ขอแค่ได้มี “ผิวสวย” นี่แหละความสุขของผู้หญิง!!

คงไม่ใช่เรื่องแปลกหากคุณจะมีเพื่อนสนิทที่มีใบหน้า และผิวพรรณสวยใสอ่อนกว่าวัย เพราะทุกวันนี้เคล็ดลับความงามต่างๆ มีการค้นคว้าและวิจัยจนใช้ได้ผลจริงๆ และได้เผยแพร่ออกมามากมายเหลือเกิน อยู่ที่ว่าใครจะเหมาะกับเคล็ดลับความงามแบบไหน แล้วเลือกนำมาปฏิบัติ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดกับตัวเอง เราทุกคนต่างรู้ดีว่า “ควาสุขของผู้หญิงไม่ได้อยู่ที่ไหนเลย” หากแต่อยู่ที่การได้เป็นเจ้าของผิวสวยใสอย่างคนมีสุขภาพดี ซึ่งผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อผิวดีนั้นอาจจะใช้ไม่ได้ผลกับทุกคนเสมอไป เพราะจากสภาพผิวที่แตกต่างกันบางอย่างอาจทำให้เกิดอาการแพ้กับบางคนได้ แต่ถ้าหากเราใส่ใจและเลือกสรรผลิตภัณฑ์สูตรที่เหมาะกับผิวของเรา แล้วเริ่มต้นดูแลผิวพรรณตั้งแต่วันนี้ พร้อมนำเคล็ดลับที่อ่านเจอมาปฏิบัติตามให้ดูดีขึ้น เชื่อเถอะค่ะว่าคุณจะเป็นผู้หญิงที่มีความสุขกับการใช้ชีวิตประจำวันที่สวยงามสดใสอยู่เสมอ เรื่องราวที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ก็คงไม่พ้นเรื่องของ “เคล็ดลับการดูแลผิว การเตรียมผิวให้สวย รวมถึงเคล็ดลับในการสร้างผิวให้สวยเด่น” จนใครเห็นก็ต้องร้องทักว่าไปทำอะไรมาถึงได้ดูดีขึ้นมากขนาดนี้ อย่าลืมว่ายังมีทางเลือกเกี่ยวกับความสวยอีกมากมายให้เราได้ลองทำตาม อะไรดี เราก็บอกว่าดี และวันนี้จะมีอะไรมาฝากสาวๆ กันบ้าง ไปดูพร้อมกันเลย >> การดูแลผิวตามฤดูกาล << จากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผิวพรรณของเราถูกทำลายได้ง่าย หากไม่ดูแลและบำรุงอย่างถูกต้อง ซึ่งการดูแลผิวพรรณตามสภาพอากาศนั้นสามารถทำได้ดังนี้ คือ ฤดูหนาวอากาศเย็น: ควรอาบน้ำด้วยน้ำอุ่น อย่าใช้น้ำร้อนจนเกินไป เพราะจะทำให้ผิวเสีย ขาดความชุ่มชื้น และผิวเหี่ยวง่าย จากนั้นควรทามอยส์เจอร์ไรเซอร์ หรือบอดี้โลชั่นหลังอาบน้ำทุกครั้งที่ต้องการเพื่อป้องกันผิวแห้งงกร้าน และถ้าจะให้ดีควรเลือกมอยส์เจอร์ไรเซอร์แบบพิเศษ ทาบริเวณซอกคอ หัวเข่า ตาตุ่ม และส้นเท้า หรือหาใยบวบมาขัดตรงบริเวณที่แห้งกร้านเพื่อขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว หากคุณมีผิวบอบบางให้ใช้ฟองน้ำขัดแทนใยบวบก็ได้ และในช่วงที่อากาศเย็นก็ไม่ควรอาบน้ำบ่อยมากนักก็ได้เพราะนั่นจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ผิวของเราขาดความชุ่มชื่นค่ะ ฤดูร้อน อากาศร้อนอบอ้าว: […]

แจกสูตรสำเร็จ…การดูแลเส้นผมเพื่อเสริมบุคลิกภาพ!

“เส้นผม” ของคนเราย่อมมีการเปลี่ยนแปลงตามสภาวะแวดล้อม ธรรมชาติ และวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะการย้อม การดัด ซึ่งการเข้าใจลักษณะทางกายภาพ และส่วนประกอบของเส้นผม จะทำให้สาวๆ สามารถรู้จักวิธีดูแลเส้นผมได้ดีขึ้น รวมถึงวิธีการปกป้องเส้นผมและหนังศีรษะที่ถูกต้องอีกด้วย เพราะต้องไม่ลืมว่าเส้นผมของเราก็ต้องการการดูแลไม่ต่างจากผิวพรรณ ซึ่งหากดูแลและไม่ปกป้องให้ดีจะทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับเส้นผมได้ต่างๆ นานา วันนี้เราจึงรวบรวมเอาสูตรสำเร็จในการดูแลเส้นผมและหนังศีรษะให้มีสุขภาพดี ด้วยวิธีที่ถูกต้องมาฝากกันค่ะ ซึ่งเนื้อหาจะเป็นขั้นตอนการดูแลและปกป้องเส้นผมที่ถูกต้อง ปลอดภัยมากที่สุด ทั้งเคล็ดลับการดูแลเส้นผม ข้อควรระวังเกี่ยวกับผม และการปรนนิบัติเส้นผมที่ควรทำว่ามีอะไรบ้าง เรียกว่าเป็นสูตรสำเร็จที่ทำแล้วได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นกันบ้าง! >> อาหารบำรุงผม <<   การบำรุงเส้นผมด้วยวิธีนานาชนิดนั้นยังไม่เพียงพอต่อการดูแลและทะนุถนอมเส้นผมของคุณให้มีสุขภาพดีอย่างที่ผู้หญิงเราปรารถนาได้ เพราะฉะนั้นเส้นผมที่มีความแข็งแรง มีน้ำหนัก มีความเงางาม สามารถเกิดขึ้นได้อย่างสมบูรณ์แบบ เมื่อคุณให้อาหารของเส้นผมของงคุณได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม และที่สำคัญต้องมีความสม่ำเสมอด้วยค่ะ สาวๆ บางคนอาจจะทราบหรือบางคนอาจจะไม่ทราบว่า “อาหารของเส้นผม” นั้นมีอะไรบ้าง อาหารของเส้นผมนั้นประกอบไปด้วยซิลิคอน ไอโอดีน กำมะถัน เหล็ก และแมงกานีส เมื่อเรารู้แหล่งอาหารของเส้นผมแล้วทีนี้ลองมาดูกันว่าแร่ธาตุที่สำคัญของเส้นผมเหล่านี้ จะมีอยู่ในแหล่งอาหารอะไรบ้าง แร่ธาตุที่สำคัญที่ได้กล่าวมานั้นจะมีอยู่ในแหล่งอาหารดังต่อไปนี้คือ จะอยู่ในพวกอาหารทะเลหรือสาหร่ายทะเล กุ้งแห้ง หอยต่างๆ น้ำมันตับปลา กระเทียม หอมหัวใหญ่ หอมแดง สับปะรด สตรอเบอรี่ แอปเปิ้ล […]

