ความทุกข์ที่มาพร้อมกับ ชีวิตหลังแต่งงาน

ความทุกข์ที่มาพร้อมกับ ชีวิตหลังแต่งงาน บางคนเชื่อว่า ชีวิตหลังแต่งงาน คงจะมีความสุขมาก เหมือนกับการเริ่มต้นชีวิตใหม่ ปัญหาที่เคยมีในชีวิตจะต้องหมดไปอย่างแน่นอน หากแต่งงานไปด้วยความคิดเพ้อฝันเช่นนั้น ก็มีความเป็นไปได้สูงที่จะต้องประสบความล้มเหลวในชีวิตการแต่งงาน ยิ่งเป็นคนที่ไม่มีความสุขและไม่พอใจกับชีวิตที่ผ่านมาเท่าไร ก็จะยิ่งคาดหวังกับการแต่งงานมากเท่านั้น แต่ความจริงไม่หอมหวานเช่นนั้น ลองมาดูกันว่า ปัญหาชีวิตหลังแต่งงาน ที่หลายคนต้องเจอมีอะไรบ้าง     เขาไม่ใจดีเหมือนตอนที่เพิ่งเจอกัน ทางแก้ น่าเสียดายว่า ในตัวมนุษย์นั้นมีกิเลสที่เป็น “ความเบื่อ” อยู่ ซึ่งมีข้อเสียคือ เมื่อคบหากันนานไป ก็จะเริ่มเบื่อและใส่ใจกันน้อยลง ดังนั้นเมื่ออีกฝ่ายมีกิเลสที่เป็นความเบื่ออยู่มาก ความใจดีที่มีให้จึงค่อยๆ ลดน้อยลง จึงถือเป็นเรื่องธรรมดา ส่วนฝ่ายหญิงเองก็ถูกกิเลสเข้าครอบงำเช่นกันจึงปฏิบัติกับเขาเหมือนตอนที่เพิ่งเจอกันไม่ได้ ปัญหาคือ ความเบื่อของทั้งสองคนมีปริมาณไม่เท่ากัน หากฝ่ายชายมีความเบื่อมากกว่า ความใส่ใจของฝ่ายชายก็จะลดลงเร็วกว่า ลหากเราทำสีหน้าไม่พอใจ ใจที่เป็นแง่ลบนั้นก็จะทำลายเสน่ห์ในตัวเราไปเสีย และอาจทำให้เราลุกขึ้นมาเรียกร้องอย่างไม่สมเหตุสมผลว่า “ถึงฉันจะทำตัวไม่เหมือนกับตอนที่เพิ่งเจอกัน แต่เธอควรจะใจดีกับฉันเหมือนตอนนั้นสิ” ฝ่ายชายเองก็ไม่ได้รู้สึกดีต่อฝ่ายหญิงที่มีความรู้สึกแง่ลบเช่นนั้น กิเลสที่เป็นโทสะจึงเกิดขึ้นในใจของฝ่ายชาย และส่งผลให้ทำใจดีกับฝ่ายหญิงไม่ได้ยิ่งกว่าเดิม เมื่อคิดเช่นนี้แล้ว การที่ฝ่ายชายไม่ใจดีด้วย จึงไม่ใช่ความผิดของกิเลสที่เป็นความเบื่อของเขาแต่เพียงอย่างเดียว เพราะสิ่งที่ทำให้เขาเบื่อคือ กิเลสของฝ่ายหญิงที่ไปกระตุ้นกิเลสของเขา จนทำให้ฝ่ายชายใจดีด้วยน้อยลง ความคิดที่ว่า “ถ้าไม่ใจดีด้วย ฉันไม่ยอมนะ” เอง ก็ไม่ใช่ความใจดีเช่นกัน ดังนั้นจึงขอแนะนำให้ฝ่ายหญิงใจดีให้มากขึ้นเพื่อไม่ให้ความใจดีของเราเองสูญหายไป […]

มหัศจรรย์แห่งหนึ่งนาที วิธีเพิ่มพลังให้กับวันที่หมดไฟ

มหัศจรรย์แห่งหนึ่งนาที วิธีเพิ่มพลังให้กับวันที่หมดไฟ หนึ่งนาที แม้จะเป็นเสี้ยวหนึ่งของเวลาที่แสนจะสั้น แต่มันช่างมีความหมายเสียเหลือเกิน หากคุณใช้มันให้เป็น เชิญทุกคนมาสัมผัสกับความมหัศจรรย์แห่งหนึ่งนาที เพื่อเป็น วิธีเพิ่มพลังให้กับวันที่หมดไฟ กันค่ะ กองเอกสารที่วางเรียงราย รายชื่องานที่ลิสต์ไว้จนเต็มหน้ากระดาษ ปฏิทินที่มีแต่คิวงาน แม้แต่วันหยุดก็มีงาน ถึงสิ่งที่กองเป็นภูเขาเหลากาอยู่เบื้องหน้าจะเป็นงานที่เรารัก แต่พอปริมาณมากจนท่วมท้นก็กลายเป็นสิ่งที่เราชังได้เหมือนกัน     อาจถอนหายใจหลายรอบกว่าจะลงมือ มีความท้อแท้ใจ หรือผลักมันออกไปก่อน มีอารมณ์อยากทำแล้วค่อยลงมือทำ มันยิ่งเป็นการเพิ่มพูนงานขึ้นไปอีก มันเป็นอาการของคนที่กำลังจะหมดไฟ ไม่อยากทำแล้ว มันท้อใจ งานไม่ต่างจากน้ำซึมบ่อทราย ทำไปก็ไม่รู้จักหมดเสียที แต่สิ่งที่จะบอกต่อไปนี้คือ เสี้ยวหนึ่งของเวลาอันสั้นที่สามารถช่วยให้เรามีพลังต่อสู้กับมวลคลื่นของงานเหล่านี้ได้ไม่ยากเลย คุณโทะคิโอะ โกะโด นักเขียนชาวญี่ปุ่น กล่าวไว้ในงานเขียนของเขาที่มีชื่อว่า “โปรดอยู่ในความสนุก” ถึงความมหัศจรรย์ของหนึ่งนาทีไว้ว่า     ขอแค่พยายามต่อ หรือ ขอเวลาตนเองแค่อีก 1 นาที เป็นการบอกตัวเองให้พยายามสู้ต่อไป ซึ่งวิธีนี้มักใช้กันในกลุ่มนักวิ่งมารากอน ขณะที่กำลังหมดแรงวิ่ง แต่ยังไม่ถึงเส้นชัย พวกเขาจะบอกกับตัวเองว่า “ขออีก 1 นาที” แล้วเขาก็พยายามวิ่งต่อไป ด้วยใจที่ตั้งมั่นว่าเราต้องไปต่อ เมื่อคุณเหนื่อยล้าจนจะหมดไฟถึงสุดขีดแล้ว รู้สึกไม่ไหวแล้ว […]

