วิธีรับมือกับคน นิสัยไม่ดี 7 ประเภท ที่อยู่ด้วยยาก ชอบสร้างความเครียดให้ชีวิตของเรา

รับมือกับคน นิสัยไม่ดี 7 ประเภท ที่อยู่ด้วยยาก เปลี่ยน ‘ความเครียด’ ให้เป็น ‘ความสงบ’ การใช้ชีวิตในปัจจุบันมีปัจจัยของความเครียดแวดล้อมตัวเราอยู่มากมาย  ในช่วงขณะที่เรารู้สึกสงบ แต่เมื่อต้องอยู่กับใครบางคนเพียงชั่วขณะ หัวใจของคุณกลับเต้นแรง เริ่มเครียด และ สับสนกับความรู้สึก ทำไมบางคนถึงชวนให้เครียดมาก และ ทำลายความสงบของเราได้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะพวกเขาติดอยู่กับความรู้สึกที่ฝังรากลึกอย่างที่พวกเราทุกคนมี ถึงแม้จะไม่รู้ตัวก็ตาม และนี่อาจกระตุ้นให้เกิดความเครียด แต่การรับมือ กับคน นิสัยไม่ดี ที่อยู่ด้วยยากนี้ คือ ความเป็นจริงของชีวิต และ การเรียนรู้นี้อาจต้องใช้เวลานานกว่าจะทำให้สงบได้ ครั้งนี้จึงขอนำเสนอข้อมูลจากหนังสือ ฝึกให้สงบ  (I want to be calm) ผลงานโดย แฮร์เรียต กริฟฟีย์ หนังสือแนะนำวิธีง่าย ๆ ในการสร้างความสงบให้กับผู้คนที่ใช้ชีวิตท่ามกลางสังคมปัจจุุบัน สามารถนำไปปรับใช้ได้ทั้งที่บ้านและที่ทำงาน ได้หยิบยกบุคลิกสำคัญ 7 ประเภทที่สร้างความยุ่งยากและความเครียดให้คนรอบข้าง จากทฤษฎีของ ดร. โรเบิร์ต แบรมสัน นักพฤติกรรมวิทยา ลองดูว่าคนที่ทรมานคุณอยู่ในประเภทไหน แล้วคุณจะพบกลวิธีที่ช่วยคลายความเครียดจากคนเหล่านั้น ดังต่อไปนี้ […]

พลิกมุมมองชีวิตใช้ศิลปะบำบัดมะเร็ง ไปกับ ไอรีล ไตรสารศรี

 “เวลาในชีวิต จะสั้นหรือยาวก็ไม่สำคัญเท่าการที่เราใช้ชีวิตในขณะนี้อย่างไร และเพื่ออะไร” นี่คือแนวคิดและประโยคที่ออกมาจากใจของผู้หญิงที่ป่วยเป็นมะเร็งเต้านมระยะที่ 4 แต่มีกำลังใจดีมากกว่าคนที่ไม่ได้ป่วยเป็นอะไรด้วยซ้ำ “คุณออย-ไอรีล ไตรสารศรี” ผู้ก่อตั้ง ART.for.CANCER  เจ้าของวลีเด็ดที่เราพูดถึงนั่นเอง คุณออยไม่เพียงแต่มีคำพูดเด็ดๆ ที่ฟังแล้วโดนใจและให้แง่คิดเพียงเท่านี้นะคะ แต่ด้วยสิ่งที่เธอกำลังทำอยู่ เป็นการทำเพื่อสังคมอย่างแท้จริง แม้ว่าตัวเธอเองจะป่วยขนาดไหนก็ตาม แล้วแบบนี้ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่ Goodlifeupdate จะไม่ไปชวนเธอพูดคุย เพราะเราอยากรู้ว่าผู้หญิงคนนี้มีแนวคิด และพลังใจดีๆ พร้อมการใช้ชีวิตรูปแบบไหน ถึงได้ดูมีความสุข ดูมีประโยชน์ต่อคนอื่น และสัมผัสคุณค่าที่แท้จริงของชีวิตได้ขนาดนี้ ไป เราเลยอยากพาทุกคนไปพูดคุยกับเธอพร้อมๆ กันค่ะ แว๊บแรกที่เราเห็นตัวจริงของคุณออยต้องยอมรับเลยว่าแอบตกใจนิดๆ เพราะคุณออยดูสดใส แข็งแรง ร่าเริง ไม่มีอาการบางบอกว่าเป็นผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะที่ 4 อย่างที่เราคิดเอาไว้ว่าจะต้องโทรมมาก หรือดูไม่มีเรี่ยวแรง ซึ่งจริงๆ แล้วคุณออยดูสดชื่น กระปรี้กระเปร่ามากเสียกว่าคนที่ไม่ป่วยอย่างเราๆ เสียอีก เราจึงเริ่มต้นพูดคุยกับคุณออยด้วยคำถามที่สงสัยมานานแล้วว่า… >> ตอนแรกที่รู้ตัวว่าป่วยเป็นมะเร็งเต้านม รู้สึกอย่างไร และมีวิธีรับมืออย่างไร ? <<   “ยอมรับเลยว่าช็อกค่ะ เพราะเราเคยรู้สึกว่ามะเร็งเป็นเรื่องที่ไกลตัว มันน่าจะเกิดกับคนที่อายุเยอะๆ มากกว่า ซึ่งตอนนั้นออยเพิ่งจะอายุ 27 ปี […]

ความจริงใจจะมีค่า ถ้าใช้ถูกที่ ถูกเวลา และถูกคน!

