วิธีพัฒนาตัวเอง : ไม่ว่าจะเก่งแค่ไหน ก็จงทำตัวเป็นน้ำครึ่งแก้วไว้เสมอ

คนเราไม่ได้เก่งมาตั้งแต่เกิด ทุกคนล้วนเริ่มต้นขึ้นมาจากความไม่รู้ แต่ความรู้ ทักษะ ประสบการณ์และความสามารถนั้น เราสามารถที่จะหา วิธีพัฒนาตัวเอง ขึ้นมาได้

ทำเงิน ทำงานยังไง ให้เงินงอกเงย สำหรับคนรุ่นใหม่

ทำเงิน ทำงานยังไง ให้เงินงอกเงย สำหรับคนรุ่นใหม่ ในยุคที่คำว่า “ความอิสระทางการเงิน” และ “การวางแผนการเงิน” เป็นหัวข้อที่ผู้คนให้ความสนใจ เพื่อสร้างความมั่งคั่งให้ทรัพย์สินเติบโตตามเป้าหมาย หรือ วางแผนให้อนาคตมีความมั่นคงทางด้านการเงิน เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันไปของแต่ละบุคคล ไม่ว่าจะเป็น เตรียมแต่งงาน วางแผนเกษียณ ส่งลูกเรียนต่อ ฯลฯ พิทักษ์ สภาธรรม ในฐานะ สถาปนิกการเงิน หรือ ที่ปรึกษาทางการเงินและนักวางแผนการเงินอิสระ เจ้าของเพจ WealthyHealthyMe มีเคล็ดลับ 4 ข้อในการเตรียมทางเลือกเพื่อ ใช้เงินทำงาน และ “ปลุกเงินให้ทำงาน” ตามระยะเวลาในแต่ละช่วงวัยของชีวิต เพื่อสร้างไลฟ์สไตล์ทางเสถียรภาพทางการเงินให้เกิดขึ้นจริง ขั้นตอนการปลุกเงินให้ทำงาน ::: 1. ต้องมีเงิน ::: ก่อนอื่นหากต้องการปลุกเงินให้ทำงาน ข้อแรกที่ต้องมี คือ “เงิน” โดยต้องจัดเงินฉุกเฉิน สำหรับรายจ่ายประจำล่วงหน้า 6 เดือน ซึ่งต้องกันเงินส่วนนี้ไว้สำหรับใช้จ่ายในชีวิตประจำวันหากเกิดรายได้ที่เคยได้ประจำหยุดชะงัก และเป็นส่วนที่เหลือจากการอุดรอยรั่วทางการเงินต่าง ๆ อาทิ เจ็บป่วย อุบัติเหตุ รวมถึงความจำเป็นอื่น ๆ […]

How to อยู่เป็นโสด ต้องทำอย่างไร เตรียมตัวแบบไหนให้อนาคตมีความสุข

ความโสดไม่ได้เป็นเรื่องแปลก เพราะใครหลายคนเลือกที่จะอยู่เป็นโสดกันมากขึ้น โดยมีข้อมูลที่น่าสนใจพบว่า ผู้หญิงยุคใหม่ โดยเฉพาะ Gen Y นิยม อยู่เป็นโสด

เอาชนะปัญหาและอุปสรรคของชีวิต “ในวันที่รู้สึกแย่กับตัวเอง”

เอาชนะปัญหาและอุปสรรคของชีวิต “ในวันที่รู้สึกแย่กับตัวเอง” บางครั้ง เราก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงการพบเจอกับปัญหา และอุปสรรคต่างๆ ในชีวิตประจำวันของเราได้ แต่เราสามารถรับมือกับเรื่องร้ายๆ เหล่านั้นได้ มารับมือกับเรื่องแย่ๆ แก้ไขทุกปัญหาอย่างมีสติกัน ยอมรับความจริง สิ่งแรกที่เราต้องทำ คือ การยอมรับความจริง ว่าชีวิตของคนทุกคนไม่สามารถหลีกหนีจากความทุกข์ได้ มีความสุขก็ต้องมีความทุกข์เป็นของคู่กัน เป็นธรรมดา ในเมื่อหนีไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นสิ่งที่เราทำได้คือการยอมรับการมีอยู่ของความทุกข์นั้น หาทางแก้ไข แล้วก้าวผ่านมันไปให้ได้ ดังที่มีคำกล่าวว่า “เราล้วนผ่านการโดนทำร้ายจิตใจกันมาแล้วทั้งสิ้น มันก็แค่พิธีกรรมอย่างหนึ่งในการใช้ชีวิตของมนุษย์” ยิ้มให้กับตัวเอง เมื่อโลกไม่ได้สวยงามอย่างที่คิด ให้ลองหลับตา นับหนึ่งถึงสิบ หายใจลึกๆ พูดกับตัวเองว่า “มันคงดีที่สุดแล้วล่ะ” ก่อนที่จะลืมตาขึ้น ยิ้มให้ตัวเอง และก้าวเดินต่อไป มองหาต้นเหตุของปัญหา ปัญหาทุกปัญหาย่อมต้องมี “ต้นเหตุ” มองหาต้นเหตุนั้นให้เจอ พิจารณาความเป็นไปได้ที่จะแก้ไข หากแก้ไขได้ก็จงพยายามแก้ไข หากมันยากเกินกว่าที่จะทำได้ ก็ทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อที่ตัวเราจะได้ไม่ต้องมานั่ง “เสียดาย” ภายหลัง จงรีบเป็นอิสระจากความเศร้า อย่าให้ความเศร้าครอบครองชีวิตของเรานานเกินไป รีบดึงจิตใจของเราให้ขึ้นมาจากความทุกข์ใจ หากิจกรรมสนุกๆ ที่เราชอบทำ ไม่ว่าจะเป็นการพบปะเพื่อนฝูง ดูหนัง ฟังเพลง ออกไปท่องเที่ยวเปิดประสบการณ์ใหม่ กอดแมวหมาน่ารักๆ […]