วิธี ฝึกรักตัวเอง ง่ายๆ สไตล์ชาวพุทธ

วิธี ฝึกรักตัวเอง ง่าย ๆ สไตล์ชาวพุทธ การรักตัวเอง เป็นสิ่งที่ทำง่ายที่สุด ง่ายกว่าการไปรักคนอื่นเสียอีก แต่คนทั่วไปมักจะมองข้ามและไม่เห็นความสำคัญของการรักตัวเองสักเท่าไรนัก ลองมา ฝึกรักตัวเอง ง่าย ๆ สไตล์ชาวพุทธ กัน รู้หรือไม่ว่า การฝึกมอบความรักความเมตตาให้ตัวเองหรือผู้อื่นนั้นส่งผลดีต่อร่างกายที่วิทยาศาสตร์สามารถพิสูจน์ได้ เมตตาภาวนานั้นสามารลดตัวบ่งชี้ความเครียดที่ใช้วิธีวัดผลจากเลือดและน้ำลายได้ และจัดเป็นการภาวนาประเภทที่เรียกว่า สมถะภาวนา เน้นความสงบสุข สบาย ส่วนการเจริญสติวิปัสสนานั้นเน้นความตื่นรู้และปัญญาญาณ มีงานวิจัยเรื่องสำคัญที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียเคยทำไว้ โดยศึกษาผู้ที่ฝึกสมถะภาวนาเป็นครั้งแรกติดต่อกัน 3 เดือน พบว่าสามารถช่วยชะลอวัยได้ถึงระดับ DNA เลยทีเดียว ลองมาดูกันว่า การฝึกรักตัวเอง สามารถทำได้ด้วยวิธีใดบ้าง     มอบความปรารถนาดีต่อผู้อื่นก่อน สำหรับหลายคน การมอบความเมตตาปรารถนาดีให้ผู้อื่นเป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายกว่าการมีเมตตาต่อตนเอง! ถ้าไม่เชื่อลองนึกถึงภาพเด็กน้อยตัวเล็กๆ ดู ต่อให้เด็กน้อยนั้นไม่ได้เป็นลูกหลานของเรา แต่เราก็จะพบว่าการมอบความเมตตาปรารถนาดีให้กับเด็กน้อยนั้นแทบจะเกิดขึ้นในใจเราได้เองตามธรรมชาติ ลองฝึกให้ใจคุณได้สัมผัสการมอบความเมตตาปรารถนาดีต่อผู้อื่นเป็นประจำ บทความหนึ่งในนิตยสาร Mindful แนะนำว่า ให้ “ตั้งค่า” ความรู้สึกเมตตาปรารถนาดีต่อผู้อื่นไว้ให้เป็น “โหมดมาตรฐาน” หรือ default mode ของเรา เช่น […]

“ความเครียด” มาเช็คกันหน่อยซิว่ามันกำลังเกาะกินคุณอยู่หรือเปล่า

คิ้วผูกโบว์ ใบหน้าแก่เกินวัย อารมณ์แปรปรวนขึ้น – ลงอย่างไม่มีสาเหตุ ชีวิตผูกติดอยู่กับเข็มนาฬิกา (เวลา) ฯลฯ นี่คือสัญญาณว่า ความเครียด เกาะกินคุณเข้าแล้ว

Dhamma Daily: เมื่อ คนรักเปลี่ยนไป ยังฝังใจ ยากจะลืม

แม้ความรักจะสร้างความสุข แต่ก็ไม่เคยหยุดสร้างทุกข์ให้คนเรา โดยเฉพาะในยามที่อีกฝ่ายเปลี่ยนไป หรือมีปัญหาจนต้องเลิกรามักตามมาด้วยความเจ็บปวดเสมอ

ปฏิบัติธรรมอย่างไรให้ เกิดปัญญา

คำสอนของพระพุทธองค์ 84,000 พระธรรมขันธ์มีจุดมุ่งหมายเดียวกันทั้งหมด คือ เพื่อความดับทุกข์ ถ้าคนคนหนึ่งบอกว่าศึกษาและปฏิบัติธรรมมานานหลายสิบปี และยังคงปฏิบัติอยู่ทุกวันอย่างเคร่งครัดไม่เคยขาด แต่ยังดูถูกคนยังมีปัญหากับลูกกับผัวอยู่แทบทุกวัน คนคนนั้นสมควรต้องกลับมานั่งทบทวนดูแล้วว่า…การปฏิบัติธรรมที่ผ่านมานั้นผิดพลาดที่ตรงไหน

