เจ้าของร้านรับจำนำใจบุญ แจกจ่ายรถเข็นไฟฟ้า 580 คันให้ผู้พิการฟรี

อดีตทหารผ่านศึกสงครามเวียดนาม ฟิลิป พาโวเน่ (Philip Pavone) เป็น เจ้าของร้านรับจำนำใจบุญ A-Z Pawn Shop ในเมืองนอร์วิช รัฐคอนเนตทิคัต ดังนั้นเขาจึงคุ้นเคยกับการค้นพบของดี ๆ ที่ซุกอยู่ในกองข้าวของรก ๆ ในร้าน ในปี 2009 เขาได้ค้นพบสิ่งที่ไม่เพียงเปลี่ยนแปลงชีวิตของเขาเอง แต่รวมไปถึงคนอีกกว่า 580 ชีวิต เรื่องมีอยู่ว่า วันนั้นฟิลกำลังเคลียร์ข้าวของในห้องเก็บของด้านหลังร้าน ขณะที่กำลังรื้อของอยู่นั้นเขาก็พบรถเข็นไฟฟ้า 2-3 คัน เขาคิดขึ้นมาว่า น่าจะเป็นประโยชน์กับคนอื่นได้ ดังนั้นเขาจึงลงประกาศแจกฟรีในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น ภายในเวลา 2 สัปดาห์เขาก็ได้รับจดหมายจากผู้พิการถึง 60 ฉบับ แจ้งความจำนงขอรับรถเข็นไฟฟ้า ฟิลบอกว่า ในตอนนั้นเขาได้ตระหนักว่ายังมีคนอื่นอีกมากมายที่กำลังทนทุกข์ บางคนเขียนบอกมาในจดหมายว่าไม่ได้ออกจากบ้านมาหลายเดือนแล้ว บางคนก็นานหลายปี และยังมีผู้สูงอายุอีกมากที่ไม่มีคนคอยช่วยเหลือดูแล   หลังจากค้นหาข้อมูลเล็กน้อย ฟิลก็ได้รู้ว่ารถเข็นไฟฟ้ามีราคาตั้งแต่ 4,000 – 40,000 ดอลลาร์ และไม่ครอบคลุมประกัน เขารู้สึกว่าตัวเองได้หยิบยื่นโอกาสและสร้างพันธสัญญาในการช่วยเหลือคนเหล่านั้น ฟิลเขียนความในใจไว้ในเว็บไซต์ของตัวเองว่า เขาเคยป่วยเป็นโรคมะเร็งจึงรู้ดีว่ารถเข็นไฟฟ้าเหล่านี้มีความหมายต่อผู้อื่นอย่างไร มันหมายถึงการได้พึ่งพาตัวเองไม่ต้องอาศัยใคร และมีโอกาสได้ทำสิ่งที่คนปกติทำกัน […]

สุดประทับใจ…ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ นำทางส่งแม่ถึงรพ.อย่างปลอดภัย

หญิงสาวโพสต์เรื่องราวสุดประทับใจ บอกเล่าถึงเหตุการณ์ฉุกเฉินที่เธอต้องพาคุณแม่ไปโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน โชคดีที่ได้รับความช่วยเหลือจาก ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ ในหลวง ร. 9 ขับมอเตอร์ไซค์ 6 คัน นำขบวนฝ่าการจราจรที่ติดขัดในชั่วโมงเร่งด่วนไปถึงที่หมายได้ทันเวลา เมื่อวันที่ 26 พ.ย. 62 ที่ผ่านมา ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Luxsameelawan Harnphanich ได้โพสต์เล่าเรื่องราวความประทับใจจากตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ ของในหลวงรัชกาลที่ 9 และความรู้สึกที่เธอซาบซึ้งจนน้ำตาซึมกับคำตอบของนายตำรวจ โดยเธอได้โพสต์บรรยายเรื่องราวไว้ว่า ………………. “บนเรื่องตื่นเต้นก็ยังมีเรื่่องดี ๆ อยู่ เมื่อเช้ามืดแม่เรียกให้พาไปหาหมอเพราะล้มไปสองสามรอบกล้ามเนื้ออ่อนแรงไม่มีแรง แม่เคยเส้นเลือดในสมองแตกมาก่อนแล้ว เลยไม่รู้ว่าคราวนี้ เป็นอาการอะไรเกี่ยวข้องกันมั้ย ด้วยความที่เช้ามืดตีห้า-หกโมงเช้าของวันธรรมดารถจะติดมากก โทรแจ้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ป่วย stroke ว่ากำลังเดินทาง เจ้าหน้าที่แนะนำให้โทร 1197 โครงการตำรวจจราจรในพระราชดำริ ตอนแรกในใจก็ไม่คิดว่าเค้าจะช่วยอะไรได้ เราอยู่ระหว่างทางรถก็ติด เจ้าหน้าที่แนะนำว่า เปิดไปกระพริบ และไฟหน้า เค้าก็สอบถามว่าเราอยู่ตรงไหนแล้ว และจะใช้เส้นทางไหน ประมาน 10นาทีถัดมา มีเจ้าหน้าที่ตำรวจโทรมาถามว่าถึงไหนแล้ว เราแจ้งว่ากำลังขึ้นสะพานพระรามแปดค่ะ เจ้าหน้าที่บอกว่าผมกระพริบไปรอตรงแยกวิสุทธิ์กษัตริย์ ลงสะพานมาข้ามแยกมาเลย เปิดไปผ่าหมากมาเลยครับ 555 เห้ยยแกรรรคือตอนแรกคิดว่าคงมีมอเตอร์ไซค์มานำสักคันสองคัน […]