4 สิ่งความจริงของชีวิต ยิ่งทำยิ่งดีต่อเราและองค์กร

4 สิ่งความจริงของชีวิต ยิ่งทำยิ่งดีต่อเราและองค์กร ชีวิตเราอาจจะมีเรื่องราวอะไรมากมายเต็มไปหมด แต่เอ้ะเรื่องไหนบ้างนะที่เราควรจะทำมันให้ดี ยิ่งทำยิ่งดีทั้งกับตัวเราเองและรอบตัวเรา  วันนี้ Goodlifeupdate ชวนคุณมารู้กับ 4 สิ่งความจริงของชีวิต ที่ยิ่งทำก็ยิ่งดีต่อใจกันจ้า ::อย่าคิดแทนคนอื่น:: บ่อยครั้งการชอบคิดแทนคนอื่น ก็มักส่งผลให้ความรู้สึกของเราเป็นไปในทิศทางลบเสียมากกว่าที่จะเป็นด้านดี ดังนั้น หากเป็นไปได้อย่าเอาตัวเองไปคิดอะไรแทนใครเลย เพราะมันอาจเป็นการทำให้ตัวเราเกิดอารมณ์ว้าวุ่น กระวนกระวายอยู่ลึกๆ ภายในใจแบบไม่จำเป็นซะมากกว่า   ::รู้จักการพูดขอบคุณและขอโทษ:: มีคำพูดอยู่สองคำที่คนเราควรจะพูดมันออกมาให้เป็นเรื่องปกติแบบไม่ต้องคิดอะไรเยอะเลย นั่นก็คือ คำว่า “ขอบคุณ” และ “ขอโทษ” เพราะมันอาจเป็นการแสดงออกถึงความรู้สึกผิดและความรู้สึกดีต่อสิ่งที่เกิดขึ้นจากใจจริงๆ ส่งผลให้ผู้ฟังนั้นได้สัมผัสกับความจริงใจ โดยปราศจากการปิดบังซ่อนเร้นใดๆ   ::หยุดคาดหวังในผลลัพธ์:: ความคาดหวังของคนเรา มักเป็นตัวต้นเหตุแห่งความผิดหวังที่ทำให้ใครหลายคนถึงกับไปไม่เป็นมานักต่อนัก โดยเฉพาะเรื่องที่ค่อนข้างมีผลกระทบต่อจิตใจ ซึ่งถ้าหากลดความคาดหวังลงไปได้บ้าง และปล่อยให้มันเป็นไปตามทางที่มันควรจะเป็น อาจช่วยทำให้รู้สึกดีมากกว่าการต้องแบกรับความหวังที่ไม่สามารถรู้ได้เลยว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นอย่างไร   ::อะไรที่คิดว่าทำเองได้ ควรลองทำก่อน:: ก่อนที่จะหวังพึ่งพาอะไรก็ตามจากคนอื่นๆ ควรให้ตัวเองได้ลองลงมือทำมันอย่างเต็มที่เสียก่อน โดยเฉพาะกับเรื่องที่ไม่ได้หนักหนาสาหัสมากนัก เพราะถ้าหากได้ลองลงมือทำด้วยตัวเองอย่างเต็มที่แล้ว แต่ผลลัพธ์กลับออกมาไม่เป็นอย่างที่หวัง ก็คิดเสียว่าอย่างน้อยก็ยังได้ลองลงมือทำ ดีกว่าการยืมมือคนอื่นมาทำ โดยที่ไม่ได้ช่วยลงแรงอะไรบ้างเลย   อ่านบทความเพิ่มเติม 8 สาเหตุใกล้ตัวที่ทำให้ “ปวดหัว” […]

กล้าที่จะคิดต่าง กล้าที่จะท้าทาย เพื่อก้าวไปสู่จุดมุ่งหมายและไขว่คว้าความสำเร็จ – ปวริศา ชุมวิกรานต์

กล้าที่จะคิดต่าง กล้าที่จะท้าทาย เพื่อก้าวไปสู่จุดมุ่งหมายและไขว่คว้าความสำเร็จ – ปวริศา ชุมวิกรานต์ แรงบันดาลใจในการลุกขึ้นหรือก้าวออกไปทำอะไรสักอย่างของแต่ละคนนั้นย่อมแตกต่างกันไป อาจจะเป็นความชอบ ความรัก ที่แปรเปลี่ยนให้แรงบันดาลใจกลายเป็นความมุ่งมั่น ผลักดันให้ตนเองประสบความสำเร็จ เช่นเดียวกับ “คุณวี” ปวริศา ชุมวิกรานต์ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานภาพลักษณ์และสื่อสารองค์กร บริษัทเอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) (เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต) ที่ยึดถือ “ความท้าทาย” เป็นแรงบันดาลใจของตัวเอง คุณวีบอกว่า แรงบันดาลใจที่ทำให้เลือกเดินหรือเลือกก้าวเข้าไปในสายงานต่างๆ ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะธุรกิจค้าปลีก งานสื่อ โฆษณา เทคโนโลยี รวมถึงบริษัทชั้นนำอย่าง DTAC (LINE Mobile), Grab และ Tencent (Joox) ก็คือการได้ก้าวออกจากพื้นที่ปลอดภัยและได้ท้าทายตัวเอง แบรนด์ไหนที่มีปัญหาอยากได้คนไปแก้ไข แบรนด์ไหนที่เปิดตัวใหม่ต้องการคนไปช่วยบุกเบิก หรือเนื้องานที่มีความท้าทายความสามารถมากๆ ก็จะยิ่งชอบ การเปลี่ยนมุมมองของคนทั่วไปที่มีต่อประกันชีวิตคือความท้าทาย แน่นอนว่าการเลือกก้าวเดินเข้ามาที่เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต ก็คือความท้าทายเช่นกัน เพราะที่นี่นั้นมีวิสัยทัศน์ที่อยากจะเปลี่ยนมุมมองของผู้คนที่มีต่อการประกันชีวิต ซึ่งถือเป็นความท้าทายอย่างมาก เพราะว่าเมื่อพูดถึงประกันชีวิตขึ้นมาเมื่อไหร่ […]

