ฉันรอดตายเพราะโน้ตบุ๊กของแม่

ฉันรอดตายเพราะ โน้ตบุ๊กของแม่ ริมถนนพระราม 2 มีต้นเฟื่องฟ้าเรียงรายอยู่อย่างสวยงาม ด้วยอากาศที่ปลอดโปร่ง และจิตใจที่สบาย ฉันปั่นจักรยานไปในใจก็คิด “ฉันจะทำความดีจนลมหายใจสุดท้าย ฉันจะบริจาคร่างกาย ให้กายนี้ได้ทำความดีจนนาทีสุดท้าย ฉันจะกลับไปบริจาคที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ ขอนแก่น ชาติหน้าเผื่อได้เกิด จะได้กลับไปเกิดที่ขอนแก่น” แต่ยังไม่ทันที่ฉันจะคิดจบ… โน้ตบุ๊กของแม่ เอี๊ยดดด…ตุ้บ! “อ้าว…ฉันยังไม่ทันบริจาคร่างกาย จะตายแล้วเหรอ” เพียงแค่เสี้ยววินาที ร่างของฉันก็กลิ้งลงไปกองที่ข้างคูน้ำ ฉันถามตัวเอง “ฉันยังไม่ตายใช่ไหม ฉันต้องมีสติ” พอได้สติ ฉันมองไปยังรถคันที่ชน นาทีนั้นแว่นตาที่สวมอยู่แตก ขาก็อาบไปด้วยเลือด กระเป๋าโน้ตบุ๊กที่สะพายก็ขาด ทุกอย่างที่ติดตัวอยู่เสียหายหมดเลย ฉันแข็งใจเดินไปขอความช่วยเหลือคนที่อยู่แถวนั้น และแบกความโกรธไว้อย่างหนักอึ้งเพื่อจะไปต่อว่าคนที่ชนฉัน แต่แล้วก็ต้องเปลี่ยนใจ “พี่ขอโทษ” คู่กรณีกล่าวพร้อมกับยกมือไหว้ ใจฉันเริ่มเย็นลงทันที เพราะเห็นร่างกายเขาเลือดอาบ ฟันก็หัก ขาก็หัก อย่างน้อยฉันยังเจ็บน้อยกว่าเขา ฉันไม่ได้เรียกร้องให้เขารับผิดชอบค่าเสียหาย แค่ให้เขารักษาตัวเองก็พอ แต่ที่เสียใจคือ รถยนต์ที่ชนมอเตอร์ไซค์เขาจนเสียหลักมาเฉี่ยวจักรยานฉัน ไม่มีน้ำใจแม้แต่จะลงมาดูเขาเลย ฉันได้แต่แผ่เมตตาให้เขาสำนึกผิด ถ้าเราเคยเป็นเจ้ากรรมนายเวรกันก็ขอให้จบลงที่ชาตินี้ ทรัพย์สินหรือสิ่งของที่ฉันเสียไปอาจจะน้อยนิด อย่างน้อยก็หาใหม่ได้ แต่ขออย่าให้เขาไปทำกับคนอื่น เพราะคนเราไม่ได้วัดกันที่ฐานะ แต่วัดกันที่จิตใจ คนที่ถูกชนจนบาดเจ็บอาจจะยากจน หาเช้ากินค่ำไม่มีเงินรักษา […]

มด – ดวงกมล ถิระวัฒน์ บิวตี้บล็อกเกอร์ ชื่อดังกับเรื่องราวเมคอัพเปลี่ยนชีวิต

หลายคนอาจคิดว่า เส้นทางการเป็น บิวตี้บล็อกเกอร์ ที่มีคนติดตามหลักแสน รวมถึงการเขียนหนังสือเกี่ยวกับความสวยความงามอย่าง เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ให้สวยแซ่บ ต้องเริ่มต้นจากนิสัยรักสวยรักงาม แต่สำหรับมด – ดวงกมล ถิระวัฒน์ นั้นไม่ใช่ เด็กสาวส่วนมากมักเริ่มรักสวยรักงามช่วงมัธยม สำหรับมด อย่าว่าแต่เรื่องแต่งหน้าทาปากเลยค่ะ แม้แต่ครีมกันแดดก็ยังไม่เคยสัมผัส ผมเผ้าปล่อยหยิก ธรรมชาติให้มาอย่างไรก็ปล่อยให้เป็นไปอย่างนั้น เป็นคนลุย ๆ สนุกกับการทำกิจกรรม ตอนนั้นไม่รู้ว่าจะสวยไปเพื่ออะไร ในเมื่อเรียนโรงเรียนหญิงล้วน ไม่จำเป็นจะต้องสวยไปอวดใคร พอเรียนมหาวิทยาลัยก็มีแฟน คบกันเกือบปี ผู้ชายขอเลิกด้วยเหตุผลที่ทำให้มดอึ้งมาก เขาบอกว่า “สำหรับผม มดสวยไม่พอ เราเลิกกันเถอะ” หลังจากได้ยินประโยคนี้ มดไม่ได้ร้องไห้เป็นนางเอกละครนะคะ แต่ช็อกมากกว่า คำพูดในหัวตอนนั้นคือ แล้วต้องสวยขนาดไหนถึงจะเรียกว่าสวยพอ ตอนนั้นมดคิดเลยว่า คอยดูเถอะ สักวันฉันจะสวยให้เธอต้องตะลึง การทำให้ตัวเองสวยขึ้น หลาย ๆ คนคงคิดถึงเรื่องศัลยกรรมเป็นอันดับแรก มดก็เช่นกันค่ะ อยากเสริมจมูกให้โด่งขึ้น แต่พอคุณแม่คุณพ่อรู้เรื่องนี้ก็บอกว่า “มดไม่อยากรู้สึกว่ามีส่วนหนึ่งของแม่กับพ่ออยู่ในร่างกายเหรอ” ได้ยินแบบนี้มดหยุดความคิดเรื่องศัลยกรรมทันที และเปลี่ยนมาคิดหาวิธีแต่งหน้าเพื่อกลบข้อด้อยบนใบหน้าแทน  เมื่อตั้งใจว่าจะสวยด้วยการแต่งหน้าจึงฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ ใช้วิธีไปเวิร์คชอปกับแบรนด์เครื่องสำอางที่เป็นสมาชิก บางครั้งก็ศึกษาจากพี่ ๆ ช่างแต่งหน้าที่รู้จักกัน เข้าเว็บไซต์ของต่างประเทศเพื่อศึกษาเทคนิคการแต่งหน้าหลาย ๆ รูปแบบ มดลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง และยึดหลักว่าอย่าฟังคนอื่นเยอะ ถ้าเพื่อนบอกว่าแกทาปากสีแดงไม่ได้หรอก มดจะเกิดคำถามว่าทำไมถึงทาไม่ได้ แล้วมดก็จะทา พอลองทา มันก็ทาได้ ไม่มีปัญหาอะไร มดว่าในชีวิตหนึ่งเราต้องลองทำอะไรหลาย ๆ แบบ เพราะถ้าคุณไม่ลอง คุณจะไม่มีทางรู้เลยว่ามันดีกับเราหรือไม่ หลังจากฝึกฝนแต่งหน้าจนเชี่ยวชาญ มดมีโอกาสได้เจอแฟนเก่า เขาตกใจมากกับมดในโฉมใหม่ เขาบอกว่า  “มดเปลี่ยนไปมาก สวยขึ้นจนน่าตกใจ” ยิ่งเห็นปฏิกิริยาของเขาที่ดูช็อกกับภาพลักษณ์ใหม่ของเรา ก็คิดในใจเลยว่าฉันชนะแล้ว! แต่เราไม่ได้กลับไปคบกันนะคะ มันเป็นแค่ความรู้สึกอยากเอาชนะแบบเด็ก ๆ ตอนนั้นแค่เห็นเขาอึ้งมดก็สะใจและเพียงพอแล้ว แต่สิ่งที่เราพบมากกว่านั้นคือ ถ้าอยากเปลี่ยนตัวเอง อย่าเปลี่ยนเพื่อใคร แต่ให้เปลี่ยนเพื่อตัวเอง จะได้มีความสุขกับตัวเองอย่างแท้จริง เมื่อทำสำเร็จ มดจึงอยากจะแบ่งปันสิ่งที่รู้มาจากการทดลองด้วยตัวเองและเคล็ดลับการแต่งหน้าต่าง ๆ ที่สามารถใช้ในชีวิตจริง จึงเริ่มเขียนบล็อก IG: cinnamongal เพราะเชื่อว่าสังคมปัจจุบัน ภาพลักษณ์ คือสิ่งสำคัญไม่แพ้สิ่งอื่น และสามารถเปิดโอกาสดี ๆ ให้กับเราได้หลาย ๆ อย่าง สำหรับใครที่คิดว่าไม่สวย ภาพลักษณ์ไม่ดีแล้วได้แต่บ่น มดอยากให้คุณก้าวออกมาจากกรอบความคิดเดิม ๆ ลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเอง ทั้งการแต่งหน้า การแต่งตัว ทรงผม แล้วคุณจะเห็นโลกในมุมที่ต่างออกไป จำไว้นะคะ “อย่าเชื่อ ถ้าคุณยังไม่ได้ลองด้วยตัวเอง”  บิวตี้บล็อกเกอร์ Secret BOX คุณจะไม่มีวันเจอผลลัพธ์ ถ้าคุณไม่ลงมือทำ – ดวงกมล ถิระวัฒน์ –   ที่มา:  นิตยสาร Secret เรื่อง: ดวงกมล ถิระวัฒน์ เรียบเรียง: อุรัชษฎา ขุนขำ  ภาพ: เฟซบุ๊ก Cinnamongal Secret Magazine […]