คนเราไม่ว่าจะคบกับใคร จะคบกันในสถานะไหนเรื่องของ “ความจริงใจ” เป็นสิ่งสำคัญที่สุด ใครเห็นด้วยกับคำกล่าวนี้บ้างคะ! เราอยากบอกเหลือเกินว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงที่สุด ไม่ต้องคิดและไม่ต้องลังเลใจเลย ยิ่งถ้าจะให้คำว่าจริงใจมีความศักดิ์สิทธิ์มากขึ้นมันต้องออกมาในรูปแบบของการที่เราให้ความจริงใจใครไปผลที่กลับมาก็คือความจริงใจที่ตอบกลับมา แบบนั้นก็ย่อมทำให้เรารู้สึกดี และความจริงใจที่ได้รับกลับมานี้แหละค่ะจะเป็นเสมือนกำลังใจ ที่จะทำให้เราทำสิ่งดีๆ กับคนอื่นๆ เพิ่มมากขึ้น แต่ถ้าความจริงใจที่เรามอบให้ไป แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาเป็นแค่จิงโจ้นั่นหรือความไม่จริงใจ ย่อมทำให้เราเสียความรู้สึกอย่างมาก แต่เชื่อเถอะค่ะว่ามันไม่ใช่ทุกครั้งไปหรอกที่เรามอบความจริงใจ และทำดีกับคนอื่นแบบเต็มที่แล้วสิ่งที่ได้มาคือความหลอกลวง เพราะถ้าเราให้ความจริงใจถูกที่ ถูกคน ถูกเวลา อย่างไรเสียมันย่อมมีค่าแน่นอน คนเราจะอยู่คนเดียวในโลกนี้ไม่ได้ ยิ่งมนุษย์เป็นสัตว์สังคมด้วยแล้วต่างคนก็ต้องมีเพื่อนกันทั้งนั้น เพราะฉะนั้นจะต้องมีคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเรามากมายที่มีทั้งดีและไม่ดี ยิ่งเราโตขึ้นเรื่อยๆ เราจะยิ่งดูได้ง่ายว่าคนที่เข้ามาใครมีความจริงใจหรือแค่จิงโจ้ เราจะสัมผัสได้ว่าคนที่จริงใจกับเราจะมีน้อยลงไปเรื่อยๆ ซึ่งการที่เราจะดูว่าใครจริงใจกับเรานั้นก็ดูได้ไม่ยากค่ะ โดยดูได้จาก >> คนที่ไม่ชี้นำเราไปในทางที่ผิด <<   คนเราถ้าคิดจะคบกันก็ต้องแนะนำแต่สิ่งดีๆ ให้แก่กัน ไม่พากันไปในทางที่แย่หรือเกิดความเสียหาย หรือหากเห็นคนที่เรารักทำผิดก็ต้องงห้ามกันไม่ใช่ยุแยงให้ทำผิดไปกันใหญ่ อย่าลืมว่าคนเราถ้ารักกันจริงจะดีใจที่เห็นคนที่เรารักได้ดี และอยากจะเดินไปบนเส้นทางดีๆ ไปด้วยกัน มีความเป็นห่วงเป็นใยกันและกัน และจะสังเกตได้ว่าคนที่จริงใจกับเราจะเป็นห่วงเราในมุมที่ละเอียดอ่อนกว่าคนทั่วไป จะมองเห็นถึงผลที่จะตามมา จะคอยเป็นห่วงและคอยเตือนเราอยู่เสมอ >> ความจริงใจสัมผัสได้โดยไม่จำเป็นต้องพูด << คนที่รักและรู้ใจ และมีแต่ความจริงใจให้แก่กันจริงๆ นั้น เค้าแค่มองตากันก็รู้ใจแล้วล่ะค่ะ ไม่จำเป็นที่จะต้องพูดอะไรมากก็รู้ว่าอีกฝ่ายคิดและรู้สึกอย่างไร โดยที่บางทีเราไม่จำเป็นต้องเล่าหรืออธิบายอะไรมากมายด้วยซ้ำ แค่มองตากันหรือสังเกตพฤติกรรมเท่านั้นก็จะรู้ไปถึงความรู้สึกกันทันที […]

วิธีสร้างความสุขขั้นที่หนึ่ง ทำได้จากการ ” เริ่มต้นวันด้วยอารมณ์ดี “

วิธีสร้างความสุขขั้นที่หนึ่ง ทำได้จากการ ” เริ่มต้นวันด้วยอารมณ์ดี “ เป็นเรื่องจริงนะคะที่ว่า คนเราสามารถรีสตาร์ทชีวิตตัวเองใหม่ได้ทุกวัน แค่ เริ่มต้นวันด้วยอารมณ์ดี เพียงเท่านี้ ก็ส่งผลให้วันทั้งวัน และวันต่อๆ ไปกลายเป็นวันที่ยอดเยี่ยมสุดๆ ได้แล้ว เพราะเราเชื่อว่าหลายคนเองก็คงเคยแอบรู้สึกแย่ในเวลาที่หลายสิ่งหลายอย่างไม่เป็นดั่งใจหวัง ว่าทำไมวันนี้ถึงไม่ดี หรือไม่มีความสุขมากเท่ากับเมื่อวาน ซึ่งความคิดเหล่านี้ อาจบ่งบอกได้ถึงความสุขที่กำลังถดถอยลง แต่ทราบมั้ยคะว่า เราสามารถปรับเปลี่ยนทั้งตัวเองและมุมมองความคิดเสียใหม่ เพื่อให้มีความสุขและสนุกสนานกับการใช้ชีวิตในทุกๆ วันได้นะ โดยอาจเริ่มต้นจาก…. ตื่นให้เช้าขึ้น หลายคนที่ชอบนอนพักผ่อนนานๆ หรือชอบนอนตื่นสายนิดหน่อย อาจรู้สึกว่าตัวเองได้ใช้เวลาในแต่ละวันทำสิ่งต่างๆ น้อยเกินไป เพราะเวลามักเดินผ่านเราไปอย่างรวดเร็ว และไม่เคยรอใคร จึงส่งผลให้เกิดความคิดที่ว่า เวลา 24 ชั่วโมงต่อวันนั้น ไม่เพียงพอเลย แต่เชื่อมั้ยคะว่า ถ้าหากคุณได้ลองตื่นแต่เช้าดูสักวัน อาจค้นพบว่า เรายังมีเวลาเหลืออีกมาก ในการลงมือทำกิจกรรมต่างๆ ที่อยากทำ ซึ่งก็ก่อให้เกิดเป็นความรู้สึกดีไม่น้อย เนื่องจากการที่ตัวเองได้ใช้เวลาชีวิตอย่างคุ้มค่า โดยไม่ต้องรีบร้อนอะไร นอกจากนี้มันยังส่งผลให้คุณกลายเป็นคนใจเย็นมากขึ้นและหงุดหงิดน้อยลง จากการที่คุณหัดเผื่อเวลาให้เป็นด้วยนะ เริ่มต้นวันด้วยอาหารแสนอร่อย ตั้งแต่ลืมตาตื่นและลุกขึ้นจากที่นอน หลายคนอาจมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องจัดการเยอะแยะมากมาย จนทำให้ตัวเองนั้นละเลยการรับประทานอาหารเช้าไป ซึ่งมันเป็นสิ่งที่สามารถส่งผลกระทบด้านลบต่อร่างกายคุณได้มากเลยทีเดียว แต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อค่ะว่า การได้เติมพลังด้วยอาหารเช้าดีๆ สักมื้อ […]

เลิกตั้งสเปคการมีความสุขไว้สูงๆ แล้วหันมาใช้ชีวิตแบบง่ายๆ แต่รู้สึกสุขใจจะดีกว่า!

