Dhamma Daily: เมื่อ คนรักเปลี่ยนไป ยังฝังใจ ยากจะลืม

แม้ความรักจะสร้างความสุข แต่ก็ไม่เคยหยุดสร้างทุกข์ให้คนเรา โดยเฉพาะในยามที่อีกฝ่ายเปลี่ยนไป หรือมีปัญหาจนต้องเลิกรามักตามมาด้วยความเจ็บปวดเสมอ

ปฏิบัติธรรมอย่างไรให้ เกิดปัญญา

คำสอนของพระพุทธองค์ 84,000 พระธรรมขันธ์มีจุดมุ่งหมายเดียวกันทั้งหมด คือ เพื่อความดับทุกข์ ถ้าคนคนหนึ่งบอกว่าศึกษาและปฏิบัติธรรมมานานหลายสิบปี และยังคงปฏิบัติอยู่ทุกวันอย่างเคร่งครัดไม่เคยขาด แต่ยังดูถูกคนยังมีปัญหากับลูกกับผัวอยู่แทบทุกวัน คนคนนั้นสมควรต้องกลับมานั่งทบทวนดูแล้วว่า…การปฏิบัติธรรมที่ผ่านมานั้นผิดพลาดที่ตรงไหน

4 สิ่งที่ชาวออฟฟิศไม่ควรทำ เพื่อให้ทำงานมีศักยภาพมากขึ้น

4 สิ่งที่ชาวออฟฟิศไม่ควรทำ เพื่อให้ทำงานมีศักยภาพมากขึ้น หลายคนแนะนำให้เอาใจเจ้านายจะได้มีหน้าที่การงานที่ดีขึ้น  ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีที่ล้าสมัยมาก เพราะปัจจุบันมีเจ้านายหลากหลายรูปแบบ อาจจะไม่ได้เป็นเจ้านายที่ชื่นชอบการยกยอเสียทุกคน ดังนั้นจึงขอนำเสนอ 4 สิ่งที่ชาวออฟฟิศไม่ควรทำ เพื่อให้ทำงานมีศักยภาพมากขึ้น       1. การทำงานตามแนวทางและความชอบของเจ้านายไม่ใช่หนทางสู่ความสำเร็จของการทำงาน จริงอยู่ที่เราต้องทำงานตามคำสั่งของเจ้านาย แต่ถ้าเจ้านายไม่มีความแน่นอนในโครงการฯ หรืองานที่สั่งลงมา ไม่มีระยะเวลาที่แน่ชัด ไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน เท่ากับว่าคุณต้องทำงานแบบลู่ลมไปเรื่อย ๆ ซึ่งการปรับตัวให้ทำงานตามความชอบของเจ้านายเป็นผลดีที่จะทำให้คุณอยู่ในองค์กรได้ก็จริง แต่ทว่าการทำงานที่ไม่โน้มเอน ตามใจผู้บังคับบัญชาก็เป็นสิ่งจำเป็น เรามีเหตุผลเพียงพอที่จะถามถึงงานที่ไม่ชัดเจน ไม่เช่นนั้นงานจะสะเปะสะปะไร้จุดหมาย     2. การผูกมิตรกับเจ้านาย ไม่ใช่การเมืองที่ฉลาดเลย มิตรภาพในออฟฟิศเป็นเรื่องของมายาใคร ๆ ก็ทราบกันดี แต่ใช่ว่ามิตรภาพที่ดีจะหาไม่ได้เลยจากออฟฟิศ ด้วยความเป็นมายานี่เอง จึงควรใส่ใจกับการสร้างผลงานมากกว่าบุคคล การผูกมิตรกับเจ้านายในฐานะกัลยาณมิตรหรือเป็นเพื่อนที่สามารถรับฟัง หรือให้คำปรึกษาเรื่องส่วนตัวนั้นเป็นได้ยาก ถึงจะเป็นไปได้ แต่ด้วยสถานะของความเป็นเจ้านายที่สูงกว่า หรือบางครั้งเกิดความตึงเครียดขึ้นทั้งสองฝ่ายในการทำงาน มิตรภาพที่มีมาที่แสนเปรอะบางอาจพังทลายลง แล้วควรทำอย่างไรล่ะให้มิตรภาพระหว่างลูกน้องกับเจ้านายเดินไปได้ด้วยดี มันก็พอมีคือต้องเอาเรื่องส่วนตัวแบบฉันเพื่อนออกไป  แล้วเปลี่ยนเอาเรื่องงานมาคุยแทน นอกจากการปรึกษาหารือเรื่องงานจะทำให้เจ้านายเห็นว่าคุณใส่ใจงานมากน้อยแค่ไหนแล้ว ยังทำให้การทำงานของคุณคืบหน้า ส่งผลต่อองค์กรให้ขับเคลื่อนไปได้อีกด้วย     3. การหนีปัญหาไม่ใช่ทางออกที่ควรหลีกเลี่ยง […]