แต่งตัวให้เป็น อย่ามัวแต่ตามเทรนด์ จนไม่เป็นตัวเอง

ผู้หญิงกับการแต่งตัวเป็นของคู่กันค่ะ ไม่สามารถมีสิ่งใดมาพรากเราจากกันได้ ยิ่งเรื่องแฟชั่นด้วยแล้ว สาวๆ มากมายไม่ยอมแม้แต่จะหลุดเทรนด์ไปแม้ซักวินาทีเดียว อะไรที่ว่าฮิต อะไรที่ว่าฮอต ขอให้ได้มีได้ใส่ ได้โชว์เอาไว้ให้ทันควัน แต่สาวๆ คะ ขึ้นชื่อว่าแฟชั่นนั้นก็มีหลายอย่าง หลายแนว ซึ่งมันก็มีทั้งที่เหมาะ และไม่เหมาะกับเรา ซึ่งการติดตามแฟชั่นนั้นมันก็ไม่ได้ผิดอะไร เพราะใครๆ ก็อยากทันสมัยกัน แต่หากว่ามันมากไป จับเอาทุกอย่างมาใส่ในตัวเองหมด เพียงแค่ขอให้ได้ชื่อว่า ฉันไม่ตกเทรนด์นะ ฉันเป็นคนที่อินกับทุกอย่างตลอดเวลา…. อันนั้นก็เยอะไปนะคะ!!     โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าการแต่งตัวตามแฟชั่นบางอย่าง มันช่างขัดกับความเป็นเราซะเหลือเกิน ยกตัวอย่างเช่นถ้าคุณเป็นสาวห้าว ออกแนวเท่ๆ แต่เค้าดันฮิตชุดเดรสหวานๆ กัน หรือสาวใสสีชมพู แต่กลับไปแต่งให้ดูพังร็อค แต่งออกมาแล้วคิดว่ามันจะโอเคมั้ยคะ ลองนึกภาพตามดู เพราะคิดแค่เพียงว่า ถึงมันจะขัดกับความเป็นตัวเองแค่ไหน แต่คนอื่นเค้าก็ฮิตกัน เค้าก็ใส่กันเยอะแยะ ใส่มากๆ เข้าเดินไปทางไหนก็เจอแต่คนแต่งตัวแบบนี้ คุณก็เลยห้ามพลาด! ก็เท่านั้นเอง เพียงเพราะแพ้เหตุผลเดียวที่ว่า “ก็เค้าฮิตกัน”   อย่าลืมนะคะว่า คนเราจะดูดีที่สุดได้ ก็เมื่อได้แต่งตัวในสไตล์ที่เป็นตัวของตัวเอง อย่ามัวแต่ตามเทรนด์จนทำให้ความเป็นตัวเองหายไป ตามแฟชั่นได้ แต่หากแนวไหนมันดูแล้วขัดกับเราเหลือเกินก็อย่าไปตามค่ะ ไม่มีใครเค้าว่าคุณหรอกว่าเชย เพราะสาวทันสมัยและล้ำมากที่สุด […]

วางยาแก้ปวด แล้วมานวดกดจุดคลายเครียดด้วยตนเองอย่างง่ายๆ กันดีกว่า!

การนวด คือธรรมชาติบำบัดที่มีส่วนช่วยให้มีสุขภาพสมบูรณ์ได้ครบถ้วนมากกว่ายาหรือการผ่าตัด1 และเป็นการรักษาในเบื้องต้นที่ประหยัดและเริ่มได้อย่างรวดเร็วที่สุด ปัญหาสุขภาพยอดฮิตของคนในปัจจุบันคืออาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อตามส่วนต่างๆ ของร่างกายโดยเฉพาะคอ บ่า และสะบัก อันมีสาเหตุมาจากความเครียดในชีวิตประจำวัน บางคนพักผ่อนหรือหางานอดิเรกทำจะช่วยบรรเทาได้ แต่หลายคนมีอาการเรื้อรังจนลุกลามกลายเป็นปัญหาใหญ่โต เช่น หมอนรองกระดูกเคลื่อน หรือกระดูกทับเส้นประสาท ก่อนที่คุณจะหยิบยาแก้ปวดมาทาน เราขอแนะนำให้คุณได้ลองใช้วิธีธรรมชาติบำบัดด้วยการนวดกดจุดด้วยตนเองง่ายๆ ที่พิสูจน์แล้วว่าสามารถลดความเครียดและอาการปวดเมื่อยได้อย่างน่าพอใจเลยทีเดียว   7 จุดนวดสำคัญเพื่อคลายเครียดและเกร็งของกล้ามเนื้อ2 จุดกลางระหว่างคิ้วใช้ปลายนิ้วชี้หรือนิ้วกลางกด 3-5 ครั้ง จุดใต้หัวคิ้วใช้ปลายนิ้วชี้ หรือนิ้วกลางกด 3-5 ครั้ง จุดขอบกระดูกท้ายทอย จุดกลาง ใช้นิ้วหัวแม่มือกด 3-5 ครั้ง จุด 2 จุดด้านข้าง ใช้วิธีประสานมือบริเวณท้ายทอย แล้วใช้หัวแม่มือทั้งสองกดจุด 2 จุดพร้อมๆ กัน 3-5 ครั้ง บริเวณต้นคอ ประสานมือบริเวณท้ายทอย ใช้นิ้วหัวแม่มือทั้ง 2 ข้างกดตามแนว 2 ข้างของกระดูกต้นคอ โดยกดไล่จากตีนผมลงมาถึงบริเวณบ่า 3-5 ครั้ง บริเวณบ่า ใช้ปลายนิ้วมือขวาบีบไหล่ซ้ายไล่จากบ่าเข้าหาท้ายทอย บริเวณบ่าด้านหน้า ใช้นิ้วหัวแม่มือขวากดจุดใต้กระดูกไหปลาร้า จุดต้นแขน และจุดเหนือรักแร้ของบ่าซ้าย ใช้นิ้วหัวแม่มือซ้ายกดจุดเดียวกันที่บ่าขวา ทำซ้ำ […]

อยากสุขภาพดี มีแรงทำงาน ต้องมีอาหาร 9 อย่างนี้ติดตู้เย็นไว้

หลายคนคิดว่าแค่กินอาหารให้อิ่มในแต่ละวันก็เพียงพอแล้ว กินแค่เพื่อให้มีแรงทำงานก็เพียงพอ จึงมักไม่ใส่ใจเลือกอาหารการกินเท่าที่ควร เลือกเฉพาะที่อยากกิน เลือกเฉพาะที่มีอยู่ตรงหน้า แต่กลับไม่เลือกอาหารดีที่มีประโยชน์เพื่อรา่งกายจริงๆ You Are What You Eat ยังคงเป็นคำกล่าวที่ใช้ได้อยู่เสมอ โดยคุณหมอมาคิตะ เซ็นจิ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคเบาหวาน ผู้เขียนหนังสือสุดยอดวิธีกินดีไม่มีป่วย กล่าวสนับสนุนสาเหตุที่เราควรเลือกกินให้ดีไว้ว่า เราจะสุขภาพดีหรือแย่ต่างกันอย่างไร ขึ้นอยู่กับการเลือกอาหารและวิธีกินของแต่ละคน อาหารการกินเป็นเรื่องสําคัญ หากเลือกเป็น กินเป็น จะช่วยให้ร่างกายทํางานได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น  ดังนั้น หากอยากสุขภาพดีและมีแรงทำงานไปพร้อมๆ กัน ก็ต้องมีอาหารเพื่อสุขภาพ 9 อย่างนี้ติดตู้เย็นไว้ หิวเมื่อไร กินได้ทันที อิ่มท้องและสุขภาพดีมาพร้อมๆ กัน   9 อาหารเพื่อสุขภาพ หาซื้อง่ายและกินง่าย ถั่วเปลือกแข็ง ถั่วเปลือกแข็งชนิดต่างๆ เช่น วอลนัต อัลมอนด์ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ เฮเซลนัต พิสตาชิโอ เป็นของว่างยอดนิยมในกลุ่มคนรักสุขภาพ เพราะอุดมด้วยวิตามิน แร่ธาตุ เส้นใยอาหาร และกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่ดีต่อร่างกาย อีกทั้งยังช่วยป้องกันโรคภัยต่างๆ เช่น โรคหัวใจ โรตเบาหวาน ปัจจุบันถั่วเหล่านี้หาซื้อได้สะดวกตามร้านสะดวกซื้อ แค่เราลองเปลี่ยนจากขนมกรุบกรอบ […]