ด้วยความที่โลกหมุนไปไวเสียเหลือเกินอาจทำให้การดำเนินชีวิตของแต่ละคนอาจจะไม่ราบรื่นเท่าไรนัก บางคนอาจจะเจอเรื่องดีๆ บ่อยครั้ง แต่บางคนก็อาจมีเรื่องแย่ๆ เข้ามาได้เช่นกัน อย่าลืมว่าเวลาในชีวิตของคนเรานั้นมีจำกัด เราไม่สามารถรู้ได้ว่าเวลาบนโลกของตัวเราเองนั้นเหลืออยู่เท่าใด ดังนั้น จงอย่าปล่อยให้ความคิดของคนอื่นมามีอิทธิพลกับตัวเรา มากนัก และอย่าเสียเวลาไปใช้ชีวิตอยู่ในกรอบที่คนอื่นวางเอาไว้ให้ อย่าเอาเสียงรบกวนจากความคิดเห็นของคนอื่นมาปนกับเสียงหัวใจของเรา และจงกล้าที่จะทำตามใจ กล้าที่จะไล่ตามความฝันของตัวเอง วันนี้จึงได้รวบรวมข้อคิดและกำลังใจดีๆ มาฝากคุณผู้อ่านที่กำลังรู้สึกท้อแท้ หรือหมดพลังใจในการใช้ชีวิต เพื่อให้ดำเนินชีวิตต่อไปได้แบบมีความสุขมากขึ้น ถึงแม้ว่าจะช่วยไม่ได้มากนัก แต่เราก็อยากเป็นกำลังใจให้ทุกคนค่ะ >>ใช้ชีวิตอยู่ด้วยความรัก รักโดยไม่หวังผล จะไม่พบกับคำว่าผิดหวัง<< ในความสัมพันธ์ที่นอกเหนือจากความรักของการเป็นพ่อแม่ที่สัญชาติญาณจะดูแลลูก การมอบความรักโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ไม่มีความคาดหวัง เราทำกันได้จริงๆ หรือ? ต้องตอบว่ามีจริงๆ ค่ะ เพราะขึ้นชื่อว่าความรักไม่ใช่สิ่งน่าอาย แม้ว่าจะจับต้องไม่ได้แต่ก็รับรู้ได้ด้วยใจ คนส่วนมากไม่กล้ามอบความรักให้ใครเพราะกลัวการไม่รักตอบ กลัวความผิดหวัง เสียใจเมื่อรักไม่สมดังใจ ความรักแบบนี้เหมือนเป็นการลงทุนเพื่อให้ได้รับความรักตอบแทนมาให้มากกว่าที่ตัวเองรักเขาแบบนี้ย่อมเป็นทุกข์แน่นอน แต่ก็ยังมีคนบางคนที่กล้าที่จะรักคนอื่นก่อน เพราะเข้าใจหัวใจตัวเองว่าเขาต้องการอะไร ถ้าใจคิดอยากจะรักแล้วให้หัวใจเป็นสุข ก็กล้าที่จะมอบความรักให้คนอื่นโดยไม่คาดหวังด้วยซ้ำไปว่าจะได้อะไรเป็นการตอบแทน ไม่หวังแม้แต่ว่า คนที่ตัวเองรักนั้น ต้องมารักตอบ ขอแค่รักเขาเป็นพอ คนที่สามารถมีความรักได้ยั่งยืนยาวนาน  คือคนที่รักโดยไม่หวังสิ่งใดเป็นการตอบแทน เพียงแค่อยากรู้สึกรักใครสักคน ที่เขาจะรักได้ เพราะฉะนั้น ถ้าคิดจะมอบความรักให้ใคร ก็อย่าคิดเรื่องผิดหวัง เพราะถ้ารักโดยไม่คาดหวัง เราก็จะไม่มีความผิดหวังตามมาอย่างแน่นอน >>มีชีวิตอยู่ด้วยการให้อภัยจะมีจิตใจที่แจ่มใสตลอดเวลา<< หากเราคิดได้ว่าทุกคนบนโลกใบนี้ย่อมมีข้อผิดพลาดกันทั้งนั้น […]

เทคนิค ตอบปฏิเสธ อย่างไร ไม่ให้เสียทั้งตัวเราและคนรอบข้าง

เทคนิค ตอบปฏิเสธ อย่างไร ไม่ให้เสียทั้งตัวเราและคนรอบข้าง เชื่อว่าหลายคนอาจเคยรู้สึกหนักใจกับการต้องพูด ตอบปฏิเสธ คนรอบข้างออกไปบ้าง เวลาที่คนเหล่านั้นต้องการความช่วยเหลือ หรือต้องการบางสิ่งบางอย่างจากเรา ซึ่งมันก็ก่อให้เกิดเป็นความไม่สบายใจได้ไม่น้อยเลยทีเดียว แต่จะทำอย่างไรได้ใช่มั้ยคะ เพราะเราก็คือมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง ที่ไม่มีพลังวิเศษ สามารถทำให้ทุกคนพึงพอใจหรือบรรลุผลลัพธ์ต่างๆ ได้ ฉะนั้น วันนี้ Goodlifeupdate จึงอยากมอบเทคนิคดีๆ ในการช่วยคุณพูดปฏิเสธ แบบไร้ความกังวลใจ แถมไม่ทำให้คนรอบข้างเกิดความรู้สึกขุ่นเคืองต่อตัวคุณด้วย มาฝากกันค่ะ พูดปฏิเสธด้วยความอ่อนโยน ประนีประนอม เป็นเรื่องจริงนะคะที่ว่า การพูดจาดีต่อกัน มักทำให้เรื่องเลวร้าย กลายเป็นเรื่องที่ดีขึ้นได้ในชั่วพริบตา ถ้าหากอนาคตอันใกล้ คุณอาจจำเป็นต้องมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้ง หรือมีปากเสียงกับคนรอบข้างแบบไม่ตั้งใจ เราอยากลองให้คุณใช้สติ และเปลี่ยนร้อนเป็นเย็นด้วยคำพูดทะนุถนอมน้ำใจกัน ไม่แน่ว่าปัญหาที่กำลังเดือดรอเวลาปะทุ อาจทุเลาลงได้ ด้วยความอ่อนโยนและการประนีประนอม ฉะนั้น ไม่ว่าจะตกอยู่ในสถานการณ์แบบไหน การพูดจาด้วยเหตุผล ปราศจากอารมณ์ ก็ยังถือเป็นสิ่งที่ส่งผลดีอยู่เสมอ การพูดตอบปฏิเสธออกไปก็เหมือนกัน หากใช้คำพูดให้เป็น รับรองว่าทั้งคุณและผู้ที่มาขอความช่วยเหลือ อาจไม่ต้องมานั่งแบกรับความรู้สึกไม่สบายใจด้วยกันทั้งสองฝ่ายก็เป็นได้ พยายามช่วยหาทางออกอื่นให้ “น้ำใจ” ยังคงถือเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นกับทุกๆ สังคมบนโลกใบนี้เสมอ ไม่ว่าเราจะสามารถให้ความช่วยเหลือในเรื่องนี้ได้หรือไม่ แต่การแสดงออกถึงความช่วยเหลือในด้านอื่นๆ ก็นับเป็นการตอบปฏิเสธกลับที่ไม่แย่เลย ฉะนั้น ถ้าหากคุณไม่สามารถที่จะช่วยเหลือเขาในเรื่องนี้ได้จริงๆ […]

เมื่อเราโตขึ้นเราจะเข้าใจว่า “การมีเพื่อนเยอะไม่สำคัญเท่ากับการมีเพื่อนดี”

