บิล เกตส์ สอนลูกอย่างไร? บทความน่าคิดจาก ท่าน ว.วชิรเมธี

คนที่ฉลาดระดับอัจฉริยะอย่างบิล เกตส์ ย่อมรู้ดีว่าทรัพย์สินเป็นเพียงมายา ประโยชน์ที่รังสรรค์ฝากไว้แก่เพื่อนมนุษย์ต่างหากคือความจริงที่ควรค่าแก่การจดจำ

เรื่องของ ”นัน” : สุคติมีจริง

“คุณครับ แม่บ้านของคุณที่ชื่อ ‘นัน’ ตายแล้วนะครับ!! รถมอเตอร์ไซค์ที่เธอขี่มาถูกรถยนต์ชนเมื่อกี้นี้เองครับ” สุคติมีจริง ฉันยืนงงสักพักหลังจากวางสายโทรศัพท์ มันเกิดอะไรขึ้น เมื่อวานนันยังมาทำงานที่บ้านเป็นปกติ ตอนเย็นก็ยังคุยหัวเราะด้วยกันก่อนเลิกงาน วันนี้เป็นวันหยุด นันบอกว่าไม่อยากทำโอที จะไปเอาของที่บ้านญาติ แล้วอยู่ดี ๆ บ่ายแก่ ๆ ของวันนี้ก็มีโทรศัพท์มาจากผู้จัดการของหมู่บ้านว่า เธอจากไปแล้ว เธอเสียชีวิตทันที ณ จุดเกิดเหตุ พอได้สติ ฉันโทร.บอกคนในครอบครัวของฉันที่รู้จักนัน มีสามีของฉัน แม่ น้าสาว และเพื่อนสนิทในหมู่บ้านเดียวกัน ทั้งหมดฟังด้วยความสลด น้ำเสียงแต่ละคนตอบกลับด้วยความเศร้า ระหว่างที่ฉันเล่าเรื่องคร่าว ๆ ให้ทุกคนฟังฉันเองก็น้ำตาคลอไปด้วย อะไรจะขนาดนั้น แค่แม่บ้านเสียชีวิตกะทันหัน คิดซะว่าเหมือนลาออก หาใหม่ก็ได้ จริงไหม แต่ความผูกพันและห่วงใยซึ่งกันและกันมันทำให้ฉันใจหายและยังไม่อยากเชื่อว่ามันเกิดขึ้นจริง ๆ ในขณะเดียวกันก็มีคำถามเกิดขึ้นในใจฉันมากมาย อะไรทำให้นันเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเช่นนี้ ก่อนหน้านี้นันเล่าให้ฉันฟังว่าเธอกับสามีช่วยกันเก็บเงินส่งไปที่บ้านพ่อแม่เพื่อสร้างบ้านใหม่ เนื่องจากเธอฝากลูกอายุประมาณ 5 ขวบให้พ่อกับแม่ของเธอที่ต่างจังหวัดช่วยดูแลและตอนนี้บ้านใหม่เธอเสร็จแล้ว เมื่อเดือนที่แล้วเธอบอกฉันว่าเธอจะออกรถกระบะเพื่อจะเอาไว้ขับรถส่งของ เตรียมตัวจะออกไปค้าขาย เช่น ขายผลไม้ ขายผัก นอกจากนี้ญาติผู้ใหญ่กำลังจะโอนที่นาผืนเล็ก ๆ ให้เธออีกผืน เธอตั้งหน้าตั้งตาคอยเวลานี้มากและขอลางานไปโอนรถในอีก 2 - 3 วันที่จะถึงนี้ นอกจากนี้เธอยังขายทองที่มีอยู่ทั้งหมดราว 2 - 3 บาทเพื่อใช้เป็นทุนในการดาวน์รถ วันที่เกิดอุบัติเหตุคือวันก่อนไปรับรถแค่ 2 - 3 วัน เป็นวันที่เธอไปเอาของเพื่อเตรียมตัวเอารถไปเจิม ดังนั้นเธอจึงเสียชีวิตโดยยังไม่มีโอกาสเป็นเจ้าของรถที่จองไว้ รวมทั้งที่ดินผืนที่กำลังจะได้รับจากญาติเลย หลังจากเกิดอุบัติเหตุ สามีของนันซึ่งประสบเหตุด้วยกันบาดเจ็บเล็กน้อยที่ศีรษะ เมื่อเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลได้สองวันก็รีบออกมา เพื่อพาร่างของเธอกลับไปทำพิธีที่บ้านต่างจังหวัดพร้อมญาติพี่น้องและลูก ส่วนพวกเราที่เป็นนายจ้างต่างก็ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้เธอทันทีหลังจากทราบข่าว แม้แต่เพื่อนสนิทของฉันที่อยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน ซึ่งเคยจ้างเธอมาทำสวนเพื่อให้เป็นรายได้เสริมก็ยังทำบุญให้เธอเลย สองวันหลังเกิดเหตุ คุณแม่ของฉันบอกว่าเมื่อคืนก่อนฝันเห็นนัน ในฝันนั้นแม่นั่งเล่นอยู่ตรงที่นั่งประจำหน้าบ้าน ส่วนนันก็นั่งเล่นกับสุนัขอย่างเคยเช่นกัน เธอหน้าตาสดใสสวยงาม แต่งตัวสวย ไม่เหมือนเสื้อผ้าที่เคยใส่เวลามาทำงาน ฉันทราบภายหลังว่ามันเป็นวันเดียวกับที่สามีของนันเชิญพระไปสวดที่จุดเกิดเหตุพอดี หลังจากนั้นเมื่อสามีของนันกลับมาทำงานปกติ เขาเล่าให้ฉันฟังเพิ่มเติมว่าแม่ของนันก็ฝันเช่นกัน โดยในฝันมีผู้หญิงคนหนึ่งหน้าตาสวยกำลังพานันเดินลงเรือนออกจากบ้านไป เมื่อฉันได้รู้เรื่องเหล่านี้ก็ทำให้รู้สึกดีใจและสบายใจอย่างมาก เพราะเธอคงไปดีแล้ว เวลาของเธอคงหมดลงจริง ๆ แต่ถึงอย่างไรฉันก็อดคิดไม่ได้ว่า อะไรที่ทำให้เธอไปดี และทำไมเธอจึงมาลาแม่ของฉัน   คลิกเลข 2 เพื่ออ่านหน้าต่อไป>>>