เปลี่ยน “เดี๋ยวก่อน” เป็น “ตอนนี้” เลิกนิสัย “คิดแล้วไม่ทำ”

เปลี่ยน “เดี๋ยวก่อน” เป็น “ตอนนี้” เลิกนิสัย “คิดแล้วไม่ทำ” หลายๆ คนอาจจะเคยมีประสบการณ์คิดไอเดียอะไรบางอย่างออกมาได้มากมาย แต่ถึงเวลาจริง ก็ไม่ได้ทำอะไรออกมาอย่างที่คิดสักที พอปล่อยเวลาให้ผ่านไปเนิ่นนาน ก็เริ่มขี้เกียจจนกลายเป็นล้มเลิกแผนการนั้นไปเลย หากเรากำลังเบื่อหน่ายกับนิสัย “คิดแล้วไม่ทำ” แบบนี้ มาลองเปลี่ยนตัวเราเป้นคนใหม่ ด้วยการ “คิด แล้ว ทำ” กันค่ะ  ::: “ความกังวล” ยิ่งคิดก็ยิ่งเพิ่ม ::: สาเหตุยอดนิยมอย่างหนึ่งของคน “คิด แล้ว ไม่ทำ” คือ “ความกังวล” เรากลัวว่าเมื่อลงมือทำแล้วจะประสบปัญหา หรือพบเจอกับอุปสรรคต่างๆ เราจึงต้องคิดวางแผนอย่างถี่ถ้วนเสียก่อนที่จะลงมือทำ จนหลายครั้งที่อาจรู้สึกท้อไปเสียก่อนที่จะได้เริ่มลงมือทำให้เกิดขึ้นจริง ที่จริงแล้ว ความกังวลนั้น ยิ่งคิดก็ยิ่งมีเพิ่มขึ้น พอกังวัลเรื่องหนึ่ง เราก็จะพาลคิดกังวลในเรื่องต่อๆไปตามมาอีกมากมาย จนกลายเป็นความกังวลที่ทบเท่าทวีคูณ จนไม่กล้าลงมือทำเสียที พยายามคิดกังวลให้น้อยลง ปล่อยใจให้สบาย มองและวางแผนตามความเป็นจริง แล้วลงมือทำตามที่คิดกันเถอะค่ะ  ::: ประเมินความเสี่ยงที่เรารับได้ ::: เตรียมใจเอาไว้ว่าความผิดพลาดทั้งหลายนั้นมีโอกาสเกิดขึ้นได้ แต่ในขณะที่ความผิดพลาดนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ ความสำเร็จก็สามารถเกิดขึ้นได้เช่นกัน ลองชั่งน้ำหนักดูว่า มันคุ้มที่จะเสี่ยงหรือไม่ ถ้าคุ้มค่าที่จะเสี่ยงก็เลิกเกรงกลัว […]

4 วิธีเลิกนอยด์ หยุดคิดฟุ้งซ่าน เลิกกังวลไปล่วงหน้า

4 วิธีเลิกนอยด์ หยุดคิดฟุ้งซ่าน เลิกกังวลไปล่วงหน้า ใครที่ชอบคิดกังวลไปล่วงหน้าว่าเดี๋ยวจะเกิดปัญหาขึ้น เดี๋ยวจะต้องมีเรื่องไม่สบาย เดี๋ยวผลลัพธ์จะไม่ออกมาเป็นอย่างที่เราตั้งใจ Goodlife มีวิธีการที่ช่วยให้เราหยุดกังวลไปล่วงหน้า หยุดคิดฟุ้งซ่าน มาฝากทุกคนกันค่ะ ::: ตามให้ทันความคิดของตัวเอง ::: ลองนั่งตั้งสติ แล้วคิดพิจารณาดูว่าความคิดของเราตอนนี้เป็นอย่างไร เรากำลังคิดเรื่องอะไรอยู่ อะไรคือสิ่งที่เรากังวลอยู่ เพื่อที่เรามองให้เห็นต้นเหตุของปัญหา ว่าเรื่องอะไรที่คาใจเราอยู่กันแน่ ::: แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ::: เมื่อเรารู้แล้วว่า อะไรคือสิ่งที่เรากังวลอยู่ ลองนั่งคิดหาทางแก้ปัญหาดู ถ้าสิ่งที่เรากังวลนั้นเป็นเรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้น ก็ลองคิดหาทางออกเอาไว้ล่วงหน้าหลายๆ แผน เผื่อแผนสอง แผนสามเอาไว้เพื่อความอุ่นใจ เมื่อเราคิดวางแผนเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว ก็ทำใจให้สบาย คลายความกังวลให้น้อยลง ::: วางแผนอนาคตแบบยืดหยุ่นได้ ::: การวางแผนล่วงหน้าไปยังอนาคตเป็นสิ่งที่ดี เพราะจะช่วยให้เราเตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งไม่คาดคิดที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต แต่ในขณะเดียวกัน การคิดกังวลล่วงหน้ามากเกินไป อาจทำให้เรายิ่งรู้สึกไม่มีความสุข เครียด ไม่สบายใจได้ เราควรวางแผนอนาคตล่วงหน้าในรูปแบบที่ “ยืดหยุ่นได้” คือใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท อย่าไปเข้มงวด หรือคาดหวังจนเกินไปว่าอนาคตจะต้องเป็นไปอย่างที่เราต้องการเสมอ มีการเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ไม่คาดคิดที่อาจเกิดขึ้นได้ ::: มีความสุขกับปัจจุบัน ::: อยู่กับปัจจุบัน นึกถึงเรื่องในปัจจุบัน […]