แม่จ๋า หนูขอโทษ ต่อไปหนูจะไม่ทำให้แม่เสียใจอีกแล้ว

แม่จ๋า หนูขอโทษ ต่อไปหนูจะไม่ทำให้แม่เสียใจอีกแล้ว “…มีสตางค์นี่นะช่างดีเหลือเกิน มีสตางค์จะทำอะไรก็เพลินจะตาย ไม่ต้องดิ้นต้องรน จะนกจะไม้ จะเอาอะไรก็ชี้ มีสตางค์ก็คงจะดีนะเออ เพียงแต่คนอย่างเรานะมันไม่ค่อยจะมี พยายามประคับประคอง สุดท้ายก็ได้เท่านี้…” ฉันหลับตาฟังเพลงนี้ซ้ำไปซ้ำมานานนับสิบชั่วโมง ตั้งแต่รถโดยสารเคลื่อนตัวออกจากกรุงเทพฯ จวบจนใกล้จะถึงจุดหมายปลายทางคืออำเภอเชียงคานแล้ว แต่ฉันก็ยังคงฟังเพลงเดิมอย่างไม่รู้สึกเบื่อหน่าย เพราะเนื้อหาของเพลงช่างตรงกับความทุกข์ภายในใจของฉันเสียเหลือเกิน ย้อนไปช่วงเย็นของเมื่อวาน ฉันกำลังช่วยแม่ปิดร้านก๋วยเตี๋ยวเหมือนเช่นทุกวัน ผู้ชายคุ้นหน้าคนหนึ่งเดินเข้ามาในร้านแล้วพูดกับแม่ของฉันว่า “ป้าแต๋วครับ ลูกชายผมกำลังจะเข้าอนุบาลเดือนหน้าแล้วครับ แต่ผมยังไม่มีเงินเลย หายืมที่ไหนก็ไม่มีใครให้ ผมขอยืมเงินป้าแต๋วสักสามพันได้ไหมครับ ต้นเดือนหน้าผมจะคืนให้…ช่วยผมสักครั้งเถอะนะครับ ผมจะไม่ลืมพระคุณเลย” พูดจบเขาก็ยกมือไหว้แม่ แม่ตอบด้วยน้ำเสียงเห็นใจว่า “ได้สิกอล์ฟ เดี๋ยวป้าไปหยิบให้นะ มีเงินเมื่อไหร่ค่อยเอามาใช้ป้าก็ได้จ้ะ” ฉันเห็นเหตุการณ์โดยตลอด และจำได้ดีว่าผู้ชายคนนี้เคยยืมเงินแม่มาแล้วครั้งหนึ่งแต่ก็ยังคืนเงินไม่ครบ ฉันโกรธแม่มากพลางคิดในใจว่า ทำไมแม่ถึงได้ใจดีแบบนี้นะ หลังจากที่ผู้ชายคนนั้นกลับไป ฉันถามแม่ด้วยน้ำเสียงกระด้างว่า “ทำไมแม่ต้องให้คนอื่นยืมเงินตลอดเลย ทั้งที่เราช่วยกันทำงานอย่างหนัก เราจะช่วยกันเก็บเงินไว้ปลูกบ้านไม่ใช่เหรอ บางวันหนูต้องอดมื้อกินมื้อ แต่แม่เอาแต่สงสารคนอื่น ไม่เคยสงสารหนูบ้างเลยรึไง” สิ้นเสียงของฉัน แม่ร้องไห้ด้วยความเสียใจ วินาทีนั้นฉันรู้สึกโมโหมาก ฉวยกระเป๋าเงินได้ก็วิ่งไปโบกรถแท็กซี่ให้ไปส่งที่สถานีขนส่งหมอชิตทันที ในใจคิดว่าคอยดูนะ ฉันจะไม่อยู่กับแม่อีกแล้ว ฉันจะหนีออกจากบ้าน เมื่อมาถึงอำเภอเชียงคาน ฉันเดินหาที่พักที่หรูหราที่สุด เพราะอยากประชดแม่ด้วยการใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย หลังจากได้ที่พักราคาหลายพันบาทต่อคืนแล้ว […]