แซนด์วิชไส้ฟักทอง … ในวิกฤติย่อมมีโอกาส

“ลองชิมซิว่าอร่อยมั้ย” ฉันพูดพลางยื่นขนมปังให้  (แซนด์วิชไส้ฟักทอง) “อะไรน่ะพี่” ลักษณ์ – น้องพยาบาลในทีมเอ่ยถาม ฉันไม่ตอบ ได้แต่ยิ้มๆ เธอแกะห่อขนมปังในมือ พร้อมกับหยิบใส่ปากไปคำหนึ่งก่อนจะดูหน้าขนมปัง เห็นเป็นสีเหลืองๆ มีเม็ดสีดำๆ ขาวๆ โรยหน้า ท่าทางเธอดูมีแววสงสัย “อร่อยดีนะพี่ ว่าแต่มันอะไรล่ะ…ฟักทองหรือ” เมื่อสองวันก่อน ฉันตั้งใจจะทำผัดฟักทองใส่ไข่เพื่อตักบาตร ความที่ต้องรีบไปทำงานแต่เช้า ก็เลยคิดว่า ถ้าฉันนึ่งฟักทองก่อนแล้วค่อยนำลงไปผัด น่าจะทำให้ฟักทองสุกง่ายขึ้น แต่เป็นเพราะฉันรีบจะไปทำงาน ระหว่างที่นึ่งฟักทองอยู่นั้น ฉันก็เลยเก็บข้าวของไปด้วย เพื่อไม่ให้เสียเวลา จนเมื่อมาเปิดฝาหม้อนึ่งเพื่อจะนำฟักทองไปผัด ก็พบว่าฟักทองมันสุกจนเละไปแล้ว จะเอาไปผัดเพื่อตักบาตรก็กระไรอยู่ ฉันก็เลยเปลี่ยนใจเก็บฟักทองที่นึ่งจนเละไว้ครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งก็ผัดใส่ไข่ตามเดิม แล้วห่อไปกินตอนกลางวัน เสร็จสรรพก็ตักข้าวกล้องใส่ขันเพื่อนำไปตักบาตร ส่วนกับข้าวก็แวะซื้อเอาที่ร้าน พลางคิดว่า “ดีเหมือนกัน จะได้อุดหนุนป้าเขาบ้าง” แล้วฉันก็ไปทำงาน วันนั้นฉันเตรียมขนมปัง เนย และงาดำป่นไปด้วย ตั้งใจนำไปกินเป็นมื้อว่างรองท้องก่อนกลับบ้าน ระหว่างที่ฉันกำลังเตรียมขนมปังทาเนยโรยหน้าด้วยงาดำเพื่อแบ่งให้พี่เล็ก – พี่พยาบาลที่มาต่อเวรกินด้วยนั้น จู่ ๆ ฉันก็นึกถึงฟักทองขึ้นมา… “พี่ว่า ถ้าเราเอาฟักทองทาหน้าขนมปังบ้าง…จะอร่อยไหม” “ก็…น่าจะดีนะ แต่ถ้าทาขนมปังด้วยฟักทอง ก็ไม่ต้องทาเนยแล้วน่ะสิ […]

ไม่ท้อแท้ต่อโชคชะตา : ชาตรี นักศึกษาช่างยนต์ พิการครึ่งท่อน โพสต์หาที่ฝึกงาน

ไม่ท้อแท้ต่อโชคชะตา : ชาตรี นักศึกษาช่างยนต์ พิการครึ่งท่อน โพสต์หาที่ฝึกงาน เรื่องที่ซีเคร็ตนำมาฝากในวันนี้ เชื่อว่าอาจทำให้คนที่กำลังท้อแท้อยู่ในขณะนี้ กลับมามีความหวังและกำลังใจที่จะสู้ชีวิตต่ออีกครั้ง เมื่อนายชาตรี กรวัชรธาดา หรือ น้องต๊อด นักศึกษาช่างยนต์ ที่ร่างกายพิการครึ่งท่อนมาตั้งแต่กำเนิด ได้โพสต์เฟซบุ๊กหาที่ฝึกงานก่อนจบการศึกษา เพราะไม่อยากเป็นภาระให้กับครอบครัว เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2562 ที่ผ่านมา ไทยรัฐออนไลน์ได้นำเสนอข่าวว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊ก “Chatree Konwatcharathada” ได้โพสต์ในกลุ่ม “หางานเชียงใหม่” ว่า “สวัสดีคับ ผมชื่อ ต๊อด ตอนนี้ผมเรียนช่างยนต์อยู่ครับ แล้วเดือนตุลาคมนี้ ผมต้องไปฝึกงานตามอู่ หรือศูนย์บริการซ่อมละครับ แต่ผมอาจจะไม่เหมือนช่างทั่วไปตรงที่ว่าผมมีเเค่ครึ่งท่อน ไม่ทราบว่าพอจะมีอู่ หรือศูนย์บริการซ่อมที่ไหน รับผมฝึกงานบ้างครับ ขอเป็นอู่ซ่อมมอเตอร์ไซค์ครับ #ตามหาที่ฝึกงาน”     ทราบข้อมูลภายหลังจากนายบัญชา อุงคุนา ครูช่างยนต์ และอาจารย์ที่ปรึกษาของน้องต๊อดว่า นักศึกษาคนนี้ต้องการที่จะฝึกงาน ซึ่งก่อนหน้านี้อาจารย์บัญชาพยายามหาสถานที่ฝึกงานให้เขา แต่ด้วยร่างกายของน้องต๊อดพิการครึ่งท่อนมาตั้งแต่กำเนิด ทำให้สถานที่รับซ่อมและอู่ที่จะรับนักศึกษาเข้าฝึกงานหลายที่เป็นห่วงว่าน้องจะได้รับอันตรายในขณะฝึกงาน โดยนักศึกษาคนนี้สนใจเรื่องช่างยนต์และมีความถนัดเรื่องการซ่อมจักรยานยนต์เป็นพิเศษ ส่วนรถยนต์มีข้อจำกัดที่ความสูงและขนาดของรถยนต์ที่จะเป็นอุปสรรคต่อการทำงานของเขา แต่นั่นไม่ใช่เรื่องใหญ่ เพราะนายชาตรีมีความมุ่งมั่นที่จะเรียนรู้ […]

หนูน้อยส่งจดหมายถึงบริษัทของเล่น ข้องใจทำไมไม่มีตุ๊กตาทหารหญิงบ้างเลย

ปัจจุบันอุตสาหกรรมค้าปลีกทั้งหลายเริ่มตระหนักแล้วว่า เด็กผู้หญิงก็อยากเห็นข้าวของต่าง ๆ ที่ผลิตออกมาให้เด็กผู้หญิงมีมากกว่านี้ เพราะส่วนใหญ่ทำขายเด็กผู้ชาย ไม่ว่าจะเป็นข้าวของเครื่องใช้ รองเท้า หรือของเล่น เด็กหญิงต้องการให้ผู้ผลิตรู้ว่าหนูก็ชอบอย่างอื่นเหมือนกัน นอกเหนือจากบาร์บี้และเจ้าหญิงดิสนีย์ (ตุ๊กตาทหารหญิง) หนูน้อยวิเวียน ลอร์ด (Vivian Lord) วัย 6 ขวบ เป็นเด็กหญิงตัวน้อยอีกคนที่ไม่ปล่อยให้เพศสภาพเป็นตัวกำหนดว่า เธอควรจะเล่นของเล่นแบบไหนอย่างไร แถมเธอยังแสดงให้โลกรู้ว่า “ไม่ใช่เด็กผู้หญิงทุกคนจะชอบสีชมพู” โดยการติดต่อไปยังบริษัทผลิตของเล่นเพื่อเสนอความเห็นเกี่ยวกับตุ๊กตาทหารสีเขียวของเธอ หนูน้อยวิเวียนชอบเล่นตุ๊กตาทหารสีเขียวมาก ซึ่งตุ๊กตาพวกนี้เป็นของเล่นยอดนิยมของเด็ก ๆ มานานหลายสิบปีแล้ว เธอสงสัยว่าทำไมถึงไม่มีตุ๊กตาทหารหญิงเลยสักตัว ทั้งที่ปัจจุบันมีผู้หญิงเข้ารับราชการทหารรับใช้ชาติมากมาย รวมทั้งเพื่อนของแม่วิเวียนก็เป็นทหารหญิงด้วย ด้วยความที่มีนิสัยเปิดเผยกล้าแสดงออก วิเวียนจึงตัดสินใจติดต่อบริษัทผู้ผลิตของเล่น เพื่อหาคำตอบว่าเหตุใดจึงไม่มีตุ๊กตาทหารหญิงเลย และเพื่อขอร้องให้บริษัทเหล่านั้นเก็บไปพิจารณาเรื่องการผลิตตุ๊กตาทหารหญิงออกมาบ้าง ในที่สุดจดหมายก็ไปถึงมือ เจฟฟ์ อิเมล (Jeff Imel) ประธานของบริษัทของเล่น BMC Toys ซึ่งเป็นบริษัทผลิตตุ๊กตุ่นตุ๊กตา เจฟฟ์บอกว่า จดหมายของวิเวียนนั้นทำให้เขาประทับใจมาก และทำให้เขานึกได้ว่า ข้อเสนอของหนูน้อยวิเวียนเป็นสิ่งที่เขาเคยคิดไว้เมื่อนานมาแล้ว นอกจากนั้นในจดหมายของวิเวียนยังยืนยันว่า หากบริษัทผลิตตุ๊กตาทหารหญิงออกมาล่ะก็ เธอและเพื่อน ๆ จะ “เล่นกับมันทั้งวันเลย” ดังนั้นเจฟฟ์จึงนำเรื่องนี้มาพิจารณาว่าจะผลิตอย่างไร หลังจากไตร่ตรองและพัฒนาปัจจัยต่าง […]