แก้ไขตัวเองอย่างไรให้ Work- Life Balance

เราได้ยินบ่อยมากว่า ชีวิตต้องมี 2 ด้านทั้งเรื่องงานและการใช้ชีวิตบนวิถีบาลานซ์ที่สมดุล แต่มีน้อยคนนักที่จะทำสิ่งเหล่านั้นได้ และนี่คือหนทางแก้ไขที่จะทำให้คุณบาลานซ์ตัวเองได้ในที่สุด – มองหาความบาลานซ์ที่เหมาะสมกับตัวเอง จริงๆ แล้วเวิร์คไลฟ์ บาลานซ์เป็นแนวคิดที่เป็นปัจเจกบุคคล ความบาลานซ์ของแต่ละคนนั้นไม่เท่ากัน เพียงแต่เราต้องหาระดับที่เหมาะสมกับเราได้ ขึ้นอยู่กับคุณที่จะจัดลำดับความสำคัญปรับเปลี่ยนและตัดสินใจว่าคุณเป็นอย่างไร พร้อมหรือไม่พร้อมที่จะทำอะไร แต่อย่าลืมที่จะฟังเสียงความรู้สึกร่างกายและอารมณ์ของคุณ รวมถึงฟังสัญชาตญาณของคุณเอง – ระวังการเพิ่มขึ้นของอะดรีนาลีน อะดรีนาลีนที่เกิดจากความเครียดจะทำให้คุณเดินต่อไปได้แค่ระยะสั้นๆ และส่งผลต่อการอยู่ในร่างกายได้ยาวนานขึ้นก่อนที่คุณจะรู้สึกหมดแรงในไม่ช้า การที่อะดรีนาลีนหลั่งมากเกินไปเป็นเวลานาน บางทีอาจเกิดจาก ความกลัว ความเครียด หรือความโกรธสามารถทำให้เกิดการหลั่งอะดรีนาลีนเพิ่มขึ้นได้ และส่งผลให้คุณนอนไม่ค่อยหลับ กระวนกระวายและมึนศีรษะได้ ฉะนั้นจงควบคุมมันให้ดีอย่าพยายามให้เกิดมากเกินไปบ่อยนัก – อย่าเป็นผู้พร้อมพลีกายถวายตัวให้กับงาน บริษัทไม่ได้รักเราขนาดนั้น ทว่าหากคุณเป็นอะไรขึ้นมา เค้าก็แค่หาพนักงานใหม่มาทดแทน ถ้าวันหนึ่งคุณพบว่าตัวเองพูดว่า “ฉันมีงานต้องทำมากมาย” หรือ “ฉันต้องทำทุกอย่างที่นี่ให้เสร็จ” ให้ระวังความคิดนี้ให้ดี เพราะคุณกำลังเป็นคนคลั่งงานที่ทำให้คนรอบตัวรู้สึกรำคาญและไม่อยากเข้าใกล้ ลองลดภาระลงจากบ่าดูบ้าง เงยหน้าจากคอมพ์แล้วจะพบว่ามีคนรอคุย สนทนากับคุณอีกมาก จำไว้ว่าโลกจะไม่หยุดหมุน ถึงคุณหยุดพยายามทำทุกอย่างด้วยตัวเองคุณเดียว – บางครั้ง ‘ความพอดี’ อาจจะดีพอ ถามคำถามกับตัวเองเสมอว่า เราจะให้คะแนนการทำงานกับโปรเจคต์แต่ละชิ้นมากเท่าไร ถ้าจำนวนงานจาก 9 ใน 10 […]

