สิวฮอร์โมน สิวกวนใจที่มาพร้อมประจำเดือน และวิธีรักษาอย่างเห็นผล

สาเหตุ สิวฮอร์โมน สิวฮอร์โมน คือ สิวที่มีความสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนของร่างกาย  ส่วนมากจะเกิดขึ้นในผู้หญิง วัย 20 – 40ปี แต่มีประมาณ 5% ที่สิวฮอร์โมนยังคงเกิดขึ้นอยู่ ถึงแม้จะอายุมากกว่า40ปีไปแล้วก็ตาม โดยสิวฮอร์โมนนี้จะมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับฮอร์โมนเพศหญิงที่ชื่อ เอสโตรเจน (Estrogen)  และโปรเจสเตอโรน (Progesterone) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่มีส่วนควบคุมภาวะไข่ตกและการมีรอบเดือบ จะสังเกตได้ว่าช่วงเวลาที่มีรอบเดือนมักจะมีสิวเกิดขึ้น หรือหญิงสาวในบางรายมีสิวขึ้นเยอะในช่วงตั้งครรภ์ หรือบางคนอาจเป็นสิวตอนช่วงวัยทองได้เช่นกัน นอกจากปัจจัยเรื่องฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงโดยธรรมชาติแล้วยังมีสาเหตุอื่นๆ ที่ทำให้ระดับฮอร์โมนในร่างกายไม่เป็นไปตามสมดุล เช่น อาหารที่กิน โดยเฉพาะกลุ่มที่เป็นผลิตภัณฑ์จากนม เพราะมีโกรทฮอร์โมน (Growth Hormone) ของวัวสูงซึ่งมีผลต่อการเกิดสิว การพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ ความเครียด ทั้งหมดนี้ล้วนแต่ส่งผลต่อสมดุลฮอร์โมนได้ รวมถึงโรคบางอย่างที่ทำให้ฮอร์โมนในร่างกายผิดปกติ เช่น มีฮอร์โมนเพศชายหรือแอนโดรเจน (Androgen) มากกว่าปกติ มีภาวะถุงน้ำในรังไข่ เป็นต้น แล้วเราจะทราบได้อย่างไรว่าเป็นสิวที่เกิดขึ้นคือสิวฮอร์โมน จะสังเกตได้ว่าเมื่อเวลาเข้าสู่วัยสาว และเริ่มมีรอบเดือน มักจะมีสิวอักเสบขึ้นบริเวณ โซนล่างของใบหน้า โดยเฉพาะคางและแนวกราม บางคนอาจลามไปจนถึงใต้คาง แต่ในบางคนอาจขึ้นบริเวณทีโซน (T-Zone) คือ หน้าผากและจมูกด้วย ซึ่งสิวฮอร์โมนที่เกิดขึ้นส่วนมากมักขึ้นเป็นสิวอักเสบและสิวหัวช้าง ซึ่งจะปวด […]

หยุดยาลดไขมันด้วยตัวเอง อันตราย! กินๆ หยุดๆ เสี่ยงถึงชีวิต

หยุด ยาลดไขมัน อันตรายหรือไม่?  ในยุคปัจจุบันที่พบว่า มีแนวโน้มกิน ยาลดไขมัน มากขึ้น เพระแนวโน้มคนไทยที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับความอ้วนหรือการมีไขมันสะสมในร่างกายเกินระดับปกติ มีระดับที่สูงขึ้น และร้อยทั้งร้อยจะต้องรับประทานยาลดระดับไขมันโดยคำสั่งแพทย์ ซึ่งสอดคล้องกับรายงานสุขภาพคนไทย ปี 2557 ของสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ที่เปิดเผยว่าในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ประชากรไทยมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า และหากเทียบในอาเซียนจะพบว่า ผู้หญิงไทยเป็นโรคอ้วนอันดับ 2 รองจากมาเลเซียเท่านั้น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ เนื่องจากระบบเผาผลาญพลังงานและอวัยวะต่างๆ ของร่างกายมีประสิทธิภาพลดลง มีความเชื่อผิดๆ ในการกิน ตามใจปาก มีโรคประจำตัว และการรับประทานยาต่างๆ ที่เพิ่มมากขึ้น โดยในปัจจุบันนี้ หญิงสูงวัยมีแนวโน้มที่จะมีการใช้ยาลดระดับไขมันในเลือดกันมากขึ้น โดยเฉพาะยากลุ่มที่มักมีชื่อเรียกต่อท้ายว่า “statin” เช่น Simvastatin, Atorvastatin หรือ Rosuvastatin เป็นต้น (ชื่อยาในทางการค้าที่แตกต่างกันตามแต่ละบริษัท) จากการเก็บข้อมูลจากประชากรในประเทศจีนของมหาวิทยาลัยปักกิ่งร่วมกับมหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ด ด้วยการสอบถามผู้ที่ได้รับประทานยาลดไขมัน พบว่า ในกลุ่มที่ได้รับประทานยานี้ประมาณร้อยละ 24 เกิดผลข้างเคียงจากยา และลังเลว่าจะใช้ยาต่อไปดีหรือไม่ ผลข้างเคียงที่พบคือ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อหรือกล้ามเนื้ออักเสบ จากนั้น ได้ติดตามผลในกลุ่มผู้ที่เกิดผลข้างเคียงแล้วเลือกที่จะรับประทานยาต่อไปกับกลุ่มที่ไม่ยอมรับประทานยาอีก […]