6 ความเชื่อเรื่องชีวิตคู่ ที่ดูเหมือนว่าใช่

          6 ความเชื่อเรื่องชีวิตคู่ ที่ดูเหมือนว่าใช่ 6 ความเชื่อเรื่องชีวิตคู่ ที่ดูเหมือนว่าใช่     ความเชื่อมีพลังอันยิ่งใหญ่ที่จะผลักดันชีวิตไปสู่ทิศทางใดก็ได้ ดังนั้นก่อนจะเชื่ออะไรเราจึงต้องไตร่ตรองให้ดี เพราะบางเรื่องแม้จะจำฝังใจ ว่า “เป็นความจริง” มาตั้งแต่อ้อนแต่ออก แต่ในที่สุดประสบการณ์ชีวิต ก็อาจจะทำให้เรียนรู้ว่าทุกสิ่งไม่ได้เป็นไปอย่างที่เราคิดทุกครั้ง ความเชื่อเกี่ยวกับชีวิตคู่ก็เช่น  บางเรื่องอาจจะดูเหมือนใช่แต่ก่อนจะปักใจ คุณควรไตร่ตรองให้ดีเสียก่อน 6 ข้อต่อไปนี้ คือความเชื่อเกี่ยวกับ ชีวิตคู่ ที่อยากชวนคุณมาทบทวนความแน่ใจอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยคำว่า ฟันธง!     1 อยู่ก่อนแต่งเป็นเรื่องธรรมดา การอยู่ร่วมกันโดยไม่ได้จดทะเบียน และไม่มีการแสดงความเป็นสามีภรรยา ให้สังคมรับรู้อย่างเป็นทางการฝ่ายหญิงย่อมเป็นฝ่ายเสียเปรียบเต็มประตู ถ้าหากรักครั้งนี้จบลงนอกจากนี้ การอยู่ก่อนแต่งยังเพิ่มความเสี่ยงในการเลิกรากันอีกด้วย เพราะแต่ละฝ่ายต่างได้เรียนรู้ข้อเสีย และตัวตนที่แท้จริงของกันและกันโดยที่ไม่มีอะไรผูกมัด  ทำให้สามารถเดินจากไปเมื่อไรก็ได้ถ้าเจอที่หมายที่ดีกว่า แน่ใจแล้วหรือว่า คุณพร้อมรับความจริงทั้งหมดนี้หากความสัมพันธ์ล้มเหลว     2 ชีวิตคู่ต้องเปิดเผยจริงใจ หลายต่อหลายคู่คิดว่าการแต่งงานคือการยินยอมให้แต่ละฝ่าย แสดงความคิดเห็นของตนอย่างอิสระ เลิกเกรงใจกันอีกต่อไปรวมทั้งการพูดถึงข้อบกพร่องของอีกฝ่ายหนึ่งบ่อยๆอย่างตรงไปตรงมา เช่น แก่ อ้วน ดูไม่ดีหรือทำไมไม่ทำอย่างนั้นอย่างนี้ […]

10 วิธีปรับออฟฟิศเพื่อสร้างความสุขในการทำงาน

ปัจจุบันคนเราใช้เวลาในที่ทำงานมากกว่าอยู่ที่บ้าน หาก ออฟฟิศ มีลักษณะและบรรยากาศที่เหมาะสมย่อมสร้างสุขให้แก่พนักงาน ซึ่งจะนำไปสู่ผลงานที่มีประสิทธิภาพนั่นเอง