ตำรวจน้อยน้ำใจงาม ทำภารกิจแจกกอดให้ผู้สูงอายุได้คลายเหงาที่บ้านคนชรา

ตำรวจน้อยน้ำใจงาม ทำภารกิจแจกกอดให้ผู้สูงอายุได้คลายเหงาที่บ้านคนชรา คนบางคนก็เกิดมาพร้อมหัวใจที่มีแต่ “ให้” และนึกถึงผู้อื่นตลอดเวลา อย่าง ตำรวจน้อยน้ำใจงาม  โอลิเวอร์ เดวิส (Oliver Davis) ถึงแม้จะอายุเพียง 7 ขวบ แต่ก็เป็นอีกหนึ่งรายที่นำความรักและความหวังดีไปแจกจ่ายให้ผู้อื่นเสมอ ย้อนกลับไปตอนที่โอลิเวอร์อายุ 5 ขวบ ได้คุยกับแม่ แบรนดี้ เดวิส ชาวเมืองแคนซัสซิตี้ รัฐแคนซัส ถึงเรื่องเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งเป็นอาชีพที่โอลิเวอร์ยกย่องชื่นชมมาก เมื่อหนูน้อยได้ฟังคุณแม่อธิบายว่า งานของเจ้าหน้าที่ตำรวจคือการช่วยเหลือประชาชนในหลากหลายวิธี โอลิเวอร์ก็ตัดสินใจดำเนินรอยตามไอดอลประจำใจทันที คุณแม่แบรนดี้บอกว่า ลูกชายเชื่อว่าตัวเองเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจริง ๆ พอได้นั่งคุยกันลูกก็ยิ่งปักใจกับอาชีพนี้ยิ่งขึ้น เพราะเป็นอาชีพที่ได้ช่วยเหลือผู้อื่น ครอบครัวเองก็สนับสนุนความต้องการที่จะช่วยคนอื่นของลูกด้วยการพาลูกไปเจอกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตัวจริง แถมยังหาเครื่องแบบตำรวจที่เหมือนจริงสุด ๆ มาให้โอลิเวอร์ใส่อีกด้วย หลังจากนั้นโอลิเวอร์ก็อยากออกไปช่วยคนอื่นนอกบ้านอย่างเต็มรูปแบบ ถึงแม้จะเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยก็ตาม โอลิเวอร์ขออนุญาตคุณแม่เเบรนดี้ว่า เขาจะสวมเครื่องแบบตำรวจไปเยี่ยมคุณยายที่สถานดูแลผู้สูงอายุได้ไหม ซึ่งจริง ๆ แล้ว โอลิเวอร์ไม่เพียงจะไปเยี่ยมคุณยายของตัวเองเท่านั้น เขายังคิดทำสิ่งพิเศษให้เพื่อน ๆ ของคุณยายที่สถานดูแลผู้สูงอายุด้วย โดยขอคุณแม่ว่า เขาจะนำดอกไม้ไปมอบให้ผู้สูงอายุหลายคนที่เขาเห็นนั่งเหงาอยู่ตามล็อบบี้และห้องอาหารในสถานดูแลผู้สูงอายุแห่งนี้ คุณแม่แบรนดี้ตอบตกลง และหลังจากที่ได้ไปเยี่ยมบรรดาผู้สูงวัย หนูน้อยก็ติดอกติดใจร่ำร้องอยากจะไปอีก ในขณะเดียวกันความน่ารักมีน้ำใจของหนูน้อยก็ก่อให้เกิดความอบอุ่นในหัวใจของเหล่าคุณตาคุณยายโดยถ้วนหน้า คุณแม่แบรนดี้เล่าว่า […]

บ้านหลังสุดท้ายของชีวิตที่ไร้ราก

คุณเคยคิดถึงบ้านไหม…แต่ความคิดถึงบ้านของคนที่ไปเรียนต่อหรือไปทำธุระต่างจังหวัด คงเทียบไม่ได้กับความคิดถึงบ้านของชายชาวเวียดนามคนหนึ่ง ซึ่งเปรียบเปรยถึงตัวเองไว้ว่าโชคชะตากำหนดให้เขาเป็นเหมือนต้นไม้ที่ไร้ราก แม้จะผลิดอกออกผลงอกงามสักเพียงใด หากชีวิตไม่ได้หวนคืนสู่รากเหง้าของตนเองแล้ว ก็คงมีแต่จะเหี่ยวเฉาและแห้งตายอย่างไร้ความหมาย บ้านหลังสุดท้าย ลาย (Lai) เป็นชาวเวียดนามโพ้นทะเลคนหนึ่งในจำนวนหลายล้านคน ที่ต้องพลัดพรากจากบ้านเกิดเมืองนอนไปใช้ชีวิตระหกระเหินอยู่ต่างแดนนานนับสิบปี เขาเป็นเจ้าของบ้านหลังหนึ่งซึ่งอยู่ทางตอนกลางของประเทศเวียดนาม และเป็นเจ้าของเรื่องราวทั้งหมดที่ฉันจดจำได้ไม่เคยลืม… ลายเกิดและโตที่เมืองดานัง เขาอยู่บ้านหลังดังกล่าวตั้งแต่จำความได้ ครอบครัวของเขาเป็นชาวเวียดนามเชื้อสายจีน โดยใช้นามสกุล “ลึว” ลายภาคภูมิใจในตระกูลของตัวเองเสมอว่า เป็นคนมีจิตใจดีและขยันหมั่นเพียร ตอนอายุ 19 ปี ลายเรียนจบหลักสูตรฝึกทหารที่เมืองดาลัต (Dalat) ถือเป็นทหารจบใหม่ที่อายุน้อยที่สุดในรุ่น หลังเรียนจบเขากลับบ้านที่ดานังและแต่งงานกับหญิงสาวจากบ้านเดียวกัน มีลูกด้วยกัน 2 คน หลังเรียนจบ ลายเข้ารับราชการทหารในกองทัพ ในช่วงเวลาที่เวียดนามทำสงครามยืดเยื้อ นายทหารลายมีโอกาสเดินทางไปฝึกอบรมเกี่ยวกับกองทัพในประเทศต่าง ๆ ชีวิตราชการของลายเจริญรุ่งเรืองมากว่าสิบปี จนสุดท้ายได้รับตำแหน่งสำคัญในกองทัพ และไปประจำอยู่ที่จังหวัดกว๋างหงาย (Quang Ngai) เพียบพร้อมไปด้วยชื่อเสียง เกียรติยศ และทรัพย์สินเงินทอง กระทั่งถึงปี 1975 สงครามเวียดนามกับสหรัฐฯก็ถึงจุดเลวร้ายที่สุด เมืองไซ่ง่อนถูกกองทัพประชาชนเวียดนามยึดครองในวันที่ 30 เมษายน 1975 ถือเป็นวันสิ้นสุดของสงครามเวียดนามอย่างเป็นทางการ ขณะเดียวกันชีวิตนายทหารที่กำลังรุ่งโรจน์ก็มีอันต้องสิ้นสุดลง เขาและเพื่อนทหารบางส่วนถูกจับไปอยู่ในค่ายกักกันที่แห้งแล้งกันดารแห่งหนึ่งที่มีแต่ความอดอยากและทรมาน ลายใช้ชีวิตอย่างลำบากตรากตรำในค่ายกักกันโดยไม่ได้เจอหน้าครอบครัวเลยตลอดระยะเวลา 11 […]

