เลิกมองว่าชีวิตนี้ไม่ยุติธรรม และทำทุกวันให้เป็นวันที่ดี

คนที่จมอยู่กับความทุกข์มักจะกล่าวโทษว่าโลกนี้ไม่ยุติธรรมมักจะคิดว่าทำไมตัวเองถึงต้องเป็นผู้แบกรับความทุกข์ไว้ขนาดนี้ ทำไมคนอื่นที่แย่กว่าตัวเองถึงได้ดูมีความสุขกว่า และมักพร่ำบ่นว่าโลกนี้ไม่มีความยุติธรรมเอาซะเลย…ความคิดแบบนี้เป็นมุมมองของคนที่มีความทุกข์ค่ะ ถ้าเราอยากเป็นคนทุกข์เราก็มองโลกแบบนั้นไป แต่ถ้าอยากเป็นคนสุขเราก็ต้องมองโลกกลับกัน เชื่อเถอะค่ะว่าโลกใบนี้แหละที่คงไว้ซึ่งความยุติธรรมที่สุดแล้ว แต่อย่างไรก็ตามก็ต้องไม่ลืมว่าชีวิตที่ดีต้องมาจากการกระทำที่ดี ชีวิตที่ไม่ดีนั่นก็เพราะการกระทำที่ไม่ดีไม่ถูกต้องเช่นกัน อย่าโทษโลก อย่าโทษคนอื่น อย่าโทษสิ่งแวดล้อม หรืออย่าโทษสิ่งใดๆ เลยค่ะ ตัวเราเองนั่นแหละที่เป็นคนทำให้ทุกอย่างมันเป็นไป โลกไม่ได้โหดร้าย โลกไม่ได้ไม่ยุติธรรม โลกก็อยู่ของมันเฉยๆ เราก็มีชีวตอยู่บนโลกใบเดิมนี้มาตั้งแต่แรก เราสุข เราทุกข์ โลกก็ยังคงเป็นโลกใบเดิม เอาเป็นว่า เอาเวลาที่ตจะมานั่งโทษว่าโลกนี้ร้าย มานั่งคิดวิธีที่จะทำให้ตัวเองอย่ได้บนโลกแบบเป็นสุข และมีความทุกข์น้อยที่สุดจะดีกว่าค่ะ วันนี้เราเลยเอาแนวคิดดีๆ ที่จะทำให้ชีวิตของคุณดีขึ้นได้ถ้าคิดตามมาฝาก ลองทบทวนดูดีๆ ว่า ที่ผ่านมา เราเองที่พลาด หรือโลกนี้โหดร้ายกันแน่ คิดได้แล้วก็ปรับปรุงตัว ปรับปรุงความคิด ตอนนี้ก็ยังไม่สายเกินไปค่ะ >> ใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบัน ทำให้ทุกวันเป็นวันที่ดี << เราอย่ามัวมาโทษนั่นโทษนี่อยู่เลย อย่ายอมแพ้ต่ออุปสรรคที่เจอ แล้วเอาเวลามามุ่งมั่นทำตามความฝัน อย่าลืมนะคะว่าความมุ่งมั่นนี่แหละคือสิ่งที่สำคัญที่สุดของชีวิต คนเราถ้าจะหาความสุขที่แท้จริงได้ต้องพยายามควบคุมความคิดตัวเองให้ได้ และเกิดความมุ่งมั่นในการทำอะไรบางอย่าง ในทางกลับกันสิ่งที่คอยขัดขวางไม่ให้เรามุ่งมั่นได้ตลอดรอดฝั่งก็คืออาการหมดพลัง เมื่อหมดพลังเราจะเกิดความท้อแท้ และเนเหตุผลให้เราอยากหาสิ่งที่มารับผิดกับความผิดหวังครั้งนี้ก็กล่าวโทษไปเรื่อย เอาเป็นว่าเลิกหาคนผิด เลิกโทษทุกสิ่ง เดินหน้าใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบัน ใช้ชีวิตแบบที่ไม่เบียดเบียนตัวเอง ไม่เบียดเบียนคนอื่น ทำแต่ละวันให้ดี ทำวันนี้ดี […]

อย่าปล่อยให้ความคิดของคนอื่น มาขัดขวางความสุขในชีวิตของเรา

การที่คนคนหนึ่งจะประสบความสำเร็จในชีวิตได้นั้น แน่นอนว่าต้องเป็นคนที่รับมือกับทุกปัญหา และทุกสิ่งที่เข้ามาในชีวิตได้ทุกเรื่อง  เพราะปัญหาต่างๆ ถือเป็นอุปสรรคใหญ่ในการใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่น รวมถึงการทำงานร่วมกันด้วย และการแก้ปัญหาต่างๆ ที่เข้ามาได้ด้วยตัวเองจึงถือเป็นการเอาชนะใจตัวเองได้อีกทางหนึ่ง อีกอย่างคือการที่เราจะมีความสุขในชีวิตได้คือการไม่ปล่อยให้คนอื่นมากำหนดหรือบงการชีวิตของเรา เพราะตัวเรามีสิทธิ์ที่จะใช้ชีวิตได้ในแบบที่ต้องการหากไม่ทำให้ใครเดือดร้อน เราสามารถใช้ชีวิตได้อย่างภาคภูมิใจในตัวเองได้ทุกๆ วัน บางคนกลัวการตัดสินใจ กลัวว่าคนอื่นจะมองว่าสิ่งที่ทำนั้นไม่ดี บางทีก็ไม่กล้าเพราะไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นทำอะไรก่อน ไม่รู้จะเริ่มพัฒนาตัวเองอย่างไรดี มักจะกลัวอนาคตที่ยังมาไม่ถึง หวาดกลัวกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น เพราะรู้เพียงอย่างเดียวว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นจะต้องสูญเสียอะไรบ้าง แต่กลับไม่รู้ว่าจะได้อะไรมาบ้าง ทั้งหทดนี่แหละค่ะ เป็นการแสดงให้เห็นว่าคุณให้ความคิดของคนอื่น หรือสิ่งต่างๆ ที่เป็นปัจจัยภายนอกมากำหนดความสุขในชีวิตตัวเอง >> ไม่คาดหวังในตัวใคร และไม่ต้องให้ใครมาคาดหวังในตัวเรา <<  ที่จริงแล้วนั้นความสุขไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเราได้ใช้ชีวิตแบบคนรวย ได้แต่งงานกับคนมีฐานะ มีหน้ามีตาในสังคม มีเงินทองจับจ่ายใช้สอย แต่ความสุขที่แท้จริงคือการที่มีชีวิตในแต่ละวันแบบสบายใจ ไม่ต้องมานั่งคาดหวังอะไรจากใคร หรือไม่ต้องมาคอยทำตัวตามความคาดหวังใคร เราสามารถเลือกเดินตามเส้นทางที่ตัวเองชอบ และต้องการ ไม่ต้องให้ใครมากำหนดหรือขีดเส้นทางให้เราเดิน  จงเดินบนเส้นทางของตัวเองอย่างแน่วแน่ โอกาสมักมาปรากฏให้เห็นช้าเสมอ และจงมีความสุขกับการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ด้วยการทำตัวเองให้ว่างเปล่า เป็นอิสระ แล้วจะทำให้เราพบหนทางของตัวเอง ที่จะนำเราไปสู่ความสุข >> ในโลกนี้สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเราก็คือตัวเราเอง << ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนหรือเผชิญกับสถานการณ์อะไร อยากให้เชื่อว่าสิ่งที่ดีที่สุดก็คือตัวเองในยามที่ยากลำบากจงเชื่อมั่นในตัวเอง ไม่มีปัญหาอะไรที่ยากเกินแก้ไข ไม่มีอุปสรรคใดที่ยิ่งใหญ่เกินจะข้ามผ่าน และเมื่อผ่านมันมาแล้วจะพบว่าทุกอย่างที่ผ่านมาเป็นแค่เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น จริงๆ แล้วการที่เราเป็นคนแบบนี้ก็เพราะพ่อแม่ […]

