อย่าแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่า อย่าแบก “ปัญหาชีวิต” ไว้คนเดียว

อย่าแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่า อย่าแบก “ปัญหาชีวิต” ไว้คนเดียว เคยเป็นกันบ้างไหม? เวลาเจอปัญหาหรือมีเรื่องราวทุกข์ใจผ่านเข้ามามักจะเก็บมันไว้โดยไม่บอกใครแล้วพยายามแก้ไขอยู่คนเดียว คิดว่ามีแต่เราที่ต้องแบกรับมันไว้ เพราะไม่อยากให้คนรอบข้างต้องมารับรู้และเดือดร้อนกับสิ่งที่น่าปวดหัวเหล่านี้ไปด้วย สุดท้ายปัญหานั้นก็บานปลายจนไม่สามารถแก้ไขได้ ก่อให้เกิดความกดดัน ความทุกข์ ความเศร้าขึ้นมาในใจ อยากบอกว่าแบบนี้มันไม่ดีสักเท่าไหร่ เพราะยิ่งเวลาผ่านไปมันจะยิ่งทำให้เราอ่อนล้า จิตใจอ่อนแอ เรี่ยวแรงถดถอย และอาจกลายเป็นโรคซึมเศร้าในที่สุด จะดีกว่าไหมถ้ามีปัญหาใดผ่านเข้ามาหรือมีงานที่หนักหนาถูกมอบหมายมาให้ เพียงลองมอบไปรอบๆ ตัว แล้วเอ่ยปากขอความช่วยเหลือจากคนอื่นดูบ้าง แม้ว่าเขาจะไม่ช่วยลงแรงก็ไม่เป็นไร แต่แค่ช่วยรับฟังและเป็นกำลังใจให้ก็ดีมากมายแล้ว บางคนอาจสงสัยว่าแค่เป็นกำลังใจและรับฟังมันจะมีประโยชน์อะไร ขอบอกว่าจริงๆ แล้วมันมีประโยชน์ต่อจิตใจมากเลยนะ เพราะการที่มีคนมาคอยรับฟังในเวลาที่เรามีปัญหามันจะช่วยแบ่งเบาภาระทางจิตใจ ช่วยให้รู้สึกโล่งสบาย และรู้สึกว่าเราไม่ต้องรับทุกอย่างไว้คนเดียว ยังมีคนรอบข้างคอยผลักดันให้เราผ่านช่วงเวลาร้ายๆ เหล่านั้นไปได้ หากใครที่กำลังเจอเรื่องหนักใจ หรือชอบเก็บอะไรไว้ในใจคนเดียวแบบที่ว่านี้อยู่ ก็อย่าแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่า อย่าแบกปัญหาไว้คนเดียว อยากขอให้ลองเปิดใจให้คนรอบตัวดูสักครั้ง เปิดใจให้คนรอบข้างดูสักหน เชื่อว่ามันจะทำให้เรารู้สึกดีขึ้นมาได้แน่ อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม สมดุลชีวิตขาดหาย! ลองทำตาม 5 วิธีง่ายๆ เพื่อกลับมามีความสุขอีกครั้ง 4 เคล็ดลับรับมืออาการ ‘เครียดแล้วชอบกิน’ จะได้ไม่เครียดเพราะน้ำหนักขึ้น 4 วิธีคลายเครียด เยียวยาความทุกข์ คิดบวกเป็นสองเท่า หยุดเป็นคน ปากไม่ตรงกับใจ เพราะอาจรู้สึกแย่ได้ทีหลัง! […]

Revenge Bedtime Procrastination ไม่ได้ “นอนไม่หลับ” แต่เลือกที่จะไม่นอน

Revenge Bedtime Procrastination ไม่ได้ “นอนไม่หลับ” แต่เลือกที่จะไม่นอน แม้ว่าวันนั้นจะทำงานหนักขนาดไหน เหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าไปทั้งตัวและหัวใจ แต่พอกลับบ้านมากินข้าว อาบน้ำ ทำนู่นทำนี่จนเวลาล่วงเลยไปถึงดึกดื่น แทนที่จะนอนเอาแรงเพื่อไปสู้งานในวันต่อไป เรากลับเลือกที่จะไม่นอน ขอสละเวลาพักผ่อนมาทำกิจกรรมที่เราชอบและรู้สึกผ่อนคลายไปกับมัน ทั้งเล่นเกม เปิดทีวีดูซีรีย์ อ่านหนังสือ ถูไถมือถือจนเกือบเช้า พฤติกรรมเช่นนี้นักจิตวิทยาเรียกมันว่าการผัดเวลานอน หรือ “Revenge Bedtime Procrastination” แน่นอนว่าการทำแบบนี้มันต่างจากการนอนไม่หลับโดยสิ้นเชิง เพราะเราเลือกที่จะเลื่อนเวลานอนออกไปด้วยความตั้งใจล้วนๆ แต่แล้วทำไมเราถึงเป็นแบบนี้? – นอนดึกเพื่อล้างแค้น ในข้อนี้มีคำตอบว่า Revenge Bedtime Procrastination นั้นมักจะเกิดกับคนที่เครียดกับการทำงานมาทั้งวัน ทำงานหนักสะสมมาเป็นเวลานานจนไม่มีเวลาเหลือไปใช้ชีวิตของตัวเองหรือไปทำอย่างอื่น ทำให้เลือกที่จะสละเวลานอนหรือเวลาพักผ่อนที่มีแล้วมาใช้ชีวิตอย่างที่ต้องการ เพื่อทวงเวลาการใช้ชีวิตที่หายไปในช่วง Daytime หรือนอนดึกเพื่อล้างแค้น แล้วยังมีอารมณ์ประมาณว่ายังไม่อยากให้ถึงเช้าเลย เพราะไม่อยากไปเผชิญกับความเครียดและกดดันแบบนั้นอีก – ผลเสียของการล้างแคน รู้หรือไม่ว่าผลของการล้างแค้นหรือชดเชยเวลาการใช้ชีวิตตอนกลางคืนนั้น สุดท้ายแล้วมันจะย้อนกลับมาทำร้ายตัวเราเอง เราอาจจะได้ทำทุกอย่างที่อยากทำ ไม่ว่าจะเล่นเกมจนแรงค์ตัน เคลียร์เควสเนื้อเรื่องผ่าน 100% ดูซีรีย์ที่ดองไว้จนจบ หรืออ่านหนังสือที่ซื้อไว้ครบทุกเล่ม แต่เมื่อเวลาพักผ่อนที่มีค่าหายไป ทำให้ร่างกายไม่สามารถฟื้นฟูได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บตามมามากมาย – แก้ยังไงดี […]

เอาใจใส่คนอื่นและเรื่องรอบตัวมากเกินไป สุดท้ายเรานั่นแหละจะ “เหนื่อยใจ”