จ๊ะจ๋า พริมรตา กับประสบการณ์อาสาสมัครหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. บนดอยสูง

จ๊ะจ๋า พริมรตา กับประสบการณ์ อาสาสมัครหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. บนดอยสูง จ๊ะจ๋า – พริมรตา เดชอุดม นักแสดงสาวผู้มากความสามารถ ได้มีโอกาสเป็น อาสาสมัครหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. โพสต์ในอินสตาแกรมส่วนตัวว่า “การเป็นดารา ทำให้จ๊ะจ๋าได้มีโอกาสเป็นจิตอาสาร่วมกับองค์กรอื่นๆหลายครั้ง แต่นี่จะเป็นครั้งแรกที่เป็นจิตอาสาจากการสมัครเข้าโครงการหน่วยแพทย์เคลื่อนที่เดินเท้าในฐานะคนธรรมดาคนนึง… จ๊ะจ๋าดีใจมากที่ได้รับจดหมายตอบรับให้เข้าเป็น “อาสาสมัครสมทบ” #หน่วยแพทย์เคลื่อนที่พอสว รุ่นที่ 19 ลงพื้นที่ในถิ่นทุรกันดาร อมก๋อย จ.เชียงใหม่ร่วมกับเหล่าคุณหมอจิตอาสาในสาขาต่างๆ วันนี้ออกเดินทางแล้ว…. เป็นกำลังใจให้จ๊ะจ๋าด้วยนะคะ” ✌🏻👧🏻✌🏻#หมอกระเป๋าเขียว #พอสว #พอสวเดินดอยครั้งที่19 #jaja_primrata #หน่วยแพทย์เคลื่อนที่เดินเท้า #หน่วยแพทย์เคลื่อนที่เดินเท้าพอสวครั้งที่19         งานหลักของอาสาสมัครคือการไปเยี่ยมและดูแลผู้ป่วยในถิ่นทุรกันดาร ซึ่งเมื่อจ๊ะจ๋ามาถึงก็ออกเดินทางไปหน่วยที่ 3 เพื่อรายงานตัว ตามคลิปที่เธออัปไว้ในอินสตาแกรม ทำให้เห็นว่าการเดินทางไปที่หน่วยที่ 3 นั้น เต็มไปด้วยความยากลำบาก ระหว่างเดินทางฝนก็ตกลงมา ด้วยพื้นดินที่แฉะอาจทำให้ลื่นไถลได้ และต้องคอยระมัดระวังตัวทากพันธุ์กระโดดอีก แต่ด้วยจิตใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเป็นอาสาสมัคร   View this post on Instagram รายงานตัวจากยอดดอย สุขภาพแข็งแรงปลอดภัยดีค่ะ กำลังมุ่งหน้าจากมอคีไปห้วยยาว […]

โชเล่ย์ ดอกกระโดน ชีวิตผกผัน จากตลกสู่ยูทูบเบอร์ล้านวิว

โชเล่ย์ ดอกกระโดน ชีวิตผกผัน จากตลกสู่ยูทูบเบอร์ล้านวิว เชื่อว่าหลายคนคงคุ้นหน้าคุ้นตากับนักแสดงตลกท่านนี้เป็นอย่างดี โชเล่ย์ ดอกกระโดน ในบทบาทของประสิทธิ์ หรือเจ๊ประสิทธิ์แห่งซอยระเบิดเถิดเทิง เขาเป็นนักแสดง และตลกที่สร้างเสียงหัวเราะให้กับผู้ชมมาอย่างยาวนาน แล้วหายไปจากวงการอย่างเงียบ ๆ เขากลับมาอีกครั้งในฐานะยูทูบเบอร์รุ่นใหญ่ จากคลิปตักข้าวให้ญาติแล้วลิปซิ้ง และเต้นตามเพลงแขก มีผู้ชมถึงล้านวิว     เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงหายไปจากวงการบันเทิง คุณโชเล่ย์บอกว่าด้วยความที่ตนเป็นคนคิดมาก อะไรเข้ากระทบนิดกระทบหน่อยก็คิดมากแล้ว เลยกลับไปอยู่บ้านญาติที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นเวลากว่า 10 ปีแล้วที่เขาไม่ได้กลับมาสัมผัสกับวงการบันเทิงอีกเลย เมื่อหวนกลับมาอีกครั้งด้วยความคิดถึง เพราะเป็นงานที่เขารักและมีความสุขมาก เขาก็กลายเป็นคลื่นลูกเก่าไปเสียแล้ว ตอนนี้ในวงการเกิดคลื่นลูกใหม่ขึ้นมามากมาย ย่อมเป็นเรื่องธรรมดาที่จะไม่มีใครสนใจเขาอีก     หลังจากไม่ได้ข้องเกี่ยวกับวงการบันเทิงแล้วได้ไปทำอะไรบ้าง หลังจากคุณโชเล่ย์ตัดสินใจออกจากวงการ ก็หันมาทำธุรกิจร้านอาหารปักษ์ใต้ที่บ้านเกิด ร้านขายหนังสือ และโรงเรียน แต่สุดท้ายก็เจ๊งไม่เป็นท่า ร้านขายหนังสือได้กำไรวันละ 200 บาท ซึ่งไม่เพียงพอ แถมเป็นคนใช้เงินเก่ง จึงยิ่งไปกันใหญ่ ที่สำคัญบริหารธุรกิจไม่ค่อยเป็นด้วย เมื่อเลิกทำกิจการทุกอย่างแล้วก็มารับจ้างทำริบบิ้นพวงมาลัย นั่งทำจนปวดหลัง รับวาดภาพบ้าง แต่ไม่ได้คิดค่าวาดแต่อย่างใดเพราะเป็นความชอบส่วนตัว   ตอนนั้นรู้สึกอย่างไรบ้าง คุณโชเล่ย์ยอมรับว่าเครียด ภรรยาและลูกก็พลอยเครียดไปด้วย […]