วิธีสังเกต ยาเสื่อมสภาพ ยาเปลี่ยนไปแบบไหนที่ห้ามใช้เด็ดขาด

ยาเสื่อมสภาพ ยาเสื่อมสภาพ หมายความว่า ยาบางชนิดแม้ว่าจะยังไม่ถึงวันหมดอายุก็จริง แต่เราก็ไม่ควรนำมาใช้หากยามีลักษณะเปลี่ยนสภาพไปจากเดิม โดยสาเหตุของการเปลี่ยนสภาพยา อาจมาจากการเก็บยาไม่เหมาะสม จนอาจทำให้ยานั้นประสิทธิภาพลดลง ยาแต่ละชนิดมีความทนทานต่อสภาพแวดล้อมแตกต่างกัน บางชนิดต้องเก็บในตู้เย็นเพราะไม่ทนความร้อน ส่วนบางชนิดอาจไวต่อแสงแดดต้องในเก็บในถุงสีชา บางชนิดต้องเก็บในที่แห้งสนิทเพราะไม่ทนต่อความชื้น โดยเราต้องอ่านคำแนะนำเมื่อได้รับยาหรือสอบถามเภสัชกรทุกครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้ยาเสื่อมสภาพ ไร้ประสิทธิภาพในการรักษาโรค วิธีสังเกตยาเสื่อมสภาพ ยาเม็ด มีจุดดำๆ เม็ดสีเปลี่ยนไปจากเดิม ยาเหนียวเชื่อมติดกัน ยาแคปซูล บวมเป่ง มีจุดดำๆ เป็นเชื้อรา ผงภายในเปลี่ยนสีหรือจับกันเป็นก้อน ยาน้ำใส ปกติไม่มีตะกอน แต่หากเก็บไว้นานแล้วเกิดตะกอน หมายความว่า อาจมีการตกผลึกของตัวยาที่ละลายน้ำเมื่อความเข้มข้นของยาไม่เหมาะสม เช่น พาราเซตามอลชนิดน้ำ  ไม่ควรเก็บในตู้เย็นเพราะจะตกผลึก เราสามารถเก็บในอุณหภูมิห้องได้ และยาจะมีอายุ 1 ปีหลังจากเปิดขวดครั้งแรก ยาน้ำข้น โดยปกติมักมีตะกอนที่เป็นตัวยาผสมอยู่แล้ว เวลาที่วางยาทิ้งไว้อาจเกิดการแยกชั้นได้ เมื่อเขย่าแล้วยากับตะกอนก็จะกลับมารวมตัวกันปกติ แต่ถ้าเขย่าแล้วไม่รวมตัวกัน ตะกอนไม่ขยับ แสดงว่า ยาเสื่อมสภาพแล้ว ไม่ควรนำมากิน แม้ยาจะไม่ถึงวันหมดอายุก็ตาม ยาผง หากยาผงจับตัวกันเป็นก้อน และไม่ละลายน้ำ แสดงว่าเสื่อมสภาพแล้ว ยาครีม หากครีมแยกชั้น ไม่เป็นเนื้อเดียวกัน มีน้ำใสๆ […]

ภาวะไขมันในเลือดสูง ไม่ได้ทำให้อ้วน แต่อาจทำให้หัวใจวาย ตายเฉียบพลัน

ภาวะไขมันในเลือดสูง ภาวะไขมันในเลือดสูง คือภาวะที่ร่างกายมีไขมันในเลือดผิดปกติ  โดยไขมันในร่างกายนั้นแบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ ไขมันอันตรายและไขมันชนิดดี   ไขมันอันตราย คอเลสตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ ไขมันสองชนิดนี้ถ้ามีระดับสูงกว่า 200 มก./ดล. อาจะมีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ เพราะไขมันพอกสะสมอุดตันเส้นเลือด ไขมันชนิดดี เรียกว่า HDL ยิ่งมีจำนวนสูงเท่าไหร่ยิ่งดีเพราะไขมันชนิดนี้ จะทำหน้าที่ลดและป้องกันการสะสมพอกตัวของไขมันในเส้นเลือด แต่เมื่อใดก็ตามที่ HDL มีระดับต่ำกว่า 40 มก./ดล. ก็จะทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบด้วยเช่นกัน   สาเหตุ ภาวะไขมันในเลือดสูง เกิดจากความผิดปกติทางกรรมพันธุ์ ทำให้ร่างกายเผาผลาญไขมันผิดปกติ เป็นผลมาจากโรคอื่น เช่น โรคเบาหวาน โรคตับ โรคต่อมไทรอยด์ไม่ทำงาน โรคไต หรือเป็นผลจากการใช้ยารักษาโรคบางชนิด เช่น ยาขับปัสสาวะ ยาลดความดัน ยาคุมกำเนิด เป็นต้น กินอาหารที่มีไขมันสูงเ็นประจำ เช่น ของทอด ของมัน เนื้อสัตว์ติดมัน เครื่องในสัตว์อาหารทะเล หอยนางรม กุ้ง เกิดจากความเครียดในการทำงาน การใช้ชีวิต และการสูบบุหรี่ […]

ปวดหัว บ้านหมุน อาการสำคัญที่อาจบ่งบอกว่าคุณกำลังเป็น น้ำในหูไม่เท่ากัน

ปวดหัว บ้านหมุน อาการสำคัญที่อาจบ่งบอกว่าคุณกำลังเป็น น้ำในหูไม่เท่ากัน อาการ ปวดหัว บ้านหมุน เป็นสัญญาณสำคัญที่บ่งบอกว่าคุณอาจกำลังเป็น โรคน้ำคั่งในหูชั้นใน หรือ น้ำในหูไม่เท่ากัน (Meniere’s Disease) มาดูอาการ และ วิธีการรักษา เพื่อที่จะรู้เท่าทันโรคน้ำในหูไม่เท่ากันค่ะ จากการศึกษาข้อมูลด้านระบาดวิทยา พบว่า ในประชากร 100,000 คน จะมีผู้ที่ป่วยเป็นโรคน้ำคั่งในหูชั้นใน ประมาณ 34 – 190 คน โดยพบในช่วงอายุ 30 – 70 ปี และ พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายเล็กน้อย   อาการของโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน หากคุณกำลังสงสัยว่าคุณเป็นโรคน้ำในหูไม่เท่ากันอยู่หรือไม่ ลองมาสังเกตอาการต่อไปนี้กันค่ะ เวียนศีรษะ มีอาการบ้านหมุน มึนงง เป็นๆ หายๆ ตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไป โดยแต่ละครั้งกินเวลา 20 นาที ถึง 24 ชั่วโมง การได้ยินลดลง หรือ อาจรุนแรงจนสูญเสียการได้ยินไปเลย อาจเกิดขึ้นกับหูเพียงข้างเดียว […]