ความจริงของชีวิต ที่คนเราควรต้องยอมรับ

ความจริงของชีวิต ที่คนเราควรต้องยอมรับ เคยได้ยินกันมาบ้างแล้วใช่มั้ยคะ กับประโยคที่ว่า คนเราวิ่งหนีอะไรก็ได้ แต่ไม่สามารถวิ่งหนี ความจริงของชีวิต ได้ ซึ่งจะเห็นว่า คนที่เป็นทุกข์ส่วนใหญ่ มักเกิดจากการไม่ยอมรับสภาพแท้จริงที่ตัวเองเป็นอยู่ จนกลายเป็นการสร้างความสุขปลอมๆ ขึ้นมาเพื่อปกปิดปมในใจ แต่การยอมรับความจริง ก็ไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวอะไรขนาดนั้นหรอกนะคะ เพราะบางทีมันอาจทำให้เราได้มองเห็นมุมมองอีกหลายๆ มุม ที่น่าจะทำให้ชีวิตมีความทุกข์น้อยลงกว่าเดิม ซึ่งเรื่องที่คนเราควรต้องยอมรับให้ได้ จะมีอะไรบ้างนั้น ตามมาฟังพร้อมกันเลยค่ะ ยอมรับว่าต้นทุนคนเราไม่เท่ากัน เป็นเรื่องจริงที่ว่า คนทุกคนเกิดมาต่างกัน ไม่ว่าจะฐานะ หน้าตา การศึกษา หรือแม้กระทั่งพื้นฐานครอบครัว ซึ่งสิ่งเหลานี้ ถือเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่ง ที่มักจะชอบทำให้มนุษย์เราเกิดความรู้สึกเปรียบเทียบ จนทำให้ชีวิตมองหาความสุขได้ยาก แต่ถ้าหากสามารถยอมรับ และนำไปพัฒนาปรับปรุงตัวเองได้ เชื่อว่าสักวัน สิ่งดีๆ จะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ยอมรับว่าการมีครอบครัวที่พร้อมเข้าใจและสนับสนุนย่อมดีกว่า อย่างที่กล่าวไปแล้วว่า การมีพื้นฐานครอบครัวที่ดี นับเป็นความโชคดีของชีวิตอย่างหนึ่ง เพราะการที่คนเราจะประสบความสำเร็จได้นั้น ส่วนนึงย่อมมาจากแรงผลักดันของคนที่อยู่ข้างหลัง แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า ผู้ที่อยู่ในครอบครัวไม่สมบูรณ์แบบแล้วชีวิตจะไม่มีความสุขเลย เพราะถ้าหากใจเราพร้อมที่จะก้าวไปข้างหน้า เชื่อว่าก็คงไม่มีอะไรฉุดรั้งเราให้หยุดอยู่กับที่ได้หรอก >>คลิกอ่านต่อหน้าถัดไป<<

เพื่อนที่ดี ต้องเป็นคนยังไง? คุณลักษณะของเพื่อนที่คอยสนับสนุนให้เราก้าวหน้าอยู่เสมอ

เพื่อนที่ดี ต้องเป็นคนยังไง? คุณลักษณะของเพื่อนที่คอยสนับสนุนให้เราก้าวหน้าอยู่เสมอ เพื่อนที่ดี ไม่เกี่ยวกับว่าเพื่อนคนนั้นจะเป็นเพศอะไร หรือ อายุเท่าไหร่ หรือเรียนเหมือนกับเราหรือไม่ แต่เพื่อนที่ดี ตามมุมมองของคุณโซนยองฮัก ผู้เขียนหนังสือเรื่อง “เป็นคนเก่ง ไม่ต้องรู้มาก แต่ต้องรู้จริง” สำนักพิมพ์ Amarin How – to เพื่อนที่ดี คือ เพื่อนที่สามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้ สามารถพูดคุยกันได้อย่างตรงไปตรงมา ช่วยเปิดมุมมองของเราให้กว้างขึ้น ได้เห็นมุมมองใหม่ๆ ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน กล้าแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง และไม่รู้สึกโกรธ เมื่อต้องพบกับความคิดเห็นที่แตกต่าง เพื่อนแบบนี้แหละ จึงจะเรียกว่า “เพื่อนคู่คิด” ได้อย่างแท้จริง มาลองดูกันว่า คนสำเร็จ ผู้มีชื่อเสียงระดับโลก มีความคิดเห็นเกี่ยวกับ “เพื่อน” อย่างไรบ้าง   อีลอน มัสก์ (Elon Musk) ผู้บริหารเทสลา และ SpaceX อีลอน มัสก์ (Elon Musk) เล่าเรื่องเพื่อนบนเวที TED Talks เอาไว้ว่า […]

จงเป็นตัวของตัวเอง อย่าเป็นตัวของคนอื่น!