“อันเพื่อนดีมีหนึ่งถึงจะน้อย ดีกว่าร้อยเพื่อนคิดริษยา เหมือนเกลือดีมีน้อยด้อยราคา ยังดีกว่าน้ำเค็มเต็มทะเล” วันนี้ขอยกเอาคำสอนของท่านพุทธทาสภิกขุ ที่เป็นบทกลอนสอนใจเรื่องเกี่ยวกับ “เพื่อน” ขึ้นมาพูดสักหน่อยนะคะ เพราะด้วยสถานการณ์และผู้คนที่เราต้องพบเจอในแต่ละวัน หรือแม้แต่ปัญหาที่ผ่านเข้ามาในชีวิตทำให้เรากลับมานั่งคิดทบทวนว่า เวลาเรามีเรื่องทุกข์ใจ หรือเศร้าใจ มีใครบ้างที่เหลืออยู่กับเราในเวลานั้น และเขาคนนั้นแม้จะเป็นเพียงคนคนเดียวที่เหลืออยู่ก็ขอให้จงดีใจเอาไว้เถอะค่ะ ว่านั่นแหละคุณได้เจอเพื่อนแท้แล้ว แม้จะมีจำนวนไม่มาก แต่เค้าคือเพื่อน “คุณภาพ” ที่แท้จริของคุณ ทุกวันนี้ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ทันสมัยขึ้นทำให้คนเรามีการสื่อสารกันง่ายมากขึ้น คนเราจึงมีเพื่อนมากมายในสังคมออนไลน์อย่างเฟสบุคเป็นร้อย บางคนนี่มีเพื่อนเป็นพันๆ คน แต่เอาเข้าจริงๆ เราก็จะคุยหรือมีปฏิสัมพันธ์อยู่ด้วยเพียงแค่ไม่กี่คนเท่านั้น ในโลกออนไลน์หากเราพอใจที่จะให้เพื่อนคนไหนอยู่ในชีวิตเราก็แค่เก็บเขาเอาไว้ หรือหากไม่พอใจใครก็แค่ลบหรือบล็อคออกไปจากเฟสบุคก็เท่านั้น แต่ในชีวิตจริงเรามีเพื่อนที่พูดคุยด้วยได้ทุกเรื่องสักกี่คน เรามีคนที่รับฟังปัญหาที่เราเจอมีกี่คน เคยลองนั่งคิดกันบ้างหรือเปล่า ถึงเวลาแล้วค่ะที่เราจะคัดเลือกเพื่อนที่รู้ใจเอาไว้ข้างกายแบบเพื่อนคุณภาพ  แม้ว่าคัดออกมาแล้วจะเหลือจำนวนน้อยมากเพียงไม่กี่คน หรือบางคนอาจจะเหลือแค่คนเดียว แต่จงดีใจเถอะว่าคุณเป็นหนึ่งในคนที่โชคดีเพราะที่เหลือเพื่อนน้อยๆ นั่นแหละ แต่เค้าคือเพื่อนแท้ค่ะ เวลาที่คนเรามีปัญหา หรือมีเรื่องอยากระบายให้ใครสักคนฟัง เชื่อหรือไม่คะว่าเรามักต้องการเพียงแค่คนคนเดียวเท่านั้นที่รับฟัง ฉะนั้นวันนี้เรามาดูกันดีกว่าค่ะว่าข้อดีของการมีเพื่อนน้อย แต่เป็นเพื่อนคุณภาพนั้นมีอะไรบ้าง แล้วไปดูว่าเมื่อเราเจอคนคนนั้นแล้ว เราควรรักษาเค้าเอาไว้อย่างไร >> เชื่อเถอะว่าเพื่อนยิ่งเยอะ ยิ่งมากปัญหา << เมื่อตอนที่เรายังเป็นเด็ก หรือเมื่อสมัยยังเป็นวัยรุ่น เราจะมีความรู้สึกว่าถ้าไปไหนแล้วได้ไปกันเป็นกลุ่ม เป็นแก๊งค์ใหญ่ๆ คนเยอะๆ มันช่างเป็นอะไรที่สนุกสนานเหลือเกิน ยิ่งคนเยอะยิ่งมันส์สุดๆ แต่เมื่อเราโตขึ้นด้วยภาระหน้าที่ที่ทุกคนต้องมี […]

หลักจิตวิทยาคนทำงาน กับบันได 6 ขั้นที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ!

ความรู้ความสามารถเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะทำให้คนคนหนึ่งก้าวไกลในโลกของการทำงานแต่หาใช่สิ่งเดียว เพราะคนคนหนึ่งจะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานได้อาจจำเป็นต้องอาศัยปัจจัยหลายอย่าง ซึ่งสิ่งนั้นอาจไม่ใช่สภาพแวดล้อมในที่ทำงาน ความยุติธรรมในที่ทำงาน ผู้บริหารในระดับสูง หรือคอมพิวเตอร์รุ่นล่าสุดที่คุณใช้ทำงานอยู่ หากแต่เป็นตัวของคุณเองที่จะทำให้ตัวเองเกิดความก้าวหน้าในหน้าที่การงานนั้น หรือเป็นตัวถ่วงความเจริญของตัวเองโดยที่คุณไม่รู้ตัวซึ่งเจ้าเพชรฆาตตัวร้ายที่จะคอยดึงเราไม่ให้ก้าวหน้ามีอะไรบ้างใครๆ ต่างก็รู้ดี ซึ่งเมื่อรู้แล้วก็ไม่ควรทำจริงมั้ยล่ะคะ จริงๆ แล้วในโลกของการทำงานคนเราก็ต้องมีการตั้งเป้าหมายชีวิตด้วยกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของตำแหน่งงาน เงินเดือน ว่าภายในปีนี้จะต้องทำผลงานให้ได้ตามเป้าเพื่อที่จะได้รับในสิ่งที่มุ่งหมายเอาไว้ และการที่เรามีเป้าหมายจะทำให้การกำหนดทิศทางในการทำงานได้ง่ายขึ้น เราจะรู้ว่าเราทำสิ่งนี้เพราะอะไรและเพื่ออะไร มีผู้ที่ประสบความสำเร็จในการทำงานหลายๆ ท่าน มักจะพูดแนะนำอยู่เสมอถึงวิธีการที่พวกเขาปฏิบัติตัว ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อคนทำงาน และในวันนี้เราได้รวบรวมเอามาฝากคุณผู้อ่านกันอีกครั้ง ถือว่าเป็นบันไดสู่ความสำเร็จในหน้าที่การงานที่หลายคนทำตามแล้วได้ผล ทำให้ประสบความสำเร็จมานักต่อนักแล้วค่ะ >> สนุกสนานกับงานที่ทำ << นอกเหนือจากความเครียด การทำงานควรต้องมีความสนุกและกระตือรือร้นหากต้องทำงานอีกด้วยค่ะ เพราะเมื่อคุณทำงานด้วยความสนุก คุณจะมีแรงขับ ในการพยายามที่จะทำงานให้ได้ดีที่สุด และประสบความสำเร็จ ในหนึ่งวันเราทำงานตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็นทุกวัน บางงานเป็นอะไรที่ซ้ำซาก จำเจ ทำให้คนเราเกิดความเบื่อหน่ายได้ง่าย ไม่เกิดความคิดสร้างสรรค์ และอาจส่งผลให้งานเกิดความผิดพลาด ดังนั้นคุณควรหาวิธีการที่จะทำให้การทำงานของคุณสนุกมากขึ้น หาสิ่งท้าทายใหม่ๆ ที่คิดว่าเกิดประโยชน์กับตัวคุณและงานที่ทำ หมั่นกระตุ้นตัวเองให้ทำงานอย่างสนุกเสมอ สร้างไฟแห่งความหวังและเติมพลังให้ตัวเองตลอดเวลา ชีวิตชีวาในการทำงานเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับคนทำงานทุกคน เมื่อไหร่ที่คุณหมดไฟหรือเมื่อมองทุกอย่างไม่สนุก คุณต้องรีบหาทางแก้ปัญหา ถามตัวเองว่าเราจะทำงานนี้ต่อไปด้วยความกระตือรือร้นได้อย่างไร แก้ปัญหาไม่ใช่หนีปัญหา นี่คือสุดยอดความท้าทายในการทำงาน >> […]

9 เล่ม แรงโดนใจ รวม หนังสือชื่อแซ่บ เผ็ดพริกสิบเม็ด!

