาไว้ได้เป็นล้านๆ ในอนาคต ซึ่งเราเองก็อาจจะคิดวิพากษ์แบบนี้เอาไว้ก่อนได้เช่นกัน เปิดความคิดจิตใจให้กว้างเข้าไว้ สิ่งที่บอกไปอย่างหนึ่งที่ห้ามเลยคือการอย่าปล่อยให้ตัวเองถูกครอบงำด้วยคนที่คิดในทางลบ หรือความคิดในทางลบของเรา แค่เอามุมมองมาพิจารณาบ้างตามวาระเวลาอย่างที่บอกไปเท่านั้น ที่สำคัญที่สุดควรฟังสัญชาตญาณของตัวเอง บางครั้งมันไม่มีเหตุผล แต่เชื่อเถอะมันย่อมส่งผลอะไรสักอย่างแน่นอน คนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตได้อย่างแท้จริง นอกจากต้องหัดมีมุมองที่แตกต่างไปจากคนอื่นบ้างแล้ว […]

4 วิธีคิด เปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นคนที่ดีขึ้น มากกว่าเมื่อวาน

4 วิธีคิด เปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นคนที่ดีขึ้น มากกว่าเมื่อวาน เพราะมนุษย์เราต่างก็มีหลากหลายมุมให้ได้สัมผัส ไม่ว่าจะเป็นด้านที่ดีหรือด้านที่ร้าย แต่ GoodLifeUpdate  ก็เชื่อค่ะว่า ทุกๆ คนล้วนอยาก เปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นคนที่ดีขึ้น ด้วยกันทั้งนั้น ซึ่งก็ถือว่าไม่ใช่เรื่องที่ยากเย็นสักเท่าไหร่เลย เพียงแค่เริ่มต้นโดยการลองเปลี่ยนความคิดภายในใจของเราก่อน แค่นั้นเองค่ะ ปฏิเสธไม่ได้ว่า ความคิดมีผลอย่างยิ่งต่อการกระทำ เขาถึงได้บอกว่า ถ้าหากคิดดี พูดดี พฤติกรรมที่แสดงออกมาก็ย่อมต้องดีตามไปด้วย ดังนั้น ความคิดนี่แหละค่ะ ที่เป็นจุดเริ่มต้นของทุกๆ สิ่ง ถ้าหากเราอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองให้กลายเป็นคนที่ดีขึ้น ก็ต้องรู้จักนำพาความคิดดีๆ มาสิงสถิตอยู่ภายในจิตใจให้ได้เสียก่อน ฉะนั้น ตามมาฟังวิธีคิดที่เรานำมาฝากทุกคนกันเลยดีกว่าค่ะ คิดถึงเรื่องดีๆ ที่จะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้ ใครว่าการคิดถึงเรื่องของวันพรุ่งนี้เป็นสิ่งที่เพ้อเจ้อและมองไม่เห็น ขอบอกเลยว่าไม่จริงเสมอไปนะคะ เพราะการวางแผนอนาคตข้างหน้านั้น เป็นสิ่งที่ทุกคนควรพึงปฏิบัติกันอยู่แล้ว การคิดถึงเรื่องดีๆ ที่จะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้ จึงเปรียบเสมือนกับการได้รับพลังและแรงจูงใจ ว่าเรายังมีโอกาสในการแก้ตัว หรือเริ่มต้นทำสิ่งใหม่ๆ ที่เคยทำผิดพลาดไปในเมื่อวาน ฉะนั้น มุนษย์เราอยู่ได้ด้วยความหวัง เมื่อมองเห็นความหวังที่จะแก้ตัวในวันพรุ่งนี้ ก็สามารถทำให้มีแรงกาย แรงใจที่จะฮึดสู้ต่อ อย่างน้อยๆ หากเราได้ทำอะไรด้วยความตั้งใจ บวกกับความมุ่งมั่นที่มีอย่างเต็มเปี่ยมแล้ว ผลลัพธ์หรือค่าตอบแทนก็จะให้กลับมาได้อย่างเต็มเปี่ยมด้วยเช่นกัน คิดถึงความสำเร็จที่จะเกิดขึ้นจากสองมือของเราเอง เมื่อพูดถึง “ความสำเร็จ” […]

การคิดและทำอย่างคนที่ประสบความสำเร็จทำ นั่นคือ “การยอมรับตนเอง”

การยอมรับตนเองนั้น เชื่อว่าคนเราเริ่มต้นมาตั้งแต่เมื่อครั้งยังเป็นทารกอยู่นั่นเองค่ะ ด้วยจากอิทธิพลของพ่อแม่ พี่น้อง และคนใกล้ชิดอื่นๆ โดยระดับการยอมรับตนเองนั้นเราสามารถวัดได้มาจากความรู้สึกดีที่คุณได้รับการยอมรับจากคนที่อยู่ใกล้ชิดและแวดล้อมตัวคุณดังที่ได้กล่าวไปข้างต้น ทัศนคติที่คุณมองตนเองมีผลส่วนมาก มาจากทัศนคติที่คุณคิดว่าคนอื่นๆ มีต่อคุณ เมื่อคุณเชื่อว่าคนอื่นคิดในทางดีกับคุณ ระดับการยอมรับและนับถือตนเองที่คุณมีต่อตัวเองจะสูงขึ้นไปด้วย ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดที่จะสร้างบุคลิกภาพที่สมบูรณ์ แข็งแรง ก็คือการเข้าใจตนเองและความรู้สึกของตนเองนั่นอย่างไรล่ะค่ะ และนี่แหละคือวิธีคิดหนึ่งที่คนที่เค้าประสบความสำเร็จ เค้าคิดกัน การยอมรับตัวตน ชีวิต และความเป็นจริงของตัวเอง มันอาจฟังดูง่าย หรือบางคนก็คิดว่ามันเป็นเรื่องยากก็ได้ ในการที่จะยอมรับในตัวตน ในชีวิตที่เราเป็นอยู่ บางคนอาจเบื่อหน่ายกับนิสัยบางอย่างของตัวเอง บางคนอาจไม่ชอบสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นที่กำลังเจออยู่กับตัวเองในตอนนี้ หรือบางวันคุณอาจไม่ชอบลักษณะหรือแม้กระทั่งรูปร่างหน้าตาของตัวเองขึ้นมาก็มี มันเป็นเรื่องปกติมากค่ะ ที่คนเรามักจะไม่พอใจตัวเอง ชอบวิจารณ์ตัวเอง อย่างไรก็ตามเราควรต้องหาวิธีที่จะยอมรับตัวตนและชีวิตของตัวเองให้ได้ ซึ่งวิธีการมันก็มีอยู่นะคะ อยู่ที่ว่าคุณพร้อมเปิดใจที่จะทำและคิดตามนี้หรือเปล่าเท่านั้น เราลองไปดูกันว่า การยอมรับตนเอง ที่ดีนั้นควรทำอย่างไร ทำความเข้าใจว่าสิ่งใด หรืออะไรทำให้เราเกิดความรู้สึก การพัฒนาตนเองให้ยอมรับตนเองก็คือ การรู้ตัวเอง เมื่อคุณเปิดใจว่าคุณคิดและรู้สึกอย่างไรจริงๆ กับใครบางคน จะทำให้คุณสามารถรู้ตัวเองว่ากำลังคิดและเกิดอารมณ์ชนิดใดบ้าง หากอีกคนหนึ่งนั้นเพียงนั่งฟังอย่างเดียวโดยไม่ให้ข้อคิดหรือวิจารณ์ใดๆ คุณก็จะรู้ตัวว่าคุณเป็นอย่างไรและทำไมจึงทำสิ่งต่างๆ เช่นที่ทำ คุณจะเริ่มพัฒนามุมมอง ความหมาย อย่างที่ในศาสนาพุทธเรียกว่า การปล่อยวางนั่นแหละค่ะ อนุญาตให้แสงสว่างส่องเข้ามาในชีวิต คุณลองเปิดใจและเปิดตัวเองเพื่อที่จะยอมรับตนเองอย่างแท้จริงดู หรือสิ่งยุ่งยากใจจากสิ่งต่างๆ ที่อาจเคยเกิดขึ้นกับคุณมาก่อนในอดีตนั้น คุณต้องสามารถพูดอย่างเปิดใจได้กับคนอย่างน้อยสักหนึ่งคน คุณต้องสามารถยกภูเขาออกจากอกไป […]