เชื่อหรือไม่คะว่าบนโลกใบนี้ไม่มีใครเหมือนใคร ทุกคนมีจุดเด่น มีความเป็นตัวของตัวเองกันทุกคน ใครที่ค้นหาความเป็นเจอและเมื่อเจอแล้วก็จงภูมิใจในแบบที่ตัวเองเป็นเถอะค่ะ แน่นอนว่าเราอาจมีบุคคลที่เราชื่นชอบ ชื่นชมในความเก่ง ความสวย และเราก็อยากที่จะเป็นแบบคนคนนั้นบ้าง ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ดีที่เราจะเลือกเอาบางมุมที่เราชื่นชอบมาเป็นแรงผลักดันให้เราพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น แต่อย่าลืมว่าต้องไม่เลียนแบบจนเสียความเป็นตัวเอง ไป อย่าเอาความเป็นคนอื่นมาสวมทับรอยของตัวเราเลย เพราะเราอาจจะทำได้แค่เปลือกนอก แต่ในใจเรานั้นรู้ดีค่ะว่าตัวเราเป็นใคร และตัวเราเป็นอย่างไร นาทีนี้เราอยากบอกกับทุกคนเหลือเกินว่า อย่าพยายามเป็นเหมือนใครเราเป็นในแบบที่เราเป็น ถึงจะไม่ได้ดีมากมายแต่อย่างน้อยเราก็ได้เป็นตัวเองอย่างเต็มที่ เป็นตัวของตัวเองในด้านความคิด การแต่งกาย การแสดงออก อย่าให้ใครมามีอิทธิพลเหนือความเป็นเราไปได้ คนที่มีเสน่ห์ที่แท้จริงคือคนที่มีความเป็นตัวของตัวเองนี่ล่ะค่ะ อย่าพยายามเอาความเจ๋งของคนอื่นมาใส่ตัวเราถ้ามันไม่ได้เข้ากัน แต่จงสร้างความเจ๋งขึ้นจากตัวเราเอง น่าจะง่าย และมีความสุขกว่า ทีนี้ลองมาดูกันค่ะว่า การ “เป็นตัวของตัวเอง” ที่จะทำให้คุณมีความแตกต่าง และหลายสิ่งที่ทำให้คุณแตกต่าง คือหลายสิ่งที่ทำให้คุณเป็นคุณ และคนที่มองออกจะรักคุณ ก็เพราะคุณเป็นคุณนั่นเอง >> อย่าตามกระแสจนโอเวอร์ << เรื่องของกระแสบางทีเราก็ยากที่จะสวนทางนะคะ ยิ่งผู้หญิงเราเป็นเพศที่ง่ายต่อการโน้มน้าว และโอนอ่อนผ่อนตามไปตามกระแสได้ง่ายๆ อยู่แล้วด้วย แต่อย่าลืมนะคะว่าเราต้องมีจุดยืนในตัวเอง กระแสต่างๆ ผ่านมาแล้วก็ผ่านไปไม่ได้หมายความว่าจะให้คุณทำตัวเป็นคนขวางโลกนะคะ แบบไม่สนใจอะไรทั้งสิ้นอันนั้นก็อาจจะเกินไปนิด แค่อยากให้ตามกระแสอย่างเท่าทันและมีสติ ไม่ใช่ว่าอะไรมา อะไรที่เค้าฮิตกันก็แห่ตามไปซะทุกอย่าง ต้องดูถึงความเหมาะสมและความเป็นไปได้ที่มันจะนำสิ่งนั้นมาอยู่ในชีวิตเราด้วยค่ะ กระแสมีเอาไว้ให้เรารู้ทัน แต่ไม่ได้หมายความว่ามีเอาไว้ให้ใหลตามจนหลงลืมความเป็นตัวเองไปค่ะ แต่บางกระแสก็มีส่วนดีนะคะ เช่น กระแสการลดโลกร้อน […]

ข้อดีของการพูดคำว่า “ไม่” ที่ทำให้ ชีวิตง่ายขึ้น เยอะ

ข้อดีของการพูดคำว่า “ไม่” ที่ทำให้ ชีวิตง่ายขึ้น เยอะ แอบเห็นหลายคนชอบบ่นกันว่า ทำไมชีวิตมันถึงได้ยากกว่าที่คิดเอาไว้นักนะ ทั้งๆ ที่ก็พยายามทำอะไรๆ ให้มันง่ายที่สุดแล้ว ซึ่งบางทีปัญหาเหล่านี้อาจเกิดมาจากตัวของเราเอง ที่ไม่รู้จักพูดคำว่า “ไม่” หรือพูดปฏิเสธออกไปซะบ้าง จนทำให้ความวุ่นวายมาเยือนแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ ฉะนั้น ในวันนี้เราจึงอยากชวนทุกคนมาเรียนรู้ข้อดี และประโยชน์ของการรู้จักพูดปฏิเสธ หรือพูดคำว่า “ไม่” ในบางสถานการณ์ เพื่อทำให้ ชีวิตง่ายขึ้น กว่าเดิมกันดีกว่าค่ะ ได้เป็นตัวของตัวเอง เพราะในบางครั้ง การที่จะแสดงจุดยืนหรือความคิดของตัวเองออกมา อาจต้องพึ่งพาการพูดปฏิเสธซะบ้าง เพื่อทำให้ทุกคนรู้ว่า เราไม่ได้คล้อยตามไปหมดทุกเรื่อง ซึ่งข้อดีของการทำแบบนี้ นอกจากจะสามารถทำให้คนรอบข้างรู้ว่า เราเป็นคนอย่างไร ต้องการอะไรหรือไม่ต้องการอะไร เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยแล้ว ยังทำให้ได้เป็นตัวของตัวเอง ไม่ต้องถูกใครลากหรือชักจูงได้ง่ายอีกด้วย ไม่ต้องฝืนทำในสิ่งที่ไม่ชอบ หากมีใครสักคนมาขอร้องให้คุณ ทำในสิ่งที่คุณเองก็ไม่ได้รู้สึกอยากที่จะทำมันสักเท่าไหร่ แทนที่จะตอบตกลงเพื่อเป็นการรักษาน้ำใจ แต่ลองพูดปฏิเสธออกไป เชื่อเถอะว่า อาจช่วยให้คุณรู้สึกดีมากกว่า เพราะอย่างน้อยๆ ก็ไม่ต้องมานั่งตีสองหน้า หรือ ฝืนทำในสิ่งที่ตัวเองไม่โอเคจนเกิดเป็นความอึดอัดระหว่างกัน >>คลิกอ่านต่อหน้าถัดไป<<