เบื่องาน! อยู่ใช่ไหม ลองมาปลุกไฟในตัวเราให้ลุกโชนกันดีกว่า

เบื่องาน! อยู่ใช่ไหม ลองมาปลุกไฟในตัวเราให้ลุกโชนกันดีกว่า การทำงานมันก็ต้องมีความเหนื่อย ความล้า ความเยอะจนพาลให้เรากลายเป็นคน เบื่องาน และหมดไฟ เป็นธรรมดา แต่สุดท้ายยังไงเราก็ต้องกลับมาทำงานนั้นอยู่ดี เพราะจะให้เลิก ลาออก หรือเดินถอยออกไปมันก็คงทำไม่ได้ ก็ต้องทำงานหาเงินเลี้ยงตัวเองและหาเงินไปเปย์สิ่งที่อยากได้นี่นา วันนี้ GL เลยนำวิธีปลุกไฟให้กลับมาลุกโชนเพื่อให้เราสามารถกลับมาสู้งานได้อีกครั้งมาฝากกัน 1.ปรับอารมณ์และความรู้สึกก่อนเริ่มงาน ก่อนเริ่มงานทุกครั้งให้เราลองนั่งหลับตาทำสมาธิและปรับอารมณ์ให้อยู่ในโหมดทำงานด้วยการนึกถึงสิ่งต่างๆ ที่ต้องทำในวันนี้ แล้วคิดว่าจะทำอย่างไรให้สำเร็จ เมื่อทำสำเร็จแล้วก็จะได้รับความชื่นชม พร้อมกับผลตอบแทนตามที่คาดหวังไว้ พูดง่ายๆ ก็คือให้นึกถึงความสำเร็จของการทำงานเพื่อสร้างแรงจูงใจให้ตัวเองนั่นแหละ 2.เริ่มทำงานไม่ยาก หรืองานที่ไม่ค่อยชอบก่อน หากเราเริ่มทำงานจากงานที่ไม่ชอบหรือที่มีปัญหาเยอะๆ ก่อน เมื่อเราสามารถผ่านด่านนั้นไปได้แล้ว เราก็จะรู้สึกว่างานอื่นๆ หรืองานที่ถนัดนั้นง่าย สบาย และราบรื่น ยิ่งกว่านั้นก็คือการจบวันทำงานด้วยความสนุกเพราะได้ทำงานที่เราชอบก่อนเลิกงาน ลองเปรียบเทียบดูว่า หากต้องมานั่งทำงานที่ไม่ชอบช่วงใกล้เลิกงานเราก็คงรู้สึกเบื่อและพาลไม่อยากมาทำงานในวันพรุ่งนี้เช้า 3.คุยกับคนมีไฟ ขอกำลังใจจากคนรอบข้าง เกือบทุกปัญหาที่เกิดขึ้นในโลกนี้ย่อมมีคนเคยประสบหรือผ่านมันมาแล้วทั้งนั้น หากเราเจอปัญหาอะไรก็ลองหันไปปรึกษาคนที่อยู่รอบกายหรือคนที่มีความสามารถซึ่งน่าจะช่วยชี้ทางและช่วยแนะนำให้เราผ่านปัญหาที่พบเจอไปได้ อย่าเพิ่งคิดไปเองว่าเราคงผ่านมันไปไม่ได้แน่ๆ นอกจากนี้การคุยและการอยู่กับคนมีไฟก็จะช่วยให้ไฟเราติดขึ้นมาได้ด้วยเช่นกัน 4.มูเตลูสร้างความมั่นใจ บางทีการหมดไฟก็อาจเกิดจากการขาดความมั่นใจในตัวเอง เลยอยากให้ลองหันไปพึ่งพาโชคลาภ เครื่องราง หรือของนำโชคดูบ้างเผื่อจะสร้างความมั่นใจให้เราได้ อาจลองเริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการแต่งกายตามสีมงคลประจำวัน 5.ลาพักร้อน อยู่กับงานมากเกินไปก็หมดไฟได้เหมือนกัน ลองหาวันหยุดพักผ่อนยาวๆ หลบไปพักกาย พักใจ […]

รวมวิธี หยุดอาการ Panic หมดปัญหาตื่นตระหนกเกินเหตุ

รวมวิธี หยุดอาการ Panic หมดปัญหาตื่นตระหนกเกินเหตุ อาการตื่นตระหนกอาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ บางครั้งเราก็รู้ตัว แต่บางครั้งเราก็อาจจะไม่รู้ตัว แต่อย่างไรก็ตามถ้าคุณรู้วิธีหยุดอาการ Panic เหล่านี้ได้ คุณก็จะสามารถรับมือกับมันได้ดีขึ้น หากเกิดขึ้นอีกในอนาคต 1. สูดหายใจลึกๆ รู้มั้ยว่าหลายคนเองเวลาที่ตื่นตระหนก เรามักจะลืมหายใจ ซึ่งการสูดลมหายใจของเรานั้นจะสั้นลง และสูดออกซิเจนเข้าไปไม่เพียงพอ ดังนั้น ลองฝึกเทคนิคการหายใจง่ายๆ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้ทุกเมื่อที่ต้องการ หรือจะโน้ตข้อควรจำนี้ไว้ในมือถือของคุณก็ได้ หากรู้สึกแพนิคขึ้นมาอีก 2. เขียนความคิดที่อยู่ในหัว การจดบันทึกเป็นแนวทางปฏิบัติที่ดีในการลดความวิตกกังวล ในช่วงเวลาที่คุณรู้สึกสบายดีให้ลองเขียนความคิดของคุณว่าอะไรที่ทำให้คุณรู้สึกเสียขวัญ ซึ่งการระบายความคิดออกไป จะช่วยให้คุณสงบลงได้อย่างรวดเร็ว และบรรเทาอาการแพนิคลงได้ 3. วางแผนล่วงหน้า ฝึกวางแผนล่วงหน้าในการรับมือ หากเป็นสถานการณ์ที่คุณไม่สามารถออกไปไหนได้ ให้นึกถึงการหายใจเข้าลึกๆ และตั้งสติ รู้จักวิธีวางแผนสำหรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งมันจะช่วยให้คุณสงบสติอารมณ์ได้ 4. ฝึกการใช้สติ ฝึกทำสิ่งเหล่านี้ที่บ้าน ในขณะที่คุณกำลังรู้สึกผ่อนคลาย เพราะวิธีนี้จะช่วยให้คุณจำได้ว่าอะไรเหมาะกับคุณและสามารถใช้ได้ในช่วงเวลาที่อาการ Panic เกิดขึ้น ลองฝึกการมีสติสักสองสามนาที ซึ่งมันจะช่วยทำให้คุณกลับมาสู่ปัจจุบันและช่วยให้คุณสงบลง 5. มองหาพื้นที่สงบ และพูดคุยกับตัวเอง ออกจากห้องอันน่าอึดอัดที่คุณยืนอยู่และหลีกหนีจากคนอื่นๆ มองหาจุดที่เงียบสงบ หรือเดินออกไปนั่งที่รถ จากนั้นคุยกับตัวเอง พูดถึงความรู้สึกของคุณและสิ่งที่เกิดขึ้นในหัวของคุณ […]