เอาใจใส่คนอื่นและเรื่องรอบตัวมากเกินไป สุดท้ายเรานั่นแหละจะ “เหนื่อยใจ” ไม่แปลกอะไรถ้าวันไหนเราจะรู้สึก “เหนื่อยใจ” ที่ต้องคอยห่วงแต่คนอื่น เอาใจใส่คนอื่นมากเกินไปจนลืมใส่ใจตัวเอง เพราะว่ามนุษย์นั้นอยู่ร่วมกันในสังคม เมื่อมีคนอื่นนอกเหนือจากเรามาอยู่ด้วยแล้วเราจึงต้องใช้ชีวิตไปพร้อมกับการตระหนักถึงคนอื่นๆ ที่อยู่รอบตัวเราด้วย และระดับการใส่ใจหรือการตระหนักถึงก็จะขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ อย่างเช่น เราอาจจะรู้สึกเกร็งเมื่อคุยกับหัวหน้า รู้สึกธรรมดาเมื่อคุยกับเพื่อนร่วมงาน และยิ่งเป็นกรณีที่ต้องพบเจอหรือติดต่อกับคนที่ไม่รู้จัก เราก็มักจะเกร็งหรือกังวล ตื่นเต้น ใจเต้นรัว เหงื่อออกมือ การตอบสนองเช่นนี้เป็นสัญชาติญาณการป้องกันตัวเองของสิ่งมีชีวิต ไม่ต่างกันจากสัตว์ที่มักจะหวาดระแวงเมื่อเจอกับสิ่งที่ไม่รู้จัก และจะแสดงการข่มขวัญพร้อมสู้ภัยอันตรายที่จะเข้ามา จึงเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ที่จะเกิดความเหนื่อยล้าจากการตั้งท่าเตรียมพร้อมเวลาที่ต้องพบกับใครบางคนที่ไม่ได้ใกล้ชิดกับเรา หรือไม่ได้รู้จักกันมาก่อน ลองนึกถึงตอนที่เราโดยสารรถไฟฟ้าในช่วงเวลาเร่งด่วนและต้องยืนอยู่ใกล้ทางเข้า-ออก ทำให้เราต้องคอยระวังตัวอยู่เสมอ เพราะกลัวว่าจะขัดขวางคนอื่น และทำให้คนอื่นลำบาก อีกทั้งยังต้องใช้สมองและความใส่ใจเพิ่มมากขึ้นว่า ควรเดินออกนอกรถไปก่อน หรือ ไม่จำเป็นต้องออกจากรถ เข้าใจดีว่า “ไม่มีใครอยากสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น” แต่การเอาใจใส่เรื่องต่างๆ และเอาใจใส่คนรอบตัวที่มากจนเกินไป อาจสร้างความเหนื่อย ความกังวล และความทุกข์ในจิตใจของคุณเอง จะดีกว่าไหมหากลดระดับความใส่ใจนั้นลงมาให้พอดี ไม่ต้องห่วงและไม่ต้องกังวลจนเกินไป อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม  How to เติมพลังกาย-พลังใจ ให้มนุษย์วัยทำงาน ลดความเครียดลดเสี่ยงโรคภัย หลักจิตวิทยาคนทำงาน กับบันได 6 ขั้นที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ! เลิกซะ! นิสัยผลัดวันประกันพรุ่ง รีบเปลี่ยนตัวเองให้เป็นคนใหม่ 4 […]

รู้ไว้ไม่เสียหาย! 7 วิธีที่ทำให้คนวัยทำงานห่างไกลจาก “โรคซึมเศร้า”

รู้ไว้ไม่เสียหาย! 7 วิธีที่ทำให้คนวัยทำงานห่างไกลจาก “โรคซึมเศร้า” จากผลสำรวจของกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข พบว่าคนไทยกว่า 1.5 ล้านคน ป่วยด้วย “โรคซึมเศร้า” และส่วนใหญ่อยู่ในวัยทำงาน โดยผู้หญิงมีโอกาสเสี่ยงมากกว่าผู้ชายถึง 1.7 เท่า แต่ที่น่ากังวลที่สุดก็คือผู้ป่วยเกินกว่าครึ่งต่างไม่ทราบว่าตนเองกำลังป่วย และอาจส่งผลกระทบต่อจิตใจและการชีวิตตามมา โดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้ให้ข้อมูลไว้ว่า สาเหตุของโรคซึมเศร้าเกิดจาก ด้านกายภาพ ด้านชีวภาพ เช่น สารเคมีในสมองไม่สมดุล การเจ็บป่วยด้วยโรคทางกายบางอย่าง รวมไปถึงการใช้สารเสพติดหรือยาบางประเภท ก็ทำให้มีอาการของโรคซึมเศร้าได้เช่นกัน ส่วนด้านจิตใจ เช่น ทักษะการปรับตัวต่อปัญหา การจัดการความเครียด และบุคลิกภาพ นอกจากนี้ คือ ปัจจัยด้านสังคม เช่น มีการสูญเสีย คนใกล้ตัวมีความเครียด หรือมีความเจ็บป่วยเรื้อรัง แล้วเราจะมีวิธีดูแลตัวเองและคนใกล้ชิดให้ห่างไกลจากโรคเศร้าได้อย่างไร? วันนี้เรามี 5 วิธีดี ๆ มาฝากกัน 1.เลือกทำกิจกรรมที่ช่วยเสริมสร้างสมาธิ เลือกทำกิจกรรมที่ช่วยเสริมสร้างสมาธิผ่อนคลายจิตใจ และสร้างความรู้สึกให้ดีขึ้น อาทิ การฝึกโยคะ การเลือกชมภาพยนตร์ที่ให้ความบันเทิง หรือเลือกทำกิจกรรมสร้างสรรค์สังคมร่วมกับผู้อื่น 2.ปรับเปลี่ยนความคิดแบบเดิม ๆ […]

5 เคล็ดไม่ลับช่วยบรรเทาความเครียดจากการทำงาน งานดี ชีวิตแฮปปี้

5 เคล็ดไม่ลับช่วยบรรเทาความเครียดจากการทำงาน งานดี ชีวิตแฮปปี้ ขึ้นชื่อว่าการทำงาน ไม่ว่าใครก็ต้องเครียดกันทั้งนั้น โดยเฉพาะหนุ่ม-สาวที่กำลังอยู่ในวัยสร้างเนื้อสร้างตัวแบบเรา ๆ ย่อมมีปัญหาถาโถมเข้ามาจนทำให้เครียดมากกว่าปกติ แต่ถึงอย่างไรก็ตามวันนี้เรามี 5 เทคนิคง่าย ๆ ที่จะช่วยบรรเทาความเครียดของเพื่อน ๆ ให้น้อยลง จนส่งผลให้งานออกมาดี ชีวิตแฮปปี้มาฝากกัน – ชีวิตไม่ได้มีแต่เรื่องงาน การผูกทุกช่วงเวลาของชีวิตไว้กับเรื่องงานย่อมทำให้เกิดความเครียดสะสมตามมาโดยไม่รู้ตัว ลองปล่อยวางและใช้เวลาในวันหยุดไปกับการพักผ่อนเสียบ้าง เพราะชีวิตของเราไม่ได้มีแต่เรื่องงานไปเสียทั้งหมด หาโอกาสลาพักร้อนให้ตัวเองได้ผ่อนคลายร่างกายและสมอง แล้วค่อยกลับมาสู้กับงานใหม่ – รู้จังหวะในการหลีกหนีปัญหา ไม่ว่าที่ไหน ๆ ก็มักมีปัญหาอยู่แล้ว และปัญหานี้แหละจะนำมาซึ่งความเครียด ถ้าปัญหานั้นไม่ใช่ปัญหาที่เราสร้างขึ้นก็ลองถอยออกมาอยู่วงนอกแล้วช่วยให้คำแนะนำ แทนที่จะเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในปัญหาเหล่านั้นให้เกิดความเครียดสะสมกับตัวเรา – เรียนรู้ให้มากขึ้น สิ่งหนึ่งที่ก่อให้เกิดความเครียดในวัยทำงานมากที่สุด คือ การไม่รู้ เมื่อไม่รู้ก็ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่การงานได้ตามที่หัวหน้าคาดหวังเอาไว้ ความเครียดก็ย่อมเกิดขึ้นตามมาเป็นเรื่องธรรมดา ดังนั้นการเรียนรู้ให้มากขึ้นจะทำให้เรากลายเป็นผู้รู้ในทุก ๆ เรื่องและสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นนั่นเอง – รู้จักปล่อยวางและให้อภัย การทำงานกับคนหมู่มากก็เป็นเรื่องธรรมดาที่อาจจะเกิดการกระทบกระทั่งกันขึ้นมาบ้าง อาจจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็แล้วแต่ ถ้าหากต่างฝ่ายต่างขอโทษกับสิ่งที่เกิดขึ้นและให้อภัยซึ่งกันและกัน ก็จะลดความกดดันในการทำงานได้ เมื่อความกดดันน้อยลงความเครียดก็จะน้อยลงตามไปนั่นแหละ – นึกถึงครอบครัว เมื่อเจอเรื่องเครียดเมื่อไหร่ ก็ลองนึกถึงบุคคลในครอบครัวไม่ว่าจะเป็น พ่อ […]