9 เล่ม แรงโดนใจ รวม หนังสือชื่อแซ่บ เผ็ดพริกสิบเม็ด! “ความสุขในการทำงาน” คือ ปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่ง ที่ทำให้ผลงานของเราดี มีคุณภาพ เมื่อเรามีสุขภาพจิตที่ดี ผลงานที่ออกมาก็มีคุณภาพดีตามไปด้วย แต่บางครั้ง ในชีวิตการทำงาน เราก็ต้องพบเจอกับปัญหา และอุปสรรคต่างๆ มากมาย จนมองไม่เห็นทางออก และรู้สึกเหนื่อยหน่าย เสียกำลังใจไปโดยเปล่าประโยชน์ วันนี้ Goodlifeupdate จึงขอแนะนำ หนังสือชื่อแซ่บ 9 เล่ม ที่แค่อ่านชื่อก็รู้สึกโดนใจ ใช่เลย แถมยังช่วยเติมกำลังใจ เพิ่มความสุข พัฒนาตัวเราให้ดีขึ้นได้อีกด้วย   ::: คนโง่แสดงออก คนฉลาดออกมาแสดง ::: เริ่มกันที่เล่มแรก “คนโง่แสดงออก คนฉลาดออกมาแสดง” แค่เห็นชื่อหนังสือก็ถึงกับต้องร้อง ซี้ดดดดด แล้ว เพราะนอกจากชื่อจะแซ่บซี้ดแล้ว ยังเป็นข้อความที่โดนใจใครหลาย ๆ คน และใครหลาย ๆ คน น่าจะเคยมีประสบการณ์ที่ได้พบเจอกับคนที่มีลักษณะนิสัยเช่นนี้มาบ้างเช่นกัน หนังสือเล่มนี้ เขียนโดยคุณ M.R. Madkiller […]

4 วิธีแก้นิสัยชอบเลท เปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นคนตรงเวลา

4 วิธีแก้นิสัยชอบเลท เปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นคนตรงเวลา เชื่อว่าทุกคนคงไม่มีใครชอบการต้องรอคอยอะไรนานๆ ดังนั้น เรื่องการนัดหมายก็เช่นกันค่ะ หลายคนอาจจะยังติดนิสัยชอบทำอะไรเชื่องช้า จนบ่อยครั้งก็ทำให้เสียการเสียงาน และทำให้คนรอบข้างเสียอารมณ์ไปด้วย ซึ่งมันจะดีกว่ามั้ย ถ้าหากเรามาปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้นโดยการใช้ วิธีแก้นิสัยชอบเลท ที่จะสามารถส่งผลให้เรากลายเป็นคนตรงต่อเวลาได้มากยิ่งกว่าเดิม! ตื่นแล้วควรลุกออกจากที่นอนทันที หลายคนน่าจะยังเป็นกันอยู่กับอาการที่ตื่นนอนแล้ว แต่ยังชอบกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่บนที่นอน ซึ่งพฤติกรรมแบบนี้เอง ที่เป็นสาเหตุหลักๆ ของการผิดนัดหรือไปถึงที่นัดหมายช้า เพราะการมัวแต่นอนแช่อยู่บนที่นอน ไม่ยอมลุกขึ้นยืดเส้นยืดสาย ส่งผลให้ร่างกายไม่สดชื่น อ่อนเพลีย แถมยังต้องการนอนต่อตลอดเวลา บางคนจึงอาจหลงลืมเผลอหลับต่อ ทำให้ตื่นสาย และต้องคอยเร่งรีบ จนรู้สึกว่าเช้านี้เป็นเช้าวันใหม่ที่ไม่สดใสเอาซะเลย หยุดเล่น Social หลังตื่นนอน เคยลองสังเกตตัวเองกันบ้างมั้ยคะว่า ตอนที่หยิบโทรศัพท์มือถือมาเล่นแต่ละทีนั้น มันสามารถกินเวลาชีวิตเราไปได้อย่างมากมายเลยทีเดียว ฉะนั้น การเช็คโทรศัพท์มือถือทันทีหลังตื่นนอน อาจทำให้เกิดการเสียนิสัยได้ เพราะบางคนชอบเล่นแบบจริงจังจนเกินขอบเขตไปโดยไม่รู้ตัว จนส่งผลให้ลุกไปทำกิจวัตรประจำวันอย่างอื่นช้าลงตามไปด้วยนั่นเอง ทำธุระส่วนตัวด้วยความรวดเร็ว อย่าชะล่าใจ บางคนตื่นก่อนเวลานัดหมายนานหลายชั่วโมงก็จริง แต่กลับทำธุระส่วนตัวต่างๆ อย่างเชื่องช้า เพราะคิดไปเองว่า ‘ยังไงก็ทัน’ ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่อาจไม่ค่อยส่งผลดีมากสักเท่าไหร่ เพราะฉะนั้น ทางที่ดี ลองหันมาปรับเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นคนที่ทำอะไรแบบรีบร้อนบ้าง มิเช่นนั้น คุณอาจติดนิสัยการทำอะไรแบบชักช้า จนคนอื่นไม่อยากรอเอาได้นะคะ เลิกคิดว่า “ช้านิด […]

หลักการคิดให้ชีวิตมีสุข ต้องรู้จักปล่อยวางจากความรู้สึกไม่ดี!

ในโลกนี้สิ่งที่เราต้องพบเจอกันในการใช้ชีวิต เรื่องราวต่างๆ มากมายอาจทำให้มีอะไรมากระทบความรู้สึกเราได้ แน่นอนว่าเมื่อเจอเหตุการณ์ที่ไม่เป็นที่พอใจ ไม่ตรงกับความรู้สึกที่เราอยากให้เป็น เรามักจะเกิดอาการ เศร้า เสียใจ โกรธ กลุ้มใจ เครียด หรือท้อแท้ บางคนเอาความรู้สึกแย่ๆ เหล่านั้นมาทำร้ายชีวิตตัวเอง จมอยู่กับอารมณ์ด้านลบเหล่านั้นนานเกินไป หลายครั้งที่ได้ยินคนบอกให้เรา “ปล่อยวาง” ก็แค่คิดตามว่าปล่อยวางคือการไม่คิดถึงปัญหาที่เจอเท่านั้น ซึ่งมันไม่ง่ายเลยกับการจะปล่อยวางอะไรไปง่ายๆ แบบนั้น แต่เชื่อเถอะค่ะ ถึงเวลาจริงๆ ทุกสิ่งที่เจอจะทำให้เราปล่อยวางไปเองโดยอัตโนมัติ  และในเมื่อเราเลี่ยงไม่ได้สิ่งเดียวที่จะทำได้คือหาวิธีรับมือกันมันไปก็เท่านั้น วิธีที่จะจัดการความรู้สึกหรืออารมณ์ด้านลบที่เจอด้วยการปล่อยวางเรื่องไม่ดีที่เจอนั้นไป ก็มีอยู่นะคะ แม้ว่ามันอาจจะไม่ได้ทำให้ความทุกข์ หรือปัญหาที่เจอนั้นหายไปแบบทันทีทันใด แต่ก็สามารถแบ่งเบาความรู้สึกแย่ๆ ในใจได้แน่ๆ เรารู้ดีว่าความรู้สึกไม่ดีย่อมมีกันทุกคน เพราะคุณไม่ได้อยู่คนเดียวในโลกต้องมีการกระทบกระทั่งกับคนรอบตัวบ้าง การปล่อยวางความรู้สึกไม่ดีอาจทำได้ง่าย ๆ โดยการให้อภัยพวกเขาบ่อย ๆ คุณอาจพูดให้อภัยพวกเขาในใจยามที่ความรู้สึกไม่ดีผุดขึ้นมา วิธีนี้จะช่วยให้ใจคุณสงบและปล่อยวางได้ หรือคุณอาจจะใช้การคิดบวกเพื่อแทนที่การคิดลบซึ่งทำให้คุณรู้สึกดีขึ้นและปล่อยวางไปในที่สุด หรืออาจลองทำตามแนวคิดที่เราเอามาฝากนี้ดู บางทีจิตใจที่ว้าวุ่นอาจทุเลาลงได้ >> คิดไว้เสมอว่าไม่มีอะไรยั่งยืน ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงตลอด << เมื่อไรก็ตามที่เรายึดติดกับอะไรมากๆ เมื่อนั้นเองความเจ็บปวด ความเศร้า ความผิดหวังจะมาหา โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเรายึดติดกับพวกสิ่งของนอกกาย เราจะไม่มีวันใช้เวลากับมันอย่างเป็นสุขเลย เพราะมัวแต่กลัวว่ามันจะหาย กลัวว่ามันจะพัง หรือกลัวมันจะโดนขโมยไป ความคิดแบบนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนบนโลกนี้ […]