วิธี เปิดรับสิ่งใหม่ๆ ให้ชีวิตมีความสุขได้ในทุกๆ วัน

วิธี เปิดรับสิ่งใหม่ๆ ให้ชีวิตมีความสุขได้ในทุกๆ วัน การ เปิดรับสิ่งใหม่ๆ ผ่านช่องทางเหล่านี้ขอให้ดื่มด่ำไปกับมัน ปล่อยใจให้หยั่งลึกลงไปในความรู้สึกนั้นๆ ใช้เวลากับมัน จากนั้นให้ลองสังเกตปฏิกิริยาขัดขืนภายในใจที่ไม่อยากจะรู้สึกดีกับสิ่งเหล่านี้ เช่น อาจจะเป็นความรู้สึกโง่หรือรู้สึกผิดที่จะเปิดรับความสุข  ลองสังเกตต่อไปว่า เราปล่อยวางความรู้สึกที่ติดค้างอยู่ในใจได้ไหม มาเปิดรับสิ่งใหม่ๆ ไปพร้อมกันด้วยวิธีต่อไปนี้     เปิดรับกลิ่นที่ดี ของมีกลิ่นหอม เช่น กลิ่นผิวส้ม กลิ่นควันไม้หอมในอากาศ กลิ่นอาหารบนเตา หรือกลิ่นผมของเด็กเล็ก การเปิดรับสิ่งดีๆ ผ่านช่องทางเหล่านี้ขอให้ดื่มด่ำไปกับมัน ปล่อยใจให้หยั่งลึกลงไปในความรู้สึกนั้นๆ กลิ่นเหล่านี้จะช่วยบรรเทาความกังวลภายในใจให้คลายออก สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ หลับตาลง ปล่อยตัวตามสบาย จากนั้นให้ลองสังเกตปฏิกิริยาขัดขืนภายในใจที่ไม่อยากจะรู้สึกดีกับสิ่งเหล่านี้ เช่น อาจจะเป็นความรู้สึกโง่หรือรู้สึกผิดที่จะเปิดรับความสุข     เปิดรับของรสชาติดี ของมีรสชาติดี เช่น ชารสละมุน กาแฟอร่อยๆ เฟรนช์โทสต์ ช็อกโกแลต หรือสลัดสด ๆ การได้กินของรสชาติอร่อยย่อมเป็นการผ่อนคลายอย่างหนึ่งอยู่แล้ว ยิ่งหากได้ลองกินของที่ไม่คุ้นเคย ไม่ค่อยได้กิน จะทำให้เรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้ลิ้มลองรสชาติใหม่ๆ อาจจะถูกใจมาก หรือไม่ถูกใจก็ตาม ก็ถือว่าได้ลองทำอะไรใหม่ๆ ให้จิตใจและร่างกายกระชุ่มกระชวยระดับหนึ่งแล้ว   […]

ทำธุรกิจ ยิ่งให้ยิ่งได้ ความสำเร็จอยู่ใกล้แค่เอื้อม

ทำธุรกิจ ยิ่งให้ยิ่งได้ ความสำเร็จอยู่ใกล้แค่เอื้อม ในโลกของธุรกิจการทำงานโดยไม่ได้กำไรถือเป็นความล้มเหลวอย่างหนึ่ง แต่ลองมาคิดดูให้ดีๆ แล้ว หลักการที่เขาบอกว่า ยิ่งให้ยิ่งได้ ก็สามารถนำมาปรับใช้ในโลกธุรกิจได้เหมือนกัน เพียงแค่เรามอบให้ด้วยความจริงใจ ความสำเร็จและกระแสตอบรับที่ดีก็จะกลับมาหาเรา ลองมาดูตัวอย่างการทำธุรกิจที่ยึดหลักยิ่งให้ยิ่งได้จนประสบความสำเร็จ     ให้สินค้าฟรี เมื่อสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์เปิดคลาสเรียนออนไลน์ฟรี ก็มีคนมาลงทะเบียนเป็นนักศึกษาประจำเพิ่มขึ้น เพราะลองของฟรีแล้วติดใจ เป็นการเรียนที่สนุกและรู้สึกคุ้มค่า หรือแมคโดนัลด์ที่แจกกาแฟฟรี ยอดขายสินค้าอย่างอื่นก็เพิ่มขึ้นด้วย  เพราะไหนๆ ก็เข้ามารับกาแฟฟรีแล้ว อุดหนุนสินค้าอย่างอื่นเพิ่มเสียหน่อยจะเป็นไรไป ตัวอย่างในประเทศไทยก็มีให้เห็นหลากหลาย เรื่องการเรียนออนไลน์ที่หลายมหาวิทยาลัยเปิดรับสมัครฟรี การแจกสินค้าให้ชิมฟรีตามบู๊ธต่างๆ ในห้างสรรพสินค้า ซึ่งแน่นอนว่า การทำธุรกิจแบบนี้ผู้บริโภคจะรู้สึกเป็นมิตรและอยากอุดหนุนสินค้าเพิ่มมากขึ้น       ให้ลูกค้าใช้ฟรี ให้คนอื่นจ่ายเงิน บริษัทคิดส์แอนด์คอมพานี รับเลี้ยงลูกให้พ่อแม่ฟรี แล้วไปเก็บเงินกับบริษัทที่พ่อแม่ทำงานอยู่ บริษัทยอมจ่ายเพราะพนักงานนจะได้ทำงานอย่างเต็มที่ไม่ต้องกังวล และพนักงานก็รู้สึกขอบคุณบริษัทที่เห็นใจพวกเขา โอกาสที่จะลาออกก็น้อยลง อีกทั้งบริษัทยังได้ภาพลักษณ์ที่ดีว่าสนับสนุนสถาบันครอบครัวด้วย นอกจากนี้ นิตยสารที่แจกตามเส้นทางรถไฟฟ้า ร้านกาแฟ ห้างสรรพสินค้า ฯลฯ ก็ยังให้เราอ่านฟรี โดยไปเก็บเงินจากบริษัทที่ลงโฆษณาในเล่มแทน     ให้คนส่วนมากใช้ฟรี ให้คนส่วนน้อยเป็นผู้จ่ายเงิน เช่น บริการโทรศัพท์ทางอินเทอร์เน็ตอย่างสไกป์ […]