อย่า ยอมแพ้ ตั้งแต่ยังไม่เริ่มลงมือทำ

อย่ากลัวการเริ่มต้น! คนสำเร็จคือคนที่ไม่ ยอมแพ้ ตั้งแต่ยังไม่เริ่มลงมือทำ ถ้าเรา ยอมแพ้ ตั้งแต่ยังไม่เริ่มต้นทำอะไร เราจะเป็นคนที่ถูกเอาเปรียบ จนกลายเป็นฝ่ายเสียเปรียบตลอดไป แต่ถ้าเราที่ไม่ยอมแพ้ และเลิกกลัวการเริ่มต้น เราก็จะสามารถต่อสู้ในสังเวียนสำคัญๆ ได้   ไม่ว่าใคร ก็อยากมีชีวิตที่สงบสุข ไม่ต้องพบเจอกับปัญหา หรือ เรื่องบาดหมาง ทะเลาะเบาะแว้งด้วยกันทั้งนั้น แต่เมื่อคนดีตกอยู่ในในสถานการณ์ที่เสียเปรียบ หรือ ตกเป็นผู้เสียหาย ก็จะยังคงเป้นคนดีอยู่วันยังค่ำ โดยไม่คิดที่จะต่อสู้เพื่อตัวของเราเองเลย สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ เพราะคนนิสัยดี มักจะรู้สึกไม่คุ้นเคย และไม่กล้าที่จะขัดใจใคร การต่อสู้ในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงการทะเบาะแว้งรุนแรง เอาเป็นเอาตาย แต่หมายถึง การต่อสู้เพื่อสิทธิของตัวเราเอง  ตัวอย่างของการยอมแพ้ ไม่ยอมต่อสู้เพื่อตัวเอง ยกตัวอย่างเช่น เราจ้างช่างรับเหมาก่อสร้างมาซ่อมแซมบ้าน แล้วช่างไม่ยอมทำตามที่ตกลงเอาไว้ เมื่อเราทักท้วงไป ผู้รับเหมาก็บ่ายเบี่ยงไม่ยอมทำตาม แถมยังทำกิริยามารยาทที่ไม่ดี และโมโหใส่เราอีกด้วย ในกรณีเช่นนี้ เรามักจะรู้สึกหงุดหงิด แต่ก็ยอมถูกเอาเปรียบในที่สุด เพราะไม่กล้าที่จะต่อสู้ ไม่กล้าที่จะเถียง หรือกรณีที่ใกล้ตัวมากๆ อย่างเช่น “เพื่อนยืมเงิน” เราก็มักจะไม่กล้าทวงเงิน เพราะกลัวว่าจะเสียมิตรภาพดีๆ ไป ในทางกลับกัน […]

เปลี่ยนมุมมองและทัศนคติที่มีต่อสิ่งต่างๆ รอบตัว ที่ทำให้เกิด “ทุกข์”

คนเราเวลาไม่สบายใจก็เป็นทุกข์ เวลาเศร้าโศก เสียใจ ขุ่นเคืองใจ ก็เป็นทุกข์ เชื่อว่าทุกคนไม่อยากจะมีความทุกข์ บางคนทุกข์ เสียจนเกิดเป็นความท้อแท้ จนอยากจะถอยหลังหนีปัญหา หรือบางคนก็ตัดสินใจหนีปัญหาที่ทำให้เกิดทุกข์ไปด้วยวิธีผิดๆ ก็มี เราอยากจะบอกกับทุกคนทั้งที่มีทุกข์ หรือไม่มีทุกข์ทั้งหลายค่ะว่าในการจะจัดการกับความรู้สึกต่างๆ ทั้งหลาย เราจะต้องทำความรู้จักกับสิ่งที่จะมารบกวนความสุขเสียก่อน นั่นคือการทำความรู้จักกับทัศนคติต่างๆ ที่ทำให้เราเกิดทุกข์นั่นเอง แน่ล่ะค่ะว่าความทุกข์เป็นเรื่องธรรมดาของโลกที่ไม่มีใครสามารถที่จะหนีได้พ้น แต่เราสามารถหลีกเลี่ยงมัน และดำเนินชีวิตไปอย่างมีความสุขได้ เพียงแต่ต้องทำความรู้จักกับเพื่อนยากที่มีชื่อเรียกว่า “ความทุกข์” กันเสียก่อน แล้วอะไรบ้างที่ทำให้เกิดทุกข์? คำถามนี้ฟังดูออกจะเป็นในเชิงธรรมะอยู่สักหน่อย แต่ในความเป็นจริงแล้วมันก็แค่คำถามธรรมดาสามัญในชีวิตของเราเท่านั้น คำถามที่ทุกคนสามารถหาคำตอบได้ง่ายๆ ไม่ยากเย็น เพียงแค่สังเกตไปรอบๆ ตัว เท่านั้น สิ่งที่จะเป็นตัวตัดสินว่าคุณจะมีทุกข์ หรือมีความสุขนั้นก็คือตัวของคุณเอง แค่ตัวคุณเองเท่านั้น ความทุกข์ทั้งหลายเกิดขึ้นจากตัวเอง มันขึ้นอยู่กับว่าคุณเลือกที่จะมองหรือรับรู้สิ่งต่างๆ รอบตัวด้วยทัศนคติแบบไหน จะเก็บเอาสิ่งต่างๆ ทั้งหลายมาก่อให้เกิดเป็นความทุกข์ หรือเลือกที่จะมองสิ่งต่างๆ ในแง่ที่ทำให้เกิดความสุขกับตนเอง มันล้วนขึ้นอยู่กับทัศนคติการมองโลกของคุณ แล้วทัศนคติใดบ้างที่ทำให้เกิดทุกข์? การมองโลกในแง่ลบทั้งหลาย ความรู้สึกในแง่ลบต่างๆ การปฏิเสธ และสิ่งต่างๆ ที่ประกอบไปด้วยคำว่า “ไม่” ทั้งหมดนั่นคือส่วนประกอบหลักของสิ่งที่ทำให้เกิดความทุกข์ขึ้นได้ แต่ไม่ว่าอะไรก็ตามสามารถทำให้เกิดความทุกข์ได้ทั้งนั้น หากว่าคุณไม่รีบปรับเปลี่ยนมุมมองและทัศนคติที่มีต่อสิ่งต่างๆ รอบตัว การที่คุณมองเห็นเพื่อนร่วมงานคนอื่นได้รับคำชมจากเจ้านายแล้วเกิดความอิจฉา หรือน้อยใจว่าเหตุใดเจ้านายถึงไม่ชื่นชมคุณบ้าง […]

