“เมตตาธรรม ค้ำจุนโลก” ชีวิตสงบสุขเมื่อเอื้อเฟื้อให้แก่สัตว์อื่นรอบตัว

ตอนที่ยังทำงานอยู่ ฉันรู้สึกเป็นศัตรูกับนาฬิกาปลุกมาก และวาดฝันเอาไว้ว่า ถ้าไม่ต้องทำงานเมื่อไร จะเก็บมันยัดเข้าลิ้นชักแล้วนอนตื่นสายดื่มด่ำกับความเงียบสงบยามเช้าเสียให้เข็ด แต่พอออกจากงานมาจริง ๆ อะไร ๆ กลับไม่เป็นอย่างที่หวัง! เนื่องจากถึงแม้จะไม่มีเสียงนาฬิกา แต่ฉันก็ต้องสะดุ้งตื่นแต่เช้าทุกวัน เพราะสรรพสำเนียงของสารพัดสิ่งรอบตัว เริ่มจากนักมวยข้างบ้านที่ลุกขึ้นมาซ้อมตั้งแต่ไก่ยังไม่โห่ พร้อมกับส่งเสียงร้องอย่างไม่เกรงใจใคร ตามด้วยคนขนขยะที่มาแต่เช้าตรู่ ปลุกให้น้องหมาทั้งหลายเห่าหอนกันลั่นไปหมด ต่อด้วยรถขายของคันแล้วคันเล่าที่ประกาศโฆษณาเสียงดังคับซอย จากนั้นไม่นานน้องหมาก็พร้อมใจกันเห่าไล่แมวและนกพิราบที่มาแย่งกินอาหาร จบลงด้วยเสียงน้องแมวจรจัดที่วิ่งไล่กัดกันโดยไม่รู้สาเหตุ! ทั้งหมดทำให้ฉันต้องงัวเงียตื่นขึ้นมาทุกวัน ตอนกลางคืนก็นอนไม่ค่อยหลับเพราะเสียงกระรอกที่วิ่งเล่นกันบนฝ้าเพดานอย่างครึกครื้น สลับกับเสียงแมวที่คงจะแย่งคู่กันหรือไม่ก็ไล่หนู! นี่มันสนามรบหรืออะไรกันแน่! ฉันจึงหาทางกำจัดต้นเหตุแห่งเสียงที่มาจากฝีมือมนุษย์ไปทีละอย่างก่อน ทั้งด้วยวิธีการตามกฎหมายและการเจรจา ซึ่งไม่ยากนักเพราะพูดภาษาเดียวกัน แต่ก็ยังหาความสงบสุขไม่ได้เพราะไม่สามารถเจรจากับบรรดาสรรพสัตว์ ฉันจึงเรียกแม่บ้านมาเพื่อใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด คือการกำจัดแหล่งอาหารของน้องสัตว์ทั้งหลาย “ต่อไปนี้เก็บเศษอาหารในครัวอย่าให้เหลือซาก ถังขยะก็อย่าให้ค้าง พวกหนูจะได้ไม่แอบเข้ามาอีก เวลาให้อาหารหมาก็ห้ามเผื่อแผ่ไปถึงแมวหรือนกพิราบ พวกมันจะได้ไปหากินกันที่อื่น” (ข้อหลังนี่เป็นคำแนะนำของสามีจอมโหด!) มาตรการต่าง ๆ ดูจะได้ผลดีในระยะแรก แต่ฉันนอนกระหยิ่มยิ้มย่องได้ไม่นานพวกมันก็พากันแห่กลับมาอีก ฉันก็งัดสารพัดวิธีมาใช้อีก จนวันหนึ่งฉันพบนกพิราบนอนตายอยู่บนพื้นถนนในโรงรถ สภาพเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก…ตัวเบาหวิวราวไร้น้ำหนัก ฉันรู้สึกผิดมากขึ้นเมื่อเห็นแมวจรจัดซึ่งเคยมาอาศัยกินอาหารที่บ้านก็ดูผอมโซจนแทบเดินไม่ไหว! และที่ตอกย้ำความผิดมากขึ้นคือ เจ้ากระรอกน้อยและหนูตัวเล็กที่สาวใช้ของฉันดักจับไว้ในกรง พวกมันไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงจะดิ้นรน คงเพราะอดอาหารมาหลายวันนั่นเอง! เย็นวันนั้นฉันนั่งมองอาหารมากมายที่อยู่ตรงหน้า แต่กลับรู้สึกไม่อยากกินอะไรเลย อาหารเหล่านี้พวกเราไม่เคยกินหมดและต้องทิ้งถังขยะหลายครั้ง ในขณะที่สัตว์ร่วมโลกผู้น่าสงสารเหล่านั้นกำลังหิวโซและกระเสือกกระสนหาแค่เศษอาหารที่เราทำหล่นไว้ ถ้าเพียงแต่เราจะแบ่งปันส่วนเกินให้บ้างเพียงเล็กน้อย ก็สามารถทำให้พวกมันอยู่รอดและไม่ต้องตกอยู่ในสภาพอันน่าอเนจอนาถเช่นนี้ ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่ามนุษย์เป็นสัตว์ที่เห็นแก่ตัวที่สุด […]

ธารน้ำใจศิลปินดาราสู้ภัยน้ำท่วมอุบลราชธานี

ธารน้ำใจศิลปินดาราสู้ภัย น้ำท่วมอุบลราชธานี ตอนนี้ประเทศไทยกำลังประสบกับภัยน้ำท่วม โดยสถานการณ์หนักคือ น้ำท่วมอุบลราชธานี แม้ปริมาณน้ำจะมากขนาดไหนแต่ดูเหมือนธารน้ำใจจะมากยิ่งกว่ากระแสน้ำท่วมเสียอีก เพราะมีเหล่าศิลปิน ดารา และคนดังหลายคนให้ความช่วยเหลือโดยการลงพื้นที่และบริจาคเงินไปช่วยเหลือเป็นจำนวนมาก ลองมาดูกันค่ะว่ามีใครบ้าง       ต่าย-เพ็ญพักตร์ ศิริกุล ได้เปิดระดมทุนเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยเธอและบรรดาเพื่อนๆ ร่วมมือร่วมใจกันบรรจุถุงยังชีพ และลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้วย เธอได้โพสต์ความเคลื่อนไหว และความคืบหน้าเรื่องสถานการณ์น้ำท่วมผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวของเธอเสมอ         ได๋-ไดอาน่า จงจินตนาการ ดาราสาวอีกคนที่ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี พร้อมด้วยข้าวของเครื่องใช้ และยาสามัญประจำบ้านที่จำเป็น สำหรับผู้ประสบภัยที่ขาดแคลนอาหาร เครื่องนอน และป่วยด้วยอาการเท้าเปื่อย ได๋-ไดอาน่ายังถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ว่ากำลังเดินทางเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยพร้อมกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งทำให้เห็นถึงปริมาณน้ำที่ท่วมสูง ซึ่งดาราสาวก็ได้ทำการช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างสุดกำลัง ทั้งยังพูดให้กำลังใจคนในพื้นที่อีกด้วย       คนในวงการบันเทิงอีกคนที่น่าชื่นชม บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ เขาได้มีโอกาสลงพื้นที่และสัมผัสกับความทุกข์ของผู้ประสบภัยที่ต้องอพยพมาอยู่ที่ศูนย์ผู้อพยพ เขาจึงได้เห็นความเดือดร้อนของชาวอุบลราชธานีและรู้สึกเห็นใจจนถึงกับร้องไห้ออกมา เขาสัมผัสได้ถึงความยากลำบากเพราะอยู่กับผู้ประสบภัยที่อำเภอวารินชำราบมาร่วมสัปดาห์ เขาเผยว่า ความเป็นอยู่ของผู้อพยพหนีน้ำท่วมที่นี่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก ช่วงนี้ฝนตกหนัก ทั้งยังมีลมพัดกรรโชกแรง ทำให้ผู้อพยพนอนไม่ได้ อีกทั้งถุงยังชีพที่เข้าไปมากมาย น่าจะเกินความต้องการด้วย […]