4 เรื่องที่ควรจัดการ เพื่อให้มี Work-Life Balance ในชีวิต

4 เรื่องที่ควรจัดการ เพื่อให้มี Work–Life Balance ในชีวิต ถ้าหากเราต้องการจะทำงานได้อย่างราบรื่นและใช้ชีวิตได้อย่างลงตัว หรือที่เรียกว่า Work-Life Balance เราก็ต้องบริหารจัดการสิ่งต่างๆ ให้เกิดความราบรื่นควบคู่กันไป เพราะถ้าเน้นหนักไปที่อย่างใดอย่างหนึ่งก็คงจะไม่มีความสมดุลเท่าไหร่นัก เน้นงานมากไปสีสันในชีวิตก็จะขาดหาย เน้นการใช้ชีวิตมากไปหน้าที่การงานก็คงจะไม่พัฒนา งั้นลองมาดูกันดีกว่าว่าเรื่องหลักๆ ที่เราต้องบริหารจัดการควบคู่กันไปให้ลงตัวนั้นมีอะไรบ้าง 1.เวลา การบริหารจัดการเวลาให้ดีจะช่วยให้เรามีความสมดุลในชีวิต เพราะว่าเมื่อเรากำหนดขอบเขตเวลาการทำงานและทำได้สำเร็จตามขอบเขตนั้น เราก็จะมีเวลากลับมาใช้ชีวิตของตัวเอง ไม่ต้องเอาเวลางานมาเบียดเบียนจนไม่มีเวลาพักหายใจ เพราะฉะนั้นเวลาทำงานก็ทำเต็มที่ ทำให้สำเร็จตามที่ได้รับมอบหมาย เวลาใช้ชีวิตก็มีความสุข สนุกไปกับมัน อย่ามัวหันมาแต่คิดเรื่องงานให้ปวดหัว 2.อารมณ์ เมื่ออารมณ์ไม่ดีจากที่บ้านก็ไม่ควรเอามาพาลใส่คนในออฟฟิศ เช่นเดียวกัน เมื่อมีเรื่องเครียดจากออฟฟิศก็ไม่ควรนำมันไปลงกับคนที่บ้าน ไม่งั้นทั้งชีวิตทั้งการทำงานมันก็จะไม่มีความสุข ทางที่ดีก็ควรหาวิธีระบายอารมณ์อย่างเหมาะสมและถูกต้อง เพราะถ้าฝืนเก็บฝืนกดมันไว้สุดท้ายจิตใจก็จะย่ำแย่ลงไปอีก 3.การเงิน แน่นอนว่าเงินก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญของชีวิตคนเรา การจัดการค่าใช้จ่ายให้เหมาะสมและไม่เกินตัวนั้นถือเป็นเรื่องดี นอกจากนี้ยังเป็นการลดโอกาสในการรบกวนคนอื่นๆ ด้วย อย่างเช่นเรื่องการยืมเงินในที่ทำงาน จนอาจสร้างความลำบากใจและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในอนาคตถ้าหากเราไม่สามารถคืนเงินตามกำหนดได้ ส่วนอีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องผลตอบแทนจากการทำงาน ถ้ามันไม่สมดุลกับทักษะ ความรู้ ความสามารถที่เราใช้ ก็จงเปลี่ยนงานไปซะเถอะ 4.สุขภาพ สุขภาพถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุด เราจึงต้องดูแลตัวเอง จัดการให้ตัวเองมีร่างกายที่แข็งแรง เพราะเมื่อเราแข็งแรงเราก็จะสามารถทำสิ่งต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะทำงานหรือการใช้ชีวิต กลับกันถ้าละเลยเรื่องสุขภาพนอกจากจะทำให้ตัวเองทุกข์ยากแล้วก็ยังลำบากคนอื่นๆ ไปด้วยที่จะต้องคอยมาช่วยเหลือดูแล […]

5 เรื่องที่ควรคิดเผื่อไว้ ก่อนตัดสินใจ ย้ายสายงาน ในวัย 30+

ถ้าหากทำงานมาถึงจุดๆ หนึ่งแล้วรู้สึกตันกับงานที่ทำอยู่จนอยากจะ ย้ายสายงาน ไปด้านอื่นๆ หรืองานที่เคยวาดฝันดู มันอาจไม่มีปัญหาอะไรหากเราเพิ่งเริ่มทำงานใหม่ๆ