เคล็ด (ไม่) ลับ กับการสร้างสัมพันธ์ 360 องศา แบบง่ายๆ

ในทุกๆ วัน ที่เราใช้ชีวิตอยู่นั้น ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวหรือในที่ทำงาน ล้วนรายรอบด้วยผู้คน ซึ่งเคลื่อนไหวและนำทางด้วยจิตใจคนที่มีทั้งความอ่อนไหว อ่อนโยน อ่อนแอ เข้มแข็ง แข็งแกร่ง แข็งกร้าว และอีกสารพัดอารมณ์ เพราะคนเราไม่ใช่หุ่นยนต์หรือเครื่องจักรที่ต้องบังคับด้วยโปรแกรมเพื่อให้เคลื่อนไหว หรือปราศจากอารมณ์ใดๆ ถ้าไม่ได้ตั้งโปรแกรมเอาไว้ ซึ่งเมื่อเราต้องใช้ชีวิตอยู่ในสังคมร่วมกับผู้อื่นจึงเป็นเรื่องสำคัญมากในการมีสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้าง เพราะคนเราจะอยู่ได้แบบมีความสุขและประสบความสำเร็จนั้น นอกจากความสามารถของตัวเองแล้ว บางทีอาจต้องอาศัยการอุ้มชู และช่วยเหลือจากคนอื่นด้วยค่ะ >> ความสัมพันธ์ที่ดี คือ การอยู่บนพื้นฐานของการใช้ “ใจ” << ลองคิดดูนะคะว่าสิ่งที่เราบอกไปนี้เป็นจริงหรือไม่ โดยเฉพาะเรื่องของการสร้างความสัมพันธ์ของเรากับคนอื่น สิ่งสำคัญเลยคือ “ใจ” ค่ะ เราต้องให้ใจไปก่อน ถึงจะได้ใจกลับมา เช่นเดียวกันหากเราหันปลายหอกแหลมๆ ไปทางคนอื่น คนคนนั้นก็จะหันปลายหอกกลับมาให้เราเช่นกัน ดังนั้น เราควรยื่นดอกไม้ที่สวยงามให้เขา เราจะได้รับดอกไม้ที่ช่วยสร้างความสดชื่นกลับมาเช่นกัน คำเปรียบเทียบนี้หมายถึงว่าอยากได้ความรู้สึกดีๆ จากใคร ก็จงให้ความรู้สึกดีๆ กับคนอื่นไปก่อนนั่นเอง แล้วอะไรคือ ความสัมพันธ์แบบ 360 องศาคำตอบก็คือ สิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบๆ ตัวเรานั่นเอง ทั้ง บน ล่าง ซ้าย ขวา […]

เช็คลิสต์ 4 อาการ ที่บอกว่าคุณเริ่ม รู้สึกเหนื่อย เกินไปแล้ว

เช็คลิสต์ 4 อาการ ที่บอกว่าคุณเริ่ม รู้สึกเหนื่อย เกินไปแล้ว เชื่อว่าหลายๆ คนน่าจะเคยเป็นกันอยู่บ้างนะคะ กับความ รู้สึกเหนื่อย ที่มันบรรยายไม่ถูก หรือตอบตัวเองแทบไม่ได้เหมือนกัน ว่าสาเหตุมันมาจากที่ตรงไหน ซึ่งในบางครั้งอาการเหล่านี้ ก็สามารถส่งผลต่อจิตใจเราได้เป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะกับผู้ที่มีนิสัยคิดมาก หรือผู้ที่ต้องแบกรับภาระมากมายมหาศาลเอาไว้ จนเริ่มรู้สึกไม่ไหว ในวันนี้ เราจึงอยากชวนทุกคน มาลองเช็คพฤติกรรมของตัวเองดูกันค่ะว่า กำลังเข้าข่ายอาการเหนื่อยเกินไป ถึงเวลาต้องพักบ้างแล้วหรือยังนะ !? คุณเริ่มไม่มีความสุขกับสิ่งที่ทำอยู่ จากที่เคยมีความสุขกับสิ่งที่รัก หรือไม่ว่าจะกับงานที่ทำ แต่คุณก็ดันเริ่มหมด passion และหมดความหลงใหลไปกับมันเอาซะดื้อๆ ซึ่งคุณเองก็ไม่เคยคาดคิดว่า มันจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมาก่อน ทางที่ดี ลองเลิกจดจ่อหรือหยุดมันเอาไว้ชั่วคราว เลิกใส่ใจมันดูสักพักและหันหน้าไปทำอย่างอื่นบ้าง บางทีอาจเป็นการให้เวลาตัวเองได้ลองค้นหาคำตอบชัดๆ ว่าสิ่งที่ทำอยู่มัน ‘ใช่’ หรือ ‘ไม่ใช่’ คุณรู้สึกไม่อยากให้ถึงวันพรุ่งนี้ น้อยคนนักนะคะ ที่จะไม่อยากให้ชีวิตเดินทางไปถึงวันพรุ่งนี้ เพราะเมื่อได้ลองนึกถึงของกินอร่อยๆ หรือการได้เจอหน้าคนที่รัก ก็รู้สึกว่าอยากให้ถึงวันพรุ่งนี้เร็วๆ แล้ว แต่สำหรับใครที่ไม่อยากให้วันพรุ่งนี้มาถึง เพราะเบื่อกับสิ่งที่ต้องเจอหรืออะไรก็ตามแต่ ลองเปลี่ยนความคิดตัวเองดูเสียใหม่ ว่าเราห้ามวันเวลาให้หยุดเดินไม่ได้ ฉะนั้น ก็จงหัดยอมรับและสู้ไปกับมัน บางทีอาจทำให้ชีวิตรู้สึกมีพลัง ไม่ยอมท้อถอย […]

“งาน” ที่ดีควร สร้างสุข ไม่ใช่ ก่อทุกข์

คนเราเมื่อเติบโตขึ้นมาพ้นจากวัยเด็กมาได้ ก็จะต้องเข้าสู่วัยทำงานซึ่งเป็นวัยที่เราต้องอยู่กับสิ่งนี้ยาวนานที่สุด ในชีวิตของคนคนหนึ่งหากให้ตีเป็นตัวเลขออกมา วัยแห่งการทำงานก็เริ่มตั้งแต่อายุ 20 ต้นๆ ไปจนถึง 60 ปี เรียกว่าใช้เวลานานมากๆ ทีเดียว คิดดูนะคะว่าสมมติแต่ละคนใช้เวลาส่วนใหญ่ในการทำงาน วันละ 8-9 ชั่วโมง ตลอดอายุจะใช้เวลาทำงาน เฉลี่ยประมาณ 53,000 ชั่วโมง เท่ากับว่า เราใช้เวลาเกือบครึ่งชีวิตในการทำงาน เลยทีเดียว…เป็นอะไรที่ยาวนานมากๆ เลยคะ ลองคิดดูดีๆ ว่าทุกวันนี้คนเราทำงานจะมีความรู้สึกอยู่สองอย่างคือมีความสุข และระทมทุกข์ นั่นเพราะเราใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ที่ทำงาน ดังนั้น “งาน” ที่ดี จึงสมควรจะต้องสร้างความสุขให้คนทำมากกว่าสร้างความรู้สึกที่ไม่ดีค่ะ การทำงานอย่างมีความสุขจะช่วยให้ผลงานของเราออกมาดี สร้างความภาคภูมิใจให้เราไปได้นานแสนนาน แต่ที่สำคัญการทำงานจะรู้สึกดีหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับทัศนคติของเรามีต่อการทำงาน นั่นเอง ทัศนคติในการทำงานที่ดี หรือทัศนคติในแง่บวก ย่อมทำงานได้อย่างมีความสุข แสดงศักยภาพที่มีออกมาให้ผู้ร่วมงานได้เห็นอย่างเต็มที่ อย่างที่มีคนเคยกล่าวเอาไว้ว่าทัศนคติที่ดีเช่นนี้ ทำให้คนเราสามารถสร้างผลงานแห่งชีวิตได้อย่างมากมาย ซึ่งจะช่วยขับไล่ความเลวร้ายในชีวิตอย่าง ความเบื่อหน่าย ความบกพร่อง และความยากจนออกไปจากชีวิตได้ เท่าที่เคยเห็นมาคนที่มีทัศนคติด้านบวกเกี่ยวกับงาน รักสิ่งที่ตัวเองทำ ไม่หยุดทำงานเมื่อยังมีแรงทำไหว หรือไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไรย่อมสร้างโอกาสดีๆ เข้ามาในชีวิตได้อย่างมากมาย แถมผลงานนั้นๆ ยังอาจช่วยสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับสังคมไปในทางที่ดีอีกด้วย ในทางกลับกันคนที่มีทัศนคติต่องานในแง่ลบ ย่อมเป็นคนที่มีแต่ความทุกข์ แม้ว่าการทำงานจะสร้างเงิน […]