จงรู้จัก เพิ่มกำลังใจให้ตัวเอง ในวันที่รู้สึกเหนื่อยล้า

จงรู้จัก เพิ่มกำลังใจให้ตัวเอง ในวันที่รู้สึกเหนื่อยล้า เชื่อว่ามีคนอยู่ไม่น้อยเลย ที่ในตอนนี้อาจกำลังรู้สึกเหนื่อยล้าและอ่อนแรงกับการใช้ชีวิต อันเนื่องมาจากภาระหน้าที่ รวมไปถึงอุปสรรคหลายสิ่งหลายอย่างที่จำเป็นต้องเผชิญ จนส่งผลให้เริ่มรู้สึกหมดกำลังใจ และไม่รู้จะหันหน้าไปทางไหนดี แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า เราจะต้องก้มหน้าก้มตายอมรับชะตากรรมเหล่านี้เพียงอย่างเดียวเท่านั้นนะคะ เพราะทางออกที่ดีที่สุดในการที่จะช่วยขจัดปัญหาทุกอย่างได้ก็คือ “การหัด เพิ่มกำลังใจให้ตัวเอง ” อย่างผู้ไม่มีวันยอมแพ้ ซึ่งหลายคนก็คงจะทราบกันอยู่แล้วว่า การสร้างกำลังใจให้กับตัวเองบ่อยๆ นั้น ถือเป็นข้อดีที่จะช่วยให้ตัวเรา มีพลังบวกในการสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ได้มากยิ่งขึ้น แต่ในทางกลับกัน หากไม่รู้จักให้กำลังใจตัวเองบ้าง หรือมัวแต่ตอกย้ำถึงข้อเสียต่างๆ แทน อาจทำให้เราไม่มีแรงจูงใจที่จะทำสิ่งใดให้สำเร็จลุล่วงได้เลย ทีนี้ ตามมาฟังเทคนิคและวิธีดีๆ ในการเพิ่มพูนกำลังใจ ที่ GoodLifeUpDate ขอนำมาฝากทุกคนกันเลยค่ะ คนเราผิดพลาดกันได้ อย่ากลัวการเริ่มต้นใหม่ “ความผิดพลาดเกิดจากการลงมือทำ หากไม่ได้ลงมือทำ ก็ย่อมไม่เกิดผลอะไรเลย” อยากให้ทุกคนจำประโยคนี้ไว้ให้ขึ้นใจจริงๆ ค่ะ เพราะเราไม่อยากเห็นใครหลายคนเอาแต่นั่งโทษตัวเอง จากความผิดพลาดที่ไม่ได้ตั้งใจก่อให้เกิดขึ้น ซึ่งอย่างน้อยๆ เราก็ควรจะขอบคุณตัวเองด้วยซ้ำเสียมากกว่า ที่กล้าลองผิดลองถูก จนรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ใช่หรือไม่ใช่ ดังนั้น การให้โอกาสตัวเองเริ่มต้นใหม่อยู่เสมอ จะช่วยสอนให้คุณได้เรียนรู้การหัดให้อภัยทั้งตนเองและสิ่งต่างๆ รอบข้าง รวมไปถึงเข้าอกเข้าใจธรรมชาติของชีวิต ที่เมื่อมีถูกก็ย่อมมีผิด ฉะนั้น จงมองความผิดพลาดให้เป็นครู ที่จะช่วยสอนให้เรารู้จักกับคำว่าแก้ไข […]

ลองถามใจดูจริงๆ สักที ว่าความต้องการในชีวิตของตัวเองคืออะไร!

การที่คนเราจะรู้ถึงความต้องการจริงๆ ในชีวิตของตัวเองนั้นจะต้องเริ่มจาก “รู้จักตัวเอง” ก่อน หลายคนอาจเกิดความสงสัยว่าทำไมเราต้องทำความรู้จักกับตัวของเราเองอีก ในเมื่อตัวเราก็ย่อมต้องรู้จักตัวเอง ดีอยู่แล้ว แต่ที่จริงแล้วอาจไม่ใช่แบบนั้น หากคุณเองยังไม่สามารถตอบคำถามถึงความต้องการที่แท้จริงในชีวิตของคุณได้ นั่นย่อมหมายความว่า คุณยังไม่รู้จักตัวเองดีพอ! ตัวอย่างคำถามที่บางคนยังไม่สามารถตอบเกี่ยวกับความต้องการของตัวเองได้ก็เช่น คุณไม่สามารถตอบได้ว่าการตัดสินใจเลือกที่จะย้ายที่ทำงานเป็นการกระทำที่ถูกต้องจริงแล้วหรือไม่ หรือคุณไม่สามารถจะตอบได้ว่าคุณมีความสุขกับงานที่กำลังทำอยู่อย่างแท้จริงหรือเปล่า แม้กระทั่งบางครั้งคุณก็ไม่สามารถจะตอบได้ว่าทำไมถึงเลือกที่จะเดินมาทางซ้าย แทนที่จะเดินไปทางขวา หรือทำไมถึงรู้สึกว่าเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งดูเป็นมิตรมากกว่าอีกคนหนึ่ง เป็นต้น เชื่อว่ามีหลายคนที่ยังไม่สามารถตอบคำถามเหล่านี้ได้ด้วยความมั่นอกมั่นใจและเต็มปากเต็มคำนัก การจะเข้าถึงและรู้จักกับตัวตนของตัวเองนั้นแบ่งได้ง่ายๆ เป็นสองทาง คือ การเข้าถึงทางกาย กับการเข้าถึงทางใจหรือที่เรียกกันว่าการเข้าใจนั่นเองค่ะ ในที่นี่เราอยากจะเปรียบจิตใจคนเรากับภูเขาน้ำแข็งเพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น คือ อุปนิสัยและการกระทำต่างๆ ที่แสดงออกมาให้คนภายนอกได้เห็นและให้ตัวเราเองได้รับรู้นั้นเป็นเสมือนยอดของภูเขาน้ำแข็งที่โผล่พ้นน้ำ และถือเป็นสัดส่วนเพียงเล็กน้อย เทียบกันไม่ได้เลยกับส่วนที่มหึมาอื่นๆ ของภูเขาน้ำแข็งที่จมซ่อนอยู่ใต้น้ำที่เป็นเสมือนตัวแทนของจิตใต้สำนึกของคุณนั่นเอง มันเป็นจิตใต้สำนึกที่หากคุณอยากจะทำความรู้จัก ก็ต้องพยายามดำลงไปสำรวจดู ซึ่งการสำรวจหรือถามหาจิตใต้สำนึก หรือความรู้สึกจริงๆ ของคุณนั้น บางครั้งก็ต้องอาศัยคำถามกับตัวเอง ด้วยการอาศัยการสังเกตตัวเองยังไงล่ะคะ อย่างแรกที่ต้องสังเกตในการค้นหาตัวเองคือ อุปนิสัยและอารมณ์ของคุณเองในขณะทำสิ่งต่างๆ ลองมองสำรวจความแตกต่างทางอารมณ์ของคุณระหว่างที่ทำกิจกรรมต่างๆ ดู ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์ในด้านไหนก็ตาม ที่เราอยากให้ลองเริ่มจากการสังเกตอารมณ์ของตัวเองนั้นก็เพราะว่าอารมณ์เป็นสิ่งที่ส่งผลกระทบกับจิตใจของคนเรามากที่สุด เราจะสามารถรับรู้ และรู้สึกถึงอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปมาของตัวเองได้อย่างรวดเร็ว เพราะอารมณ์เป็นตัวการที่ก่อให้เกิดเรื่องราวต่างๆ มากมาย ก่อให้เกิดความต้องการกระทำสิ่งต่างๆ เพื่อตอบสนองอารมณ์นั้นๆ ของเรา เช่น เราจะหัวเราะออกมาเมื่อดีใจ ร้องไห้ออกมาเมื่อรู้สึกเสียใจ หรืออาจลงมือชกต่อยคนอื่นเมื่อรู้สึกโกรธ […]