8 เคล็ดลับ ยืดอกรับ ” ความโสด ” แบบไม่ต้องสะกดน้ำตา

หลังจากอ่านบทความนี้จบ คำว่า “โสด” จะกลายเป็นคำที่ไพเราะเสนาะโสตและไม่ทำให้คุณระคายจิตใจอีกต่อไป

5 วิธีดูแลความรักให้สดใสในวัยเลข 4

การประคับประคอง ดูแลความรัก ให้ตลอดรอดฝั่งนั้น จะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยาก โดยเฉพาะเมื่ออายุย่างเข้าเลข 4 ซึ่งเป็นช่วงวัยที่คนส่วนใหญ่เริ่มประสบความสำเร็จ

5 ขั้นตอนบอกลา “ พฤติกรรมแย่ๆ ” ที่ซ่อนอยู่ในตัวคุณ

บางคนมีความเคยชินทางใจที่ควรแก้ เช่น ชอบนินทา ชอบแอบฟังคนอื่นคุยกัน ทั้งที่รู้ว่าไม่ดี แต่ก็เลิกไม่ได้ซักที วันนี้มี 5 ขั้นตอนบอกลาพฤติกรรมแย่ๆ มาแนะนำ

6 วิธีวิ่ง หนีความจำเจ สำหรับคนทำงาน

6 วิธีวิ่ง หนีความจำเจ สำหรับคนทำงาน 6 วิธี วิ่ง หนีความจำเจ อาจจะช่วยคุณได้ค่ะ เพราะเชื่อว่าหลายคนคงอยากหนีไปเที่ยวที่ไหนไกลๆ สักแห่ง ด้วยความเบื่อหน่ายชีวิต ที่ต้องตื่นมาเจออะไรเดิมๆ ทุกวัน แต่ครั้นจะลาพักร้อนก็ต้องเคลียร์งานจนหัวหมุน แถมยังได้พักแบบไม่เต็มเหนี่ยว เพราะต้องคอยพะวงถึงงานกองโตที่จ่อเรียงคิวเป็นตั้ง  ซีเคร็ต จึงขออาสาพาคุณวิ่งหนีความจำเจด้วยวิธีง่ายๆโดยไม่ต้องเก็บกระเป๋าออกไปไหนทั้งนั้นล่ะค่ะ คิดซะว่าทุกวันเป็นเที่ยว ลองดื่มด่ำกับชีวิตประจำวันให้เหมือนกับวันเที่ยวดูบ้าง ด้วยการเปลี่ยนเส้นทางไปทำงาน ถ้าคุณเคยขับรถไปทำงาน อาจเปลี่ยนไปขึ้นรถเมล์หรือนั่งเรือด่วนแทน ถ้าเคยขึ้นรถไฟฟ้า อาจเปลี่ยนไปปั่นจักรยาน หรือแวะพักระหว่างทางเพื่อจิบกาแฟร้อน ๆ ก่อนเริ่มงาน ส่วนช่วงหลังเลิกงานก็ลองเปลี่ยนไปลิ้มลองอาหารเมนูแปลกใหม่ที่ร้านใหม่ ๆ ซึ่งไม่เพียงช่วยให้คุณปลดปล่อยความเครียดจากความจำเจ แต่ยังอาจทำให้คุณเรียนรู้อะไรใหม่ ๆ ระหว่างทางอีกด้วย จัดระบบงานให้เข้าที่ การเปิดอินเทอร์เน็ตทิ้งไว้ทั้งวันทั้งคืนไม่เว้นวันหยุด ถือเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้คุณไม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ ทิม เฟอร์ริส (Tim Ferriss) บล็อกเกอร์ที่ทำงานสัปดาห์ละ 4 ชั่วโมง แถมพ่วงตำแหน่งนักเขียนชื่อดังในอเมริกา แนะนำวิธีง่าย ๆ ว่า ให้จัดเวลาการทำงานอย่างเป็นระบบ เช่น เช็กอีเมลเพียงวันละสองครั้งเท่านั้น คือช่วงเช้าก่อนเริ่มงานและช่วงเย็นหลังเลิกงาน โดยตั้งค่าระบบตอบรับอัตโนมัติที่ทำให้คนติดต่องานเข้ามา รู้ว่าคุณจะกลับมาเช็กอีเมลอีกครั้งเมื่อใด พร้อมทิ้งเบอร์โทรศัพท์ไว้สำหรับติดต่อเรื่องด่วนหรือเรื่องฉุกเฉิน วิธีนี้ช่วยให้คุณไม่ต้องลุกลี้ลุกลนทำงานหลายอย่างในเวลาเดียวกัน แถมเหลือเวลาให้พักผ่อนอีกหลายชั่วโมง หาชั่วโมงพักระหว่างวัน เมื่อไหร่ที่รู้สึกเหนื่อยหนักกับชีวิต ต้องการหาแรงบันดาลใจใหม่ ๆ แต่ตารางเวลาเจ้ากรรมดันแน่นเอี้ยดไปหมด แค่เพียงคุณตื่นให้เช้ากว่าปกติสักชั่วโมงเพื่อทำกิจกรรมสนุก ๆ เช่น พาน้องหมาไปเดินในสวน ฝึกโยคะ ซื้อผักสดในตลาด ในระหว่างวันเมื่อไหร่ที่รู้สึกเบื่อ ๆ แค่เพียงเปิดเพลงสักหนึ่งอัลบั้มสร้างอารมณ์ให้ตัวเอง พอพักกลางวันก็นัดเพื่อนเก่ากินข้าว แต่อย่าเผลอพูดถึงเรื่องงานเชียวล่ะ หลังเลิกงานอาจแวะทำวัตรเย็นก่อนกลับบ้าน ส่วนวันเสาร์ -อาทิตย์ก็จัดตารางสั้น ๆ ไปดูคอนเสิร์ต ดูงานศิลปะ หรือไม่ก็ทิ้งตัวลงจิบกาแฟที่ร้านกาแฟสักแห่งพร้อมหนังสือเล่มโปรด เพียงเท่านี้คุณก็จะพบว่าตัวเองไม่ได้มีกิจวัตรจำเจเหมือนหุ่นยนต์ที่มีแค่ตื่น ทำงาน แล้วก็เข้านอนเท่านั้น งานจบ คนต้องจบ ก่อนแบกเป้ออกไปเที่ยวแต่ละครั้ง คนส่วนใหญ่มักจะลิสต์งานที่ต้องทำไว้ แล้วไล่ทำทีละอย่างจนกว่าจะเสร็จ จากนั้นก็ปิดคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือ แล้วบึ่งไปเที่ยวทันที คุณสามารถนำวิธีนี้มาใช้กับชีวิตประจำวันของคุณได้ด้วยเหมือนกัน โดยเมื่อไหร่ที่งานในแต่ละวันจบลงตามที่ลิสต์ไว้แล้ว ให้ถอดปลั๊กเรื่องงานออกให้หมด อย่าได้บอกตัวเองเด็ดขาดว่าขอทำล่วงหน้าต่ออีกสัก 5 นาที คุณก็รู้ว่า 5 นาทีไม่มีจริงหรอก ลองตั้งโน้ตเตือนความจำไว้ในโทรศัพท์ หรือไม่ก็แปะโพสต์-อิทไว้หน้าคอมพิวเตอร์ เพื่อย้ำเตือนว่า “งานจบ คุณต้องจบ” ไดอะรี่มีส่วนช่วย โรเบิร์ต เอมมอนส์ (Robert Emmons) นักจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียกล่าวว่า การจดบันทึกมีประโยชน์ต่อจิตใจเป็นอย่างมาก เพียงแค่เรารู้จักจดบันทึกทบทวนสิ่งดี ๆ ที่ได้เจอมาในแต่ละวัน อาจเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น เพื่อนร่วมงานซื้อขนมมาแบ่ง ได้เห็นพระอาทิตย์ตกดินแสนสวย หรือได้กินสลัดร้านโปรด เพียงเท่านี้ก็ช่วยให้ทุกวันดูพิเศษขึ้นมาอย่างเหลือเชื่อ ตามล่าหาสีเขียว มีงานวิจัยหนึ่งพบว่า เมื่อคนย้ายเข้าไปอยู่ในสถานที่ที่มีสีเขียวจากธรรมชาติมาก ๆ จะช่วยให้สุขภาพทางใจดียิ่งขึ้น ตรงกันข้ามกับคนที่ย้ายเข้าไปอยู่ในเมืองที่มีพื้นที่สีเขียวน้อย จะมีสุขภาพทางใจถดถอยลง สอดคล้องกับงานวิจัยอีกเรื่องที่ระบุว่า ผู้ป่วยที่นอนในโรงพยาบาลที่มีหน้าต่างเปิดโล่งให้ได้ชมธรรมชาติมักหายเร็วกว่าผู้ป่วยที่นอนในห้องปิดทึบ เกริ่นมาอย่างนี้ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องย้ายบ้านไปแถบชานเมืองหรือลงทุนเจาะหน้าต่างบ้าน แค่เพียงออกไปสูดอากาศที่สวนสาธารณะในเมืองบ้าง นำหลอดไฟสีส้ม ๆที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายมาประดับที่ทำงาน หรือถ้ายากเกินไปก็แค่นำดอกไม้สดมาประดับโต๊ะ วิธีนี้อาจไม่ได้ทำให้คุณรู้สึกเหมือนออกไปเที่ยวมากนัก แต่อย่างน้อยก็ช่วยให้คุณรู้สึกเหมือนได้ซื้อของที่ระลึกให้ตัวเองทุกวัน เพียงเท่านี้คุณก็ลบคำว่า “จำเจ” ออกจากชีวิตได้แล้วล่ะค่ะ เรื่องจาก นิตยสาร Secret คอลัมน์ life management   บทความที่น่าสนใจ ทำงานอย่างไรให้มีความสุข สุขอยู่ที่ทนทุกข์ได้ บทความดี ๆ จาก พระราชญาณกวี (ท่านปิยโสภณ) 7 วิธีกำหราบ ความเครียด ให้อยู่หมัด ทริคสำหรับคน ไม่อยากเครียด 8 วิธี เปลี่ยนวันจันทร์ที่น่าเบื่อให้เป็นวัน สุข ของ มนุษย์เงินเดือน    