อยากให้ชีวิตมีความหมายยิ่งขึ้น สิ่งที่ควรทำคือ “ปล่อยวาง”

ต้องยอมรับอย่างปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทุกวันนี้เราต่างต้องเผชิญปัญหากับความเครียดมากเพียงใด ทั้งจากการทำงาน การใช้ชีวิตที่ดิ้นรนแข่งขัน สภาพแวดล้อม หรือแม้กระทั่งคนที่อยู่รอบกายทุกปัจจัยสามารถกระตุ้นให้เกิดความเครียดทุกเวลา และหากเราไม่รู้จักวิธีในการป้องกันหรือขจัดแล้วล่ะก็ รับรองว่าผลเสียที่ตามมาจะเกิดขึ้นต่อทั้งร่างกายและจิตใจอย่างแน่นอนค่ะ และหากคุณเป็นคนที่ชอบเก็บเรื่องต่างๆ เอาไว้ในใจ และไม่เคยได้ปลดปล่อยมันออกมาเลยล่ะก็ เชื่อว่าชีวิตของคุณจะไม่พบกับความสุขแบบที่ควรจะเป็นอย่างแน่นอน เมื่อรู้แบบนี้แล้วเราจึงอยากแนะนำให้ทุกคนรู้จักคำว่า “ปล่อยวาง” กันดูค่ะ เพราะการรู้จักปล่อยวางเป็นสิ่งสำคัญในชีวิต หากเราเครียด เรากดดันตัวเราเอง หรือแม้แต่คอยจะเก็บความผิดพลาดเก่าๆ มาย้ำ ทำให้ชีวิตไม่มีความสุข วันนี้เราจึงมีวิธีดี ๆ ที่เมื่อคุณได้ปล่อยวางทิ้งไปได้แล้ว จะช่วยให้ชีวิตคุณมีความสุขและความหมายมากยิ่งขึ้นได้ค่ะ   >> พยายามคิดให้ได้ว่า “ไม่มีอะไรยั่งยืน” <<    ลองคิดทบทวนดูดีๆ นะคะ ว่าตอนนี้เรากำลังยึดติดอยู่กับสิ่งของนอกกาย อยู่หรือเปล่า และเมื่อใดก็ตามที่เรายึดติดกับอะไรมากๆ ความเจ็บ ความผิดหวัง ก็มักจะมาหาเราได้ง่ายขึ้นค่ะ นั่นเพราะถ้าเรายึดติดกับอะไรเราก็มักจะกลัวว่าของสิ่งนั้นจะหายไป สิ่งนั้นจะพัง กลัวใครจะมาขโมย เอาเป็นว่าเลิกยึดติดและคิดเสียว่าไม่มีอะไรแน่นอน ทุกสิ่งบนโลกย่อมมีการเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์และเวลา ทั้งความสุขและความทุกข์ก็ไม่ได้อยู่กับเราไปตลอดเช่นเดียวกัน ทุกอย่างผ่านมาแล้วก็มีวันผ่านไป ถ้าเราเข้าใจเรื่องนี้ได้ เราจะมีสติมากขึ้น เมื่อเกิดอำรขึ้นแล้วเราพจะไม่ทุกข์ เพราะเราปล่อยวางว่ามันไม่มีอะไรยั่งยืนตลอดไปยังไงล่ะคะ >> อ่านต่อหน้าถัดไป <<  

เปลี่ยนตัวเองให้ มองโลกแง่บวก เพื่อชีวิตเป็นสุข

เปลี่ยนตัวเองให้ มองโลกแง่บวก เพื่อชีวิตเป็นสุข ชีวิตคนเรา คงไม่ได้ต้องการอะไรไปมากกว่า ความสุขทางใจที่เกิดขึ้นด้วยวิธีที่เรียบง่าย ฉะนั้น คนที่เค้ามีความสุขได้ โดยไม่ต้องพึ่งสิ่งเร้าภายนอกต่างๆ อาจเริ่มจากการ มองโลกแง่บวก ก็เป็นได้ค่ะ ว่ากันว่า ความคิดบวก จะสามารถทำให้เรา ก้าวผ่านพ้นอุปสรรค และมองเห็นเส้นทางข้างหน้าได้ ถึงแม้จะรู้ดีว่า มันไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลย แต่การให้กำลังใจตัวเอง และมองเห็นความผิดพลาดเป็นประสบการณ์ ไม่ยอมท้อถอยต่อเรื่องยากๆ นั่นแหละค่ะ คือคนที่มองโลกในแง่ดี ซึ่งเราจะสามารถ เปลี่ยนแปลงตัวเอง และความคิดเล็กๆ น้อยๆ อย่างไรได้บ้าง เพื่อให้ชีวิตมีความสุขมากยิ่งขึ้น ตามมาดูกันเลยค่ะ หยุดต่อต้านทุกคนที่คิดต่าง ก่อนอื่นเราเองก็ต้องยอมรับนะคะว่า คนทุกคนมีสิทธิที่จะแสดงออก หรือ แสดงความคิดเห็น ในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป เราเองยังมีความคิดที่เป็นของตัวเอง แล้วนับประสาอะไรกับคนอื่น ที่เค้าก็มีความคิดเห็นเป็นของตัวเองเหมือนกัน  ฉะนั้น หากไม่อยากมีปัญหา หรือ ต้องเก็บเรื่องน่าปวดหัวมาใส่ใจ ก็จงหัดยอมรับในความเห็นต่าง เพราะบางทีมันก็อาจมีข้อดี ที่สามารถช่วยเปลี่ยนมุมมองความคิด ของตัวคุณเองได้ด้วยเช่นกัน หยุดหาเหตุผลขึ้นมาโต้เถียง การโต้เถียง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม ถือเป็นการสร้างความน่ารำคาญใจ ให้กับตัวเราเองได้ไม่น้อยเลย บางทีการพยายามหา เหตุผลมากมายร้อยแปดขึ้นมาพูด อาจดูเป็นการ […]

Think Before You Speak…จงมีสติ และคิดก่อนพูด!