รู้หรือไม่? เรากระตุ้นประจำเดือนให้มาไวได้

คิดว่าคุณสาวๆ หลายคนคงเคยเจอปัญหาที่ว่าเวลาจะมีนัดสำคัญๆ หรือจะต้องไปงานอะไรที่ต้องแต่งตัวสวยๆ หรืออะไรก็ตามเมื่อถึงเวลานั้นประจำเดือน หรือรอบเดือนจะต้องมาตลอดเลย ซึ่งเป็นอะไรที่น่าเบื่อแบบสุดๆ เลยใช่มั้ยคะ ไหนจะต้องมาคอยกังวลเรื่องความสะอาด รวมถึงทำอะไรก็ไม่สะดวกเอาซะเลย หลายครั้งที่เมื่อรู้ว่ามีนัดเดือนหน้าวันไหน ก็จะกังวล อยากจะเลื่อนให้ประจำเดือนมาหลังจากนัดก็ทำได้ยากมาก และไม่รู้ว่าจะอันตรายหรือเปล่า วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจพร้อมมีคำแนะนำในการกระตุ้นให้ประจำเดือนมาไวกว่าปกติมาฝากค่ะ รับรองว่าไม่อันตราย และปลอดภัย ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่า “ประจำเดือน” สำหรับผู้หญิงนั้น โดยปกติแล้ว จะต้องมาทุกเดือน มีระยะเวลาอยู่ที่ 21-35 วัน โดยนับจากวันที่ประจำเดือนมาวันแรก คือวันที่ 1 นับไปเรื่อยๆ จนกระทั่งประจำเดือนรอบถัดไปมา จึงจะเริ่มนับวันที่ 1 ใหม่ แต่ทั้งนี้ก็อยู่ที่ว่าจะมาตอนช่วงเวลาไหน อันนี่ก็ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละคนด้วย บางคนก็มาช้า บางคนก็มาไวกว่ากำหนด แต่เรื่องมาช้าหรือมาไวคงไม่ใช่ปัญหาใหญ่ของผู้หญิงอย่างเราๆ ถ้าหากว่าช่วงนั้นไม่มีนัดหรือธุระสำคัญ บางคนอยากเลื่อนให้ประจำเดือนมาช้าอันนี้ค่อนข้างจะทำได้ยากค่ะ เพราะทางการแพทย์บอกไว้ว่าการเลื่อนฮอร์โมนให้ทำงานช้าลงจะส่งผลต่อการมาของประจำเดือนในรอบถัดไป อาจมากะปริบกะปรอย หรืออาจจะขาดหายไปหลายๆ เดือนเลยก็ได้ แต่การกระตุ้นให้ประจำเดือนมาเร็วกว่าปกตินั้นสามารถทำได้ เพราะการกระตุ้นก็แค่ไปทำให้ไข่ตกไวขึ้นกว่าเดิมเท่านั้น สามารถทำได้โดยไม่เป็นอันตราย ขอแค่ทำถูกวิธี เน้นการปฏิบัติโดยวิธีทางธรรมชาติ ไม่จำเป็นต้องใช้ยาหรือสารเคมีที่เป็นอันตรายแต่อย่างใด วันนี้เราเลยเอาวิธีการกระตุ้นให้รอบเดือนให้มาไวขึ้นมาฝาก เผื่อว่าสาวๆ คนไหนกำลังจะมีนัดแล้วกลัวจะเกิดเอ๊กซิเดนท์ ก็กระตุ้นให้มาไวอีกนิดได้ ด้วยวิธีการต่างๆ ตามนี้ […]

เปิดคัมภีร์ความอ่อนเยาว์.. “กินดี หน้ายิ่งเด็ก”

พูดถึงการ “กิน” นั้นเป็นเรื่องง่าย และการกินอย่างไรให้สวยไม่เสื่อมเร็วนั้นก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็นเช่นกัน แต่สำหรับบางคนสิ่งนี้อาจเป็นเรื่องยาก เพราะด้วยการดำเนินชีวิตที่ผิดมาโดยตลอด เป็นจำพวกที่เข้าตำรา “อยู่เพื่อกิน” แทนที่จะเป็น “กินเพื่ออยู่” แบบที่ควรจะเป็น ซึ่งการกินแบบผิดๆ นี่เองที่จะก่อให้เกิดปัญหากับความสวยความงาม และความสาวของเราทั้งในระยะสั้นและระยายาว ไม่แน่อาจเกิดขึ้นในระยะเวลาอันใกล้นี้ก็ได้ เรียกว่าอายุยังมาเท่าไรก็มีใบหน้าและร่างกายที่แก่ก่อนวัยอันควร นั่นเป็นผลลัพธ์แย่ๆ ที่มาจากการใช้ชีวิตแบบผิดมานานนั่นเอง ผลลัพธพ์ที่ว่าจะประดังกันเข้ามาแบบไม่ขาดสาย ไม่ว่าจะเป็นการมีน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นมา พร้อมๆ กันกับไขมันเป็นส่วนๆ ตามร่างกาย ไม่มีเรี่ยวแรงหรือความกระฉับกระเฉงเท่าที่ควร เพราะต้องแบกรับน้ำหนักตัวที่มาก ไม่มีความมั่นใจในตัวเอง เพราะรูปร่างที่เปลี่ยนไปในทางลบ ทำให้เกิดความรู้สึกด้านลบกับตัวเอง เวลามองดูตัวเองก็จะรู้สึกไม่ดี ไม่ชอบพบปะสังสรรค์กับเพื่อนฝูงญาติพี่น้องเช่นแต่ก่อน เพราะหมกมุนอยู่กับรูปร่างและปัญหาในการกินของตัวเอง มีโรครุมเร้ามากมายตั้งแต่โรคที่ไม่มีความรุนแรงไปจนถึงขึ้นร้ายแรง เช่น ปวดตามข้อ ปวดหลัง ปวดขา ปวดเอว เป็นโรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคความดันโรหิตสูง รวมถึงมีจิตในที่หมกมุ่นอยู่แต่กับเรื่องกินมากกว่าเรื่องอื่นๆ เพราะเห็นว่าการกินสำคัญกว่า ทั้งหมดเป็นปัญหาจากการกินแบบผิดๆ ทั้งสิ้น ที่ส่งผลสะท้อนให้เห็นชัดเจนในรูปของ “ความแก่ก่อนวัย” เช่น อายุเพิ่งจะ 20 ต้นๆ แต่มีรูปร่างเหมือนป้า มีโรคของคนแก่รุมเร้าตั้งแต่ยังสาว ผิวพรรณหยาบกร้านเหมือนคนแก่ เพราะไม่รู้ว่าอาหารนั้นนอกจากจะให้พลังงานแก่ร่างกายแล้ว ยังให้พลังชีวิตและช่วยชะลอความร่วงโรยแก่เราได้ […]