นัดใครทีไรก็ล่มทุกที นัดหมายอย่างไร ไม่ให้ ถูกเท

นัดใครทีไรก็ล่มทุกที มาดูเทคนิคการนัดหมายเพื่อไม่ให้ ถูกเท ถูกเท คำง่ายๆ แต่ความหมายสุดลึกล้ำ Goodlifeupdate เชื่อว่าใครหลาย ๆ คนน่าจะเคยมีประสบการณ์การถูกเทคมาแล้วมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการขอยกเลิกนัด ทั้ง ๆ ที่ใกล้ถึงเวลานัดหมาย การถูกยกเลิกนัดทั้ง ๆ ที่ถึงเวลานัดหมายแล้ว การเนียนเทหายตัวไป ไลน์ไม่ตอบ ติดต่อไม่ได้ ล้วนแล้วแต่สร้างความรู้สึกลำบากใจ แถมยังเสียเวลาอันมีค่าของเรามาก ๆ อีกด้วย วันนี้ Goodlifeupdate จึงขอแนะนำเทคนิคการนัดหมายอย่างไรไม่ให้ถูกเท หรือ ถูกเทน้อยที่สุดมาฝากทุกคนกันค่ะ   ::: ขอคิววันเวลาที่ผู้ถูกนัดหมายสะดวก ::: ถามผู้ที่เราต้องการพูดคุยด้วย ว่าเขาสะดวกในวันและเวลาไหนบ้าง มีวันไหนที่ติดธุระไม่สะดวก มีช่วงเวลาไหนที่ไม่ต้องการรับนัดบ้างหรือไม่ เช่น สามารถนัดได้เฉพาะวันทำงานเท่านั้น ไม่สะดวกให้นัดในวันหยุด เป็นต้น แล้วนำคิวที่เขาสะดวกมาเปรียบเทียบกับวัน และ เวลาที่เราสะดวก แล้วติดต่อไปสอบถามเพื่อขอนัดหมายวันและเวลาที่แน่นอน   ::: ยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษร ::: ในขั้นตอนการพูดคุยเพื่อขอนัดหมาย เราอาจติดต่อผ่านทางช่องทางต่างๆ ที่ทั้งเราและเขาสะดวก เช่น โทรศัพท์ แต่สุดท้ายแล้ว […]

จงเอาชนะศรัตรูทุกตัว ที่มาขัดขวางความสำเร็จของชีวิต!

ตามสถิติความสำเร็จของคนเรานั้นไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ แต่ก็ไม่ยากเย็น ถ้าคุณเข้าใจและมีนิสัยไม่ยอมแพ้ มีทางเดียวที่คนเราจะบรรลุเป้าหมายความสำเร็จ ได้นั้นก็คือเราจะต้องตั้งใจจริง เราจะต้องจริงจังกับมันเพื่อความสำเร็จ เราต้องทำตัวให้ยุ่งเราต้องลงมือทำ เราต้องมุ่งไปข้างหน้าอยู่เรื่อยๆ และทุกสิ่งทุกอย่างนี้จะส่งผลทั้งสิ้น เป็นสิ่งสำคัญยิ่งสำหรับทุกคนที่ต้องการบรรลุความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ และการควบคุมเหนือความคิดของตัวเราเองเป็นการปฏิบัติที่ยากที่สุดในการที่จะเป็นนายตัวเอง ลองดูสิว่าคุณสามารถพูดคุยและคิดเฉพาะแต่สิ่งที่คุณปรารถนาเท่านั้น และไม่คิดเกี่ยวกับสิ่งใดๆ ที่คุณไม่ต้องการเป็นเวลาสัก 24 ชั่วโมง ได้ไหม จงใช้เวลาเหล่านี้อย่างคุ้มค่าที่สุด คิดในเรื่องเดียวเท่านั้นที่เป็นเป้าหมาย ใช้สมาธิ ความรู้ทั้งหมดทุ่มเทลงไปกับสิ่งนั้น มันอาจจะเป็นเรื่องยากที่จะทำ แต่ถ้าฝึกทำบ่อยๆ คุณจะไปถึงจุดที่คุณจะคิดเกี่ยวกับเป้าหมายและความปรารถนาต่างๆ ของคุณเกือบตลอดเวลา แล้วชีวิตทั้งชีวิตของคุณก็จะเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดีขึ้นค่ะ ทั้งนี้การเอาชนะศรัตรูที่จะมาขัดขวางความสำเร็จของตัวเรานั้น สิ่งสำคัญไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นหรือสิ่งที่เรากำลังเผชิญอยู่หรอก แต่มันเป็นวิธีการที่คุณมีปฏิกิริยาตอบสนองกลับต่อสิ่งที่เกิดขึ้นกับคุณต่างหากที่สำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อปัญหาที่ไม่ได้คาดคิดไม่ว่าจะเป็นชนิดใดๆ เกิดขึ้นกับคุณ มีกลวิธีซึ่งทรงพลังที่สามารถทำให้คุณดำรงการคิดและการกระทำในเชิงบวกและสร้างสรรค์ต่อไปเรื่อยๆ และต่อไปนี้เป็นสิ่งที่คุณสามารถทำได้เพื่อรักษาทัศนคติและทีท่าของคุณไว้ให้ดีมากที่สุดเท่าที่สามารถจะเป็นได้ภายใต้สถานการณ์ทั้งหมด มุ่งความสนใจไปที่อนาคต ประการแรกเลยคือไม่ว่าคุณจะกำลังเผชิญความท้าทายใดๆ จงมุ่งความสนใจไปที่อนาคตแทนที่จะเป็นอดีต แทนที่จะวิตกกังวลกับสิ่งที่คุณทำมาหรือจะต้องไปกล่าวตำหนิต่อว่าใคร ให้คุณมุ่งความสนใจไปที่ซึ่งคุณต้องการจะไปและสิ่งที่ต้องการทำ ให้มองเห็นภาพที่สร้างขึ้นในใจอย่างชัดเจน เห็นภาพอนาคตที่สำเร็จของคุณ แล้วลงมือทำไม่ว่าจะต้องทำอะไรที่จะเริ่มเคลื่อนที่ไปในทิศทางนั้นทันที ให้ความคิดและจิตใจและภาพที่เห็นอยู่ในใจของคุณจดจ่ออยู่ที่อนาคต มุ่งความสนใจไปที่ทางออกของปัญหา ประการต่อมาเมื่อใดก็ตามที่คุณเผชิญหน้ากับความยากลำบาก ให้มุ่งความสนใจไปที่ทางออกแทนที่จะมุ่งไปที่ปัญหา ให้คิดและคุยหาทางออกแทนที่จะมุ่งไปที่ปัญหาให้คิดและคุยเกี่ยวกับทางออกที่ดีที่สุดของอุปสรรคหรือความถดถอยแทนที่จะมัวเสียเวลากับการคิดคร่ำครวญแต่ปัญหา ทางออกมีความเป็นบวกอยู่ในตัวของมัน ส่วนปัญหามีความเป็นลบอยู่ในตัว >>อ่นต่อหน้าถัดไป<< 

รู้ไว้เถิดว่าความสุขที่แท้สร้างได้ เพราะสิ่งที่เรามองเห็น ขึ้นอยู่กับสิ่งที่เรามองหา!