แค่นอนก็ผอมได้ 3 เคล็ดลับนอนให้ผอม ตื่นมาหุ่นสวย ผิวพรรณสดใส

แค่นอนก็ผอมได้ ลดน้ำหนักเริ่มต้นได้ที่ห้องนอน แค่นอนก็ผอมได้ ผอมจริงหรือ? คำว่าอ้วนพูดเบาๆ ก็เจ็บ แต่แค่พูดถึงการลดน้ำหนักก็ท้อใจแล้ว เพราะถ้าเลือกวิธีออกกำลังกาย ร่างกายก็จะรู้สึกเหนื่อยล้า ทั้งเจ็บกล้ามเนื้อ พาลขี้เกียจออกกำลังกาย แต่ถ้าเลือกวิธีอดอาหาร ก็เกิดรู้สึกอึดอัดใจ เพราะอดกินของที่ชอบ อดอาหารอย่างหนัก ต้องกินแต่อาหารเพื่อสุขภาพที่ดีต่อกายแต่ไม่ดีต่อใจเสียเลย หากใครกำลังรู้สึกท้อแท้ หมดกำลังใจในการหาทางลดน้ำหนักเช่นนี้อยู่ จะดีกว่าไหมหากมีวิธีลดน้ำหนักที่สบายกายสบายใจ ที่เริ่มต้นง่ายๆ ในห้องนอน หนังสือแค่นอนดีก็ผอมได้ ซึ่งเขียนโดย ซาโต้ เคอิโกะได้กล่าวไว้ว่า “…ระหว่างนอนหลับ ร่างกายจะเผาผลาญพลังงานสูงถึง 300 กิโลแคลอรี นี่คือเหตุที่เรารู้สึกท้องว่าง รู้สึกหิวทันทีเมื่อตื่นนอน หลายคนอาจเคยสังเกตร่างกายตัวเองว่า น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นหลังจากกินมื้อเย็น กลับหายไปเมื่อตื่นในตอนเช้า ทั้งๆ ที่เพียงแค่นอนหลับเฉยๆ ไม่ได้ออกกำลังกายใดๆ นั่นเป็นเพราะว่า การหลับลึก การนอนหลับอย่างมีคุณภาพ  จะส่งผลให้ร่างกายหลั่งโกรทฮอร์โมนหรือที่รู้จักกันในชื่อของฮอร์โมนแห่งการเจริญเติบโต หรือฮอร์โมนชะลอวัย ได้หลั่งออกมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งทำหน้าที่ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย เผาผลาญไขมันสะสมในร่างกาย และช่วยฟื้นฟูร่างกายให้ดียิ่งขึ้น ยิ่งถ้าหากเรานอนหลับอย่างมีคุณภาพอย่างสม่ำเสมอ ในเวลาเพียง 1 เดือนน้ำหนักอาจจะลดลงได้สูงสุดถึง 1 กิโลกรัมเลยทีเดียว…” สิ่งสำคัญคือ  อยากนอนให้ผอม ตื่นมาหุ่นสวย […]

4 เคล็ดลับหลีกเลี่ยงไขมันทรานส์ ภัยร้ายใกล้ตัว

องค์กรอนามัยโลกมีจุดประสงค์ในการกวาดล้างไขมันทรานส์ออกจากห่วงโซ่อาหารของโลก เนื่องจากความเสี่ยงต่อสุขภาพจากการบริโภคไขมันทรานส์ แต่ผู้คนในสื่อออนไลน์ยังมีความสับสนเกี่ยวกับข้อเท็จจริง เช่น เราจะทราบได้อย่างไรว่าอาหารแต่ละชนิดแต่ละประเภทนั้น มีส่วนประกอบของไขมันทรานส์หรือไม่? เราจะเลี่ยงมันได้อย่างไร? และเราจะบริโภคอะไรได้บ้าง? ตามมาดูกันค่ะ ไขมันทรานส์คืออะไร และทำไมถึงต้องหลีกเลี่ยง? ไขมันทรานส์สังเคราะห์ เป็นหนึ่งในประเภทของไขมันไม่อิ่มตัว ซึ่งผลิตจากกระบวนการวิธีทางอุตสาหกรรมที่ได้เริ่มต้นในปี 2445 ด้วยการเพิ่มไฮโดรเจนเข้าไปในน้ำมันพืช ซึ่งวิธีนี้ได้ถูกนำไปใช้ในวงกว้างเพราะช่วยลดต้นทุนการผลิตได้มาก และยังช่วยให้อาหารเสียได้ยากขึ้นอีกด้วย แต่อย่างไรก็ตาม งานวิจัยสมัยใหม่ได้แสดงให้เห็นถึงความเกี่ยวข้องระหว่างการบริโภคอาหารที่มีไขมันทรานส์กับโรคที่คร่าชีวิตคนมากที่สุดในโลกอย่างโรคหัวใจ โดยที่แย่ไปกว่านั้นคือไขมันทรานส์ ยังเป็นตัวลดระดับไขมันดี และเพิ่มปริมาณไขมัน ประเภทที่อันตรายอย่างเช่นคอเลสเตอรอลอีกด้วย จึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจหรือโรคหลอดเลือดสมอง นอกจากนั้น ไขมันทรานส์ยังมีส่วนต่อการก่อให้เกิดโรคที่ไม่ติดต่อ (NCDs) อื่นๆ เช่น โรคความดันสูง หรือ เบาหวานชนิดที่สอง สารพัดวิธีหลีกเลี่ยงไขมันทรานส์ 1. จดจำรายการอาหารที่มีไขมันทรานส์ไว้ให้ขึ้นใจ การบริโภคอาหารที่ประกอบไปด้วยไขมันทรานส์นั้นถูกพิสูจน์แล้วว่ามีแต่ผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว และเป็นที่น่ากลัวว่าอาหารหลายชนิดนั้นเต็มไปด้วยไขมันชนิดนี้ แม้ว่าอาจจะฟังดูน่ากลัว แต่แท้จริงแล้วเราสามารถสังเกตไขมันทรานส์และหลีกเลี่ยงได้โดยง่าย เพราะส่วนใหญ่แล้วไขมันประเภทนี้จะอยู่ใน มาการีน ขนมอบ อาหารทอด ขนมขบเคี้ยว แป้งเค้กสำเร็จรูป และครีมแต่งหน้าเค้ก อาหารที่มักจะมีส่วนผสมของไขมันทรานส์ มาการีน โดนัท, พาย, คุกกี้, บิสกิต, และเค้ก เฟรนช์ฟรายส์ […]