คุณแม่นักสู้ ไลฟ์สดขายของออนไลน์เพื่อเป็นค่าเลี้ยงดูลูกที่ป่วยเป็นสมองพิการ  

คุณแม่นักสู้ ไลฟ์สดขายของออนไลน์เพื่อเป็นค่าเลี้ยงดูลูกที่ป่วยเป็นสมองพิการ เรื่องราวที่ซีเคร็ตนำมาเล่าต่อไปนี้เป็นเรื่องของ คุณแม่นักสู้ ชีวิตท่านหนึ่งที่ผันตัวเองมาเป็นแม่ค้าขายของออนไลน์ มีที่มาอย่างไร ทำไมคุณแม่ท่านนี้ถึงต้องมาขายของออนไลน์ คุณแม่ใจแกร่งท่านนี้คือ คุณมิ้น-ปรียาภา ศุปธรรม เมื่อก่อนทำงานที่สนามกอล์ฟแห่งหนึ่ง เธอเล่าว่า เมื่อเธอให้กำเนิดลูกสาวน่ารักน่าชังชื่อว่า น้องบิว เธอก็ดีใจและมีความสุขเหมือนคุณแม่ทุกคนบนโลก จนกระทั่งวันหนึ่งน้องบิวมีพัฒนาการที่ช้าไปก่อนเด็ก 7 เดือนทั่วไป     คุณหมอวินิจฉัยว่า น้องบิวมีภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรงตั้งแต่กำเนิด ซึ่งส่วนใหญ่เด็กมักเป็นกันมาก คุณหมอจึงให้น้องบิวทำกายภาพ ทำให้คุณแม่คิดว่าน้องไม่น่าเป็นอะไรมาก ต้องพาน้องไปโรงพยาบาลอาทิตย์ละ 2 วัน วันละ 1 ชั่วโมง ตั้งแต่น้อง 7 เดือน พอน้องมีอายุได้ 1 ขวบ คุณหมอเห็นว่าอาการของน้องยังไม่ปกติ เลยส่งไปรักษากับโรงพยาบาลอีกแห่ง จึงพบว่าน้องมีน้ำในสมอง คุณหมอท่านนั้นจึงสรุปว่าน้องบิวป่วยเป็นสมองพิการ ตอนนั้นหัวอกของคนเป็นแม่แทบสลาย อึ้งไปได้สักพัก เริ่มมีสติจึงถามคุณหมอกลับไปว่า ลูกจะรักษาหายไหม ซึ่งคำตอบที่ได้คือ เท่าที่รักษามาไม่มีเด็กคนใครหาย และเด็กที่มีอาการแบบนี้จะมีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน     เธอคิดว่าไม่อยากสู้ต่อแล้ว เพราะดูเหมือนจะไม่มีอะไรดีขึ้น แต่เมื่อเห็นหน้าลูกก็คิดได้ว่า ถ้าจะแย่ก็แย่ไป แต่ไม่ล้มเลิกการรักษาน้องบิวเด็ดขาด […]

น้องกัปตัน พ่อค้าปลาทูน้อย ติดใจช่วยพ่อแม่ขายของมาตั้งแต่ 7 ขวบ

น้องกัปตัน พ่อค้าปลาทูน้อย ติดใจช่วยพ่อแม่ขายของมาตั้งแต่ 7 ขวบ เรื่องที่ซีเคร็ตนำมาฝากนี้เป็นเรื่องของเด็กน้อยผู้ใช้เวลาว่างช่วงวันหยุดและปิดเทอมช่วยที่บ้านขายของ น้องกัปตัน เด็กชายน่ารักวัย 10 ขวบ ขยันขันแข็ง ช่วยที่บ้านไม่มีบ่น แถมยังสนุก และมีเงินเก็บอีกด้วย น้องกัปตัน หรือเด็กชายชลกร ชาญชัยวัฒน์ อายุ 10 ขวบ กำลังเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ช่วยคุณพ่อคุณแม่ขายของในวันหยุดและช่วงปิดเทอม จนมีเงินเก็บถึง 30,000 บาท สามารถเอาเงินไปซื้อของที่ตนอยากได้ เป็นการแบ่งเบาภาระของคุณพ่อคุณแม่ได้เป็นอย่างดี และเป็นการสอนให้น้องรู้ถึงคุณค่าของเงินที่หามาได้จากน้ำพักน้ำแรงของตนเอง     ครอบครัวของน้องกัปตันทำกิจการขายปลาทูและของทะเล คุณพ่อ คือนายเสถียร ชาญชัยวัฒน์ บอกว่าเป็นอาชีพของครอบครัวมาตั้งแต่ตอนที่ตนอยู่ที่ภาคใต้ พอมาได้ภรรยาเป็นคนเหนือ เลยยึดอาชีพขายของสดและของทะเลต่อ ขายมาเป็นเวลา 12 ปีแล้ว น้องกัปตันเป็นพ่อค้าตัวน้อยตั้งแต่อายุ 7 ขวบ เพราะเห็นว่าคุณแม่และคุณน้าทำงานหนักมาก ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ปลาทูขายดี น้องเลยอยากช่วยแบ่งเบาภาระ ช่วงนั้นน้องมีเวลาว่างพอดีจึงขออาสาเข้ามาช่วย ปรากฏว่าทำแล้วเกิดติดใจ พอถึงวันหยุดน้องก็จะช่วยขายทันที จากช่วยเพียงบางช่วง กลายเป็นช่วยขายเต็มวัน พอชำนาญก็ขายเอง ทอนเงินเอง เรียกลูกค้าเอง […]

หนุ่มโปลิโอสู้ชีวิต จากชีวิตขอทานสู่เจ้าของแบรนด์แซนด์วิช “ต้นบัว”

หนุ่มโปลิโอสู้ชีวิต จากชีวิตขอทานสู่เจ้าของแบรนด์แซนด์วิช “ ต้นบัว ” เรื่องราวที่ซีเคร็ตนำมาฝากในวันนี้ เป็นเรื่องราวชีวิตของชายคนหนึ่งที่พิการเป็นโปลิโอมาตั้งแต่กำเนิด และใช้ชีวิตเป็นขอทานมานานร่วม 20 กว่าปี จนสุดท้ายได้เป็นพ่อค้าขายแซนด์วิชที่มีแบรนด์เป็นของตนเอง เป็นมาอย่างไรจากขอทานที่ใช้ชีวิตตามริมถนนและใต้สะพาน สู่การเป็นเจ้าของแบรนด์แซนด์วิช “ ต้นบัว ” คุณต้น หรือ นายทิน บุญมี เล่าชีวิตในวัยเด็กของเขาว่า เป็นขอทานมาตั้งแต่อายุ 4 ขวบ จนถึงอายุ 27 ปี เพราะชีวิตเลือกเกิดไม่ได้ แต่เขาบอกว่าสามารถเลือกที่จะทำให้ดีได้ ช่วงเวลา 20 กว่าปีที่เขาต้องดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอด เขาจดจำช่วงเวลานั้นได้เป็นอย่างดี เพราะลำบากจนยากที่จะลืมเลือน คนที่รู้จักเขาและทราบเรื่องราวของเขามักเรียกคุณต้นว่า “หิน” เพราะเขาสามารถอดทนและยืนหยัดต่อเหตุการณ์ที่เลวร้ายมานักต่อนัก     หลังจากนั้นเขาย้ายมาอยู่แถวเกษตร-นวมินทร์ ชีวิตของเขาก็เปลี่ยนไปเมื่อมีผู้ใหญ่ใจดีเข้ามาช่วยเหลือ โดยการจ้างคุณต้นขายน้ำส้ม แล้วเปลี่ยนมาจ้างขายแซนด์วิช แซนด์วิชในมือเขานี่แหละคือสิ่งที่พลิกอนาคตของเขาไปตลอดกาล เขาขายแซนด์วิชอยู่ปีกว่า จนมีความฝันว่าสักวันจะทำแซนด์วิชแบรนด์ของตัวเองขายให้ได้ เมื่อเขามีเงินทุนพอที่จะทำได้ จึงลุกขึ้นมาทำตามความฝัน แซนด์วิชของเขามีชื่อแบรนด์ว่า “ต้นบัว”  โดยมีภรรยาคอยช่วยอีกแรง กว่าแซนด์วิชแสนอร่อยของเขาจะขายดิบขายดีอย่างทุกวันนี้ คุณต้นจำวันแรกที่เอาแซนด์วิชที่ทำอย่างสุดฝีมือไปฝากขายตามร้านอาหารได้ว่า เขาได้รับคำสบประมาทต่าง ๆ […]