การพักผ่อนให้ถูกต้องไม่ใช่เพียงแค่นอน อะไรคือการพักผ่อนที่แท้จริง

การพักผ่อนให้ถูกต้องไม่ใช่เพียงแค่นอน อะไรคือการพักผ่อนที่แท้จริง สมัยนี้มีคนสอน “วิธีทำงาน” หรือ “วิธีฝ่าฟันไปให้ถึงจุดหมาย” กันมาก แต่น่าแปลกที่ไม่มีใครสอน “วิธีการพักผ่อน” เลย จนรู้สึกว่ามีคน พักผ่อน ไม่เป็นเยอะอยู่ทีเดียว นี่เป็นความคิดของนะโอะยุกิ ฮนดะ นักเขียนและผู้บริหารชาวญี่ปุ่น ที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว การพักผ่อน แบบญี่ปุ่นจะเป็นยังไงกันบ้างเราไปดูกัน สมมติว่าคุณทำโอทีจนเหนื่อยล้าแล้วขึ้นรถไฟเที่ยวสุดท้ายกลับบ้าน จากนั้นนั่งพักบนโซฟาสักครู่แล้วเปิดโทรทัศน์ ขณะที่ดูรายการรอบดึกไปเรื่อยเปื่อย ปากก็พูดไปด้วยว่า “เฮ้อ วันนี้เหนื่อยจังเลย” รู้รึเปล่าว่าการทำแบบนี้ไม่มีทางหายเหนื่อยได้หรอก เพราะสมองของเราจะยังคงตื่นตัวตลอดเวลาในช่วงที่เราตื่น ยิ่งทำโอทีจนถึงเวลารถไฟเที่ยวสุดท้ายก็น่าจะเครียดมากพอดู ส่วนร่างกายนั้นย่อมเหนื่อยล้าด้วยแน่นอน ถ้าเป็นแบบนี้ต้องนอนเท่านั้น การนอนหลับเพื่อให้สมองได้คลายความตื่นตัว และร่างกายได้ฟื้นฟูขึ้นจากความเหนื่อยล้า ถือเป็นวิธีที่ดีที่สุด คนที่พักผ่อนไม่เป็น เวลาเหนื่อยล้าจะทำตัวเอื่อยเฉื่อย แต่ความจริงแล้วสิ่งที่จำเป็นเวลาเหน็ดเหนื่อยไม่ใช่การเอ้อระเหย แต่คือการนอนหลับต่างหาก นอกจากนั้นในวงการกีฬายังมีแนวคิดที่เรียกว่า “Active Rest” หรือ การหยุดพักด้วยการยืดเส้นยืดสาย ด้วย เวลาเหนื่อยล้าถ้าเราหยุดพักเต็มที่จะไม่มีทางหายเหนื่อย สู้ออกกำลังกายเบาๆ อย่างกระฉับกระเฉงจะฟื้นฟูร่างกายได้ผลกว่า เพราะฉะนั้น ช่วงที่หาจังหวะนอนพักได้ยากอย่างช่วงกลางวันแทนที่จะอ้างว่าเหนื่อยแล้วทำตัวเฉื่อยแฉะ ลองมาขยับร่างกาย เช่น ออกไปเดินข้างนอก ก็จะช่วยคลายความเหนื่อยล้าได้มากกว่ากันเยอะเลย มาฟื้นฟูร่างกายที่เหนื่อยล้าด้วยการขยับแข้งขยับขาในช่วงกลางวัน และเข้านอนแต่หัวค่ำในช่วงกลางคืนกัน ขอขอบคุรข้อมูลจาก […]

เปลี่ยนวิธีคิดและจิตใจ สร้างความสุขง่าย ๆ ให้กับการใช้ชีวิต

เปลี่ยนวิธีคิดและจิตใจ สร้างความสุขง่าย ๆ ให้กับการใช้ชีวิต ทุกวันนี้ชีวิตของเราหลายคนล้วนเร่งรีบ ทั้งถูกบีบจากภาระหน้าที่และถูกกดดันจากความคาดหวังถึงความสำเร็จในชีวิต จนทำให้เกิดความเหนื่อยล้าสะสม กลายเป็นความเบื่อหน่ายและความเครียด ความสุขที่มีเพียงน้อยนิดค่อย ๆ ถูกกัดกินทีละเล็กทีละน้อยจนใกล้จะหมดไป หากใครกำลังเป็นเช่นนี้อยู่ ลองมาดูวิธีสร้างความสุขที่เริ่มต้นได้ง่าย ๆ ที่เราเอามาแชร์กันในคืนนี้ 1.เริ่มจากการเปลี่ยนวิธีคิด ลองเปลี่ยนมุมมองเปลี่ยนความคิดให้ตัวเองกลายมาเป็นคนที่มองโลกในแง่ดีและสร้างทัศนคติที่ดีในการใช้ชีวิต เพราะความสุขและความทุกข์ล้วนเกิดขึ้นมาจากตัวเราแทบทั้งนั้น มันขึ้นอยู่กับว่าเราจะมองมุมไหน 2.จัดลำดับความสำคัญในชีวิต จัดลำดับความสำคัญแล้วเลือกตัดสิ่งที่สำคัญน้อยที่สุดทิ้งไปบ้าง ลองคิดทบทวนจัดตารางให้ดีเพราะบางครั้งเราอาจจะมองเห็นช่องทางในการความสุขเพิ่มเข้ามาในตารางชีวิตของเราก็ได้ 3.ใช้ชีวิตให้ช้าลง คงไม่เป็นไรหากเราใช้ชีวิตให้ช้าลงบ้าง เราไม่จำเป็นจะต้องวิ่งอยู่เสมอไป บางครั้งเราอาจจะเดินบ้างหรือหยุดพักบ้างก็ไม่เป็นไร แค่เราไม่ท้อและเดินถอยหลังกลับไปก็พอแล้ว 4.หยุดเปรียบเทียบ หยุดนำความสำเร็จของคนอื่นมาเปรียบเทียบกับตัวเอง เพราะคนเราล้วนมีชีวิตที่แตกต่างกันไป บางคนอาจมีครอบครัวที่เพรียบพร้อมคอยหนุนหลัง แต่บางคนนั้นแทบไม่มีใครที่คอยช่วยผลักดัน มันไม่ผิดอะไรเลยถ้าเราจะมีชีวิตในรูปแบบของเราเอง 5.หาความสุขจากเรื่องง่าย ๆ ลองมองหาความสุขจากเรื่องง่าย ๆ ใกล้ ๆ ตัว เปิดหัวใจรับสิ่งสวยงามของธรรมชาติ ความฉ่ำเย็นของสายลมในสวนสาธารณะใกล้บ้าน ปลูกต้นไม้ เลี้ยงปลา หมา แมว ให้สมองของเราได้ผ่อนคลายบ้าง เพื่อลดความเครียดภายในจิตใจและเตรียมสมองให้พร้อมสำหรับการทำงานในวันต่อไป ไม่ผิดอะไรถ้าเราจะทะเยอทะยาน อยากได้อยากมีและมุ่งแสวงหาแต่ความสำเร็จ เพราะไม่ว่าใครก็อยากมีชีวิตที่ดีด้วยกันทั้งนั้น เพียงแต่อยากให้ลองปรับลดหรือลองเพิ่มอะไรบางอย่างในชีวิตจนอยู่ในจุดสมดุลหรือจุดที่เหมาะสมกับตัวเรา เพื่อให้ชีวิตที่กำลังเศร้าและเครียด กลับมามีความสุขอีกครั้งก็เท่านั้น อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม  […]