รอยยิ้มที่สวยที่สุดของ ลัดดา แทมมี่ ดักเวิร์ธ หญิงไทยหัวใจแกร่งแห่งทำเนียบขาว

แน่นอนว่า รอยยิ้มที่สวยที่สุดในความทรงจําของคนแต่ละคน ย่อมไม่เหมือนกัน แต่หนึ่งในนั้นต้องมีรอยยิ้มของ พันตรี ลัดดา แทมมี่ ดักเวิร์ธ (Ladda Tammy Duckworth) สตรีเชื้อชาติอเมริกัน –ไทย ติดโผอยู่ด้วย เช่นเดียวกับคนดังหลายต่อหลายคน แทมมี่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกหลังจากประสบเคราะห์ร้ายอย่างที่สุดเมื่อสี่ปีที่แล้ว ขณะที่เธอติดยศร้อยเอกแห่งกองทัพสหรัฐอเมริกาและกําลังรับใช้ชาติอยู่ในประเทศอิรัก วันที่ 12 พฤศจิกายน ค.ศ. 2004 แทมมี่ซึ่งมีอายุ 36 ปีเต็มและสมรสแล้ว กําลังปฏิบัติหน้าที่นักบินขับเฮลิคอปเตอร์ตามตารางบินปกติ แทมมี่ได้นําเครื่องลงจอดในเขตปลอดภัย เธอแวะซื้ออาหารและสิ่งของต่างๆ มากมายเพื่อเตรียมไว้สําหรับเทศกาลคริสต์มาสที่กําลังจะมาถึง หลังจากนั้นเธอจึงกลับไปนั่งอยู่หลังพวงมาลัยอีกครั้งเพื่อมุ่งหน้ากลับไปยังฐานที่มั่นเดิม ระหว่างทาง แทมมี่ได้ยินเสียงปืนกลยิงเข้าใส่เฮลิคอปเตอร์ของเธอ พร้อมกับมีลูกไฟดวงใหญ่ระเบิดขึ้นตรงหน้า แทมมี่จึงพยายามนําเครื่องลงจอด แต่เธอกลับพบว่าคันบังคับที่ใช้เท้าเหยียบไม่ยอมทํางาน ขณะนั้นแทมมี่ยังไม่รู้ว่าขาและเท้าที่รับใช้เธออย่างซื่อสัตย์มาถึง 36 ปีได้หายไปแล้ว! หลังจากสลบไปนานนับสิบวัน แทมมี่ก็ฟื้นขึ้นและรับรู้ว่าเธอได้สูญเสียขาทั้งสองข้าง กระดูกแขนขวาหักสามท่อน และเนื้อบริเวณท้องแขนหายไปจนเกือบหมด     แทมมี่ไม่ใช่ทหารรายแรกที่ต้องพบกับสภาพเช่นนี้ และแน่นอนว่าเธอคงไม่ใช่รายสุดท้ายด้วย แต่เธอก็เป็นทหารผ่านศึกผู้ได้รับบาดเจ็บที่ฟื้นตัวได้รวดเร็วอย่างน่ามหัศจรรย์ แทมมี่เริ่มใส่ขาเทียมในเดือนมีนาคมปีถัดมา เธอฝึกเดินอย่างขยันขันแข็ง และทําใจยอมรับสภาพของตัวเองด้วยรอยยิ้ม ครอบครัวดักเวิร์ธเรียกวันที่ 12 พฤศจิกายนว่า “วันแห่งการรอดชีวิต” (Alive […]

สุริยันต์ ตันเต็มสิน จากครูสอนศิลปะตามบ้าน สู่เจ้าของธุรกิจหมวกกันน็อกพรีเดเตอร์ส่งออกทั่วโลก