ช่างไม้ใจบุญออมเงิน 3 ล้านเหรียญ ช่วยให้เด็ก 33 คนได้เข้าเรียนวิทยาลัย

ช่างไม้ใจบุญ ออมเงิน 3 ล้านเหรียญ ช่วยให้เด็ก 33 คนได้เข้าเรียนวิทยาลัย เมื่อ เดล ชโรเดอร์ (Dale Schroeder) เสียชีวิตในปี 2005 เขาไม่มีครอบครัวที่จะมาเศร้าโศกอาลัยถึงเขา แต่สิ่งที่เขาทิ้งไว้เบื้องหลังยังคงอยู่กับคนแปลกหน้า 33 คนที่เดลช่วยเปลี่ยนชีวิตให้ดีขึ้น ช่างไม้ใจบุญ เดลเป็นช่างไม้ชายโสดที่ใช้ชีวิตเรียบง่าย ทำงานอยู่บริษัทเดิมนานถึง 67 ปี ถึงแม้ว่าเขาจะเก็บออมเงินมาตลอดระยะเวลาหลายสิบปีนั้น เขาก็มีข้าวของส่วนตัวเพียงไม่กี่อย่างที่ทิ้งไว้เบื้องหลัง ได้แก่ กางเกงยีนส์ 2 ตัว และรถกะบะเก่า ๆ ผุ ๆ ยี่ห้อเชฟโรเล็ตอีก 1 คัน อย่างไรก็ตาม เดลสะสมเงินได้เกือบ 3 ล้านเหรียญสหรัฐโดยไม่เคยบอกให้ใครรู้ แต่เขาไม่เคยใช้จ่ายส่วนตัวในเรื่องฟุ่มเฟือยเลยแม้แต่เซ็นต์เดียว เขาเก็บออมเงินไปเรื่อย ๆ อย่างมีวินัยเพื่อเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่า เดลมาจากครอบครัวยากจนทำให้เขาไม่มีโอกาสได้ร่ำเรียนถึงระดับวิทยาลัย ดังนั้นเขาจึงมีภารกิจในชีวิตคือให้โอกาสนั้นแก่ผู้อื่น เขาทิ้งพินัยกรรมไว้ว่าให้นำเงินสะสมของเขาทั้งหมดไปจ่ายค่าเล่าเรียนให้นักศึกษาในเมืองเล็ก ๆ ของรัฐไอโอวา เพื่อนคนหนึ่งของเดลเล่าว่า เดลเป็นคนทำงานจริงจัง สมถะ เขามาทำงานทุกวันไม่เคยขาด และทำงานหนักจริง ๆ […]

อิน บูโดกัน หญิงเเกร่งกับชีวิตขาลง เธอผ่านช่วงเวลานั้นมาได้อย่างไร 

อิน บูโดกัน หญิงเเกร่งกับชีวิตขาลง เธอผ่านช่วงเวลานั้นมาได้อย่างไร อิน บูโดกัน เผยหมดเปลือกถึงช่วงชีวิตที่ผ่านมา เรียกได้ว่าเป็นช่วงขาลงแบบสุด ๆ เลยก็ว่าได้ มีหนี้สินล้นตัว แล้วเธอผ่านเหตุการณ์เลวร้ายนั้นมาได้อย่างไร เธอคือนักร้องนำของวงผู้หญิงที่มีชื่อเสียงมากในช่วงปี 90 และมีแฟนคลับมากจนทำให้เธอรู้สึกว่าเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน เมื่อกระแสความดังของเธอลดลง ทำให้เหลือแฟนคลับที่รักเธออย่างเหนียวแน่นไม่กี่คน แต่หลังจากที่เธอเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรม ทำให้มีคนเข้ามาหาเธอมากขึ้น กลายเป็นแฟนคลับกลุ่มใหม่ที่รักเธอเพราะความเป็นตัวของตัวเอง เมื่อเธอหันมาออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ทำให้หลายคนหันมาออกกำลังกายเพราะเธอเป็นแรงบันดาลใจ     เมื่อ 10 ปีก่อน เธอหันมาทำธุรกิจส่วนตัวคือเปิดโรงเรียนสอนดนตรี 10 สาขา ซึ่งแต่ละสาขาก็ลงทุนไปไม่น้อย และทำร้านอาหารกับแฟนหนุ่ม สุดท้ายธุรกิจที่เธอสร้างมากลับกลายเป็นการก่อหนี้ เธอบอกอย่างไม่อายเลยว่าตอนนั้นเป็นช่วงขาลงที่ลงหนักมาก ทำโรงเรียนสอนดนตรีและร้านอาหารด้วย เพราะอยากหาอาชีพเสริม ปรากฏว่าเจ๊งหมด เพราะบริหารธุรกิจไม่เป็น     ตอนนั้นเป็นหนี้อยู่ 5-6 ล้านบาท ทำให้หมุนเงินไม่ทัน ต้องไปกู้เงินนอกระบบ กู้บัตรเครดิต สุดท้ายต้องเอาบัตรและรถไปรีไฟแนนซ์ ทำทุกอย่างเพื่อให้เดินไปได้ สุดท้ายเมื่อไปไม่รอดก็ต้องปิดตัวลง พร้อมกับหนี้ก้อนโตที่ต้องแบกรับไว้ เธอขอประนอมเรื่องหนี้กับทางธนาคาร ปิดบัตรเครดิตไปทั้งหมด 7-8 ใบ ใช้เวลาประนอมหนี้ทั้งหมด […]