ช่วงหลังๆ มานี้ เรามักได้ยินข่าวของคนดังๆ หลายคน ที่มักจะมีกระแสทางด้านลบออกมา เพียงเพราะ “คำพูด” อยู่บ่อยๆ ทำให้นึกไปถึงคำพูดของคนดังผู้ประสบความสำเร็จในชีวิตอีกท่านหนึ่ง นั่นคือ คุณวิกรม กรมดิษฐ์ นักธุรกิจระดับแถวหน้าของไทย โดยคุณวิกรมได้ เคยพูดเอาไว้ว่า “คนเราควรคิดก่อนพูดจะได้ไม่เสียใจในอนาคต เพราะคำพูดที่ออกจากปากไปไม่สามารถที่จะแก้ไขใหม่ได้ ดังนั้น หากใช้เวลาสักนิดเพื่อคิดก่อนพูด จะได้ไม่ต้องมาเสียใจเพราะคำพูดของตนในภายหลัง”  เราเห็นด้วยกับคำกล่าวนี้อย่างที่สุดเลยค่ะ วันนี้เราเลยอยากมาพูดในเรื่องของ  “คำพูด” ที่ถือเป็นหนึ่งใน 3 สิ่งที่ถ้าเราปล่อยผ่านไปแล้ว ไม่สามารถเรียกร้องให้กลับคืนมาได้อีก ฉะนั้นจง “จงคิดทุกคำที่พูด แต่อย่าพูดทุกคำที่คิด” เพราะคำพูดบางคำที่ไม่ได้คิด อาจทำร้ายคนหนึ่งคนได้มากมาย คำพูดบางคำที่เกิดจากอารมณ์เป็นหลัก อาจทำให้คนฟังรู้สึกเสียใจ หมดหวัง หมดกำลังใจ ถึงแม้ที่เราพูดไป เราจะคิดว่ามีเจตนาดี  แต่เราก็ต้องเลือกว่าเราจะพูดยังไง ไม่ให้คนฟังรู้สึกเสียใจ และรับรู้ถึงเจตนาที่ดีของเรา อย่าปล่อยให้คำพูดที่ไม่ได้ตั้งใจ ที่เราคิดเอาเองว่าเล็กๆ น้อยๆ กัดกร่อนทำลายจิตใจคนฟังได้นะคะ เราทุกคนต่างก็รู้ดีว่าการคิดให้ถี่ถ้วน หรือการต้องมาคอยระวังเวลาที่จะพูดอะไรออกไปนั้นมันทำได้ยาก เพราะอาจจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา บางทีเราอาจไม่ได้ตั้งใจ ยิ่งตอนนี้มีเทคโนโลยีใหม่ๆ ให้เราได้แสดงควาคิดเห็นได้เร็วขึ้น บางทีอาจพลั้งเผลอไม่ได้กรั่นกรองสิ่งงที่คิดออกไป อาจเผลอแสดงควาคิดออกมาเลย หลายครั้งทำให้เกิดความเสียหาย ทำให้ต้องกลับมาคิดว่า […]

เชื่อเถอะว่า…มองโลกในแง่ดี ย่อมมีความสุขกว่า

เชื่อมั้ยคะว่าคนที่มองโลกในแง่ดีจนเป็นนิสัยนั้นอาจจะมองโลกไม่ตรงกับความเป็นจริง แต่สิ่งที่พวกเขาจะได้รับคือ “ความสุข” ส่วนคนที่มองโลกในแง่ร้ายจนเป็นนิสัยพวกเขาเหล่านั้นก็มองโลกที่ไม่เป็นความจริงเช่นกัน แต่สิ่งที่พวกเขาได้รับคือ “ความทุกข์” นั่นเอง ซึ่งบางทีเป็นเรื่องยากที่เราจะมองโลกอย่างที่มันเป็นจริงได้ บางครั้งเราไม่รู้ว่าหรอกว่าความจริงเป็นอย่างไร ครั้นจะให้เราไม่คิดอะไรเลยก็ไม่ได้อีก ดังนั้นเมื่อต้องคิดอะไรสักอย่างจึงอยากแนะนำว่าพยายามให้คิดในแง่ดีไว้ก่อนจะดีกว่าค่ะ เพราะอย่างน้อยมันก็นำเราไปสู่ความสุขมากกว่าการคิดในแง่ร้าย ตรงนี้เราสามารถที่จะเลือกคิดได้ แต่คนส่วนใหญ่เมื่อไม่รู้ความจริง มักคิดในแง่ร้ายไว้ก่อน ทำไมเราถึงชอบทำร้ายตัวเองโดยไม่รู้ตัวเช่นนั้น มันเป็นความเคยชินที่จะคิดอย่างนั้นใช่หรือไม่ ถ้าอย่างนั้นมาปรับเปลี่ยนความเคยชินกันใหม่ดีกว่าค่ะ ลองมาฝึกคิดอะไรในแง่ดีกันไว้ก่อนที่จะคิดในแง่ร้าย แต่ความคิดที่ว่านั้นต้องเป็นความคิดในแง่ดีจากใจจริงงๆ…พร้อมแล้ว ไปดูการฝึกคิดให้มองโลกในแง่ดีกันดีกว่าค่ะ ว่าต้องเริ่มจากสิ่งไหนบ้าง ต้องบอกไว้ก่อนเลยว่าสิ่งที่เราเอามาฝาก รับรองว่าอ่านแล้วจะทำให้คุณเป็นคนที่….มองโลกมุมไหนก็ดี! >> มองส่วนดีของคนอื่น  << การที่คนเราจะมองอะไรให้เป็นในแง่ดีได้ ลองเริ่มจากการมองคนอื่นในแง่ดีดูก่อน เชื่อเถอะค่ะว่าคนที่จะมีความสุขได้อีกอย่างเลยคือต้องมองหาส่วนดีของคนอื่นให้เจอ ซึ่งการมองหาส่วนดีของคนหรือสิ่งของรอบตัวเรานั้น เป็นการฝึกการหาสิ่งดีๆ ให้กับชีวิต คนเรามีส่วนดีด้วยกันทุกคน หรือทุกสิ่งก็ย่อมมีส่วนดีในตัวของมันเองทั้งนั้น ดังนั้นเราจะหาส่วนดีของคนอื่นได้ไม่ยาก เพียงแต่ต้องปรับตัวเราให้คุ้นเคยกับวิธีการหาเท่านั้น เราอาจจะเคยชินกับการมองเห็นสิ่งที่ไม่ดีมากกว่า เพราะสิ่งที่ไม่ดีนั้นมักจะทำร้ายเรา เราจึงจดจำมันได้อย่างแม่นยำ ส่วนสิ่งดีๆ นั้น มันให้ความสุขเราก็จริง แต่เรามักจะลืมเลือนมันได้ง่าย ถ้าจะให้ดีอย่าเป็นคนที่ลืมง่ายขนาดนั้นเลยค่ะ ลองเริ่มต้นจากการพูดถึงสิ่งดีๆ ของคนอื่นให้ติดปาก ชื่นชมสิ่งดีๆ ที่อยู่รอบๆ ตัวเรา ไม่ว่าจะเป็น คน สัตว์ ต้นไม้ สิ่งของ […]