รู้ทันยารักษาสิว พิชิตหน้าพัง หลังเผชิญกับฝุ่นพิษ PM 2.5

ยารักษาสิว ใช้อย่างไรในวันเผชิญฝุ่น ปัญหา ฝุ่นพิษ “พีเอ็ม 2.5”  ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพภายในร่างกายเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อใบหน้าและผิวพรรณบริเวณที่ไม่ได้ป้องกันอีกด้วย แม้จะสวมใส่หน้ากากอนามัยแต่ก็ไม่สามารถป้องกันฝุ่นพิษได้ทั่วใบหน้า ซึ่งนับว่าเป็นปัญหาใหญ่ของคนเป็นสิว เพราะฝุ่นละอองขนาดเล็ก ถือเป็นคู่ปรับตัวร้ายสำหรับผิวหน้า เนื่องจากละอองฝุ่นมีขนาดเล็กจึงสามารถเข้าไปสะสมในรูขุมขนบนใบหน้า ก่อให้เกิดภาวะอุดตันของสิ่งสกปรก จน “หน้าสวยๆ” กลาย เป็น “หน้าสิว” ง่ายกว่าภาวะปกติ โดยเฉพาะผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายอาจก่อให้เกิดสิวเห่อและผดผื่นคันทั่วใบหน้า จนขาดความมั่นใจ จึงรีบรุดหาวิธีรักษาสิวจนลืมคำนึงถึงผลข้างเคียง บทความนี้ได้สรุปการรักษาสิวด้วยยาชนิดต่างๆ เพื่อเป็นประโยชน์กับผู้ที่มีปัญหาสิวได้รู้ทันยารักษาสิวและผลข้างเคียง เพื่อจะได้ระวังตัวในการใช้ชีวิตประจำวันและดูแลผิวเป็นสิวได้อย่างถูกวิธี ดร.ภญ.จิรวรรณ โอพรสวัสดิ์ ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเกิดสิวว่า “ในชั้นผิวหนังมีรูขุมขน ต่อมไขมัน และต่อมเหงื่อเพื่อระบายของเสียทั่วใบหน้า เมื่อรูขุมขนเผชิญกับมลภาวะและฝุ่นพิษ PM 2.5 ที่นำพาสิ่งปรกอื่นๆ มาด้วย จึงก่อให้เกิดการอุดตันรูขุมขนได้ง่าย ทำให้ต่อมไขมันอุดตันจนน้ำมันในรูขุมขุนไม่สามารถระบายออกมาได้ สะสมเกิดเป็นคอมีโดนและกลายเป็นสิวอุดตัน และอาจถูกรบกวนซ้ำจากเชื้อแบคทีเรีย P.acnes จนกลายเป็นสิวอักเสบ อีกทั้งฝุ่นพิษ PM 2.5 ยังนำพาสารเคมีและสิ่งสกปรกมากมายสู่ผิวอีกด้วย จึงกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้มีผดผื่นคัน และสิวเห่อได้ง่าย” สำหรับผู้ที่เป็นสิวจากการแพ้ฝุ่นละอองขนาดเล็กสามารถจำแนกระดับความรุนแรงของปัญหาสิวได้หลายแบบในที่นี้จะแบ่งความรุนแรงเป็น 3 ระดับด้วยกันคือ  ปัญหาสิวเล็กน้อย มีหัวสิวอุดตันเป็นส่วนใหญ่ หรือมีสิวอักเสบร่วมด้วยไม่เกิน […]

ศัลยกรรมความงามกับผู้หญิง จำเป็นแค่ไหน?

ในการขับรถเพื่อไปให้ถึงยังจุดหมายปลายทางนั้นอาจมีหลายเส้นทาง ทั้งทางหลัก ทางรอง และทางลัด ที่โดยปกติแล้วเรามักใช้เส้นทางหลักเป็นเส้นทางประจำเสมอ แต่อาจมีใครอีกหลายๆ คนที่จะเลือกใช้ “ทางลัด” เพราะเห็นว่าสะดวกรวดเร็วดี แต่คุณรู้หรือไม่คะว่าทางลัดส่วนใหญ่นั้นมักจะอันตรายและไม่ค่อยจะลัดอย่างที่เราเข้าใจกัน ที่เราพูดถึงอยู่นี่คือเรื่องของ “การศัลยกรรม” ที่เป็นเสมือนทางลัดของความสวยงามในผู้หญิงบางรายที่เลือกใช้เป็นคำตอบสุดท้าย ทั้งที่ความจริงแล้วยังมีอีกหลายตัวเลือกที่ดีกว่า ประหยัดกว่า ปลอดภัยกว่า และได้ผลดีกว่าในระยะยาวด้วย แต่ในวันนี้เราจะมานำเสนอข้อมูลและวิธีการสวยด้วยมือหมอ และมีดหมออย่างการทำศัลยกรรมมาฝากว่าเป็นอย่างไร และมีความจำเป็นมากน้อยแค่ไหนสำหรับผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเข้าสู่วัยร่วงโรยแล้วนั่นเอง >> การศัลยกรรมคืออะไร << การศัลยกรรมคือการเปลี่ยนแปลงรูปร่างหน้าตาที่ไม่พึงประสงค์ให้เข้าที่เข้าทางตามแต่ใจของผู้ที่เข้ารับการศัลยกรรมและแพทย์ที่ทำศัลยกรรม โดยจะมีวิธีการในการเปลี่ยนแปลงลักษณะภายนอกที่ว่านี้แตกต่างกันออกไปตามลักษณะกายภาพของผู้เข้ารับการศัลยกรรมและการวินิจฉัยของแพทย์ พูดง่ายๆ ก็เหมือนกับว่าหากโรครุนแรง ยาที่ให้ก็ต้องแรงตามไปด้วย คือสวยมาก่อนแล้วก็ไม่ต้องทำอะไรให้มาก แต่หากมาแต่ตัว ความสวยไม่มีติดมือมาเลยก็คงต้องใช้มาตรการที่รุนแรงกว่านั่นเอง ซึ่งวิธีการทำสวยที่ว่านี้นอกจากจะใช้สารเคมีด้วยวิธีการทา ลอก แล้วยังมีการฉีดเข้าไปในร่างกาย มีการเสริม ผ่า เย็บ เจาะ ดูด และใส่วัสดุต่างๆ เข้าไปแทนที่ ขึ้นอยู่กับความยากง่ายของขั้นตอนการศัลยกรรมอวัยวะต่างๆ หรือเสริมการผ่าตัดและการทำสวยเพื่อให้เข้าเป้าถึงขั้น แตกต่างจากการทำสวยด้วยการเสริมสวยหรือบำรุงความงามด้วยวิธีทางธรรมชาติอย่างมากที่จะปลอดภัยไม่เสี่ยงกว่า >> การศัลยกรรมมีความปลอดภัยแค่ไหน << การศัลยกรรมก็เหมือนกับการไปรับการรักษาร่างกายตามโรงพยาบาลนั่นเอง เหมือนเป็นคนไข้คนหนึ่งที่มารับการรักษาอาการไม่พอใจในสภาพร่างกายของตนเอง เพียงแต่จะมีเรื่องของความปลอดภัยเข้ามาเกี่ยวอีกมากเพราะไม่ใช่แค่เรื่องความปลอดภัยในชีวิต แต่เป็นเรื่องของความสวยความงามด้วยวิธีการศัลยกรรม แต่ว่าจะปลอดภัยแค่ไหนนั้นมันก็ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบหลายๆ อย่าง เช่น จรรยาบรรณของแพทย์ […]