สุริยันต์ ตันเต็มสิน จากครูสอนศิลปะตามบ้าน สู่เจ้าของธุรกิจ หมวกกันน็อกพรีเดเตอร์ ส่งออกทั่วโลก ใครจะคาดคิดว่า จากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ เมื่อ ปี 2554 ที่ทำให้ผู้คนพากันอพยพไปอยู่ที่อื่น จะกลายเป็นช่องทางให้ นายสุริยันต์ ตันเต็มสิน ได้ค้นพบอาชีพใหม่ที่สร้างรายได้ให้เขาอย่างมหาศาล คือการทำ หมวกกันน็อกพรีเดเตอร์ นั่นเอง เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2562 (ที่ผ่านมา) ข่าวสดได้นำเสนอข่าวของ นายสุริยันต์ ตันเต็มสิน อดีตครูสอนศิลปะตามบ้าน วัย 34 ปี ชาวตำบลหนองอ้อ อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ที่ผันตนเองมาทำหมวกกันน็อกพรีเดเตอร์ขายจนมีออเดอร์ทั้งในและนอกประเทศ     จุดเริ่มต้นของธุรกิจหมวกกันน็อกพรีเดเตอร์มาจากเหตุการณ์น้ำท่วมกรุงเทพฯเมื่อ ปี 2554 ทำให้ประชาชนหวาดระแวงจนต้องย้ายไปอยู่ในพื้นที่ที่ปลอดภัย จังหวัดราชบุรีก็เช่นกัน ผู้คนย้ายไปอยู่ที่อื่นเพราะกลัวประสบปัญหาน้ำท่วม ทำให้คุณสุริยันต์ตกงาน แม้เหตุการณ์นี้ดูเหมือนเป็นวิกฤต แต่ก็กลายเป็นลู่ทางให้เขาได้พบอาชีพที่สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำมากกว่าเดิมเสียอีก เพื่อนคนหนึ่งที่ชื่นชอบการขับบิ๊กไบก์เป็นชีวิตจิตใจจ้างให้เขาทำหมวกกันน็อกไอรอนแมน ในราคา 2,000 บาท ด้วยความรู้ทางศิลปะที่เขามีติดตัวมาจากการเรียนสาขาจิตรกรรมที่วิทยาลัยเพาะช่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ นับว่าเป็นงานที่ท้าทายอยู่เหมือนกัน เพราะต้องลองผิดลองถูกอยู่นานกว่าจะออกมาเป็นหมวกกันน็อกตามที่เพื่อนต้องการ เมื่อสำเร็จออกมาแล้ว […]

จอน บอง โจวี ร็อคสตาร์ใจบุญขวัญใจแฟนเพลงตลอดกาล

จอน บอง โจวี ร็อคสตาร์ใจบุญขวัญใจแฟนเเพลงตลอดกาล ในวัย 57 ปี จอน บอง โจวี (Jon Bon Jovi) ยังคงครองตำแหน่งร็อคสตาร์ขวัญใจแฟนเพลง อย่างที่เขาเคยเป็นเมื่อหลายสิบปีก่อนไว้ได้อย่างเหนียวแน่น ส่วนจะด้วยวิธีใดนั้น โปรดติดตาม จอน บอง โจวี หรือบอง โจวี ซึ่งเป็นชื่อที่แฟน ๆ คุ้นหูมากกว่านั้น มีชื่อจริงว่า จอห์น ฟรานซิส บองจิโอวี จูเนียร์ (John Francis Bongiovi, Jr.) เกิดเมื่อวันที่ 2 มีนาคม ปี ค.ศ. 1962 ที่เมืองเพิร์ทแอมบอย รัฐนิวเจอร์ซีย์ ประเทศสหรัฐอเมริกา พ่อแม่ของจอห์นเคยรับราชการเป็นทหารเรือ แต่พ่อได้ลาออกมาเป็นช่างตัดผม ส่วนแม่เป็นเจ้าของร้านดอกไม้ จอห์นเป็นลูกชายคนโตและมีน้องชายอีกสองคน เขาหัดเล่นเปียโนและกีตาร์ตั้งแต่อายุ 13 ปี และขณะที่อายุเพียง 16 ปี จอห์นก็เริ่มเล่นดนตรีในผับ ซึ่งต่อมาคือมหาวิทยาลัยชีวิตของเขา […]

” บางทีเราก็ลืม คิดไปว่า… ” หนังสือที่จะทำให้คุณหยุดคิดฟุ้งซ่าน เพราะคำตอบอยู่ในนี้เกือบหมดแล้ว

” บางทีเราก็ลืม คิดไปว่า… ” หนังสือที่จะทำให้คุณหยุดคิดฟุ้งซ่าน เพราะคำตอบอยู่ในนี้เกือบหมดแล้ว หากจะให้เปรียบหนังสือเล่มนี้ ” บางทีเราก็ลืม คิดไปว่า… ” เป็นบางสิ่งบางอย่าง ขอเปรียบเป็นตู้ยาสามัญประจำบ้าน เพราะทุกคำถามที่เราสงสัยในการใช้ชีวิต ทุกปัญหาที่ค้างคาใจ หนังสือเล่มนี้ตอบเราได้เกือบทั้งหมด ด้วยคำคมและข้อคิดจำนวนเพียง 30 บทเท่านั้น เวลาที่เรามีเรื่องเครียด ปัญหาการทำงาน ไม่มีกำลังใจที่จะเดินหน้าไปสู่ความสำเร็จ การจัดการกับอารมณ์ความรู้สึก ทุกอย่างที่มนุษย์เผชิญ หนังสือเล่มนี้พูดเกือบครอบคลุมอย่างน่าแปลกใจ คนเรามักจะคิดและนึกเสมอ คิดเครียด นึกถึงเรื่องที่บั่นทอนความสุข ซึ่งมีผลมาจากความกดดันในสังคม การงานที่ออฟฟิศ ปัญหาการเงิน เงินเดือนที่ใช้เดือนชนเดือน ความรักที่หวานแหววในระยะแรก แต่ตอนหลัง ๆ กลับจืดจาง หมดโปรโมชั่น ในระหว่างที่เราคิด ถึงแม้ปัญหาชีวิตเหล่านี้ บางทีเราก็ลืม คิดไปว่า…มีคำตอบและข้อคิดเตือนสติให้เราได้ถึงบางอ้อ และยุติความคิดที่ฟุ้งซ่านด้วยคำตอบจาก พิทยากร ลีลาภัทร์ ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้       สมแล้วที่เป็นเจ้าของแฟนเพจ “ธนาคารความสุข” ทรรศนะ วิธีการเล่าเรื่อง  และการยกตัวอย่างของคุณพิทยากร อ่านแล้วเข้าใจง่าย  เช่น […]