ดูโคม ชมจันทร์ งานศิลป์ : วันไหว้พระจันทร์กับความทรงจำของชาวเยาวราชที่เปลี่ยนไป

ดูโคม ชมจันทร์ งานศิลป์ : วันไหว้พระจันทร์ กับความทรงจำของชาวเยาวราชที่เปลี่ยนไป วันไหว้พระจันทร์ เป็นวันที่ชาวจีนจะจัดเครื่องไหว้บูชาดวงจันทร์ ซีเคร็ตเชื่อว่ามีหลายคนที่รู้จักวันนี้ แต่คงไม่ทราบที่มาของวันและขั้นตอนการไหว้ว่าทำกันอย่างไร นับว่าเป็นความโชคดีที่ทางมหาวิทยาลัยศิลปากร ชุมชนเจริญไชย ห้างหุ้นส่วนจำกัด เอี๊ยะเซ้ง กงษี และ บริษัท ชุมชนเลื่อนฤทธิ์ จำกัด ได้จัดกิจกรรม “ดูโคม ชมจันทร์ งานศิลป์” ขึ้นเพื่อมอบความรู้แก่ผู้สนใจศึกษาประเพณีไหว้พระจันทร์ โดยมีการจัดเสวนา และนิทรรศการจัดแสดงผลงานนักศึกษากับคณาจารย์ที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิต และวัฒนธรรมของคนไทยเชื้อสายจีนในย่านเยาวราช-เจริญกรุง ซึ่งเป็นกิจกรรมทางวิชาการส่วนหนึ่งของโครงการวิจัยชื่อว่า “การพัฒนาเมืองวัฒนธรรมอัจฉริยะ : กรณีศึกษาย่านเยาวราช-เจริญกรุง”     ผลงานของนักศึกษาที่น่าสนใจ ได้แก่ ประติมากรรมต้นแบบ ชุด “วิถีเยาวราช” โดยคมสัน เพ็ชรสิทธิ์ เครื่องแขวนดอกเบญจมาศ เครื่องแขวนดอกโป๊ยเซียน และ ก่งประยุกต์โดย วิริน เชาวนะ และผลงานของนักศึกษาจากสาขาวิชาต่าง ๆ นิทรรศการของคณาจารย์ ได้แก่ แบบจำลองการออกแบบพื้นที่เพื่อการพัฒนาพื้นที่เมืองเก่าบริเวณย่านเยาวราช-เจริญกรุง และภาพแผ่นหินแสดงการเก็บค่าเช่าของชุมชนในสมัยก่อน นิทรรศการนี้จัดไปจนถึงวันที่ 22 กันยายน […]

ปลาตัวใหญ่กับอานิสงส์ของความกตัญญู

“ปลาตัวใหญ่ที่สุดให้ตากับยาย” (อานิสงส์ของความกตัญญู) คำพูดนี้ยังก้องอยู่ในหูของดิฉัน เหมือนเหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวันวาน ทั้ง ๆ ที่ผ่านมากว่าสามสิบปีแล้ว ซึ่งคำพูดนี้เป็นคำพูดของพ่อดิฉัน ขณะที่ยืนดูปลาซึ่งถูกจับได้จากหนองน้ำที่วางเรียงรายอยู่ในภาชนะต่าง ๆ มีทั้งเข่ง กะละมัง ถังน้ำ และกระสอบปุ๋ย ปลาที่จับมาได้มีมากมายหลากหลายชนิด ทั้งปลาช่อน ปลาดุก ปลาหมอ และอื่น ๆ อีกมากมายที่ดิฉันไม่รู้จัก ดิฉันเติบโตในชนบท มีวิถีชีวิตเรียบง่ายท่ามกลางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ทุก ๆ ปีของเดือนเมษายนซึ่งเป็นช่วงหน้าแล้ง น้ำในหนองคลองบึงเริ่มแห้ง ชาวบ้านจะเริ่มออกมาหาปลากัน โดยส่วนใหญ่ถ้าเป็นหนองน้ำขนาดเล็กก็ใช้แรงคนวิดน้ำออก แต่ถ้าหนองน้ำขนาดใหญ่จะใช้เครื่องสูบน้ำออก ที่บ้านของดิฉันมีหนองน้ำในนาขนาดใหญ่อยู่หลายแห่ง เป็นหนองน้ำที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติและมีปลาชุกชุมมาก ช่วงเมษายนของทุกปี บรรดาญาติมักจะมารวมตัวกันเพื่อหาปลาทำปลาตากแห้งไว้กิน พอถึงหน้าฝนเด็ก ๆ อย่างพวกเราจะมีความสุขมาก เพราะเป็นช่วงปิดเทอมใหญ่ ผู้ใหญ่ก็จะอนุญาตให้ตามไปจับปลา ด้วยการเดินทางไปหนองน้ำใช้เวลาเดินประมาณครึ่งชั่วโมงเพราะอยู่ไกลจากบ้าน พวกผู้ใหญ่จะล่วงหน้าไปก่อนประมาณครึ่งวัน โดยออกจากบ้านตั้งแต่ฟ้าเริ่มสางพร้อมข้าวห่อและเครื่องมืออุปกรณ์ในการสูบน้ำ การเดินทางต้องเดินไปตามเส้นทางเล็ก ๆ ตามคันนา และต้องแบกสัมภาระที่ต้องใช้ ได้แก่ จอบ มีดพร้า ขวาน และภาชนะสำหรับใส่ปลาที่จับได้ ซึ่งการขนสัมภาระเป็นไปอย่างทุลักทุเล โดยเฉพาะเครื่องสูบน้ำที่ต้องใช้คนหามถึงสามคน การทำงานเป็นทีมต้องใช้ความสามัคคี เด็ก […]

ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรีกับการสร้างสรรค์พระพุทธรูป

ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี กับการสร้างสรรค์พระพุทธรูป แม้ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี จะก้าวเข้าสู่ปัจฉิมวัยแล้วก็ตาม ท่านยังสร้างสรรรค์ผลงานด้านศิลป์มาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะงานประติมากรรม ได้แก่พระราชานุสาวรีย์ และอนุสาวรีย์บุคคลสำคัญทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด ประติมากรรมเหล่านี้ล้วนสะท้อนอัตลักษณ์ความเป็นไทย แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นมานะและอุตสาหะของท่านที่มีต่อการศึกษาและอนุรักษ์ศิลปะของไทย มีเหตุการณ์หนึ่งที่สะท้อนให้เห็นว่าท่านรักในความเป็นไทยอย่างแท้จริง เสวต เทศน์ธรรมได้เล่าถึงครั้งยังเป็นนักศึกษาคณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปกรอยู่ว่า ตอนที่อาจารย์ศิลป์สอนวิชาองค์ประกอบศิลป์ ท่านหอบรูปภาพสำหรับการสอนมาที่ห้องแล้วบอกว่า     “วันนี้ให้พวกนายออกแบบฉากละคร” เพื่อนคนหนึ่งถามท่านว่า “จะให้ออกแบบเรื่องอะไรครับ สวอน เลค หรือโรมีโอกับจูเลียตครับ”  “ไม่ละนาย เรามันคนไทย ต้องออกแบบเรื่องไทย ๆ ซิ”  ท่านพูดต่อว่า “วรรณคดีไทยเรามีตั้งหลายเรื่อง เช่น สังข์ทอง ไกรทอง พระสุธน มโนราห์” เพื่อนคนนั้นจึงถามว่า “จะให้ออกแบบตอนไหน และเรื่องบางเรื่องก็ไม่รู้ว่าเป็นไงมาไง อย่างเช่นเรื่องพระสุธน” อาจารย์ศิลป์ยิ้มนิดหน่อยแล้วพูดว่า “เอาละ พวกนายนั่งให้เรียบร้อย ฉันจะเล่าให้ฟังเรื่อง พระสุธน… พระสุธนนะ….” เรื่องที่อาจารย์เสวต เทศน์ธรรมเล่าสู่กันฟังคงทำให้ชาวศิลปากรอดที่จะอมยิ้มไม่ได้ เรียกได้ว่าท่านเป็นฝรั่งหัวใจไทยเลยก็ว่าได้ […]

“ผู้หญิงคิดบวก” เธอคือกำลังใจของฉัน

เคยบ้างไหมที่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยและอ่อนล้าจากการทำงาน แต่พอได้นึกถึงหรือคิดถึงใครบางคน กลับทำให้ความเหน็ดเหนื่อยนั้นจางหายไปได้ บางคนคิดถึงคนที่รัก บางคนคิดถึงคนในครอบครัว สำหรับฉันเวลามีปัญหากลับคิดถึงผู้ป่วยหลาย ๆ คนที่เคยไปเยี่ยมบ้าน เพราะผู้ป่วยเหล่านี้ทำให้รู้สึกว่ายังมีใครอีกหลายคนที่กำลังเจอปัญหาที่หนักหนากว่าเรา หรือคิดง่าย ๆ ว่า ชีวิตฉันยังมีโอกาสที่ดีมากกว่าอีกหลายล้านคนบนโลกใบนี้ ลูกสาวของผู้ป่วยคนหนึ่งอายุรุ่นราวคราวเดียวกับฉัน แต่ความคิดเกินอายุ เธออาศัยอยู่กับพ่อและแม่ในชุมชนแออัดเล็ก ๆ ที่เรียกว่า “สลัม” เธอและแม่ไม่ได้มาเยี่ยมพ่อซึ่งรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลบ่อยนัก หรือแทบจะเรียกได้ว่าไม่เคยมาเลยมากกว่า เพราะเหตุผลจำเป็นที่ต้องหาเลี้ยงชีพในแต่ละวัน แม่ของเธอหาบเร่ขายของ ส่วนเธอเป็นลูกจ้างร้านกาแฟเล็ก ๆ ใกล้บ้าน ซึ่งไม่สามารถขาดงานได้เลย การหยุดงานหมายถึงการขาดรายได้ แต่สุดท้ายเธอก็ยอมทิ้งรายได้เดือนละ 7,000 บาทมาดูแลพ่อ เพราะแม่ก็มีปัญหาสุขภาพเช่นเดียวกัน วันที่ฉันพบเธอเป็นครั้งแรกคือวันที่พ่อของเธอกลับบ้าน ฉันสอนและแนะนำเกี่ยวกับการดูแลพ่อ เรื่องที่จำเป็นต้องรู้ ซึ่งเธอก็สามารถเรียนรู้ได้ดี หลังจากพ่อเธอกลับบ้าน ฉันตามไปเยี่ยมบ้านซึ่งอยู่ในชุมชนแออัดหรือสลัมแห่งนั้น ถึงแม้สภาพแวดล้อมภายนอกบ้านอาจดูไม่ดีนัก แต่เมื่อเข้าไปในบ้านกลับพบว่าเธอจัดบ้านได้สะอาดและเป็นระเบียบทีเดียว โดยเฉพาะในส่วนที่พ่อของเธออยู่ หลังจากให้คำแนะนำเรื่องต่าง ๆ ก็มีโอกาสได้คุยเรื่องอื่น ๆ “ทำไมถึงไม่แต่งงานล่ะคะ” ฉันถามเพราะเธอเคยเล่าให้ฟังว่ามีคนที่รัก “คุณพยาบาลคะ ถ้าหนูแต่งงานก็จะไม่มีคนดูแลพ่อ หนูเลือกพ่อเพราะหนูมีพ่อเพียงคนเดียว ถ้าหนูไม่ดูแลพ่อตอนนี้ แล้วหนูจะมีโอกาสไปดูแลพ่อตอนไหน คนรักจะมีเมื่อไหร่ก็ได้ แต่หนูมีพ่อคนนี้คนเดียว หนูหาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว […]