5 กิจกรรมต้องทำเป็นประจำ ถ้าอยากตื่นมาแข็งแรงสดใสในทุกๆ วัน

ไม่ว่าใครก็คงอยากตื่นเช้ามาพร้อมกับสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง สมองปลอดโปร่งแจ่มใสในทุกๆ วัน แต่เมื่อยิ่งอายุมากขึ้น ทำงานหนักตลอด เครียดจัดบ่อยๆ ก็ยิ่งเสี่ยงให้ร่างกายพังก่อนวัย ทรุดโทรมไม่สดใส จิตใจก็ไม่สดชื่น จะทำไรก็ลำบาก ดังนั้น หากอยากจะมีอายุยืนยาว แข็งแรงสดใสแบบไม่สนใจอายุ  เพียงแค่ได้ปลุกพลังชีวิตในทุกๆ วันด้วย  5 กิจกรรมที่คุณหมอมาคิตะ เซ็นจิ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคเบาหวานและผู้เขียนหนังสือสุดยอดวิธีกินดีไม่มีป่วย แนะนำให้ทำเพื่อให้ร่างกายแข็งสดใสตลอดวัน ทำเป็นประจำก็ทำให้อายุยืนยาวกว่าใครแน่นอน   5 กิจกรรมที่ต้องทำเพื่อสุขภาพที่แข็งแรงและอายุยืนยาว อย่าปล่อยให้ตัวเองว่าง เราพบว่า คนที่ทำงานหนักจะแข็งแรงและมีอายุยืนยาวกว่าคนที่ไม่ค่อยได่ขยับร่างกายและใช้สมอง โดยมีสิ่งที่สังเกตเห็นนี้เกิดขึ้นเหมือนกันทั่วโลก อย่างหมู่บ้านไซลานัส ในเกาะซาร์ดิเนีย ประเทศอิตาลี มีประชากรที่อายุมากกว่า 100 ปี หลายคนยังคงเลี้ยงแกะ ซึ่งเป็นงานใช้แรงงานอยู่ทุกวัน แต่คนยุคใหม่ที่เข้ามาทำงานเมืองใหญ่ ส่วนใหญ่เป็นพนักงานบริษัท มีอายุงานแค่ 60 ปีเท่านั้น เมื่อเกษียณไป บางคนก็ไม้รู้จะทำอะไร ได้แต่นั่งนอนดูโทรทัศน์ไปวันๆ ไม่ได้ขยับตัวทำอะไรจริงจัง จนเกิดความเหงา ความซึมเศร้า ส่งผลเสียต่อร่างกายและจิตใจ ยิ่งทำให้แก่เร็ว ดังนั้น แม้จะเกษียณอายุงานแล้ว แต่ใจยังมีไฟไม่อยากหยุดนิ่ง และหนุ่มสาววัยทำงานที่ยังไม่อยากให้ตัวเองเฉา ลองทำงานอื่นๆ ที่ไม่จำเป็นต้องได้รับค่าตอบแทนก็ได้ เช่น […]

ชาร์จความสวยด้วยการผ่อนคลายความเครียด และคิดให้สวย

การมีสุขภาพที่แข็งแรงแลดูอ่อนกว่าวัยอาจไม่สมบูรณ์พอสำหรับผู้หญิงเรานะคะ เพราะหากเรามีร่างกายที่ดี แต่จิตใจกลับแย่ แล้วจะมีความสุขมีความสมบูรณ์พร้อ และจะมีความอ่อนเยาว์ตามที่ปรารถนาได้อย่างไร ดังนั้น เราต้องทำจิตใจของเราให้แจ่มใส แข็งแกร่ง และมีความอ่อนเยาว์ไม่เครียดหรือกังวลใจในความร่วงโรยของตนจนเป็นเหตุให้แก่ก่อนวัย ต้องทำตัวให้กระปรี้กระเปร่า เช่นคนหนุ่มคนสาวด้วยการพัฒนความคิดและจิตใจ ซึ่งวิธีการง่ายๆ ก็คือ “การผ่อนคลายความเครียด” และ “การคิดให้สวย” เข้าไว้ เพราะถ้าเราคิดได้อย่างนี้แล้วใจเราก็จะสบายและไม่กังวลกับความร่วงโรยที่ค่อยๆ คืบคลานเข้ามาทุกขณะเวลายังไงล่ะคะ สาวๆ ต้องไม่ลืมว่าร่างกายที่ดีย่อมต้องมีจิตใจที่ดีตามไปด้วยมันถึงจะเรียกว่าการมีสุขภาพที่ดีสมบูรณ์แบบ เพราะจิตใจเป็นนาย ส่วนกายเป็นบ่าว จิตใจไม่ปกติก็สามารถตีรวนให้ร่างกายผิดปกติได้ ดังนั้นต้องพยายามหมั่นบริหารจิตใจให้แจ่มใสแข็งแรงควบคู่ไปกับร่างกายด้วย ถ้างั้นเอาแบบนี้ดีกว่าค่ะเรามาเริ่มต้นทำตัว และทำจิตใจเพื่อผ่อนคลายความเครียดสู่การมีสุขภาพจิตดีกันดีกว่า โดยในวันนี้เราจะมาแนะนำการผ่อนคลายความเครียดด้วยแนวทางต่างๆ รวมถึงวิธีคิดในแบบที่เหนือชั้นกว่า ซึ่งจะทำให้คุณลืมคำว่าเครียดไปจนหมดสิ้น ท่องเอาไว้ค่ะว่าคิดให้สวยเราก็จะสวย! :เริ่มต้นจากการทำสมาธิ : การทำสมาธิ คือการกำหนดจิตใจให้จดจ่ออยู่ในสิ่งใดสิ่งหนึ่งในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง เช่ เอาไปจดจ่อกับลมหมายใจเข้าออก อันนี้ก็แล้วแต่ความชื่นชอบและพอใจของผู้ที่ทำสมาธิจะดีที่สุดค่ะว่าจะจดจ่ออยู่กับสิ่งใด การทำสมาธิเช่นนี้จะส่งผลดีต่อผู้ที่มีความเครียดสะสม เป็นคนเครียดง่าย คิดมาก ความคิดสะสมไม่มีระบบระเบียบ หรือมีอารมณ์แปรปรวนง่าย อีกทั้งยังช่วยให้มีสติ มีสมาธิ มีปัญญา และทำให้ความจำดีขึ้นด้วย ดังนั้นเราควรจะหาเวลาว่างๆ สักวันละ 10-20  นาที ในการทำสมาธิเพื่อผ่อนคลายจิตใจ ลองฝึกทำประจำดูเพียงไม่กี่สัปดาห์คุณจะเห็นได้ชัดเลยว่ามีความเปลี่ยนแปลงที่ดีเกิดขึ้น ที่แน่ๆ จิตใจเราจะเย็นลง […]

ทำความรู้จักกับ “หมาดำ” สัญลักษณ์ของโรคซึมเศร้า จากหนังสือ I Had a Black Dog: His name was depression