สัตวแพทย์หญิง วารีย์ ลิ้มรุ่งสุโข หรือ หมอมนคนสวย ช่วยชีวิตเด็กทารกแรกเกิด จนเด็กปลอดภัย

สัตวแพทย์หญิง วารีย์ ลิ้มรุ่งสุโข หรือ หมอมนคนสวย ช่วยชีวิตเด็กทารกแรกเกิด จนเด็กปลอดภัย สัตวแพทย์หญิง วารีย์ ลิ้มรุ่งสุโข หรือ หมอมน หมอประจำคลินิกรักษาสัตว์แห่งหนึ่งในย่านตลิ่งชัน ได้เข้า ช่วยชีวิตเด็กทารกแรกเกิด จนน้องปลอดภัย เพราะเธอบอกว่า “เด็กออกมาแล้ว ควรมีชีวิตต่อ” เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2562 หมอมน หรือ สัตวแพทย์หญิง วารีย์ ลิ้มรุ่งสุโข กลายเป็นที่รู้จักในโลกโซเชียลผ่านการโพสต์ข้อความ และคลิปวิดีโอที่หมอมนได้ทำการช่วยเหลือเด็กทารกของเฟซบุ๊กชื่อ Min K Wg     เฟซบุ๊กMin K Wg โพสต์ข้อความว่า ตอนประมาณ 1 ทุ่ม พาแอร์ฟอร์ซมาหาหมอมน อยู่ดีดีก็มีผู้ชายวิ่งเข้ามาหาหมอบอกหมอครับ ๆ ช่วยไปทำคลอดหน่อย มีผู้หญิงคลอดลูกอยู่ที่กลางซอย (ห๊ะลูกคนนะคะ) หมอต้องไปนะครับถ้าไม่ไปเด็กตายแน่ๆ เด็กนิ่งแล้ว เท่านั้นหล่ะหมอวิ่งไปดูเด็กทันที….ให้คลิปเล่าเหตุการณ์แทนแล้วกันนะ ยังตื่นเต้นอยู่เลย ดีใจและภูมิใจแทนหมอมนมาก หมอน่ารักมากอะไม่ปฏิเสธและทำอย่างเต็มที่ ไม่ว่าหมอจะเป็นหมอรักษาอะไรก็ช่วยรักษาชีวิตน้อยๆ […]

เรื่องจริงของ การโกรธ เขา แล้วตัวเรามีแต่ความทุกข์

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับผู้เขียนโดยตรงเกี่ยวกับความโกรธ เลยอยากนำมาเล่าสู่กันฟังให้ผู้อ่านทุกๆ ท่าน เผื่อใครกำลังโดนไฟโทสะสุมทรวง และมี ความทุกข์

“บุญ…ครั้งสุดท้าย” เรื่องเล่าของหญิงสาว ผู้บริจาคอวัยวะ

ผู้บริจาคดวงตา คนนี้มีเจตนาจะทำบุญครั้งสุดท้าย เธอมาเข้าฝันคุณพ่อ บอกว่า เธอกำลังจะไปเป็นเทวดา ไม่รู้ว่าเพราะบุญครั้งนี้หรือไม่ แต่ผู้เป็นพ่อ เชื่อสุดหัวใจ