5 วิธีลางาน ลายังไงไม่ให้ตัวเองรู้สึกผิดและโดนหัวหน้าจับผิด

5 วิธีลางาน ลายังไงไม่ให้ตัวเองรู้สึกผิดและโดนหัวหน้าจับผิด เคยเป็นกันไหมเวลาจะลางานทั้งที แม้ว่าจะมีธุระจริง เจ็บจริง ป่วยจริง แต่ก็ยังรู้สึกผิดและกลัวโดนจับผิด โดนสงสัย แล้วจะทำยังไงดีถ้าหากเราต้องการจะลางานโดยไม่ให้เกิดความรู้สึกแบบนี้หละ วันนี้ GL รวมเทคนิคดี ๆ มาให้แล้ว ไม่ว่าจะลาป่วย ลาไปธุระ หรือลาพักร้อน ก็ใช้ได้ทั้งนั้น ไปดูกันเลย 1.ความจริงเป็นสิ่งสำคัญ การลาแล้วไม่รู้สึกผิดและไม่เสี่ยงต่อการถูกจับผิดหรือสงสัย ก็คือการลาตามเหตุผลและตามความจำเป็นจริง ๆ ไม่ใช่ลาด้วยเหตุผลที่กุเรื่องขึ้นมาหรือลาโดยใช้คำโกหก เพราะ “ความจริงก็คือความจริง” อย่างที่ครูคนหนึ่งเคยบอกไว้ และเราก็ไม่จำเป็นจะต้องไปกังวลอะไรถ้าเราพูดความจริง 2.คำนึงถึงสิทธิ์ของตัวเอง อย่าได้ลังเลที่จะขอลาพักผ่อนถ้าหากคุณป่วยจนไปทำงานไม่ไหว เพราะมันก็ไม่เป็นผลดีอะไรถ้าป่วยแล้วยังแบกสังขารไปทำงาน แล้วงานที่ออกมาดันไม่มีประสิทธิภาพ และยิ่งการลานั้นเราใช้สิทธิ์ถูกต้องตามที่บริษัทและกฎหมายแรงงานกำหนดไว้ ก็ไม่เห็นจะต้องห่วงอะไรเลย 3.ลากิจต้องเลือกวันให้เหมาะสม การลากิจโดยเลือกวันจันทร์หรือวันศุกร์อาจไม่เป็นผลดีนัก นอกจากจะโดนจับผิดว่าลาไปเที่ยวแล้วยังต้องกลับมาเจอกับกองงานที่คั่งค้างอยู่ด้วย ทางทีดีก็อาจจะเลือกลาช่วงกลางสัปดาห์หรือลาในวันที่ไม่มีการประชุมใหญ่จะดีกว่า 4.ลาพักร้อนให้แจ้งล่วงหน้าแล้วรีบเคลียร์งาน ขึ้นชื่อว่าลาพักร้อนต้องเป็นการลาที่ค่อนข้างยาวแน่ ๆ ดังนั้นเราก็ควรจะแจ้งล่วงหน้าให้ชัดเจนแล้วรีบเคลียร์งานและหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบให้เสร็จสิ้น ทำแบบนี้นอกจากจะไม่ผลักภาระไปให้คนอื่นแล้ว เรายังไม่ต้องเอาเวลาพักผ่อนมาทำงานที่ยังหลงเหลืออยู่อีกด้วย และก็ไม่มีใครโทรมาตามงานให้รู้สึกกวนใจ 5.ระวังการโพสต์บนโซเชียลมีเดีย การโพสต์การเช็กอินเมื่อลาพักร้อนไปเที่ยวก็ยังเข้าใจ แต่ถ้าป่วยหรือลากิจแล้วมาโพสต์ว่าไปนั่งคาเฟ่ ไปเดินห้างอะไรแบบนี้ค่อนข้างจะอันตรายไปเสียหน่อย จะดีกว่าไหมถ้าป่วยแล้วโพสต์ว่า มารักษาที่โรงพยาบาลนี้ อาการล่าสุดขณะนี้เป็นยังไง หรือทำธุระไปถึงขั้นไหนแล้ว อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม  […]

ใช้ชีวิตให้คุ้มค่า เพราะชีวิตนี้มันสั้นนัก อยากทำอะไรก็รีบทำในตอนที่ยังทำได้

ใช้ชีวิตให้คุ้มค่า เพราะชีวิตนี้มันสั้นนัก อยากทำอะไรก็รีบทำในตอนที่ยังทำได้ ชีวิตนี้เป็นของเราและอาจจะเป็นชีวิตที่ได้รับมาแค่ครั้งเดียวเท่านั้น เราจึงต้องใช้ชีวิตให้คุ้มค่าที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ว่าการทำแบบนี้มันจะไม่ง่ายเลยก็ตาม เพราะต้องอาศัยองค์ประกอบหลาย ๆ อย่างทั้งเงินตรา เวลา และสุขภาพ แต่ถ้าเราจะรอให้ทุกอย่างพร้อมมันก็ไม่ได้เริ่มต้นเลยสักที งั้นวันนี้เราลองมาเริ่มต้นด้วยการปรับเปลี่ยนวิธีคิดดู 1.ปล่อยวางอดีตและก้าวไปข้างหน้า อดีตคือเรื่องที่ผ่านพ้นไปแล้ว ไม่ว่าจะผิดหวังหรือหวาดกลัวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตมากแค่ไหนก็อย่าให้มันมาฉุดรั้งชีวิตของคุณ ปล่อยมันทิ้งไว้ข้างหลังและก้าวเดินไปข้างหน้า มีความสุขกับสิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน และสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต 2.เวลาไม่เคยหยุดรอใคร หากวันนี้คุณอยากทำอะไรก็รีบทำมันซะ เพราะเวลามันไม่เคยหยุดรอใคร เราไม่รู้หรอกว่าวันพรุ่งนี้มันจะเกิดอะไรขึ้น เราจะมีชีวิตไปได้อีกนานแค่ไหนในโลกปัจจุบันที่มักเกิดสถานการณ์รุนแรงต่าง ๆ ขึ้น ทั้งโรคระบาด อาชญากรรม แต่จะทำอะไรนั้นก็ต้องอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริงและทำในสิ่งที่ถูกต้องเสมอ 3.แสดงความรักออกไปในตอนที่ยังทำได้ การแสดงความรักให้กับคนที่เรารักทำมันได้เลยตั้งแต่วันนี้ ก็อย่างที่บอกไปว่าชีวิตเรามันสั้น อย่าปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยเสียเปล่า เพราะเราไม่รู้หรอกว่าจะอยู่ด้วยกันไปได้อีกนานแค่ไหน จะดีกว่าไหมถ้าทำได้ตอนที่ยังมีโอกาส 4.ปฏิเสธสิ่งที่ไม่อยากทำ อย่ามามัวเกรงใจหากใครยื่นข้อเสนออะไรก็ตามแต่และสิ่งนั้นเราไม่อยากทำมัน ก็ถ้าไม่ชอบแค่ปฏิเสธมันไปซะ เว้นเสียแต่ว่ามันเป็นงานและเป็นหน้าที่ที่เราต้องรับผิดชอบ ซึ่งเราคงจะละเลยไม่ได้ 5.ทำทุกสิ่งทุกอย่างให้เต็มที่ การลงมือทำสิ่งต่าง ๆ อย่างเต็มที่ จะทำให้เราไม่มานั่งเสียใจภายหลังแม้ว่ามันจะพลาดพลั้ง ผิดหวัง หรือไม่ได้ตามเป้าหมายที่วางเอาไว้ก็ตาม เพราะถือว่าเราได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจ และตั้งใจทำมันออกมาให้ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้แล้ว อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม  How to เติมพลังกาย-พลังใจ ให้มนุษย์วัยทำงาน ลดความเครียดลดเสี่ยงโรคภัย […]