ทำความรู้จักกับ “หมาดำ” สัญลักษณ์ของโรคซึมเศร้า จากหนังสือ I Had a Black Dog: His name was depression หลายคนอาจจะเคยอ่านข่าวเกี่ยวกับ โรคซึมเศร้า ที่มีการพูดถึง หมาดำ แล้วอาจจะนึกสงสัยว่า หมาสีดำนี่เกี่ยวข้องอะไรกับโรคซึมเศร้า หมาดำกลายมาเป็น สัญลักษณ์ของโรคซึมเศร้า แล้วเราจะสามารถเข้าใจความรู้สึกของผู้ป่วยได้อย่างไรบ้าง  วันนี้ Goodlifeupdate ขอพาทุกท่านไปทำความรู้จัก “โรคซึมเศร้า” ให้มากขึ้น ผ่านหมาดำ ซึ่งเป็นตัวแทนความคิด ความรู้สึกของผู้ป่วย หมาดำ ตัวแทนของความรู้สึกภายในจิตใจของเรา “หมาดำ” ซึ่งกลายมาเป็นสัญลักษณ์ของโรคซึมเศร้าในปัจจุบันนี้ มีจุดเริ่มต้นมาจากหนังสือชื่อ “I Had a Black Dog: His name was depression” ผลงานของคุณแมทธิว จอห์นสโตน (Matthew Johnstone) นักเขียนและนักวาดชาวออสเตรเลีย ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี ค.ศ.2005   หนังสือเล่มนี้บอกเล่าเรื่องราวและประสบการณ์การเผชิญหน้าและรับมือกับโรคซึมเศร้าของคุณแมทธิว จอห์นสโตน ผ่านหมาสีดำตัวหนึ่ง หมาดำจอมวุ่นที่คอยสร้างปัญหาต่างๆ […]

ชาวญี่ปุ่นเผย 5 เคล็ดลับ กินอย่างไรแก่ไปก็ยังแข็งแรง

การมีอายุยืนยาวเป็นหัวข้องานวิจัยในหลายประเทศทั่วโลกมานานแล้ว จึงทำให้เราทราบว่านอกจากลักษณะทางพันธุกรรมของตัวเราแล้ว  พฤติกรรมการกิน การใช้ชีวิต ก็มีผลให้เราอายุยืนหรือสั้นได้เช่นกัน เมื่อไม่นานมานี้ หมู่บ้านเล็กๆ ทางตอนใต้ของประเทศอิตาลีเป็นที่รู้จักกันว่า มีประชากรอายุเกิน 100 ปีอยู่เป็นจำนวนมาก โดยผู้สูงอายุที่นี่มีเส้นเลือดฝอยที่อ่อนวัยกว่าคนทั่วไปราว 20 ปี นั่นเป็นเพราะพวกเขานิยมกินผักสด ปลา และน้ำมันมะกอก โดยคุณหมอมาคิตะ เซ็นจิ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคเบาหวานและผู้เขียนหนังสือสุดยอดวิธีกินดีไม่่มีป่วย ได้กล่าวถึงความสำคัญของการกินให้อายุยืนไว้ว่า  “เราจะสุขภาพดีหรือแย่ต่างกันอย่างไรขึ้นอยู่กับการเลือกอาหารและวิธีกินของแต่ละคน และอาหารการกินเป็นเรื่องสําคัญ หากเลือกเป็น กินเป็น จะช่วยให้ร่างกาย ทํางานได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น”  ดังนั้น ถ้าอยากมีอายุยืน และอยากมีความสุขในบั้นปลายชีวิตที่ยังสามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้เป็นปกติ และไม่ต้องเป็นผู้ป่วยติดเตียง เราลองมาดูกันว่าคนที่อายุยืนยาวแต่ยังแข็งแรงเขามีเคล็ดลับการกินอย่างไร   5 เคล็ดลับ กินให้อายุยืน อย่ากินมากไป ข้อมูลอ้างอิงจากศูนย์วิจัยทางการแพทย์เกี่ยวกับผู้ที่มีอายุเกินกว่า 100 ปี มหาวิทยาลัยเคโอ (Center for Supercentenarian Medical Reserch Keio University) ระบุว่า คนจะมีอายุยืนต้องกินแค่พออิ่ม ถ้ากินน้อยไปก็ไม่มีแรง กินมากไปก็ไม่ดี หลายคนมีความสุขกับการได้กินของอร่อย บางครั้งเราจึงเผลอกินอาหารมากเกินไปจนแน่น […]

ทำความรู้จักวิถีการกินแบบ ‘ลา-กอม’ กินแค่พอดี แต่ทำไมมีความสุขมาก?

ลา-กอม คืออะไร? ชาวสวีดิชมีคำพูดติดปากว่า “Lagom is best”  (ลา-กอม อีส เดอะเบสต์) หมายถึง “ความพอดีเนี่ยแหละ ยอดเยี่ยมที่สุด” ซึ่งถือเป็นปรัชญาการใช้ชีวิตของชาวสวีเดน ประเทศที่มีความสุขอันดับต้นๆ ของโลก การใช้ชีวิตแบบลา-กอม สร้างความสุขได้อย่างไร? ลา-กอม (LAGOM) คือ แนวคิดที่เดินบนทางสายกลาง ไม่นิยมความฟุ้งเฟ้อ เป็นภาษาสวีดิช ซึ่งหมายถึง  “ความพอดี” ไม่มาก ไม่น้อยเกินไป เชื่อกันว่ามันมาจากคำว่า ลาเก็ต ออม (Laget Om) ของชาวไวกิ้ง ซึ่งมีความหมายตรงตัวว่า “รอบ ๆ กลุ่ม” อันมาจากประเพณีการส่งเขาสัตว์ที่ใส่เหล้ามี้ดวนรอบโต๊ะ ให้ทุกคนจิบเหล้ากันคนละจิบแต่พอประมาณ ตามคำจำกัดความที่ว่า “Not too little, not too much. Just right.” แปลง่าย ๆ ว่า “ไม่มากเกินไป ไม่น้อยเกินไป พอดีๆ” ตามสุภาษิตของสวีเดนที่ว่า […]

เช็คสัญญาณร่างกายและความจำ ‘ขี้ลืมเฉยๆ หรือ เสี่ยงอัลไซเมอร์แล้ว!’