เพราะหัวใจ … ไม่เคยยอมแพ้ จากลูกชาวนาสู่นักเรียนทุนออสเตรเลีย

ดิฉันชื่อกําไรทอง เจน หอกกิ่ง เกิดในครอบครัวชาวนาที่ยากจน มีพี่น้องร่วมท้องเดียวกันถึงเก้าคน ชีวิตสมัยเด็กลําบากมาก เวลาหิวก็ต้องให้น้องกินก่อน เวลาหนาวเราก็ไม่มีผ้าห่ม ป่วยไม่มีเงินไปรักษา แต่ดิฉัน ไม่เคยยอมแพ้ เพราะมีความศรัทธาในพระพุทธเจ้า ทุกครั้งที่ลําบากกายหรือใจจะอธิษฐานให้คุณพระคุณเจ้าคุ้มครองเป็นกําลังใจให้ตัวเองอยู่ต่อ ดิฉันคิดว่าชีวิตเป็นสิ่งสวยงามที่สุด การดํารงชีวิตอย่างมีสติ ไม่กลัวหรือตื่นตระหนกเมื่อเผชิญกับปัญหาใดๆ และการใช้ชีวิตอย่างสมถะ เป็นส่วนหนึ่งที่ทําให้ดิฉันพบความสําเร็จที่แท้จริงและอยู่อย่างมีความสุขบนโลกใบนี้ สมัยเป็นเด็ก ดิฉันจะนั่งสมาธิก่อนนอนทุกคืน และจะเข้านอนก่อนใคร เพื่อตื่นมาอ่านหนังสือในเวลาที่สงบ จุดมุ่งหมายตอนนั้นเพียงแค่อยากมีความรู้เพื่อจะได้สอนคนอื่นได้และทําชีวิตให้ดีขึ้น พ่อบอกให้ดิฉันเลิกเรียนเมื่อจบการศึกษาขั้นประถมศึกษา ดิฉันหัวใจสลาย เพราะเชื่อเหลือเกินว่าการศึกษาจะนํามาซึ่งความสําเร็จในหลายๆ ด้าน พ่อให้เหตุผลสั้นๆ ว่า “เป็นผู้หญิงจะเรียนไปทําไม” ตอนนั้นสวดมนต์ภาวนาทุกคืนขอให้คนมีความเสมอภาคกัน ไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิง เด็กหรือผู้ใหญ่ ให้เราฟังความคิดเห็นและมุมมองที่ต่างมีความสําคัญเหมือนกัน คําว่า “พหูสูต” ที่พระพุทธเจ้าเคยตรัสไว้ มีความหมายลึกซึ้งและเป็นสัจธรรม “ฟังด้วยดีย่อมได้ปัญญา” นี่คือสิ่งที่ดิฉันถือปฏิบัติมาจนทุกวันนี้ และการรู้จักเลือกสรรแต่สิ่งที่ดีที่เหมาะสมต่อตัวเรา คนเราเลือกที่จะเป็นอะไรก็ได้ แต่ต้องไม่ให้เกินความสามารถ จะได้ไม่พบทุกข์ซึ่งเกิดจากความทะเยอทะยาน เวลามีอารมณ์ที่เป็นทุกข์ จงอย่าไปโทษคนอื่นหรือสิ่งรอบข้าง ตัวเราเองต่างหากที่ยอมให้ความทุกข์นั้นเกิด คําภาวนา กอปรกับความเมตตาและการเสียสละของพี่ชาย ทําให้ดิฉันได้เรียนต่อ แต่ก็ต้องต่อสู้กับความลําบาก ไม่มีเงินซื้ออาหารเที่ยง บางวันแทบไม่มีเงินค่ารถ บางวันมีค่ารถเที่ยวเดียว จึงต้องรับจ้างทําการบ้านบ้าง […]

ปรุงชีวิตให้กลมกล่อม แบบ พล ตัณฑเสถียร

เชื่อไหมว่า นอกจากเราจะปรุงรสชาติอาหารให้ถูกปากลงตัวแล้ว “ชีวิต” ก็ปรุงรสได้เช่นกัน อย่างที่ พล ตัณฑเสถียร ได้ทำและสำเร็จ

คุณแม่ลูกสามทิ้งงานเงินดี หันมาอุทิศตนช่วยเหยื่อการค้ามนุษย์

การค้ามนุษย์ กำลังเป็นปัญหาที่รุนแรงหนักหนาขึ้นเรื่อย ๆ ในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก เฉพาะในรัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา ก็มีเด็กที่ตกเป็นเหยื่อ การค้ามนุษย์ กว่า 79,000 คน ส่งผลให้เท็กซัสเป็นรัฐที่มีการค้ามนุษย์มากเป็นอันดับที่ 2 ในสหรัฐฯ เรื่องเศร้าคือเหยื่อส่วนใหญ่เป็นเด็กอายุระหว่าง 12 – 14 ปี ที่ถูกลักพาตัวมาจากพื้นที่ชนบทห่างไกล สถานการณ์ร้ายแรงนี้ ทำให้ อลิเซีย บุช (Alicia Bush) คุณแม่ลูกสามชาวดัลลัส ซึ่งมีอาชีพเป็นเซลล์ขายอุปกรณ์ห้องผ่าตัดของศัลยแพทย์มานานถึง 11 ปี ตัดสินใจว่าเธอต้องลงมือทำอะไรสักอย่างเกี่ยวกับเรื่องนี้ อลิเซียจึงลาออกจากงานรายได้งามเพื่อมาทำงานด้านนี้อย่างเต็มตัว แต่ก็ยังคิดไม่ออกว่าจะช่วยอย่างไร เธอสวดมนต์ภาวนานานนับเดือนเพื่อหาหนทางว่าจะทำอย่างไรต่อไป   และแล้วในเช้าวันหนึ่ง สามีของอลิเซียซึ่งทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้างเล่าให้ฟังว่า เขาได้มีโอกาสไปรับประทานอาหารกับนักพูดคนหนึ่ง ซึ่งมาเปิดการบรรยายในเมือง ปกติจะมีการบรรยายเดือนละครั้ง และจะมีหัวข้อที่น่าสนใจหลากหลายแล้วแต่นักพูดแต่ละคนที่ถูกเชิญมา สำหรับนักพูดรายนี้ได้คุยถึงปัญหาการค้ามนุษย์ซึ่งได้ลุกลามเข้ามาถึงพื้นที่ละแวกบ้านแล้ว นั่นเป็นการจุดประกายให้อลิเซียตัดสินใจก่อตั้งมูลนิธิ Treasured Vessels ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร มีเป้าหมายในการสร้างบ้านพักพิงให้แก่เหยื่อที่รอดจากการค้ามนุษย์     บ้านพักพิงแห่งนี้จะเป็นสถานที่อันปลอดภัยสำหรับเด็กหญิงอายุระหว่าง 11 – 17 […]