ชื่นชมหนูน้อยวัย 12 ไม่อยากเป็นภาระแม่ รับจ้างตัดหญ้าหาเงินเรียนมหาวิทยาลัย

ด้วยเหตุที่ค่าเล่าเรียนในระดับมหาวิทยาลัยนั้นสูงไม่ใช่เล่น ดังนั้นพ่อแม่จึงมักออมเงินเป็นทุนการศึกษาให้ลูกตั้งแต่คลอดออกมาลืมตาดูโลกเลยทีเดียว แม้แต่ลูก ๆ เองก็ยังหางานพิเศษทำในช่วงที่เรียนมัธยม เพื่อเก็บเงินให้ได้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ จะได้ไม่ไปเป็นหนี้เงินกู้ยืมทางการศึกษาตอนเรียนมหาวิทยาลัย เจย์ลิน ไคลเบิร์น (Jaylin Clyburn) หนูน้อยวัย 12 ปี ก้าวไปไกลกว่าการเก็บออมเงินเพื่อเรียนต่อ ช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมาเขาตัดสินใจก่อตั้งธุรกิจ รับจ้างตัดหญ้า เป็นของตัวเอง เพื่อเริ่มเก็บออมเงินเรียนมหาวิทยาลัย โดยที่ไม่นึกเลยว่าความมุ่งมั่นตั้งใจจริงของเขาจะกลายเป็นไวรัลฮือฮาในโลกโซเชียล แถมยังได้ลูกค้าระดับไฮ-เอนอีกด้วย สาเหตุที่เจย์ลินตัดสินใจ รับจ้างตัดหญ้า เพื่อออมเงินเรียนต่อนี้ เป็นเพราะเขาไม่อยากให้แม่มารับภาระในเรื่องค่าเล่าเรียนของเขา เขาจึงตัดสินใจรับจ้างตัดหญ้าอย่างน้อยก็เป็นการช่วยเหลือชุมชนให้เป็นระเบียบดูสะอาดตา และยังมีรายได้ไว้เก็บออมด้วย หนูน้อยเริ่มต้นเหมือนเด็กอื่น ๆ คือลงโฆษณาบริการของเขาในเฟซบุ๊ก บังเอิญโฆษณานี้ไปเตะตาผู้ชายคนหนึ่งชื่อ โจ ลาลิโน (Joe Lalino) เข้า โจจึงตัดสินใจยื่นมือมาช่วยเหลือด้วยการจ้างหนูน้อยเจย์ลินมาดูแลสนามของเขา เจย์ลินใช้เวลา 4 ชั่วโมงทำให้สนามของโจเนี๊ยบเรียบกริบสมบูรณ์แบบสุด ๆ สำหรับการมาให้บริการครั้งแรก นับแต่นั้นมาโจและเจย์ลินก็กลายเป็นเพื่อนซี้ปึ๊กทันที   ยิ่งไปกว่านั้นโจยังช่วยให้ธุรกิจของเจย์ลินไปโลดด้วยการสอนหนูน้อยให้ติดโฆษณาไว้ทุกหนทุกแห่ง ไม่ว่าบนบานประตู ในตู้ขายหนังสือพิมพ์ บนกระจกรถ ทุกที่ที่คิดว่าจะได้ลูกค้าใหม่ โจต้องการช่วยเจย์ลินให้ประสบความสำเร็จ ซึ่งได้ผลเพราะในเวลาต่อมาเรื่องราวของเจย์ลินหนูน้อยผู้แสนขยันก็กลายเป็นข่าวดัง และช่วยยกระดับธุรกิจของหนูน้อยขึ้นไปอีก หนึ่งในลูกค้าใหม่ที่เจ๋งสุด ๆ ของเจย์ลินคือ […]

พรพล สุวรรณมาศ : ชีวิตหลังลาสิกขากับทุกลมหายใจนี้เพื่อคุณแม่

พรพล สุวรรณมาศ : ชีวิตหลังลาสิกขากับทุกลมหายใจนี้เพื่อคุณแม่ หลายท่านอาจคุ้นเคยกับภาพของพระพรพล ปสันโน ( พรพล สุวรรณมาศ ) หรือหลวงพี่โบ๊ท พระอาจารย์หนุ่มแห่งวัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก ปัจจุบันท่านได้สละเพศบรรพชิตแล้ว เพื่อดูแลคุณแม่ที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวมัลติเพิลมัยอิโลมา (Multiple myeloma) ซีเคร็ตจึงมาคุยถึงอัพเดทชีวิตหลังสึกของหลวงพี่โบ๊ท และสุขภาพของคุณแม่ว่าตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง   หลังจากลาสิกขา ต้องปรับตัวอยู่นานไหมกว่าจะเข้ากับวิถีชีวิตฆราวาส “ ปรับตัวไม่มากเท่าไรครับ เพราะยังอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่คุ้นเคย ผมยังแวะเวียนไปที่วัดเพื่อช่วยงานพระธรรมบัณฑิต เจ้าอาวาสวัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก และพระราชญาณกวีอยู่เสมอ ที่บ้านมีแต่ญาติ ๆ ก็ไม่ต้องปรับอะไรกันมาก พอสึกก็ลาออกจากตำแหน่งที่เคยดูแลในตอนที่บวช พระธรรมบัณฑิตท่านก็เมตตา ถึงผมจะเป็นฆราวาสแล้วก็ให้ทำหน้าที่นี้ต่อ โดยแจ้งทางมูลนิธิให้เปลี่ยนจากพระเป็นนายแทน ผมจึงยังบริหารงานทั้ง 4 มูลนิธิต่อคือ มูลนิธิโรจนธรรม มูลนิธิแผ่นดินธรรมในพระสังฆราชูปถัมภ์ มูลนิธิส่งเสริมการบริหารจิตในพระสังฆราชูปถัมภ์ และมูลนิธิส่งเสริมสามเณรในพระสังฆราชูปถัมภ์  และเป็นที่ปรึกษาให้กับรัฐมนตรีและปลัดฯที่กระทรวงแรงงาน เพราะท่านทั้งสองเคยบวชที่วัดพระราม 9 ฯมาก่อน และนับถือผมเป็นอาจารย์ ยังเรียกผมติดปากว่า “พระอาจารย์” อยู่เลย (หัวเราะ) และเวลาที่ผมไปกระทรวงก็มีแต่คนเรียกผมว่า […]