จงเป็นคนที่ตื่นตั้งแต่เช้ามืด (ทำไม) ? แล้วจะเห็นความสำเร็จ

จงเป็นคนที่ตื่นตั้งแต่เช้ามืด (ทำไม) ? แล้วจะเห็น ความสำเร็จ น้อยคนนักที่จะรีบตื่นเช้าเพราะอยากเข้าออฟฟิศเร็ว ๆ แต่คนที่มุ่งมั่นอยากประสบ ความสำเร็จ ในหน้าที่การงานจะทำอย่างนั้น การมาทำงานแต่เช้า เตรียมงานที่ทำ และเริ่มทำงานก่อน เป็นสิ่งที่ใครเห็นแล้วต้องชื่นชม แต่ละออฟฟิศกำหนดเวลาเข้า-ออกงานต่างกัน จงคิดเสียว่านี่คือกฎพื้นฐานที่เราต้องรักษา หากละเมิดกฎนี้ เราจะถูกตำหนิและถูกประเมินในแง่ลบ ในทางตรงกันข้าม การมาทำงานแต่เช้าจะเป็นจุดเริ่มต้นให้เราได้รับการประเมินแง่บวกไปเรื่อย ๆ แทบไม่มีซีอีโอท่านไหนเลยที่มาทำงานสาย นักบริหารที่ทำงานเก่งล้วนมาทำงานก่อนใครกันทั้งนั้น และถ้าอยากฝึกตนให้มีนิสัยนี้ เราควรเริ่มทำเสียตั้งแต่ช่วงเป็นพนักงานใหม่     แน่นอนว่าในออฟฟิศย่อมมีคนที่เก่งกว่าเรา แต่คนที่ทุ่มเวลาให้กับการทำงานมากกว่าจะมีสิทธิ์ที่จะประสบความสำเร็จสูงกว่า หัวหน้าก็ชื่นชอบ แถมยังส่งผลดีต่อการทำงาน พอตื่นเช้าก็มีเวลามาก ได้ทำธุระส่วนตัวสบาย ๆ ไม่ต้องอดข้าวเช้า ได้มาออฟฟิศแต่เช้า รอบตัวเรามีคนจำนวนไม่น้อยที่ตื่นสาย ตาลีตาเหลือกมาทำงาน ใช้ห้องน้ำที่ทำงานทำธุระ หาข้าวเช้ากินแถวที่ทำงาน หากผู้บริหาร หรือหัวหน้าเห็นลักษณะของพนักงานคนนั้นบ่อย ๆ เข้าจะประเมินเขาไปในทางที่ลบ ออฟฟิศทั่วไปกำหนดเวลาเข้างานประมาณ 8.00-09.00 น. พนักงานใหม่ควรเข้างานก่อนรุ่นพี่สัก 30 นาทีถึงจะดูว่ามีอนาคตไกล เป็นพนักงานขยัน คนเข้าออฟฟิศแต่เช้าจะได้รับโอกาสมากมาย ทั้งโอกาสสะสางงานที่เพิ่งได้รับมอบหมายทั้งโอกาสขึ้นลิฟต์ตัวเดียวกับผู้บริหาร ได้พูดคุยกับท่าน การเข้าทำงานเร็วช่วยได้ […]

กอดรัด…สัมผัสแห่งรัก

อยากเคี้ยน…อยากเขียน เรื่องคนกอดกันครับ… (สัมผัสแห่งรัก) เมื่อไม่นานมานี้ ผมมีโอกาสได้คุยกับเพื่อนรุ่นน้องคนหนึ่ง เธอเป็นเบญจกัลยาณีมาก เธอมีลูกชายวัยน่ารักสองคน อายุประมาณสี่ขวบกับหกขวบ (อันนี้ผมเดาเอาเองนะครับ ผมยังไม่มีลูกเลยกะอายุเด็กไม่ถูก) มีอยู่ช่วงหนึ่งสามีของเธอต้องเดินทางไปติดต่อธุรกิจ เธอต้องเลี้ยงลูกคนเดียว เหนื่อยมาก เธอเล่าให้ผมฟังว่า “เหนื่อยแค่ไหนก็หายพี่ เมื่อหนูได้กอดลูก” ทันทีที่ความรักถูกส่งไปทางกายสัมผัส ก็แทบไม่ต้องมีภาษาพูดให้สดับ ไม่ต้องมีคำอธิบายใด ๆ ทั้งคุณแม่และลูกชายตัวน้อยต่างก็เข้าใจตรงกันว่า ต่างคนต่างเป็นที่รักของกันและกันสุดประมาณ เธอยังเล่าต่ออีกว่า เวลาเธอกอดกับสามี แล้วลูกเดินมาเห็นพ่อแม่กอดกัน สามีเธอจะผละออก เพราะคงจะเขินลูก เธอเลยบอกกับสามีว่า “เรามากอดกันเถอะพี่ ไม่เป็นไรหรอก เรามาแสดงความรักต่อกัน” นานเข้าสามีเธอจึงคล้อยตาม ตั้งแต่นั้นมา ถ้าเจ้าลูกชายตัวน้อยบังเอิญมาเห็นพ่อกับแม่กอดกัน เขาจะวิ่งเข้ามากอดด้วยทันที ช่างเป็นมโนภาพที่ซึ้งจับจิตจริง ๆ เธอให้เหตุผลว่า ที่เธอยืนกรานและกล้าหาญในการแสดงความรักต่อคนที่เธอรักอย่างเปิดเผย เพราะตอนเด็ก ๆ แม่ไม่เคยกอดเธอเลย ไม่เคยแม้แต่จะพาลูกสาวไปส่งที่โรงเรียน…และเธอก็ฝังใจมาตลอด ผมอยากบอกกับเธอว่า แม่เธอรักเธอมาก เพียงแต่ท่านไม่รู้วิธีแสดงออกเท่านั้นเอง ในสังคมบ้านเรา คนแบบเธอกับผมนั้นมีน้อยมาก ตัวผมเองอายุ 35 ปีแล้ว แต่ผมยังกอดและหอมแม่เหมือนเด็ก ๆ แม่ผมตัวเล็ก บางครั้งผมก็อุ้มแม่ได้อย่างไม่เคยอายใคร […]