วัดระดับสัญญาณของงานหนักของคุณหน่อยดีไหม

คุณทำ งานหนัก เกินไปหรือไม่? คุณเคยถามตัวเองไหมว่า การทำงานหนักนั้นไม่เคยฆ่าใคร และเป็นคำตอบสุดท้ายของความ สุขจริงหรือเชื่อไหม

8 วิธี เปลี่ยนวันจันทร์ที่น่าเบื่อให้เป็นวัน “สุข” ของ มนุษย์เงินเดือน

“วันหยุดมักผ่านไปเร็วเสมอ”  กลายเป็นวลีเด็ดของ มนุษย์เงินเดือน ไปซะแล้ว เพราะหลังจากที่ได้ใช้เวลาแห่งความสุขในช่วงวันเสาร์ อาทิตย์ หมดไป ก็ต้องเปลี่ยนโหมดอย่างรวดเร็วกลับไปสู่เช้าวันจันทร์ที่ยุ่งเหยิง ไหนจะต้องเคลียเอกสารกองโต เช็กอีเมลและเตรียมรับมือกับงานชิ้นใหม่ ๆ ที่จ่อเรียงคิวยาวเป็นหางว่าวเพียงแค่คิดว่าพรุ่งนี้คือวันจันทร์ ก็…แทบจะเป็นลมล้มตึง!! ในเมื่อเราทำให้เวลาหยุดเดินไปข้างหน้าไม่ได้ ก็ลองมาเปลี่ยนที่ตัวเองกันดีกว่า Secret มีวิธีแก้ปัญหาอาการเบื่อวันจันทร์มาฝากค่ะ เผื่อจะช่วยเปลี่ยนวันจันทร์ทึม ๆ ให้กลายเป็นวัน “สุข” ที่แสนสดใส พร้อมแล้ว…ลุย! 1. ใจเย็นๆอย่าพึ่งรีบเร่งให้ถึงวันศุกร์ เดี๋ยว ๆ จะรีบศุกร์ไปไหนสิ่งที่จะช่วยให้คุณเริ่มต้นเผชิญหน้ากับสัปดาห์ใหม่ได้อย่างไร้กังวลคือ การที่ไม่มีงานด่วนอะไรติดค้างอยู่ตั้งแต่สัปดาห์ก่อน ฉะนั้นในเย็นวันศุกร์อย่าเพิ่งดีใจจนลิงโลดรีบปิดหน้าจอคอมพ์แล้วบึ่งไปแฮ้งเอ๊าต์กับเพื่อน ลองเช็กให้แน่ใจก่อนว่าคุณได้สะสางงานทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เพื่อที่ว่าจะได้ไม่ต้องมีอะไรมารบกวนใจในวันเสาร์ อาทิตย์จนติดค้างมาถึงวันจันทร์ 2. ถอดปลั๊กหลังเลิกงานวันหยุดเสาร์อาทิตย์ ทั้งทีก็ควรใช้เวลาพักผ่อนอย่างเต็มที่ อย่าได้แอบเอางานกลับไปทำที่บ้านเชียวล่ะ เพราะนอกจากจะทำให้คุณรู้สึกเหมือนกับทำงานไม่มีวันหยุดแล้ว คนในบ้านก็ต้องพลอยเสียบรรยากาศดี ๆ ไปด้วย ลองถอดปลั๊กออกให้หมด ไม่คิดถึงเรื่องงาน ไม่เช็กอีเมล งดติดต่อกับลูกค้าแล้วผ่อนคลายให้สุด ๆ ในวันหยุดนี้เลย 3. ลิสสิ่งที่จะทำในแต่ละวัน ในบ่ายวันอาทิตย์ลองนั่งจัดอันดับ “3 สิ่งดี ๆที่จะเกิดขึ้นในสัปดาห์นี้”เช่น วันอังคารจะได้ออกไปพบลูกค้าคนสำคัญ วันพุธจะมีพนักงานคนใหม่เข้ามา และวันศุกร์จะได้นำเสนอผลงานที่ตั้งใจทำสุด ๆ หรือถ้านึกไม่ออก ก็อาจจัดอันดับ “3 สิ่งที่ตั้งใจจะเปลี่ยนแปลงให้ได้ในสัปดาห์นี้” เชื่อเถอะว่าวันจันทร์ของคุณจะสนุกขึ้นอีกหลายเท่าตัว 