เจอแบบนี้ต้องรักษาไว้! 5 ลักษณะนิสัยของเพื่อนร่วมงานที่ดี

เจอแบบนี้ต้องรักษาไว้! 5 ลักษณะนิสัยของเพื่อนร่วมงานที่ดี ในการทำงาน แน่นอนว่าหากเราเจอสังคมที่ไม่ดีเจอเพื่อนร่วมงานที่ไว้ใจไม่ได้ก็จะทำให้เรารู้สึกไม่มีความสุขและเป็นโรคเกลียดวันจันทร์ไปโดยปริยาย กลับกันถ้าหากสังคมที่ทำงานดีเยี่ยม เจอเพื่อนร่วมงานที่ดี จริงใจ ความลับไม่รั่วไหล มีอะไรคุยกันได้ ก็จะกลายเป็นแรงผลักดันให้เราอยากไปทำงาน เพราะทำแล้วมีความสุข งั้นวันนี้เราลองมาดูกันหน่อยไหมว่าเพื่อนร่วมงานนิสัยแบบไหนที่เจอแล้วต้องรักษาเอาไว้บ้าง 1.เพื่อนร่วมงานที่จริงใจ แน่นอนแหละว่าเพื่อนที่ดีนั้นต้องจริงใจ มีอะไรก็บอกกันตรง ๆ ไม่ปล่อยให้เราหลงเชื่ออะไรผิด ๆ มองที่เป้าหมายในการทำงานร่วมกันเป็นหลักและพร้อมที่จะช่วยเหลือเมื่อเราเจอปัญหา ลองหันมองเพื่อนใกล้ตัว หากใครเจอคนแบบนี้แล้วก็รักษาไว้ให้ดีนะ บอกเลยหายาก 2.เพื่อนร่วมงานที่ไม่นินทาว่าร้าย หากเราอยู่ใกล้คนที่ชอบนินทาว่าร้ายอื่น วันหนึ่งเราอาจจะกลายเป็นเป้าหมายที่ถูกนินทาเสียเองแถมยังเสี่ยงจะถูกดึงเข้าไปในปัญหาที่ปากคนชอบนินทาสร้างขึ้น แต่ถ้าเพื่อนข้างกายเรานั้นไม่สนอกสนใจเรื่องที่น่าอับอายของใคร ไม่ซ้ำเติมด้วยถ้อยคำร้าย ๆ และยังเดินเข้าไปให้กำลังใจด้วยความยินดี อย่าปล่อยเพื่อนคนนี้ไปเด็ดขาด 3.เพื่อนร่วมงานที่คิดบวก อยู่ใกล้คนแบบไหนก็จะกลายเป็นคนแบบนั้น ซึ่งแปลว่าถ้าเราอยู่กับเพื่อนที่คิดบวกเราก็จะมองภาพบวกตามไปด้วย คนที่คิดบวกนี้ไม่ว่าจะเจอกับปัญหาสักแค่ไหนก็พร้อมที่จะฝ่าไปด้วยทัศนคติที่ดี เพราะเขาเชื่อมั่นว่าเขาทำมันได้และความเชื่อมั่นนั้นจะพาเขาไปพบกับความสำเร็จ 4.เพื่อนร่วมงานที่ช่วยกันฝ่าฝันปัญหา เพื่อนที่ไม่ทิ้งให้เราอยู่คนเดียวเมื่อเราต้องเจอกับปัญหา และถึงแม้บางครั้งปัญหานั้นเขาอาจจะช่วยเราแก้ไม่ได้ แต่ก็ยังคอยอยู่ให้กำลังใจ ให้คำปรึกษา ไม่ได้ทิ้งไปไหน ไม่ได้เอาตัวเองรอดไปแค่คนเดียว คนแบบนี้ไม่ว่าใครก็อยากมีไว้ข้างกายทั้งนั้น มีแล้วต้องรักษาให้ดี 5.เพื่อนร่วมงานที่ทำให้รู้สึกเหงาเมื่อเขาลา ข้อนี้น่าจะตอบอะไรได้หลายอย่าง เพราะเพื่อนคนที่ทำให้เรารู้สึกเหงาเมื่อเขาไม่มาทำงานก็ย่อมต้องเป็นคนที่มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน และการที่จะมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันได้แสดงว่าเขาก็ต้องเป็นคนดีใช่ไหมหละ? เพราะเราเลือกคบแต่คนดี ๆ คนไม่ดีเราไม่ยุ่ง สุดท้ายนี้อยากบอกว่า ไม่ใช่แค่เราจะมัวมามองหาและรักษาเพื่อนร่วมงานทั้ง 5 […]

วิธี ทำงานให้เสร็จทันเวลา เทคนิคการทำงานให้เสร็จเร็วและดี ไม่ต้องง้อโอที

วิธี ทำงานให้เสร็จทันเวลา เทคนิคการทำงานให้เร็วและดี โดยไม่ต้องง้อโอที ไม่ว่าใครก็อยากเป็นคนที่เก่ง ทำงานดี มีประสิทธิภาพด้วยกันทั้งนั้น การทำงานให้เสร็จภายในเวลาที่กำหนดอย่างรวดเร็ว เป็นคุณสมบัติหนึ่งของคนที่ทำงานเก่ง วันนี้ Goodlifeupdate จึงนำเทคนิคการ ทำงานให้เสร็จทันเวลา มาฝากทุกคน เพื่องานที่ดี มีคุณภาพค่ะ   เริ่มจากงานที่ชอบก่อน เราควรจัดสรรเวลาในการทำงานให้ดี เพราะงานแต่ละชิ้นมีกำหนดส่งของตัวเอง ต่อให้เราทำงานออกมาดีขนาดไหน แต่ถ้าหากสุดท้ายแล้ว งานชิ้นนั้นเสร็จไม่ทันตามกำหนดเวลา ก็เท่ากับว่า เราไม่สามารถจัดสรรเวลาให้งานชิ้นนั้นเสร็จสมบูรณ์ตามกำหนดเวลาอย่างเป็นมืออาชีพได้ งานบางชิ้น หากเราทำเสร็จไม่ทันภายในเวลางาน ก็ต้องนำงานนั้นมาทำในเวลาโอที หรือ ยกไปทำในวันรุ่งขึ้น ซึ่งการทำโอทีนั้น จะทำให้เรารู้สึกอ่อนล้าจากการทำงานติดต่อกันเป็นเวลานาน จนอาจทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลงได้ ถ้าเรายกงานของวันนี้ ไปทำในวันรุ่งขึ้น วันรุ่งขึ้น เราก็ต้องรับภาระในการทำงานที่มากขึ้น งานที่ถูกยกยอดไปรวมกับงานในวันรุ่งขึ้นต่อไปเรื่อยๆ เช่นนี้ จะยิ่งสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด เราจึงควรจัดสรรเวลาทำงานให้ดี โดยเริ่มจากการทำ “งานที่ชอบ” ก่อน เพราะเมื่อคุณได้ทำในสิ่งที่ชอบ สิ่งที่ถนัดก่อน งานนั้นก็จะสามารถเสร็จอย่างรวดเร็ว แสดงศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มที่ ได้ผลลัพธ์เป็นงานที่ดี และมีประสิทธิภาพ จึงทำให้เกิดกำลังใจ และกิดการตื่นตัวที่จะเร่งสะสางงานชิ้นต่อๆ ไป ทำงาน […]