หลายๆ คนที่ได้อ่านเจอบทความดีๆ หรือข้อคิดสอนใจในการจัดการกับความทุกข์ในตัวเองออกไปได้แล้ว ตอนนี้ก็ถึงเวลามาจัดการกับความสุข ของตัวเองกันดูบ้าง อย่างที่เราได้เคยพูดกันมาบ่อยๆ แล้วว่าความสุขหรือความทุกข์ทุกอย่างล้วนอยู่ที่ใจของตัวเราเองทั้งนั้น ดังนั้นตัวการแรกที่ต้องเริ่มสะสางก็ต้องเริ่มจากจิตใจของเราเองเป็นอย่างแรกก่อนค่ะ แล้วปัจจัยอะไรล่ะที่ทำให้คนเรามีความสุข? อันนี้ถือเป็นคำถามที่ตอบได้ยาก เพราะว่าแต่ละคนมีรสนิยมในการเสพความสุขที่แตกต่างกันไป บางคนเพียงแค่ได้นั่งอยู่เงียบๆ คนเดียว มีเวลาเป็นส่วนตัวสักวันละ 1 ชั่วโมง 2 ชั่วโมง ก็ถือว่าเป็นความสุขมากแล้ว ในขณะที่บางคนกลับมองว่าการจะมีความสุขได้นั้นจะต้องเกิดจากการเดินทางไปท่องเที่ยวยังต่างประเทศ นอนแช่น้ำในอ่างจากุชชี่สุดหรู จิบไวน์เคล้าเสียงเพลงคลอเบาๆ และมีมือนุ่มๆ ของคนรู้ใจคอยนวดหลังนวดไหล่ให้อยู่ไม่ห่าง จะเห็นได้ชัดเจนว่าความสุขเกิดจากความต้องการส่วนตัวของแต่ละบุคคลล้วนๆ และเกิดจากตัวคุณเองล้วนๆ ความสุขเป็นความรู้สึกเหมือนกันกับความทุกข์ ถ้าจิตใจเราสามารถสร้างและขจัดความทุกข์ออกไปได้ด้วยตัวเองแล้ว จิตใจของเราก็ย่อมจะสร้างและขจัดความสุขออกไปจากใจเราได้ด้วยตัวเราเองเช่นกัน ในที่สุดแล้วก็จะมีความสุขได้ พื้นฐานที่ง่ายที่สุดคือการเปิดใจให้กว้าง และมองโลกในแง่ดีเข้าไว้ ลด ละ เลิกความวิตกกังวล และเหตุปัจจัยที่ทำให้เกิดทุกข์ทั้งหลายทิ้งไป ฝังกลบความวุ่นวายในจิตใจ รวมทั้งความต้องการต่างๆ นานาลงไปดูสักครู่ แล้วคุณจะรู้ว่า…ความสุขนั้นสร้างได้ เลือกรับแต่สิ่งที่ดี เรามักจะเคยได้ยินประโยคที่ว่า คุณจะเป็นดั่งเช่นสิ่งที่คุณกิน หรือ You are what you eat ซึ่งเป็นประโยคอมตะที่ได้รับการพิสูจน์มานานแล้วว่าเป็นความจริง แต่ประโยคนี้จะเป็นการให้ความสำคัญกับสิ่งที่ได้รับทางการคืออาหารการกินเท่านั้น หรือให้ความสำคัญเฉพาะกับกระเพาะอาหารและลิ้น ในขณะที่ ตา หู […]

3 เรื่องราวที่จะช่วยสอนให้คุณเติบโตและรู้จัก รักตัวเอง

3 เรื่องราวที่จะช่วยสอนให้คุณเติบโตและรู้จัก รักตัวเอง Goodlifeupdate เชื่อว่าคนเราทุกคนต่างก็ต้อง รักตัวเอง เป็นเรื่องธรรมดา คงไม่มีใครที่เกิดมาแล้วคิดอยากทำร้ายตัวเองให้เจ็บช้ำน้ำใจเล่นกันหรอก จริงมั้ยคะ แต่เมื่อขึ้นชื่อว่าชีวิตแล้ว ย่อมไม่มีอะไรเป็นสิ่งตายตัวเสมอไป เพราะวันหนึ่งเราก็อาจต้องพบกับจุดเปลี่ยน ที่เป็นสาเหตุให้ตัวเราเองนั้นไม่เหมือนเดิมอีกตลอดกาล ซึ่งไม่ว่ามันจะเป็นเรื่องราวที่ดี หรือเรื่องราวที่ร้าย แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้จะช่วยสอนให้คุณเติบโตและรักตัวเองมากขึ้นกว่าที่เคย ดังนั้น เราจึงอยากให้ทุกคนตามมาลองฟัง เรื่องราวที่อาจสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับตัวคุณ และไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตามแต่ ขอจงอย่าเพิ่งยอมแพ้ แล้วหันหน้าเข้าหามันอย่างผู้ชนะจะดีเสียกว่า สูญเสียสิ่งที่รัก สัจธรรมที่แท้จริงของชีวิตคือ “ไม่มีอะไรจีรังยั่งยืน” และทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้ไม่มีอะไรที่เป็นของเราจริงๆ เลยแม้แต่อย่างเดียว ฉะนั้นแล้ว การต้องสูญเสียสิ่งใดสิ่งหนึ่งในชีวิตไป จึงถือเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกคน และถ้าหากมองในอีกมุมหนึ่ง เราอาจได้เห็นข้อดีที่ว่า ถือเป็นการสอนตัวเองให้หัดเข้าใจในความเปลี่ยนแปลงของชีวิต และรู้จักรักษาสิ่งที่ยังอยู่ให้ดีที่สุด เพราะคงไม่มีสิ่งใดที่ไม่เกิดความสูญเสียหรือสลายหายไป แม้กระทั่งตัวของเราเอง โดนหักหลังจากคนที่ไว้ใจ ความเจ็บปวดที่ถูกผู้อื่นสร้างไว้ให้อย่างเจ็บแสบที่สุดคงหนีไม่พ้น “การถูกหักหลังจากคนที่ไว้เนื้อเชื่อใจ” ซึ่งมันสามารถส่งผลให้ใครหลายคนนั้น รู้สึกโกรธแค้นเสียจนอยากเอาคืนให้สาสมกันเลยทีเดียว จริงมั้ยคะ แต่ในทางกลับกัน ถ้าลองใช้สติพิจารณาให้ดี สิ่งที่เกิดขึ้นจนบังตาเรานั้น อาจเป็นเพียงแค่อารมณ์ชั่ววูบ ที่เมื่อเวลาผ่านไป ก็ย่อมเลือนหายไปจากหัวใจเราด้วยเช่นกัน ฉะนั้น ถ้ามองการถูกหักหลังให้เป็นข้อดี มันคืออีกหนึ่งสิ่งที่สามารถช่วยเตือนคุณให้ระมัดระวังตัว และอย่ายอมไว้ใจหรือเชื่อใจใครง่ายๆ อีก ถูกทิ้งให้เผชิญหน้ากับปัญหาเพียงลำพัง ทุกคนต่างก็อยากมีใครสักคนอยู่เคียงข้างกายในยามที่ชีวิตต้องเผชิญหน้ากับปัญหา […]