ชีวิตนี้สู้เพื่อลูก สมชาย ศรีสกุลภิญโญ จากเศรษฐีพันล้าน สู่พ่อค้าราดหน้า

ชีวิตนี้สู้เพื่อลูก สมชาย ศรีสกุลภิญโญ จากเศรษฐีพันล้าน สู่พ่อค้าราดหน้า เป็นเรื่องดี ๆ ที่น่าปลื้มใจค่ะ เมื่อคุณ สมชาย ศรีสกุลภิญโญ จากเศรษฐีพันล้านผู้บุกเบิกชุดครัวไฟเบอร์กลาสเจ้าแรกของเอเชีย สู่พ่อค้าราดหน้า ชีวิตนี้ต้องสู้เพื่อลูก ข่าวนี้กลายเป็นที่น่าสนใจบนโลกโซเชียลอย่างกว้างขวาง เมื่อเศรษฐีพันล้าน คุณสมชาย ศรีสกุลภิญโญ หันมาจับตะหลิวและกะทะทำราดหน้า ซึ่งเป็นของโปรดมาตั้งแต่วัยเด็ก และเป็นของที่หากินยากมากในตอนนั้นจึงเริ่มหัดทำกินเอง และคิดว่าสักวันต้องทำราดหน้าขาย แล้ววันนั้นก็มาถึง วันที่เขาได้กลายเป็นพ่อค้าราดหน้าขายอยู่ที่ตลาดน้ำคลองลัดมะยม     เริ่มมาจากเฟซบุ๊กที่มีชื่อว่า “Louis Srisakulpinyo Lin” ที่ได้โพตส์เรื่องราวของคุณสมชาย ศรีสกุลภิญโญโดยเรียบเรียงได้ว่า สมชาย ศรีสกุลภิญโญ ผู้ก่อตั้งบริษัทสตาร์มาร์ค แมนูแฟคเชอริ่ง ผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์ครัวไฟเบอร์กลาส รายแรกของเอเชีย เป็นเศรษฐีพันล้าน แต่ทำไมถึงมาเป็นพ่อค้าราดหน้า คุณสมชาย บอกว่า “ผมชอบทานราดหน้า แล้วมันก็หาทานยากมากในสมัยที่ผมยังเด็ก จึงมาหัดทำเอง ไม่มีใครทำอะไรได้ดีในครั้งแรก ผมก็เช่นกัน จึงพัฒนามาเรื่อย ๆ จากทำทานเอง ก็ทำให้คนในครอบครัว เพื่อนฝูง ออกโรงทาน ทำให้เด็กๆ กิน […]

บี้ – สุกฤษฎิ์ วิเศษแก้ว เมื่อจังหวะ “ธรรม” กระแทกหัวใจซูเปอร์สตาร์

บี้ – สุกฤษฎิ์ วิเศษแก้ว เมื่อจังหวะ “ธรรม” กระแทกหัวใจซูเปอร์สตาร์ ไม่ใช่แค่ดนตรีและหัวใจเท่านั้นที่มี “จังหวะ” ชีวิตของเราก็มีจังหวะเช่นกัน เมื่อใดก็ตาม

ส่อง พระเอกสายบุญ ณเดชน์ คูกิมิยะ ทำบุญปลูกป่า ณ สำนักสงฆ์ภูแสงธรรม

ส่อง พระเอกสายบุญ ณเดชน์ คูกิมิยะ ทำบุญปลูกป่า ณ สำนักสงฆ์ภูแสงธรรม หากพูดถึงคำว่า ” พระเอกสายบุญ ” คงต้องมีชื่อของพระเอกคนนี้อยู่ในใจแน่ ๆ เพราะเขาคือพระเอกสายบุญที่เดินทางไปร่วมงานบุญและทำบุญมาอย่างต่อเนื่อง ณเดชน์ คูกิมิยะ เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2562 ที่ผ่านมา ณเดชน์ คูกิมิยะ พร้อมด้วยคุณแม่แก้ว และผู้ศรัทธาอีกจำนวนหนึ่งเดินทางไปปลูกป่าเพื่อให้บริเวณนั้นร่มรื่น ทั้งยังถวายเงินปัจจัย ซึ่งณเดชน์ได้โพสต์ชวนเชิญผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2562 โดยเจ้าตัวได้ประกาศยอดเงินทำบุญเป็นจำนวน 47,564.85 บาท เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2562 ซีเคร็ตอนุโมทนากับคุณณเดชน์ด้วยนะคะ     จากนั้นก็มุ่งสู่จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อนำเงินบุญมาถวายยังสำนักสงฆ์ภูแสงธรรม คุณแม่แก้วบอกว่า “ผู้นำบุญแม่ในวันนี้ ขออนุโมทนาสาธุ” การทำบุญครั้งนี้มาจากความตั้งใจของพระเอกหนุ่มโดยแท้ สาธุค่ะ     จำนวนเงินทำบุญที่ณเดชน์และคณะผู้ศรัทธานำมาถวายมียอดสุทธิทั้งหมด 203,625 บาท สาธุกับทุกท่านด้วยค่ะ     […]

ลูกกตัญญูใจเด็ด ปีนตึกที่กำลังไฟไหม้ขึ้นไปช่วยคุณแม่

ลูกกตัญญูใจเด็ด ปีนตึกที่กำลังไฟไหม้ขึ้นไปช่วยคุณแม่ เป็นเรื่องดี ๆ ที่สร้างความหวาดเสียวได้ไม่น้อยเลยทีเดียว เมื่อ ลูกกตัญญูใจเด็ด ปีนตึกที่เกิดเหตุไฟไหม้ไปช่วยคุณแม่ของเขาที่ติดอยู่บนชั้นที่ 15 ขอยกย่องคุณเจอเมนต์ ชายวัย 35 ปี อดีตช่างก่อสร้างที่กลายร่างเป็นสไปเดอร์แมนไปชั่วขณะ เพื่อปีนตึกไปช่วยคุณแม่ ซึ่งตึกแห่งนี้เป็นแฟลตที่พักอาศัยของคุณแม่     เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 18 กรกฎาคม 2562 ที่ผ่านมา สถานีดับเพลิงได้รับแจ้งว่ามีเหตุไฟไหม้เกิดขึ้นที่แฟลตแห่งหนึ่งที่มีควาสูงถึง 19 ชั้นในนครฟิลาเดลเฟีย โดยต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้นบนสุดของแฟลต ขณะที่เฮลิคอปเตอร์ของสำนักข่าวแห่งหนึ่ง กำลังบันทึกภาพและรายงานข่าว ปรากฏว่าได้จับภาพชายคนหนึ่งกำลังปีนตึกด้วยมือเปล่า เหมือนสไปเดอร์แมน และเขาก็พาคุณแม่ออกมาได้อย่างปลอดภัย เรื่องของเจอเมนต์กลายเป็นที่สนใจของมหาชนในชั่วคืน เขาเล่าว่า เขาตกใจมากที่เห็นแฟลตที่คุณแม่พักอาศัยนั้นเกิดไฟไหม้ และคุณแม่ของเขาก็ยังติดอยู่ข้างบน เขาพยายามวิ่งเข้าไปภายในตึก แต่ถูกตำรวจกันตัวไว้ เขาเลยตัดสินใจปีนตึกแทน     ถึงแม้เขาจะได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า การกระทำของเขามีความเสี่ยงมาก แต่เขาก็บอกว่าตั้งแต่เด็ก เขาก็เล่นอยู่กับความหวาดเสียว โลดโผนโจนทะยานมาโดยตลอด และเคยทำงานบนที่สูงมาก่อนอีกด้วย เรื่องนี้เป็นความเคยชินของเขาไปเสียแล้ว เขากลัวว่าตำรวจจะจับเขาเข้าคุก เพราะเขาได้ฝ่าฝืนปีนขึ้นไปช่วยคุณแม่ แต่ตำรวจก็ไม่ได้ว่าอะไร นอกจากตักเตือนเขาแค่ว่า ครั้งหน้าอย่าทำแบบนี้อีก   ที่มา […]