ท่องราตรีเดี่ยว เที่ยวหนีตาย ในแม่น้ำแอมะซอน บราซิล

ผู้เขียนมีโอกาสได้ไปท่องเที่ยวสำรวจโลกมาแล้ว 7 ทวีป มากกว่าร้อยประเทศ ต้องเรียกได้ว่าจังหวะของชีวิตพาไปเพราะอาศัยงานประจำเป็นลูกเรือสำราญหรูระดับโลก ได้ไปบางประเทศที่ไกลโพ้นจนไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน บ้างก็อยู่หลบมุม ต้องค้นหาจากลุงกู (เกิล) ว่าอยู่ซอกใดในแผนที่โลก จนบางครั้งอดถามตัวเองไม่ได้ว่านี่คือความจริงหรือความฝัน (บราซิล) ด้วยความที่ต้องเกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติ ต่างภาษา ศาสนา และวัฒนธรรม แน่นอนย่อมเกิดความเหมือนที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง การปรับตัวจึงเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์เพื่ออยู่รอดและอยู่อย่างมีความสุขในช่วงชีวิตอันแสนสั้นนี้ พระท่านกล่าวไว้ว่า การเกิดเป็นมนุษย์ไม่ใช่เรื่องง่าย และการดำเนินชีวิตให้เป็นมนุษย์ก็หาได้ง่ายเช่นกัน จากเสี้ยวส่วนหนึ่งของชีวิตที่ได้ไปสัมผัสไปใช้เวลาช่วงหนึ่งในต่างแดน วันนี้ขอกล่าวถึงเมืองหนึ่งซึ่งอยู่แสนไกลในป่าเขาลำเนาไพร ดินแดนต้นกำเนิดและอาศัยของปลาปิรันยาและอะนาคอนดา นั่นคือประเทศบราซิล ชื่อ บราซิล มาจากต้นไม้ชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่า “บราซิลวูด” (Pau-Brasil) ในภาษาโปรตุเกส ซึ่งใช้ย้อมผ้าให้เป็นสีแดงด้วยเปลือกไม้ของมัน ประเทศบราซิลเป็นดินแดนแห่งเกษตรกรรมและป่าเขตร้อน อุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติมากมาย รวมทั้งแรงงานจำนวนมาก ทำให้มีผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) สูงที่สุดในทวีปอเมริกาใต้ และประมาณอันดับที่ 10 ของโลก ในอดีตชาวโปรตุเกสได้ยึดครองประเทศ รวมทั้งได้ใช้กองทัพเข้าควบคุมบังคับชาวพื้นเมืองให้ทำงานในไร่นาและเหมืองแร่ ทำให้ได้วัฒนธรรมจากชาวยุโรป รวมทั้งศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกด้วย เมืองที่ผู้เขียนได้ไปใช้ชีวิตในช่วงเทศกาลเคานต์ดาวน์ปีใหม่สองปีซ้อนคือ “มาเนาส์” (Manaus) เป็นเมืองหลวงของรัฐอามาโซนัส ซึ่งตั้งอยู่บริเวณจุดบรรจบกันของแม่น้ำเนโกรและแม่น้ำโซลิโมย ที่นี่ถือว่าเป็นจุดหมายปลายทางในการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ อยู่ทางตอนเหนือของประเทศ ห่างจากเมืองหลวงของบราซิล 3,490 กิโลเมตร […]

เรื่องเล่าจากปลายดินสอ

ครั้งหนึ่งสมัยยังเด็ก ฉันซื้อ ดินสอ มา 1 แท่ง และถือมีดทำครัวออกมาเตรียมตั้งท่าจะเหลา บังเอิญคุณป้าที่กำลังทำกับข้าวมาเห็นเข้าและกลัวว่าฉันจะเถือนิ้วตัวเองจนกุดเสียก่อน คุณป้าจึงยื่นมือเข้ามาช่วยเหลาดินสอให้ เหลาไปก็สอนไปว่าให้จับดินสอแน่น ๆ ชี้ปลายออกนอกตัว จับมีดให้มั่น แล้วใช้นิ้วชี้รองไว้ใต้ไส้ดินสอ ไส้จะได้ไม่หัก แต่ถึงอย่างไรการเหลาดินสอด้วยมีดก็เป็นเรื่องยากเกินไปสำหรับเด็กเล็ก ๆ อยู่ดี คุณป้าเล่าว่า สมัยป้าเด็ก ๆ ไม้ที่ใช้ทำดินสอเป็นไม้เนื้อดีมาก เวลาเหลาจะได้กลิ่นหอมของเนื้อไม้ “ฮ้อม…หอม” ป้าพูดแล้วอมยิ้มเป็นภาพที่ฉันยังจำได้ ตั้งแต่สมัยรุ่นคุณป้ามาจนถึงรุ่นฉันที่ผ่านพ้นวัยเด็กมาเกือบยี่สิบปี ทุกวันนี้ดินสอแทบจะไม่มีบทบาทในชีวิตประจำวันอีกแล้ว ไม่รู้เหมือนกันว่ากลิ่นของมันได้เปลี่ยนแปลงไปมากน้อยแค่ไหน! มีเรื่องเกี่ยวกับ ดินสอ ที่ฉันจำติดใจตั้งแต่ตอน ป.1 ไม่ใช่ฉันเอาดินสอไปจิ้มก้นใครหรอก แต่เป็นนิสัยประหลาดเกี่ยวกับการเหลาดินสอของฉันเอง ที่โต๊ะครูประจำชั้นหน้าห้องเรียนจะมีกบเหลาดินสอแบบมือหมุน ล็อกติดอยู่กับโต๊ะ กบสุดไฮโซนี้สามารถเหลาดินสอได้แหลมคมและสะดวกสบายไม่มีที่ติ ทุกเช้าก่อนเริ่มเรียน คุณครูจะถามว่าดินสอใครทู่ เด็ก ๆ ก็จะยืนต่อแถวที่หน้าโต๊ะครูเพื่อให้ครูเหลาดินสอให้ บางทีครูก็ให้ลองเหลาเอง ซึ่งฉันรู้สึกสนุกมาก ฉันชอบเหลาดินสอบ่อย ๆ ทั้งที่ดินสอก็ไม่ได้ทู่ บางทีก็อาสาเอาดินสอของเพื่อนไปเหลาให้ พอไม่มีดินสอของใครให้เหลาแล้ว และดินสอของตัวเองก็ยังแหลมอยู่ ด้วยความที่อยากเหลาดินสอมากฉันจึงกดไส้ดินสอกับโต๊ะเขียนหนังสือให้หัก เพื่อจะได้เหลาดินสอใหม่ ดินสอของฉันจึงหดสั้นเร็วกว่าของคนอื่น จนในที่สุดคุณครูก็จับได้ว่าฉันชอบหักไส้ดินสอ คุณครูขู่ว่าถ้าฉันใช้ดินสอหมดเร็วกว่าคนอื่นจะไม่แจกดินสอให้ฉันอีกและฉันจะต้องซื้อดินสอใช้เอง […]