อย่า “ แคร์คนอื่น ” จนลืมแคร์ตัวเอง เลิกเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นเสียที

อย่า “ แคร์คนอื่น ” จนลืมแคร์ตัวเอง เลิกเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นเสียที อย่า แคร์คนอื่น จนหลงลืมการแคร์ตัวเอง คำพูดนี้ เรามักจะได้ยินกันอยู่บ่อยครั้ง เพราะหลายคนติดนิสัยชอบเปรียบเทียบตัวเรากับคนรอบข้าง ว่าในขณะที่คนรอบข้างของเราเรียนจบสูง มีงานดี ๆ ทำ แต่งงาน มีครอบครัว มีลูกน่ารัก ๆ ตัวเรานั้นกลับยังเป็นเช่นนี้ แบบนี้แปลว่าเราเป็นคนที่ไม่ประสบความสำเร็จในชีวิตอยู่หรือเปล่านะ? นิยามคำว่า “ประสบความสำเร็จ” ของแต่ละคนนั้นแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับว่า เราให้ “คุณค่า” และ “ความสำคัญ” กับเป้าหมายอะไรในชีวิตของเรา การคิดกังวลกับสายตาของคนในสังคม คิดว่าคนข้างบ้านจะมองเราอย่างไร หรือแม้แต่ความคิดที่ว่า “ถ้าใครรู้เข้า เราต้องขายหน้ามากแน่ๆ” เป็นความคิดที่ทำให้เรารู้สึกอึดอัด และ ไม่มีความสุข ลองกลับมาถามตัวเราดูว่า คนในสังคมที่เราพูดถึงนี้คือใคร พวกเขาให้งาน หรือ สิ่งตอบแทนแก่เราหรือไม่ เขาพาเราไปเที่ยว หรือ เลี้ยงข้าวบ้างหรือเปล่า การใส่ใจคนที่ไม่ได้มีความสัมพันธ์กับเราโดยตรง จะก่อให้เกิดผลดีกับชีวิตของเราอย่างไรบ้าง การแคร์สังคม จึงเป็นแค่ความกลัวว่า “คนอื่นจะมองเรายังไง” ที่เกิดขึ้นในใจของเราเอง ทั้ง ๆ ที่คนอื่นที่ว่านั้นไม่ได้มีตัวตนอยู่จริงเลย […]

ความจริงของชีวิต…เมื่อไม่คาดหวัง ก็จะไม่ผิดหวัง

เราต่างรู้กันดีว่าคนเราอยู่ได้ด้วยความหวัง และการคาดหวังในเรื่องต่างๆ ทั้งเรื่องของตัวเรา คนที่เรารัก และคนรอบข้าง ซึ่งเป็นธรรมชาติของมนุษย์ส่วนใหญ่ที่ทำให้มีเป้าหมายในชีวิต มีเรี่ยวแรงกำลังใจต่อการฟันฝ่า แต่หากความคาดหวังนั้นมีมากเกินไป สูงส่งเกินไป เกินกำลังที่จะไขว่คว้าได้ ย่อมไม่เป็นผลดีกับชีวิต ของคนที่คาดหวังแน่นอน แถมยังส่งผลเสียอย่างมากมายโดยที่คนคนนั้นอาจไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าสิ่งแย่ๆ ที่เกิดขึ้นมาจากความคาดหวังที่มากเกินไปของตัวเอง มีใครเคยลองนั่งถามตัวเองเล่นๆ ดูบ้างหรือไม่ว่าเราเคยรูสึกคาดหวังกับอะไรบางอย่างมากเกินไปหรือไม่?  และเมื่อสิ่งนั้นมันไม่ได้เป็นไปอย่างที่เราต้องการ เราก็จะรู้สึกผิดหวังอยู่เล็กๆ จริงๆ หรือบางคนก็ถึงกับเสียศูนย์หรือเฟลมากๆ ไปเลยก็มี และกลายเป็นว่าเราเองคือคนที่ต้องเจ็บปวดเสียเอง พอเจ็บปวดเราก็จะเสียความเป็นตัวเราไปในที่สุด ไม่มีใครอยากผิดหวังอันนี้เรารู้ดี แต่ครั้นจะบอกว่าไม่ให้คาดหวังกับสิ่งใดๆ เลย อันนี้ก็ทำยากมาก เอาเป็นว่าลองค่อยๆ คิด ค่อยๆ ทบทวนดูว่าสิ่งไหนควรคาดหวัง หรือสิ่งใดไม่ควรคาดหวัง อะไรที่มันมากเกินไปรู้ว่าหวังไปก็อาจผิดหวังก็อย่าไปคาดหวัง เพราะจะส่งผลเสียกับชีวิตและความรู้สึกของเราเอง ไปดูกันดีกว่าค่ะว่าถ้าเราคาดหวังกับอะไรมากเกินไปนั้น จะส่งผลเสียแก่อย่างไรบ้าง >> ทำให้ไม่อยู่บนเหตุผลหรือหลักการของความเป็นจริง อย่างที่เขาเรียกว่าฝันลมๆ แล้งๆ << มีคนเคยบอกเอาไว้ว่าความคาดหวังเป็นเรื่องของประสบการณ์ ความคาดหวังมักจะแน่นิ่งและตายตัว เป็นเรื่องที่เราคาดการณ์จากประสบการณ์ ส่วนความหวังเป็นเรื่องของอนาคต เราไม่สามารถคาดหวังในสิ่งที่เราไม่เคยเห็นหรือไม่เคยคิดถึงมาก่อนได้ แต่ความหวังนั้นกลับกัน เราหวังถึงอะไรที่สวยงาม เป็นเรื่องของจินตนาการ ความเชื่อ หวังถึงอะไรที่ดีกว่าที่เคยมีมาได้ ดังนั้น หากเราไม่เคยมีประสบการณ์หรือไม่มีวี่แววว่าจะพบเจอในสิ่งนั้นๆ มาก่อน แล้วเราไปคาดหวังกับมัน […]