4 สิ่งที่ชาวออฟฟิศไม่ควรทำ เพื่อให้ทำงานมีศักยภาพมากขึ้น

4 สิ่งที่ชาวออฟฟิศไม่ควรทำ เพื่อให้ทำงานมีศักยภาพมากขึ้น หลายคนแนะนำให้เอาใจเจ้านายจะได้มีหน้าที่การงานที่ดีขึ้น  ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีที่ล้าสมัยมาก เพราะปัจจุบันมีเจ้านายหลากหลายรูปแบบ อาจจะไม่ได้เป็นเจ้านายที่ชื่นชอบการยกยอเสียทุกคน ดังนั้นจึงขอนำเสนอ 4 สิ่งที่ชาวออฟฟิศไม่ควรทำ เพื่อให้ทำงานมีศักยภาพมากขึ้น       1. การทำงานตามแนวทางและความชอบของเจ้านายไม่ใช่หนทางสู่ความสำเร็จของการทำงาน จริงอยู่ที่เราต้องทำงานตามคำสั่งของเจ้านาย แต่ถ้าเจ้านายไม่มีความแน่นอนในโครงการฯ หรืองานที่สั่งลงมา ไม่มีระยะเวลาที่แน่ชัด ไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน เท่ากับว่าคุณต้องทำงานแบบลู่ลมไปเรื่อย ๆ ซึ่งการปรับตัวให้ทำงานตามความชอบของเจ้านายเป็นผลดีที่จะทำให้คุณอยู่ในองค์กรได้ก็จริง แต่ทว่าการทำงานที่ไม่โน้มเอน ตามใจผู้บังคับบัญชาก็เป็นสิ่งจำเป็น เรามีเหตุผลเพียงพอที่จะถามถึงงานที่ไม่ชัดเจน ไม่เช่นนั้นงานจะสะเปะสะปะไร้จุดหมาย     2. การผูกมิตรกับเจ้านาย ไม่ใช่การเมืองที่ฉลาดเลย มิตรภาพในออฟฟิศเป็นเรื่องของมายาใคร ๆ ก็ทราบกันดี แต่ใช่ว่ามิตรภาพที่ดีจะหาไม่ได้เลยจากออฟฟิศ ด้วยความเป็นมายานี่เอง จึงควรใส่ใจกับการสร้างผลงานมากกว่าบุคคล การผูกมิตรกับเจ้านายในฐานะกัลยาณมิตรหรือเป็นเพื่อนที่สามารถรับฟัง หรือให้คำปรึกษาเรื่องส่วนตัวนั้นเป็นได้ยาก ถึงจะเป็นไปได้ แต่ด้วยสถานะของความเป็นเจ้านายที่สูงกว่า หรือบางครั้งเกิดความตึงเครียดขึ้นทั้งสองฝ่ายในการทำงาน มิตรภาพที่มีมาที่แสนเปรอะบางอาจพังทลายลง แล้วควรทำอย่างไรล่ะให้มิตรภาพระหว่างลูกน้องกับเจ้านายเดินไปได้ด้วยดี มันก็พอมีคือต้องเอาเรื่องส่วนตัวแบบฉันเพื่อนออกไป  แล้วเปลี่ยนเอาเรื่องงานมาคุยแทน นอกจากการปรึกษาหารือเรื่องงานจะทำให้เจ้านายเห็นว่าคุณใส่ใจงานมากน้อยแค่ไหนแล้ว ยังทำให้การทำงานของคุณคืบหน้า ส่งผลต่อองค์กรให้ขับเคลื่อนไปได้อีกด้วย     3. การหนีปัญหาไม่ใช่ทางออกที่ควรหลีกเลี่ยง […]