ถึงจะเกิดอะไรขึ้นก็ตามแต่ จงรักษาความเป็นบวกไว้เสมอ

คิดบวก กับคิดดี คำนี้เหมือนกันมั้ย? หลายคนอาจจะเคยสงสัยกันบ้าง โดยส่วนตัวของผู้เขียนเองมีความคิดว่ามันเป็นคำที่คล้ายกันและแทบจะรวมเป็นคำเดียวกันได้เลยด้วยซ้ำ เพราะเมื่อใดที่เราคิดบวก ความคิดนั้นจะเป็นความคิดที่ดี ดังนั้นทุกอย่างที่เป็น “บวก” ขอให้จงหมั่นทำไปเถอะค่ะ ไม่ว่าจะเป็นคิดบวก พลังงานทางบวก อารมณ์บวก เพราะทั้งหมดนี้จะเป็นกุญแจไปสู่ชีวิตที่รุ่งเรืองได้ ซึ่งเมื่อใดที่คุณมีความเป็นบวกมากเท่าไร ชีวิตก็จะยิ่งดีขึ้นเท่านั้น  เพราะความเป็นบวกมันให้พลังงานแก่คุณ ขณะที่ความเป็นลบจะดูดเอาพลังงานของคุณไป ดังนั้นแล้วไม่ว่าจะยังไงก็ตามแต่ขอให้คุณรักษาความเป็นบวกเอาไว้เสมอ เพราะสิ่งสำคัญมากที่สุดที่คนเราทำเพื่อไปสู่ความสำเร็จก็คือการควบคุมองค์ประกอบต่างๆ ที่กำลังชี้แนะชี้นำความคิดที่อยู่ในสิ่งแวดล้อมของคุณ จงทำให้แน่ใจว่าสิ่งที่คุณกำลังมอง สิ่งที่คุณกำลังทำ หรือสิ่งที่คุณกำลังฟังเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับเป้าหมายที่คุณต้องการเท่านั้น เอาเป็นว่าหลายคนอาจมองภาพไม่ชัด หรือไม่รู้ว่าควรรักษาความเป็นบวกในตัวเองเอาไว้ด้วยวิธีใด หรือทำยังไงถึงจะเรียกว่ารักษาความเป็นบวก ลองเริ่มจากการทำตามสิ่งที่เรานำมาบอกนี้ดูก่อนก็ได้ค่ะ เพราะยังไงแล้ว ทุกสิ่งที่ทำก็เป็นเรื่องดีกับตัวคุณเองทั้งสิ้น อยู่ที่ว่าคุณจะทำหรือรักษามันเอาไว้ได้นานแค่ไหนก็เท่านั้น >>ฟังจนสำเร็จ<< เริ่มจากการฟังไม่ว่าจะเป็นการฟังรายการวิทยุ หรือการฟังเทปขณะนั่งอยู่ในรถของคุณเอง ลองเลือกเอารายการที่มีเนื้อหาสาระที่เป็นความรู้ เพราะเราเสียเวลาอยู่ในรถเป็นเวลานานในแต่ละวัน ระหว่างการเดินทาง หากเราเลือกฟังอะไรที่มีสาระและเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อชีวิต เราจะสามารถเรียนรู้อะไรได้มากมาย หากลองพิจารณาและตั้งใจฟังสิ่งเหล่านั้นที่เป็นความรู้ แล้วไอเดียดีๆ จะซึมซับลงไปในตัวคุณโดยที่คุณไม่รู้ตัวในทุกๆ วันเลยล่ะค่ะ >>ค้นหาสิ่งที่ดีในงานและอาชีพของคุณ<< เมื่อองค์กรหรือบริษัทที่คุณทำงานอยู่จัดอบรมให้ความรู้ หรือจัดสัมมนาต่างๆ หากมีโอกาสจงเข้าร่วมฟังบรรยาย โดยเฉพาะยิ่งถ้ามีผู้เชี่ยวชาญในสายงานของคุณมาพูดด้วยแล้วยิ่งสมควรอย่างยิ่งที่จะต้องเข้าฟัง หมั่นหาหลักสูตรเพิ่มเติมอื่นๆ แล้วเรียนรู้สิ่งที่คุณสามารถทำได้ เมื่อสงสัยให้รีบถามเพราะเป็นโอกาสที่คุณจะได้รับความรู้จากผู้เชี่ยวชาญมากกว่าคนอื่น อีกทางหนึ่งคือพยายามหาหนังสือที่เขียนโดยผู้เชี่ยวชาญที่เก่งๆ ในสายงานที่เราทำ อ่านบทความและฟังคนที่ประสบความสำเร็จมาแล้วบ่อยๆ จนทำให้คุณอยากและต้องการประสบความสำเร็จแบบเขาเหล่านั้นบ้าง […]

พร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ จากอุปสรรคในชีวิตที่เกิดขึ้นอยู่เสมอ!

เราทุกคนต่างรู้ดีว่าไม่มีใครที่ในชีวิต ไม่เคยพบเจอกับอุปสรรค มันเป็นสิ่งธรรมดาสามัญที่ทุกคนต้องพบเจออยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน เมื่อมันเกิดขึ้นแล้วคุณไม่สามารถหลีกเลี่ยงมันได้ แต่สามารถแก้ไขได้ ดังนั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือคุณจะต้องรับมือกับอุปสรรคที่เกิดขึ้นได้อย่างไรต่างหาก ในหลายๆ ปัจจัย อุปสรรคจัดเป็นสิ่งที่ดีเพราะมันทำให้คุณพบช่องโหว่ในแผนการที่ตัวคุณเองวางไว้ มันทำให้คุณค้นเจอข้อผิดพลาดที่มีอยู่ และทำให้คุณสามารถจัดการแก้ไขมันได้ทันเวลา ก่อนที่จะเกิดปัญหาใหญ่โตไปมากกว่าที่เป็นอยู่ คนเราจะเติบโตขึ้นเสมอ เมื่อได้พบเจอและก้าวข้ามผ่านอุปสรรคต่างๆ ในชีวิตไปได้ เพราะ “อุปสรรค” คือสิ่งที่สอนให้คนเราได้เรียนรู้ชีวิต ได้ใช้สติปัญญา ได้ใช้สมอง ค้นหาหนทางในการแก้ไข คิดหาวิธีจัดการกับอุปสรรคปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่ตรงหน้า บางคนเลือกที่จะวิ่งเข้าชนกับอุปสรรคที่ขวางอยู่ตรงๆ และรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้น พวกเขาก็จะฝ่าผ่านอุปสรรคไปโดยอาจจะมีบาดแผลติดตัวไปบ้าง แต่เขาจะแข็งแกร่งขึ้น และเรียนรู้ว่าในครั้งต่อๆ ไป จะต้องเข้าชนกับมันอย่างไรบ้างให้เจ็บน้อยลง บางคนเลือกที่จะเดินไปข้างๆ สำรวจอุปสรรคให้ถี่ถ้วน ก่อนจะเลือกเฟ้นเส้นทางการฝ่าฟันอุปสรรคไป อาจจะอาศัยตัวช่วยบ้าง เช่น หาบันไดมาพาดปีนข้าม หรืออาศัยแรงคนอื่นช่วยกันส่งข้ามไป เมื่อผ่านไปได้แล้ว พวกเขาก็จะหันกลับมามองว่าใครบ้างที่ช่วยให้ตนเองผ่านอุปสรรคนั้นไปได้ และจดจำผู้คนเหล่านั้นเอาไว้ในใจ ในขณะที่บางคนกลับยืนแหงนหน้ามองอุปสรรคที่ขวางอยู่อย่างงุนงง ไม่รู้ว่าตัวเองควรจะทำอะไรต่อไปดี บางคนอาจถึงกับต้องหยุดอยู่ตรงนั้นตลอดไป เพราะไม่กล้าจะหักหาญเข้าสู้กับสิ่งที่ขวางหน้าอยู่ ได้แต่รอคอยว่าอุปสรรคจะหลีกทางให้ตัวเองเสียที ถ้าอุปสรรคนั้นเลือนหายไปตามกาลเวลาก็ถือว่าโชคดีไป แต่ถ้าว่ามันเป็นอุปสรรคที่เกิดขึ้นจากตัวเองแล้วล่ะก็ รอคอยให้ตายยังไงอุปสรรคนั้นก็ยังขวางหน้าอยู่เหมือนเดิมค่ะ เราทุกคนสามารถเรียนรู้ทุกประสบการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตของตัวเองได้เสมอ วิธีการแก้ไขปัญหาของแต่ละคนก็ย่อมแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสิ่งที่คนๆ นั้นพบเจอ เมื่อผ่านมาในชีวิต การศึกษาประสบการณ์ของคนอื่นแล้วนำมาปรับใช้ให้เข้ากับตนเองได้อย่างเหมาะสมได้ก็จะเป็นการดีเหมือนในบางกรณีนั่นเองค่ะ ดังนั้น […]