คุณครูถึงกับน้ำตาคลอ เมื่อลูกศิษย์ทำ เซอร์ไพรซ์

คุณครูถึงกับน้ำตาคลอ เมื่อลูกศิษย์ทำ เซอร์ไพรซ์ เรื่องน่าประทับใจและเรื่องดี ๆ มีได้ทุกวัน เมื่อนักเรียนชาวฟิลิปปินส์ทำ เซอร์ไพรซ์ ให้กับครูผู้สอนวิชาวิทยาศาสตร์ วัย 50 ปี ถึงกับน้ำตาปริ่มเลยทีเดียวจะเป็นเรื่องอะไรมาดูกันค่ะ เรื่องดี ๆ เรื่องนี้เชื่อว่าถ้าใครได้ข่าวต้องยิ้มไม่หุบอย่างแน่นอนเพราะประทับใจในความน่ารักของเด็ก ๆ เหล่านี้ซึ่งเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาของโรงเรียนมัธยมศึกษาอิมมาคูเลท ฮาร์ท ออฟ แมรี่ จังหวัดลากูนา เกาะลูซอน ประเทศฟิลิปปินส์ เรื่องมีอยู่ว่าคุณครูชายท่านหนึ่งมีชื่อว่า ซีซาร์ ปันซาลัน เป็นคุณครูสอนวิชาวิทยาศาสตร์วัย 50 ปี เป็นผู้ที่มีความรักในการสอนเด็กเป็นชีวิตจิตใจ คุณครูต้องเดินเท้ามาทำงานที่โรงเรียนด้วยระยะทางกว่า 8 กิโลเมตรทุกวัน นักเรียนทุกคนทราบเรื่องนี้ดี เพราะเห็นได้จากรองเท้าคู่เก่งของคุณครูซีซาร์ที่มีสภาพยับเยินและสึกหรอมาก     นักเรียนจึงพากันลงขันซื้อรองเท้าคู่ใหม่ให้กับคุณครูซีซาร์ เมื่อคุณครูซีซาร์เข้ามาในห้องเรียนต้องประหลาดใจว่ามีบางสิ่งบางอย่างวางอยู่บนโต๊ะของเขา นักเรียนพากันเชียร์ให้คุณครูเปิดกล่องนี้ออก คุณครูซีซาร์ถามนักเรียนกลับว่าในกล่องนี้มีอะไร พวกเขาตอบกลับว่า มีคางคกและแมลงสาบเต็มไปหมด ทำให้คุณครูต้องดูทีท่าอยู่นานกว่าจะทำใจเปิดกล่องใบนี้ได้ เพื่อให้รู้ไปเลยว่า ลูกศิษย์จะแกล้งจริงตามที่บอก หรือข้างในเป็นอะไรกันแน่ เมื่อคุณครูเปิดมันออกเท่านั้นเองถึงกับน้ำตาปริ่มด้วยความซาบซึ้งใจ เพราะของขวัญที่นักเรียนมอบให้เขานั้นคือรองเท้าคู่ใหม่นั่นเอง สาเหตุที่คุณครูซีซาร์ใส่รองเท้าคู่เก่าในสภาพอย่างที่บอกไปข้างต้น เพราะคุณครูต้องประหยัดเพื่อนำเงินเดือนส่วนหนึ่งมาเป็นค่ารักษาพยาบาลลูกชาย จึงเลือกที่จะเดินเท้าจากบ้านมาทำงานเพื่อประหยัดค่าเดินทาง และเห็นว่ารองเท้าเก่าคู่นี้ยังใช้ได้อยู่ จึงไม่ได้ซื้อคู่ใหม่ให้สิ้นเปลือง […]

คุณลุงรปภ.ใส่ใจคนรอบข้าง รักทุกคนเหมือนญาติ  ทำงานด้วยใจแบบนี้มาร่วม 10 ปี 

คุณลุงรปภ.ใส่ใจคนรอบข้าง รักทุกคนเหมือนญาติ  ทำงานด้วยใจ แบบนี้มาร่วม 10 ปี ไทยรัฐนำเสนอข่าวซึ่งเป็นเรื่องดี ๆ เรื่องหนึ่ง อาจมองว่าเป็นเรื่องเล็ก ๆ แต่บอกได้เลยว่าสิ่งที่คุณลุง รปภ.จิตอาสาคนนี้ทำนั้นช่างยิ่งใหญ่มาก เพราะ ทำงานด้วยใจ คุณลุงจะพาผู้สูงอายุและผู้ป่วยข้ามถนนหน้าโรงพยาบาลสทิงพระมาเป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว เขาคิดเพียงอย่างเดียวว่าทุกคนเป็นเหมือนญาติพี่น้อง เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2562 ที่โรงพยาบาลสทิงพระ ตำบลจะทิ้งพระ อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา มีเรื่องราวดี ๆ น่าประทับใจเกิดขึ้นที่นี่คือ เรื่องราวของคุณลุงรปภ.คนหนึ่งของโรงพยาบาลสทิงพระที่มีแต่ผู้คนชื่นชมและประทับใจ เป็นเพราะอะไรลองมาดูกัน     คุณลุงรปภ.ผู้นี้คือ คุณธวัช โชติบัณ หรือบังธวัช อายุ 58 ปี ผู้มีจิตใจเอื้ออารีกับทุกคน คุณลุงเล่าว่า ตัวเองเป็นคนจากอำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา มาพบรักกับภรรยาที่ตำบลจะทิ้งพระ เลยลงหลักปักฐานอยู่ที่บ้านภรรยาเสียเลย คุณลุงทำงานในตำแหน่ง รปภ.ของโรงพยาบาลสทิงพระ มาประมาณ 10 กว่าปีแล้ว หน้าที่หลักคือ ดูแลความเรียบร้อยในโรงพยาบาล คุณลุงบอกว่า […]

อัล กอร์ กับภารกิจกอบกู้โลก

อัล กอร์  เป็นšผู้หนึ่งที่ปลุกให้เŒราหันมารับรู้ความจริงที่ยากจะยอมรับว่า‹ “โลก” อันเป็นดาวเคราะห์ดวงเดียวในระบบสุริยจักรวาลที่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ ‹ และเป็นบ้านของพวกเรานั้น กำลังจะตาย ข้อมูลข้างต้นไม่ใช่ข้อมูลใหม่ล่าสุด เพราะตั้งแต่ภาพยนตร์เรื่อง An Inconvenient Truth ซึ่งเขียนบทและกำกับโดยอัล กอร์ ออกฉายเมื่อปี 2005 ผู้คนทั่วโลกก็ได้รู้เกี่ยวกับปรากฏการณ์เรือนกระจก ที่ทำให้โลกร้อนขึ้น ๆ อย่างน่าใจหาย ทำให้ภูเขาคิลิมันจาโรที่มีหิมะปกคลุมยอดเขาตลอดปีกลายเป็นภูเขาไร้หิมะ ทำให้แม่น้ำสายสำคัญแห้งขอด ทำให้สิ่งมีชีวิตหลายชนิดต้องสูญพันธุ์ และทำให้หมีขั้วโลกที่ว่ายน้ำเก่งสุดยอดต้องจมน้ำตาย! อัล กอร์บอกเราว่า ภาวะโลกร้อนที่เกิดขึ้นมีผลมาจากการที่มนุษย์ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศมากเกินไปจนถึงระดับที่เป็นอันตราย และถ้าเราไม่รีบแก้ไข เราจะต้องใช้ชีวิตอย่างลำบากจนถึงขั้นที่อาศัยอยู่บนโลกนี้ไม่ได้ ที่จริงแล้ว อัล กอร์เป็นคนที่ประสบความสำเร็จและมีชื่อเสียงระดับโลก แต่ไม่มีงานไหนที่จะทำให้เขารู้สึกภาคภูมิใจมากไปกว่าการเป็นนักเคลื่อนไหวเพื่อกอบกู้โลกที่กำลังจะตายจากภาวะโลกร้อน อัล กอร์ มีชื่อเต็มว่า อัลเบิร์ต อาร์โนลด์ กอร์ (Albert Arnold Gore) เกิดเมื่อวันที่ 31 มีนาคม ค.ศ. 1948 เขาเป็นบุตรชายคนที่สองของวุฒิสมาชิก อัล กอร์ ซีเนียร์   อัล […]