(ไม่) ทุกข์เพราะสามีทิ้ง – บทความดีๆ เพื่อคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว

หลายคนคงเคยรู้สึกเจ็บปวดมากเหมือนฉันที่ สามีทิ้ง ไป ฉันจมอยู่กับความสงสัยว่าฉันทําอะไรผิด ลูกๆ ต้องรับผลจากการกระทําของพ่อ ต้องทนทุกข์กับเรื่องราวที่เราไม่เคยเตรียมใจไว้ก่อน (สามีทิ้ง) หลังจากล้มลุกคลุกคลานกับเรื่องราวต่างๆ ของตัวเองจนชินและชาแล้ว ฉันเริ่มคิดว่าตัวเองช่างโชคดีเหลือเกินที่ผ่านเรื่องต่างๆ มาได้โดยที่ยังเป็นคุณแม่ของลูกๆ อีกสองคน และเขาสองคนรักฉัน เมื่อสองปีก่อน วันที่พ่อของลูกเดินถือกระเป๋าออกจากบ้าน ในขณะที่ฉันและลูกยืนร้องไห้ ลูกรู้แต่เพียงว่าพ่อและแม่ทะเลาะกัน และพ่อกําลังจะไป ฉันไม่สามารถหยุดร้องไห้ได้ พี่สาวคนโตต้องเดินมาปลอบใจ ภาพลูกร้องไห้สะอึกสะอื้นกับความเสียใจของฉันที่ไม่สามารถยึดเขาไว้กับครอบครัวยังแจ่มชัด ฉันกินไม่ได้ นอนไม่หลับ เหมือนผีตนหนึ่งที่ไม่สามารถหลุดจากความทุกข์ได้ เวลานี้เองที่ทําให้รู้จักความทุกข์ว่าเป็นอย่างไร พี่สาวของฉันยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือดูแลเด็กๆ ให้ ในเวลาที่ฉันควบคุมความโศกเศร้าไม่ได้ ฉันตีลูก เห็นน้ำตาลูกไหลโดยไม่สะอึกสะอื้น ฉันช่างเป็นแม่ที่ใจร้ายเหลือเกิน น้องที่บริษัทคอยให้กําลังใจเป็นเพื่อนทุกเวลาที่ฉันรู้สึกแย่กับเรื่องของสามี ทั้งปลอบ ทั้งให้แง่คิด ตอนที่เราทุกข์ เรามักมองอะไรไม่เห็น เหมือนตาถูกปิดไว้ให้มองเห็นแต่เรื่องเลวร้ายของตัวเอง คําแนะนําที่ทําให้ฉันยังคงยืนหยัดอยู่ได้ คือ มันคงเป็นกรรม และเมื่อกรรมมาถึงเราก็ต้องใช้กรรมนั้นให้หมด เมื่อหมดกรรมก็จะพบกับความสุข พี่สาวแนะนําให้อ่านหนังสือธรรมะ สวดมนต์ พาฉันไปพบปะผู้คน คอยถามไถ่ทุกข์สุข โทรศัพท์มาคุยด้วยทุกวัน เพื่อช่วยให้ความรู้สึกที่ว่าตัวฉันเองไม่มีค่าอะไรค่อยๆ หมดไป น้องที่บริษัทและเพื่อนๆ พาฉันไปทําบุญ ฉันเริ่มหันมาอ่านหนังสือธรรมะ หนึ่งในนั้นก็คือนิตยสาร Secret […]

จุดสิ้นสุดของการเดินทาง เมื่อชีวิตได้พบกับความสุขสงบที่แท้จริง

โชคดีที่ฉันทํางานอยู่สายการบิน ทําให้ได้ท่องเที่ยวไปเกือบทั่วโลก นอกจากจะไปตามเส้นทางที่บริษัทของฉันบินไปแล้ว ยังซื้อทัวร์ไปเองอีกต่างหาก เบ็ดเสร็จนับได้ทั้งหมดเกือบ 50 ประเทศ ซึ่งนับว่ามากเอาการสําหรับคนที่ไม่ได้เป็นแอร์โฮสเตสหรือมีธุรกิจระหว่างประเทศ การเดินทาง ตอนเข้าทํางานใหม่ๆ ฉันตระเวนไปแต่ประเทศที่ชาวบ้านเขานิยมไปกัน เช่น อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี ญี่ปุ่น เกาหลี ฯลฯ เริ่มจากการซื้อแพ็คเกจทัวร์ไปยุโรป 8 ประเทศ หรือที่เขาเรียกว่า “ชะโงกทัวร์” คือไปให้ได้มากที่สุด แต่ไม่ได้เห็นอะไรอย่างลึกซึ้ง แบบว่าพอรถหยุดปุ๊บ ไกด์ก็จะต้อนให้ออกไปถ่ายรูป ถ่ายเสร็จก็ต้อนขึ้นรถ แม้จะได้เห็นครบทุกอย่างก็จริง แต่เหนื่อยแทบขาดใจ เพราะต้องตื่นแต่เช้าทุกวัน แถมยังต้องลากกระเป๋าเอง เพราะโรงแรมแถบยุโรปส่วนมากจะเป็นโรงแรมเล็กๆ ที่ต้องช่วยตัวเอง จําได้แม่นยําว่า พอถึงประเทศที่ 8 คือฝรั่งเศส ฉันถึงกับอาเจียนเลยทีเดียว ! คนอื่นเขาออกไปดูโชว์คาบาเร่ต์ที่มีชื่อเสียง แต่เรากลับต้องนอนซมอยู่ที่โรงแรม ดีหน่อยที่รุ่งขึ้นได้ยาหอมภูมิปัญญาไทย ทําให้มีแรงไปเดินพระราชวังแวร์ซาย ไม่อย่างนั้นคงขาดทุนน่าดู! เมืองที่ประทับใจที่สุดสําหรับทัวร์ยุโรปครั้งนั้นคือ เวียนนา ประเทศออสเตรีย เป็นเมืองที่โรแมนติกมากๆ โดยเฉพาะการบรรเลงดนตรีคลาสสิกในสวนที่ร่มรื่น อากาศเย็นสบาย นั่งทานอาหารไปฟังเพลงไป แถมยังมีคนเต้นวอลตซ์ให้ดูด้วย เพราะที่นี่เป็นแหล่งกําเนิดของคีตกวีที่มีชื่อเสียงหลายคน น่าเสียดายที่พอจะถ่ายรูปกับอนุสาวรีย์ของเบโทเฟน […]