Burnout ใช่ไหม? งั้นลองมาปลุกไฟให้กลับมาลุกโชนอีกครั้ง

Burnout ใช่ไหม? งั้นลองมาปลุกไฟให้กลับมาลุกโชนอีกครั้ง ก่อนนี้เคยเป็นสายลุยถึงไหนถึงกัน สารพัดสารพันไอเดียแล่นอยู่ในหัว กับงานต้องทุ่มเทเกิน 100% เพราะน้อยกว่านี้แล้วมันไม่ถูกใจ แต่เมื่อเวลาผ่านไปพลังที่เคยพลุ่งพล่านกลับแผ่วลง อยู่ ๆ ก็เป็นคนเบื่อง่าย เอ๊ะเราเป็นอะไร หมดไฟหรือเปล่านะ? หากใครเป็นแบบนี้ลองมาปลุกไฟดูหน่อยไหม เผื่อจะได้กลายเป็นเราคนเดิม 1.หยุดพักสักหน่อย สังเกตตัวเองไหม หากเราทุ่มเทกับอะไรมากไป ในไม่ช้าเราก็จะรู้สึกเบื่อหน่าย งั้นลองหยุดพักสักนิดลองถอยห่างออกมาหน่อย รอให้รู้สึกคิดถึงบ้างเล็กน้อยแล้วค่อยกลับไปทำ 2.สังสรรค์กับเพื่อนบ้าง นัดเจอเพื่อนเจอฝูงบ้างนาน ๆ ที จะเพื่อนมัธยม มหาลัย ก็ได้ทั้งนั้น อะไรจะดีกว่าการพูดคุยสนุกสนานเฮฮาเหมือนได้กลับไปสมัยเด็กอีกครั้ง เรื่องสาระพักไปก่อน ลองเป็นคนไร้สาระบ้างก็ดีเหมือนกัน 3.หางานอดิเรก แม้งานจะทำแล้วเหนื่อยล้า แต่งานอดิเรกกลับทำแล้วไม่เหนื่อย แถมผ่อนคลายสมองได้เป็นอย่างดี บางคนสะสมโมเดล บางคนปลูกต้นไม้ ลองค้นหาตัวเองว่าชอบทำอะไรบ้าง แล้วเริ่มทำสิ่งนั้นดู 4.ตั้งเป้าหมายใหม่ ๆ ฉันอยากได้บ้าน ฉันอยากมีรถ จุดไฟความขยันในตัวคุณด้วยการสร้างแรงผลักดันด้วยสิ่งของที่อยากได้ แล้วพาตัวเองไปให้ถึงจุดนั้น แต่อย่าหักโหมเกินไปหละ เดี๋ยวจะกลายเป็นการกดดันตัวเองเสียเปล่า ๆ 5.ออกไปหาคำตอบ ลองหาเวลาออกจากสถานที่เดิม ๆ ไปในที่ ๆ ไม่เคยไป […]

How to เติมพลังกาย-พลังใจ ให้มนุษย์วัยทำงาน ลดความเครียดลดเสี่ยงโรคภัย

How to เติมพลังกาย-พลังใจ ให้มนุษย์วัยทำงาน ลดความเครียดลดเสี่ยงโรคภัย มนุษย์ออฟฟิศอย่างเรามีหลายหน้าที่หลายภาระที่ต้องรับผิดชอบ บางคนอาจทุ่มเททำงานเพื่อความก้าวหน้า เพื่อครอบครัว แต่ไม่ว่าจะเพื่ออะไรก็ตามหากทำงานหนักมากเกินไป (เกิน 50 ชั่วโมง/สัปดาห์) ก็จะทำให้จิตใจอ่อนไหวร่างกายอ่อนล้า เกิดความเครียดสะสมได้ง่ายและเสี่ยงต่อโรคภัยต่าง ๆ วันนี้ GL เลยขอเอาวิธีฟื้นฟูพลังกายพลังใจที่กรมสุขภาพจิต ได้ให้คำแนะนำไว้มาฝากกัน 1.เติมพลังใจ ด้วยการฝึกมองโลกในแง่ดี เพราะเมื่อเรามีทัศนคติที่ดีทุกอย่างก็จะดีตามไปด้วย สร้างกำลังใจให้ตัวเองและผู้อื่น จะทำให้เรามีความสุขและสนุกกับการทำงาน 2.เติมพลังกาย ด้วยการออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 30 นาที รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพราะการที่เรามีสุขภาพกายดีก็จะส่งผลให้สมองทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ มีการเรียนรู้และมีความจำที่ดีขึ้น 3.เติมพลังสติ นั่งสมาธิฝึกจิตใจให้เรามีสติอยู่เสมอ เพราะถ้าเรามีสติกับทุกเรื่องราวที่ผ่านมาเข้า จะทำให้สามารถตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้น พูดในเวลาที่ถูกต้องและลงมือทำในเวลาที่เหมาะสม 4.เติมพลังความคิด มีหลักคิดในการดำเนินชีวิต “คิดให้เป็น คิดให้ดี คิดให้ได้” เรียนรู้ที่จะเข้าใจตัวเองและผู้อื่น แบ่งปันช่วยเหลือผู้อื่นตามความสามารถ รวมทั้งหาโอกาสทำประโยชน์ต่อสังคม 5.เติมพลังในการปรับตัว รู้จักปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ต่าง ๆ เพื่อให้สามารถปรับตัวได้กับสภาพสังคมที่เปลี่ยนไป และอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้เป็นอย่างดี สามารถจัดการกับปัญหาที่มีได้อย่างเหมาะสม 6.เติมพลังชีวิต ทำในสิ่งที่ชอบเติมเต็มกำไรให้กับชีวิต เช่น การทำกิจกรรมร่วมกับคนในครอบครัว […]

สมดุลชีวิตขาดหาย! ลองทำตาม 5 วิธีง่ายๆ เพื่อกลับมามีความสุขอีกครั้ง

สมดุลชีวิตขาดหาย! ลองทำตาม 5 วิธีง่ายๆ เพื่อกลับมามีความสุขอีกครั้ง สมดุลชีวิตขาดหายเพราะทุ่มเททำงานหนักจนลืมดูแลตัวเอง ลืมใส่ใจคนรอบข้างจนความสัมพันธ์พังทลาย ลองมาดูวิธีการกู้คืนหน่อยไหม ด้วย 5 วิธีง่าย ๆ ที่จะทำให้ชีวิตกลับมามีสมดุลอีกครั้ง 1.วาดฝันถึงชีวิตที่สมดุลตามที่คุณต้องการ จินตนาการถึงชีวิตที่สมดุลที่คุณต้องการ แล้วพิจารณาดูว่ามันตรงกับชีวิตที่คุณเป็นอยู่ตอนนี้หรือไม่ หากยังไม่ตรงก็ลองนึกดูว่าอะไรคือสิ่งที่เราทำแล้วมีความสุข แล้วลิสต์ออกมาเป็นข้อ ๆ จากนั้นก็ลองปฏิบัติตามโดยที่ไม่ตึงเกินไป 2.หยุดทำหลายอย่างพร้อมกัน แต่ให้โฟกัสและจัดลำดับความสำคัญ การสร้างสมดุลไม่ได้แปลว่าคุณจะต้องยัดเยียดสิ่งต่าง ๆ เข้ามาในชีวิต และสมองของเราก็ไม่ได้รองรับการทำงานแบบ Multitasking ยิ่งเราทำหลายอย่างพร้อมกันความเครียดในสมองก็จะมากขึ้น ดังนั้นเราควรจัดลำดับความสำคัญให้ดีแล้วหันมาโฟกัสกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง แล้วเราจะมีสมาธิในการทำสิ่งนั้นอย่างเต็มที่จนผลลัพธ์ออกมาดีกว่าเดิม 3.เรียนรู้ที่จะปฏิเสธโดยไม่เสียใจ การเรียนรู้ที่จะพูดว่า “ได้” โดยไม่ขุ่นเคือง และพูดคำว่า “ไม่” โดยไม่เสียใจ เป็นขั้นตอนแรกในการใช้ชีวิตอย่างสมดุล เพราะหากเราปฏิเสธคนไม่เป็น สุดท้ายมันก็จะย้อนมาสร้างภาระให้กับชีวิตเรา จนเราเสียโอกาสทำในสิ่งที่อยากทำจริง ๆ แต่กลับต้องทำสิ่งที่เราตอบรับไปด้วยความไม่เต็มใจนั้นแทน 4.ตัดสิ่งไม่สำคัญออกจากชีวิต อะไรที่ไม่สำคัญในชีวิตแถมยังสร้างความป่วยจิตให้กับเราก็ให้โยนมันทิ้งไป ไม่ว่าจะเป็นคน สิ่งของเครื่องใช้ หรืออะไรก็แล้วแต่ แต่หากสิ่งนั้นสำคัญก็ต้องรักษาไว้ให้ดี จะได้ไม่เสียใจหากเสียมันไปในภายหลัง 5.ไม่จำเป็นต้องเพอร์เฟค อย่าโทษตัวเองเมื่อทำผิดพลาด แต่ให้ทบทวนและศึกษาความผิดพลาดนั้นว่าเกิดจากอะไรแล้วค่อยเอาไปปรับปรุงแก้ไข เพราะไม่แปลกอะไรที่คนเราจะพลาดพลั้ง เพียงแค่เราทำสิ่งนั้นให้เต็มที่แค่นั้นก็พอแล้ว […]