เด็กอายุ 13 ทำโครงการตู้เสื้อผ้าโรงเรียนให้เพื่อนที่ขัดสนได้มีเสื้อผ้าดี ๆ ใส่

เด็กชายเชส เนย์แลนด์-สแควร์ (Chase Neyland-Square) มีอุปนิสัยชอบช่วยเหลือผู้อื่นเสมอ ถึงแม้อายุเพียงแค่ 13 ปี แต่เชสก็ทำประโยชน์ให้กับเมืองพอร์ทเอลเลน รัฐหลุยเซียนาของเขาแล้ว เขาเลี้ยงอาหารเย็นให้แก่บรรดาผู้สูงวัยและบริจาคถุงเท้าหลายร้อยคู่ให้คนไร้บ้าน และตอนนี้เขากำลังช่วยเหลือเพื่อน ๆ ของเขาที่โรงเรียนกับโครงการใหม่ที่เป็นไอเดียของเขาเอง เรื่องมีอยู่ว่าทางโรงเรียน Port Allen Middle School และครูใหญ่ เจสสิก้า เมเจอร์ ได้จัดกิจกรรมดี ๆ โดยมีจุดประสงค์เพื่อสร้างความเป็นผู้นำในตัวเด็ก ๆ จึงให้นักเรียนเสนอไอเดีย ว่า อยากทำอะไรให้โรงเรียนของเราดูดียิ่งขึ้น ซึ่ง 1 ในไอเดียที่ส่งเข้ามามากมายเป็นของเชส ในชื่อไอเดียว่า “PAM’s Pantry” ที่มาของไอเดียคือ เชสสังเกตเห็นว่ามีเด็กจำนวนมากที่โรงเรียนมีฐานะขัดสน ไม่มีเงินซื้อเสื้อผ้าใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่โรงเรียนมีงานอย่าง งานเต้นรำและพิธีจบการศึกษา เชสจึงแนะว่า ควรช่วยผู้ปกครองหาเสื้อผ้าให้เด็ก ๆ โดยทำตู้เสื้อผ้าประจำโรงเรียนขึ้น และนำเสื้อผ้าสภาพดีมาส่งต่อและช่วยเหลือเพื่อน ๆ ร่วมโรงเรียนที่ขัดสนได้มีโอกาสเลือกสวมใส่เสื้อผ้าสวย ๆ ฟรี ทางโรงเรียนเห็นด้วย โครงการ PAM’s Pantry จึงถือกำเนิดขึ้นมา ด้วยแนวคิดเรียบง่ายคือ […]

“ถ้าพร้อมตาย ก็สบายไปแปดอย่าง”

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นระหว่างการไปปฏิบัติธรรมที่วัดแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่บนภูเขาสูงในเทือกเขาอันสลับซับซ้อนที่สวยงามราวกับภาพวาด ทว่าฉันกลับได้รับความทรงจำอันน่าสะพรึงกลัวแต่ก็มีคุณค่าที่สุด! เนื่องจากฉันขออยู่คนเดียวและ “เรือนภาวนา” ใกล้ ๆ เต็มหมด ฉันเลยถูกส่งไปอยู่หลังที่ไกลลิบ…ตอนแรกฉันดีใจมากที่ไม่ต้องนอนกับคนแปลกหน้า แถมวิวตรงนั้นยังสวยเกินบรรยาย เพราะเรือนอยู่ตรงเชิงเขาอย่างโดดเดี่ยว มีอีกเพียง 1 – 2 หลังอยู่ห่าง ๆ แต่พอตกกลางคืนฉันเริ่มรู้สึกว่าตัวเองคิดผิดเมื่อต้องนอนเพียงลำพังในกระท่อมหลังเล็ก ท่ามกลางความมืดมิดของหุบเขากว้างใหญ่และเสียงโหยหวนของสัตว์กลางคืน รวมทั้งจักจั่นเรไรที่แข่งกันร้องระงม ฉันพยายามข่มตาหลับ แต่จู่ ๆ ลมก็พัดแรงขึ้น ๆ จนเสียงดังอื้ออึงไม่ต่างจากพายุที่กำลังโหมกระหน่ำ ราวกับจะหอบเอาเรือนทั้งหลังไป!…อากาศก็เย็นยะเยือกจนทนแทบไม่ไหว เพราะฉันไม่คิดว่าอุณหภูมิจะต่ำถึงขนาดนั้นจึงไม่ได้เตรียมเสื้อกันหนาวมามากพอ ที่ร้ายยิ่งกว่าคือ ฉันได้ยินเสียงประตูกระแทกกันตลอดเวลา ซึ่งฟังดูคล้ายมีคนกำลังพยายามเปิดมันเข้ามา!…ทำให้ฉันรู้สึกประสาทเสียมากขึ้น เมื่อนึกได้ว่าตอนที่มาถึงและหาเรือนไม่เจอ ฉันได้ไปถามทางคนสวนหน้าตาน่ากลัวที่ทำงานอยู่แถวนั้น “เขาจะต้องรู้ว่าฉันอยู่คนเดียวในเรือนโดดเดี่ยวหลังนี้!”…. ฉันตัดสินใจลุกขึ้นหยิบไม้ถูพื้นไปวางไว้ที่ประตู เผื่อใครเข้ามาจะได้รู้ตัว…พร้อมทั้งแข็งใจมองไปรอบ ๆ เรือน แล้วก็ต้องแปลกใจมากที่เห็นว่าใบไม้บริเวณนั้นแทบไม่ไหวติง “แล้วเสียงลมมาจากไหนกัน?!” ฉันกลับมานอนครุ่นคิดไปต่าง ๆ นานา และยิ่งคิดก็ดูเหมือนเสียงหวีดหวิวนั้นจะยิ่งดังขึ้น ๆ จนฉันรู้สึกเหมือนจะสติแตกเอาเลยทีเดียว! แต่แล้วฉันก็พยายามหายใจเข้าออกช้า ๆ พร้อมกับคิดว่า “นี่เรากำลังกลัวอะไรหรือ…กลัวพายุ…กลัวสัตว์ร้าย…กลัวผี…กลัวคน หรือกลัวความตายกันแน่” สุดท้ายฉันก็คิดได้ว่า ไม่ว่าจะเป็นพายุ สัตว์ร้าย ผี หรือคน […]