6 ความเชื่อเรื่องชีวิตคู่ ที่ดูเหมือนว่าใช่

          6 ความเชื่อเรื่องชีวิตคู่ ที่ดูเหมือนว่าใช่ 6 ความเชื่อเรื่องชีวิตคู่ ที่ดูเหมือนว่าใช่     ความเชื่อมีพลังอันยิ่งใหญ่ที่จะผลักดันชีวิตไปสู่ทิศทางใดก็ได้ ดังนั้นก่อนจะเชื่ออะไรเราจึงต้องไตร่ตรองให้ดี เพราะบางเรื่องแม้จะจำฝังใจ ว่า “เป็นความจริง” มาตั้งแต่อ้อนแต่ออก แต่ในที่สุดประสบการณ์ชีวิต ก็อาจจะทำให้เรียนรู้ว่าทุกสิ่งไม่ได้เป็นไปอย่างที่เราคิดทุกครั้ง ความเชื่อเกี่ยวกับชีวิตคู่ก็เช่น  บางเรื่องอาจจะดูเหมือนใช่แต่ก่อนจะปักใจ คุณควรไตร่ตรองให้ดีเสียก่อน 6 ข้อต่อไปนี้ คือความเชื่อเกี่ยวกับ ชีวิตคู่ ที่อยากชวนคุณมาทบทวนความแน่ใจอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยคำว่า ฟันธง!     1 อยู่ก่อนแต่งเป็นเรื่องธรรมดา การอยู่ร่วมกันโดยไม่ได้จดทะเบียน และไม่มีการแสดงความเป็นสามีภรรยา ให้สังคมรับรู้อย่างเป็นทางการฝ่ายหญิงย่อมเป็นฝ่ายเสียเปรียบเต็มประตู ถ้าหากรักครั้งนี้จบลงนอกจากนี้ การอยู่ก่อนแต่งยังเพิ่มความเสี่ยงในการเลิกรากันอีกด้วย เพราะแต่ละฝ่ายต่างได้เรียนรู้ข้อเสีย และตัวตนที่แท้จริงของกันและกันโดยที่ไม่มีอะไรผูกมัด  ทำให้สามารถเดินจากไปเมื่อไรก็ได้ถ้าเจอที่หมายที่ดีกว่า แน่ใจแล้วหรือว่า คุณพร้อมรับความจริงทั้งหมดนี้หากความสัมพันธ์ล้มเหลว     2 ชีวิตคู่ต้องเปิดเผยจริงใจ หลายต่อหลายคู่คิดว่าการแต่งงานคือการยินยอมให้แต่ละฝ่าย แสดงความคิดเห็นของตนอย่างอิสระ เลิกเกรงใจกันอีกต่อไปรวมทั้งการพูดถึงข้อบกพร่องของอีกฝ่ายหนึ่งบ่อยๆอย่างตรงไปตรงมา เช่น แก่ อ้วน ดูไม่ดีหรือทำไมไม่ทำอย่างนั้นอย่างนี้ […]

10 วิธีปรับออฟฟิศเพื่อสร้างความสุขในการทำงาน

ปัจจุบันคนเราใช้เวลาในที่ทำงานมากกว่าอยู่ที่บ้าน หาก ออฟฟิศ มีลักษณะและบรรยากาศที่เหมาะสมย่อมสร้างสุขให้แก่พนักงาน ซึ่งจะนำไปสู่ผลงานที่มีประสิทธิภาพนั่นเอง

วิธี เปิดรับสิ่งใหม่ๆ ให้ชีวิตมีความสุขได้ในทุกๆ วัน

วิธี เปิดรับสิ่งใหม่ๆ ให้ชีวิตมีความสุขได้ในทุกๆ วัน การ เปิดรับสิ่งใหม่ๆ ผ่านช่องทางเหล่านี้ขอให้ดื่มด่ำไปกับมัน ปล่อยใจให้หยั่งลึกลงไปในความรู้สึกนั้นๆ ใช้เวลากับมัน จากนั้นให้ลองสังเกตปฏิกิริยาขัดขืนภายในใจที่ไม่อยากจะรู้สึกดีกับสิ่งเหล่านี้ เช่น อาจจะเป็นความรู้สึกโง่หรือรู้สึกผิดที่จะเปิดรับความสุข  ลองสังเกตต่อไปว่า เราปล่อยวางความรู้สึกที่ติดค้างอยู่ในใจได้ไหม มาเปิดรับสิ่งใหม่ๆ ไปพร้อมกันด้วยวิธีต่อไปนี้     เปิดรับกลิ่นที่ดี ของมีกลิ่นหอม เช่น กลิ่นผิวส้ม กลิ่นควันไม้หอมในอากาศ กลิ่นอาหารบนเตา หรือกลิ่นผมของเด็กเล็ก การเปิดรับสิ่งดีๆ ผ่านช่องทางเหล่านี้ขอให้ดื่มด่ำไปกับมัน ปล่อยใจให้หยั่งลึกลงไปในความรู้สึกนั้นๆ กลิ่นเหล่านี้จะช่วยบรรเทาความกังวลภายในใจให้คลายออก สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ หลับตาลง ปล่อยตัวตามสบาย จากนั้นให้ลองสังเกตปฏิกิริยาขัดขืนภายในใจที่ไม่อยากจะรู้สึกดีกับสิ่งเหล่านี้ เช่น อาจจะเป็นความรู้สึกโง่หรือรู้สึกผิดที่จะเปิดรับความสุข     เปิดรับของรสชาติดี ของมีรสชาติดี เช่น ชารสละมุน กาแฟอร่อยๆ เฟรนช์โทสต์ ช็อกโกแลต หรือสลัดสด ๆ การได้กินของรสชาติอร่อยย่อมเป็นการผ่อนคลายอย่างหนึ่งอยู่แล้ว ยิ่งหากได้ลองกินของที่ไม่คุ้นเคย ไม่ค่อยได้กิน จะทำให้เรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้ลิ้มลองรสชาติใหม่ๆ อาจจะถูกใจมาก หรือไม่ถูกใจก็ตาม ก็ถือว่าได้ลองทำอะไรใหม่ๆ ให้จิตใจและร่างกายกระชุ่มกระชวยระดับหนึ่งแล้ว   […]

ทำธุรกิจ ยิ่งให้ยิ่งได้ ความสำเร็จอยู่ใกล้แค่เอื้อม

ทำธุรกิจ ยิ่งให้ยิ่งได้ ความสำเร็จอยู่ใกล้แค่เอื้อม ในโลกของธุรกิจการทำงานโดยไม่ได้กำไรถือเป็นความล้มเหลวอย่างหนึ่ง แต่ลองมาคิดดูให้ดีๆ แล้ว หลักการที่เขาบอกว่า ยิ่งให้ยิ่งได้ ก็สามารถนำมาปรับใช้ในโลกธุรกิจได้เหมือนกัน เพียงแค่เรามอบให้ด้วยความจริงใจ ความสำเร็จและกระแสตอบรับที่ดีก็จะกลับมาหาเรา ลองมาดูตัวอย่างการทำธุรกิจที่ยึดหลักยิ่งให้ยิ่งได้จนประสบความสำเร็จ     ให้สินค้าฟรี เมื่อสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์เปิดคลาสเรียนออนไลน์ฟรี ก็มีคนมาลงทะเบียนเป็นนักศึกษาประจำเพิ่มขึ้น เพราะลองของฟรีแล้วติดใจ เป็นการเรียนที่สนุกและรู้สึกคุ้มค่า หรือแมคโดนัลด์ที่แจกกาแฟฟรี ยอดขายสินค้าอย่างอื่นก็เพิ่มขึ้นด้วย  เพราะไหนๆ ก็เข้ามารับกาแฟฟรีแล้ว อุดหนุนสินค้าอย่างอื่นเพิ่มเสียหน่อยจะเป็นไรไป ตัวอย่างในประเทศไทยก็มีให้เห็นหลากหลาย เรื่องการเรียนออนไลน์ที่หลายมหาวิทยาลัยเปิดรับสมัครฟรี การแจกสินค้าให้ชิมฟรีตามบู๊ธต่างๆ ในห้างสรรพสินค้า ซึ่งแน่นอนว่า การทำธุรกิจแบบนี้ผู้บริโภคจะรู้สึกเป็นมิตรและอยากอุดหนุนสินค้าเพิ่มมากขึ้น       ให้ลูกค้าใช้ฟรี ให้คนอื่นจ่ายเงิน บริษัทคิดส์แอนด์คอมพานี รับเลี้ยงลูกให้พ่อแม่ฟรี แล้วไปเก็บเงินกับบริษัทที่พ่อแม่ทำงานอยู่ บริษัทยอมจ่ายเพราะพนักงานนจะได้ทำงานอย่างเต็มที่ไม่ต้องกังวล และพนักงานก็รู้สึกขอบคุณบริษัทที่เห็นใจพวกเขา โอกาสที่จะลาออกก็น้อยลง อีกทั้งบริษัทยังได้ภาพลักษณ์ที่ดีว่าสนับสนุนสถาบันครอบครัวด้วย นอกจากนี้ นิตยสารที่แจกตามเส้นทางรถไฟฟ้า ร้านกาแฟ ห้างสรรพสินค้า ฯลฯ ก็ยังให้เราอ่านฟรี โดยไปเก็บเงินจากบริษัทที่ลงโฆษณาในเล่มแทน     ให้คนส่วนมากใช้ฟรี ให้คนส่วนน้อยเป็นผู้จ่ายเงิน เช่น บริการโทรศัพท์ทางอินเทอร์เน็ตอย่างสไกป์ […]

8 เคล็ดลับ ยืดอกรับ ” ความโสด ” แบบไม่ต้องสะกดน้ำตา

หลังจากอ่านบทความนี้จบ คำว่า “โสด” จะกลายเป็นคำที่ไพเราะเสนาะโสตและไม่ทำให้คุณระคายจิตใจอีกต่อไป

5 วิธีดูแลความรักให้สดใสในวัยเลข 4

การประคับประคอง ดูแลความรัก ให้ตลอดรอดฝั่งนั้น จะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยาก โดยเฉพาะเมื่ออายุย่างเข้าเลข 4 ซึ่งเป็นช่วงวัยที่คนส่วนใหญ่เริ่มประสบความสำเร็จ

5 ขั้นตอนบอกลา “ พฤติกรรมแย่ๆ ” ที่ซ่อนอยู่ในตัวคุณ

บางคนมีความเคยชินทางใจที่ควรแก้ เช่น ชอบนินทา ชอบแอบฟังคนอื่นคุยกัน ทั้งที่รู้ว่าไม่ดี แต่ก็เลิกไม่ได้ซักที วันนี้มี 5 ขั้นตอนบอกลาพฤติกรรมแย่ๆ มาแนะนำ