ฝันร้ายของแม่ เรื่องจริงไม่อิงนิยาย ของแม่ที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อลูก

ฝันร้ายที่แสนทรมานของคนเป็นแม่ แม่ทุกคนต้องการให้ลูกมีร่างกายแข็งแรง เติบโตมีอนาคตที่สดใส  ทว่าชะตาพาให้ลูกสาวสุดที่รักของเธอ ต้องป่วยเป็นมะเร็งต่อมหมวกไต

ใช้ชีวิตให ้“สนุก” แล้วความสุขก็จะตามมา (เอง) – เต๋อ ฉันทวิชช์ ธนะเสวี

เวลาที่ต้องทำในสิ่งที่ตนเองไม่ชอบ เวลาเจอะเจอปัญหา ชีวิตสะดุด หลายคนมักจะบ่นว่า ทำไมชีวิตมันยากจัง เหนื่อย หนัก น่าเบื่อ ไม่ไหวแล้ว ฯลฯ  เต๋อ ฉันทวิชช์ ธนะเสวี ทว่าสำหรับผู้ชายคนนี้ เต๋อ ฉันทวิชช์ ธนะเสวี หนุ่มมาดทะเล้นที่พกความสามารถทางภาพยนตร์มารอบตัว ทั้งการเขียนบทภาพยนตร์ ฝีมือการแสดงที่ลื่นไหลเป็นธรรมชาติ ชีวิตที่ผ่านมาของเขาแทบจะไม่เคยหยิบยกคำเหล่านี้ขึ้นมาใช้เลย นั่นเป็นเพราะว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำ ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ชอบ เขาคนนี้จะใช้คำว่า “สนุก” นำหน้าไว้ก่อนเสมอ สนุกกับการเรียน สนุกกับการทำงาน หรือแม้แต่ถ้ามี “ปัญหา” เข้ามา เขาคนนี้ก็จะพยายามเปลี่ยนมันให้กลายเป็นเรื่องสนุกได้เหมือนกัน…สนุกกับการแก้ปัญหา เมื่อไรที่ใช้ชีวิตอย่างสนุก ไม่ต้องเครียด ไม่ต้องกดดัน…ความสุขก็จะตามมาเอง   แรงบันดาลใจจากขอบสนาม แรกเริ่มทีเดียวผมรู้จัก เรจจี้ มิลเลอร์ (Reggie Miller) ในฐานะสุดยอดนักบาสเอ็นบีเอที่ยิงได้แม่นสุดๆ ยิ่งพอได้รู้ประวัติของมิลเลอร์เข้า ผมก็ยิ่งทึ่งมากขึ้น เพราะเขาเคยเป็นโปลิโอมาก่อน!   ถึงจะเดินไม่ค่อยถนัดเพราะต้องใส่เหล็กช่วยดามขา แต่มิลเลอร์ก็ฝันอยากจะเป็นนักบาสเอ็นบีเอให้ได้ พอเพื่อนๆ รู้เข้า ก็พากันพูดกันว่า “เป็นไปไม่ได้” แต่มิลเลอร์ก็ไม่สน เขาเริ่มฝึกเดินจนคล่อง […]

หนุ่มเลือดร้อน ต้องสยบเมื่อพบธรรม ไนกี้ - นิธิดล ป้อมสุวรรณ

หนุ่มเลือดร้อน ต้องสยบเมื่อพบธรรม ไนกี้ นิธิดล ป้อมสุวรรณ นักแสดงหนุ่มมากความสามารถเคยเป็นหนุ่มเลือดร้อนไม่เคยเกรงกลัวใคร