ก่อนนอนคืนนี้กินอะไรดี?  กินได้ไม่ต้องกลัวอ้วน แถมหลับสบาย ตื่นมาสดชื่นด้วย

กินอะไรก่อนนอน ? กินอะไรก่อนนอน คำถามที่หลายคนอาจคิดว่าไม่สำคัญ เพราะบางคนคิดว่า สาเหตุการนอนไม่หลับ ตื่นมายังรู้สึกเหนื่อย หรือตื่นมาแล้วรู้สึกพุงยื่น อึดอัดเหมือนอาหารไม่ย่อย มีสาเหตุมาจากการนอนไม่เพียงพออย่างเดียว แต่อันที่จริงแล้ว อาจมีสาเหตุมาจาก ‘มื้อเย็น’ ของคุณด้วย แต่หลายคนงดมื้อเย็นเพื่อต้องการลดน้ำหนัก ทำให้ท้องหิวจนนอนไม่หลับ บางคนกินมื้อเย็นหนักๆ เพราะทนหิวมาทั้งวัน จนจุกท้องนอนไม่หลับ  หากทำแบบนี้บ่อยๆ นอกจากจะนอนไม่หลับแล้ว หลายโรคอาจถามหาได้ โดยเฉพาะโรคอ้วน ดังนั้น หากอยากนอนหลับสบาย ตื่นมาสดใส และไม่รู้สึกอึดอัดพุง ก็ต้องเลือกกินมื้อเย็นให้เป็น เพื่อให้การนอนคือการพักผ่อนที่ดีที่สุดที่ร่างกายควรได้รับนะคะ เราควร กินอะไรก่อนนอน     ผักต้องมาก่อน   บนโต๊ะอาหารของเรา มักมีกับข้าว 5 หมู่หลากหลายชนิดเพื่อให้มื้ออาหารเต็มไปด้วยคุณค่าทางอาหารอย่างครบถ้วน ซึ่งสิ่งที่เราควรตักเข้าปากเป็นอย่างแรก ก็คือ ผัก สาหร่าย หรือเห็ด เพราะมีเส้นใยอาหารสูง ช่วยไม่ให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นเร็วเกินไปขณะกินอาหาร  หลังจากนั้นจึงเลือกกินโปรตีนและแป้งตามลำดับ  โดยหากเรากินข้าว อาหารจำพวกแป้งที่เป็นคาร์โบไฮเดรตเป็นอย่างแรก คาร์โบไฮเดรตที่ถูกเปลี่ยนเป็นกลูโคสจะเพิ่มอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ร่างกายผลิตอินซูลินปริมาณมาก เพื่อลดระดับน้ำตาลในเลือดด้วยการกักเก็บพลังงานเอาไว้ กลายเป็นไขมันส่วนเกินสะสม ทำให้อ้วนได้ง่าย   […]

รู้ไว้ก่อนใช้ยา! อาหาร เครื่องดื่ม สมุนไพร มีอะไรบ้างที่ห้ามกินคู่กับยา  

ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสิรฐ แต่เมื่อเกิดโรคขึ้นแล้วก็ควรหาทางรักษาอย่างถูกวิธี โดยเฉพาะการรักษาโดยการกินยา เพราะยาแต่ละตัวมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป บางครั้งเราอาจจะต้องกินยาหลายชนิด ต้องกินยากับอาหาร เครื่องดื่ม หรือแม้กระทั่ง สมุนไพรต่างๆ เพราะอาหารและยาต่างเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ที่สำคัญต่อร่างกาย  ดังนั้น ควรจะต้องเข้าใจอย่างถูกต้องว่า อะไรบ้างที่เรา ห้ามกินคู่กับยา เพราะยาอาจไม่ออกฤทธิ์เพื่อให้ร่างกายหายดีขึ้น หากยาเหล่านั้นตีกันกับสิ่งที่เรากิน ทำให้แทนที่จะได้ประโยชน์กับได้โทษมาแทน   อาหารที่ ห้ามกินคู่กับยา ผักใบเขียวที่มีวิตามินเคสูง เช่น บรอกโคลี ผักโขม หน่อไม้ฝรั่ง กะหล่ำปลี รวมถึงการกินผักต่างๆ ในช่วงการกินเจ ควรกินอย่างเหมาะสมเมื่อต้องใช้ยาต้านการแข็งตัวเลือด วาร์ฟาริน (warfarin) เนื่องจากมีผลต่อระดับความแข็งตัวของเลือด จำเป็นต้องได้รับคำแนะนำจากคุณหมอก่อน ผลไม้ที่มีโพแทสเซียมสูง กล้วย ส้ม เนื่องจากโพแทสเซียมเป็นแร่ธาตุที่ผลต่อการใช้ยาขับปัสสาวะ หากโพแทสเซียมในเลือดผิดปกติจนทำให้เกิดพิษจากยากที่ออกฤทธิ์ต่อหัวใจ อาจทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ เช่น ยาไดออกซิน (dioxin) อาหารที่มีสารไทรามีนสูง เช่น อาหารจำพวกยีสต์หมัก เช่น เบียร์หมัก ไวน์ ไส้กรอก ถั่วปากอ้า ช็อกโกแลต แม้จะมีคุณสมบัติช่วยควบคุมความดันเลือด แต่ถ้ากินร่วมกับยาต้านโรคซึมเศร้าบางชนิด เช่น เซเลจิลีน […]