6 วิธีวิ่ง หนีความจำเจ สำหรับคนทำงาน

6 วิธีวิ่ง หนีความจำเจ สำหรับคนทำงาน 6 วิธี วิ่ง หนีความจำเจ อาจจะช่วยคุณได้ค่ะ เพราะเชื่อว่าหลายคนคงอยากหนีไปเที่ยวที่ไหนไกลๆ สักแห่ง ด้วยความเบื่อหน่ายชีวิต ที่ต้องตื่นมาเจออะไรเดิมๆ ทุกวัน แต่ครั้นจะลาพักร้อนก็ต้องเคลียร์งานจนหัวหมุน แถมยังได้พักแบบไม่เต็มเหนี่ยว เพราะต้องคอยพะวงถึงงานกองโตที่จ่อเรียงคิวเป็นตั้ง  ซีเคร็ต จึงขออาสาพาคุณวิ่งหนีความจำเจด้วยวิธีง่ายๆโดยไม่ต้องเก็บกระเป๋าออกไปไหนทั้งนั้นล่ะค่ะ คิดซะว่าทุกวันเป็นเที่ยว ลองดื่มด่ำกับชีวิตประจำวันให้เหมือนกับวันเที่ยวดูบ้าง ด้วยการเปลี่ยนเส้นทางไปทำงาน ถ้าคุณเคยขับรถไปทำงาน อาจเปลี่ยนไปขึ้นรถเมล์หรือนั่งเรือด่วนแทน ถ้าเคยขึ้นรถไฟฟ้า อาจเปลี่ยนไปปั่นจักรยาน หรือแวะพักระหว่างทางเพื่อจิบกาแฟร้อน ๆ ก่อนเริ่มงาน ส่วนช่วงหลังเลิกงานก็ลองเปลี่ยนไปลิ้มลองอาหารเมนูแปลกใหม่ที่ร้านใหม่ ๆ ซึ่งไม่เพียงช่วยให้คุณปลดปล่อยความเครียดจากความจำเจ แต่ยังอาจทำให้คุณเรียนรู้อะไรใหม่ ๆ ระหว่างทางอีกด้วย จัดระบบงานให้เข้าที่ การเปิดอินเทอร์เน็ตทิ้งไว้ทั้งวันทั้งคืนไม่เว้นวันหยุด ถือเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้คุณไม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ ทิม เฟอร์ริส (Tim Ferriss) บล็อกเกอร์ที่ทำงานสัปดาห์ละ 4 ชั่วโมง แถมพ่วงตำแหน่งนักเขียนชื่อดังในอเมริกา แนะนำวิธีง่าย ๆ ว่า ให้จัดเวลาการทำงานอย่างเป็นระบบ เช่น เช็กอีเมลเพียงวันละสองครั้งเท่านั้น คือช่วงเช้าก่อนเริ่มงานและช่วงเย็นหลังเลิกงาน โดยตั้งค่าระบบตอบรับอัตโนมัติที่ทำให้คนติดต่องานเข้ามา รู้ว่าคุณจะกลับมาเช็กอีเมลอีกครั้งเมื่อใด พร้อมทิ้งเบอร์โทรศัพท์ไว้สำหรับติดต่อเรื่องด่วนหรือเรื่องฉุกเฉิน วิธีนี้ช่วยให้คุณไม่ต้องลุกลี้ลุกลนทำงานหลายอย่างในเวลาเดียวกัน แถมเหลือเวลาให้พักผ่อนอีกหลายชั่วโมง หาชั่วโมงพักระหว่างวัน เมื่อไหร่ที่รู้สึกเหนื่อยหนักกับชีวิต ต้องการหาแรงบันดาลใจใหม่ ๆ แต่ตารางเวลาเจ้ากรรมดันแน่นเอี้ยดไปหมด แค่เพียงคุณตื่นให้เช้ากว่าปกติสักชั่วโมงเพื่อทำกิจกรรมสนุก ๆ เช่น พาน้องหมาไปเดินในสวน ฝึกโยคะ ซื้อผักสดในตลาด ในระหว่างวันเมื่อไหร่ที่รู้สึกเบื่อ ๆ แค่เพียงเปิดเพลงสักหนึ่งอัลบั้มสร้างอารมณ์ให้ตัวเอง พอพักกลางวันก็นัดเพื่อนเก่ากินข้าว แต่อย่าเผลอพูดถึงเรื่องงานเชียวล่ะ หลังเลิกงานอาจแวะทำวัตรเย็นก่อนกลับบ้าน ส่วนวันเสาร์ -อาทิตย์ก็จัดตารางสั้น ๆ ไปดูคอนเสิร์ต ดูงานศิลปะ หรือไม่ก็ทิ้งตัวลงจิบกาแฟที่ร้านกาแฟสักแห่งพร้อมหนังสือเล่มโปรด