5 ความคิด ยาพิษขวางความสำเร็จ

5 ความคิด ยาพิษขวางความสำเร็จ บางครั้งการจะประสบความสำเร็จได้ อาจไม่ได้มีแค่อุปสรรคเรื่องบุคคล สถานการณ์ ภาวะรอบๆ ตัวที่เกี่ยวข้องเท่านั้น แต่เรื่องใกล้ตัว อย่าง “ความคิด” ในสมองของเรา อาจเป็นเรื่องใกล้จนคุณลืมไปและมองข้ามความสำคัญ ทำให้ชีวิตเดินทางไปไม่ถึงความสำเร็จอย่างที่ตั้งไว้สักที 1. ความสมบูรณ์แบบเท่ากับความสำเร็จ มนุษย์โดยธรรมชาติของเรานั้น เกิดข้อผิดพลาดกันได้ เมื่อความสมบูรณ์แบบคือเป้าหมายของคุณ ทำให้คุณมักจะรู้สึกว่าไม่ประสบความสำเร็จสักทีเมื่อพบกับความล้มเหลวบ่อยๆ และจบลงด้วยการใช้เวลาคร่ำครวญถึงสิ่งที่คุณล้มเหลวผิดพลาดไป แทนที่จะเอาเวลาไปสนุกกับความพยายามครั้งใหม่ เพื่อทำมันให้สำเร็จอีกครั้ง 2. ชะตากรรมของฉันถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าแล้ว หลายครั้งที่เรามักเฝ้าแต่โทษโชคชะตา มีคนจำนวนมากที่ยอมแพ้ต่อความคิดที่ไม่มีเหตุผลอย่างมากว่า ฟ้าได้กำหนดให้พวกเขาไว้แล้ว ว่าจะประสบความสำเร็จหรือล้มเหลว จริงๆ แล้วโชคชะตานั้นอยู่ในมือของคุณเอง ถึงแม้เราจะเลือกเกิดไม่ได้ แต่เราเลือกเส้นทางแห่งความสำเร็จให้ตัวเองได้ 3. คุณทำมัน”บ่อย” หรือ “ไม่เคย” ทำเลย ความสำเร็จไม่ได้เกิดจากการกระทำเพียงครั้งเดียว ก่อนที่คุณจะบอกว่าตัวเองว่าพ่ายแพ้ คุณได้ลองทำมันซ้ำแล้วซ้ำเล่าบ่อยแค่ไหน ถ้าคำตอบคือทำเพียงครั้งเดียวหรือไม่เคยสักครั้ง ก็ถึงเวลาที่คุณต้องปรับความคิดใหม่เสียแล้ว 4. อดีต = อนาคต ความล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำอีก สามารถทำลายความมั่นใจในตนเองได้ง่าย และทำให้ยากที่จะเชื่อว่าคุณจะบรรลุผลลัพธ์ที่ดีขึ้นในอนาคตได้ ส่วนใหญ่ความล้มเหลวเหล่านี้เป็นผลมาจากการต้องรับความเสี่ยงและพยายามที่จะบรรลุสิ่งที่ไม่ง่ายเลย จนคุณตั้งหมุดหมายทางความคิดแล้วว่า อย่างไรในอนาคตก็ไม่มีวันสำเร็จได้ 5. จะประสบความสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อ […]

รวมทริคแก้อาการสมองตื้อ เราจะทำงานกันแบบสมองไม่ตื้อ

มาหยุดอาการสมองตื้อ ทำงานไม่รอด สมองไม่แล่นกันกับรวมทริคแก้อาการสมองตื้อ ที่จะช่วยทำให้เราสามารถทำงานกันแบบสมองไม่ตื้อ งานไวเสร็จทันกำหนด

ลองมาเช็กกันดีกว่า! 5 สัญญาณ ที่บ่งบอกว่าเรากำลัง “บ้างาน” มากเกินไป

ลองมาเช็กกันดีกว่า! 5 สัญญาณ ที่บ่งบอกว่าเรากำลัง “บ้างาน” มากเกินไป งานถือเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญมากๆ ในชีวิต เพราะว่างานก็คือเงิน เงินก็คืองาน แล้วเราก็ต้องการใช้เงินนั้นในการดำรงชีวิตและสร้างความสุขให้กับตัวเอง รวมถึงใช้มันดูแลครอบครัว หลายคนจึงมุ่งมั่นกับมันมากเป็นพิเศษ อยากให้ผลงานออกมาดีเพื่อผลตอบแทนที่ดีและความมั่นคงในหน้าที่การงาน อย่างไรก็ตาม ยังมีเรื่องอื่นนอกเหนือจากงานที่มีความสำคัญกับชีวิตของเราเช่นกัน ดังนั้นก็ต้องบาลานซ์มันให้ดี เพราะถ้าบ้านงานจนเกินไปอาจส่งผลเสียให้กับเราได้ งั้นลองมาเช็กกันดีกว่าเรากำลังบ้างานเกินไปอยู่หรือเปล่า และถ้าใครมีอาการแบบนี้อาจเข้าข่ายคนบ้างาน 1.นอนไม่หลับ เฝ้าคิดวนเวียนแต่เรื่องงาน แม้จะทำงานหนักจนเหนื่อยล้าอ่อนแรงแค่ไหน แต่เมื่อกลับไปถึงบ้านก็ยังไม่สามารถตัดงานออกจากความคิดได้ นั่งคิดนอนคิดเรื่องงานไปจนนอนไม่หลับ สุดท้ายก็เกิดความเครียด พักผ่อนไม่เพียงพอ ดังนั้นจึงควรปล่อยวางเรื่องงานบ้าง แบ่งเวลาพักผ่อนกับเวลางานออกจากกันให้เด็ดขาด ในเวลางานทุ่มเททำอย่างเต็มที่นับเป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าจะดีที่สุดเมื่อถึงเวลาพักก็พักอย่างเต็มที่ด้วย 2.หลงลืมบ่อย สมองเบลอ มัวแต่คิดเรื่องงานจนลืมเรื่องราวรอบกาย ทำให้กลายเป็นคนหลงลืมเรื่องใกล้ตัวอยู่บ่อยๆ เช่น ลืมกุญแจบ้าน กุญแจรถ แบบนี้อาจเป็นสัญญาณจากสมองที่บ่งบอกว่ากำลังอ่อนล้า เพราะมัวแต่หมกมุ่นอยู่กับเรื่องงาน จนไม่สนใจเรื่องอื่นในชีวิต ลองหาทางปลดปล่อยความเครียด ด้วยการแบ่งเวลาไปทำกิจกรรมอื่นๆ เพื่อคลายเครียดก็ดีเหมือนกันนะ 3.ปวดคอ หลัง บ่า ไหล่ ไมเกรนก็ถามหา หากเริ่มมีอาการปวดคอ หลัง บ่า ไหล่ ตามแบบฉบับออฟฟิศซินโดรม หรือปวดกระบอกตาจากการจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์มากเกินไปจนเป็นไมเกรน […]