ฝันเป็นจริง! คนขับอูเบอร์กลายเป็นนักร้องโอเปร่าระดับโลกเพราะคลิปของผู้โดยสาร

ฝันเป็นจริง! คนขับอูเบอร์ กลายเป็นนักร้องโอเปร่าระดับโลกเพราะคลิปของผู้โดยสาร ผู้โดยสารถ่ายคลิป คนขับอูเบอร์ ร้องโอเปร่า ตอนนี้เขากลายเป็นดาราระดับชาติไปแล้ว! ตามปกติ เวลานั่งรถอูเบอร์ก็ไม่ได้มีเรื่องหวือหวาตื่นเต้นอะไร คนขับกับผู้โดยสารคุยกันเรื่อยเปื่อยฆ่าเวลา พอไปถึงจุดหมายก็ต่างฝ่ายต่างแยกย้ายไปตามทางของตัวเอง จะมีโชเฟอร์บางคนที่อาจโดดเด่นกว่าโชเฟอร์ทั่วไปด้วยความมีน้ำใจ หรืออารมณ์ขันเรียกเสียงหัวเราะจากผู้โดยสาร แต่อย่างไรก็คงแทบไม่มีใครเหมือนโชเฟอร์รายนี้ ที่ทำเอาผู้โดยสารตะลึงด้วยความอัศจรรย์ใจ เมื่อ คิม ดาวีย์ (Kim Davey) เดินทางมาด้วยเรื่องงานที่เมืองเดอร์บัง แอฟริกาใต้ เธอเรียกใช้บริการอูเบอร์โดยไม่ได้นึกอะไร แต่ทันทีที่เธอเริ่มพูดคุยกับคนขับชื่อ เมนซี มังโกมา (Menzi Mngoma) วัย 27 ปี เธอก็รู้ว่าเขามีความพิเศษในตัวอย่างเต็มเปี่ยม ซึ่งเธอก็คิดถูกเสียด้วย! คิมคุยกับเมนซีโดยถามถึงเรื่องราวชีวิตของเขาและอะไรทำให้เขามาขับอูเบอร์ ทำให้คิมได้รู้ว่าเมนซีเคยเรียนดนตรีมานานหลายปี และมีความฝันอยากเป็นนักดนตรีระดับชาติ แต่ในเวลานั้นความก้าวหน้าบนเส้นทางดนตรีช่างริบหรี่ แถมรายได้ก็ยังชักหน้าไม่ถึงหลัง ดังนั้นเขาจึงมาขับอูเบอร์ด้วยความหวังว่าจะได้พบปะผู้คน ได้แสดงความสามารถให้คนอื่นเห็น และหาเส้นสายเข้าสู่อุตสาหกรรมดนตรี คิมขอร้องให้เมนซีโชว์ความสามารถให้เธอเห็น แน่นอนว่าเขาเต็มใจอย่างที่สุด เธอรีบคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมาอย่างไวเพื่อบันทึกภาพมินิคอนเสิร์ตของเมนซี ทันทีที่เขาเริ่มร้องเพลง คิมถึงกับอึ้งด้วยความอะเมซซิ่งกับความสามารถอันล้นเหลือของเมนซี Menzi Mngoma 由 Kim Davey 发布于 2019年5月23日周四 ต่อมาเธอได้โหลดคลิปลงเฟซบุ๊กของตัวเอง เพียงไม่นานมินิคอนเสิร์ตของเมนซีก็กลายเป็นไวรัลเรียกเสียงฮือฮาในโลกโซเชียล […]

เอ ศุภชัย ปลื้ม เนย โชติกาบอกว่าคฤหาสน์นี้คือ “บ้านของเรา”

เอ ศุภชัย ปลื้ม เนย โชติกา บอกว่าคฤหาสน์นี้คือ “บ้านของเรา” เนย โชติกา วงศ์วิลาสจัดงานฉลองวันเกิดของตนในวัย 35 ปี ไปเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2562 ที่ผ่านมา โดยในช่วงเช้า คุณเนย โชติกาและครอบครัวได้ชักชวนกัลยาณมิตรทั้งในและนอกวงการบันเทิงมาร่วมทำบุญ ถวายสังฆทานแด่พระภิกษุสงฆ์ที่บ้าน และมีจัดงานฉลองวันเกิดอีกครั้งในช่วงค่ำ       มีดาราและบุคคลที่มีชื่อเสียงหลายคนมาร่วมงานเลี้ยงวันเกิดของคุณเนย โชติกา แต่แขกสำคัญท่านหนึ่งที่ทำให้เธอเข้าสู่วงการบันเทิงจนมีชื่อเสียงได้จนถึงทุกวันนี้ คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากคุณเอ ศุภชัย ศรีวิจิตร ผู้จัดการดารามือทองคนนี้นี่เอง     ขณะที่ทุกคนกำลังสนุกสนานอยู่ในงานเฉลิมฉลอง คุณเนย โชติกาถือโอกาสพาคุณ เอ ศุภชัย เดินชมบ้านหลังหรู ที่ตกแต่งอย่างสวยงามอลังการในโทนสีขาวสะอาดตา     ภาพที่คุณเนยพาคุณเอเดินชมบ้านอยู่นั้นได้ถูกบันทึกไว้ด้วย ผู้จัดการดารามือทองจึงอัพคลิปนี้ลงในอินสตาแกรมส่วนตัว และตั้งแคปชั่นซึ่งมาจากคำพูดของคุณเนยว่า “น้องเนยพาเดินชมบ้าน น้องเนยบอกว่า บ้านของเรานะพี่เอ น้องเนยให้เป็นบ้านของพี่เอด้วย ดีใจน้ำตาจะไหล รักนะคะน้องเนย มีความสุขมากๆๆ นะคะ HBD @noeychotika” […]

keyboard_arrow_up