ทำงานทั้งวันก็ฟิตได้ โค้ชแม้ด ชวนสาวออฟฟิศพิชิตภารกิจ ฟิตแอนด์เฟิร์ม

ใครๆ ก็อยากมีรูปร่างที่ดี โดยเฉพาะสาวๆ ยุค 4.0 เพราะการมีรูปร่างที่เป๊ะและปังนั้นย่อมหมายถึงสภาพร่างกายที่ ฟิตแอนด์เฟิร์ม ไม่ป่วยง่าย แถมยังช่วยให้เราเลือกมิกซ์แอนด์แมตช์ เสื้อผ้าได้หลายรูปแบบ เรียกได้ว่าจะใส่ชุดแบบไหนก็สวยหรูดูแพง มีความมั่นใจ แบบอันลิมิตตลอด 24 ชั่วโมงเลยทีเดียว แต่อุปสรรคที่ทำให้ภารกิจบิ๊วร่างให้เเข็งแรง ต้องเหลวไม่เป็นท่าก็คือ ตารางงานอันแน่นเอี้ยด หรือชั่วโมงโอที ที่ทำให้เราต้องสิงอยู่ที่โต๊ะทำงานนานกว่า 8 ชั่วโมงนั่นเอง ซึ่งจริงๆ แล้ว ถ้าเราลองทบทวนกันดีๆ ก็จะพบว่า การออกกำลังกายนั้น ไม่จำเป็นว่าต้องไปที่ยิมหรือสวนสาธารณะเสมอไป สาวๆ ทุกคนสามารถเริ่มต้นฟิตหุ่น และหันมาดูแลรูปร่างของตัวเองได้ทุกที่ทุกเวลา   วันนี้ โค้ชแม้ด-พิมพ์อร โมกขะสมิต โค้ชด้านความแข็งแกร่งจาก อาดิดาส รันเนอร์ส แบงค็อก (adidas Runners Bangkok) จะมาแชร์วิธีออกกำลังกายที่ทำได้ทุกที่ทุกเวลาในชีวิตประจำวันของเรา ที่จะทำให้การมีหุ่นสวยรวยเสน่ห์เป็นความฝันที่ไม่ไกลเกินเอื้อมอีกต่อไป   :: เริ่มต้นวันใหม่อย่างสดใส ใส่รองเท้าแล้วลุยกันเลย :: เดี๋ยวนี้ไม่ว่าจะไปทำงาน เดินเล่นกับเพื่อน หรือจะเดินเที่ยวกับแฟน สาวๆ มักเลือกหยิบรองเท้าวิ่งมามิ๊กซ์แอนด์แมตช์กับเสื้อผ้าทุกสไตล์ในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะสาวออฟฟิศที่มีเวลาจำกัดในการออกกำลังกาย รองเท้าวิ่งถือเป็นออพชั่นที่ดี เพราะสามารถเป็นตัวช่วยซัพพอร์ตเท้าคุณในการพิชิตภารกิจ […]

วิธี ดูแลดวงตา หากต้องอยู่ในที่มืดเป็นเวลานาน

อยู่ในที่มืดนาน ๆ มีผลต่อดวงตาอย่างไรบ้าง มีวิธี ดูแลดวงตา อย่างไร หากต้องอาศัยอยู่ในที่มืดเป็นเวลานาน จากเหตุการณ์ที่ทีมกู้ภัย ทั้งจากประเทศไทยและนานาชาติ ร่วมมือร่วมกันช่วยเหลือน้อง ๆ ทีมหมูป่าทั้ง 13 คน ออกมาจากถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน ได้อย่างปลอดภัย เป็นที่เรียบร้อย หลายคนอาจรู้สึกกังวล และ ห่วงใยในสุขภาพของน้อง ๆ ที่ต้องอาศัยอยู่ภายในถ้ำมืดเป็นเวลานานหลายวัน โดยเฉพาะผลกระทบต่อ “ดวงตา” ของน้อง ๆ ว่าการอยู่ในที่มืดเป็นเวลานานนั้น มีผลกระทบต่อสุขภาพดวงตาอย่างไรบ้าง ต้องมีการเตรียมตัว หรือ ดูแลดวงตา เป็นพิเศษอย่างไรบ้าง ไปหาคำตอบพร้อมกันเลยค่ะ   อันตรายที่เกิดกับดวงตา เมื่อต้องอยู่ในที่มืดเป็นเวลานาน การมองเห็นของคนที่อยู่ในที่มืดเป็นเวลานาน จะคล้ายกับการมองเห็นของผู้ที่ทำงานในที่มืดเป็นประจำ เช่น ผู้ที่ทำงานในเหมือง เพราะต้องทำงานอยู่ในที่มืดเป็นเวลานานเช่นกัน การมองเห็นในที่มืดจึงมักมีการใช้ส่วนอื่นของจอประสาทตามาช่วยในการรับภาพ แทนที่จะเป็นตัวจอประสาทตาที่เรียกว่า แมคคูล่า เพราะเป็นจุดที่รับภาพชัดที่สุด ลักษณะนี้เรียกว่า ดวงตากระตุก นอกจากนี้ ผู้ที่อยู่ในที่มืดเป็นเวลานาน เมื่อออกมาพบเจอกับแสงสว่างภายนอกในระยะแรก ๆ อาจมีอาการ “สู้แสงไม่ได้” อีกด้วย โดยเป็นภาวะที่ดวงตามีความไวต่อแสงมากเกินไป จนทำให้รู้สึกเคืองตา แสบตา ปวดตา น้ำตาไหลเมื่อได้รับแสง […]

เข้าใจ อาการวัยทอง เตรียมพร้อมรับมือความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของผู้หญิง