จากคนเร่ร่อนสู่ศาสตราจารย์มหาวิทยาลัย : การเดินทางของคนที่ไม่เคยสิ้นหวัง

บางครั้งชีวิตก็ท้าทายเราอย่างนึกไม่ถึง จนเราหมดสิ้นหนทาง รู้สึกเหมือนไม่มีที่ที่จะให้หวนกลับไป ดังนั้นการได้เห็นคนที่ผ่านอะไรมามากมายสาหัสแต่ยังประสบความสำเร็จในชีวิตได้ จึงเป็นกำลังใจให้ผู้อื่นได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว ฮาโรลด์ เรซินอส (Harold Recinos) ซึ่งปัจจุบันเป็นศาสตราจารย์ด้านคริสตจักรและสังคมอยู่ที่มหาวิทยาลัย Southern Methodist University (SMU) คือคนหนึ่งที่ไม่ว่าโลกจะโหดร้ายเพียงใด เขาก็ไม่เคยหยุดที่จะสู้เพื่ออนาคตอันสดใส พ่อแม่ของฮาโรลด์เป็นผู้ลี้ภัยที่เข้ามาอยู่ทางใต้ของบร๊องซ์ ในกรุงนิวยอร์ก เขาไม่ค่อยได้พบหน้าพ่อบ่อยนัก แม่จึงเป็นคนดิ้นรนทำงานหาเงินเลี้ยงดูลูก ๆ พอฮาโรลด์อายุ 12 รูดี้ พี่ชายของเขาก็ประกาศก้องว่า จะเลิกเรียนเพื่อออกมาหางานทำ แม่จึงยื่นคำขาดว่า รูดี้ต้องเลือกระหว่าง กลับไปเรียนหนังสือ หรือถูกไล่ออกจากบ้าน เมื่อฮาโรลด์พยายามปกป้องพี่ชาย เขาจึงถูกไล่ออกจากบ้านด้วย สองพี่น้องเริ่มไปพักอาศัยตามอาคารหรือบ้านที่ถูกทิ้งร้าง จากนั้นก็เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด เลิกไปเรียนหนังสือ และกลายเป็นคนติดเฮโรอีน ในช่วงชีวิตที่มืดมนนั้น ยามที่เขาออกตระเวณหาอาหารตามท้องถนน เขาก็ได้พบความสุขสงบ ศรัทธา และความปลอดภัยจากโบสถ์ในท้องถิ่น เขาบอกว่า ถึงแม้ชีวิตจะหลงเดินทางผิด จนต้องมาใช้ชีวิตอยู่ริมถนน เขาก็ยังรู้สึกใกล้ชิดกับพระผู้เป็นเจ้าเสมอ และเขาเชื่อมาตลอดว่าทุกสิ่งจะดีขึ้น นอกจากนั้นเขายังพบ “ที่หลบภัย” ในห้องสมุดสาธารณะ เพราะเป็นสถานที่ปลอดภัยและอบอุ่นในฤดูหนาว เขาจะหามุมเงียบสงบห่างไกลจากคนอื่น และใช้เวลาทั้งวันหมดไปกับการอ่านหนังสือ เขายังบอกอีกว่า “หนังสือไม่สนว่าเสื้อผ้าคุณจะเหม็นเน่าแค่ไหน” หลังจากใช้ชีวิตเร่ร่อนอยู่ริมถนนได้ […]

พระพุทธิวงศมุนี มอบหมายให้เจ้าคณะจังหวัดพิษณุโลก ตั้งโรงครัวช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม

พระพุทธิวงศมุนี มอบหมายให้เจ้าคณะจังหวัดพิษณุโลก ตั้งโรงครัวช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม เป็นอีกหนึ่งข่าวที่น่ายินดีและอนุโมทนาเมื่อพุทธบุตร ผู้ถือธงไชยแห่งพระอรหันต์ได้ร่วมกันช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วม พระพุทธิวงศมุนี (บำรุง ฐานุตตโร ปธ.7) พระราชาคณะเจ้าคณะรองชั้นหิรัญบัฏ เจ้าอาวาสวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร และรองเจ้าคณะภาค 5 มอบหมายให้ พระราชรัตนสุธี (ขวัญรัก มหาวายาโม) ปธ.8 ดร. เจ้าคณะจังหวัดพิษณุโลก และ พระครูปลัดสุวัฒนพุทธิคุณ (สุเทพ สุเทวเมธี) ปธ.6 ดร. เลขานุการรองเจ้าคณะภาค 5 จัดตั้งโรงครัวหลวงพ่อพระพุทธชินราชขึ้น ที่วิทยาลัยสงฆ์พระพุทธชินราช  หมู่ 6 ต.บึงพระ อ.เมือง จ.พิษณุโลก โดยมีพระภิกษุ สามเณร และคณาจารย์วิทยาลัยสงฆ์ พร้อมด้วยชาวบ้านช่วยกันทำอาหารกล่อง และจัดเตรียมข้าวสารอาหารแห้ง น้ำดื่มสะอาด และยาทากันยุง เพื่อแจกจ่ายผู้ประสบภัยน้ำท่วมในจังหวัดพิษณุโลก         พระครูปลัดสุวัฒนพุทธิคุณ (สุเทพ สุเทวเมธี ) ปธ.6 ดร. เลขานุการรองเจ้าคณะภาค 5 […]

“จะอยู่ดูแลกันไปตลอด” ความรักที่ไม่ยอมทอดทิ้งกันของคุณลุงบอดกับภรรยาที่เป็น ผู้ป่วยนอนติดเตียง 

“จะอยู่ดูแลกันไปตลอด” ความรักที่ไม่ยอมทอดทิ้งกันของคุณลุงบอดกับภรรยาที่เป็น ผู้ป่วยนอนติดเตียง สองสามี-ภรรยาที่ต้องอยู่อย่างยากลำบากที่บ้านเลขที่ 9/3 ม.10 ตำบลตะเสะ อำเภอหาดสำราญ จังหวัดตรัง โดยสามีคือนายพาสน์ เพชรอินทร์ หรือ ลุงบอด อายุ 62 ปี เป็นผู้พิการตาบอดโดยข้างขวาบอดสนิท ส่วนข้างซ้ายนั้นเห็นภาพเลือนลาง ส่วนภรรยาคือนางสาววรรณา จิตรเที่ยง อายุ 53 ปี เป็น ผู้ป่วยนอนติดเตียง ซึ่งอยู่ในสภาพนี้มานานถึง 5 ปีแล้ว โดยได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ตอนนี้อาศัยพึ่งญาติและเพื่อนบ้านคอยช่วยเหลือเป็นครั้งคราว คุณป้าวรรณามีลักษณะแขนขาลีบทั้งสองข้าง ร่างกายผ่ายผอม ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ มีเพียงคุณลุงบอดที่คอยดูแลไม่ห่าง ถึงแม้จะมีหน่วยงานต่าง ๆ นำสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นมามอบให้อยู่บ้าง แต่ก็ไม่เพียงพอ สามี-ภรรยาคู่นี้ยังต้องลำบากอยู่เหมือนเดิม     คุณลุงบอดเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่า ตนเองอยู่กินกับภรรยามานานประมาณ 40 ปี มีลูกชายด้วยกัน 3 คน ตอนนี้ก็เติบโตและแยกย้ายกันไปมีชีวิตทำมาหากินกันหมดแล้ว นาน ๆ จึงจะกลับมาเยี่ยมสักครั้ง แต่ก็ไม่ค่อยได้หยิบยื่นเงินทองให้พ่อแม่เพราะลูก ๆ ก็ยังทำงานไม่เป็นหลักแหล่งหาเช้ากินค่ำ […]

keyboard_arrow_up