เพียงเท่านี้คุณก็จะพบว่าตัวเองไม่ได้มีกิจวัตรจำเจเหมือนหุ่นยนต์ที่มีแค่ตื่น ทำงาน แล้วก็เข้านอนเท่านั้น งานจบ คนต้องจบ ก่อนแบกเป้ออกไปเที่ยวแต่ละครั้ง คนส่วนใหญ่มักจะลิสต์งานที่ต้องทำไว้ แล้วไล่ทำทีละอย่างจนกว่าจะเสร็จ จากนั้นก็ปิดคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือ แล้วบึ่งไปเที่ยวทันที คุณสามารถนำวิธีนี้มาใช้กับชีวิตประจำวันของคุณได้ด้วยเหมือนกัน โดยเมื่อไหร่ที่งานในแต่ละวันจบลงตามที่ลิสต์ไว้แล้ว ให้ถอดปลั๊กเรื่องงานออกให้หมด อย่าได้บอกตัวเองเด็ดขาดว่าขอทำล่วงหน้าต่ออีกสัก 5 นาที คุณก็รู้ว่า 5 นาทีไม่มีจริงหรอก ลองตั้งโน้ตเตือนความจำไว้ในโทรศัพท์ หรือไม่ก็แปะโพสต์-อิทไว้หน้าคอมพิวเตอร์ เพื่อย้ำเตือนว่า “งานจบ คุณต้องจบ” ไดอะรี่มีส่วนช่วย โรเบิร์ต เอมมอนส์ (Robert Emmons) นักจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียกล่าวว่า การจดบันทึกมีประโยชน์ต่อจิตใจเป็นอย่างมาก เพียงแค่เรารู้จักจดบันทึกทบทวนสิ่งดี ๆ ที่ได้เจอมาในแต่ละวัน อาจเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น เพื่อนร่วมงานซื้อขนมมาแบ่ง ได้เห็นพระอาทิตย์ตกดินแสนสวย หรือได้กินสลัดร้านโปรด เพียงเท่านี้ก็ช่วยให้ทุกวันดูพิเศษขึ้นมาอย่างเหลือเชื่อ ตามล่าหาสีเขียว มีงานวิจัยหนึ่งพบว่า เมื่อคนย้ายเข้าไปอยู่ในสถานที่ที่มีสีเขียวจากธรรมชาติมาก ๆ จะช่วยให้สุขภาพทางใจดียิ่งขึ้น ตรงกันข้ามกับคนที่ย้ายเข้าไปอยู่ในเมืองที่มีพื้นที่สีเขียวน้อย จะมีสุขภาพทางใจถดถอยลง สอดคล้องกับงานวิจัยอีกเรื่องที่ระบุว่า ผู้ป่วยที่นอนในโรงพยาบาลที่มีหน้าต่างเปิดโล่งให้ได้ชมธรรมชาติมักหายเร็วกว่าผู้ป่วยที่นอนในห้องปิดทึบ เกริ่นมาอย่างนี้ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องย้ายบ้านไปแถบชานเมืองหรือลงทุนเจาะหน้าต่างบ้าน แค่เพียงออกไปสูดอากาศที่สวนสาธารณะในเมืองบ้าง นำหลอดไฟสีส้ม ๆที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายมาประดับที่ทำงาน หรือถ้ายากเกินไปก็แค่นำดอกไม้สดมาประดับโต๊ะ วิธีนี้อาจไม่ได้ทำให้คุณรู้สึกเหมือนออกไปเที่ยวมากนัก แต่อย่างน้อยก็ช่วยให้คุณรู้สึกเหมือนได้ซื้อของที่ระลึกให้ตัวเองทุกวัน เพียงเท่านี้คุณก็ลบคำว่า “จำเจ” ออกจากชีวิตได้แล้วล่ะค่ะ เรื่องจาก นิตยสาร Secret คอลัมน์ life management   บทความที่น่าสนใจ ทำงานอย่างไรให้มีความสุข สุขอยู่ที่ทนทุกข์ได้ บทความดี ๆ จาก พระราชญาณกวี (ท่านปิยโสภณ) 7 วิธีกำหราบ ความเครียด ให้อยู่หมัด ทริคสำหรับคน ไม่อยากเครียด 8 วิธี เปลี่ยนวันจันทร์ที่น่าเบื่อให้เป็นวัน สุข ของ มนุษย์เงินเดือน    