เทคนิคเสริมสร้างตัวเองให้กลายเป็น คนมองโลกแง่ดี บ่อยๆ

เทคนิคเสริมสร้างตัวเองให้กลายเป็น คนมองโลกแง่ดี บ่อยๆ ใครๆ ก็อยากเป็น คนมองโลกแง่ดี ด้วยกันทั้งนั้น แหละใช่มั้ยคะ เพราะเราเชื่อว่า คนที่คิดบวกอยู่เสมอ ย่อมมีความสุขได้มากกว่าคนที่คอยเอาแต่คิดลบและโทษสิ่งต่างๆ รอบตัว ฉะนั้น หากใครอยากลองเปลี่ยนแปลงความคิดตัวเอง ให้กลายเป็นคนมองโลกในแง่ดีมากยิ่งขึ้น ลองมาทำตามเทคนิคง่ายๆ เหล่านี้ดูกันเลยค่ะ นำตัวเองไปอยู่ใกล้กับคนคิดบวก ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อค่ะว่า การนำพาตัวเองไปอยู่ใกล้กับสิ่งดีๆ โดยเฉพาะกับคนที่คิดบวกนั้น อาจทำให้โลกอันมืดมนของเราสดใสขึ้นมาได้เลยทีเดียว และที่สำคัญ การอยู่ใกล้กับคนที่เค้าสามารถให้ความรู้ สาระ รวมไปถึงแง่คิดดีๆ แก่เราได้ จะช่วยทำให้รู้สึกว่าชีวิตนี้มีคุณค่า และยังมีอะไรอีกตั้งมากมายให้ลองลงมือทำ พยายามหลีกเลี่ยงเรื่องที่ทำให้ใจขุ่น ในแต่ละวัน คนเราต้องเจอทั้งสารพัดปัญหาและสารพัดเรื่องราว โดยมีทั้งเรื่องที่ดีและเรื่องที่แย่ปะปนกันไป การพยายามหลีกเลี่ยงหรือไม่ตอบโต้ เรื่องที่ทำให้ ‘อารมณ์ขุ่น’ จึงถือเป็นสิ่งสำคัญ เพราะถ้าหากรู้จักจัดการกับความรู้สึกตัวเองได้ว่า เดี๋ยวมันก็ดีขึ้น หรือเดี๋ยวมันก็ผ่านไป นั่นคือคุณกลายเป็นคนมองโลกในแง่ดีขึ้นอีกระดับหนึ่งแล้ว หัดมีความสุขกับสิ่งเล็กๆ น้อยๆ รอบตัว บ่อยครั้งที่คนเรามักแสวงหาความสุขจากสิ่งไกลตัว จนลืมไปว่า สิ่งรอบตัวเล็กๆ น้อยๆ นั้นก็สามารถสร้างความสุขที่ยิ่งใหญ่ได้มากมายเหมือนกัน เพราะฉะนั้น อยากให้ทุกคนได้ลองสัมผัส หรือรู้สึกมีความสุขกับเรื่องใกล้ตัวดูก่อน ซึ่งมันอาจส่งผลให้เราตระหนักถึงคุณค่าของเรื่องราวต่างๆ รวมไปถึงคุณค่าของตนเองได้มากยิ่งขึ้นด้วย ปลอบใจและให้กำลังใจตัวเองว่าทุกข์นั้นอยู่ไม่นาน […]

5 ความกล้า ที่คนอยาก ประสบความสำเร็จในชีวิต ควรมี!

5 ความกล้า ที่คนอยาก ประสบความสำเร็จในชีวิต ควรมี! ประสบความสำเร็จในชีวิต คือ สิ่งที่หลายคนใฝ่ฝัน แต่การที่จะได้มานั้น ไม่ง่ายอย่างที่คิดเลย คุณสมบัติอย่างหนึ่งที่คนสำเร็จควรมี คือ “ความกล้า” โดยความกล้าที่สำคัญที่สุด คือ การกล้าที่จะเอาชนะความกลัวของตัวเราเอง เมื่อเราสามารถชนะใจของเราเองได้แล้ว เราก็สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีเป้าหมาย มีกำลังใจ และพร้อมที่จะรับมือกับอุปสรรคใดๆ ในชีวิต   ::: กล้าที่จะปฏิเสธ ::: การปฏิเสธในที่นี้ ไม่ได้หมายถึง การทำตัวขวางโลก คิดลบ ปฏิเสธทุกอย่างโดยปราศจากเหตุผล หลีกหนีจากทุกสิ่งอย่าง ไม่ยอมรับอะไรเลย แต่การปฏิเสธในที่นี้ หมายถึงการปฏิเสธสิ่งที่ทำให้เรา “ไม่เป็นตัวของตัวเอง” หรือ “สิ่งที่ขัดขวางความก้าวหน้าของเรา” ขัดกับความชอบ ความถนัด ความสนใจของเรา   ::: กล้าที่จะเสี่ยง ::: ไม่ว่าจะทำอะไร ก็ต้องมี “ความเสี่ยง” ตามมาด้วยกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเสี่ยงมากหรือน้อย ความเสี่ยงก็เป็นสิ่งที่เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ บางคนไม่ชอบความเสี่ยง จึงเลือกที่จะหยุดนิ่งอยู่กับที่ ยอมทนทำสิ่งเดิม ที่แม้จะรู้สึกไม่ชอบ ไม่ถูกใจ […]

อยากเป็นคนเข้มแข็งต้องรู้จักขอบคุณตัวเอง และเลิก สงสารตัวเอง

การเลิก สงสารตัวเอง จะทำให้เราแกร่งขึ้น เมื่อเราต้องพบเจอกับความทุกข์ยาก ลำบาก และอุปสรรคที่ไม่คาดคิด เราอาจรู้สึกโทษตัวเอง และ สงสารตัวเอง ที่ต้องเผชิญชะตากรรมเช่นนั้น จากงานวิจัยที่ติพิมพ์ใน Journal of Personality and Social Psychology ในปี ค.ศ.2003 พบว่า หากเราเปลี่ยนความรู้สึก “สงสารตัวเอง” เป็นการรู้สึก “ขอบคุณตัวเอง” แทน ก็จะเกิดพลังในการเปลี่ยนแปลงชีวิตของเราให้ดียิ่งขึ้นได้ โดยการทดลองเปรียบเทียบความแตกต่าง ระหว่างคนที่เพ่งความสนใจไปในสิ่งที่เราไม่ชอบ หรือ รู้สึกว่าเป็นภาระ กับ กลุ่มคนที่เพ่งความสนใจไปกับสิ่งที่เรารู้สึกขอบคุณ ความรู้สึกขอบคุณนั้น นอกจากจะมีผลทำให้สุขภาพจิตของเราดีขึ้นแล้ว ยังช่วยให้สุขภาพกายของเราดีขึ้นได้อีกด้วย ::: คนที่รู้สึกขอบคุณ จะไม่ป่วยบ่อยเท่าคนอื่น ::: จากการวิจัย พบว่าคนที่รู้สึกขอบคุณตัวเอง จะมีอาการเจ็บป่วยน้อยกว่าคนที่รู้สึกสงสารตัวเอง เนื่องมาจากคนที่รู้สึกขอบคุณตัวเอง จะรักตัวเอง และอยากดูแลสุขภาพของตนเองให้ดีขึ้นอยุ๋เสมอ จึงมีแนวโน้มที่จะขยันออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอมากกว่า ดูแลตัวเองมากกว่า รวมไปถึงมีสุขภาพจิตที่ดีกว่าด้วย จึงทำให้สุขภาพแข็งแรง นอนหลับได้อย่างยาวนานมากกว่า และ รู้สึกสดชื่นในเวลาที่ตื่นตอนเช้ามากกว่า   ::: ความรู้สึกขอบคุณ […]

หลีกเลี่ยงหลุมพราง “การสนทนา” กับประโยคที่ไม่ควรพูด!