4. แบ่งเวลาให้ตัวเองบ้าง ก่อนเวลาปกติ ลองเข้านอนแต่หัวค่ำในคืนวันอาทิตย์ และตื่นก่อนเวลาปกติสัก 30 นาทีแล้วคุณจะค้นพบว่า คุณมีเวลาให้ตัวเองได้ทำนู่นนี่อีกสารพัด ลองเอาเวลาเล็ก ๆ น้อย ๆช่วงนั้นไปใส่บาตร เลือกซื้อของสดในตลาดเช้า ทำอาหารเพื่อสุขภาพเล่นโยคะ พาน้องหมาไปเดินเล่น…แล้วคุณจะรู้ว่า คุณไม่ใช่หุ่นยนต์ที่มีหน้าที่แค่ตื่น ทำงาน แล้วก็นอนหลับเท่านั้น 5. เลือกใส่ชุดตัวเก่ง เสื้อผ้าชุดไหนที่ใส่แล้วมีแต่คนชม ชุดไหนที่ใส่แล้วมั่นใจสุด ๆ หรือชุดไหนที่เพิ่งซื้อมาใหม่ แล้วอยากใส่ไปอวดเพื่อน ก็ให้เอามาใส่วันจันทร์นี่แหละ วิธีนี้จะทำให้คุณรู้สึกหลงรักวันจันทร์และอยากให้ถึงวันจันทร์เร็ว ๆ ได้อย่างไม่น่าเชื่อเพราะการรู้สึกดีกับตัวเองถือเป็นจุดเริ่มต้นของการมองโลกในแง่ดีไงล่ะ 6. ถอยห่างจากเพื่อนขี้เมาท์ ทุกออฟฟิศ มักจะมีเพื่อนร่วมงานจอมเมาท์และจอมนอยด์ ที่บ่นได้ทุกเรื่องตั้งแต่เรื่องงาน รถติด ลูกเกเร ไปจนถึงเรื่องแมวคลอด ฯลฯ พาให้คุณรู้สึกเซ็งได้อย่างไม่รู้ตัว ฉะนั้นในเช้าวันจันทร์ อย่าได้จับกลุ่มเมาท์กับคนเหล่านี้เป็นอันขาด แนะนำให้เดินถอยห่างออกมา หรือไม่ก็หยิบหูฟังมาอุดหูไว้ซะ แล้วเปิดเพลงสุดโปรดฟังให้สบายใจไปเลย 7. โปรยความสุขไปรอบ ๆ ตัว ในเมื่อเราสร้างความสุขของตัวเองได้แล้ว ก็อย่าลืมโปรยความสุขเผื่อแผ่ให้กับคนรอบข้างบ้าง รับรองว่าจะช่วยเปลี่ยนบรรยากาศในที่ทำงานได้ดีเลยทีเดียว โดยคุณอาจจะเล่าเรื่องราวสนุก ๆ ที่พบเจอมาในช่วงเสาร์อาทิตย์ให้เพื่อนฟัง อัพเดตข่าวสารที่ดูในโทรทัศน์เมื่อเช้า หรือเอาขนมอร่อย ๆ มาแบ่งปันเพื่อนที่ทำงานบ้างก็ยังได้ 8. เย็นวันจันทร์ก็เป็นวันพิเศษได้ ใครกันนะทำให้คุณเข้าใจผิดว่าเย็นวันจันทร์  เป็นวันที่จะทำอะไรสนุก ๆไม่ได้…ลองมาเปลี่ยนเย็นวันจันทร์ให้กลายเป็นวันพิเศษดูดีกว่า โดยคุณอาจจะกำหนดให้วันจันทร์เป็นวันแห่งการนัดเจอแก๊งเพื่อนเก่า วันแห่งการทำขนมหรือไม่ก็เป็นวันแห่งการเล่นเกมกับลูก ๆ แต่ถ้านึกกิจกรรมสนุก ๆไม่ออก ก็อาจหารายการทีวีสุดโปรดดูสักเรื่องก็ยังได้   เพียงเท่านี้วันจันทร์ก็จะกลายเป็นวันอันแสนสุขของคุณได้แล้ว ข้อมูลจาก : นิตยสาร Secret คอมลัมน์ Life Management  Photo by Annie Spratt on […]