4 เคล็ดลับรับมืออาการ ‘เครียดแล้วชอบกิน’ จะได้ไม่เครียดเพราะน้ำหนักขึ้น

เครียดแล้วกิน หายเครียดจริงหรือ? สาวๆ หลายคนเวลาเกิดอาการเครียดขึ้นมา จะเครียดมากเครียดน้อยสุดท้ายก็มักจะจบลงด้วย ‘การกิน’  เครียดในขณะกำลังทำงาน ก็มักหาขนมขบเคี้ยวมากิน หลังเลิกงานยังไม่หายเครียด ก็ไปคลายเครียดด้วยบุฟเฟ่ต์ ปิ้งย่าง ขนมหวานจานโต สาเหตุที่หลายๆ คนชอบกินเมื่อรู้สึกเครียด เพราะว่าในขณะที่กำลังเคี้ยว เราให้ความสนใจกับอาหารที่อยู่ตรงหน้ามากกว่าปัญหาที่เกิดขึ้น เรามักจะลืมปัญหาไปได้ชั่วคราว จนคิดไปเองว่า การกินช่วยคลายเครียดได้ บางคนก็ชอบกินเพราะว่าไม่รู้จะทำอะไร คิดไม่ออกก็กิน แต่เมื่อปากหยุดเคี้ยวแล้ว รู้สึกไหมว่า ทำไมรู้สึกเครียดกว่าเดิม ยังมีทั้งปัญหาที่ยังแก้ไม่ตก แล้วก็มานั่งเครียดรู้สึกผิดเพราะกินไปเยอะจนน้ำหนักขึ้น แล้วก็เครียดอีกครั้ง กินอีกครั้ง กลับสู่วงโคจรเดิมๆ เครียดแล้วกิน กินแล้วก็เครียด ถ้าใครกำลังเป็นแบบนี้อยู่คงไม่ดีแล้ว ต้องรีบหาทางจัดการรับมือให้ได้ ด้วย 4 เคล็ดลับ รับมืออาการเครียดแล้วชอบกิน   เครียดแล้วกิน รับมืออย่างไร? ยอมรับความจริงว่า ‘เป็นคนเครียดแล้วชอบกิน’ ก่อน เครียดแล้วกินไม่ใช่เรื่องแปลก อาจเกิดขึ้นได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย แต่บางคนไม่รู้ตัว หรือไม่ยอมรับตัวเอง  หลายคนบอกตัวเองว่าไม่ได้เครียดๆ กินเฉยๆ ไม่ได้เครียดสักหน่อย แล้วก็พยายามทำทุกอย่างให้ปกติทั้งๆ ที่จริงแล้วรู้สึกเครียดมาก แถมปากก็ไม่หยุดเคี้ยวด้วย การยอมรับความจริงว่า เราเป็นคนเครียดแล้วชอบกิน […]

หลักจิตวิทยาคนทำงาน กับบันได 6 ขั้นที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ!

หลักจิตวิทยาคนทำงาน กับบันได 6 ขั้นที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ! ความรู้ความสามารถเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะทำให้คนคนหนึ่งก้าวไกลในโลกของการทำงานแต่หาใช่สิ่งเดียว เพราะคนคนหนึ่งจะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานได้อาจจำเป็นต้องอาศัยปัจจัยหลายอย่าง ซึ่งสิ่งนั้นอาจไม่ใช่สภาพแวดล้อมในที่ทำงาน ความยุติธรรมในที่ทำงาน ผู้บริหารในระดับสูง หรือคอมพิวเตอร์รุ่นล่าสุดที่คุณใช้ทำงานอยู่ หากแต่เป็นตัวของคุณเองที่จะทำให้ตัวเองเกิดความก้าวหน้าในหน้าที่การงานนั้น หรือเป็นตัวถ่วงความเจริญของตัวเองโดยที่คุณไม่รู้ตัวซึ่งเจ้าเพชรฆาตตัวร้ายที่จะคอยดึงเราไม่ให้ก้าวหน้ามีอะไรบ้างใครๆ ต่างก็รู้ดี ซึ่งเมื่อรู้แล้วก็ไม่ควรทำจริงมั้ยล่ะคะ จริงๆ แล้วในโลกของการทำงานคนเราก็ต้องมีการตั้งเป้าหมายชีวิตด้วยกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของตำแหน่งงาน เงินเดือน ว่าภายในปีนี้จะต้องทำผลงานให้ได้ตามเป้าเพื่อที่จะได้รับในสิ่งที่มุ่งหมายเอาไว้ และการที่เรามีเป้าหมายจะทำให้การกำหนดทิศทางในการทำงานได้ง่ายขึ้น เราจะรู้ว่าเราทำสิ่งนี้เพราะอะไรและเพื่ออะไร มีผู้ที่ประสบความสำเร็จในการทำงานหลายๆ ท่าน มักจะพูดแนะนำอยู่เสมอถึงวิธีการที่พวกเขาปฏิบัติตัว ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อคนทำงาน และในวันนี้เราได้รวบรวมเอามาฝากคุณผู้อ่านกันอีกครั้ง ถือว่าเป็นบันไดสู่ความสำเร็จในหน้าที่การงานที่หลายคนทำตามแล้วได้ผล ทำให้ประสบความสำเร็จมานักต่อนักแล้วค่ะ >> สนุกสนานกับงานที่ทำ << นอกเหนือจากความเครียด การทำงานควรต้องมีความสนุกและกระตือรือร้นหากต้องทำงานอีกด้วยค่ะ เพราะเมื่อคุณทำงานด้วยความสนุก คุณจะมีแรงขับ ในการพยายามที่จะทำงานให้ได้ดีที่สุด และประสบความสำเร็จ ในหนึ่งวันเราทำงานตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็นทุกวัน บางงานเป็นอะไรที่ซ้ำซาก จำเจ ทำให้คนเราเกิดความเบื่อหน่ายได้ง่าย ไม่เกิดความคิดสร้างสรรค์ และอาจส่งผลให้งานเกิดความผิดพลาด ดังนั้นคุณควรหาวิธีการที่จะทำให้การทำงานของคุณสนุกมากขึ้น หาสิ่งท้าทายใหม่ๆ ที่คิดว่าเกิดประโยชน์กับตัวคุณและงานที่ทำ หมั่นกระตุ้นตัวเองให้ทำงานอย่างสนุกเสมอ สร้างไฟแห่งความหวังและเติมพลังให้ตัวเองตลอดเวลา ชีวิตชีวาในการทำงานเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับคนทำงานทุกคน เมื่อไหร่ที่คุณหมดไฟหรือเมื่อมองทุกอย่างไม่สนุก คุณต้องรีบหาทางแก้ปัญหา […]