แบ่งเบาความทุกข์ในใจ ด้วยการปรับเปลี่ยนความคิดตัวเอง

แบ่งเบาความทุกข์ในใจ ด้วยการปรับเปลี่ยนความคิดตัวเอง เชื่อว่าหลายๆ คนเวลาที่มีความทุกข์ มักไม่ค่อยอยากบอกหรือเปิดเผยให้ใครรับรู้สักเท่าไหร่ เนื่องจากการกลัวคนรอบข้างจะคิดมากตาม หรือในบางครั้งก็กลัวการถูกซ้ำเติม จนทำให้เกิดความรู้สึกย่ำแย่ เพราะฉะนั้น ชีวิตคนเราจึงจำเป็นต้องมีวิธี แบ่งเบาความทุกข์ในใจ ของตัวเอง ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และมุมมองความคิดเสียใหม่ ว่ากันว่า บางทีพฤติกรรมและความคิดของเราเองนั้น ก็มีผลอย่างยิ่งต่อความรู้สึกไม่ดี หรือความทุกข์ที่กำลังเกิดขึ้น บางคนจึงเลือกอยู่กับสิ่งที่ทำให้ตัวเองปลอดภัยจากเรื่องราวต่างๆ ซึ่งมีผลทำให้ไม่สบายใจ หรือบางคนก็เลือกวนเวียนอยู่กับสาเหตุที่ก่อให้เกิดแต่ทุกข์อยู่อย่างนั้น นี่จึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมเราถึงสามารถแบ่งเบาความทุกข์ในใจ ด้วยการปรับเปลี่ยนที่มุมมองความคิดของตัวเองได้ เมื่อเปลี่ยนใครไม่ได้ ก็จงเปลี่ยนที่ตัวเราเอง หลายครั้งหลายครา ที่เราพยายามจะใช้คำพูดและการกระทำในการเปลี่ยนแปลงตัวใครสักคน แต่ก็มักค้นพบว่ามันแทบไม่เป็นผลเลย จนบางทีก็ดันก่อให้เกิดเป็นทุกข์ขึ้นมาด้วยเสียอย่างนั้น ทางที่ดี การพร่ำบอกกับตัวเองอยู่เสมอว่า ‘เมื่อเปลี่ยนแปลงตัวใครไม่ได้ ก็จงหันกลับมามองที่ตัวเราก่อน’ อาจเป็นสิ่งที่จะช่วยให้คุณรู้สึกแย่น้อยลง และเข้าใจอะไรๆ มากขึ้น เนื่องจากการไม่ต้องฝืนใจบังคับใคร และไม่ต้องพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงตัวใคร เพราะในเมื่อตัวเขายังไม่สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ ก็คงไม่มีประโยชน์ที่เราจะไปฝืนความเป็นตัวตนของเขาอยู่อย่างนั้น ความทุกข์ก็เหมือนลม เมื่อพัดเข้ามา ก็ย่อมต้องพัดออกไป เป็นสัจธรรมของชีวิตที่ว่า คนเราต่างก็ต้องมีขึ้นมีลง มีวันที่ดีและวันที่ร้าย ปะปนกันไป คงไม่มีใครที่จะสุขไปตลอด หรือทุกข์ไปตลอด มิเช่นนั้น เราอาจจะไม่ได้เรียนรู้ในสิ่งต่างๆ และประสบการณ์จากความเปลี่ยนแปลงบ้างเลย การมองให้ความทุกข์เปรียบเสมือนดั่งสายลมที่พัดเข้ามา แล้วเดี๋ยวก็พัดผ่านไป […]

ย้อนอดีต ทบทวนสิ่งที่ผ่านมา อาจเจอสิ่งที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จในอนาคต!