กรรมนั้น…คืนสนอง – ผลกรรมที่ทำไว้กับแมลงปอ

เรื่องเวรกรรมมีจริงไหม ฉันเองก็ไม่รู้… แต่ก็เลี่ยงจะกระทำสิ่งใดอันเป็นการสร้างเวรสร้างกรรมต่อกัน เพราะสิ่งที่จะเล่าให้ฟังต่อไปนี้ ฉันไม่แน่ใจเหมือนกันว่า… เกิดจากอดีตที่แม่เคยทำบาปไว้หรือไม่ ชายหาดหัวหินเช้านี้สงบเงียบดีแท้ คงเพราะยังเช้ามากอยู่กระมัง ผู้คนจึงยังไม่อยากลุกออกจากที่นอน มีเพียงแค่เราสองคนแม่ลูกเดินเล่นเลาะไปตามชายหาด สัมผัสคลื่นน้ำทะเลแตกฟองขาวที่วิ่งไล่กระทบหาดอย่างช้า ๆ ดื่มด่ำกับอากาศแสนบริสุทธิ์และสายลมที่พัดมาอย่างแผ่วเบา บรรดาเปลือกหอยชิ้นเล็กชิ้นน้อยลวดลายแปลกตา ยังพอมีให้เห็นบนหาดทราย เจ้าปูตัวเล็กตัวน้อยต่างพากันซอยขาถี่ยิบวิ่งหนีลงรู คงรับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือนตอนที่แม่กับฉันเดินเข้ามาใกล้…ระหว่างที่ฉันเดินจูงมือแม่อยู่นั้น จู่ ๆ แม่ก็พูดขึ้นมาว่า “สงสัยเป็นเพราะเวรกรรมที่ไปหักขาปูไว้” ทำไมแม่ถึงพูดอย่างนั้นน่ะหรือ ก็เพราะตั้งแต่แม่อายุย่างเข้าสู่วัย 50 ปีก็เริ่มมีอาการปวดเข่า เสียวหัวเข่า ทำให้ไม่ค่อยอยากเดินไปไหนมาไหน ต้องใส่อุปกรณ์รัดเข่าช่วยพยุงเดิน ตอนนี้แม่อายุ 60 ปีพอดี อาการปวดเข่าก็ยังเป็น ๆ หาย ๆ ถ้าพูดตามหลักทางการแพทย์ก็คือน้ำหนักตัวและอายุที่เพิ่มมากขึ้นนั่นแหละที่เป็นตัวก่อปัญหา เคยพาไปเอกซเรย์พบว่าเริ่มมีแคลเซียมเกาะที่บริเวณกระดูกข้อเข่าเล็กน้อย ทำให้เกิดอาการเจ็บเสียวเวลาเดิน ส่วนเรื่องที่แม่เปรยขึ้นมาเรื่องหักขาปูนั้น สืบเนื่องมาจากสมัยยังสาว แม่มักออกไปจับปูตามทุ่งนา เมื่อจับได้ก็จัดการหักแข้งหักขาโยนใส่กระป๋อง ถึงบ้านก็เอามาสับละเอียดเพื่อทำเป็นอาหารให้เป็ดที่เลี้ยงไว้…เจ้าปูเหล่านั้นคงเจ็บปวดมากกว่าแม่หลายเท่านัก! ที่จริงแล้วเรื่องหักขาปูไม่ใช่เรื่องเวรเรื่องกรรมเรื่องแรกที่แม่นึกถึง… ก่อนหน้านี้แม่มีปัญหาเรื่องท้องผูกเป็นประจำ จนต้องคอยใช้ยาสวนถ่ายอุจจาระ แม่มีอาการอย่างนี้มาร่วม 20 ปี จนวันหนึ่งถึงกับเปรยขึ้นมาว่า “คงเป็นเพราะเวรกรรมที่สมัยเด็ก ๆ แม่ชอบไปไล่จับแมลงปอมาเด็ดหาง แล้วเอาก้านดอกหญ้าเสียบตูดเจ้าแมลงปอไว้ จากนั้นก็ปล่อยให้มันบินตุปัดตุเป๋ขึ้นฟ้าไปกับหางอันใหม่ที่แม่ทำให้” […]

แก้ว กวินนา สุวรรณประทีป เปรยอยากบวชตลอดชีวิต 

แก้ว กวินนา สุวรรณประทีป เปรยอยากบวชตลอดชีวิต แก้ว กวินนา สุวรรณประทีป อดีตนางเอกดัง แชร์ประสบการณ์อยากบวชแบบนี้ไปตลอดชีวิต หลังปลงผมบวชชี ณ วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดพิษณุโลก ย้อนกลับไปเมื่อ 20 ปีก่อน แก้ว กวินนา สุวรรณประทีปเป็นนางเอกที่โด่งดังในยุคนั้นเลยก็ว่าได้ วัดได้จากละครหลายเรื่องที่เธอแสดงยังคงเป็นที่รู้จักมาจนถึงตอนนี้ เช่น อรุณสวัสดิ์ เจ้านาง ซอสามสาย สุดแต่ใจจะไขว่คว้า สามหนุ่มเนื้อทอง สะใภ้ปฏิวัติ เป็นต้น     เธอเข้าสู่วงการบันเทิงด้วยการเป็นนักเรียนการแสดงของช่อง 3 และมีผลงานภาพยนตร์เรื่องแรกในชีวิตคือ “ฝากฝันไว้เดี๋ยวจะเลี้ยวมาเอา” เมื่อ พ.ศ. 2535 ในปีเดียวกัน ได้เล่นละครเรื่องแรกคือ “อรุณสวัสดิ์” ออกอากาศทางช่อง 7 ล่าสุดเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา คุณแก้วได้ตัดสินใจบวชชีที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดพิษณุโลก โดยก่อนหน้านี้เธอได้ศึกษาธรรมะมาระยะหนึ่งแล้ว เธอเผยความรู้สึกตอนที่บวชว่า รู้สึกว่าจิตใจสงบมาก และหลังจากสึกออกมาได้เห็นข่าวการบวชของเธอในโลกออนไลน์ เธอจึงโพสต์ข้อความในอินสตาแกรมส่วนตัวว่า       “ตื่นเช้ามาเจอข่าวนี้ ก็อยากที่จะละทางโลก ไปบวชชีตลอดชีวิตเหมือนกันนะ หากไม่ติดว่าเป็นห่วงพ่อกับแม่ […]