เข้าใจ อาการวัยทอง อาการวัยทอง หมายถึงช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงในชีวิตของผู้หญิงครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง หลังจากเปลี่ยนผ่านมาแล้วในวัยแรกรุ่นและวัยเจริญพันธุ์ ในช่วงเวลาของการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญนี้ การรู้จักที่จะปรับตัวรับกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ย่อมทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีสุขภาพดีทั้งกายและใจ รวมทั้งสามารถที่จะดำรงตนอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข วัยทองหรือวัยหมดประจำเดือนในผู้หญิงจะอยู่ในช่วงอายุประมาณ  45-55 ปี โดยเฉลี่ยอายุ 50 ปี เมื่อถึงวัยนี้ รังไข่จะหยุดทำงาน และไม่มีการตกไข่อีกต่อไป ทำให้ไม่มีประจำเดือนและไม่มีการสร้างฮอร์โมนเพศหญิงจากรังไข่อีก ฮอร์โมนเพศหญิงที่ขาดหายไปนี้มีชื่อว่าเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน จึงทำให้เกิดอาการเปลี่ยนแปลงของร่างกายและจิตใจต่างๆ ตามมา อาการของการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนั้นรู้จักกันโดยทั่วไปว่า เลือดจะไปลมจะมา   อาการวัยทอง ประจำเดือนมาน้อยวันและไม่สม่ำเสมอ ร้อนวูบวาบตามร่างกายโดยเฉพาะส่วนบนของร่างกาย เหนื่อยง่าย ใจสั่นมีเหงื่อออกมากตอนกลางคืน บางคนมีอาการหนาวสั่นโดยไม่มีสาเหตุ ผิวหนังจะบางลง แห้งและเกิดเป็นแผลได้ง่าย มีอาการคันตามผิวหนัง และผิวหนังเกิดผื่นแพ้ง่าย เส้นผมจะหยาบแห้งและบางลง หลุดร่วงได้ง่าย ไม่ดกดำเป็นเงางาม ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ หรือปวดตามข้อและกระดูก มีอาการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์เร็ว เครียดง่าย หงุดหงิดโดยไม่มีสาเหตุ โกรธง่าย ใจน้อย ควบคุมอารมณ์ได้ยาก บางคนหลงลืมง่าย เวียนศีรษะ ซึมเศร้า นอนหลับยากหรือนอนไม่หลับ ช่องคลอดขาดความชุ่มชื้น น้ำหล่อลื่นน้อยลง เกิดความเจ็บปวดเวลามีเพศสัมพันธ์ ปัสสาวะบ่อย […]

คอเลสตอรอล ไม่ร้ายกาจอย่างที่คิด กินเป็นไม่เสี่ยงโรคหัวใจ

คอเลสตอรอล ผู้ร้ายทำลายสุขภาพจริงหรือ? ไขมันและ คอเลสตอรอล มักได้ฉายาว่าเป็นผู้ร้ายทำลายสุขภาพ แม้ว่าพวกมันจะเป็นปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจและโรคอ้วน แต่อันที่จริงแล้วไขมันและ คอเลสตอรอล ก็ไม่ได้ร้ายกาจขนาดนั้น คอเลสเตอรอล ก็คือไขมันชนิดหนึ่งที่ร่างกายสามารถสร้างเองได้ พบได้ในอาหารทั่วไป เป็นไขมันที่มีความจำเป็นต่อร่างกายมีส่วนประกอบของไขมันจำเป็นที่ร่างกายสร้างไม่ได้อยู่  ที่ต้องได้รับจากการกินอาหาร และไขมันช่วยร่างกายสร้างเนื้อเยื่อและเก็บสะสมพลังงาน การทำงานของเซลล์ก็ต้องใช้ไขมันซึ่งจำเป็นต่อการดูดซึมวิตามินที่ละลายในไขมัน ได้แก่ วิตามินเอ ดี อีและเค   ไขมันแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ ตามโครงสร้างของไขมัน คือ ไขมันอิ่มตัว มักจะแข็งตัวที่อุณหภูมิห้อง ขณะที่ไขมันไม่อิ่มตัวยังเป็นของเหลว และเมื่อเข้าไปรวมกับเซลล์ ไขมันอิ่มตัวจะทำให้เซลล์ขาดความยืดหยุ่น แต่ไขมันไม่อิ่มตัวจะทำให้เซลล์ยืดหยุ่น ทำงานได้ดีกว่า ไขมันอิ่มตัวมีมากในผลิตภัณฑ์จากสัตว์ เช่น น้ำมันหมู ไก่ วัว เวลาใช้น้ำมันเหล่านี้ปรุงอาหาร เมื่อทิ้งไว้เย็นมักจะจับตัวเป็นฝ้า แต่ถ้านำเข้าตู้เย็นจะเห็นไขมันจับตัวแข็งบนผิวอาหาร เห็นได้ชัดในแกงจืดหรือแกงกะทิ และไขมันอิ่มตัวจะพบในนม ครีม เนยแข็ง ไอศกรีม หนังสัตว์ติดมัน น้ำมันปาล์ม และน้ำมันมะพร้าว ไขมันประเภทนี้ถ้ากินมากเกินไปจะเพิ่ม LDL คอเลสตอรอล หรือไขมันชนิดไม่ดี ดังนั้น ต้องกินอย่างระมัดระวังและพยายามหลีกเลี่ยง […]

ฟื้นฟูตับ ดูแลตับให้แข็งแรง ด้วยอาหารหาซื้อง่าย 8 ชนิด

ฟื้นฟูตับ เริ่มได้ตั้งแต่วันนี้ โรคตับมีหลายชนิด เพราะคนส่วนใหญ่ละเลยการ ฟื้นฟูตับ โรคตับที่พบมากคือตับแข็ง มีผลมาจากโรคตับเรื้อรัง โดยเมื่อเนื้อเยื่อตับถูกทำลาย ตับจะมีการฟื้นตัวและสร้างเนื้อเยื่อขึ้นมาใหม่ แต่เนื้อเยื่อที่สร้างขึ้นมาใหม่จะมีลักษณะผิดไปจากเดิม เกิดเป็นพังผืด เนื้อตับตะปุ่มตะป่ำ ทำให้การไหลเวียนของเลือดจากกระเพาะและลำไปสู่ตับไม่คล่องตัว ตับไม่สามารถทำงานได้ปกติ ในระยะเริ่มแรกอาจจะไม่แสดงอาการ แต่ต่อๆ ไปตับจะทำงานน้อยลง เนื่องจากเนื้อเยื่อดีๆ มีปริมาณลดลง ผู้ป่วยจะมีอาการเบื่ออาหาร น้ำหนักลด คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลียไม่มีแรง ตัวเหลืองตาเหลือง สีปัสสาวะเหมือนโค้ก บวม มีน้ำในช่องท้อง คันตามมือและเท้า โลหิตจาง อาการจะรุนแรงขึ้นจนมีอาการทางสมองหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที   สาเหตุใหญ่ทำลายตับ ไลฟ์สไตล์ของคนส่วนใหญ่ในปัจจุบันที่มักเร่งรีบ และไม่ได้เติมสิ่งดีๆ เข้าสู่ร่างกายมักเพิ่มความเครียดให้กับร่างกายได้มาก และยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพตับด้วย นอนดึกเกินไปและนอนตื่นสายเกินไป ไม่ปัสสาวะตอนเช้า กินมากไปในแต่ละมื้อ ชอบอดอาหารเช้า กินอาหารที่มีสารกันบูด สารแต่งกลิ่น สี รส มากเกินไป ชอบกินอาหารดิบๆ แต่ไม่กินผักดิบ กินอาหารไขมันทรานส์เสมอ กินวิตามินเสริมมากเกินไป รับยาเกินขนาด ดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ประจำ   นอกจากนี้การได้รับสารพิษจากยาฆ่าแมลง […]