4 วิธีเปลี่ยนงานยากให้เป็นเรื่องง่าย เพื่อเอาชนะความท้าทาย

4 วิธีเปลี่ยนงานยากให้เป็นเรื่องง่าย เพื่อเอาชนะความท้าทาย   มองว่ามาทำงานก็เพื่อตัวเอง จงคิดซะว่าเรามาทำงานก็เพื่อพัฒนาตัวเองให้เก่งและมีทักษะที่ดียิ่งขึ้น เนื่องจากการมาทำงานก็เหมือนกับการลงมือทำแบบทดสอบชนิดหนึ่ง ซึ่งเราไม่รู้มาก่อนว่าวันนี้จะต้องเจอกับโจทย์ที่ยากหรือง่าย หากเจอโจทย์ยาก แต่สามารถผ่านมันไปได้ ก็จะทำให้เรารู้สึกมีกำลังใจและมองว่าตัวเองเก่งที่สามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้อย่างสำเร็จลุล่วง หัดใส่ “ใจ” ลงไปในงานที่ทำ เมื่อเราใส่ความรู้ ความตั้งใจ รวมถึงใส่ใจลงไปในงานที่ทำ แน่นอนว่างานย่อมออกมาดีและบรรลุตรงตามเป้าหมาย ซึ่งก็ถือเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ส่งผลให้เราเกิดความรู้สึกภาคภูมิใจ และได้เอาชนะตัวเองด้วยการก้าวผ่านความยากขึ้นไปอีกขั้น คิดว่างานทำให้เรามี “คุณค่า” คนเราจะรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าก็ต่อเมื่อได้ยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือผู้อื่นในเรื่องต่างๆ เพราะฉะนั้น ในชีวิตการทำงานก็เช่นกัน การได้นำความรู้ที่มีอยู่ออกมาใช้โดยก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งต่อตนเองและผู้อื่น รวมถึงการพัฒนาองค์กรที่ทำงานอยู่ให้ก้าวหน้าขึ้นได้ จะทำให้เรารู้สึกมีคุณค่าในตัวเองและรู้สึกว่างานนี้ไม่ได้ยากเย็นอย่างที่คิดไว้ คิดว่างานที่ทำ คือ “ปัญหา” มองงานที่ทำให้เป็นปัญหา ซึ่งปัญหามีไว้แก้ไข ดังนั้น การแก้ปัญหาก็เหมือนกับการเล่นเกม ที่ถ้าหากคุณสามารถแก้ไขได้ด้วยการนำทักษะและความรู้ที่มีอยู่ออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ก็เท่ากับว่าคุณได้รับชัยชนะอย่างใสสะอาด และเป็นข้อดีที่จะทำให้คุณรู้สึกสนุกไปกับมัน จนอาจทำให้มองเห็นว่าปัญหาหรือเรื่องยากต่างๆ ที่เจอกลายเป็นเพียงเรื่องง่ายนิดเดียว cr: canva อ่านบทความเพิ่มเติม HOW TO ติดโควิด ดูแลตัวเองยังไง ทำจริง หายจริง WFH ทำคนไทยเสี่ยง โรคNCDs เพิ่มขึ้น แนะออกกำลังกายสม่ำเสมอ 5 […]

work life balance ทำได้ไม่อยาก เพื่อชีวิตที่ดีกว่าเดิม

work life balance ทำได้ไม่อยาก เพื่อชีวิตที่ดีกว่าเดิม ร้องอยากได้ work life balance แต่ดันได้ work ” ไร้ ” balance มาแทนซะงั้น คำที่คล้ายกันแต่กลับต่างกันสุดขั้ว ปัญหาสุดเศร้าที่คนวัยทำงานมักเจอ เชื่อว่าทุกคนล้วนอยากจะทำงานที่ไม่กระทบกับชีวิต หรือทำลายชีวิตตัวเอง และคำว่า “work life balance” ก็ได้กลายเป็นคำกำจัดความของชีวิตการทำงานดีๆที่ลงตัวที่ชาวออฟฟิศโหยหาเป็นที่สุด แต่ดูเหมือนว่าชีวิตการทำงานจะมีแต่ความยุ่งยาก ทำงานด้วยความหนักหน่วง แบกรับภาระที่เกินหน้าที่ของตนเอง สะสมงานและปัญหาจนก่อตัวเป็นความเครียดในที่สุด ชีวิตจริงที่ยิ่งกว่าละคร ก็ชีวิตการทำงานนี่แหละค่ะ แต่ก็ต้องยอมรับว่าการทำงานในชีวิตจริงมันไม่ได้ราบรื่นไปเสียทุกอย่าง ก็ต้องมีปัญหามาให้เราแก้ไขบ้าง มีเรื่องราวน่าหนักใจให้เราเหนื่อยใจ ท้อแท้กันบ้าง และอาจจะต้องโหมงานหนักในบางเวลา(หรืออาจจะตลอดเวลา) ซึ่งต่อให้อ่านบทความดีๆ หรือพยายามจัดสรรเวลาให้ลงตัว สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีแค่ไหน ก็ต้องจบลงด้วยงานที่โถมเข้ามาแบบไม่หยุดไม่งั้น จนกลายเป็นว่าชีวิตการทำงานตอนนี้เป็น work ไร้ balance ไปเสียงั้น แต่เราจะแก้ไข้ปัญหาแบบนี้ได้ยังไงกัน ในเมื่อเราไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะทำงานหนักไปเพื่อความอยู่รอด หรือจะลาออกแล้วตายเอาดาบหน้า ซึ่งหลายๆคนก็คงจะต้องเลือกเอาตัวรอดต่อไปด้วยการทำงานแบบ work ไร้ balance แล้วจะดีกว่าไหม ถ้าเราจะปรับนิดปรับหน่อย ให้ชีวิตของเราลงตัวมากยิ่งขึ้น […]

keyboard_arrow_up