มาร์ช จุฑาวุฒิ ภัทรกำพล บริจาคเงินสมทบทุนการวิจัยเพื่อการรักษาโรคมะเร็ง

มาร์ช จุฑาวุฒิ ภัทรกำพล บริจาคเงินสมทบทุนการวิจัยเพื่อการรักษาโรคมะเร็ง นับว่าเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม เมื่อดาราชายวัยรุ่นอย่าง มาร์ช จุฑาวุฒิ ภัทรกำพล บริจาคเงินร่วมกับแฟนคลับมอบให้กับมูลนิธิศิริราช  อย่างที่ทราบกันดีว่าหนุ่มมาร์ชจะบริจาคเงินให้กับมูลนิธิศิริราช เพื่อเป็นการสมทบทุนการวิจัยเซลล์บำบัด เพื่อการรักษาโรคมะเร็งเนื่องในวันเกิดของเขา ซึ่งบริจาคอย่างนี้มาประมาณ 3 ปีแล้ว เมื่อ พ.ศ.2561 ที่ผ่านมา ได้โพสต์ในอินสตาแกรมส่วนตัวถึงยอดบริจาคของผู้สนใจ แฟนคลับ และมาร์ชเองเป็นจำนวนเงิน 250,000 บาท       เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2562 ที่ผ่านมา มาร์ชได้โพสต์ข้อความพร้อมกับภาพถ่ายของใบเสร็จที่ได้บริจาคเงินจำนวนหนึ่งให้กับมูลนิธิศิริราชว่า “นอกจากที่ผมได้นำปัจจัยไปถวายสร้างพุทธคยามหาเจดีย์ เงินที่ทุกคนร่วมทำบุญกันมาอีกส่วนหนึ่งผมนำไปบริจาคให้ศิริราชมูลนิธิครับ อนุโมทนาบุญนะครับ”  ซึ่งเจ้าตัวบอกว่าเงินจำนวนนี้มาจากการบริจาคของบรรดาแฟนคลับ และการขายโฟโต้บุ๊ก ข้าวของเครื่องใช้ของตนเอง เป็นต้น       สาเหตุที่มุ่งเน้นบริจาคเกี่ยวกับโรคมะเร็งเพราะคุณแม่ป่วยเป็นโรคนี้อยู่ ตอนที่ท่านป่วย มาร์ชได้ทำการศึกษาเพื่อให้ตนเองได้เข้าใจโรคนี้มากขึ้น แล้วได้เห็นว่าโรคมะเร็งเป็นภัยร้ายที่คุกคามคนไทย การสมทบทุนวิจัยนี้จึงไม่ต่างจากการต่อสู้เพื่ออนาคต เขาเชื่อว่าถ้าวันหนึ่งการรักษาโรคนี้มีความล้ำสมัยจะเป็นผลดีต่อคนไทยและคนทั้งโลก มาร์ชยังเผยความในใจที่เป็นห่วงคุณแม่ แต่สุขภาพของท่านเป็นปกติและท่านก็มีความสุขดี สังเกตได้จากคลิปในยูทูปที่ท่านจะยิ้มแย้มอยู่เสมอ ถึงสุขภาพจิตของท่านจะดีมาก จนเหมือนว่าท่านไม่ได้ป่วยเป็นอะไรเลย แต่คนรอบข้างต่างกลับรู้สึกปั่นทอนเพราะไม่อยากจะเชื่อเลยว่าสิ่งนี้จะเกิดกับคนที่เขารัก […]

เปลี่ยนลูกให้รักเรียน ด้วยพลังของจิตแห่งความเป็นแม่

ส่วนตัวเชื่อมานานแล้วค่ะว่า พลังของจิต มีอยู่จริง พลังที่ว่าก็คือความจริงที่ออกมาจากจิตจากใจ ซึ่งมันก็ได้พิสูจน์อีกครั้งเมื่อรุ่นพี่ที่สนิทกันมาปรึกษาว่า ลูกชายวัย 5 ขวบเข้าเรียนอนุบาล 1 ซึ่งเป็นการเปลี่ยนโรงเรียนจากบริบาลที่เก่ามาเรียนอนุบาลในโรงเรียนใหม่ แต่มีปัญหาคือ น้องไม่ยอมเรียน ไม่ยอมระบายสี ไม่กินข้าวกลางวัน เอาแต่เล่นอย่างเดียว ทั้ง ๆ ที่ตอนอยู่บริบาลที่โรงเรียนเก่า แกก็ไม่เคยมีปัญหาเหล่านี้เลย ฉันแนะนำให้รุ่นพี่ลองหาโอกาสพูดคุยกับน้อง บอกถึงความสำคัญและประโยชน์ของการเรียนหนังสือให้น้องฟัง และไม่ลืมที่จะย้ำไปว่า ทุก ๆ คำที่พูด ขอให้พูดออกมาจากใจและเป็นเรื่องจริงเท่านั้น ผ่านไป 1 วัน รุ่นพี่ก็มาส่งข่าวมาว่าได้พูดไปแล้ว แต่น้องก็ยังมีปัญหาเหมือนเดิม ฉันจึงถามไปว่า พี่พูดว่ายังไงบ้าง รุ่นพี่ : พี่ก็บอกว่า น้องโต (ชื่อของลูกชายเธอค่ะ) น้องต้องขยันเรียนนะ อย่าเอาแต่เล่น ไม่งั้นหม่าม้าจะอายคนอื่นเขา ฉัน : พี่คะ หากพี่พูดว่าพี่อายคนอื่นเพราะการกระทำของน้อง นั่นเท่ากับว่าพี่คิด พูด และทำทุกอย่างก็เพื่อตัวพี่เอง พี่แค่เอาน้องมาเป็นเครื่องมือในการแต่งเติมภาพลักษณ์ในวงสังคม มันเป็นการทำเพื่อตัวพี่เอง ไม่ใช่เพื่อตัวน้อง กลับกันหากการไม่เรียนหนังสือคือค่านิยมที่สังคมยอมรับว่าดี พี่ก็คงไม่ตำหนิน้องที่น้องไม่เรียน เพราะมันทำให้พี่ได้รับการชื่นชมจากสังคม ทั้ง […]