วัดระดับสัญญาณของงานหนักของคุณหน่อยดีไหม

คุณทำ งานหนัก เกินไปหรือไม่? คุณเคยถามตัวเองไหมว่า การทำงานหนักนั้นไม่เคยฆ่าใคร และเป็นคำตอบสุดท้ายของความ สุขจริงหรือเชื่อไหม

8 วิธี เปลี่ยนวันจันทร์ที่น่าเบื่อให้เป็นวัน “สุข” ของ มนุษย์เงินเดือน

“วันหยุดมักผ่านไปเร็วเสมอ”  กลายเป็นวลีเด็ดของ มนุษย์เงินเดือน ไปซะแล้ว เพราะหลังจากที่ได้ใช้เวลาแห่งความสุขในช่วงวันเสาร์ อาทิตย์ หมดไป ก็ต้องเปลี่ยนโหมดอย่างรวดเร็วกลับไปสู่เช้าวันจันทร์ที่ยุ่งเหยิง ไหนจะต้องเคลียเอกสารกองโต เช็กอีเมลและเตรียมรับมือกับงานชิ้นใหม่ ๆ ที่จ่อเรียงคิวยาวเป็นหางว่าวเพียงแค่คิดว่าพรุ่งนี้คือวันจันทร์ ก็…แทบจะเป็นลมล้มตึง!! ในเมื่อเราทำให้เวลาหยุดเดินไปข้างหน้าไม่ได้ ก็ลองมาเปลี่ยนที่ตัวเองกันดีกว่า Secret มีวิธีแก้ปัญหาอาการเบื่อวันจันทร์มาฝากค่ะ เผื่อจะช่วยเปลี่ยนวันจันทร์ทึม ๆ ให้กลายเป็นวัน “สุข” ที่แสนสดใส พร้อมแล้ว…ลุย! 1. ใจเย็นๆอย่าพึ่งรีบเร่งให้ถึงวันศุกร์ เดี๋ยว ๆ จะรีบศุกร์ไปไหนสิ่งที่จะช่วยให้คุณเริ่มต้นเผชิญหน้ากับสัปดาห์ใหม่ได้อย่างไร้กังวลคือ การที่ไม่มีงานด่วนอะไรติดค้างอยู่ตั้งแต่สัปดาห์ก่อน ฉะนั้นในเย็นวันศุกร์อย่าเพิ่งดีใจจนลิงโลดรีบปิดหน้าจอคอมพ์แล้วบึ่งไปแฮ้งเอ๊าต์กับเพื่อน ลองเช็กให้แน่ใจก่อนว่าคุณได้สะสางงานทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เพื่อที่ว่าจะได้ไม่ต้องมีอะไรมารบกวนใจในวันเสาร์ อาทิตย์จนติดค้างมาถึงวันจันทร์ 2. ถอดปลั๊กหลังเลิกงานวันหยุดเสาร์อาทิตย์ ทั้งทีก็ควรใช้เวลาพักผ่อนอย่างเต็มที่ อย่าได้แอบเอางานกลับไปทำที่บ้านเชียวล่ะ เพราะนอกจากจะทำให้คุณรู้สึกเหมือนกับทำงานไม่มีวันหยุดแล้ว คนในบ้านก็ต้องพลอยเสียบรรยากาศดี ๆ ไปด้วย ลองถอดปลั๊กออกให้หมด ไม่คิดถึงเรื่องงาน ไม่เช็กอีเมล งดติดต่อกับลูกค้าแล้วผ่อนคลายให้สุด ๆ ในวันหยุดนี้เลย 3. ลิสสิ่งที่จะทำในแต่ละวัน ในบ่ายวันอาทิตย์ลองนั่งจัดอันดับ “3 สิ่งดี ๆที่จะเกิดขึ้นในสัปดาห์นี้”เช่น วันอังคารจะได้ออกไปพบลูกค้าคนสำคัญ วันพุธจะมีพนักงานคนใหม่เข้ามา และวันศุกร์จะได้นำเสนอผลงานที่ตั้งใจทำสุด ๆ หรือถ้านึกไม่ออก ก็อาจจัดอันดับ “3 สิ่งที่ตั้งใจจะเปลี่ยนแปลงให้ได้ในสัปดาห์นี้” เชื่อเถอะว่าวันจันทร์ของคุณจะสนุกขึ้นอีกหลายเท่าตัว 4. แบ่งเวลาให้ตัวเองบ้าง ก่อนเวลาปกติ ลองเข้านอนแต่หัวค่ำในคืนวันอาทิตย์ และตื่นก่อนเวลาปกติสัก 30 นาทีแล้วคุณจะค้นพบว่า คุณมีเวลาให้ตัวเองได้ทำนู่นนี่อีกสารพัด ลองเอาเวลาเล็ก ๆ น้อย ๆช่วงนั้นไปใส่บาตร เลือกซื้อของสดในตลาดเช้า ทำอาหารเพื่อสุขภาพเล่นโยคะ พาน้องหมาไปเดินเล่น…แล้วคุณจะรู้ว่า คุณไม่ใช่หุ่นยนต์ที่มีหน้าที่แค่ตื่น ทำงาน แล้วก็นอนหลับเท่านั้น 5. เลือกใส่ชุดตัวเก่ง เสื้อผ้าชุดไหนที่ใส่แล้วมีแต่คนชม ชุดไหนที่ใส่แล้วมั่นใจสุด ๆ หรือชุดไหนที่เพิ่งซื้อมาใหม่ แล้วอยากใส่ไปอวดเพื่อน ก็ให้เอามาใส่วันจันทร์นี่แหละ วิธีนี้จะทำให้คุณรู้สึกหลงรักวันจันทร์และอยากให้ถึงวันจันทร์เร็ว ๆ ได้อย่างไม่น่าเชื่อเพราะการรู้สึกดีกับตัวเองถือเป็นจุดเริ่มต้นของการมองโลกในแง่ดีไงล่ะ 6. ถอยห่างจากเพื่อนขี้เมาท์ ทุกออฟฟิศ มักจะมีเพื่อนร่วมงานจอมเมาท์และจอมนอยด์ ที่บ่นได้ทุกเรื่องตั้งแต่เรื่องงาน รถติด ลูกเกเร ไปจนถึงเรื่องแมวคลอด ฯลฯ พาให้คุณรู้สึกเซ็งได้อย่างไม่รู้ตัว ฉะนั้นในเช้าวันจันทร์ อย่าได้จับกลุ่มเมาท์กับคนเหล่านี้เป็นอันขาด แนะนำให้เดินถอยห่างออกมา หรือไม่ก็หยิบหูฟังมาอุดหูไว้ซะ แล้วเปิดเพลงสุดโปรดฟังให้สบายใจไปเลย 7. โปรยความสุขไปรอบ ๆ ตัว ในเมื่อเราสร้างความสุขของตัวเองได้แล้ว ก็อย่าลืมโปรยความสุขเผื่อแผ่ให้กับคนรอบข้างบ้าง รับรองว่าจะช่วยเปลี่ยนบรรยากาศในที่ทำงานได้ดีเลยทีเดียว โดยคุณอาจจะเล่าเรื่องราวสนุก ๆ ที่พบเจอมาในช่วงเสาร์อาทิตย์ให้เพื่อนฟัง อัพเดตข่าวสารที่ดูในโทรทัศน์เมื่อเช้า หรือเอาขนมอร่อย ๆ มาแบ่งปันเพื่อนที่ทำงานบ้างก็ยังได้ 8. เย็นวันจันทร์ก็เป็นวันพิเศษได้ ใครกันนะทำให้คุณเข้าใจผิดว่าเย็นวันจันทร์  เป็นวันที่จะทำอะไรสนุก ๆไม่ได้…ลองมาเปลี่ยนเย็นวันจันทร์ให้กลายเป็นวันพิเศษดูดีกว่า โดยคุณอาจจะกำหนดให้วันจันทร์เป็นวันแห่งการนัดเจอแก๊งเพื่อนเก่า วันแห่งการทำขนมหรือไม่ก็เป็นวันแห่งการเล่นเกมกับลูก ๆ แต่ถ้านึกกิจกรรมสนุก ๆไม่ออก ก็อาจหารายการทีวีสุดโปรดดูสักเรื่องก็ยังได้   เพียงเท่านี้วันจันทร์ก็จะกลายเป็นวันอันแสนสุขของคุณได้แล้ว ข้อมูลจาก : นิตยสาร Secret คอมลัมน์ Life Management  Photo by Annie Spratt on […]

วิธีอยู่ร่วมกับเจ้านายอย่างสันติ เคล็ด (ไม่) ลับ จาก ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ

องค์กรจะประสบความสำเร็จได้ต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจทั้งจากเจ้านายและผู้ใต้บังคับบัญชา แต่จะทำแบบนั้นได้อย่างไร ร่วมหาคำตอบได้ใน “วิธีอยู่ร่วมกับเจ้านายอย่างสันติ”

keyboard_arrow_up