8 วิธีคิดสู่ เส้นทางความฝัน

8 วิธีคิดสู่ เส้นทางความฝัน เชื่อว่าทุกคนล้วนมีความฝันเป็นของตนเอง แต่ เส้นทางความฝัน นั้น ก็มักจะมีเรื่องต่างๆเข้ามาเป็นอุปสรรค หรือแม้กระทั่งความคิด และพฤติกรรมของเราเอง ที่เป็นตัวขัดขวางไม่ให้เราก้าวเข้าไปใกล้ความฝันของตัวเอง หากเราลองเปลี่ยนความคิด และพฤติกรรมทั้งในที่ทำงาน และที่บ้านของเราดูบ้าง เส้นทางสู่ความฝันของเราก็คงจะไม่ไกลเกินเอื้อม 1.เรียนรู้อยู่ตลอดเวลา “เพราะการเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุด” วิธีคิดง่ายๆที่จะช่วยให้เราเติบโต และมีการพัฒนาที่ดีนั้นเอง โดยเราควรที่จะเรียนรู้สิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เราเองนั้นชำนาญแล้ว เราก็ควรที่จะศึกษาเพิ่มเติม หรือคอยอัพเดทอยู่เรื่อยๆ จะทำให้เราเองนั้นมีความชำนาญที่เพิ่มขึ้นไปอีก และตามคนรอบข้างได้ทัน และหากเราลองเปิดใจเรียนรู้ในเรื่องที่เราไม่ถนัดดูบ้าง ก็จะทำให้เรากลายเป็นคนที่รอบรู้ มีความสามารถเพิ่มขึ้นมาทันที 2.ต้องกล้าที่จะตัดสินใจ ในชีวิตการทำงาน ไม่ใช่แค่หัวหน้าเท่านั้นที่จะต้องเป็นคนตัดสินใจ แต่ตัวเราเองก็เช่นกัน เราควรที่จะกล้าตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ทั้งในชีวิตการทำงาน และเรื่องส่วนตัว หากเรายังไม่สามารถที่จะตัดสินใจแล้วลงมือทำได้เลย ก็ลองเลือกทางออกของเราแล้วปรึกษา หรือเสนอแก่หัวหน้า เพื่อให้เขารู้ว่าตัวเราเองก็มีการตัดสินใจไว้บ้างแล้ว การตัดสินใจ จะทำให้เราได้มีกระบวนการคิดที่กว้างมากขึ้น เพราะเราจะต้องคิดว่าอะไรที่ทำให้เราต้องเลือกทางนี้ และหากเลือกไปแล้วจะมีผลอะไรตามมาบ้าง 3.ไม่ใช่แค่คิด แต่ต้องลงมือทำด้วย เป็นอีกเรื่องที่จะช่วยทำให้เราเติบโต และก้าวข้ามผ่านสิ่งต่างๆไปได้อย่างรวดเร็ว เชื่อว่าทุกคนล้วนมีความคิด แต่หากเราแค่คิดก็จะไม่เกิดผลอะไรตามมา งั้นถ้าเราลองเพิ่มความกล้าสักนิดแล้วลงมือทำดูบ้าง ก็จะทำให้เราได้เรียนรู้สิ่งต่างๆเพิ่มขึ้น แล้วก็ได้รู้ผลลัพธ์ในเรื่องที่เราคิดจะทำอีกด้วย 4.ปัญหาไม่ใช่จุดจบ หลายๆคนอาจจะรู้สึกท้อหรือไม่อยากจะทำต่อแล้วในเวลาที่มีปัญหาเข้ามา แต่ปัญหานี่แหละที่จะทำให้เราเติบโตขึ้นอย่างแท้จริง  […]

5 วิธีเติมพลังบวกให้กับตัวเอง ก้าวเข้าสู่วัน ทำงาน ยังไงให้มีความสุข

5 วิธีเติมพลังบวกให้กับตัวเอง ก้าวเข้าสู่วัน ทำงาน ยังไงให้มีความสุข เช้าวัน ทำงาน ในแต่ละวัน หลายคนแค่นึกก็รู้สึกเหนื่อยล้า กับการตื่นเช้า การเดินทางที่แสนวุ่นวาย หรือชีวิตที่เร่งรีบเพื่อไปทำงาน ทำให้หลายคนเกิดความวิตกกังวล จนเกิดเป็นความเครียดสะสม และกลายเป็นคนที่ขาดความสุขหรือความสบายใจในการไปทำงาน ดังนั้นคุณควรจะต้องมีวิธีในการจัดการตัวเองเพื่อกระตุ้นให้ตัวเองรู้สึกตื่นเต้นและมีพลัง เพื่อประสิทธิภาพที่ดีของการทำงาน ความคิดสร้างสรรค์ และส่งผลให้สภาพแวดล้อมในการทำงานกับเพื่อนร่วมงานของคุณดีขึ้นไปอีกด้วย เพิ่มพลังโดยการคิดบวก การเริ่มนึกถึงสิ่งดีๆ  อาจทำให้วันนั้นกลายเป็นวันที่ดีของทุกคนได้เลย เพียงแค่ปล่อยความคิดเล็กคิดน้อยหรือความกังวลออกไป และนึกถึงแต่เรื่องดีๆ ที่เราชอบ จะทำให้เราเพลิดเพลินกับการทำงานได้ ถ้าเราไปถึงที่ทำงานก่อนเวลาหรือระหว่างการเดินทางไปทำงาน ลองเปิดรายการที่เราชื่นชอบดู ตั้งเพลย์ลิสต์ที่เราชื่นชอบ หรือเปิด podcast ฟังก่อนจะเริ่มการทำงานแต่ละวัน แค่นี้เราจะสามารถเริ่มงานได้อย่างไม่เครียดและมีความคิดที่ดีได้แล้วค่ะ พักสักนิด หาเวลาสนุกให้กับตัวเองบ้าง ในระหว่างการทำงานเราจะต้องคอยเติมความสุขให้กับตัวเองโดยการได้ทำสิ่งที่ชอบ เช่น การได้กินของที่ชอบในมื้อกลางวัน การแบ่งปันเรื่องเล่าต่างๆ กับเพื่อนร่วมงาน นอกจากจะทำให้คุณได้พักจากการทำงานแล้ว ยังช่วยกระชับความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงานอีกด้วย ยิ่งเราได้มีเพื่อนที่คุยสนุก อาจทำให้ทั้งวันของคุณ กลายเป็นวันที่ไม่น่าเบื่อ ทำให้วันต่อไปคุณอยากจะลุกขึ้นมาทำงานเพื่อเจอพวกเขาเหล่านี้ก็ได้ วางแผนสนุกๆ ทำหลังจากการทำงานเสร็จ การหาอะไรทำหลังเลิกงาน เป็นแรงจูงใจให้คุณตั้งใจทำงานที่กองไว้ให้เสร็จจนได้ เราจึงอยากให้คุณจัดการกับงานที่ค้างคาให้เสร็จด้วยความมีประสิทธิภาพ ตั้งใจทำงานและทำให้เต็มที่ พอเสร็จงานแล้วคุณจะได้ไม่เก็บปัญหาเหล่านั้นกลับบ้านไปอีก เพื่อที่คุณจะได้ใช้เวลาได้อย่างเต็มที่อย่างมีความสุขและไม่มานั่งกังวลอีก ไม่ว่าคุณจะไปดูหนังที่ตัวเองชื่นชอบ […]

keyboard_arrow_up
X amvata