ริต้า-ศรีริต้า เจนเซ่น ควงกรณ์มอบทุนการศึกษาและไหว้พระ-ทำบุญที่เชียงใหม่

ริต้า-ศรีริต้า เจนเซ่น ควงกรณ์มอบทุนการศึกษาและไหว้พระ-ทำบุญที่เชียงใหม่ นักแสดงสาว ริต้า-ศรีริต้า เจนเซ่น พร้อมกับกรณ์ ณรงค์เดช แฟนหนุ่มพากันไปมอบทุนการศึกษา ข้าวสารอาหารแห้ง และร่วมเลี้ยงอาหารเช้าแก่นักเรียนที่มีผลการเรียนดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ที่จังหวัดเชียงใหม่   https://www.instagram.com/p/B2Y9S9ED5jj/   ริต้าโพสต์ข้อความพร้อมรูปถ่ายลงในอินสตาแกรมส่วนตัว เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2562 ที่ผ่านมาว่า “วันนี้ขออนุโมทนาบุญด้วยค่ะ ริต้ากับพี่กรณ์มอบทุนการศึกษา ข้าวสารอาหารแห้ง และร่วมเลี้ยงอาหารเช้าให้กับนักเรียนเรียนดีที่เชียงใหม่เจ้า ขอขอบคุณโรงแรมเชียงใหม่ออคิดที่เอื้อเฟื้อสถานที่ เเละพี่หมูหวานที่เป็นธุระประสานงานให้ค่ะ”      ซีเคร็ตขออนุโมทนาบุญกับการทำบุญของคุณริต้ากับคุณกรณ์ ณ โอกาสนี้ด้วยค่ะ นอกจากคู่รักคนดังคู่นี้จะสร้างบุญด้วยการมอบโอกาสทางการศึกษาให้กับน้อง ๆ ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์แล้ว ยังไหว้พระ-ทำบุญที่วัดสำคัญในจังหวัดเชียงใหม่อีกด้วย เช่น วัดสิงห์วรมหาวิหาร     นับว่าเป็นทริปบุญโดยแท้ เพราะมีบรรดาเพื่อนและผู้ใหญ่ในวงการบันเทิง เช่น ผู้จัดละครชื่อดังอย่างคุณหน่อง คุณไก่ คุณใหม่ และคนอื่น ๆ ร่วมทริปบุญครั้งนี้ไปด้วย สาธุค่ะ โดยคุณริต้าโพสต์ข้อความในอินสตาแกรมอีกว่า “ขอบคุณพี่หน่อง พี่ไก่  และพี่ใหม่ ที่เป็นสะพานบุญให้ริต้านะคะ […]

“ตราบาปในใจ” ผลกรรมจากการผิดศีลข้อ 3 เพราะห้ามใจไม่ไหว

“เขานั้นมีคู่อยู่แล้ว เขารักปักใจแน่แน่ว แล้วเธอรักเขาทำไม เขามีลูกน้อยเป็นพยานรักไว้ข้างกาย ด้วยความรักปักดวงใจที่เขาให้กับครอบครัว เขาคงรักเธอเหมือนกัน รักเพราะใกล้ชิดกัน ศีลธรรมก็กั้นไม่ไหว แต่รักที่เธอให้เขา รักนั้นเพื่ออะไร ครอบครัวเขาอยู่กับใคร ถ้าเธอไปแย่งเขามา คิดแล้วชวนให้ยิ่งสงสาร รักแล้วยิ่งทรมาน น้ำตามันตกข้างใน เลิกกันวันนี้ ให้เขากลับตัวกลับใจ ยอมรับเป็นผู้แพ้ไป ฟ้าคงอภัยให้เธอ” เสียงเพลงจากยูทูบ “รักเขาทำไม” ทำให้ดิฉันนึกถึงอดีตเมื่อสมัยสิบกว่าปีก่อนในวัยยี่สิบต้น ๆ  (ผลกรรมจากการผิดศีลข้อ 3) ดิฉันกับพี่สิงห์ทำงานที่เดียวกัน เป็นร้านอาหารในห้างดัง ดิฉันเป็นพนักงานหน้าร้านคอยรับออร์เดอร์ ดูแลลูกค้า ส่วนพี่สิงห์เป็นพนักงานส่งของ ที่ร้านเราทำงานเป็นทีมช่วยเหลือซึ่งกันและกัน แต่พี่สิงห์จะคอยเป็นห่วงดิฉันเป็นพิเศษ งานหนัก ๆ เช่น เบิกของในสโตร์ ตักน้ำแข็ง ถูพื้น ฯลฯ พี่สิงห์จะอาสาทำให้ เวลากลับจากส่งของลูกค้าข้างนอก พี่สิงห์ก็จะมีของกินติดไม้ติดมือมาฝากเสมอ จนดิฉันเคลิ้มไปว่าพี่สิงห์คงคิดกับดิฉันเกินเลยมากกว่าเพื่อนร่วมงาน ดิฉันได้แต่เก็บความรู้สึกไว้ในใจเพราะรู้ว่าพี่สิงห์มีเมียมีลูกอยู่แล้ว และเมียพี่สิงห์ก็ดีกับดิฉันมากมาย ทำกับข้าวมาให้ ชวนไปเที่ยวที่ห้อง ดูหนัง ฟังเพลงด้วยกัน แต่เพราะความใกล้ชิดและความมักง่ายของดิฉันที่ไม่อาจห้ามใจก็เลยพลาดจนได้ พี่สิงห์ทำงานคนละกะกับเมียก็เลยมีเวลามารับมาส่งดิฉัน แต่เพื่อน ๆ ที่ทำงานก็คิดว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะนอกจากดิฉันแล้วพี่สิงห์ก็มีน้ำใจกับน้อง […]

ตัวเล็กแต่ใจใหญ่…สี่พี่น้องหาเงินช่วยพ่อแม่อุปการะน้องอีกคน

ว่ากันว่าคนเป็นพ่อแม่จะรู้ว่าเมื่อไรที่ครอบครัวของตัวเองสมบูรณ์ครบถ้วนแล้ว บางครอบครัวอาจมีลูกแค่คนเดียวก็พอ แต่บางครอบครัวขอมีลูกสักโหล และบางครอบครัวก็จะไม่หยุดจนกว่าจะได้รับอุปการะเด็กที่ต้องการความช่วยเหลือ (ตัวเล็กแต่ใจใหญ่) อย่างในกรณีของครอบครัวที่น่ารักครอบครัวนี้ สองสามีภรรยา ซิดนีย์ และ เลห์ตัน เทท (Sidney & Leighton Tate) มักจะพูดคุยกันเสมอเรื่องอุปการะเด็กสักคน เมื่อลูกสาวทั้งสี่คนแอบได้ยินพ่อแม่คุยกัน จึงตั้งใจว่าจะทำให้ความต้องการของพ่อกับแม่สำเร็จให้จงได้ ซูซานนา และ แมรี แอนสัน วัย 11 ขวบ เอเลนอร์ วัย 7 ขวบ และ เอเวลีน วัย 4 ขวบ มีความสุขมากเมื่อคิดว่าจะมีน้องเพิ่มมาอีกคน ทุกคนจึงอยากให้พ่อกับแม่ดำเนินเรื่องขออุปการะเดี๋ยวนี้เลย แต่คุณพ่อเลห์ตันอธิบายให้ลูก ๆ ฟังว่า การขออุปการะเด็กมีค่าใช้จ่ายสูงมาก โดยต้องจ่ายถึง 4,000 ดอลลาร์เพื่อเริ่มกระบวนการยื่นเรื่องขออุปการะ ซึ่งลูก ๆ สามารถช่วยพ่อแม่ได้ เราจะร่วมฝ่าฟันไปด้วยกัน หลังจากพูดคุยกับลูก ๆ แล้ว คุณแม่ซิดนีย์กับคุณพ่อเลห์ตันก็ไม่ได้คิดว่าจะมีอะไรตามมาหลังจากนั้น แต่ปรากฏว่าลูก ๆ ผุดไอเดียวางแผนช่วยพ่อแม่ได้อย่างน่ารักมาก เด็ก […]