คนทั่วไปจะรู้สึกดีกับคนที่รู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา และเข้าใจในสภาพที่คนอื่นเจอะเจอ โดยเฉพาะยิ่งมีคำพูดหรือประโยคที่บอกถึงความห่วงใยสื่อให้ผู้ฟังรู้ว่าคุณเห็นอกเห็นใจเขาและเข้าใจคำพูดของเขาดี เท่ากับว่าคุณชนะใจ และสร้างความยอมรับนับถือจากคนอื่นไปได้เกินครึ่งแล้วล่ะค่ะ เพราะคุณช่วยให้คนคนนั้นรู้สึกดีกับตัวเองมากขึ้น เขาจึงรู้สึกดีกับคุณ และคำพูดดีๆ ที่มอบให้กันนั้นจะช่วยเสริมให้มิตรภาพยิ่งแน่นแฟ้นขึ้น แต่คนส่วนใหญ่มักจะลืมคิดไปว่าอะไรที่พูดออกไปแล้วทำให้ผู้ฟังรู้สึกไม่ดี หรือพูดอะไรแบบไม่ทันฉุกคิด จึงตกหลุมพรางของการสนทนาทำให้จากที่จะสร้างมิตรกลายเป็นสร้างศรัตรูไปเสียอย่างงั้น เชื่อเถอะค่ะว่าเราสามารถชักจูงให้คนอื่นมาชอบเราได้มากขึ้นได้ โดยหนุนให้เขาพูดเรื่องของตัวเอง และตั้งใจฟังเขา ทำแบบนี้เป็นการสร้างมิตรภาพจากการพูดคุยได้ดีที่สุด และสิ่งที่ไม่ควรทำเลยก็คือต้องระวังคำพูดให้ดี เพื่อการสนทนาที่ถูกคอของทั้งสองฝ่าย วันนี้เราลองไปดูกันดีกว่าค่ะ กับประโยคหรือคำพูดที่จะทำให้คุณตกหลุมพลางเกิดความบาดหมางขึ้นได้ง่ายนั้นมีอะไรบ้าง รู้แล้วก็เลี่ยงเสียดีกว่า เพราะคำพูดมันบอกได้ถึงความรู้สึกที่คุณมีต่อเขาได้มากกว่ากิริยาและท่าทางซะอีก จำไว้เลยว่าประโยคเหล่านี้ไม่ควรพูด! >>อย่าพูดเรื่องที่ชวนให้อีกฝ่ายรู้สึกติดลบ << ความรู้สึกด้านลบทำให้ผู้คนรู้สึกไม่ดีกับตัวเอง ซึ่งย่อมทำให้เขาชอบคุณน้อยลงด้วย และไม่มีอะไรจะรุนแรงเท่าคำพูดจาแบบดูถูกดูแคลน เพราะอาจทำให้ผู้ฟังรู้สึกเสียหน้า หรือประโยคที่เป็นการต่อว่าก็ไม่ควรพูดออกมาจากปากเช่นกัน ถ้าคนคนนั้นไม่ได้สนิทกับคุณมากๆ หรือถึงแม้จะสนิทมากแค่ไหน แต่บางทีคำพูดแรงๆ เชิงต่อว่าก็อาจทำให้คุณเสียเพื่อนคนนั้นไปง่ายๆ ได้เหมือนกัน หรือหากการพูดคุยแล้วอีกฝ่ายเกิดอาการเงียบก็ไม่ควรไปพูดในเชิงว่าจะไม่คิดแสดงความคิดเห็นอะไรสักหน่อยหรอ ลองเช็กตัวเองดูก่อนพูดออกไป  อีกสิ่งที่สำคัญคือก่อนที่จะพูดคำนี้ สำรวจก่อนดีไหมว่าคุณพูดเพื่ออะไร หากไม่คิดให้กำลังใจก็ไม่ควรพูดมันออกมา คนฟังอาจจะรู้สึกว่ากำลังใจถดถอยลงแค่ไหน ถ้าพูดคำนี้ออกไปแล้วเหมือนเป็นการบ่งบอกว่าคุณไม่เชื่อในเพื่อนของคุณเองแบบนั้นคนฟังย่อมไม่รู้สึกดี และไม่อยากสานสัมพันธ์กับคุณต่อแน่นอนค่ะ >> อย่าพร่ำบ่นถึงปัญหาของคุณ ปัญหาครอบครัว หรือสารพัดปัญหาในโลก << ใครๆ ก็มีปัญหาของตัวเองมากพออยู่แล้ว เขาย่อมไม่อยากรับฟังปัญหาของคุณหรือของคนอื่น หยุดพร่ำบ่นถึงปัญหาที่เจอในชีวิต แล้วใช้เวลาไปกับการหาวิธีแก้ปัญหา เรียนรู้จากข้อผิดพลาดเพื่อที่จะเติบโตจะดีกว่าค่ะ ยิ่งถ้าต้องไปคุยกับคนอื่นด้วยแล้ว […]

เมื่อประสบปัญหาการเงิน เราควรตั้งหลักด้วยการตั้งสติ!

เชื่อมั้ยคะว่าในชีวิตคนเรานั้นเมื่อเจอปัญหาด้านอื่นๆ เราสามารถจัดการและควบคุมมันได้เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ปัญหาเรื่อง “การเงิน” นั้นมักมีปัจจัยที่เราควบคุมไม่ได้อยู่มาก เช่น มาจากเศรษฐกิจของประเทศ นโยบายภาครัฐ กลไกการตลาด เป็นต้น สิ่งเดียวที่เราจัดการได้คือ การจับจ่ายใช้สอยส่วนตัวและการบริหารรายได้ ดังนั้น เมื่อวิเคราะห์ดูแล้วพบว่าบางปัญหาที่เกิดจากปัจจัยที่อยู่นอกเหนือการควบคุมเราก็ไม่ควรเคร่งเครียดกับสิ่งเหล่านั้นจนเกินไป ตรงกันข้ามควรจัดการหรือแก้ไขปัจจัยใกล้ตัว เช่น การใช้สอย การออมเงิน และการหารายได้พิเศษ กันจะดีกว่า เราเคยได้ยินกันมาบ่อยว่าเงินทองเป็นของนอกกาย แต่เจ้าของนอกกายสิ่งนี้นี่เองที่ก่อให้เกิดความเครียดเป็นอันดับต้นๆ ในชีวิต โดยเฉพาะของคนหนุ่มสาววัยทำงาน ที่ต้องมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินชีวิตมากมาย ที่สำคัญก็คือตราบใดที่ยังต้องสร้างความมั่นคงในชีวิต ความเครียดเรื่องเงินๆ ทองๆ ก็ยังคงอยู่กับเราไปตลอด เมื่อไม่สามารถขจัดความเครียดออกไปได้ ทางออกที่ดีที่สุดคือการจัดการความเครียดให้อยู่หมัดค่ะ วันนี้เรามีวิธีจัดการระบบการเงินที่เป็นทริคเล็กๆ น้อยๆ มาฝาก เผื่อว่าใครจะลองเอาไปทำตามดู จะได้ลดความเครียดเรื่องการเงินในแต่ละเดือนไปได้บ้าง >> ทำรายรับ-รายจ่าย << ตั้งแต่เด็กเรามักถูกสอนว่าให้ทำรายรับ-รายจ่าย เพื่อดูว่าตัวเองใช้จ่ายไปกับสิ่งใดมากที่สุด แต่เมื่อโตขึ้นเรากลับหลงลืม ทั้งที่บัญชีรายรับ รายจ่าย นั้นเป็นกุญแจสำคัญในการจัดการเรื่องเงินในชีวิตของทุกคน จะว่าไปบัญชีรายรับ รายจ่าย นั้นก็เปรียบเสมือนกับไดอารี่บันทึกการใช้เงินในแต่ละวัน เพราะตั้งแต่ตื่นมาเราก็ต้องใช้เงินทำกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าน้ำ ซึ่งการจดว่าเราเสียค่าใช้จ่ายไปกับเรื่องใดบ้างช่วยให้เราปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้เงินได้ถูกต้อง ทั้งยังเป็นเครื่องมือชี้จุดอ่อนด้านการใช้เงินของเราได้เป็นอย่างดี เพราะบางครั้งเรื่องเล็กๆ […]

keyboard_arrow_up