คงความสาวสดใสไว้ให้นานที่สุด ด้วยคำแนะนำจาก เวชศาสตร์ชะลอวัย Anti-Aging

เป็นคำถามที่สาวๆ เฝ้าสงสัยกันอยู่เสมอว่าทำอย่างไร ถึงจะคงความผิวเต่งตึง ความอ่อนเยาว์อย่างสาวๆ แรกแย้มเอาไว้ให้นานที่สุด หนึ่งในศาสตร์การแพทย์ที่เน้นศึกษาและให้คำแนะนำทางด้านนี้โดยตรงก็คือ เวชศาสตร์ชะลอวัย หรือ Anti-Aging ซึ่งวิธีที่จะช่วยชะลอวัยเอาไว้นั้น พญ.ชนิดา ขวัญฐิตินันท์ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้ได้ให้คำแนะนำเราไว้ตามนี้ค่ะ Anti – Aging คืออะไร ? ศาสตร์ชะลอวัยนี้เน้น การซักประวัติคนไข้ และ การตรวจดูความผิดปกติเล็กๆ น้อยๆ ของร่างกาย อย่างบางคนอาจจะสงสัยว่า เอ๊ะ ทำไมเวลาเราไปตรวจร่างกายประจำปีแล้วทุกอย่างปกติ แต่กลับยังมีอาการต่างๆ เวชศาสตร์ชะลอวัยจะเน้นการตรวจแล็ปที่ลึกลงไปกว่านั้น เช่นตรวจจากเลือด ปัสสาวะ น้ำลาย พร้อมรักษาอย่างตรงจุด การรักษาก็จะมีทั้งแนะนำเรื่อง การทานอาหาร ท่าออกกำลังกาย การทานวิตามิน รวมไปถึงการให้ฮอร์โมนบางชนิด นับเป็นศาสตร์ที่ยังใหม่ในประเทศไทย แต่ที่ต่างประเทศอย่างฝั่งยุโรป หรือ อเมริการู้จักศาสตร์นี้กันอย่างแพร่หลายมานานกว่า 10 ปีแล้ว ฮอร์โมน ปัจจัยที่ส่งผลโดยตรงกับความเยาว์วัย ฮอร์โมน มีส่วนสำคัญต่อร่างกายเยอะมาก บางชนิดเป็นตัวตัดสินชะตาเลยทีเดียว ว่าเราจะมี ผิวเต่งตึง หรือ ผิวหย่อนคล้อย ทุกคนคงไม่อยากเจออย่างหลังแน่ๆ ดังนั้นอย่ามองข้าม […]

แก้สมองล้า ด้วยถั่ววอลนัทและนมวอลนัท แก้เครียดและบำรุงสมอง

แก้สมองล้า ด้วยถั่ววอลนัท  คุณเคยมีอาการเหล่านี้ไหม ลืมกุญแจบ้าน ลืมล็อครถ ออกจากบ้านแล้วไม่แน่ใจว่าลืมปิดน้ำปิดไฟหรือเปล่า หรือจะพูดจะทำอะไร แล้วนึกไม่ออกเสียเฉย ๆ  อาการเหล่าอาจเป็นสัญญาณว่า คุณมีอาการ “สมองล้า”  ต้อง แก้สมองล้า ด่วน! อาการสมองล้า อาจจะเกิดจากภาวะเครียดจากการที่สมองผ่านการใช้งานอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะคนยุคปัจจุบันที่วัน ๆ มีเรื่องต้องทำ ต้องคิดพร้อมกันทีละหลายเรื่อง การใช้เครื่องมือสื่อสารที่มีคลื่นสัญญานมากเกินไปก็มีผลรบกวนการทำงานของสมอง  รวมถึงภาวะการขาดสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย ซึ่งสาเหตุเหล่านี้อาจจะส่งผลให้เกิดประสิทธิภาพการทำงานของสมองแย่ลง มีภาวะหลงลืม สมองตื้อ อาการมึนงง ขาดสมาธิ และอารมณ์แปรปรวน การรักษาภาวะสมองล้า  ต้องอาศัยการปรับรูปแบบของการใช้ชีวิตให้สมดุลขึ้น ทั้งเรื่องการพักผ่อนและการดูแลด้านโภชนาการควบคู่กัน ถั่ววอลนัท หรือ บางคนเรียกว่า “ถั่วสมอง” เนื่องจากรูปร่างเมล็ดมีลักษณะคล้ายสมองคน  และยังบังเอิญมีประโยชน์ในการบำรุงสมองจากวิตามินอีและฟลาโวนอยด์ ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่เกี่ยวข้องกับโรคสมองเสื่อม มีโอเมก้า 3 ที่ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลายและบำรุงความดันเลือด มีสารเมลาโทนินที่ช่วยควบคุมนาฬิกาชีวิตของเรา ช่วยให้นอนหลับได้ง่ายขึ้น ไม่เกิดอาการนอนไม่หลับ นอนไม่พอ  เมื่อสามารถนอนหลับได้เป็นปกติ จะทำให้การทำงานของระบบสมองสมดุลขึ้น การดื่มนมวอลนัทเป็นประจำจึงลดโอกาสที่จะเกิดอาการความจำเสื่อม หรือ ชะลอให้เกิดอาการช้าลง และทำให้การทำงานของสมองดีขึ้นได้ นอกจากนี้ช่วยดูแลสมองแล้ว นมวอลนัท ยังลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและโรคอ้วน […]

4 เคล็ดลับเพิ่ม “โกรทฮอร์โมน” ฮอร์โมนแห่งการชะลอวัย อยากแข็งแรง สดใส ต้องลอง!