เพราะความฝันได้นำพาฉันมาจนถึงจุดนี้ : พญ. สาธิตา สีพาชา

เพราะความฝันได้นำพาฉันมาจนถึงจุดนี้ : พญ. สาธิตา สีพาชา หลังจากมีการแชร์เรื่องราวของแพทย์หญิงท่านหนึ่งที่ได้รับพระราชทานชั้นสายสะพาน (ปม.) ไปเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2561 ที่ผ่านมา เธอได้เล่าเส้นทางชีวิตเธอซึ่งไม่ธรรมดาเลยกว่าเธอจะได้เป็นคุณหมอตามความฝันของเธอในวัยเด็ก เชื่อว่าเส้นทางชีวิตของ พญ. สาธิตา สีพาชา จะเป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจได้ดีเลยทีเดียว เธอมีชีวิตที่ลำบากมาตั้งแต่เด็ก เพราะเป็นครอบครัวชาวนา สิ่งที่ประทับใจในวัยเด็กคือสามารถสอบชิงทุนการศึกษาได้ 200 บาท ในระหว่างเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษา พอเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นต้องปั่นจักรยานไปเรียน ซึ่งโรงเรียนห่างจากบ้าน 24 กม.จนเพื่อน ๆ เรียกเธอว่า “วัลลี” เธอเป็นเด็กเรียนดี คุณครูจึงพาไปสอบเข้าชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่โรงเรียนสาธิต คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งเธอสอบได้ที่ 34 จาก 60 คน แต่ฝันสลายเมื่อคุณพ่อไม่มีเงินส่งเธอเรียน เพราะไหนจะค่าหอพัก ค่าชมรมผู้ปกครองแรกเข้า 10,000 บาท สุดท้ายเธอสอบติดที่โรงเรียนโกสุมวิทยาสรรค์ เธอไม่มีโอกาสเรียนพิเศษเหมือนเพื่อน ๆ เพราะช่วงปิดเทอมช่วยคุณน้าขายก๋วยเตี๋ยวที่กรุงเทพฯ ทำให้มีเงินถึง 1,100 บาท  […]

คุณแม่ลูก 6 ทำอาหารกลางวัน 100 ชุดแจกเด็กยากไร้ในชุมชนทุกวัน

เป็นที่รู้กันดีว่าอาหารที่มีคุณประโยชน์นั้นเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเด็กที่กำลังเจริญเติบโต แต่ก็ยังมีเด็ก ๆ มากมายที่ได้รับอาหารไม่เพียงพอ ที่น่าเศร้าไปกว่านั้นคือ มีเด็กจำนวนมากที่ไม่รู้ว่าตัวเองสามารถร้องขอความช่วยเหลือในเรื่องนี้ได้ หรือไม่รู้จะไปพูดคุยปัญหากับใคร คุณแม่ลูก 6 แชมเพล แอนเดอร์สัน (Champale Anderson) รู้ดีว่า ทุกวันยังมีเด็กจำนวนมากที่ยากไร้ไม่มีอาหารกลางวันรับประทาน ดังนั้นตลอดเวลา 5 ปีที่ผ่านมา เธอได้ทำสิ่งที่สร้างความแตกต่างให้แก่ชุมชนของเธอในเมืองเซนต์หลุยส์ รัฐมิสซูรี่ สิ่งที่เธอทำนั้นน่าชื่นชมเกินคำบรรยาย นั่นคือ ทุกวันเธอจะแพ็คถุงอาหารกลางวันกว่า 100 ถุง ซึ่งในนั้นบรรจุของกินที่มีประโยชน์กับเด็ก เช่น แซนวิชเจลลี่และเนยถั่ว ผลไม้ ผักนานาชนิด น้ำผลไม้ คุกกี้ ฯลฯ และเธอยังมีนโยบาย “เปิดประตูต้อนรับ” อีกด้วย ในทางกลับกัน เด็ก ๆ สามารถแวะมาก่อนเข้าเรียนหรือหลังเลิกเรียนได้ เพื่อรับถุงอาหารและพูดคุยกับผู้ใหญ่สักคน โดยไม่มีการซักถามจู้จี้หรือขอสิ่งใดตอบแทน บางครั้งแชมเพลก็สร้างความสนุกสนานให้เด็ก ๆ ดังนั้นเวลาที่เด็กลงจากรถโรงเรียน ก็จะพากันวิ่งมาที่บ้านเธอ เพื่อจะมาลุ้นว่าวันนี้เธอใส่อะไรไว้ในถุง แชมเพลบอกว่า เธอจะใส่อะไรที่พิเศษสลับไปสลับมา ซึ่งเด็ก ๆ ชอบกันมาก สิ่งที่แชมเพลริเริ่มทำมาตลอดหลายปีนี้ประสบความสำเร็จมาก ทำให้เธอหวังจะขยายโครงการนี้ไปยังชุมชนอื่นที่ขัดสนเช่นกัน เธอกำลังหาเงินบริจาคเพื่อให้โครงการช่วยเหลือเด็ก […]