วิธีหาความสุข ให้ตัวเองง่ายๆ แค่ปฏิบัติตาม 4 ข้อ นี้

วิธีหาความสุข ให้ตัวเองง่ายๆ แค่ปฏิบัติตาม 4 ข้อ นี้ ว่ากันว่า วิธีหาความสุข สามารถหยิบยกขึ้นมาได้จากเรื่องใกล้ตัว หากสิ่งแวดล้อมรอบข้างพาให้เรามีความสุข หัวใจก็จะรู้สึกสุขตามไปด้วย แต่ถ้าสภาพแวดล้อมรอบกาย ไม่เอื้อต่อการมีความสุขล่ะ เราจะทำอย่างไร … ? ฉะนั้น ตามมาดู วิธี สร้างความสุขทางใจ ให้ตัวเองอย่างง่ายๆ โดยที่ไม่ต้องอาศัยจากใคร กันดีกว่าค่ะ   พาตัวเองไปอยู่ในจุดที่ใช่ เคยมั้ยคะ กับการพาตัวเองไปยืนอยู่ในจุดที่ไม่ใช่ของเรา แต่ดันไม่รู้ตัวว่า กำลังยืนอยู่ผิดที่ ? จนสุดท้ายแล้ว ก็เกิดเป็นความรู้สึกอึดอัด และสับสนซะจน ไม่รู้จะหันหน้าไประบายกับใคร ทางออกที่ดี คือ ควรลองตั้งสติ และพิจารณาสิ่งที่เกิดขึ้นดูใหม่ ว่ามีเหตุผลหรือแรงจูงใจอะไร ที่พาเรามายืนอยู่ ณ จุดๆ นี้ แล้วมันสมเหตุ สมผลหรือเปล่า หากต้องแลกมากับความทุกข์ใจ ที่ไม่รู้จะสิ้นสุดลงเมื่อไหร่   พึงพอใจกับสิ่งที่มีอยู่ หลายคนพยายามแสวงหา สิ่งเร้านอกกายต่างๆ เพียงเพราะแค่ ‘ คนรอบข้างมี ‘ […]

เติมพลังบวกให้ชีวิต กับเจ้าหญิงไอซ์ฮอกกี้“น้ำตาล-วิลาสินี รัตนนัย”

Goodlifeupdate เต็มใจพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับ เจ้าของฉายาเจ้าหญิงน้ำแข็ง หรือ เจ้าหญิงแห่งวงการไอซ์ฮอกกี้ “น้องน้ำตาล วิลาสินี รัตนนัย” สาวน้อยหน้าตาดี ดีกรีระดับนักกีฬาทีมชาติ เธอมาพร้อมมุมมองดีๆ ที่จะมาแชร์ให้สาวๆ ได้ฟัง ว่าถึงแม้ชีวิตเธอจะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่ก็บอกตัวเองเสมอว่าต้องทำให้ได้ ด้วยความมุ่งมั่น ความพยายาม และเชื่อมั่นในตัวเอง ไม่คิดอะไรลบๆ และลงมือทำในสิ่งที่คิดให้เป็นจริง…บอกเลยว่าเธอมีดาเมจความคิดบวกระดับเต็มสิบ!! เราไปทำความรู้จักกับสาวคิดบวกคนนี้ให้มากขึ้นพร้อมกับมุมมองดีๆ ที่จะมาแชร์ให้ได้คิดตามกันค่ะ >> เธอบอกว่า…ใครคิดดีได้ก่อน…คนนั้น “ชนะ” <<      น้องน้ำตาลถือเป็นแบบอย่างที่ดีในความมุ่งมั่น ซึ่งก่อนที่เธอจะก้าวขึ้นมาเป็นเจ้าหญิงน้ำแข็งนั้น เธอต้องใช้ความ ขยัน มุ่งมั่นมากกว่าเด็กวัยรุ่นอีกหลายๆ คน เพราะต้องส่งเสียตัวเองเรียน หลังจากคุณพ่อของเธอเสียชีวิตลง ตอนนั้นน้ำตาลอายุเพียง 15 ปี อย่างที่หลายๆ คนรู้ว่าเธอได้ออกมาใช้ชีวิตเอง สู้ด้วยตัวเอง เดินทางจาก จ.พะเยาว์ บ้านเกิด เข้าสู่ กรุงเทพฯ ด้วยเงินติดตัวเพียง 300 บาท เรื่องนี้เป็นอะไรที่น้ำตาลจดจำได้ไม่มีวันลืม “ตอนที่เข้ามากรุงเทพฯ แรกๆ น้ำตาลมาอาศัยอยู่กับญาติ และมีเงินติดตัวมาแค่ 300 […]

9 กับดัก ที่อาจทำให้นางฟ้า ตกสวรรค์!

“นิสัยผู้หญิง”  ได้ยินคำนี้แล้วมันช่างหน้าเศร้าใจจริงๆ เลยใช่มั้ยคะ ที่หลายๆ คนมักจะตัดสินความไม่ชอบใจด้วยการโทษความเป็นผู้หญิงของเราซะอย่างงั้น สาวๆ หลายคนที่ได้เป็นนางฟ้า เป็นหญิงเก่ง เป็นผู้นำแถวหน้า ได้ใช้ชีวิตอยู่บนสวรรค์อันแสนสุข พร้อมแล้วซึ่งความสำเร็จ แต่ดันมีอาการพลั้งเผลอ หลงลืมตัว หลุดนิสัยอันไม่พึงประสงค์เหล่านี้กับผู้อื่น ทำให้จากที่ได้เป็นดวงดาวอยู่บนฟากฟ้า เลยกลายเป็นดาวอับแสง ร่วงลงมายังพื้นดินซะงี่นก็มี วันนี้เรามาลองดู 9 กับดักนิสัยที่จะทำให้ผู้หญิงต้องกลายเเป็นนางฟ้าตกสวรรค์กันค่ะ เมื่อรู้แล้วก็อย่าหลงเข้าไปติดกับดักนะคะ หาทางเลี่ยงมันโดยเด็ดขาด พึงระวังและต้องมีสติอยู่เสมอค่ะ!! >> จอมขุดคุ้ย << สาวประเภท Forgive but not forget คือให้อภัยในทุกอย่างนะ แต่  “ไม่ลืม” ทะเลาะกันทีไรก็มักจะหยิบยกเรื่องราวในอดีต ขุดมันขึ้นมาร่ายพรรณนาถึงความผิดครั้งเก่าก่อน ย้อนไปสมัยเรียน สมัยทำงาน ทุกยุคทุกสมัยที่ขุดคุ้ยขึ้นมาได้ นิสัยจอมขุดคุ้ยนี้บ่งบอกได้ว่าในสถานการณ์นั้นคุณกำลังพ่ายแพ้ต่อการโต้เถียง ทำให้จากที่หักห้ามตัวเองด้วยการพยายามใช้เหตุผลพูดคุยกัน ก็เปลี่ยนเป็นใช้อารมณ์ และเป็นอารมณ์ของการเอาชนะ เถียงด้วยปัจจุบันไม่ได้ ขอเอาเรื่องในอดีตมาใช้เป็นหมัดฮุค หวังให้เขาเมาหมัดแล้วเห็นไปในทางเดียวกับตัวเอง พิจารณาให้ดีสาเหตุนั้นมิได้มีอย่างอื่นเลย ยกเว้นว่าคุณกำลังขาดสติ และใช้อารมณ์นำการพูดคุยโต้แย้งกันอยู่ ซึ่งไม่ส่งผลดีอะไรกับตัวคุณ รังแต่จะทำให้คะแนนตก เผลอๆ อาจต้องไปเริ่มนับหนึ่งใหม่กันเสียอีก >> เจ้าแม่ละเอียด […]