ขี้ลืม VS อัลไซเมอร์ อาการหลงลืมแตกต่างจากโรคอัลไซเมอร์อย่างไร อาการหลงลืมตามวัย ได้แก่ หลงลืมเรื่องที่ไม่สำคัญ ไม่บ่อย และต้องไม่มีผลกระทบต่อการดำรงชีวิตประจำวัน โดยอาการหลงลืมตามวัยนี้จะสามารถช่วยให้ดีขึ้นได้ ถ้ามีความตั้งใจที่จะจดจำอย่างจริงจัง จดบันทึก เตือนตัวเองโดยวิธีการต่างๆ ฝึกตัวเองให้มีสติอยู่เสมอ จะช่วยลดอาการหลงลืมให้น้อยลงได้ อัลไซเมอร์ เป็นโรคสมองเสื่อมชนิดหนึ่ง พบบ่อยในผู้สูงอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป โดยพบในหญิงมากกว่าชาย เป็นการสูญเสียความสามารถทางสมอง โดยเฉพาะความจำระยะสั้นที่จะเสียไปรวมถึงความเฉลียวฉลาด การใช้เหตุผล ภาษา การคิด การตัดสินใจ อาจมีอาการทางจิตร่วมด้วย ซึ่งจะมีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน หากมีอาการเช่นนี้ควรรีบพบแพทย์ระบบประสาทหรือจิตแพทย์โรคอัลไซเมอร์โดยด่วน   เช็คสัญญาณอัลไซเมอร์ เราสามารถสังเกตอาการเบื้องต้นของโรคอัลไซเมอร์ได้  ดังนี้ ความเข้าใจภาษาลดลง ใช้ภาษาไม่ถูกต้อง เรียกชื่อสิ่งของไม่ถูก อาจหยุดพูดกลางคันและไม่รู้ว่าจะต้องพูดอะไรต่อ หรือพูดย้ำกับตัวเอง รวมถึงอาจพูดน้อยลง สับสนเรื่องเวลาหรือสถานที่ อาจลืมว่าตอนนี้ตนอยู่ที่ใดและเดินทางมายังสถานที่นั้นได้อย่างไร ไม่สามารถทำกิจกรรมที่เคยทำได้มาก่อน เช่น ลืมวิธีการเปลี่ยนช่องทีวี บกพร่องในการรับรู้หรือเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ไม่ทราบว่าของสิ่งนี้มีไว้ทำอะไร หรือไม่สามารถแยกแยะรสชาติหรือกลิ่นได้ บกพร่องในการบริหารจัดการ และตัดสินใจแก้ไขปัญหา ไม่กล้าตัดสินใจหรือตัดสินใจผิดพลาดบ่อยๆ บกพร่องในการทำกิจวัตรประจำวัน เช่น อาบน้ำ แต่งตัว […]

แจกสูตรเด็ดเคล็ดลับดี…ทำอย่างไรให้ “รัก” การ “ออกกำลังกาย”!

หากพูดถึงการดูแลสุขภาพร่างกายของคนเรา ไม่ว่าจะเป็นคนในวัยไหน วัยเด็ก วัยรุ่น วัยผู้ใหญ่ หรือวัยชรา ก็ย่อมต้องดูแลตัวเองเพื่อการมีสุขภาพดีด้วยกันทั้งนั้น ซึ่งอีกหนึ่งวิธีที่ถือว่าเป็นกลยุทธ์หลักในการดูแลสุขภาพ และความสวยความงามให้สาวๆ ทุกวัยก็คงจะเป็นเรื่องของการออกกำลังกาย และการบริหารร่างกายเพื่อให้คงความแข็งแรงอยู่เสมอ ยิ่งสาวๆ ที่เริ่มมีอายุมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งต้องหันมาออกกำลังกายเยอะๆ เพราะการออกกำลังกายนี่ล่ะจะเป็นตัวช่วยในการชะลอวัย สร้างหุ่นที่สวยเฟิร์ม และช่วยให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นได้ดีที่สุด เพราะทุกครั้งที่เราออกกำลังกาย ร่างกายจะขับเหงื่อออกมาทำให้เรารู้สึกสดชื่นอย่างน่าอัศจรรย์ ร่างกายมีการเคลื่อนไหวในแบบที่ควรจะเป็น มีการเผาผลาญและทำให้มีพลังงานในการไปสลายไขมันตามพุง ก้น แขน ขา ได้อีกด้วย แต่เรื่องการออกกำลังกาย บางคนนี่พอได้ฟังก็เหนื่อยแล้วใช่มั้ยคะ ไม่เอาน๊า ห้ามเหนื่อย ห้ามท้อ และห้ามถอดใจ เพราะใครๆ ก็รู้ว่าการออกกำลังกายนั้นมีประโยชน์มากมายเหลือเกิน ถ้าใครเริ่มถอดใจหรือท้อ วันนี้เรามีเคล็ดลับดีๆ มาบอก เพื่อสร้างแรงฮึดในการสร้างพลังใจให้รักการออกกำลังกายมาฝากกันค่ะ อ่านแล้วคิดตามและปฏิบัติตามเชื่อแน่ว่าถ้าใครปรับจิตใจให้มารักการออกกำลังกายได้ รับรองเลยว่าความสวยรออยู่ไม่ไกลแน่นอน!   >> คิดเสียว่าเป็นเรื่องสนุก << จากความคิดเดิมๆ ที่คุณมีเกี่ยวกับการออกกำลังกายว่าเป็นเรื่องของความน่าเบื่อหน่าย เป็นเรื่องจำเป็น เป็นเรื่องของหน้าที่ที่ต้องทำเพื่อสุขภาพ เป็นเรื่องไม่สนุก เป็นสิ่งที่เหน็ดเหนื่อย ต่อไปนี้ขอให้คุณล้างสมองตัวเองแล้วเปลี่ยนความคิดเสียใหม่ว่าการออกกำลังกายเป็นเรื่อง “น่าสนุก” เหมือนกับการเล่นเกมหรือทำกิจกรรมที่คุณชื่นชอบ เมื่อคุณรู้สึกดีขึ้นกับการออกกำลังกายแล้วคุณจะอยากออกกำลังกายมากขึ้น ไม่ทิ้งกลางคัน และทำต่อไปจนติดเป็นนิสัยที่น่าชื่นชม […]

สาวๆ ปวดท้องประจำเดือนบ่อยๆ โปรดระวัง ‘โรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่’ 