ขึ้นชื่อว่า “อดีต” ย่อมเป็นบทเรียนที่สอนให้เกิดการสะสมอนาคต สิ่งสำคัญของอดีตคือการสร้างประสบการณ์ และประสบการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตที่เราได้ผ่านมาทั้งหมดคือสิ่งที่สร้างให้เป็นตัวเราขึ้นมาในวันนี้ เหมือนที่เราเคยได้ยินคำพูดที่ว่า “ผิดเป็นครู” ผู้ที่จะประสบความสำเร็จ ในอนาคตได้นั้นจะต้องรู้จักเรียนรู้จากอดีตตนเอง ไม่เพียงแค่เรียนรู้จากประสบการณ์ ดีๆ เท่านั้น แต่ยังต้องเรียนรู้จากข้อผิดพลาดที่เคยผ่านมานอดีตของตนเองด้วย การทบทวนประสบการณ์ที่เราเคยได้ประสบพบเจอมา จะช่วยให้เราสามารถพบเจอตัวเองได้ดีขึ้นค่ะ และสามารถที่จะตอบความต้องการที่แท้จริงของตัวเองได้ รวมถึงมองเห็นหนทางลางๆ ของเส้นทางที่จะก้าวต่อไปในอนาคต เพราะคนเราไม่สามารถก้าวต่อไปข้างหน้าได้ โดยที่ไม่หันกลับมามองอดีตของตัวเอง แล้วคุณรู้มั้ยว่าตัวเราเองสามารถอาศัยการพิจารณา สังเกต และทบทวนมองย้อนกลับไปในอดีตของตัวเองเพื่อช่วยในการค้นหาตัวเองได้ไม่ยาก และคนทั่วไปมักจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังทบทวนอดีตเพื่อพัฒนาอนาคตของตัวเองกันอยู่แทบทุกวันเสียด้วยซ้ำ เอาจริงๆ ทุกสิ่งที่ผ่านมาก็สามารถเป็นบทเรียนได้ แล้วบทเรียนแบบไหนบ้างล่ะที่เราควรนำกลับมาทบทวน เพื่อปรับปรุงสำหรับใช้ในอนาคต จริงๆ แล้วไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์แบบไหน ก็ล้วนแล้วแต่สำคัญทั้งสิ้น เพียงแค่จุดเล็กๆ หรือความรู้สึกดีๆ ในการทำเรื่องเล็กๆ น้อยๆ บางอย่างก็สามารถจะบอกอะไรคุณได้มากกว่าที่คุณคิดก็ได้ค่ะ! >>มองย้อนกลับไปหาอดีตกับหลักการง่ายๆ ที่ทำให้เราประสบความสำเร็จ<< การทดลองมองย้อนกลับไปหาอดีตสมัยยังเด็กอยู่ก็จัดว่าไม่เลวนัก หลักง่ายๆ หลักแรกสุดของการดึงอดีตมาทำให้เราประสบความสำเร็จคือการมองย้อนกลับไปในเหตุการณ์ในอดีต อาจจะเริ่มต้นที่ประสบการณ์ดีๆ การประสบความสำเร็จที่ผ่านมาในชีวิต สิ่งที่ทำให้เกิดความรู้สึกยินดีและภาคภูมิใจ อาจจะเป็นเพียงความทรงจำเล็กๆ จากการที่เราเคยประสบความสำเร็จกับอะไรบางอย่างตั้งแต่ในสมัยเด็ก ซึ่งการย้อนกลับไปมองความสำเร็จเล็กๆ ในสมัยเด็กนี้ จะช่วยกระตุ้นให้คุณมองเห็นความรู้สึกพื้นฐานขั้นแรกสุด และกระตุ้นความอยากรู้สึกแบบนั้นอีกครั้งของเราขึ้นมาด้วย >>มองย้อนกลับไป หาแรงกระตุ้นที่ส่งผลให้เราทำอะไรบางอย่างนั้นจนสำเร็จ<< หลังจากมองเหตุการณ์สมัยเด็กแล้ว ให้ลองมองย้อนขึ้นมาเรื่อยๆ ถึงความรู้สึกของการประสบความสำเร็จหรือการได้ทำอะไรให้ลุล่วงลงไปสักอย่าง […]

คนคิดบวกไม่ใช่พวกโลกสวย แต่คือคนมองทุกอย่างในแบบที่มันเป็นต่างหาก!

เราทุกคนต้องการที่จะมีสุขภาพกายที่แข็งแรงสมบูรณ์ ตัวคุณเองก็ต้องการมีสุขภาพจิตที่แข็งแรงสมบูรณ์เช่นเดียวกันใช่มั้ยคะ และการจะมีสุขภาพจิตที่แข็งแรงเค้าวัดกันที่ความรู้สึกทางจิตใจ นั่นคือ คุณมองโลกในแง่ดีแค่ไหน โลกที่ว่าก็คือทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับตัวของคุณเอง และที่เกี่ยวข้องกับชีวิตในด้านต่างๆ ของคุณ คนที่ประสบความสำเร็จหลายคนพูดว่า ความคิด สามารถกำหนดชีวิตของคนได้ ที่สำคัญต้องรู้จักมองโลกในแง่ดี หลายคนเข้าใจผิดว่าคนคิดบวกคือพวกโลกสวย แต่ในความจริงคนคิดบวกคือคนที่ยังมองทุกอย่างในแบบที่มันเป็น เพียงแต่เลือกโฟกัสเฉพาะด้านที่ดี ทำให้มีวิธีคิดและการดำเนินชีวิตที่ต่างจากคนแบบอื่น ลองฝึกคิดในแง่ดี เพื่อรับมือกับทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาแล้วชีวิตคุณจะมีสุขเพิ่มขึ้น ต่อไปนี้จะเป็นวิธีการที่เราอยากนำมาบอกให้ทุกคนลองคิดตามกันดู เป็นวิธีการคิดในลักษณะเฉพาะที่สุด เพื่อที่คุณจะได้รู้สึกดีมากขึ้นกับตัวเอง และรู้สึกดีกับทุกสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและพร้อมรับมือกับมันได้ตลอดเวลา เพราะคุณไม่มากลัวว่าใครจะมองวาคุณเป็นพวกโลกสวย ไม่ต้องไปแคร์ค่ะ ถ้าโลกสวยแล้วทำให้ชีวิตเราดีขึ้นก็สวยไปเถอะ เราเองที่รู้อยู่แก่ใจดีว่า เราเป็นแค่เพียงคนที่มองอะไรในแบบที่มันเป็นจริงเท่านั้นต่างหาก >>การควบคุมปฏิกิริยาตอบสนองของตัวเอง<< การมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อสิ่งเร้าภายนอกที่มาทำอะไรกับตัวเรา เรามักจะตอบสนองออกมาทันที โดยไม่มีการควบคุมเพราะจิตใต้สำนึกของเราคิดเอาไว้แล้วว่าเมื่อมีคนว่าเราก็จะต้องงโกรธทันที ของแบบนี้ฝึกกันได้ค่ะ เพราะการมีปฏิกิริยาตอบสนองแบบพื้นฐานของคนที่มองโลกในแง่ดี กับผู้ที่มองโลกในแง่ร้าย ข้อแตกต่างคือ ผู้ที่มองโลกในแง่ดีจะมองว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเพียงเรื่องชั่วคราว เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแบบมีระยะเวลาจำกัด ไม่มีผลกระทบอย่างแท้จริงต่ออนาคต นั่นก็คือคิดว่าเดี๋ยวมันก็ผ่านไปนั่นเอง แต่ขณะที่คนที่มองโลกในแง่ร้ายจะมองว่าเป็นเรื่องที่เกิดต่อไปอย่างถาวร เห็นว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตและชะตาชีวิตของตัวเอง ซึ่งแบบนั้นมันไม่เห็นมีประโยชน์อะไรสักนิดจริงมั้ยคะ >>แยกเหตุการณ์แต่ละอย่างออกจากกัน<< ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดระหว่างคนที่มองโลกในแง่ดีกับคนที่มองโลกในแง่ร้ายก็คือ ผู้ที่มองโลกในแง่ดีจะมองความยากลำบากต่างๆ เป็นเรื่องเฉพาะหนึ่งๆ ขณะที่คนที่มองโลกในแง่ร้ายจะมองว่ามันกระจายตัวออกไปครอบคลุมเรื่องอื่นๆ ทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมด หมายถึงเมื่อมีอะไรเลวร้ายเกิดขึ้นสักอย่างหนึ่ง สำหรับผู้มองโลกในแง่ดีแล้วเขาจะมองเหตุการณ์นั้นว่ามันเป็นเพียงเรื่องเดียวที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องอื่นๆ ที่กำลังเกิดขึ้นในชีวิต >>มองเหตุการณ์ที่ไม่เป็นดังหวังว่าเป็นเรื่องชั่วคราว<< ในกรณีที่มีเหตุการณ์ที่คุณกำลังหวังอะไรสักอย่างเอาไว้มากๆ แล้วเกิดต้องมีอันล้มเหลวแล้วคุณคิดได้ว่านี่มันเป็นเพียงสิ่งหนึ่งที่อาจเกิดขึ้นได้ในชีวิตของเราทุกคนมันไม่ใช่โชคร้าย นั่นเป็นปฏิกิริยาตอบสนองแบบคนที่มองโลกในแง่ดี […]

keyboard_arrow_up