“เมตตาธรรม ค้ำจุนโลก” ชีวิตสงบสุขเมื่อเอื้อเฟื้อให้แก่สัตว์อื่นรอบตัว

ตอนที่ยังทำงานอยู่ ฉันรู้สึกเป็นศัตรูกับนาฬิกาปลุกมาก และวาดฝันเอาไว้ว่า ถ้าไม่ต้องทำงานเมื่อไร จะเก็บมันยัดเข้าลิ้นชักแล้วนอนตื่นสายดื่มด่ำกับความเงียบสงบยามเช้าเสียให้เข็ด แต่พอออกจากงานมาจริง ๆ อะไร ๆ กลับไม่เป็นอย่างที่หวัง! เนื่องจากถึงแม้จะไม่มีเสียงนาฬิกา แต่ฉันก็ต้องสะดุ้งตื่นแต่เช้าทุกวัน เพราะสรรพสำเนียงของสารพัดสิ่งรอบตัว เริ่มจากนักมวยข้างบ้านที่ลุกขึ้นมาซ้อมตั้งแต่ไก่ยังไม่โห่ พร้อมกับส่งเสียงร้องอย่างไม่เกรงใจใคร ตามด้วยคนขนขยะที่มาแต่เช้าตรู่ ปลุกให้น้องหมาทั้งหลายเห่าหอนกันลั่นไปหมด ต่อด้วยรถขายของคันแล้วคันเล่าที่ประกาศโฆษณาเสียงดังคับซอย จากนั้นไม่นานน้องหมาก็พร้อมใจกันเห่าไล่แมวและนกพิราบที่มาแย่งกินอาหาร จบลงด้วยเสียงน้องแมวจรจัดที่วิ่งไล่กัดกันโดยไม่รู้สาเหตุ! ทั้งหมดทำให้ฉันต้องงัวเงียตื่นขึ้นมาทุกวัน ตอนกลางคืนก็นอนไม่ค่อยหลับเพราะเสียงกระรอกที่วิ่งเล่นกันบนฝ้าเพดานอย่างครึกครื้น สลับกับเสียงแมวที่คงจะแย่งคู่กันหรือไม่ก็ไล่หนู! นี่มันสนามรบหรืออะไรกันแน่! ฉันจึงหาทางกำจัดต้นเหตุแห่งเสียงที่มาจากฝีมือมนุษย์ไปทีละอย่างก่อน ทั้งด้วยวิธีการตามกฎหมายและการเจรจา ซึ่งไม่ยากนักเพราะพูดภาษาเดียวกัน แต่ก็ยังหาความสงบสุขไม่ได้เพราะไม่สามารถเจรจากับบรรดาสรรพสัตว์ ฉันจึงเรียกแม่บ้านมาเพื่อใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด คือการกำจัดแหล่งอาหารของน้องสัตว์ทั้งหลาย “ต่อไปนี้เก็บเศษอาหารในครัวอย่าให้เหลือซาก ถังขยะก็อย่าให้ค้าง พวกหนูจะได้ไม่แอบเข้ามาอีก เวลาให้อาหารหมาก็ห้ามเผื่อแผ่ไปถึงแมวหรือนกพิราบ พวกมันจะได้ไปหากินกันที่อื่น” (ข้อหลังนี่เป็นคำแนะนำของสามีจอมโหด!) มาตรการต่าง ๆ ดูจะได้ผลดีในระยะแรก แต่ฉันนอนกระหยิ่มยิ้มย่องได้ไม่นานพวกมันก็พากันแห่กลับมาอีก ฉันก็งัดสารพัดวิธีมาใช้อีก จนวันหนึ่งฉันพบนกพิราบนอนตายอยู่บนพื้นถนนในโรงรถ สภาพเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก…ตัวเบาหวิวราวไร้น้ำหนัก ฉันรู้สึกผิดมากขึ้นเมื่อเห็นแมวจรจัดซึ่งเคยมาอาศัยกินอาหารที่บ้านก็ดูผอมโซจนแทบเดินไม่ไหว! และที่ตอกย้ำความผิดมากขึ้นคือ เจ้ากระรอกน้อยและหนูตัวเล็กที่สาวใช้ของฉันดักจับไว้ในกรง พวกมันไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงจะดิ้นรน คงเพราะอดอาหารมาหลายวันนั่นเอง! เย็นวันนั้นฉันนั่งมองอาหารมากมายที่อยู่ตรงหน้า แต่กลับรู้สึกไม่อยากกินอะไรเลย อาหารเหล่านี้พวกเราไม่เคยกินหมดและต้องทิ้งถังขยะหลายครั้ง ในขณะที่สัตว์ร่วมโลกผู้น่าสงสารเหล่านั้นกำลังหิวโซและกระเสือกกระสนหาแค่เศษอาหารที่เราทำหล่นไว้ ถ้าเพียงแต่เราจะแบ่งปันส่วนเกินให้บ้างเพียงเล็กน้อย ก็สามารถทำให้พวกมันอยู่รอดและไม่ต้องตกอยู่ในสภาพอันน่าอเนจอนาถเช่นนี้ ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่ามนุษย์เป็นสัตว์ที่เห็นแก่ตัวที่สุด […]

ธารน้ำใจศิลปินดาราสู้ภัยน้ำท่วมอุบลราชธานี

ธารน้ำใจศิลปินดาราสู้ภัย น้ำท่วมอุบลราชธานี ตอนนี้ประเทศไทยกำลังประสบกับภัยน้ำท่วม โดยสถานการณ์หนักคือ น้ำท่วมอุบลราชธานี แม้ปริมาณน้ำจะมากขนาดไหนแต่ดูเหมือนธารน้ำใจจะมากยิ่งกว่ากระแสน้ำท่วมเสียอีก เพราะมีเหล่าศิลปิน ดารา และคนดังหลายคนให้ความช่วยเหลือโดยการลงพื้นที่และบริจาคเงินไปช่วยเหลือเป็นจำนวนมาก ลองมาดูกันค่ะว่ามีใครบ้าง       ต่าย-เพ็ญพักตร์ ศิริกุล ได้เปิดระดมทุนเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยเธอและบรรดาเพื่อนๆ ร่วมมือร่วมใจกันบรรจุถุงยังชีพ และลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้วย เธอได้โพสต์ความเคลื่อนไหว และความคืบหน้าเรื่องสถานการณ์น้ำท่วมผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวของเธอเสมอ         ได๋-ไดอาน่า จงจินตนาการ ดาราสาวอีกคนที่ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี พร้อมด้วยข้าวของเครื่องใช้ และยาสามัญประจำบ้านที่จำเป็น สำหรับผู้ประสบภัยที่ขาดแคลนอาหาร เครื่องนอน และป่วยด้วยอาการเท้าเปื่อย ได๋-ไดอาน่ายังถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ว่ากำลังเดินทางเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยพร้อมกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งทำให้เห็นถึงปริมาณน้ำที่ท่วมสูง ซึ่งดาราสาวก็ได้ทำการช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างสุดกำลัง ทั้งยังพูดให้กำลังใจคนในพื้นที่อีกด้วย       คนในวงการบันเทิงอีกคนที่น่าชื่นชม บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ เขาได้มีโอกาสลงพื้นที่และสัมผัสกับความทุกข์ของผู้ประสบภัยที่ต้องอพยพมาอยู่ที่ศูนย์ผู้อพยพ เขาจึงได้เห็นความเดือดร้อนของชาวอุบลราชธานีและรู้สึกเห็นใจจนถึงกับร้องไห้ออกมา เขาสัมผัสได้ถึงความยากลำบากเพราะอยู่กับผู้ประสบภัยที่อำเภอวารินชำราบมาร่วมสัปดาห์ เขาเผยว่า ความเป็นอยู่ของผู้อพยพหนีน้ำท่วมที่นี่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก ช่วงนี้ฝนตกหนัก ทั้งยังมีลมพัดกรรโชกแรง ทำให้ผู้อพยพนอนไม่ได้ อีกทั้งถุงยังชีพที่เข้าไปมากมาย น่าจะเกินความต้องการด้วย […]

keyboard_arrow_up