ปวดท้องประจำเดือนบ่อยๆ ควรระวัง “ปวดท้องประจำเดือน” เป็นอาการที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งกับผู้หญิงหลายคน แต่ส่วนมากมักจะมองข้าม โดยคิดว่าเป็นเรื่องปกติของการมีประจำเดือน แต่อาการปวดท้องประจำเดือนแบบเรื้อรังและรุนแรง คือสัญญาณเตือนภัยว่าคุณอาจจะเป็นโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (endometriosis) สำหรับหลายคนแล้ว เมื่อเกิดอาการปวดท้องประจำเดือน มักใช้ถุงน้ำร้อนประคบ หรือใช้ยาแก้ปวดบรรเทาอาการ แต่ไม่หายขาด ต่อมาเมื่อปวดท้องมากขึ้นก็ต้องใช้ยาปริมาณมากขึ้น อาการที่เคยคิดว่าเล็กน้อย กลับส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน หน้าที่การงาน สังคม และครอบครัว ทำให้คุณภาพชีวิตแย่ลง เว็ปไซต์ endometriosis-uk เปิดเผยผลสำรวจพบว่า ผู้หญิง 10% เป็นผู้ป่วยโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ โดย 50% ของผู้ป่วยมีอาการปวดประจำเดือนร่วมกับปัญหาการมีบุตรยาก ช่วงอายุของผู้ป่วย โดยเฉลี่ยอยู่ในช่วง 20-40 ปี เริ่มตั้งแต่มีประจำเดือนอายุ 10 ปี จนหมดประจำเดือนหรือ “วัยทอง” นอกจากนั้นการสำรวจยังพบอีกว่า กลุ่มผู้ป่วยโรคนี้ 82% ไม่สามารถทำงานได้ตลอดทั้งวันในช่วงที่มีประจำเดือน ผศ.นพ.ศรีเธียร เลิศวิกูล ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า โรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ เป็นโรคเรื้อรังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ไม่ว่าจะใช้ยาหรือการผ่าตัด ตราบใดที่ผู้หญิงยังมีประจำเดือน มีฮอร์โมนเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดโรค และมีความเสี่ยงเป็นโรคซ้ำไปจนถึงช่วงวัยทอง อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบันคือการวินิจฉัยโรคที่ล่าช้า ตามรายงานของ www.endometriosis-uk.org ระบุว่าแพทย์ใช้เวลาวินิจฉัยโรคนี้เฉลี่ย 7-8 ปี ส่งผลให้อาการของโรครุนแรงขึ้นและการรักษาทำได้ยากลำบากมากกว่าเดิม ผู้ป่วยที่หยุดการรักษาแล้วกลับมาเป็นซ้ำอีกครั้งสูงถึง 40% ภายใน 5 ปี ดังนั้นการรักษาต้องกินยาระยะยาว เพื่อควบคุมฮอร์โมนไม่ให้กระตุ้นการเกิดโรคไปจนถึงช่วงวัยทองหรือหยุดยาในช่วงที่ต้องการมีบุตร   วิธีการรักษา 3 แนวทาง การรักษาโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ทำได้ 3 วิธี แนวทางแรก คือรักษาด้วยยา ได้แก่ 1. ยาแก้ปวดและยาต้านการอักเสบกลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs) กรณีที่มีอาการปวดไม่มาก 2. ยาคุมกำเนิด รวมถึงยาเม็ด ยาฉีด ยาฝัง แผ่นแปะคุมกำเนิด และวงแหวนคุมกำเนิดทางช่องคลอด 3. ยาฮอร์โมนกลุ่มโปรเจนติน มักใช้ในกรณีที่อาการปวดไม่ดีขึ้นหรือมีข้อห้ามจากยาคุมกำเนิด 4. ยาฮอร์โมนกลุ่มแอนโดรเจน เป็นยาฮอร์โมนกระตุ้นลักษณะเพศชาย และ 5. ยากลุ่ม Gonadotropin releasing hormone agonist (GnRHa) เป็นยาที่ช่วยหยุดการทำงานของรังไข่ชั่วคราว ทำให้ไม่มีการผลิตฮอร์โมนเพศมากระตุ้นโรค แนวทางที่สอง คือรักษาด้วยการผ่าตัดสำหรับผู้ป่วยมีอาการปวดประจำเดือนมาก มีถุงน้ำช็อคโกแลต (chocolate cyst) ขนาดใหญ่ หรือทานยาแล้วไม่ได้ผล และ แนวทางที่สาม คือการรักษาร่วมกันระหว่างการใช้ยาและการผ่าตัด เพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำอีก หลังผ่าตัดแล้วควรเลือกใช้ยาที่ปลอดภัยและมีผลข้างเคียงต่ำ เนื่องจากต้องใช้ยาเป็นเวลานาน “ยาแต่ละชนิดล้วนมีประสิทธิภาพบรรเทาปวดใกล้เคียงกัน แต่ผลข้างเคียงอาจแตกต่างกันไป อย่างไรก็ตามปัจจุบันมีการวิจัยและพัฒนาการผลิตยาดีขึ้น ปลอดภัยสำหรับการรักษาในระยะยาว”   อันตราย หากปล่อยไว้อาจลุกลามไปอวัยวะสำคัญ ผศ.นพ.ศรีเธียร กล่าวว่า ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ แต่ทางทฤษฎีเชื่อว่าเกิดจากการที่เลือดระดูหรือประจำเดือนไหลย้อนกลับเข้าไปในอุ้งเชิงกราน ผ่านทางท่อนำไข่ โดยเลือดประจำเดือนจะมีเซลล์เยื่อบุโพรงมดลูกอยู่ ซึ่งปกติแล้วร่างกายมีกลไกในการกำจัดเซลล์เยื่อบุโพรงมดลูกเหล่านี้ แต่กรณีผู้หญิงบางคนมีความผิดปกติของกลไกในการกำจัดเซลล์ ทำให้เซลล์เยื่อบุโพรงมดลูกที่หลุดออกมานั้นไปฝังตัวและเจริญเติบโตตามจุดต่างๆ ทั้งในตัวมดลูก (Endometriosis internal) และนอกมดลูก (Endometriosis external) […]

สัญญาณของความร่วงโรย! รู้ได้อย่างไร? ว่าวัย “ร่วงโรย” ถามหาแล้ว

สาวๆ เคยสงสัยกันหรือไม่คะว่าเราจะรู้ได้อย่างไรว่าตัวเองเข้าสู่วัย “ร่วงโรย” แล้ว? ให้ลองนับอายุตัวเองดูว่าคุณอายุเกิน 25 ปีไปกี่ปีแล้ว เพราะวัยแห่งความร่วงโรยนั้นเราเริ่มนับกันตั้งแต่อายุ 25 ปีเป็นต้นไป ซึ่งหลายคนอาจจะคิดว่าแค่ 25 เนี่ยนะก็ถือว่าแก่แล้วหรือ น่าจะเริ่มนับเอาตอน 30-40 ปีมากกว่า ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะวัย 25 ปี นี่ล่ะค่ะถือเป็นวัยแห่งการเริ่มต้นของความร่วงโรยเลยล่ะสังเกตได้ไม่ยาก แม้ว่าอาการจะยังไม่ปรากฏชัดเจนนัก แต่หากเรายอมรับความจริงและพินิจพิเคราะห์สภาพร่างกายของตัวเองดูจะรู้ว่าร่างกายของเราเริ่มต้นที่จะร่วงโรยแล้ว แม้ว่าหลายคนจะรู้สึกกระฉับกระเฉง มีไฟในตัวเอง แต่เรื่องของวัยที่มากขึ้นทุกวันๆ ย่อมเป็นอุปสรรคและเตือนให้เรารู้ว่าร่างกายของเราเหลือเวลาใช้งานได้แบบมีประสิทธิภาพน้อยลงแล้ว ดังนั้นหากคุณเข้าสู่วัย 25 ปีไปแล้ว ต้องเริ่มหันมาสำรวจร่างกายของตัวเองแล้วล่ะค่ะ สำรวจทั้งร่างกายและจิตใจตัวเองดูว่าเรามีระดับความร่วงโรยมากน้อยแค่ไหน เพื่อที่จะได้เร่งหันมาดูแลตัวเองให้ความร่วงโรยทำร้ายเราให้ช้าที่สุด ซึ่งสัญญาณที่จะบอกว่าเราเริ่มเข้าสู่วัยร่วงโรยมีอะไรบ้างนั้น ไปเช็คพร้อมๆ กันเลยค่ะ   >> สัญญาณว่า…แรงตก <<   แรงตกในที่นี้คือเรี่ยวแรงและกำลังที่เคยมีแบบเต็มพิกัด ตอนนี้ได้ลดน้อยถอยลงจนแทบจะเรียกได้ว่าหมดเรี่ยวหมดแรงกันเลยทีเดียว เช่นเมื่อสมัยที่อายุประมาณ 20 ปี เคยเดินออกกำลังกายได้วันละ 4-5 กิโลเมตร ก็ไม่รู้สึกเหนื่อย แต่พอตอนนี้เดินไปได้นิดหน่อยเริ่มต้องควักยาดมดมขึ้นมาดมแล้ว หรือเมื่อก่อนเคยวิ่งตามรถประจำทางทัน แต่ตอนนี้ไม่ทันและไม่สนแล้วเพราะเท้ามันวิ่งไม่ไหว แม้ใจจะสู้ก็ตามที เรียกว่าเรี่ยวแรงตกลงไปเกินครึ่ง ทำอะไรนิดอะไรหน่อยก็เหนื่อยง่ายหรือทำได้ก็ไม่สำเร็จเท่าที่ควรเหมือนแต่ก่อนค่ะ […]

keyboard_arrow_up