คิดบวกชีวิตเปลี่ยน ได้ จาก 9 สิ่งที่ควรทำในชีวิต

คิดบวกชีวิตเปลี่ยน ได้ จาก 9 สิ่งที่ควรทำในชีวิต ใครๆ ก็บอกให้เรา คิดบวกชีวิตเปลี่ยน ได้ แต่ในเชิงปฏิบัติมันอาจไม่ง่ายอย่างที่คิด แต่ยังไงซะ การได้ลองเปลี่ยนความคิดเพียงเล็กน้อยในทางที่ดี ก็ทำให้เรามีความสุขกับสิ่งรอบข้างได้ไม่ยาก 1. ยิ้มง่าย รอยยิ้มของคนที่ คิดบวก จะถูกส่งให้กับคนรอบข้างเสมอๆ แม้กระทั่งยิ้มผ่านสายตาหรือบุคลิกท่าทางที่สามารถส่งยิ้มให้เราได้เช่นกัน 2.มองโลกในแง่ดี คนที่มีความสุขจะเป็นคนคิดบวกเสมอ มีความหวังกับอนาคต และเชื่อในสิ่งที่ลงมือทำซึ่งส่งผลออกมาดีที่สุดในตอนสุดท้าย ทัศนคติที่ดีเหล่านี้ส่งผลให้ระดับความเครียดลดลงด้วยเช่นกัน 3. มีพลังขับเคลื่อนและกระตือรือล้น คนที่คิดบวกพร้อมที่จะเผชิญความท้าทายกับปัญหาและหาวิธีแก้ไขมันได้อย่างกระตือรือล้น 4. ยอมรับความไม่แน่นอนของชีวิต คนที่คิดบวกพร้อมจะใช้ชีวิตไปตามความเป็นไปของสังคมผ่านการคิดและตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลให้ดีที่สุด และอย่าวิตกกังวลกับสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าให้ละเลย หรือไม่นึกถึงอนาคต แต่ควรใช้ชีวิตอย่างมีแบบแผนและรอบคอบอยู่กับความเป็นจริงให้มากที่สุด และทำปัจจุบันให้ดีที่สุด 5. ซื่อสัตย์กับตัวเองและคนอื่น คนที่คิดบวกจะรู้ตัวเองเสมอว่าเป็นใคร และพร้อมจะแสดงตัวตนอย่างตรงไปตรงมากับคนอื่น รวมถึงจะไม่แสดงอารมณ์ ความเชื่อหรือทัศนคติที่ขัดต่อความรู้สึกของตัวเอง อ่านต่ออีก 4 ข้อหน้าถัดไป

วางตัวอย่างไร ให้มีเพื่อนร่วมงานในทุกที่ที่ไปทำ

วางตัวอย่างไร ให้มี เพื่อนร่วมงาน ในทุกที่ที่ไปทำ เชื่อมั้ยว่า การมี เพื่อนร่วมงาน ที่ดีนั้น นับได้ว่าเป็นความโชคดีอีกรูปแบบหนึ่งของชีวิตเลยเชียวค่ะ เพราะโดยทั่วไปแล้ว แค่นั่งทำงานงกๆ เพียงอย่างเดียวก็เครียดจนแทบจะแย่ หากมาเจอเพื่อนร่วมงานที่พาให้ชีวิตอึดอัดอีก บอกเลยว่าคงอยู่ยากแน่นอน แต่ก่อนอื่นก็ต้องไม่ลืมที่จะปรับปรุงพฤติกรรม และสังเกตตัวเองก่อนด้วยนะว่า เราน่ารักพอที่เพื่อนร่วมงานอยากจะคบหาหรือมีปฏิสัมพันธ์ด้วยแล้วหรือยัง โดยเฉพาะคนที่ต้องเปลี่ยนสายงานบ่อยๆ และมีสังคมมากมายหลายสังคมเต็มไปหมด มาดูกันว่าเราควรวางตัวอย่างไรบ้าง เพื่อรักษาความสัมพันธ์ของทุกๆ ที่ที่ไปอยู่เอาไว้ให้ดีและยาวนานที่สุด   อย่าเพิ่งรีบแสดงออกถึงความเป็นตัวเองแบบเต็มกราฟ ที่พูดเช่นนี้ ไม่ได้หมายความว่าให้ทุกคนไม่เป็นตัวของตัวเองกันนะคะ แต่ทางที่ดีคือ ควรจะแสดงออกอย่างค่อยเป็นค่อยไป คอยสังเกตลักษณะนิสัย และพฤติกรรมของเพื่อนร่วมงานให้ดีเสียก่อน เพื่อให้เราได้ปรับตัวเข้าหาเค้า และให้เค้าได้ปรับตัวเข้าหาเรา อย่างน้อยๆ ก็จะได้รู้ว่าใครมีนิสัยอย่างไร และอะไรบ้างที่เราเองควรปรับตัว เรียกว่าเป็นการจูนตรงกลางเข้าหากันนั่นเองค่ะ   บางเรื่องเงียบไว้ดีกว่าพูด โดยเฉพาะกับคนที่เพิ่งเริ่มเข้าไปอยู่ใหม่ เรื่องไหนที่ไม่รู้หรือรู้ไม่จริง อาจไม่จำเป็นต้องแสดงความคิดเห็นออกไปซะหมดก็ได้ค่ะ บางทีการนั่งเงียบๆ ไว้ และฟังข้อมูลที่คนอื่นคุยเค้ากัน น่าจะมีประโยชน์ต่อเราเสียมากกว่า อีกอย่างก็คือ ไม่มีใครในโลกนี้ไม่ถูกนินทา เมื่อต้องอยู่ท่ามกลางวงสนทนาที่มีการนินทาเกิดขึ้น ไม่ควรลืมว่าการฟังหูไว้หูย่อมดีที่สุด อย่าเพิ่งปักใจเชื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งน่าจะดีกว่านะ << คลิกอ่านต่อหน้า 2 >>

keyboard_arrow_up