วิธีอยู่ร่วมกับเจ้านายอย่างสันติ เคล็ด (ไม่) ลับ จาก ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ

องค์กรจะประสบความสำเร็จได้ต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจทั้งจากเจ้านายและผู้ใต้บังคับบัญชา แต่จะทำแบบนั้นได้อย่างไร ร่วมหาคำตอบได้ใน “วิธีอยู่ร่วมกับเจ้านายอย่างสันติ”

พอ อายุใกล้ 70 ข้าพเจ้า เรียนรู้ สิ่ง 7 สิ่งในชีวิต ข้อคิดจาก เจ้าผู่ชู นักเขียนอักษรพู่กันจีน

เจ้าผู่ชู นักเขียนอักษรพู่กันจีน ชื่อดัง ได้บันทึกถึงความรู้สึกที่มีต่อชีวิตเมื่อผ่านเข้า อายุใกล้ 70 ซึ่งมีสาระน่าสนใจดังนี้

แค่รักอาจยังไม่พอ! วิธีดูแล พ่อแม่สูงวัย 4 ประเภท รับรองลดการทะเลาะชัวร์

นอกจากความรักที่ผู้เป็นลูกเป็นหลานพึงมีให้ พ่อแม่สูงวัย ปู่ย่าตายายแล้ว เรายังจำเป็นต้อง “เข้าใจ” ตัวท่านด้วย เพราะถ้าเข้าใจกันมากขึ้น ลดการทะเลาะเบาะแว้งลง

เปลี่ยน ! ก่อนจะพบความจริงอันเจ็บปวด เมื่อมีใครมาบอกคุณว่า… เราไม่แมทช์กัน จงไปซะ

โลกที่อะไรๆ ก็ขับเคลื่อนด้วยปลายนิ้ว นับวันก็รุกคืบเข้ามาในชีวิตเรามากขึ้นๆ  วันที่เราเป็นผู้ “ใช้” มันเพื่อความ  “เพลิดเพลิน” อาทิ ดูซีรีส์ ฟังเพลง ส่องไอจี นั้นก็ดีอยู่หรอก  แต่ไหงพอบริษัทหรือองค์กรบอกว่า เรามา เปลี่ยน เพื่อให้ทันโลก จะได้ไม่มีใครมาว่าๆ เป็นบริษัทหรือองค์กรล้าหลัง คุณถึงต่อต้านกันนัก  โอ้ย… ก็ทำแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไร กำไรจนเจ้าของรวยเอาๆ ทำไมต้องเปลี่ยน งานสุมหัว เงินเดือนไม่เพิ่ม โบนัสไม่มี เรื่องให้เปลี่ยน ก็รอไปก่อนสิ เจ้านายเขาคิดว่าวันๆ เราว่างนักหรือไง ถึงเอาไอ้โน่นไอ้นี่มาให้เรียน  บอกต้องเตรียมพร้อม ก้าวไปข้างหน้า แล้วถ้าฉันไม่เปลี่ยนจะมีไรไหม บลาๆๆ สารพัดเหตุผลของคนไม่พร้อมที่จะเปลี่ยนสิ่งใดๆ ในชีวิต เรื่องดีคือ ถ้าคุณเป็นกำลังสำคัญ เป็นความจำเป็น การไม่ยอมเปลี่ยน อาจไม่มีผลกับชีวิตคุณ แต่เรื่องไม่ดีคือ ไม่มีใครดำรงความสำคัญอยู่ได้ตลอดไป การไม่ยอมเปลี่ยน จึงอาจวนลูปมามีผลกับชีวิตคุณเข้าสักวัน และนี่คือตัวอย่างของสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ที่สะท้อนว่าโลกได้ เปลี่ยน ไปแล้ว จริงๆ แท็กซี่ … ผมเรียนน้อย ต้องออกมาทำงานหาเลี้ยงครอบครัวตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น ผมเลือกอาชีพขับแท็กซี่ เพราะชอบนั่งอยู่หลังพวงมาลัย […]

5 เคล็ดไม่ลับสำหรับ ทำความสะอาดห้องพระ

วันหยุดอย่างนี้ ทำความสะอาดห้องพระและหิ้งพระกันดีไหมคะ Secret นำเทคนิคดูแลทำความสะอาดพระพุทธรูปที่หลายคนยังไม่รู้มาฝากค่ะ

keyboard_arrow_up