“ปล่อยวางได้ก็เป็นสุข” คารา พลสิทธิ์

คารา  พลสิทธิ์  ในยุคหนึ่งเป็นที่รู้จักมีชื่อเสียงโด่งดัง เธอเป็นนางแบบลูกครึ่งไทย - นิวซีแลนด์ที่ฮอตมาก งานพรีเซ็นเตอร์โฆษณาสินค้าทางโทรทัศน์วิ่งเข้ามามากมาย เรียกว่ามีชื่อเสียงพอๆ กับซุปตาร์ในยุคนี้เลยทีเดียว นอกจากเคยเป็นนางแบบสุดฮอตแล้ว เธอยังเคยเป็นพิธีกรรายการ ฟุดฟิดฟอไฟ  ฒ.ไม่เฒ่า  เช้านี้ที่ช่อง 5  ซึ่งทำให้เธอได้รับรางวัลพิธีกรดีเด่น  รางวัลโทรทัศน์ทองคำในปี 2544  และรางวัลพิธีกรยอดเยี่ยมจาก Elle Style Awards และผลงานที่ทำให้เธอเป็นที่จดจำมาจนทุกวันนี้คือบท คุณหญิงกีรติ ในภาพยนตร์เรื่อง ข้างหลังภาพ  ซึ่งเธอยังคว้ารางวัลพระสุรัสวดี สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมในปี 2544  จากการแสดงภาพยนตร์เรื่องแรกและเรื่องเดียวในชีวิต ชีวิตของเธอไม่ได้สวยหรูราบรื่นมาตลอด เธอต้องผ่านความผิดหวังและยากลำบากทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว โดยเฉพาะอยางยิ่งในเรื่องความรัก ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงที่อาชีพนางแบบกำลังรุ่งโรจน์ ตอนนั้นคาราได้โกอินเตอร์ รับงานเดินแบบหลายประเทศ จนกระทั่งได้ไปเดินแบบที่ญี่ปุ่น ในเวลานั้นเองที่ความรักของเธอมาถึงจุดพลิกผัน…   หัวใจที่พังทลาย ดิฉันไม่รู้เลยว่าการไปญี่ปุ่นครั้งนั้นจะเปลี่ยนชีวิตรักของตัวเองอย่างไม่มีวันหวนคืน  เพราะเมื่อกลับมาทำงานเดินแบบต่อที่ประเทศไทย  แฟนหนุ่มสจ๊วร์ดซึ่งเป็นอดีตนายแบบที่คบหาดูใจกันมานานนับปีก็เริ่มมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป  จนทำให้ดิฉันต้องตัดสินใจทำบางอย่างทั้งน้ำตา หลังจากไปทํางานถ่ายแบบเดินแบบที่ญี่ปุ่นได้ 2 เดือน ดิฉันก็เดินทางกลับเมืองไทยโดยไม่ล่วงรู้เลยว่ามีข่าวที่ทําให้เสียใจรออยู่ แฟนหนุ่มอดีตนายแบบแอบไปคบคนอื่นนานแค่ไหนแล้ว ดิฉันไม่ทราบแต่ทราบอีกทีก็ต่อเมื่อเดินทางกลับจากญี่ปุ่นแล้ว ดิฉันช็อกมากเพราะแม้เราจะไม่เคยพูดเรื่องแต่งงานกันแต่ดิฉันคิดมาตลอดว่าเขาคือคนที่เราจะใช้ชีวิตด้วย แต่เมื่อเหตุการณ์เป็นแบบนี้ ดิฉันจําต้องบอกเลิกกับเขาและใช้ชีวิต 2 ปีให้หลังทั้งน้ำตา ร้องไห้ทุกครั้งที่มีใครพูดถึงเขา แถมช่วงนั้นด้วยความเสียใจทําให้ตอบปฏิเสธงานจากเอเจนซี่ญี่ปุ่นที่ติดต่อมาอีกครั้งด้วย ตอนนี้มาย้อนคิด ดิฉันพบว่าการกระทําของตัวเองไร้สาระมาก เสียใจจนไม่เป็นอันทํางานทําการ ทั้งที่ความจริงเป็นเรื่องธรรมดา ไม่กี่ปีที่ผ่านมาเวลาเห็นเขาโดยบังเอิญ ดิฉันก็ยังน้ำตาไหลแต่จะให้ไปรักอีกก็ไม่รักแล้วเพราะเขาก็มีครอบครัวของเขา หลังจากนั้นดิฉันเคยมีแฟนบ้างแต่เลิกรากันไปหมดเพราะดิฉันชอบทําอะไรคนเดียว มีความรู้สึกว่าคล่องตัวมากกว่า ความจริงมีแฟนก็มีความสุขไปอีกแบบแต่สุดท้ายก็รู้สึกอึดอัดไม่สามารถทําอะไรที่อยากทํา อย่างเรื่องง่ายๆ แค่ให้อาหารหมาที่บ้านซึ่งเลี้ยงไว้หลายตัว ดิฉันจะใช้เวลาคลุกข้าวเป็นชั่วโมง พอมีแฟนเขาก็จะรู้สึกว่าทําไมให้อาหารหมานานจัง หรือเขาชอบไปเดินจตุจักรดูคอนเสิร์ต แต่ดิฉันไม่ชอบไปในที่ร้อนๆ หรือที่ที่มีคนเยอะๆ เราเลยไม่ได้ใช้เวลาด้วยกัน ทําให้ได้ข้อสรุปกับตัวเองว่าดิฉันน่าจะไม่เหมาะกับการมีแฟน ไม่ใช่เพราะอกหักเข็ดกับความรักแต่เป็นเพราะมีแฟนแล้วรู้สึกว่าชีวิตไม่ค่อยเป็นอิสระ     ชีวิตสาวโสดที่มีความสุข ทุกวันนี้ดิฉันมีความสุขที่ได้อยู่บ้าน  ได้อยู่กับหมา  แมว […]

keyboard_arrow_up