หน้าที่ของ โกรทฮอร์โมน เมื่อมีการศึกษา โกรทฮอร์โมน อย่างจริงจังพบว่า ฮอร์โมนชนิดนี้มีปริมาณสูงที่สุดเมื่อเข้าสู่อายุ 20 ปี ก่อนจะลดลงเหลือเพียงครึ่งหนึ่งเมื่ออายุ 40 ปี และเหลือกเพียงหนึ่งในสี่ของปริมาณสูงสุดเมื่ออายุ 60 ปี แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า โกรทฮอร์โมน จะหมดความสำคัญเมื่ออายุเพิ่มขึ้น เพราะมันยังคงทำหน้าที่ซ่อมบำรุงส่วนต่างๆ ของร่างกาย มีส่วนสร้างเซลล์ของอวัยวะภายในและเนื้อเยื่อต่างๆ รวมถึงซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ สร้างเซลล์ชั้นผิวหนังใหม่ สร้าง ซ่อมแซม และเสริมความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อและกระดูก เสริมภูมิคุ้มกันในแข็งแรง เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมองและการมองเห็น ลดระดับคอเลสตอรอลในร่างกาย   ผิวเหี่ยวเสื่อมสภาพก่อนวัย อาจเป็นเพราะโกรทฮอร์โมน ผู้สูงอายุหลายคนมักกังวลเรื่องสภาพร่างกายที่เปลี่ยนไป เช่น เหนื่อยตลอดเวลา หรือไร้เรี่ยวแรงโดยไม่มีสาเหตุ แต่ไม่เคยรู้เลยว่า ต้นเหตุที่แท้จริงมาจากการหลั่งโกรทฮอร์โมนลดลง จึงเป็นเหตุให้เซลล์ที่สึกหรอไม่ได้รับการซ่อมแซมอย่างเต็มที่ นอกจากนี้เมื่อปริมาณโกรทฮอร์โมนไม่เพียงพอ จะส่งผลให้ประสิทธิภาพของวงจรการผลัดเซลล์ผิวลดลง คนวัยนี้จึงมักเผชิญปัญหาผิวหนังต่างๆ เช่น ผิวหย่อนคล้อย และผิวหนังหมองคล้ำ แต่ปัจจุบันคนวัยทำงานกลับมีปัญหาผิวหนังไม่ต่างจากผู้สูงอายุทั้งๆ ที่มีอายุ 30 กว่าๆ เท่านั้น เนื่องจากคนกลุ่มนี้ใช้ชีวิตปล่อยปละละเลย เป็นผลให้ฮอร์โมนลดลงไปเรื่อยๆ นอน เพิ่มโกรทฮอร์โมน สิ่งเดียวที่มีผลต่อการเพิ่มหรือลดลงของปริมาณโกรทฮอร์โมน คือ […]

รับมือ ฮอร์โมนความหิว ‘เลปตินและเกรลิน’ ต้นเหตุโรคอ้วน

เลปตินและเกรลิน ฮอร์โมนความหิว – ความอิ่ม เมื่อกินอาหาร นอกจากอวัยวะในระบบย่อยอาหารและดูดซึมอาหารจะทำงานแล้ว รู้หรือไม่ว่า ฮอร์โมนเลปติน (leptin) และเกรลิน (ghrelin) หรือหลายคนรู้จักดีในชื่อของ ฮอร์โมนความหิว และฮอร์โมนความอิ่ม มีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการเช่นนี้ โดยเลปตินสร้างจากเซลล์ไขมัน ค้นพบครั้งแรกโดยบังเอิญระหว่างการวิจัยทางพันธุกรรมเกี่ยวกับโรคอ้วน ทำหน้าที่ควบคุมความอยากอาหาร ทำงานประสานกับเกรลิน ซึ่งผลิตจากกระเพาะอาหาร ทำหน้าที่กระตุ้นความอยากอาหารและการหลั่งน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร ฮอร์โมนทั้งสองชนิดมีผลต่อการทำงานของตัวรับฮอร์โมนในสมองส่วนไฮไปทาลามัส ลดเครียด ลดอ้วนได้ การกินอาหารครบสามมื้อ และตรงเวลาแบบอิ่มพอดีกับการจัดการความเครียดให้เหลือน้อยที่สุด คือปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนให้เลปตินทำงานได้ดี เราจึงกินอาหารอย่างพอดี ไม่มากจนเกินไปจนกลายเป็นโรคอ้วนหรือไม่น้อยเกินไปจนขาดสารอาหาร เมื่อใดก็ตามที่ร่างกายเผชิญความเครียดจัด ประสิทธิภาพการทำงานของเลปตินจะลดน้อยลง ส่งผลให้ควบคุมความอยากอาหารมากกว่าปกติ และกินไม่หยุด ขณะที่อีกหลายคนเบื่ออาหาร กินไม่ลง เพราะร่างกายหลั่งเกรลินลดลง เคี้ยวนานๆ ก็ลดอ้วนได้ เมื่ออายุเพิ่มขึ้น การหลั่งฮอร์โมนเลปตินและเกรลินจะเริ่มเสียสมดุล จากเดิมที่เลปตินหลั่งออกมามากเมื่อกินถึงระดับที่ร่างกายต้องการเพื่อให้อิ่ม ส่วนเกรลินหลั่งออกมาเมื่อกระเพาะอาหารว่างเพื่อให้หิว จากการวิจัยชิ้นหนึ่งได้ตั้งสมมติฐานว่า ปัญหาการเสียสมดุลของฮอร์โมนทั้งสองชนิดกระทบต่อศูนย์ควบคุมความอยากอาหาร ทำให้ทำงานไม่เต็มที่ จึงส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมการกินของผู้สูงอายุแบบเกินพอดี และกินเฉพาะเนื้อสัตว์ หากต้องการกระตุ้นให้ฮอร์โมนทั้งสองชนิดยังทำงานเป็นปกติมากที่สุด แม้เริ่มเสียสมดุลแล้ว คือ การเคี้ยวอาหารให้ได้ 30 ครั้งทุกคำก่อนกลืน เนื่องจากการผลิตและหลั่งฮอร์โมนควบคุมความอยากอาหารจะดำเนินไปช้าๆ หากกินเร็วและเยอะเกินไป […]

keyboard_arrow_up